ประวัติ เกียรติคุณ ตำนานแห่งการสักยันต์ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ วัดบางพระ นครปฐม..

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย thaiput, 22 ตุลาคม 2006.

  1. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    อนุโมทนาครับ
    ขอบคุณครับ
     
  2. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    การลงนะหน้าทอง ในจำนวนพระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาอาคมที่มีไสยเวทย์แก่กล้าอยูในชั้นแนวหน้าที่ยังอยู่ในปัจจุบันก็ถือกันว่า "หลวงพ่อเปิ่น" วัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ก็หนึ่งไม่เป็นรองใครเพราะลูกศิษย์ลูกหาที่ได้รับวัตถุมงคลของท่านต่างได้รับประสบการณ์จากอุบัติเหตุต่างๆแล้วรอดปลอดภัยบ้างก็ทำมาค้าขึ้นมีความเจริญรุ่งเรืองมีโชคมีลาภร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
    เมื่อมาดู อักขระเลขยันต์ ถือกันว่ายันต์พุฒซ้อน หรือ ยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ ซึ่งเป็นยันต์ที่โด่งดังมากมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นมหายันต์สูงสุดกว่ายันต์ทั้งปวง อุปเทห์ใช้ได้สารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะยันต์พุฒซ้อนหลวงพ่อเปิ่นท่านได้นำมาใช้ในการลงนะหน้าทอง เมตตามหานิยม โชคลาภแก่สาธุชนทั้งหลายที่ไปกราบนมัสการท่าน
    การลงอักขระเลขยันต์นี้ เท่าที่มีการบันทึกจำกันได้ ก็ในสมัยพระร่วงเจ้า ที่ขอมดำดินมาเพื่อจะทำร้ายพระร่วง ขณะนั้นพระร่วงกำลังกวาดลานวัดอยู่ ขอมดำดินก็โผล่ขึ้นมาถามหาพระร่วง พระร่วงเจ้าก็เลยใช้วาจาสิทธิ์สาปพวกขอมจนกลายเป็นหินเป็นเวลาร่วมพันปี เพิ่งจะมีการทำพิธีปลดปล่อยวิญญาณขอกขอมให้ไปเกิดใหม่ จะเห็นได้ว่าพวกขอมมีวิชาอาคม เนื้อตัวลงอักขระจนตัวดำ ใช้วิชาดำดินเพื่อแฝงกายไม่ให้เป็นที่สังเกตในการเดินทางไม่ให้คนทั่วไปพบเห็น ส่วนพระร่วงเจ้าท่านเรียนวิชาอาคมแก่กล้า จนมีวาจาสิทธิ์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนในสมัยโบราณ ในการศึกษาอักขระเลขยันต์ ชายชาตรีทุกคนนิยมลงอักขระเลขยันต์ตามเนื้อตามตัว เพื่อใช้เป็นการป้องกันภัยให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพัน เพราะในสมัยนั้นผู้คนต้องรบทัพจับศึกต่อสู้กับข้าศึกทุกสารทิศ ช่วยปกป้องบ้านเมืองไม่ให้ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นที่เข้ามารุกราน จนเป็นประเทศให้เราอยู่อาศัยจนทุกวันนี้
    ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน เราจะรู้ถึงการศึกษาเล่าเรียนสรรพวิชาความรู้ต่างๆ ในสมัยนั้นต้องไปเรียนที่วัด มีพระภิกษุเป็นอาจารย์คอยสั่งสอน มีการเรียนอักขระเลขยันต์ มูลกัจจายนะ ในเรื่องกล่าวถึงขุนไกร พ่อของขุนแผนที่ต้องโทษพระอาญาจากพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงเสด็จล่าฝูงควายป่า แต่ฝูงควายป่าแตกตื่นวิ่งมาจนถึงที่ประทับ จึงถูกตัดสินประหารชีวิต เพชฌฆาตใช้คมหอกคมดาบ แต่หาทำอันตรายแก่ขุนไกรได้ ตัวขุนไกรรำลึกได้ว่าหากตัวเองไม่ตาย จะเป็นการขัดพระราชอาญา พระเจ้าอยู่หัวตรัสให้ตายก็ต้องตาย เพราะเป็นข้าแผ่นดินของพระองค์ ขุนไกรจึงร่ายพระคาถาปล่อยของที่คุ้มกายออกจากตัว ยอมให้เพชฌฆาตประหารชีวิต ส่วนตัวขุนแผนนั้นมีการกล่าวถึง วิชาสะเดาะกลอน มนต์สะกดให้คนหลับทั้งเรือน ตอนขึ้นไปหานางวันทอง วิชามหาระรวย วิชาการทำดาบฟ้าฟื้น วิชาการทำพรายกุมาร และวิชาปราบพยศม้าสีหมอก
