ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชาวอเมริกันอาจได้เห็นการต่อสู้ที่ไม่เคยมีมาก่อนในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพของประเทศ นั่นคือการต่อสู้ในกรงระหว่างบุตรชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ กับบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี

    ความเป็นไปได้ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี้เกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.) เมื่อ ฮันเตอร์ #ไบเดน บุตรชายของอดีตประธานาธิบดี โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ออกมาประกาศท้าทายบุตรชายคนโตของประธานาธิบดี โดนัลด์ #ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกัน คือ โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ หรือไม่ก็ เอริค ทรัมป์ ให้มาต่อสู้กันบนสังเวียน #มวยกรง

    ฮันเตอร์ ไบเดน กล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อจาก แอนดรูว์ คัลลาแกน นักวิจารณ์สื่อสังคมออนไลน์ฝ่ายซ้าย ซึ่งบอกเขาว่ากำลังจัดงานแข่งขันนี้อยู่

    “ผมบอกเขาว่า ผมจะเข้าร่วมด้วย 100% ถ้าเขาสามารถจัดการได้ และต่อให้เขาทำไม่ได้ ผมก็ยังจะมาอยู่ดี” ไบเดน กล่าวในวิดีโอที่แชร์บนบัญชีอินสตาแกรม Channel 5 ของคัลลาแกน

    ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน และทำเนียบขาวยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้

    ยังไม่ชัดเจนว่า การแข่งขันนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่และเมื่อไหร่

    ฝั่งทำเนียบขาวเองก็มีแผนที่จะจัดงานคล้ายๆ กันนี้ แต่ใช้นักสู้ UFC ตัวจริง ในวันที่ 14 มิ.ย. โดยเป็นส่วนหนึ่งของชุดกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีเอกราชของสหรัฐอเมริกา

    โจ ไบเดน ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากเอาชนะ ทรัมป์ ในศึกเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งพรรครีพับลิกันยังคงกล่าวอ้างอย่างผิดๆ ว่าเป็นผลมาจากการโกงการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง

    การประลองที่ถูกขู่ว่าจะจัดขึ้นระหว่างลูกชายของพวกเขานั้น ชวนให้นึกถึงการประลองในกรงที่เสนอไว้ในปี 2023 ระหว่างสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และ อีลอน มัสก์ แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่เคยเกิดขึ้นก็ตาม

    ยุคก่อนๆ ของการเมืองอเมริกันเคยมีการเผชิญหน้าทางการเมืองที่นองเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดวลกันในปี 1804 ระหว่างรองประธานาธิบดี แอรอน เบอร์และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อเล็กซานเดอร์ แฮมิลตัน ซึ่งส่งผลให้อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสียชีวิต และยุติอาชีพทางการเมืองของ เบอร์ ไปโดยปริยาย

    ที่มา: รอยเตอร์
    https://www.facebook.com/share/1EA2RhDa44/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน
    รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสารไปยังรัฐบาลอิรัก สารเจ็ดข้อ หรือข้อเรียกร้องเจ็ดประการของอเมริกา ประกอบด้วยเส้นแดงที่สำคัญที่สุดห้าข้อ ได้แก่:

    1- ปลดอาวุธกองกำลังติดอาวุธและกองกำลังระดมประชาชนที่สนับสนุนโดยอิหร่าน

    2- ขับไล่สายลับหรือที่ปรึกษาชาวอิหร่านออกจากอิรักโดยเร็วที่สุด

    3- ยุติการมีอยู่ของอิหร่านในอิรัก

    4- ปิดสำนักงานและธนาคารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและกองกำลังติดอาวุธ และหยุดการฟอกเงินทุกรูปแบบ

    5- สร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจเชิงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกับสหรัฐอเมริกา

    https://www.facebook.com/share/p/18N2q513jt/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำเนียบขาวเตือนเจ้าหน้าที่เรื่องการใช้ข้อมูลภายในเอาไปเดิมพันจากผลของสงครามอิหร่าน

    (สำนักข่าว Bloomberg) — ทำเนียบขาวได้ส่งอีเมลภายในถึงเจ้าหน้าที่ทั้งหมด เพื่อเตือนพนักงานทุกคนห้ามใช้ข้อมูลที่เป็นความลับในการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดการเงิน รวมถึงบนแพลตฟอร์มการเดิมพันเหตุการณ์ (Event betting platforms) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากพบการวางเดิมพันที่ถูกจังหวะอย่างน่าสงสัยและสร้างกำไรมหาศาลหลายครั้ง ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้ข้อมูลภายใน (Insider trading) เกี่ยวกับการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปฏิบัติการทางทหารในอิอรานและเวเนซุเอลา

    เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนระบุว่า อีเมลฉบับนี้ถูกส่งมาจากสำนักงานบริหารจัดการของทำเนียบขาว (White House Management Office) เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

    ไทม์ไลน์ที่น่าสงสัย

    เมื่อวันที่ 23 มีนาคม (หนึ่งวันก่อนส่งอีเมล) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอ้างถึงการสนทนาที่มีประสิทธิภาพกับทางเตหะราน และประกาศระงับคำขู่ที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ที่รวบรวมโดย Bloomberg พบว่า 15 นาทีก่อนการโพสต์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ของน้ำมันและหุ้นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้มีการเปลี่ยนมือกันอย่างคึกคัก ช่วงเวลา 06:49 น. (เวลานิวยอร์ก) มีการขายสัญญาน้ำมันดิบ Brent และ WTI รวมกว่า 6 ล้านบาร์เรลภายในเวลาเพียง 2 นาที

    ปกติในช่วงเวลาเดียวกันของ 5 วันทำการก่อนหน้า จะมีการซื้อขายเพียงประมาณ 700 ล็อต (หรือ 700,000 บาร์เรล) เท่านั้น

    เมื่อทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในเวลาประมาณ 07:05 น. ราคาน้ำมันดิบก็ดิ่งลงทันที ในขณะที่ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น

    ปฏิกิริยาจากทำเนียบขาว

    นายเดวิส อิงเกิล โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์มีความชัดเจนมาตลอดว่า ในขณะที่เขามุ่งหวังให้ตลาดหุ้นแข็งแกร่งและทำกำไรให้แก่ทุกคน สมาชิกรัฐสภาและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่นๆ จะต้องถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์ทางการเงิน ผลประโยชน์พิเศษเพียงอย่างเดียวที่จะนำทางประธานาธิบดีทรัมป์คือผลประโยชน์สูงสุดของชาวอเมริกัน"

    ปัญหาในตลาดการเดิมพัน (Prediction Markets)

    ในขณะที่ตลาดหุ้นและราคาน้ำมันมีความผันผวนจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน รูปแบบการเทรดที่ผิดปกติในตลาดฟิวเจอร์สและการเดิมพันที่พุ่งสูงขึ้นใน ตลาดพยากรณ์ออนไลน์ (Online Prediction Markets) กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนัก เพราะมีบัญชีนิรนามที่เพิ่งสร้างใหม่หลายบัญชี วางเดิมพันเกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านได้อย่างแม่นยำ จนสร้างกำไรไปแล้วหลายแสนดอลลาร์

    ปัจจุบัน เงินรางวัลบางส่วนจากการเดิมพันที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง ถูกระงับไว้เนื่องจากเกิดข้อพิพาท โดยผู้ใช้งานกำลังถกเถียงกันว่านิยามของคำว่า "การหยุดยิง" (Ceasefire) ในกรณีนี้คืออะไร ทำให้ยังไม่สามารถเบิกเงินได้ ก่อนหน้านี้ การวางเดิมพันที่ทำกำไรมหาศาลก่อนการเข้าจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ เมื่อต้นปีนี้ ก็เคยทำให้เกิดคำถามเรื่องการใช้ข้อมูลลับมาแล้วเช่นกัน

    ตามกฎหมายแล้ว พนักงานของรัฐบาลกลางถูกห้ามเล่นการพนันในขณะที่อยู่ในพื้นที่ของรัฐและกฎจริยธรรมยังสั่งห้ามใช้ข้อมูลราชการที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อประโยชน์ส่วนตน แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวได้รับกำไรจากการใช้ข้อมูลภายใน แต่การส่งอีเมลเตือนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเพ่งเล็งไปที่ "ตลาดพยากรณ์" (Prediction markets) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเกิดใหม่ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ท่ามกลางความกังวลว่ายังมีมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในที่ไม่เพียงพอ

    นายอิงเกิลกล่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่รัฐทุกคนต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมที่ห้ามใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลมีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่มีหลักฐาน ถือเป็นการรายงานข่าวที่ไร้ความรับผิดชอบและไม่มีมูลความจริง

    ปล. วันก่อน ข่าวรั่วเรื่องนักบินที่ยังตกค้างอีก 1 คน ก็คงมาจากการวางเดิมพันพนันของเจ้าหน้าที่ในทำเนียบอย่างนี้กระมัง
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ไหวแน้วนะ ทาคาอิจิ ซานาเอะ! ญี่ปุ่นจับมือยูเครนคลอดโดรน “Terra A1” สำหรับสอย Shahed ที่ทั้งถูกและดีกว่า ที่ทำเอาหมีขาวเม้งแตก เรียกทูตญี่ปุ่นไปด่า!!

    รัสเซียนั่งไม่ติด เกี้ยวกราดขั้นสุดจนกระทรวงการต่างประเทศต้องเรียกตัว นายมุโต้ อากิระ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำรัสเซีย เข้าพบด่วนเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อประท้วงกรณีที่บริษัท Terra Drone Corporation สตาร์ทอัพโดรนตัวท็อปของญี่ปุ่นและต้นๆของโลก ข้ามน้ำข้ามทะเลไปลงทุนใน Amazing Drones LLC ของยูเครน พร้อมเปิดตัว "Terra A1" โดรนสกัดกั้น (Interceptor) รุ่นใหม่ที่เกิดมาเพื่อเป็นฝันร้ายของโดรน Shahed-136 ของอิหร่านโดยเฉพาะ

    รัฐบาลมอสโกชี้หน้าด่าว่าดีลนี้คือ "การกระทำที่เป็นศัตรูอย่างเปิดเผย" เพราะเป้าหมายของ Terra A1 คือการสอยโดรนพลีชีพและ FPV ที่รัสเซียใช้ถล่มยูเครนอยู่ทุกวี่วัน พร้อมสับแหลกไปถึงรัฐบาลญี่ปุ่นชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่ามีนโยบายความมั่นคงสายเหยี่ยว ที่ทำให้ความสัมพันธ์สองประเทศตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ (ต่ำกว่าตอนรบกันอีกหรอ)

    สาเหตุที่ Terra A1 กลายเป็นตัวตึงที่ทำมอสโกปวดขมับ เป็นเพราะที่ผ่านมายูเครนต้องกล้ำกลืนเอาขีปนาวุธ Patriot ลูกละหลายล้านดอลลาร์ไปยิงโดรนราคาหลักหมื่น ซึ่งเป็นความพังพินาศทางการเงิน แต่โดรนสัญชาติลูกครึ่งรุ่นนี้เข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยราคาโคตรถูกเพียง 2,500-3,000 ดอลลาร์ต่อลำ (ถูกกว่า Shahed ถึง 8-20 เท่า) แถมยังทะลวงมิดไมล์ด้วยความเร็ว 300 กม./ชม. ทิ้งห่างโดรนอิหร่านเป็นร้อยกิโลเมตร ตัวโดรนมีระยะทำการ 30-35 กิโลเมตร ซึ่งเป็นสเปกที่พอดีคำสำหรับการตั้งรับป้องกันจุดยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ยังจัดเต็มเทคโนโลยี บินด้วยระบบไฟฟ้าจนเสียงเงียบกริบ ปล่อยความร้อนต่ำ (Stealth สูง) และที่เด็ดสุดคือสามารถล็อกเป้าสอยศัตรูอัตโนมัติ 100% ด้วย AI Machine Vision โดยไม่ต้องง้อคนบังคับ

    ดีลที่ประกาศไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เพราะนี่คือบริษัทญี่ปุ่นเจ้าแรกที่กล้าเข้าไปลงทุนตรงในอุตสาหกรรมอาวุธยูเครน โดย CEO ของ Terra Drone ระบุว่านี่คือการผสานเทคโนโลยีญี่ปุ่นเข้ากับประสบการณ์สมรภูมิเดือด เพื่อสร้างโดรนสกัดกั้นที่ถูกและดีที่สุดในโลก จนตอนนี้ทั้งยูเครนและกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียที่เบื่อหน่ายโดรนอิหร่านต่างจ้องจะเหมาซื้อยกแพ็ก งานนี้นักวิเคราะห์มองตรงกันว่า รัฐบาลของมาดามซานาเอะกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ญี่ปุ่นพร้อมลงสนาม "โดรนสงคราม" อย่างเต็มตัว และปลดล็อกข้อจำกัดการส่งออกอาวุธที่เคยกดทับตัวเองมานานแล้ว!

