สัปเหร่อ สามารถที่จะเผาศพให้กระดูกกลายเป็นผลึกแก้วได้จริงหรือ?

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย หล่อลากดิน, 10 กรกฎาคม 2008.

  1. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,201
    ค่าพลัง:
    +235
    ผมสนใจเรื่องนี้มาพอสมควร

    เรื่องราวของโบนไชน่า หรือ ไชน่าโบน ที่เอากระดูกสัตว์มาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์กระเบื้องที่มีราคาสูงลิบลิ่ว แวววาว โปร่งใสและบางเฉียบ นี่คือผลผลิตของนวัตกรรมแห่งเซรามิคส์

    เรื่องราวของทางภาคเหนือของเมืองไทย ที่มีผู้ผลิตคริสตัลโบน หรือกล่าวได้อย่างง่ายๆ ว่า เป็นการเอากระดูกผีของบรรพบุรุษไปผ่านกระบวนการหนึ่ง ที่จะทำให้กระดูกนั้นแวววาว สวยงาม ประหนึ่งว่าเป็นการตกผลึกแห่งกระดูก แล้วเหล่าบรรดาลูกหลานทั้งหลาย ก็เอามาทำเป็นเครื่องประดับ เพื่อระลึกถึงคุณานุประการแห่งบรรพบุรุษ ผู้ให้กำเนิดแก่เรา ... เรื่องนี้ก็ทำได้ โดยผ่านขบวนการของเซรามิคส์

    เรื่องของสารกึ่งตัวนำยิ่งยวด ที่มีความต้านทานน้อยสุด เหนี่ยวนำกระแสได้มากที่สุด ก็ไม่พ้นเซรามิคส์

    ประเด็นก็คือ สิ่งเหล่านี้ สัปเหร่อที่เผาศพตามวัดต่างๆ สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นนั้นหรือครับ?
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2008
  2. O๐.AnGle.๐O

    O๐.AnGle.๐O เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    974
    ค่าพลัง:
    +861
    ถ้า ทำ ได้ จริง

    คง มี วิธีทำ อ่ะ

    ใครๆ ก็ ทำ ได้

    ??
     
  3. เรายังเลว

    เรายังเลว Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +52
    ที่เมืองนอกทำกันนะครับ แต่ค่าทำแพงมากเลย ผมว่าอย่าไปยึดติดกะธาตุดินเลยนะครับ
     
  4. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,201
    ค่าพลัง:
    +235
    ใช่ครับ ราคาการทำธาตุแก้วจะแพงมาก เพราะต้องผ่านขบวนการเผาที่ไม่ธรรมดา และที่แน่นอนที่สุดก็คือมีองค์ประกอบของเซรามิคส์อย่างแน่นอน สิ่งเหล่านี้นักเซรามิคส์รู้ดีว่าจะต้องเผาที่อุณหภูมิกี่พันองศาเซลเซียส และต้องใช้ตัวเร่ง (คาตาไลซิส) กี่ตัว จึงจะได้ผลึกแก้วเช่นนี้

    อันนี้ผมมาคุยกัน มาเสวนากัน ใครไม่เห็นด้วยหรือใครเห็นด้วย ก็มาเว้ากัน ซื่อๆ แบบนี้แหล่ะครับ

    พวกนักโมทนาทั้งหลายกรุณาถอยไป ผมต้องการสิ่งที่เป็นจริง และพิสูจน์ได้ ครับ

    ไม่ใช่เอะอะ อะไรตูข้าจะโมทนาลูกเดียว หัวมีไว้คิด ไม่ใช่มีไว้ตัดผม นะครับท่าน
     
  5. ศนิวาร

    ศนิวาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2008
    โพสต์:
    7,337
    ค่าพลัง:
    +17,638
    เคยเห็นข่าวสารคดีของต่างประเทศว่าทำได้โดยกระบวนการบีบอัดแล้วเผาด้วยความร้อนสูงจะออกมาเป็นเพชร เพราะกระดูกคือคาร์บอน(ถ่าน) เมื่อโดนความร้อนสูงจะกลายเป็นเพชร แต่ค่าทำแพงมหาศาล