    เราจะเห็นได้ว่าในสมัยโบราณกาลนิยมการลงอักขระเลขยันต์ศึกษาวิชาอาคมกันมาก มีการมอบตัวเข้าเป็นศิษย์เพื่อศึกษาหาความรู้ การสักลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ มักนิยมลงหัวใจคาถาเป็นรูปสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น หนุมาน ฤาษี เสือเผ่น หรือเก้ายอด ใช้ในทางอยู่ยงคงกระพัน ส่วนด้านเมตตามหานิยมก็นิยมใช้รูปหงส์ และนกสาริกา หัวใจตัวนะต่างๆ นอกจากนั้นก็มีพวกเครื่องรางของขลัง จะเป็นพวกเสื้อยันต์ ผ้าประเจียด ผ้ายันต์ ตะกรุด พิศมร ลูกสะกด การกินว่าน อาบน้ำว่าน แต่คนสมัยก่อนนิยมการสักยันต์ลงบนร่างกายมากกว่า เพราะสะดวกในการพกพาติดตัว ไม่ต้องกลัวการหลงลืม หรือตกหล่นสูญหาย
    มาถึงยุคปัจจุบัน วิชาการลงอักขระเลขยันต์ยังไม่หายสาบสูญไปดังที่เราจะพบได้นั่นคือ หลวงพ่อเปิ่น แห่งวัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ผู้คนต่างยกย่องให้ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี
    หลวงพ่อเปิ่น ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว ตั้งแต่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดโคกเขมา ประชาชน ทหาร ตำรวจ รู้จักท่านดี ต่างพากันมาให้ท่านลงอักขระสักยันต์ให้ เพื่อเป็นเสมือนเกราะคุ้มครองภัย พวกแม่ค้า พ่อค้า นักธุรกิจ เจ้าของโรงงานต่างพากันมาให้ท่าน ลงอักขระ เลขยันต์ ลงนะหน้าทองให้เพื่อเป็นเมตตามหานิยม ค้าขาย มหาโชค มหาลาภ
    คนส่วนมากที่เข้าหาหลวงพ่อ จะแบ่งออกเป็น ๒ พวกคือ พวกที่ต้องการสิ่งของป้องกันตัวให้แคล้วคลาดปลอดภัย พวกนี้นิยมการสักอักขระเลขยันต์
    อีกพวกหนึ่งส่วนมากเป็นพวกแม่ค้า พ่อค้า นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ โรงงาน มาเพื่อขอให้ ลงนะหน้าทอง สาลิกาลิ้นทอง เพื่อให้ธุรกิจ กิจการ การค้า เจริญรุ่งเรือง ทำมาค้าขึ้น มีโชคมีลาภ มีเมตตามหานิยม ใครเห็นใครรัก ใครเห็นใครชอบ
    จากกิตติศักดิ์ชื่อเสียงความเก่งกล้าในพุทธาคม ไสยเวทย์ ของหลวงพ่อเปิ่น ทำให้ทุกวันนี้ประชาชนทุกสารทิศ ต่างเข้ามากราบนมัสการหลวงพ่อ พร้อมทั้งบริจาคทรัพย์ ร่วมทำบุญกุศลสร้างศาสนะสาธารณะประโยชน์ร่วมกับท่านเป็นจำนวนมาก
    หลวงพ่อเปิ่นท่านได้ตรากตรำรับแขกญาติโยมที่มาหาท่าน อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน แววตาของหลวงพ่อ สงบเยือกเย็นไม่ยินดียินร้ายเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาบารมี โดยหลวงพ่อยังคงยึดถือตำราจากบูรพาจารย์ตั้งแต่สมัยโบราณ ในการ ลงนะหน้าทอง ซึ่งเป็นวิชาสุดยอดทางด้านเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ ผู้ที่ได้ไปต่างทำมาค้าขึ้น พลังอันเปี่ยมล้นก็ผ่านแผ่นทองคำเปลว เข้า ไปในหน้าผาก ให้รู้สึกถึงพลังอันเยือกเย็นที่แผ่ซ่านเข้าไปทุกขุมขนจนขนลุกซู่
    การลงนะหน้าทองของหลวงพ่อเปิ่นที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบูรพาจารย์ชื่อดังหลายสำนัก กล่าวได้เลยว่า หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ สุดยอดที่สุดในเมืองไทย ก็ว่าได้ การลงนะหน้าทองส่วนมากนิยมนำทองคำเปลว ๑๐๐ เปอร์เซ็น มาลง
    การลงนะหน้าทองมีการลง ตั้งแต่ ๑ แผ่น ๓ แผ่น ๕ แผ่น หรือ ๙ แผ่นก็ได้ หลวงพ่อท่านจะเป่าทองให้เข้าไปในหน้าผากจนทองหายไป ว่ากันว่าทองนี้จะติดตัวผู้ที่ได้ไปจนวันตาย
    ปัจจุบัน พระครูอนุกูลพิศาลกิจ ( เจ้าอาวาส ) เป็นลูกศิษย์ที่หลวงพ่อเปิ่นได้ถ่ายทอดวิชาให้ทุกอย่างเป็นผู้ลงนะหน้าทองและเป่าครอบแก่ลูกศิษย์ที่มาสัก ซึ่งความเข้มขลัง พลังแห่งพุทธคุณความศักดิ์สิทธิ์ยังเหมือนเดิมทุกประการ