    https://www.facebook.com/share/p/1FFc7gUbZh/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เลบานอนปฏิเสธอิหร่านเจรจาแทน ย้ำ “รัฐบาลเบรุตเท่านั้นที่มีสิทธิ์”
    FB_IMG_1775801851531.jpg
    นายนาวาฟ ซาลาม (Nawaf Salam) นายกรัฐมนตรีเลบานอน ออกแถลงการณ์ชัดเจนหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2569 ว่า “การเจรจาต้องดำเนินการโดยรัฐเลบานอนเท่านั้น” และ “ไม่มีใครมีสิทธิ์เจรจาในนามของเลบานอน นอกจากรัฐเลบานอน”
    คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีซาลามเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (ประกาศเมื่อวันที่ 8 เมษายน) จะครอบคลุมเลบานอนหรือไม่ โดยทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลยืนยันชัดเจนว่า ไม่รวมเลบานอน
    ก่อนหน้านั้นอิสราเอลได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเลบานอนหนักที่สุดทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่ในกรุงเบรุต ภาคใต้ และหุบเขาเบกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 คน บาดเจ็บกว่า 1,000 คน และสร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเฮซบอลเลาะห์
    กระทรวงการต่างประเทศเลบานอนยังออกแถลงการณ์ย้ำว่า “เลบานอนยืนยันอย่างชัดเจนว่าประเทศพูดด้วยเสียงเดียวของตนเอง และไม่มีประเทศใดมีสิทธิ์เจรจาแทนรัฐบาลเลบานอน”

    การเคลื่อนไหวของนายกฯ ซาลาม ถือเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อความพยายามของอิหร่านที่ต้องการรวมเลบานอนเข้าไปในข้อตกลงหยุดยิง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการยุติความขัดแย้งในภูมิภาค ฝ่ายเลบานอนต้องการรักษาอธิปไตยและไม่ยอมให้ตนเองถูกใช้เป็น “เครื่องต่อรอง” ในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก
    ขณะเดียวกัน รัฐบาลเลบานอนยังสั่งให้กองทัพเสริมกำลังในกรุงเบรุต และย้ำหลักการว่า “อาวุธทั้งหมดต้องอยู่ในมือของกองกำลังรักษาความมั่นคงของรัฐเท่านั้น” ซึ่งสอดคล้องกับความพยายามปฏิบัติตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 1701 ที่เรียกร้องให้ปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธนอกเหนือจากรัฐ(กลุ่มผู้ก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์)
    นายกรัฐมนตรีซาลาม ยังได้ติดต่อผู้นำปากีสถานเพื่อขอให้ยืนยันว่า ceasefire ควรครอบคลุมเลบานอนด้วย เพื่อป้องกันการโจมตีซ้ำ

    สรุป.. อิหร่านกำลังใช้ “เลบานอน” เป็นข้ออ้างหลักในการเจรจา แต่เป้าหมายจริง ๆ คือ ปกป้องผู้ก่อการร้ายเฮซบอลเลาะห์ (ซึ่งเป็น proxy ของตน) ไม่ใช่ปกป้องรัฐบาลเบรุตหรือประชาชนเลบานอนโดยรวม..โดยรัฐบาลเลบานอนมีจุดยืนชัดเจนสนับสนุนมนติ UN 1701 ต้องการปลดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ ต้องการหยุดยิงเพื่อปกป้องประชาชนและอธิปไตยของรัฐ และพร้อมเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล
    https://www.facebook.com/share/p/18Vc5RuMSD/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เผื่อใครสนใจเรื่องกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ในเลบานอนนะครับ นี่เป็นบทความเมื่อปี 2024 ที่เพจเขียนไว้

    หากใครต้องการเข้าใจสถานกาณ์ในปัจจุบันให้มากขึ้น ติดตามได้จากบทความด้านล่างเลยครับ

    ::: ::: ::: ::: ::: ::: ::: :::

    ((( “หล่มเลบานอน” ของอิสราเอล )))

    ความเป็นไปได้ที่ว่าอิสราเอลอาจเปิดศึกกับประเทศเพื่อนบ้านแม้ฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริงๆ อิสราเอลก็เคยทำสงครามกับเลบานอนมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว และเคยบุกเข้าไปหมายกวาดล้างกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ให้สิ้นซากคล้ายๆ กับ “ฮามาส” ในฉนวนกาซานี่แหละ แต่ก็ไม่อาจเผด็จศึกได้ ต้องกลับมาแบบมือเปล่าแถมฮิซบุลเลาะห์ก็กลับมามีอำนาจและคอยทิ่มแทงอิสราเอลอยู่เรื่อยมา
    .
    ความเป็นมาและบทเรียนของ “หล่มเลบานอน” สำหรับอิสราเอลเป็นอย่างไร? มาติดตามในโพสต์นี้กันครับ
    .
    1. เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจประเทศเลบานอนก่อน เลบานอนเป็นประเทศที่ได้รับเอกราชจาก “อาณัติฝรั่งเศส” ซึ่งได้ไปครอบครองหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อปี 1943

    เลบานอนเป็นประเทศที่มีความพิเศษเพราะมีประชากรหลายเชื้อชาติกับศาสนาที่มีสัดส่วนพอๆ กัน ดังนั้นจึงมีข้อตกลงจัดสรรอำนาจโดยล็อกตำแหน่งให้กับคนแต่ละเชื้อชาติกับศาสนาให้ได้สัดส่วนกับประชากร
    .
    2. ในปี 1948 เกิดสงครามอาหรับ-อิสราเอลครั้งที่ 1 เลบานอนเป็นชาติหนึ่งที่ร่วมมือกับชาติอาหรับบุกอิสราเอลด้วยแต่ไม่ได้มีบทบาทมากนัก และหลังการหยุดยิงในปี 1949 อิสราเอลได้ถอนกำลังออกไปจากเส้นเขตแดนนานาชาติ
    .
    3. หลังสงครามมีผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์อพยพเข้ามาในเลบานอนราว 1 แสนคน ประชากรเลบานอนซึ่งส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนมองว่าจำนวนมุสลิมที่อพยพเข้ามาเพิ่มขึ้นจะกลายมาเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงหาทางกีดกันโดยไม่ให้สัญชาติ, ไม่ให้งาน, จำกัดการเดินทางและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้ลี้ภัยเหล่านี้
    _______________
    [PLO กับการเปลี่ยนภูมิทัศน์ของเลบานอน]
    .
    4. ในปี 1964 มีการก่อตั้งกลุ่ม “องค์การปลดปล่อยชาติปาเลสไตน์” (PLO) ซึ่งมีจุดหมายตั้งรัฐปาเลสไตน์ขึ้นแทนที่รัฐอิสราเอล กลุ่มนี้มีที่มั่นหนึ่งอยู่ในเลบานอน และสมัครสมาชิกจากผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ที่อยู่ในค่ายต่างๆ PLO เริ่มโจมตีข้ามชายแดนไปยังอิสราเอลในปี 1968
    .
    5. กองทัพเลบานอนพยายามเข้าปราบปรามกลุ่ม PLO แต่อ่อนแอเกินไปจึงปราบไม่ได้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เลบานอนใต้อยู่ภายใต้การควบคุมของ PLO เป็นส่วนใหญ่ และยิ่งเข้มแข็งขึ้นอีกหลัง PLO ถูกขับไล่ออกจากจอร์แดนหลังเหตุการณ์ “กันยายนทมิฬ” ปี 1970 PLO ถึงกับตั้งกองบัญชาการในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน และภาคใต้ของเลบานอนถูกขนานนามว่า “ฟาตาห์แลนด์” (ตามชื่อกลุ่มฟาตาห์ของ PLO)
    .
    6. อิทธิพลของ PLO นอกจากจะทำให้เลบานอนตกเป็นเป้าของปฏิบัติการทางทหารเพื่อตอบโต้จากอิสราเอลแล้ว ยังใช้การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรจากมุสลิมที่เพิ่มขึ้นเป็นชนวนให้เกิด “สงครามกลางเมืองเลบานอน” ตั้งแต่ปี 1975
    _______________
    [สงครามกลางเมืองเลบานอน กับบทบาทของอิสราเอล]
    .
    7. สงครามกลางเมืองเลบานอนมีลักษณะเป็นสงครามระหว่างคนต่างศาสนา คือจะเรียกง่ายๆ ว่าเป็นสงครามระหว่างชาวคริสต์กับมุสลิมก็ว่าได้ (แม้ไม่ถูกต้องทั้งหมด)
    .
    อิสราเอลสนับสนุนฝ่ายคริสต์มาโรไนต์ (มาโรไนต์คือคริสต์จักรคาทอลิกฝ่ายตะวันออกที่อยู่ในสหพันธ์กับพระสันตะปาปา) และกองทัพเลบานอน โดยเฉพาะที่อยู่ประชิดชายแดนอิสราเอล จนมีคำเรียกว่า นี่เป็น “รั้วที่ดี” (Good Fence) เสมือนเป็นกันชนให้กับอิสราเอล
    .
    ขณะเดียวกันซีเรียก็เข้ามาแทรกแซงด้วยเช่นกัน ในตอนแรกเพื่อสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล แต่ต่อมาเปลี่ยนมาสนับสนุนฝ่ายปาเลสไตน์

    8. ในปี 1978 เกิดเหตุ PLO ส่งคนมาก่อเหตุสังหารหมู่ในอิสราเอล อิสราเอลจึงตอบโต้ด้วยการเปิดฉาก “ปฏิบัติการลิตานี” เพื่อผลักดัน PLO ออกจากภาคใต้ของเลบานอนจนถึงแม่น้ำลิตานี และเสริมกำลังให้กับฝ่ายมาโรไนต์ที่ตนสนับสนุนอยู่
    .
    แต่ PLO ชิงถอนกำลังออกไปก่อน อิสราเอลจึงถอนกำลังกลับไปตามมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ และมีการตั้ง “กองกำลังชั่วคราวสหประชาชาติในเลบานอน” (UNIFIL) ขึ้น

    9. หลังจากการหยุดยิงในปี 1978 ปฏิบัติการของ PLO ในอิสราเอลยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่อิสราเอลรุกล้ำข้ามชายแดนเลบานอนซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลง แต่อิสราเอลมองว่า PLO ละเมิดข้อตกลงด้วยการไม่ยอมหยุดลงมือในประเทศเช่นกัน
    .
    ในช่วงนี้อิสราเอลมองหาข้ออ้างที่ยอมรับได้ในการบุกเข้าไปปราบ PLO อีกครั้งจนได้เมื่อเกิดเหตุมือปืนชาวปาเลสไตน์ลอบยิงทูตอิสราเอลในกรุงลอนดอนในปี 1982

    10. อิสราเอลจึงใช้เป็นเหตุบุกเลบานอนอีกรอบทันควัน รบกับ PLO กองกำลังฝ่ายมุสลิม และกองทัพซีเรียไปจนถึงกรุงเบรุต และปิดล้อมเมืองไว้ 2 เดือนไม่บุกเข้าไป (เพื่อลดความสูญเสียฝ่ายตัวเอง) สุดท้าย PLO ตกลงยอมย้ายฐานออกจากเลบานอนไปยังตูนิเซีย

    11. ฝ่ายอิสราเอลยึดครองกรุงเบรุตอยู่แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะจากเหตุการณ์ที่กองกำลังติดอาวุธคริสต์เลบานอนที่อิสราเอลสนับสนุนอยู่ไปก่อเหตุสังหารหมู่มุสลิมชีอะห์ จึงต้องถอนกำลังออกไปอยู่ทางภาคใต้ของเลบานอน

    12. สงครามกลางเมืองเลบานอนสิ้นสุดลงในปี 1990 โดยมีข้อตกลงจัดสรรอำนาจกันใหม่โดยเพิ่มอำนาจของมุสลิมมากขึ้น และตกลงวางอาวุธกันทุกฝ่าย แต่ยกเว้นกลุ่มฮิซบุลเลาะห์
    _______________
    [กำเนิด “ฮิซบุลเลาะห์” กับการ “ปลดปล่อย” ภาคใต้ของเลบานอน]

    13. ในปี 1985 อิสราเอลถอนกำลังไปอยู่ทางใต้ของแม่น้ำลิตานีทางภาคใต้ของเลบานอน ซึ่งอิสราเอลไปบริหารเป็น “องค์การบริหารแถบความมั่นคงเลบานอนใต้” ร่วมกับ “กองทัพเลบานอนใต้” ฝ่ายคริสต์ที่อิสราเอลสนับสนุน

    14. ในปีเดียวกันมีมุสลิมชีอะห์ประกาศตั้งกลุ่ม “ฮิซบุลเลาะห์” ขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปลดปล่อยเลบานอนใต้จากอิสราเอล กลุ่มนี้ลงมือแบบกองโจรต่อทหารอิสราเอลกับกองทัพเลบานอนใต้ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าความรุนแรงต่ำเป็นครั้งคราว (คล้ายๆ กับสามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย)

    15. ฮิซบุลเลาะห์นี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มติดอาวุธชีอะห์หลายกลุ่มซึ่งเป็นผลพวงของสงครามเลบานอนปี 1982 และรับแบบตามอิหร่านหลังการปฏิวัติอิสลามจนทำให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดนับแต่นั้น นอกจากนี้ฮิซบุลเลาะห์ยังลงเล่นการเมืองเลบานอนจนมีบทบาทสูงซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