    เคยได้ยินข่าวมาว่าเมื่อมีการเผาศพพระบางรูปมีสัปเหร่อหัวใสทุบแก้วให้เป็นเศษเล็กๆโปรยไว้ในโลง เมื่อเศษแก้วถูกความร้อนก็จะหลอมเป็นเม็ดใสๆ แล้วหลอกลวงศิษย์ของพระรูปนั้นว่าเป็นพระธาตุก็มี มารสังคมมีหลายรูปแบบจริงๆหนอ
     
  6. theliger

    theliger เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2007
    โพสต์:
    735
    ค่าพลัง:
    +219
    <TABLE height=35 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="50%" bgColor=#ff9933 border=0><TBODY><TR><TD>
    กรรมวิธีการผลิตแก้ว
    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    แก้วเป็นวัตถุโปร่งแสง หรือกึ่งโปร่งแสง ที่ได้จากการหลอมเหลวออกไซด์ของโลหะต่าง ๆ เช่น ซิลิกาออกไซด์ โซเดียมออกไซด์ แคลเซียมออกไซด์ และตะกั่วออกไซด์ จนได้เป็นของเหลวเนื้อเดียวกัน แล้วทำให้เย็นลงเป็นของแข็งรูปร่างต่าง ๆ ตามที่ต้องการไปใช้ประโยชน์
    วัตถุดิบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการผลิตแก้ว ได้แก่
    1. วัตถุดิบหลักตัวพื้น ได้แก่ ทราย (Silica Sand) 63% โซดาแอช (Soda Ash) 20% หินปูน (Limestone) 15%
    2. วัตถุดิบและสารเคมีที่เป็นตัวเสริมในการทำแก้ว ได้แก่
    - ตัวฟอกสีเพื่อให้ได้เนื้อแก้วใส ซีลีเนียม (Selenium), โคบอลต์ออกไซด์ (Cobalt Oxide)
    - ตัวช่วยเร่งการหลอมละลาย เศษแก้ว (Cullet) ฟลูออร์สปาร์ (Fluorspar)
    - ตัวไล่ฟองแก๊สที่เกิดจากการสลายตัวของวัตถุดิบ โซเดียม ซัลเฟต (Sodium Sulphate)
    - ตัวให้ออกซิเจน โซเดียมไนเตรท (Sodium Nitrate)
    - สารลดความหนืด ฟลูออร์สปาร์ (Fluorspar)
    - สารเพิ่มความคงทน อะลูมินา (Alumina) ซึ่งได้จากแร่เฟลสปาร์ (Fellspar)
    - สาร Stabilize ซีลีเนียม สารหนู (Arsenic)
    - สารทำให้เกิดสี เช่น
    โคบอลต์ ให้สีน้ำเงิน
    ทองแดง ให้สีทอง
    ซีลีเนียม ให้สีแดง
    ถ่าน ให้สีน้ำตาล ฯลฯ
    ขั้นตอนต่อไปนำเอาวัตถุดิบดังกล่าวเข้าเครื่องบดและผสมกันในอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับแก้วแต่ละชนิด แล้วนำเข้าเตาหลอม อุณหภูมิ ประมาณ 1,500-1,600 องศาเซลเซียส จนส่วนผสมต่าง ๆ หลอมละลายเป็นแก้วเหลว แล้วส่งไปยังเครื่องขึ้นรูปเพื่อทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต่อไป
     
  7. พระมหากุลวัฒน์ธนะ

    พระมหากุลวัฒน์ธนะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    607
    ค่าพลัง:
    +3,589
    ในส่วนของการเผาสังขารของพระอริยสงฆ์ที่มรณภาพไปแล้ว แล้วกระดูกกลายเป็นพระธาตุ หรือกระดูกที่ถูกเผาแล้วเก็บไว้นานๆ ก็ตกผลึกกลายเป็นพระธาตุ อาตมาคิดว่าคงไม่เข้าข่ายนี้เพราะคงไม่มีใครลงทุนทำถึงขนาดนั้น รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุด้วย
     
  8. upanya

    upanya เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2006
    โพสต์:
    901
    ค่าพลัง:
    +1,036
    ทำได้ครับ แต่เขาไม่ได้ใช้วิธี ข้างบน
    เขาใส่บางอย่างเข้าไป ตอนเผาครับ
     