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bp.or.th/index.htm


    อนุโมทนาครับ
    ขอบคุณครับ
     
  3. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  4. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    <hr style="color: rgb(255, 255, 255); background-color: rgb(255, 255, 255);" size="1"> <!-- / icon and title --> <!-- message --> พระบูชา องค์หลวงพ่อเปิ่น
    <!-- / message --> <!-- attachments --> <fieldset class="fieldset"> <legend>รูปขนาดเล็ก</legend> [​IMG] [​IMG]
    </fieldset>

    *-* รูปหล่อลอยองค์ขนาดบูชาฐานหมูเสือ สวยงดงามและดูเข้มขลังมากเลยครับ ยินดีด้วยครับ *-* thaiput007@hotmail.com
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 พฤศจิกายน 2008
  5. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 พฤศจิกายน 2008
  6. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  7. อดุลย์ เมธีกุล

    อดุลย์ เมธีกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กันยายน 2007
    โพสต์:
    7,363
    ค่าพลัง:
    +11,795
    [​IMG]

    ท่านนี้ใช่คุณไทยพุทธ หรือเปล่าอ่ะครับ อยากรู้ครับ
     
  8. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  9. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    งานไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี นครปฐมช่วงฤกษ์ดีในวันเสาร์ราวเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคมของทุกปีจะมีประเพณีพิธีรำลึกถึงบูรพาจารย์ ณ. วัดบางพระในช่วงเช้านั้นขณะที่ท้องฟ้าเริ่มทอประกายแสงทองสาดส่องท้องฟ้าทางทิศตะวันออกกระทบฝอยเมฆเป็นสีแดงปุกปุยส่วนท้องฟ้าอีกด้านหนึ่งทางทิศตะวันตกยังมืดอยู่แต่แสงระยิบระยับจากหมู่ดวงดาวเริ่มจางหายไปภายในสนามบริเวณหน้าวัดที่มีเนื้อที่กว้างขวางจะมีร้านค้าเร่รายรอบตั้งเต๊นท์ขึงผ้าใบ หรือร่มคันใหญ่ตั้งเรียงรายเป็นแถว ฝูงชนเริ่มเดินขวักไขว่ นับได้หลายร้อยคนเสียงเครื่องยนต์ของรถดังประสานเสียงกันอยู่ออกไปจากบริเวณสนามหน้าวัด ถนนนอกบริเวณวัดขณะนี้รถยนต์เริ่มหนาแน่นมากขึ้นต่างก็ขับวนหาที่จอดบริเวณด้านนอกและบริเวณโรงเรียนจำนวนรถที่มาในวันนี้มากจนดูกลายเป็นจลาจลย่อยๆตอนนี้เจ้าหน้าที่เริ่มทำงานหนักมีการห้ามนำรถทุกชนิดเข้ามาในบริเวณวัดเด็ดขาดคนที่ขับรถมาถึงสายทั้งๆที่เวลายังไม่ถึงโมงเช้าจำต้องขับขึ้นข้ามสะพานข้ามแม่น้ำไปหาที่จอดอยู่ข้างโรงพยาบาลฝั่งตรงข้ามวัดจนแทบจะไม่มีพื้นที่ที่ว่างเปล่าเลยทุกคนที่มาในวันนี้ต่างก็รอคอยมาเป็นเวลาแรมปีต่างก็มาด้วยจิตใจบริสุทธิ์เพื่อที่จะมามอบน้ำใจอันเปี่ยมไปด้วยความเคารพรักบูชาในสิ่งที่พวกเขาเทิดทูนน้อมรับในสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดที่มาจากดวงใจอันน้อยนิดของเขาแต่เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ทำไมหรือคนเป็นจำนวนนับหมื่นนับแสนต่างพร้อมใจกันมาร่วมสืบสานตำนานอันยิ่งใหญ่ของบูรพาจารย์ขมังเวทย์องค์หนึ่งที่จะเป็นที่กล่าวขานของลูกหลานและศิษยานุศิษย์สืบไป