    16. ในปี 1997 เกิดเหตุ ฮ. อิสราเอลขนทหารไปยังเลบานอนใต้ชนกันกลางอากาศและมีทหารเสียชีวิตเกือบ 100 นาย ทำให้สาธารณชนไม่พอใจและตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการมีแถบความมั่นคงดังกล่าว

    17. แรงกดดันดังกล่าวทำให้ในปี 2000 รัฐบาลอิสราเอลซึ่งได้สัญญาไว้ในช่วงหาเสียงได้ถอนทหารออกจากเลบานอนทั้งหมด ทำให้กองทัพเลบานอนใต้ล่มสลายตามไปด้วย ส่วนฮิซบุลเลาะห์ก็ยึดครองพื้นที่ภาคใต้ของเลบานอนนับแต่นั้น

    18. แต่ยังมีประเด็นอยู่ว่าอิสราเอลยังคงปกครอง “ไร่นาชีบาห์” เป็นพื้นที่ติ่งหนึ่งขนาด 11 x 2.5 กม. ที่ฮิซบุลเลาะห์ถือว่าเป็นของเลบานอน (เป็นพื้นที่พิพาทกับซีเรีย แต่อิสราเอลไปยึดมา) จึงยังถือว่าอิสราเอลยังถอนทหารออกไปไม่หมด และยังไม่หยุดโจมตีต่อไป

    19. มีการปะทะและลอบสังหารกันไปมาระหว่างอิสราเอลกับฮิซบุลเลาะห์อันเนื่องจากข้อพิพาทไร่นาชีบาห์ในช่วงปี 2000 ถึง 2006 เหตุการณ์บานปลายในปี 2006 เมื่อเกิดเหตุฮิซบุลเลาะห์บุกข้ามชายแดนเข้ามาลักพาตัวทหารอิสราเอลไปเรียกร้องการแลกเชลยกัน จึงเป็นเหตุให้เกิด “สงครามเลบานอนปี 2006”

    20. อิสราเอลตอบโต้ด้วยการบุกภาคพื้นดินเข้าไปยังภาคใต้ของเลบานอนอีกเป็นครั้งที่ 3 ปฏิบัติการครั้งนี้กินเวลา 34 วัน และมีการทิ้งระเบิดและยิงปืนใหญ่ใส่เป้าหมายทั่วประเทศเลบานอน รวมทั้งกรุงเบรุต ผลทำให้มีผู้เสียชีวิตหลักพันคน และมีผู้พลัดถิ่นกว่า 1 ล้านคน อิสราเอลสรุปว่าตนสามารถทำลายจรวดพิสัยไกลของฮิซบุลเลาะห์ได้ถึง 50-60%

    21. อย่างไรก็ตามอิสราเอลก็ต้องยอมรับว่าการต่อสู้กับฮิซบุลเลาะห์นั้นช่างแตกต่างกับ “ฮามาส” เพราะฮิซบุลเลาะห์มีทั้งชุดเกราะป้องกันสะเก็ดระเบิด แว่นมองกลางคืน อุปกรณ์สื่อสาร และมีกระทั่งอาวุธแบบอิสราเอลมี
    .
    พวกเขายังใช้ยุทธวิธีที่เน้นสร้างความสูญเสียต่อทหารอิสราเอลเพราะมองว่านี่คือจุดอ่อนทางจิตวิทยาที่ทำให้รัฐบาลอิสราเอลไม่สามารถทำสงครามได้นาน ทั้งนี้ยังมีตัวเลขว่ารถถังหลักของอิสราเอลอย่างเมอร์คาวาถูกจรวดต่อสู้รถถังถูกทำลายไป 5 คัน และเสียหายอีก 52 คัน

    22. ในเหตุการณ์นี้ยังเห็นปรากฏการณ์ที่ทางการอิสราเอลกลับลำจากตอนแรกโทษว่ารัฐบาลเลบานอนต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการกระทำของฮิซบุลเลาะห์ที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินเลบานอน แต่ต่อมาก็กลับลำโดยบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำสงครามกับเลบานอน แต่เจาะจงเป้าไปที่ฮิซบุลเลาะห์เท่านั้น ทั้งนี้มีนายทหารนอกราชการอิสราเอลให้สัมภาษณ์ว่าท่าทีดังกล่าวต้องการแบ่งแยกประชาชนกับผู้สนับสนุนฮิซบุลเลาะห์

    23. สงครามสั้นๆ ครั้งนี้จบลงโดยสหประชาชาติเข้ามาสั่งหยุดยิงโดยไม่มีฝ่ายใดชนะเด็ดขาด มีเงื่อนไขว่าฮิซบุลเลาะห์จะต้องวางอาวุธ อิสราเอลจะต้องถอนทหารออกจากเลบานอน และให้กองทัพอิสราเอลและ UNIFIL มาบริหารจัดการภาคใต้ของเลบานอนต่อ
    _______________
    [อิทธิพลที่มากขึ้นของฮิซบุลเลาะห์จนถึงเหตุการณ์ปัจจุบัน]

    24. ถึงแม้จะมีมติสหประชาชาติออกมา แต่สุดท้ายฮิซบุลเลาะห์ก็ไม่ได้วางอาวุธ โดยตัวแทนรัฐบาลเลบานอนระบุว่าต้องถือฮิซบุลเลาะห์เป็นกองกำลังที่ช่วยปกป้องและทวงคืนแผ่นดินเลบานอนกลับคืนมา
    .
    ขณะเดียวกันอิสราเอลก็ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการรุกล้ำชายแดนเลบานอนทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ

    25. ทั้งนี้ฮิซบุลเลาะห์ยังได้ลงเล่นการเมืองเลบานอนจนสามารถเข้าไปมีสิทธิ์มีเสียงในรัฐบาลได้ ในปี 2008 ครม. เลบานอนมีฮิซบุลเลาะห์ 11 จาก 30 คน นอกจากนี้ยังมีสถานีวิทยุและโทรทัศน์ดาวเทียมของตัวเอง

    26. สำหรับกำลังพลของฮิซบุลเลาะห์ยิ่งเติบโตขึ้นหลังสงครามปี 2006 และในปี 2021 หัวหน้าฮิซบุลเลาะห์อ้างว่ากลุ่มมีนักรบถึง 1 แสนคน รวมถึงยุทโธปกรณ์ที่เพียบพร้อมจนได้ชื่อว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” และแข็งแกร่งยิ่งกว่ากองทัพเลบานอน อย่างไรก็ตาม ชาติตะวันออกกลางอื่นๆ ไม่ยอมรับฮิซบุลเลาะห์ โดยถูกมองว่าเป็นองค์การก่อการร้ายจากชาติสันนิบาติอาหรับ (ซึ่งเป็นมุสลิมซุนนี) ทั้งหมดยกเว้นเลบานอนกับอิรัก (ซึ่งเป็นมุสลิมชีอะห์ทั้งคู่)

    27. ระหว่างปี 2006-2023 ยังมีการยิงข้ามชายแดนเลบานอนเข้ามายังอิสราเอลอยู่เรื่อยๆ …ทีนี้หลายท่านคงสงสัยว่า UNIFIL ไปอยู่ไหน? คำตอบคือพวกเขาก็พยายามห้ามปรามทั้งสองฝ่ายแล้วแต่ไม่ได้ผล นอกจากนี้ยังไม่สามารถยิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เพราะจะถูกครหาว่าไม่เป็นกลาง ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์แบบที่ทหารรักษาสันติภาพต้องเผ่นแน่บออกจากพื้นที่สู้รบเพื่อไม่ให้โดนลูกหลง!

    28. ในปี 2023 กลุ่มฮิซบุลเลาะห์เปิดฉากโจมตีข้ามชายแดนเลบานอนเข้าสู่อิสราเอลระลอกใหญ่เพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มฮามาส พร้อมทั้งบอกว่าจะหยุดต่อเมื่อหยุดยิงกับฮามาสก่อน และยังมีการพาดพิงไซปรัสว่าอำนวยความสะดวกให้กับทหารอิสราเอลซึ่งฮิซบุลเลาะห์ถือว่าเป็นเป้าหมายเช่นกัน

    29. ล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2024 นายกฯ เนทันยาฮูประกาศว่าจะลดระดับความเข้มข้นของปฏิบัติการในฉนวนกาซาและจะพุ่งเป้าต่อไปที่การปรามฮิซบุลเลาะห์เป็นรายต่อไป โดยเฉพาะหลังฮิซบุลเลาะห์เผยแพร่ภาพเมืองอิสราเอลจากโดรน นอกจากนี้อิสราเอลยังเคยประเมินด้วยว่าฮิซบุลเลาะห์มีจรวดมากถึง 150,000 ลูกรวมทั้งขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง

    30. ทั้งอิสราเอลกับเลบานอนกำลังเผชิญปัญหาภายในเช่นกัน โดยเลบานอนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่ลากยาวมาหลายปีและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะที่ค่าใช้จ่ายยามสงครามของอิสราเอลขึ้นแตะ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว อย่างไรก็ตามมีสื่อวิเคราะห์ว่านี่อาจเป็นหนทางของเนทันยาฮูในการต่ออายุให้กับตัวเอง เพราะถ้าสถานการณ์สงบลง ยังไงก็ยื้อเก้าอี้นายกฯ ไม่รอดแน่นอน!

    31. ทั้งหมดนี้คือประวัติศาสตร์การต่อสู้ที่ผ่านมาระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ที่โจมตีอิสราเอลมาจากเลบานอนนะครับ จะเห็นได้ว่าอิสราเอลได้ลองมาแล้วหลายอย่างทั้งปฏิบัติการลับ ส่งกองกำลังบุกภาคพื้นดินหรือผลักดันพันธมิตรของตัวเองมาเป็นรัฐกันชน …ทั้งหมดนี้ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนให้กับตัวเองได้ เปรียบได้กับ “สงครามเวียดนาม” สำหรับสหรัฐ หรือ “สงครามอัฟกานิสถาน” สำหรับโซเวียตก็ไม่ผิด

    .
    #TWCHistory #TWCIsrael #TWCMiddleEast TWC_Cheeze #TWC_Salmon

    https://www.facebook.com/1000502113...FrxxUNpHaTdNhVwvR9uYKcz5tq6l/?mibextid=NOb6eG
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คนเลบานอนแย่งกันรับอาหารแจก
    FB_IMG_1775805769973.jpg
    1.2 ล้านคนแล้วนะครับ ที่ต้องอพยพเปลี่ยนที่ซุกหัวนอน และวันนี้ทัพยิวก็ยังไม่หยุดโจมตี
    สภาพความเป็นอยู่ ... ก็ตามภาพ

    กาซา ... ต้องเรียนให้ทราบว่า ยิวยัง “บล็อก” นะครับท่าน
    สิ่งยังชีพ อาหารและยา ผ่านเข้าไปใน “กาซา” ไม่ได้
    (*Medical Aid for Palestinians ซึ่งสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน เปิดเผยความนี้)

    อ้าว ทำข้อตกลงหยุดยิงไปตั้งแต่ 10 ต.ค. 2025 แล้วนิ
    อ้าว อยู่ในเฟสไหนแล้วนะ
    อ้าว ตอนโน้นก็เห็นๆ อยู่ รถบรรทุกขนของข้ามแดนเข้ากาซาไปแล้วนิ

    มันก็คงมี “ภาพ” ให้เห็นแค่นั้นแหละ

    ทาง Medical Aid for Palestinians รายงานว่า 6 เดือนมานี้ “บล็อก” จ้ะ พี่จ๊ะพี่จ๋า

    โรงพยาบาลกาซา ถึงตอนนี้ กลับมาเปิดได้แค่ “ครึ่งเดียว”
    ที่เปิดได้ ไม่มีแห่งไหนเลย ที่เต็มร้อยเท่าเดิม
    ตัวยา มีเกินครึ่ง ที่ “หมดสต็อก”
    และไม่ใช่แค่ยา มันต้องมีเครื่องปั่นไฟด้วย ให้โรงพยาบาลดำเนินการได้ ซึ่งน้ำมันก็ถูก “บล็อก” อีกไง เอาอะไรไปปั่นไฟล่ะ

    เลบานอน ... น่ากลัวมาก เหมือนว่ายิวต้องการจะผลักไปสู่จุดนั้น แบบกาซา
    เว้นแต่ว่ายอม “เสียแดน” แต่โดยดี
    เลบานอนต้องยกแผ่นดินทางใต้ ให้ถูกผนวกกลายเป็นทางเหนือของดินแดนอิสราเอล

    ล่าสุด ยิวบอกยินดีเจรจา แต่ไม่มีทางหยุดยิงเด็ดขาด
    (งั้นจะเจรจาด้วยไปหาพระแสงอะไร)

    คน 1.2 ล้านคน ไม่สามารถอยู่บ้านอันเป็นวิมานของพวกเขา
    และอาหารการกิน แต่ละมื้อ ก็ต้องยื้อยุดเอาสุดกำลัง

    ไยโชคชะตาเป็นเยี่ยงนี้

    https://www.aljazeera.com/news/live...s-on-lebanon-threaten-us-iran-ceasefire-talks

    https://www.facebook.com/share/1K9W6UPLaV/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    รัฐบาลจีนเปิดไฟเขียวให้บริษัทโรงกลั่นน้ำมันแห่งรัฐ ดึงน้ำมันดิบจากคลังสำรองเชิงพาณิชย์ออกมาใช้งานได้แล้ว เพื่อรับมือกับวิกฤตอุปทานพลังงาน

    https://www.bloomberg.com/news/arti...-oil-firms-to-tap-their-reserves-as-war-drags

    https://www.facebook.com/share/18jzZPAagK/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ส่งข้อความตรง ๆ ไปยังอิรัก: “พอแล้วว่ะ… เลือกข้างได้แล้ว!”