  9. งูขาว

    งูขาว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2008
    โพสต์:
    945
    ค่าพลัง:
    +1,824
    เขามีไว้ให้นึกถึงความตาย กัน...........พระตถาคตเปรืองคำพูด เป็นพระสูตรพระธรรมออกมามากมายก็เพราะ พวกชอบยึดนั่นยึดนี้อะไรต่างๆมากมาย กัดใจตนเอาให้มากๆ มั่วแต่กัดสมบัติของพระพุทธเจ้ากันอยู่ได้ เสียเวลา
     
  10. theliger

    theliger เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2007
    โพสต์:
    735
    ค่าพลัง:
    +219
    ครับ วิธีที่ผมโพสเป็นความรู้เกี่ยวกับการทำแก้วมาให้ชมกันเฉย ๆ ครับ

    ไม่ทราบว่าดูข่าวนี้กันหรือยังเอ่ย

    คูร์-บริษัทสวิตเซอร์แลนด์หัวใส เสนอบริการเปลี่ยนเถ้ากระดูกมนุษย์เป็นเพชร เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงผู้จากไป
    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (10 ก.ค.) ว่าบริษัทอัลกอร์ดานซาในสวิตเซอร์แลนด์ ประกอบธุรกิจแหวกแนวที่ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก นั่นคือ บริการรับเปลี่ยนเถ้ากระดูกของมนุษย์ให้เป็นเพชร โดยมีสนนราคาระหว่าง 4,500-17,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 150,000-560,000 บาท) ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าอยากจะให้ทำออกมาเป็นเพชรกี่กะรัต
    รินาลโด วิลลี หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท กล่าวว่า
    กระบวนการเปลี่ยนเถ้ากระดูกเป็นเพชรนี้ใช้เวลาเพียง 6-8 สัปดาห์ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการเกิดเพชรตามธรรมชาติซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการแปรสภาพยาวนานถึงหลายพันปี โดยเจ้าหน้าที่จะนำเพชรที่ได้จากเถ้ากระดูกมาเจียระไนให้ลูกค้านำไปทำเป็นสร้อยคอหรือแหวนเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิต และเนื่องจากเถ้ากระดูกของแต่ละคนมีองค์ประกอบทางเคมีแตกต่างกันออกไป เพชรที่ทำออกมาจึงมีสีสันแตกต่างกันไปด้วย
    ทั้งนี้ ในแต่ละเดือนจะมีลูกค้ามาใช้บริการของบริษัทอัลกอร์ดานซา 40-50 ราย บางคนบินมาไกลถึงจากญี่ปุ่น แถมลูกค้ายังมีอยู่หลายระดับ โดยมีตั้งแต่คนขับรถโดยสารไปจนถึงศาสตราจารย์ ลูกค้าบางรายนำอัฐิของมารดามาให้บริษัทแปรสภาพเป็นเพชรแล้วนำไปทำเป็นจี้ห้อยคอติดตัวไว้เพื่อระลึกถึงมารดาที่จากไป โดยทางบริษัทกล่าวว่าตามปกติแล้วเถ้ากระดูกมนุษย์ที่เหลือจากการฌาปนกิจจะมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 2.5-3 กิโลกรัม แต่ทางบริษัทจะขอมาใช้แปรสภาพเพียงแค่ 500 กรัมเท่านั้น

    ที่มา คม ชัด ลึก
     
  11. เส้นทางสายใหม่

    เส้นทางสายใหม่ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    143
    ค่าพลัง:
    +360
    เค้าทำไว้เคารพบรรพชนแทนการฝัง กับการเผาแล้วเก็บอัฐฐิไว้ที่ใดที่หนึ่งนิครับ

    อันนี้อย่าคิดกันมากสิครับ ด้วยความเคารพ อย่างฟันพ่อ ฟันแม่เรา ก็เก็บรักษาของเรา

    ต่างชาติก็คงอยากจะเก็บอะไรไว้เป็นที่ระลึกถึงคนที่รักและเคารพตอนตาย อยากให้ได้อยู่

    ใกล้ ๆ ตัว จึงได้คิดวิธีนี้ขึ้นมามั้งครับ เราก็อย่างคิดกันมากเลย แทนที่จะเอากระดูกเป็น

    ที่เผาแล้วเป็นท่อน ๆ เป็นชิ้น ๆ มันก็ดูไม่สวยงาม ไม่เป็นมงคลกับผู้พบเห็นของคนอื่น