    กลางพื้นสนามที่เคยอ้างว้าง ตอนนี้จะเห็นสายสิญจน์รายล้อมขึงเป็นรูป ๔ เหลี่ยมรอบประรำพิธี ตรงมุมทั้งสี่ทิศ มีธรรมมาสสำหรับพระนั่งปรกทั้ง ๔ ด้าน รายล้อมด้วยฉัตรอยู่โดยรอบ ปะรำตั้งสูงหันหน้าไปทางแม่น้ำอย่างเป็นสง่า พื้นปูด้วยผ้าขาวตลอดทั้ง ๒ ชั้น ชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งบายศรีปากชาม ๙ ชั้น สูงชะลูดอยู่ ๒ คู่ บายศรีคู่หนึ่งทำเป็นรูปพญานาค พันเลื้อยลงมาจากบนสู่ล่างเป็นหัวพญานาค มีรูปหัวฤาษีพ่อแก่วางเรียงรายพร้อมด้วยของบวงสรวงเครื่องเซ่นสังเวย หัวหมูบายศรีหลายหัว กุ้งพร่า ปลาดุกย่าง ขนมต้มดำขาว ขนมชั้น ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เหล้าโรง ผลไม้ก็มี ส้ม ขนุน กล้วย อ้อย องุ่น ข้าวตอกดอกไม้ พื้นล่างลงมามีรูปปั้นหนุมานออกศึกอยู่ทางด้านขวา ตรงกลางมีกระถางธูปขนาดใหญ่สำหรับจุดบูชา มีพานครูข้าวตอกดอกไม้ ใต้ลงมาทางมุมทั้ง ๒ ข้างมีโอ่งใส่น้ำมนต์ขนาดใหญ่อยู่ข้างละใบใส่น้ำเต็มทั้งหมด มีเทียนทำน้ำมนต์สีขาวปักอยู่ที่ปากโอ่งโดยรอบ
    ท้องฟ้าเริ่มสว่างมากขึ้นแล้ว ฝูงชนเริ่มทยอยกันมามากขึ้น ด้านหน้าปะรำพิธีมีศาลา สำหรับนำดอกไม้มาบูชาครู ค่าบูชาครูใหญ่ ๙๙ บาทพร้อมด้วยวัตถุมงคล 1 ชุด คนที่มาก่อนก็นำพานดอกไม้มาบูชาครู ที่หน้าปะรำพิธี ต่างทำจิตใจบริสุทธิ์น้อมระลึกถึงบูรพาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทให้แล้วอธิษฐานจิตนึกถึงสิ่งที่ดีๆ ตามปรารถนา พิธีบูชาครูจะได้จัดให้มีพิธีระลึกถึงบูรพาจารย์ คณาจารย์เก่าแก่ที่พระคุณเจ้าได้กระทำสืบเนื่องมาตลอดหลายสิบปี
    ในพิธีชูชาครูของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จะทำกันทุกปีในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม สาเหตุที่ทำพิธีกันในวันเสาร์ บูรพาจารย์กล่าวไว้ว่า วันเสาร์เป็นวันที่แข็งที่สุด พิธีการอันใดที่วัดจัดขึ้นในวันนี้จะมีกฤตยานุภาพเข้มแข็งมาก วันบูชาครูเป็นวันที่เสมือนหนึ่งเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีน้อมระลีกเคารพนับถือบุญคุณของบูรพาจารย์ ครูบาอาจารย์ คณาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ วิชาไสยเวทย์ คาถาอาคม คัมภีร์ต่างๆ ให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตั้งมั่นกระทำแต่ความดี เสมือนเป็นเกราะป้องกันตัวตัว ในการดำเนินชีวิตให้มีแต่ความสุขความเจริญ สังคมและประเทศชาติก็มีแต่ความร่มเย็นสงบสุข