    วอชิงตันเตือนแบกแดดแบบไม่กั๊ก
    “การไม่หยุดโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ โดยกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนอิหร่าน กำลังทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างร้ายแรง”

    ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังกดดันอิรักหนักมาก ให้รีบยุบกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่ออิหร่านโดยเร็วที่สุด

    พูดง่าย ๆ คือ…

    “เพื่อนเอ็งต้องเลือกข้างแล้วว่ะ — จะอยู่ข้างอั๊ว หรือจะเลือกข้างอิหร่าน?”

    ตามรายงานจาก Al Jazeera เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569

    สหรัฐฯ ส่งข้อความตรงและชัดเจนไปยังรัฐบาลอิรักว่า
    การที่กลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลังยังคงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักอย่างต่อเนื่อง

    กำลังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับแบกแดดพังทลาย

    วอชิงตันไม่ยอมให้อิรัก “เล่นสองหน้า” แบบเดิมอีกต่อไป
    และเรียกร้องให้อิรักยุบหรือควบคุมกลุ่มเหล่านี้โดยด่วน

    หากอิรักยังไม่ทำตาม สหรัฐฯ อาจพิจารณามาตรการที่รุนแรงขึ้น รวมถึงการทบทวนความช่วยเหลือทางทหารและเศรษฐกิจทั้งหมด

    นานหลายปีที่ผ่านมา อิรักพยายามรักษาสมดุลระหว่างสหรัฐฯ (พันธมิตรหลักด้านความมั่นคง) กับอิหร่าน (อิทธิพลทางศาสนาและการเมืองภายใน)

    แต่หลังจากความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ ลุกลาม

    วอชิงตันไม่ยอมทนให้อิรัก “เหยียบเรือสองแคม” อีกแล้ว

    โดยเฉพาะเมื่อฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักถูกโจมตีบ่อยครั้งจากกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน

    นี่คือการกดดันแบบ “เลือกข้างเด็ดขาด”

    เพราะการเล่นสองหน้าต่อไปอาจทำให้อิรักเสียทั้งเพื่อนใหญ่ (สหรัฐฯ) และถูกอิหร่านใช้เป็นฐานโจมตี

    ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิรักก็เผชิญแรงกดดันภายในจากกลุ่มที่ภักดีต่ออิหร่าน ซึ่งมีอิทธิพลทางการเมืองภายในประเทศและความมั่นคงของประเทศที่ยังเปราะบางอยู่ไม่น้อย

    อิรักไม่ได้ถูกขอให้ “เป็นกลาง” อีกต่อไป
    แต่ถูกบังคับให้เลือกข้างในเกมอำนาจระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจึงเป็นเกมที่อันตรายสำหรับพวกเขา

    **คำถามท้าย:**

    คุณคิดว่าอิรักควร “เลือกข้างสหรัฐฯ” เพื่อความมั่นคงและเศรษฐกิจ
    หรือควร “ยืนใกล้ชิดอิหร่าน” ตามสายสัมพันธ์ทางศาสนาและการเมืองภายใน?

    และคุณมองว่า “การเล่นสองหน้า” ของอิรักในอดีต เป็นกลยุทธ์ที่ฉลาด หรือเป็นวางระเบิดเวลาตัวเอง?

    **คอมเมนต์บอกเราหน่อย** ว่าคุณเห็นด้วยกับข้อความตรง ๆ ของสหรัฐฯ ที่บอกว่า “เลือกข้างได้แล้ว” มากน้อยแค่ไหน
    (กดไลค์ ถ้าคุณคิดว่าอิรักควรเลือกข้างชัด ๆ / แชร์ ถ้าคุณอยากให้คนอื่นมาวิเคราะห์เกมนี้ด้วย)

    ---

    10 เมษายน 2569
    ที่มาข่าว: Al Jazeera, Reuters

    #สหรัฐอิรัก #อิหร่าน #ฐานทัพสหรัฐ #เลือกข้าง #geopolitics #ตะวันออกกลาง

    https://www.facebook.com/1000443073...SS9FxEUbStJ63rtv44CPYH6Uioel/?mibextid=NOb6eG
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทายดูครับ ว่าจ่าวไหนจะถูก

    'อิหร่าน' กร้าว! จะไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ ที่อิสลามาบัด จนกว่าอิสราเอลจะหยุดการโจมตี 'เลบานอน'

    https://www.facebook.com/share/1KziRX2hFL/

    Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางถึงกรุงอิสลามาบัดเพื่อเตรียมเจรจาสหรัฐฯ แล้ว นำทีมโดย "อารักชี" และ "กาลิบาฟ"

    #PPTVHD36

    https://www.facebook.com/share/14ahpJgqCaH/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "สันติภาพที่ถูกทรยศ" — เมื่ออาบูดาบีทลายวิมานหยุดยิงของทรัมป์

    ทั่วโลกเพิ่งจะได้ถอนหายใจยาวๆ หลัง "ดีลหยุดยิง 2 สัปดาห์" ระหว่างทรัมป์และอิหร่านถูกประกาศออกมาเมื่อเช้าวันที่ 8 เมษายน แต่ทว่ากลิ่นอายแห่งสันติภาพยังไม่ทันจางหาย ท้องฟ้าเหนืออ่าวเปอร์เซียกลับถูกย้อมด้วยสีเพลิงจากการโจมตีสายฟ้าแลบของ #สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ตัดสินใจ "#ลอบกัด” ไม่ประกาศสงครามแต่ลงมือก่อน สั่นคลอนระเบียบโลกที่วอชิงตันพยายามเซ็ตอัปไว้อย่างรุนแรง

    1. ภารกิจ "ทวงที่นั่งบนโต๊ะเจรจา": ทำไมต้องบอมบ์?

    การส่งฝูงบิน Mirage 2000-9 เข้าถล่มเกาะลาวันและเกาะซีรี ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางพลังงานของ #อิหร่าน ไม่ใช่เรื่องของความระห่ำชั่ววูบ แต่มันคือ "#ความวิตกกังวลถึงการอยู่รอด" ของ #ยูเออี:

    ความโดดเดี่ยวทางการทูต: ในขณะที่แวนซ์ (Vance) และจีนกำลังชูแก้วฉลองที่อิสลามาบัด ยูเออีกลับพบว่าตัวเองถูก "กันออกไปจากวง" ดีล 10 ประการที่ทรัมป์ยอมรับ มีกลิ่นอายของการมอบสิทธิสภาพนอกอาณาเขตใน #ช่องแคบฮอร์มุซ ให้อิหร่าน

    อำนาจการ "ล้มโต๊ะ (เจรจา)": ยูเออีต้องการส่งข้อความถึงทรัมป์ว่า อย่าริอาจกำหนดชะตากรรมของ #อ่าวเปอร์เซีย โดยไม่มีพวกเขา หากผลประโยชน์ของ "น้องเล็ก" ถูกมองข้าม "น้องเล็ก" คนนี้ก็พร้อมจะเผาบ้านให้วอดวายไปด้วยกัน

    2. "หมัดแลกหมัด": สงครามสมมาตรยุคใหม่

    อิหร่านไม่ได้รอช้า การตอบโต้ในช่วงบ่ายวันเดียวกันพิสูจน์ให้เห็นว่า "Digital Nerve" (ประสาทส่วนกลางทางดิจิทัล) ของชาติที่ร่ำรวยคือจุดตายที่เปราะบางที่สุด:

    อัมพาตทางการสื่อสาร: อิหร่านใช้โดรนพลีชีพ Shahed-136 พุ่งเป้าไปที่สถานีภาคพื้นดินและดาวเทียมสื่อสารของยูเออี จนระบบนำร่องเดินเรือและโครงข่ายการเงินล่มสลายชั่วคราว

    บทเรียนราคาแพง: นี่คือการส่งสัญญาณว่า ต่อให้คุณมีเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดจากตะวันตก แต่อิหร่านมีโดรนราคาถูกที่สามารถส่งคุณ "กลับสู่ยุคหิน" ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง หากคุณกล้าแตะต้องโรงกลั่นน้ำมันของพวกเขา

    3. #ซาอุดีอาระเบีย กับ "ความโกรธที่เงียบงัน"

    ท่าทีของเจ้าชาย MBS (มกุฎราชกุมารซาอุฯ) คือสิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับวอชิงตัน:

    ความเชื่อมั่นที่ติดลบ: ซาอุฯ ไม่ได้ร่วมวงถล่มกับยูเออี แต่การที่พวกเขานิ่งเฉยและปล่อยให้รัฐมนตรีต่างประเทศออกมาพูดเรื่อง "#Trust_is_broken" ยืนยันว่าพวกเขามองทรัมป์เป็น "#คู่ค้าที่พึ่งพาไม่ได้"

    ความกลัว "ทิ้งขยะไว้หลังบ้าน": ริยาดกังวลว่าทรัมป์จะประกาศชัยชนะปลอมๆ แล้วถอนทหารกลับบ้าน (Bring the boys home) ทิ้งให้พันธมิตรอาหรับเผชิญหน้ากับอิหร่านที่กำลังโกรธแค้นและมีนิวเคลียร์อยู่ในมือเพียงลำพัง

    เหตุการณ์วันที่ 8 เมษายนนี้ คือการ 'ตบหน้า' ยุทธศาสตร์ CEO ของทรัมป์อย่างจัง #ทรัมป์ พยายามปิดดีลด้วยการคุยกับอิหร่าน แต่เขาลืมไปว่า 'ผู้ถือหุ้นรายย่อย' ในพื้นที่อย่างยูเออีมีปืนอยู่ในมือ และพวกเขากลัวสูญเสียผลประโยชน์มากกว่ากลัวคำสั่งจากวอชิงตัน...

    สิ่งที่อาบูดาบีทำคือการพิสูจน์ว่า 'สัญญาที่ไม่มีกองกำลังภาคพื้นดินรองรับ คือขยะ' และในโลกที่มหาอำนาจเริ่มเสื่อมถอย เหล่า 'เจ้าถิ่น' จะเริ่มขยับตัวขึ้นมาคุมเกมเองตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

    14 วันที่อาจกลายเป็น 14 ชั่วโมง ดีลหยุดยิง 2 สัปดาห์ของทรัมป์กำลังเผชิญกับบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุด ในขณะที่แวนซ์กำลังเดินทางสู่ปากีสถานเพื่อจิบชาเจรจา แต่ควันไฟจากโรงกลั่นรูไวอิส (Ruwais) ของยูเออีที่ยังไม่ดับสนิท คือเครื่องเตือนใจว่า "ในตะวันออกกลาง... สันติภาพมักจะมาหลังการรบราฆ่าฟัน และข้อตกลงที่ยั่งยืนมักจะเขียนด้วยน้ำหมึกที่ผสมกับหยดน้ำมันและเลือดเท่านั้น

    #ChinaFocus

    Ref.: The Guardian/The Times of Israel/Sputnik

    https://www.facebook.com/share/1PgPGrSdi7/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "นาโตคือเส้นตาย" — ทำไมการถอนตัวจากพันธมิตร อาจหมายถึงจุดจบของทรัมป์?