    เลยคิดวิธีนี้ได้กระมั้ง ทั้งสวยงามทั้งเก็บไว้กับตัวและทำให้หวนคิดถึงได้ตลอดเวลา มันก็

    ทำให้รู้สึกดี เลยทำออกมาแบบนี้กันสินะ (คงจะยังคิดอยู่กับสิ่งสวย ๆ งาม ๆ กันอยู่ด้วย)
     
  12. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,201
    ค่าพลัง:
    +235
    ผมโดนอยู่ทุกวันนี่แหล่ะ อยากสมน้ำหน้าผมเพื่อความสะใจ

    ก็เชิญ ... แต่ผมขอให้อยู่ในประเด็นหัวข้อกระทู้ด้วย นะครับ
     
  13. อิทธิปาฏิหาริย์

    อิทธิปาฏิหาริย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    1,834
    ค่าพลัง:
    +1,472
  14. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,201
    ค่าพลัง:
    +235
    พระธาตุ ?
     
  15. ThesLong

    ThesLong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    412
    ค่าพลัง:
    +827
    ถูกครับ กล่าวแบบนี้ ตรงประเด็นเห็นด้วย อย่างแรง
    พวกที่ชอบกล่าว พ้นทุกข์ นินพาน อย่ามองคนอื่นว่า โง่ สิครับ
    บางกระทู้ก็ต้องการ สาระ เผื่อคนอื่นจะได้อ่านแล้วมีความรู้
    ไม่ใช่ก็เอะอะ ก็นินพาน สมมุติมีเด็ก 6ขวบ มาถามคุณว่า
    พี่ครับอะไร บินอยู่บนท้องว่า คุณจะตอบไปว่า อย่าไปสนใจเลย
    สนใจแต่นินพานพอครับ แล้วเด็กมันจะรู้มั้ยว่า เครื่องบินหรือนก
    ที่เหลือคิดเอาเอง
     
  16. หล่อลากดิน

    หล่อลากดิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    1,201
    ค่าพลัง:
    +235
    ^
    ^
    แจ่มครับท่าน
     
  17. bigbasna

    bigbasna สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2008
    โพสต์:
    51
    ค่าพลัง:
    +10
    ^
    ^
    อ้า หัวมีไว้คิดคร้าบ ถูกต้อง
     
  18. โบ๊ต

    โบ๊ต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    387
    ค่าพลัง:
    +847
    ทำได้ที่ต่างประเทศก็มีแต่ใช้อุณหภูมิสูงมาก

    **แต่ที่น่าสังเกตุคือพระธาตบางอันไม่ได้โดนความร้อนแม้แต่น้อย
    กลับกลายเป็นแก้วเอง เช่น หมากที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านเคยเคี้ยว
     
  19. ขันธ์

    ขันธ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    7,917
    ค่าพลัง:
    +9,182
    ก็ ส่วนมากแล้ว กระดูก พระอริยะเจ้าที่เผา บางทีจะไม่เป็น พระธาตุทันที เมื่อเผาเสร็จเอากลับมาสักระยะ จึงกลายเป็นพระธาตุ
    ส่วน พระธาตุ ที่มาจากการสังเคราะห์ ก็ไม่เหมือนกับของจริงอยู่แล้ว ด้วย สัณฐาน ด้วยความเป็นธรรมชาติ ก็จะเห็นชัดเจน

    ส่วนสัปเหร่อ ถ้าหากสัปเหร่อทำได้ ก็คงไม่ต้องไปเป็นสัปเหร่อหรือครับ ผมคิดว่า เขาคงรับจ้างทำกระดูกผลึก ก็จะได้เงินมากกว่า การทำศพธรรมดา แค่ บอกว่า ศพละหมื่น คนก็คงจะจ่ายเพื่อแลกกับ การทำให้กระดูกบรรพบุรุษ ดูสวยงาม
    เท่านี้ก็รวยแล้ว ดังนั้น สัปเหร่อเผาศพให้กระดูกกลายเป็นผลึกแก้วจึงเป็นเรื่องไม่จริง ฟันธง!
     
  20. เมทิกา

    เมทิกา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    952
    ค่าพลัง:
    +2,393
    เดี๋ยวไปถามสัปเหร่อมาให้นะ
     

แชร์หน้านี้

Loading...