    พิธีบูชาครูบูรพาจารย์ของหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ กระทำสืบทอดมาแต่โบราณกาลตามความเชื่อถือเก่าแก่ของบูรพาจารย์ในสมัยโบราณปัจจุบันที่เห็นหลงเหลือก็จะมีพิธีไหว้ครู โขน ละคร มีการครอบครูของศิลปินนักแสดง หรือการไหว้ครูของนักเรียนในโรงเรียน แต่พิธีไหว้ครูหรือบูชาครูของหลวงพ่อเปิ่น เป็นพิธีของพระเกจิอาจารย์ที่บูชาบูรพาจารย์ บวงสรวงพรหม เทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ กล่าวกันว่าระหว่างที่องค์ท่านบริกรรมพระคาถา วิปัสสนากรรมฐานระลึกถึงครูบาอาจารย์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ องค์ต่างๆ จะเข้าประทับหมุนเวียนกันไปนับเป็นจำนวนพันๆ ภาค อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นองค์พ่อแก่ฤาษีหรือบูรพาจารย์ พระอาจารย์ต่างๆ ตลอดจนเทพเทวดาเบื้องบน ก็มาร่วมพิธีให้เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น
    ปะรำพิธีตอนนี้ดาดาษไปด้วยผู้คนเต็มไปหมด ด้านหน้าปะรำพิธีฝูงชนเบียดเสียดยัดเยียด กันนำพานดอกไม้มาบูชาครู ส่วยภายในวงสายสิญจน์ผู้คนนั่งเบียดเสียดแออัดกันเต็มสนามรอบสายสิญจน์ที่ดูแคบไปถนัดใจ มองนอกวงสายสิญจน์ผู้คนมามุงแออัดทั้ง ๔ ด้าน ต่างรอคอยด้วยใจอันจดจ่อต่อพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ แสงแดดความร้อนเริ่มแผดเผาจนอบอ้าว เหงื่อไหลจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปหมด บางคนก็ถอดเสื้อออก มองเห็นรอยสักหมึกดำรอบตัวเต็มไปหมด ทุกคนที่มาก็ไม่ย่อท้อ เพราะต่างมาด้วยจิตใจอันเดียวกันมาเข้าร่วมกันสืบสานพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเพิ่มพุทธานุภาพในตัวให้เข้มขลัง ครั้นได้ฤกษ์ พิธีเริ่มขึ้นเวลา ๙.๓๙ น. พระเดชพระคุณเจ้าหลวงพ่อเปิ่น ได้เดินผ่านหมู่ลูกศิษย์ที่พนมมือกราบไหว้ตลอดระยะทาง จนขึ้นสู่ปะรำพิธี หมู่ลูกศิษย์ที่อยู่ในวงสายสิญจน์ บางคนก็เกิดอาการที่เรียกว่า "ของขึ้น" คนที่ของขึ้นส่วนใหญ่ มักเกิดแก่คนที่มีความเลื่อมใส จิตใจตั้งมั่นยึดมั่นในครูบาอาจารย์ มีอ่อนไหวง่ายเมื่อหลับตาระลึกถึงครูบาอาจารย์พระองค์ท่าน พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มทำการบวง
    สรวง จุดธูป เทียน บูชาครู บูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดินก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล ที่น่าแปลกก็คือ ภายหลังจบพิธี ไม่พบร่องรอยบาดแผล ถลอก หรือเลือดตกยางออกให้เห็นเลย บางคนของขึ้นก็ทำท่าทางยกมือเหมือนถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่งลักษณะเหมือนฤาษี ตอนนี้โกลาหลไปหมดคนที่นั่งในวงสายสิญจน์ต่างก็แตกตื่นลุกหนีคนที่ของขึ้น ต้องคอยหลบหลีกพวกที่ของขึ้นวิ่งเข้าหาปะรำพิธีกันอลหม่าน ภายในสนามรอบสายสิญจน์ คนที่ของขึ้นต่างก็วิ่งเข้าหาหน้าปะรำพิธี แต่ก็มีพวกลูกศิษย์ที่จิตใจแข็งไม่เกิดการของขึ้น หลายคนช่วยกันจับคนที่ของขึ้นที่มีกำลังวังชามากมายที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน วิธีแก้ของขึ้นก็โดยการใช้ ๒ มือ ตบที่หูเบาๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว การไม่ให้ของขึ้นจะเตือนสติให้หายใจลึกๆ ให้ลืมตาไม่ให้หลับตา เคยถามคนที่ของขึ้นว่ารู้สึกยังไง เขาก็ตอบว่า ระหว่างหลับตาอยู่ในภวังค์ สติวูบไปอย่างไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง

    เมื่อหลวงพ่อบวงสรวงเสร็จก็นั่งบริกรรมสักพัก แล้วจะหันหน้าออกไปยังหน้าปะรำพิธี นั่งบริกรรมต่อระลึกถึงบูรพาจารย์ คณาจารย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านประสบพบในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก จนบรรพชา อุปสมบทเป็นภิกษุศิษย์ตถาคต ได้เดินธุดงควัตรไปพบกับผู้มีฤทธิ์วิเศษต่างๆ ครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทสรรพวิชาต่างๆ องค์พรหม องค์เทพเทวดาที่เกื้อกูลค้ำจุน ช่วยสร้างสมบารมี สร้างถาวรวัตถุ สาธารณประโยชน์ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ประเทศชาติบ้านเมือง
    หลวงพ่อนั่งสงบไม่ไหวติง แสดงถึงบารมีอันแก่กล้าพร้อมด้วยเหล่าพระอาจารย์ลูกศิษย์นั่งรายล้อมในปะรำพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ที่บูชาครู บูรพาจารย์ของผู้ทรงศีลให้รู้สึกถึงพลังอันเยือกเย็น หรือบางครั้งก็ให้รู้สึกถึงจิตใจที่กล้าแข้ง ฝูงชนที่รายล้อมอยู่นอกวงสายสิญจน์ต่างตระหนักถึงสายพระเวทย์อันเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ต่างก็จับสายสิญจน์ที่รายล้อมปะรำพิธีกันทุกคนเสียงแผดร้อง โจนทะยานของคนที่ของขึ้นตลอดเวลา ระหว่างที่หลวงพ่อเปิ่นนั่งบริกรรม จนฝุ่นกระจายไปทั่วบริเวณ
    ตั่งแต่หลวงพ่อเปิ่น ท่านได้เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางพระ ท่านได้จัดพิธีบูชาครูเรื่อยมาทุกๆ ปี มิได้ขาด แสดงให้ถึงวัตรปฏิบัติ ที่มีความกตัญญูกตเวที ไม่เคยลืมครูบาอาจารย์ อีกทั้งการทำพิธีเป็นการเพิ่มพุทธคุณพุทธานุภาพ บารมีให้เข้มขลังยิ่งขึ้น
    ภายในปะรำพิธี พอหลวงพ่อเปิ่นลืมตาขึ้นจากการบริกรรม แล้วลุกขึ้นมากราบแท่นบูชาบูชาครูเท่านั้นคลื่นมหาชนที่คอยจับสายสิญจน์อยู่เป็นเวลานาน ต่างก็เฮโลกระชากดึงสายสิญจน์ขาด พรึบเดียวสายสิญจน์ก็ขาดหายไป บางคนก็ลุกขึ้นจากวงสายสิญจน์จากภายในภายนอก ต่างถาโถมเข้าหาหลวงพ่อที่เดินมาที่โอ่งน้ำพุทธมนต์ แล้วประพรมน้ำพระพุทธมนต์ไปทั่วรอบทิศทาง ตอนนี้บางคนก็ของขึ้นวิ่งเบียดกันมาโกลาหล ต่างตนต่างเบียดเสียดยื้อแย่งเข้าหาหลวงพ่อ คลื่นคนดันคนให้เดินไปข้างหน้า ต่างเบียดเข้าที่หน้าปะรำพิธีที่เดียว เมื่อได้น้ำพุทธมนต์จนพอใจแล้วกว่าจะพาตัวเล็ดลอดออกมาได้ก็แทบแย่ เพราะคนที่อยู่ด้านในก็อยากจะออกมาข้างนอก ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกก็อยากจะเข้าไปข้างใน จะหาทางออกหรือถอยหลังก็ไม่ได้ต้องไปตามแรงดันของกระแสคลื่นมหาชนเหล่าลูกศิษย์ที่จะเข้ามารับน้ำพระพุทธมนต์
    เมื่องานพิธีบูชาครู บูรพาจารย์ได้สิ้นสุดลงแล้ว ลูกศิษย์บางคนก็เข้ามาขอเครื่องบายศรี ผลไม้ต่างๆ อาหารคาวหวานมากินเพื่อเป็นสิริมงคล พอหลวงพ่อลงมาจากปะรำพิธีกลับมาที่กุฏิ เครื่องบูชาเซ่นสังเวยบนปะรำพิธีก็หายวับไปกับตาไม่มีอะไรเหลือ แม้แต่โอ่งน้ำมนต์ที่มีน้ำมนต์เต็มโอ่งก็แห้งขอด งานบูชาครูก็เป็นอันจบสิ้นพิธี ท่ามกลางความยินดีปรีดาของเหล่าลูกศิษย์ที่อิ่มเอิบไปด้วยแรงบุญอันเป็นสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดที่เขาเหล่านั้นได้รับ เหลือไว้แต่ตำนานพิธีบูชาครูอันเข้มขลัง เปี่ยมล้นไปด้วยพลานุภาพที่เราทั้งหลายต่างจดจำในวันข้างหน้า
    ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bp.or.th/index.htm