    ท่ามกลางสมรภูมิในตะวันออกกลางที่ยังไม่สงบ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างความสั่นสะเทือนอีกครั้งผ่านบทสัมภาษณ์สื่ออังกฤษ The Telegraph เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยเขาสบถเรียก #นาโต (#NATO) ว่า "#เสือกระดาษ" และวิจารณ์พันธมิตรหลักอย่างอังกฤษว่า "#แก่ล้าสมัยและไร้กองทัพเรือที่ใช้งานได้" ท่าทีนี้ไม่ใช่แค่การระบายอารมณ์ แต่มันคือสัญญาณของการพยายามจะพาอเมริกาออกจากระเบียบโลกที่ตนเองสร้างขึ้น

    1. ชนวนเหตุ: "สงครามอิหร่าน" ที่ไร้เงาพันธมิตร

    สิ่งที่ทำให้ทรัมป์เดือดดาลที่สุดในเวลานี้คือการที่ยุโรป "เมิน" #สงครามอิหร่าน:

    ยุโรปปิดประตูใส่: สเปนปิดน่านฟ้าไม่ให้เครื่องบินรบอเมริกาผ่าน ส่วนอังกฤษปฏิเสธการใช้ฐานทัพในการโจมตีอิหร่าน

    เหตุผลของยุโรป: ทรัมป์และเนทันยาฮูเปิดศึกโดยไม่ปรึกษาพันธมิตร สงครามครั้งนี้ทำให้ยุโรปพังพินาศ ทั้งราคาพลังงานที่พุ่งสูงและอุตสาหกรรมรถยนต์ที่แบกรับต้นทุนไม่ไหว ยุโรปจึงมองว่านาโตมีไว้เพื่อ "ป้องกัน" ไม่ใช่เพื่อ "รังแกใครตามใจอเมริกา"

    2. NATO: รากฐานความมั่งคั่งที่ "ห้ามแตะ"

    NATO ไม่ใช่แค่กลุ่มทหาร แต่คือ "#เสาหลักแห่งอำนาจดอลลาร์":

    จุดเริ่มต้นของอำนาจ: หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐฯ ใช้ NATO เป็นข้ออ้างในการตั้งฐานทัพทั่วยุโรป และผูกระบบการเงินโลกไว้กับดอลลาร์ผ่าน #ระบบเบรตตันวูดส์

    ผลประโยชน์ของยักษ์ใหญ่: หากทรัมป์ถอนตัว #สหรัฐฯ จะสูญเสียอำนาจการควบคุมทางการทหาร ซึ่งจะส่งผลให้ "อำนาจเงินดอลลาร์ล่มสลาย" นี่คือการแตะต้อง "ขุมทรัพย์" ของเหล่ามหาอำนาจเงียบ (Deep State) และกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ

    3. คำเตือนถึงชะตากรรมแบบ "เคนเนดี"
    ส่วนที่น่าสนใจที่สุดคือการย้อนรอยประวัติศาสตร์:
    บทเรียนจาก JFK: ประธานาธิบดี #เคนเนดี เคยพยายามท้าทายอำนาจการออกเงินตราของเหล่า "จระเข้ยักษ์" ทางการเงิน ผลที่ตามมาคือการลอบสังหารและคำสาปที่ตามหลอนคนในตระกูลนานหลายทศวรรษ

    เดิมพันของทรัมป์: หากทรัมป์ดึงดันจะถอนตัวจากนาโต จนทำให้อเมริกาสูญเสียสถานะมหาอำนาจโลก (Hegemony) บรรดา "ผู้คุมกฎ" หลังฉากอาจจะไม่ยอมให้เขาและครอบครัวมีจุดจบที่สวยงาม

    ในอดีต อเมริกาโดดเดี่ยวได้เพราะเป็นโรงงานของโลก แต่ในวันนี้ที่อุตสาหกรรมในประเทศกลวงโบ๋ (Hollowed out) และจีนขึ้นมาเป็นยักษ์ใหญ่ทางการค้าแทน การที่อเมริกาจะทิ้ง 'อำนาจปืน' (NATO) เพื่อกลับไปอยู่ในกะลา (Isolationism) คือการฆ่าตัวตายทางเศรษฐกิจชัดๆ...

    ทรัมป์อาจจะคิดว่าตัวเองคือ 'ผู้เปลี่ยนเกม' แต่เขาต้องไม่ลืมว่าเกมนี้มี 'เจ้าของ' ที่พร้อมจะกวาดหมากทิ้งทันทีหากตัวขุนเริ่มทำลายกระดาน

    ความเป็นไปได้ในอนาคต: แม้ทรัมป์จะขู่ถอนตัวเป็นรายวัน แต่ในทางปฏิบัติเขาน่าจะ "ทำไม่ได้" เพราะ NATO ถูกผูกติดอยู่กับโครงสร้างความมั่นคงและการเงินที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ประธานาธิบดีคนเดียวจะตัดขาดได้โดยไม่เกิดความรุนแรงภายในประเทศ

    #ChinaFocus

    https://www.facebook.com/share/p/14h8nwwjZE7/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดิอาระเบียรายงานว่า

    การที่อิหร่านโจมตีท่อส่งน้ำมันสำคัญของประเทศไปยังทะเลแดง ล่าสุดทำให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันของประเทศลดลง 700,000 บาร์เรลต่อวัน โดยตั้งแต่สงครามอิหร่านเป็นต้นมาซาอุดิอาระเบียพึ่งพาทะเลแดงเป็นเส้นทางส่งออกหลักเนื่องจากไม่สามารถส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

    รายงานจากสำนักข่าวซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีโรงงานผลิตน้ำมันมานิฟาและคูไรส์ของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันของประเทศลดลง 600,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งโดยปกติในท่อส่งน้ำมันของซาอุดิอาระเบียจะมีกำลังการผลิตกว่า 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    ในขณะที่หากความเสียหายยังคงดำเนินต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดิอาระเบียจะยิ่งซ้ำเติมความปั่นป่วนอย่างมหาศาลต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลกที่เกิดจากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบ ฮอร์มุช ของอิหร่าน 

    แม้ว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่าน เพื่อแลกกับการให้อิหร่านเปิดช่องแคบแต่อิหร่านยังคงไม่ยอมทำตามข้อตกลงและยังคงมุ่งเน้นที่จะปิดช่องแคบต่อไป ตามรายงานของรัฐบาล UAE ผ่านบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี

    ช่องแคบฮอร์มุชเชื่อมต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับตลาดโลก ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันทั่วโลกผ่านเส้นทางน้ำนี้

    แมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันจาก Kpler กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดีว่า

    ผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวได้ปิดกำลังการผลิตไปประมาณ 13 ล้านบาร์เรลต่อวัน

    https://www.cnbc.com/2026/04/09/iran-war-oil-saudi-arabia-east-west-pipeline.html

    https://www.facebook.com/share/p/1Av5ibVC6Z/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับอียิปต์ในปี 1979 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในอียิปต์แม้แต่ลูกเดียว

    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับจอร์แดนในปี 1994 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในจอร์แดนแม้แต่ลูกเดียว

    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในปี 2020
    และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แม้แต่ลูกเดียว (ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว)

    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับบาห์เรนในปี 2020 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในบาห์เรนแม้แต่ลูกเดียว (ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว)

    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับโมร็อกโกในปี 2020
    และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในโมร็อกโกแม้แต่ลูกเดียว (ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว)

    อิสราเอลลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพกับซูดานในปี 2020 และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีการทิ้งระเบิดจากอิสราเอลลงในซูดานแม้แต่ลูกเดียว (ซึ่งก่อนหน้านั้นก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว)

    สาเหตุที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องทั้งกับอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ (เช่น ฮามาส และ ฮิซบุลลอฮ์) ในช่วงปี 2026 นี้ มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศ

    1. การกำจัดภัยคุกคามที่มีลักษณะ "มีอยู่เพื่อทำลายล้าง" (Existential Threat)
    อิสราเอลมองว่ารัฐบาลอิหร่านและกลุ่มติดอาวุธที่เป็นตัวแทน (Proxies) มีเป้าหมายสูงสุดคือการทำลายล้างรัฐอิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์รุนแรงในอดีต (เช่น 7 ตุลาคม 2023) โดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย ฮามาส บุกเข้าตามแนวชายแดนอิสราเอล สังหารชาวอิสราเอลและชาวไทย 1200 คน ในงานคอนเสิร์ต โดยมีแรงงาน ไทยเสียชีวิต 41 คนรวมอยู่ในนั้นด้วย ทำให้อิสราเอลเปลี่ยนนโยบายจาก "การป้องปราม" (Deterrence) เป็น "การทำลายขีดความสามารถ" (Dismantlement) เพื่อให้มั่นใจว่ากลุ่มเหล่านี้จะไม่สามารถก่อเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ได้อีก

    2. การยับยั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
    ในช่วงต้นปี 2026 ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากอิสราเอลและพันธมิตรประเมินว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านก้าวหน้าจนถึงระดับที่ใกล้จะผลิตอาวุธได้ รวมถึงการสะสมขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missiles) จำนวนมาก ซึ่งอิสราเอลถือเป็น "เส้นตาย" (Red Line) ที่ยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะจะส่งผลต่อความอยู่รอดของประเทศโดยตรง บอกก่อนหน้านี้อิหร่านได้ประกาศในเวทีรัฐสภาว่าจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิสราเอลถือคติ ว่าถ้าใครมาบอกว่าจะฆ่าคุณ ให้คุณเชื่อไว้ก่อน ว่าเขาจะทำจริง

    1.1คำกล่าวในลักษณะที่ว่า "จะลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก" เป็นจุดยืนที่อิหร่านแสดงออกอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ในระดับรัฐสภาเท่านั้น แต่ถูกบรรจุไว้ในอุดมการณ์ของรัฐ เพื่อแสดงจุดยืนในการต่อต้านลัทธิไซออนิสต์และการสนับสนุนปาเลสไตน์ อยู่เบื้องหลังการสนับสนุนผู้ก่อการร้ายต่างๆ

    2.2 อิสราเอล ถือ หลักการ "Preemptive Strike" (การโจมตีก่อนเพื่อป้องกัน) "Begin Doctrine" ของอิสราเอล ซึ่งมีหัวใจสำคัญคือ "อิสราเอลจะไม่ยอมให้ศัตรูที่ประกาศว่าจะทำลายตน พัฒนาอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง (เช่น นิวเคลียร์) ได้สำเร็จ"

    3. ยุทธศาสตร์ "ตัดวงจรล้อมกรอบ" (Breaking the Ring of Fire)
    อิหร่านได้สร้างเครือข่ายกลุ่มติดอาวุธล้อมรอบอิสราเอลไว้ทุกทิศทาง (กาซา, เลบานอน, ซีเรีย, เยเมน) อิสราเอลจึงมองว่าการหยุดยิงในจุดใดจุดหนึ่งโดยที่อิหร่านยังคงสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้อยู่ เป็นเพียงการเปิดโอกาสให้ศัตรูได้พักฟื้นและกลับมาโจมตีใหม่ ยุทธศาสตร์ปัจจุบันจึงเป็นการรุกคืบเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารของกลุ่มเหล่านี้ให้สิ้นซาก

    4. การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง (Regime Change)
    นักวิเคราะห์หลายท่านมองว่า ปฏิบัติการทางทหารในช่วงปี 2025-2026 (เช่น Operation Epic Fury) ไม่ได้หวังเพียงแค่หยุดขีปนาวุธ แต่เป้าหมายลึก ๆ คือการสร้างแรงกดดันให้เกิดความสั่นคลอนภายในอิหร่าน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ลดท่าทีเป็นปฏิปทต่ออิสราเอลลง

    อิสราเอลให้เหตุผลว่าการ "หยุดสงคราม" ในขณะที่ภัยคุกคามยังไม่ถูกกำจัดอย่างถาวร คือการ "ประวิงเวลาไปสู่สงครามที่เลวร้ายกว่าเดิม" ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะเผชิญหน้าโดยตรงเพื่อ

    ปกป้องพลเรือน ลดโอกาสการถูกโจมตีด้วยจรวดและโดรนรายวันตัดเส้นทางการเงินและอาวุธจากอิหร่านที่ส่งให้กลุ่มติดอาวุธ

    สร้างระเบียบใหม่ในภูมิภาค เพื่อไม่ให้กลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ (Non-state actors) มีอำนาจเหนือรัฐบาลในประเทศเพื่อนบ้าน.

    https://www.facebook.com/share/1AuvmdBExi/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกรัฐมนตรี "โรเบิร์ต โกลอบ" แห่งสโลวีเนียได้เข้าร่วมกับสเปนในการเรียกร้องให้ระงับข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและอิสราเอล โดยอ้างถึงการโจมตีเลบานอนส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น
    FB_IMG_1775811810932.jpg
    โกลอบกล่าวถึงสถานการณ์ในเลบานอน:
    "แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง อิสราเอลกลับโจมตีเลบานอนอย่างหนักที่สุด และเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมายต่อพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพลเรือนจำนวนมาก รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย"

    "ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโหดเหี้ยม ขัดขวางความพยายามสร้างสันติภาพ และเพิ่มความทุกข์ทรมานให้กับประชาชนชาวเลบานอนมากขึ้น"

    "ผมเข้าร่วมกับข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีสเปนในการระงับข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปและอิสราเอล"

    "เราไม่ควรปล่อยให้เลบานอนกลายเป็นกาซาแห่งใหม่"


    https://www.facebook.com/share/p/189fMWKfsV/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ Skynet Moment ของจริงมาแล้ว — Mythos แฮกได้ทุกระบบบนโลก เฟด+คลัง เรียกประชุมลับ CEO Bank กลางดึก

    ถ้าบอกว่ามี AI ที่แฮกได้ทุก Windows, ทุก Mac, ทุก Chrome, ทุก Safari บนโลกใบนี้… คุณจะเชื่อไหม?

    เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้นจริงแล้วค่ะ

    สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้นิคกี้ต้องเขียนเรื่องนี้ทันทีเลย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบ 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา มันไม่ใช่แค่ข่าว IT ธรรมดา มันคือจุดเปลี่ยนของโลกค่ะ จุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐมนตรีคลังสหรัฐกับประธานเฟดต้องโทรเรียก CEO ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาประชุมฉุกเฉินกลางดึก และทำให้หุ้น cybersecurity สั่นสะเทือนไปทั้งกระดาน

    เรื่องมันเริ่มต้นแบบนี้ค่ะ…

    ”มันหลุดออกมาแล้ว"

    วันอังคารที่ 8 เมษายน 2026 Anthropic บริษัท AI สัญชาติอเมริกันที่สร้าง Claude ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี่แหละค่ะ ประกาศเปิดตัว AI โมเดลรุ่นใหม่ชื่อ "Claude Mythos Preview" โมเดลอเนกประสงค์ที่ทรงพลังกว่ารุ่นก่อนหน้าทุกตัว

    แต่สิ่งที่ทำให้ Silicon Valley ทั้งหุบเขาเงียบกริบคือ Anthropic ตัดสินใจ ไม่ปล่อยให้คนทั่วไปใช้

    ทำไมน่ะหรือคะ?

    เพราะตอนที่ทีมความปลอดภัยภายในของ Anthropic เอง ซึ่งเรียกว่า Frontier Red Team นำ Mythos ไปทดสอบ สิ่งที่พวกเขาเจอทำให้ต้องหยุดหายใจค่ะ

    Mythos สามารถค้นหาช่องโหว่ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่ามีอยู่ หรือที่เรียกว่า zero-day vulnerability แล้วลงมือเจาะระบบได้สำเร็จใน ระบบปฏิบัติการหลักทุกตัว และ เว็บเบราว์เซอร์หลักทุกตัว บนโลกใบนี้ เมื่อมีคนสั่งให้ทำ

    อ่านอีกรอบนะคะ ทุกตัว

    ไม่ใช่แค่ค้นหาเจอนะคะ แต่มันเขียนวิธีโจมตีที่ใช้งานได้จริงขึ้นมาเองด้วย โดยไม่ต้องมีมนุษย์ช่วย หลังจากได้รับคำสั่งเริ่มต้นแค่ครั้งเดียว พนักงาน Anthropic คนหนึ่งถึงกับพูดว่า โมเดลนี้ "should feel terrifying" ควรทำให้คุณรู้สึกกลัว

    แล้วมันก็น่ากลัวจริงๆ ค่ะ

    ⚠️ สายด่วนจากวอชิงตัน

    ข่าวเรื่อง Mythos ยังไม่ทันเย็น แค่ 2 วันหลังจาก Anthropic ประกาศ สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือฉากที่เหมือนหลุดออกมาจากหนัง thriller ค่ะ

    Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กับ Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ร่วมกันออก "หมายเรียก" ฉุกเฉินถึง CEO ของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้มาประชุมที่สำนักงานกระทรวงการคลังในกรุงวอชิงตัน

    การประชุมนี้ถูกจัดขึ้นแบบ short notice กะทันหันมาก ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า Bloomberg รายงานว่าเป็นการประชุมที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน (previously unreported)

    CEO ที่ถูกเรียกตัวมา ล้วนเป็นผู้นำจากสถาบันการเงินที่ถูกจัดให้เป็น "Systemically Important" หรือธนาคารที่สำคัญต่อเสถียรภาพของระบบการเงินโลก ถ้าธนาคารพวกนี้ล้ม โลกล้มตามค่ะ

    รายชื่อที่มาครบ ได้แก่ Jane Fraser จาก Citigroup, Ted Pick จาก Morgan Stanley, Brian Moynihan จาก Bank of America, Charlie Scharf จาก Wells Fargo และ David Solomon จาก Goldman Sachs ส่วน Jamie Dimon จาก JPMorgan ไม่สามารถเข้าร่วมได้ค่ะ

    วัตถุประสงค์ของการประชุม? เพื่อให้แน่ใจว่าธนาคารเหล่านี้ ตระหนักถึงความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นจาก Mythos และโมเดล AI ลักษณะคล้ายกันที่อาจตามมาในอนาคต และกำลัง เตรียมมาตรการป้องกันระบบ ของตัวเองอยู่

    ลองนึกภาพตามนะคะ รัฐมนตรีคลังกับประธานเฟดไม่เคยเรียกประชุม CEO แบงก์แบบฉุกเฉินกลางสัปดาห์เพราะเรื่อง AI มาก่อนเลย นี่คือครั้งแรก และมันบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากเกี่ยวกับระดับความกังวลของหน่วยงานกำกับดูแลค่ะ

    Mythos ทำอะไรได้ — และทำไมมันถึงน่ากลัวขนาดนี้

    เอาล่ะค่ะ ถึงเวลาลงลึกแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า AI ที่แฮกระบบได้มันเป็นเรื่องจริงหรือแค่ PR ของบริษัท Anthropic ปล่อยบล็อกโพสต์เทคนิคออกมาแบบละเอียดยิบ และสิ่งที่เขียนอยู่ในนั้นมันทำให้คนในวงการ security ต้องอ่านซ้ำหลายรอบค่ะ

    ความก้าวกระโดดที่ไม่มีใครคาดคิด

    เพื่อให้เห็นภาพว่า Mythos มันข้ามขั้นไปแค่ไหน ลองเทียบกับโมเดลรุ่นก่อนหน้าอย่าง Claude Opus 4.6 กันค่ะ เมื่อเดือนก่อน Anthropic เองเคยเขียนไว้ว่า Opus 4.6 "เก่งในการค้นหาและแก้ไขช่องโหว่มากกว่าการโจมตี" โดยมีอัตราสำเร็จในการเขียน exploit อัตโนมัติ ใกล้ 0%

    แต่ Mythos? มันอยู่คนละจักรวาลเลยค่ะ

    ในการทดสอบกับช่องโหว่ใน JavaScript engine ของ Firefox 147 (ที่ถูกแพตช์แล้วใน Firefox 148) Opus 4.6 สร้าง exploit ที่ใช้งานได้สำเร็จแค่ 2 ครั้ง จากหลายร้อยความพยายาม Mythos สร้างสำเร็จ 181 ครั้ง และควบคุม register ได้อีก 29 ครั้ง

    จาก 2 เป็น 181 ค่ะ นี่ไม่ใช่การปรับปรุง นี่คือการ ข้ามมิติ

    แล้วที่น่ากลัวที่สุดคือ Anthropic บอกว่าพวกเขา ไม่ได้ตั้งใจฝึก ให้ Mythos มีความสามารถด้าน cyber เลย ความสามารถเหล่านี้ "โผล่ขึ้นมาเอง" จากการปรับปรุงทั่วไปในด้านการเขียนโค้ด การใช้เหตุผล และความเป็นอิสระในการทำงาน

    พูดง่ายๆ คือ ยิ่ง AI ฉลาดขึ้นเท่าไหร่ ความสามารถในการเจาะระบบก็ยิ่งพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยที่ไม่มีใครสั่งให้มันเรียนรู้เรื่องนี้เลย

    บั๊กอายุ 27 ปี ที่ไม่เคยมีมนุษย์เจอ

    Mythos ค้นพบช่องโหว่อายุ 27 ปี ใน OpenBSD ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลก คำว่า "security-focused" เป็นคำแรกๆ ที่ปรากฏในหน้า Wikipedia ของมันเลยค่ะ

    ช่องโหว่นี้อยู่ในระบบ SACK ของ TCP ซึ่งเป็นโปรโตคอลพื้นฐานของการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต

    สิ่งที่ Mythos เจอคือบั๊กที่ซับซ้อนมากเกี่ยวกับ signed integer overflow ที่ทำให้เงื่อนไขที่ "เป็นไปไม่ได้" ตามตรรกะปกติกลับเกิดขึ้นจริงในโค้ด ส่งผลให้ kernel เขียนข้อมูลไปยัง null pointer และทำให้เครื่อง crash ทั้งเครื่อง

    ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถใช้ช่องโหว่นี้ทำให้เครื่อง OpenBSD ล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งอาจทำให้เครือข่ายขององค์กรหรือบริการอินเทอร์เน็ตหลักหยุดทำงานได้

    ต้นทุนในการค้นหาบั๊กตัวนี้? ต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,700 บาทค่ะ (แม้ว่าต้นทุนรวมของการสแกนหลายพันรอบจะอยู่ที่ต่ำกว่า 20,000 ดอลลาร์)

    ⚠️ FFmpeg: 5 ล้านครั้งที่ fuzzer พลาด

    อีกกรณีหนึ่งที่น่าทึ่งไม่แพ้กัน Mythos ค้นพบช่องโหว่อายุ 16 ปี ใน FFmpeg ซึ่งเป็นไลบรารีประมวลผลวิดีโอที่แทบทุกบริการวิดีโอบนโลกใช้ ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Netflix, หรืออะไรก็ตามที่เล่นวิดีโอได้

    FFmpeg เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ถูกทดสอบด้วย fuzzer (เครื่องมือที่ส่งข้อมูลแบบสุ่มเข้าไปเพื่อหา crash) อย่างหนักหน่วงที่สุดในโลก มีงานวิจัยทั้งฉบับที่เขียนเกี่ยวกับวิธี fuzz ไลบรารีสื่อแบบนี้โดยเฉพาะ

    แต่บั๊กที่ Mythos เจอในตัวถอดรหัส H.264 นั้น เครื่องมือ fuzzer สแกนบรรทัดโค้ดนี้มาแล้ว 5 ล้านครั้ง โดยไม่เคยตรวจพบ บั๊กพื้นฐานมีมาตั้งแต่ commit ปี 2003 และกลายเป็นช่องโหว่ที่ใช้โจมตีได้จริงเมื่อโค้ดถูก refactor ในปี 2010

    นี่คือความแตกต่างเชิงคุณภาพระหว่าง AI กับเครื่องมือแบบเดิมค่ะ มันไม่ได้แค่ลองสุ่มหาบั๊ก มันอ่านโค้ดแล้ว "เข้าใจ" ตรรกะ และเห็นจุดที่คนพลาดมาตลอด 16 ปี

    ⌛️ FreeBSD: จากศูนย์สู่ root ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    กรณีที่น่ากลัวที่สุดคือช่องโหว่ remote code execution อายุ 17 ปี ใน FreeBSD ค่ะ Mythos ค้นพบ และ เขียน exploit ที่ใช้งานได้จริงทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องเลยหลังจากคำสั่งเริ่มต้น

    ช่องโหว่นี้อยู่ใน NFS server ที่ทำงานใน kernel และอนุญาตให้ใครก็ตามบนอินเทอร์เน็ตที่ไม่ได้รับการยืนยันตัวตน สามารถได้รับสิทธิ์ root เต็มรูปแบบ บนเครื่องเป้าหมาย ช่องโหว่นี้ได้รับการจดทะเบียนเป็น CVE-2026-4747

    exploit ที่ Mythos เขียนใช้เทคนิค ROP (Return Oriented Programming) ซึ่งเป็นการนำโค้ดที่มีอยู่แล้วใน kernel มาจัดเรียงใหม่ให้ทำสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ปัญหาคือ ROP chain ทั้งหมดยาวกว่า 1,000 bytes ขณะที่มีพื้นที่ใช้ได้แค่ 200 bytes

    Mythos แก้ปัญหานี้อย่างชาญฉลาดด้วยการ แบ่งการโจมตีออกเป็น 6 RPC request ที่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ตามลำดับ โดย 5 request แรกเตรียมข้อมูลในหน่วยความจำทีละชิ้น และ request ที่ 6 เรียกฟังก์ชันที่เพิ่ม public key ของผู้โจมตีเข้าไปในไฟล์ authorized_keys ของ root

    เสร็จสิ้นค่ะ เข้าเครื่องได้เต็มรูปแบบ จากระยะไกล ไม่ต้องมีรหัสผ่าน

    เว็บเบราว์เซอร์ทุกตัว: JIT Heap Spray + Sandbox Escape

    Mythos ยังค้นพบและเจาะช่องโหว่ใน เว็บเบราว์เซอร์หลักทุกตัว ค่ะ ในกรณีหนึ่ง มันเขียน exploit ที่ร้อยเรียงช่องโหว่ 4 จุด เข้าด้วยกัน โดยใช้เทคนิค JIT heap spray ที่ซับซ้อนเพื่อหลุดออกจากทั้ง renderer sandbox และ OS sandbox

    ในอีกกรณีหนึ่ง มันเชื่อมต่อ exploit เหล่านี้เข้ากับ sandbox escape และ local privilege escalation จนสามารถสร้างหน้าเว็บที่เมื่อเหยื่อเข้าชม ผู้โจมตีจะสามารถ เขียนข้อมูลลงใน kernel ของระบบปฏิบัติการ ได้โดยตรง

    แปลเป็นภาษาคนทั่วไปก็คือ แค่คุณคลิกเข้าเว็บไซต์หนึ่ง แฮกเกอร์ก็สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณได้ทั้งเครื่อง ซึ่งนี่เป็นระดับที่ก่อนหน้านี้มีแค่ทีมแฮกเกอร์ระดับรัฐ (state-sponsored) เท่านั้นที่ทำได้ค่ะ

    Cryptography Libraries ก็ไม่รอด

    Mythos ยังพบช่องโหว่ในไลบรารีเข้ารหัสลับที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก ในอัลกอริทึมและโปรโตคอลอย่าง TLS, AES-GCM และ SSH ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถปลอมแปลงใบรับรอง (certificate forgery) หรือ ถอดรหัสการสื่อสารที่เข้ารหัสไว้ ได้

    นึกภาพตามนะคะ สิ่งที่ปกป้องธุรกรรมออนไลน์ของเราทุกครั้งที่เราเข้าเว็บแบงก์กิ้ง ทุกครั้งที่เราจ่ายเงินออนไลน์ มันก็คือ protocol เหล่านี้ค่ะ

    Linux Kernel: ร้อยเรียง 4 ช่องโหว่เป็นเส้นทางสู่ root

    สิ่งที่ทำให้คนในวงการ security ทึ่งที่สุดอาจเป็นความสามารถของ Mythos ในการ "chain" หรือร้อยเรียงช่องโหว่หลายจุดเข้าด้วยกัน ใน Linux kernel ซึ่งมีมาตรการป้องกันแบบหลายชั้น (defense in depth) ช่องโหว่เดียวมักไม่เพียงพอที่จะยึดครองระบบได้ แต่ Mythos แสดงให้เห็นว่ามันสามารถค้นหาและเชื่อมโยงช่องโหว่ 2, 3 หรือบางครั้งถึง 4 จุด เข้าด้วยกันเพื่อให้ได้สิทธิ์ root เต็มรูปแบบ

    ในตัวอย่างหนึ่ง Mythos ใช้ช่องโหว่ตัวแรกเพื่อ bypass KASLR (ระบบสุ่มตำแหน่งของ kernel ในหน่วยความจำ) ใช้ช่องโหว่ตัวที่สองเพื่ออ่านเนื้อหาของ struct สำคัญ ใช้ช่องโหว่ตัวที่สามเพื่อเขียนข้อมูลลงในพื้นที่หน่วยความจำที่ถูกปล่อยไปแล้ว แล้วเชื่อมทั้งหมดเข้ากับ heap spray ที่วางข้อมูลไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้องพอดี สุดท้ายก็ได้สิทธิ์ root ค่ะ

    Anthropic เตือนว่ามาตรการป้องกันที่พึ่งพา "ความยุ่งยาก" (friction) แทนที่จะเป็น "กำแพงแข็ง" (hard barriers) อาจอ่อนแอลงอย่างมากเมื่อเผชิญกับผู้โจมตีที่มี AI ช่วย เพราะ AI ไม่รู้จักเบื่อ ไม่เหนื่อย และบดขยี้ขั้นตอนที่น่าเบื่อเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว

    ต้นทุนน่าตกใจ: exploit ระดับ expert ในราคาแค่หลักหมื่น

    สิ่งที่ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีกคือต้นทุนค่ะ exploit ที่เคยต้องใช้นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญทำงานเป็นสัปดาห์ ตอนนี้ Mythos ทำได้ภายในเวลาไม่ถึงวัน ด้วยต้นทุนต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 68,000 บาท สำหรับ exploit ที่ซับซ้อนระดับ chain หลายช่องโหว่เข้าด้วยกัน และสำหรับ exploit ที่ง่ายกว่าอย่างเช่นกรณี FreeBSD ต้นทุนต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ นี่หมายความว่ากำแพงต้นทุนที่เคยกั้นไม่ให้แฮกเกอร์ทั่วไปเข้าถึงการโจมตีระดับ state-sponsored กำลังจะพังทลายลงค่ะ

    ️ Project Glasswing — แผนป้องกันก่อนวันสิ้นโลก

    Anthropic ไม่ได้แค่ประกาศแล้วหนี พวกเขาตั้งโครงการที่ชื่อว่า "Project Glasswing" ขึ้นมา โดยรวบรวมพันธมิตรระดับโลกอย่าง Amazon, Apple, Microsoft, Cisco รวมถึง JPMorgan เข้ามาร่วม

    แนวคิดคือให้บริษัทเหล่านี้ได้ใช้ Mythos ทดสอบระบบของตัวเอง ค้นหาช่องโหว่ก่อนที่โมเดล AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะจาก Anthropic เอง หรือจากค่ายอื่น จะแพร่กระจายออกไป

    Newton Cheng หัวหน้าทีมไซเบอร์ของ Frontier Red Team ที่ Anthropic กล่าวว่า "นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของ Anthropic นี่คือปัญหาระดับอุตสาหกรรมที่ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐต้องรับมือ สิ่งที่เราพยายามทำกับ Glasswing คือ ให้ฝ่ายป้องกันได้เริ่มก่อน"

    Anthropic ยังระบุว่าได้หารือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเกี่ยวกับความสามารถด้านไซเบอร์ของ Mythos ก่อนที่จะเปิดตัว แม้จะไม่เปิดเผยว่าเป็นหน่วยงานใด แต่มีการอ้างถึงความร่วมมือที่มีอยู่แล้วกับ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) และ NIST (National Institute of Standards and Technology) ค่ะ

    Anthropic ยังบอกอีกว่ามีช่องโหว่ หลายพันรายการ ในระดับ high และ critical severity ที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการเปิดเผยอย่างรับผิดชอบ (responsible disclosure) โดยได้จ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากภายนอกมาช่วยตรวจสอบทุกรายงานก่อนส่งให้ผู้ดูแลระบบ ในจำนวนรายงาน 198 ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 89% เห็นด้วยกับระดับความรุนแรงที่โมเดลประเมินไว้ทุกประการ และ 98% อยู่ภายในหนึ่งระดับความรุนแรง ซึ่งหมายความว่าถ้าผลลัพธ์เหล่านี้คงที่ จะมีช่องโหว่ระดับ critical อีกกว่าพันรายการ และ high อีกหลายพันรายการที่รอเปิดเผยอยู่ค่ะ

    Distillation War — สงครามใต้ดินที่ทำให้ทุกอย่างซับซ้อนขึ้น

    แต่เรื่องไม่ได้จบแค่ cybersecurity ค่ะ การตัดสินใจจำกัดการเปิดตัว Mythos ยังเกี่ยวข้องกับอีกหนึ่งศึกที่กำลังร้อนแรงในวงการ AI นั่นคือ adversarial distillation ซึ่งเป็นเทคนิคที่ผู้พัฒนา AI จากจีนถูกกล่าวหาว่าใช้ดึงความรู้จากโมเดลของสหรัฐไปสร้างโมเดลของตัวเองด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่ามาก

    Bloomberg รายงานว่า Anthropic, OpenAI และ Google ซึ่งปกติเป็นคู่แข่งกันดุเดือด กำลัง แลกเปลี่ยนข้อมูล กันเรื่องวิธีป้องกัน distillation

    เจ้าหน้าที่สหรัฐประเมินว่าการ distillation ที่ไม่ได้รับอนุญาตทำให้บริษัท AI ของสหรัฐ สูญเสียผลกำไรหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี และยิ่งน่าเป็นห่วงเมื่อโมเดลที่ถูก distill มักขาด safety guardrails ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการใช้งานที่เป็นอันตราย ซึ่งในยุคที่มีโมเดลอย่าง Mythos ที่มีศักยภาพในการทำลายล้างซอฟต์แวร์สำคัญ เรื่องนี้ก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นไปอีกค่ะ

    OpenAI เองก็กำลังเตรียมผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถด้านไซเบอร์ที่สูงขึ้นเพื่อปล่อยให้พันธมิตรที่ได้รับคัดเลือก โดยก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวโปรแกรมนำร่องที่ต้องการให้เครื่องมือของตน "อยู่ในมือของฝ่ายป้องกันก่อน" เช่นเดียวกับ Anthropic ค่ะ

    ‼️สิ่งที่ต้องทำ — ก่อนที่จะสายเกินไป

    Anthropic ให้คำแนะนำที่ชัดเจนสำหรับฝ่ายป้องกันค่ะ

    เริ่มใช้ AI ค้นหาช่องโหว่ตั้งแต่ตอนนี้ แม้ว่าจะยังไม่มี Mythos ให้ใช้ แต่โมเดลที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่าง Claude Opus 4.6 และโมเดลอื่นๆ ก็สามารถพบช่องโหว่ระดับ high และ critical ได้แล้วในแทบทุกที่ที่ลองค้นหา การเริ่มออกแบบ scaffold และกระบวนการทำงานกับโมเดลปัจจุบันจะเป็นการเตรียมตัวที่มีค่าสำหรับเมื่อโมเดลระดับ Mythos พร้อมใช้งาน

    ลดระยะเวลาในการแพตช์ลงให้สั้นที่สุด เพราะเมื่อ AI สามารถเปลี่ยน CVE identifier กับ git commit hash ให้เป็น exploit ที่ใช้งานได้จริงอย่างอัตโนมัติ หน้าต่างเวลาระหว่าง "เปิดเผยช่องโหว่" กับ "ถูกโจมตี" จะหดสั้นลงอย่างมาก กระบวนการแพตช์แบบเดิมที่รอจนถึงรอบปกติอาจไม่เพียงพออีกต่อไป

    ทบทวนนโยบาย vulnerability disclosure ให้รองรับปริมาณบั๊กที่ AI อาจค้นพบ และเตรียม แผน contingency สำหรับกรณีที่มีช่องโหว่ร้ายแรงถูกรายงานในซอฟต์แวร์เก่าที่ไม่มีทีมดูแลแล้ว

    ทำ incident response ให้เป็นอัตโนมัติ เพราะเมื่อการค้นพบช่องโหว่เร่งตัวขึ้น จำนวนเหตุการณ์ที่ต้องตอบสนองจะเพิ่มขึ้นตาม โมเดล AI ควรรับภาระงานเทคนิคส่วนใหญ่ ตั้งแต่การ triage alerts การสรุปเหตุการณ์ การจัดลำดับความสำคัญว่าอะไรต้องให้มนุษย์ดู ไปจนถึงการร่าง postmortem เบื้องต้นค่ะ

    บทสรุป: จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดจบ

    Anthropic ปิดท้ายบล็อกโพสต์ด้วยข้อความที่หนักแน่นมากค่ะ พวกเขาบอกว่า ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่า Mythos คือจุดที่ความสามารถด้าน cybersecurity ของ AI จะหยุดพัฒนา

    แต่แนวโน้มชัดเจน เพียงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ language model ยังไม่สามารถ exploit ช่องโหว่ที่ซับซ้อนได้เลย และไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้นอีก มันยังค้นหาช่องโหว่สำคัญไม่ได้ด้วยซ้ำ ในระยะยาว Anthropic เชื่อว่าฝ่ายป้องกันจะได้เปรียบ และโลกจะปลอดภัยขึ้นด้วยซอฟต์แวร์ที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งโดย AI แต่ช่วงเปลี่ยนผ่าน? มันจะเป็นช่วงที่ "เต็มไปด้วยอันตราย"

    หลังจากที่วงการ security อยู่ในสมดุลที่ค่อนข้างคงที่มาตลอด 20 ปี นับตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ตในช่วงต้นปี 2000 การโจมตีที่เราเห็นในวันนี้ยังคงมีรูปแบบคล้ายกับการโจมตีในปี 2006 แต่ตอนนี้ สมดุลนั้นกำลังจะถูกพลิกค่ะ

    Anthropic เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ SHA-3 competition ที่เริ่มในปี 2006 ทั้งที่ SHA-2 ยังไม่ถูก break (และยังไม่ถูก break จนถึงวันนี้) หรือ post-quantum cryptography workstream ที่ NIST เริ่มในปี 2016 ทั้งที่รู้ว่า quantum computer ยังอีกนานกว่าจะมาถึง แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เพราะ ภัยคุกคามไม่ได้เป็นสมมติฐานอีกต่อไป โมเดล AI ขั้นสูงอยู่ตรงนี้แล้ว และ Mythos เป็นเพียง จุดเริ่มต้น เท่านั้น

    มุมมอง Beauty Investor

    นิคกี้มองว่าเรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่หลายคนคิดค่ะ มันไม่ใช่แค่ข่าว tech เรื่องนี้จะกระทบตลาดการเงินโดยตรง ตั้งแต่หุ้นกลุ่ม cybersecurity ที่ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้าน IT security ของทุกบริษัทจดทะเบียนที่จะต้องพุ่งขึ้น ไปจนถึงแนวทางการกำกับดูแล AI ที่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

    สำหรับนักลงทุน ต้องจับตาดูทั้งฝั่ง "ผู้ถูก disrupt" คือบริษัท cybersecurity แบบเดิมที่อาจถูกทำให้ล้าสมัย และฝั่ง "ผู้ได้ประโยชน์" คือบริษัทที่ปรับตัวได้เร็วพอที่จะใช้ AI เป็นเครื่องมือป้องกัน รวมถึงบริษัท AI เองที่จะได้ revenue stream ใหม่จากบริการ security

    แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ Ray Kurzweil พูดไว้ในงาน HumanX เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สรุปได้ดีค่ะ

    ตอนที่ผมทำนายในปี 1999 ว่า AGI จะมาถึงในปี 2029 ข้อถกเถียงใหญ่คือ 'มันจะเกิดขึ้นจริงหรือ?' ตอนนี้ข้อถกเถียงกลายเป็น 'มันจะดีกับมนุษย์หรือเปล่า?'

    คำถามที่ดีมากค่ะ และหลังจากเห็นสิ่งที่ Mythos ทำได้ นิคกี้คิดว่าคำตอบมันจะขึ้นอยู่กับว่าเราเตรียมตัวรับมือได้ดีแค่ไหน

    ติดตามกันต่อนะคะ เรื่องนี้ยังไม่จบแน่นอน

    #BeautyInvestor #Cybersecurity #Anthropic #Mythos #AIRisk #WallStreet #ProjectGlasswing #CyberThreats

    https://www.facebook.com/share/p/1Fh6HPyLcg/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    New York Times รายงานสถานการณ์ตะวันออกกลาง “สงครามในตะวันออกกลางกระตุ้นให้ราคาสินค้าในจีนสูงขึ้น ภาวะเงินฝืดที่กดดันโรงงานจีนมานานสามปีครึ่งได้พลิกผันเมื่อเดือนที่แล้ว เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ”

    สงครามตะวันออกกลางกลายเป็น “แรงสะเทือนจากภายนอก” ที่เขย่าเศรษฐกิจจีนอย่างไม่คาดคิด หลังจากโรงงานจีนเผชิญภาวะราคาสินค้าตกต่ำมานานกว่าสามปี สถานการณ์กลับพลิกทันทีเมื่อราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งแรงกระเพื่อมเข้าสู่ต้นทุนการผลิต

    ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ราคาหน้าโรงงานของจีนเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนว่าความถูกซึ่งเคยเป็นปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจจีนกำลังหมดไป ต้นเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้พลังงานและวัตถุดิบขาดแคลน ราคาน้ำมันและโลหะอย่างอะลูมิเนียมจึงปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    สิ่งที่น่าสนใจคือ โลกตะวันตกกำลังกังวล “เงินเฟ้อ” แต่จีนก่อนหน้านี้กลับต้องสู้กับ “เงินฝืด” โรงงานจำนวนมากถูกบีบให้ขายสินค้าราคาถูกลงเรื่อย ๆ รายได้และค่าจ้างจึงซบเซา ภาวะเงินฝืดทำให้ธุรกิจชำระหนี้ยากและบั่นทอนความเชื่อมั่นจนรัฐบาลจีนถึงกับหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหานี้ในที่สาธารณะ

    แม้ราคาผู้ผลิตเริ่มฟื้น แต่ข่าวดีอาจไม่เต็มที่ เพราะต้นทุนที่สูงขึ้นมาจากวัตถุดิบนำเข้า ไม่ใช่อุปสงค์ภายในประเทศ นั่นหมายความว่ากำไรของโรงงานจีนอาจไม่ได้ดีขึ้นจริง เพียงแค่ “ต้นทุนแพงขึ้น” มากกว่าจะ “ขายได้มากขึ้น”

    ในฝั่งผู้บริโภค ภาพยังอ่อนแรง ราคาสินค้าขึ้นเพียงเล็กน้อยหลังแรงจับจ่ายช่วงตรุษจีนหมดไป ปัญหาหลักยังคงเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา ทำให้คนจีนระมัดระวังการใช้เงิน อีกทั้งราคาหมูซึ่งเป็นอาหารหลักลดลงแรงจากอุปทานล้นตลาด ยิ่งกดเงินเฟ้อให้ต่ำ

    นัยสำคัญของข่าวนี้ไม่ได้หยุดแค่จีน เพราะจีนเป็นโรงงานของโลก หากต้นทุนการผลิตจีนสูงขึ้น ราคาสินค้าที่ส่งไปยังสหรัฐและประเทศอื่นก็อาจขยับตาม สงครามที่เกิดห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรจึงอาจกลายเป็นแรงผลักเงินเฟ้อรอบใหม่ของเศรษฐกิจโลก

    ภาพรวมคือ เศรษฐกิจจีนกำลังเปลี่ยนจาก “ยุคของราคาถูกเพราะอ่อนแอ” ไปสู่ “ยุคราคาแพงเพราะโลกปั่นป่วน” แต่การฟื้นตัวครั้งนี้ยังเปราะบาง เพราะไม่ได้เกิดจากความแข็งแรงภายใน หากเกิดจากแรงกระแทกจากภายนอกมากกว่า.
    https://www.facebook.com/share/p/1EA85Pgsim/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Apr 10, 2026 ปรับใหม่! กรมบัญชีกลางขยายฐานราคาน้ำมันในตารางคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง รับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง
    .
    นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางดำเนินการขยายตารางรายละเอียดประกอบการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมัน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่มีผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำมันดิบในตลาดโลก ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานก่อสร้างของภาครัฐโดยตรง ทั้งในด้านค่าขนส่งวัสดุ ค่าใช้จ่ายเครื่องจักร และต้นทุนการดำเนินงานอื่น ๆ ซึ่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และหลักเกณฑ์การกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงให้ทันต่อสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การคำนวณราคากลางสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และลดความเสี่ยงต่อปัญหาการทิ้งงานหรือการลดคุณภาพงานก่อสร้าง กรมบัญชีกลางจึงได้ขยายช่วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 50.99 บาทต่อลิตร เป็นไม่เกิน 69.99 บาทต่อลิตร สำหรับใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง โดยครอบคลุมตารางการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการประกาศกำหนด จำนวน 6 ตาราง ได้แก่
    1. ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 6 ล้อ
    2. ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 10 ล้อ
    3. ตารางค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง กรณีของรถบรรทุก 10 ล้อ และรถลากพ่วง
    4. ตารางค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม
    5. ตารางอัตราราคางานดิน (Operating Cost) งานก่อสร้างชลประทาน
    6. ตารางอัตราราคางานปรับปรุงฐานรากและงานระเบิดหิน งานก่อสร้างชลประทาน
    .
    “การขยายตารางรายละเอียดประกอบการถอดแบบคำนวณราคากลางงานก่อสร้างในส่วนที่เกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถนำไปใช้ในการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนจริง”
    .
    อ่านเพิ่มเติม คลิก https://shorturl.asia/rFu67
    .
    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #คลัง #กรมบัญชีกลาง #ฐานราคาน้ำมัน #ตารางคำนวณราคากลาง #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BPQRskepv/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันแพงสุดๆ ดันค่าใช้จ่ายในชีวิตแพงจัด ฉุดคนไทยเกือบ 60% ห่วงการเงินในครอบครัวจะแย่ลงใน 3 เดือนหน้า คนไทยห่วงค่าครองชีพปาเข้าไปเกิน 80% BTimes


    Apr 10, 2026 ชีวิตเปลี่ยน! ค่าครองชีพของคนไทยขึ้นแท่นความกังวลสุดๆ เกินกว่า 80% น้ำมันแพงดันค่าใช้จ่ายในชีวิตแพงจัด ฉุดคนไทยเกือบ 60% ห่วงการเงินครอบครัวจะแย่ลงใน 3 เดือนหน้า

    ราคูเทน อินไซท์ (Rakuten Insight) ซึ่งเป็นผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในเอเชียโดยอยู่ในเครือของราคูเทน ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ชื่อดังระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยรายงานชื่อว่า “Thailand Cost Pressure Pulse” พบว่า มีสัดส่วนสูงมากถึง 80.9% ที่คนไทยมีความกังวลค่าครองชีพ มี 34% ที่คนไทยกังวลค่าน้ำมันและค่าเดินทางมากที่สุด ซึ่งมากกว่าความกังวลเรื่องการปรับตัวของค่าอาหารหรือค่าสาธารณูปโภค เนื่องจากคนไทยกว่า 87% มียานพาหนะส่วนตัว และมี 56% คาดว่าสถานะการเงินของครัวเรือนจะแย่ลงใน 3 เดือนข้างหน้านี้

    ผลสำรวจดังกล่าวยังพบว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงมากและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค 4 ด้านเปลี่ยนแปลงไปชัดเจน มีดังนี้

    เทศกาลสำคัญที่คนไทยมักจะเดินทางกับภูมิลำเนา พบว่า คนไทยไม่เดินทางกลับบ้าน มี 31% ที่คนไทยงดเดินทางข้ามจังหวัดในเทศกาลสงกรานต์นี้ เหตุจากความกังวลราคาน้ำมันและค่าครองชีพ มีเพียง 27% ยังคงเดินทางไปต่างจังหวัดตามแผนที่วางไว้

    ความสะดวกสบายลดร้อยลง สะท้อนจากค่าใช้จ่ายทานอาหารนอกบ้านและคาเฟ่ลดลง 49% ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวลดลง 33% และค่าใช้จ่ายสั่งอาหารบนแพลทฟอร์ม Food Delivery ลดลง 28%

    ตัดลดรายจ่ายไม่จำเป็นมากที่สุด และหารายได้เพิ่มขึ้น ผลสำรวจพบว่า คนไทยตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นก่อนสูงถึง 64% ในขณะที่คนไทยมีเพียง 3% เลือกใช้บริการการเงินซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ BNPL และมี 2% เลือกใช้จ่ายบนบัตรเครดิต ความน่าสนใจมากอยู่ที่ทีมีถึง 48% กำลังมองหารายได้เสริมเพื่อรับมือภาระรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก

    พฤติกรรมของคนไทยในการซื้อสินค้าเปลี่ยนแปลงชัดเจน พบว่า ปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ คือ สินค้าราคาถูกที่สุดสูงมีถึง 51% และมีถึง 44% เน้นความคุ้มค่าในระยะยาว ความสะดวกและความรวดเร็วกลับลดลงมาอยู่ที่ 16%

    ทั้งนี้ ราคูเทน อินไซท์ (Rakuten Insight) ซึ่งเป็นผลสำรวจเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในเอเชียโดยอยู่ในเครือของราคูเทน ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ชื่อดังระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยรายงานชื่อว่า “Thailand Cost Pressure Pulse” รายงานนี้จัดทำในช่วงเดือนมีนาคม–เมษายน 2026 หรือในช่วงสงครามอิหร่าน กลุ่มตัวอย่างคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป มีจำนวน 1,054 คน

    #น้ำมัน #สงกรานต์ #คนไทย #ค่าครองชีพ #ปากท้อง #เศรษฐกิจ #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/1ACc7gXXkR/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    228,131
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “สหรัฐฯ กำลังเริ่มตระหนักว่า พวกเขาจะไม่มีวันสามารถเผชิญหน้ากับ China ทางการทหารได้” — Alexander Lukashenko ประธานาธิบดีเบลารุส

    สงครามกับ Iran ได้เปิดเผยจุดอ่อนของกองทัพ United States ซึ่งจีนกำลังศึกษาอย่างใกล้ชิดและจดบันทึกไว้

    ในอิหร่าน สหรัฐฯ ซึ่งมีงบประมาณกลาโหมเกือบหนึ่งล้านล้านดอลลาร์ พยายามทำสงครามในศตวรรษที่ 21 ด้วยอาวุธและยุทธวิธีแบบศตวรรษที่ 20 และประสบความล้มเหลว

    ยุคของเรือบรรทุกเครื่องบินมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ เครื่องบินรบราคาหลายร้อยล้าน และขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีราคาหลายล้านต่อหน่วย กำลังสิ้นสุดลง

    จีนมีศักยภาพในการผลิตโดรนแบบพลีชีพราคาถูกได้มากถึง 10,000 ลำต่อวัน หากนำโดรนที่ผลิตได้เพียงวันเดียวไปโจมตีเรือใดก็ตามในทะเล เรือดังกล่าวจะมีความยากลำบากอย่างมากในการสกัดกั้นให้เพียงพอเพื่อปกป้องโครงสร้างและชีวิตของลูกเรือ

    แม้โดรนเหล่านี้จะราคาถูก เคลื่อนที่ช้า และสามารถสกัดกั้นได้ไม่ยากนัก แต่เมื่อมาในจำนวนมากก็สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงได้ และที่สำคัญคือสามารถทดแทนได้ง่าย ซึ่งแตกต่างจากเรือรบที่ไม่สามารถทดแทนได้ง่ายเมื่อถูกทำลาย

    นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธ โดยเฉพาะขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกรุ่นใหม่ ที่มีวิถีการเคลื่อนที่ไม่แน่นอน ขีปนาวุธสกัดกั้นในปัจจุบันอาศัยการคำนวณเส้นทางจากการตรวจจับด้วยเรดาร์เพื่อคาดการณ์ตำแหน่งเป้าหมาย แต่ขีปนาวุธที่เปลี่ยนวิถีตลอดเวลาจะลดจุดอ่อนนี้ลง

    มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าคาดการณ์ว่า Iran จะสามารถเป็นฝ่ายชนะในการเผชิญหน้ากับทั้ง United States และ Israel สิ่งที่หลายคนคาดไว้มากที่สุดคือ อิหร่านจะทำให้ชัยชนะของฝ่ายที่โจมตีมีต้นทุน “สูงมาก”

    แต่สิ่งที่อิหร่านทำได้ คือการเปลี่ยนกฎของสงคราม และทำให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัวไม่ทัน

    — เอมิลิโอ จอร์เจียดิส
    https://x.com/annunakkki/status/2042112664638300359

    https://www.facebook.com/share/p/1E1rX7zVMh/
     

แชร์หน้านี้

Loading...