    อนุโมทนาครับ
    ขอบคุณครับ
     
  10. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    อนุโมทนาครับ
    ขอบคุณครับ

    <!-- / message -->
     
  11. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    [​IMG]

    ****** ลายสัก สายวัดบางพระล้วนๆๆเลยครับ ******
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2008
  12. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    <center>
    [​IMG]
    <table width="567" border="0" cellpadding="0" cellspacing="5"> <tbody><tr> <td valign="top">ไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่น "ของ...ขึ้นจริงหรือแกล้งขึ้น"</td> </tr> <tr> <td class="Text_Story" valign="top"><!-- [​IMG] [​IMG] พิธีบูชาครูบูรพาจารย์ หรือ พิธีไหว้ครูสักยันต์ ของ พระอุดมประชานาถ หรือที่รู้จักกันดีใมนาม หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม


    เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีถึงบุญคุณของบูรพาจารย์ ทั้งนี้จะทำกันทุกปี ในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์ หรือเดือนมีนาคม โดยในปี ๒๕๕๐ นี้จัดให้มีขึ้นใน วันเสาร์ที่ ๓ มีนาคม เวลา ๐๙.๓๙ น.
    อาการที่เรียกว่า "ของขึ้น" มักเกิดแก่คนที่มีความเลื่อมใส จิตใจตั้งมั่นยึดมั่นในครูบาอาจารย์ มีความอ่อนไหวง่าย เมื่อหลับตาระลึกถึงครูบาอาจารย์พระองค์ท่าน พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ
    เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มบวงสรวง จุดธูป เทียน บูชาครู บูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดินก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าแปลกใจ คือ ภายหลังจบพิธี ไม่พบร่องรอยบาดแผล ถลอก หรือเลือดตกยางออกให้เห็นเลย บางคนของขึ้นก็ทำท่าทางยกมือเหมือนถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่ง ลักษณะเหมือนฤาษี
    ตอนนี้โกลาหลไปหมด คนที่นั่งในวงสายสิญจน์ต่างก็แตกตื่นลุกหนีคนที่ของขึ้น ต้องคอยหลบหลีกพวกที่ของขึ้นวิ่งเข้าหาปะรำพิธีกันอลหม่าน ภายในสนามรอบสายสิญจน์ คนที่ของขึ้นต่างก็วิ่งเข้าหาหน้าปะรำพิธี
    แต่ก็มีพวกลูกศิษย์ที่จิตใจแข็ง ไม่เกิดการของขึ้น หลายคนช่วยกันจับคนที่ของขึ้น ที่มีกำลังวังชามากมาย ที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน
    วิธีแก้ของขึ้นก็โดยการใช้ ๒ มือตบที่หูเบาๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว การไม่ให้ของขึ้นจะเตือนสติให้หายใจลึกๆ ให้ลืมตาไม่ให้หลับตา
    พระอภิญญา หรือ หลวงพี่ญา หนึ่งในจำนวนพระลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่น ซึ่งยังคงทำหน้าที่สักยันต์ให้ผู้ศรัทธา บอกว่า แม้หลวงพ่อเปิ่นจะมรณภาพไปแล้ว แต่พระที่เป็นลูกศิษย์ยังคงสืบทอดการสักยันต์ตามตำราของหลวงพ่อเปิ่นไว้อย่างสมบูรณ์
    หลังจากหลวงพ่อเปิ่นมรณภาพ ผู้มาสักยันต์ลดลงในช่วง ๓-๔ เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็เท่าเดิม และทุกวันนี้ก็เพิ่มขึ้น มากกว่าช่วงที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำไป
    รวมทั้งในวันไหว้ครู ลูกศิษย์จะมาร่วมงานเพิ่มมากขึ้น โดยมีพระที่ยังสักยันต์ให้เป็นหลักๆ คือ อาจารย์พันธ์ อาจารย์ต้อย อาจารย์ติ่ง อาจารย์แป๋ว และอาจารย์นัน แต่ละรูปมีลูกศิษย์มาสักยันต์พอๆ กัน
    จำนวนลูกศิษย์ที่มาสักยันต์เพิ่มขึ้น มีเหตุปัจจัยหลายอย่าง อาทิ คนในสังคมปัจจุบันขาดกำลังใจ และเชื่อว่า อักขระเลขยันต์ของหลวงพ่อเปิ่นสามารถช่วยบรรเทาทุกข์ได้ รวมทั้งการเสนอข่าวของสื่อมวลชน คำเล่าขานของคนรุ่นก่อนๆ และการคมนาคมที่สะดวกขึ้น บางวันมีคนมาตั้งแต่ ๖ โมงเช้า สักยันต์ไปจนถึงมืดค่ำก็มี ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ อาจจะเป็นร้อยคน
    ขณะเดียวกัน วัดบางพระเองก็ยังคงจัดพิธีไหว้ครูสักยันต์มาทุกปี มีศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศ มาร่วมงานนับหมื่นคนและเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี
    สำหรับอาการของขึ้น ในวันไหว้ครูนั้น หลวงพี่ญา อธิบายว่า เกิดจากจิตและศรัทธาของผู้สักยันต์ มีทั้งขึ้นจริงและขึ้นตามเพื่อน รายที่ขึ้นตามเพื่อน เพราะถ้าไม่ขึ้นอาจจะคิดไปเองว่าไม่ขลัง จึงต้องทำแกล้งบ้าง รายที่แกล้งขึ้นจะสังเกตได้ง่ายๆ คือ ขึ้นบ่อยครั้งมากเกินไป
    อาการของขึ้นมากที่สุด น่าจะเป็นเสือเผ่น รองลงมาเป็นฤาษี (พ่อแก่) หนุมาน ลิงลม หมูทองแดง และปลาไหล ที่เป็นเช่นนี้ เพราะมีคนสักยันต์รูปเสือเผ่นมากกว่าสัตว์อื่นๆ
    "พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มทำการบวงสรวง จุดธูป เทียน บูชาครูบูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดืนก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล" หลวงพี่ญา กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
    ทุกวันนี้วัดกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับผู้สักยันต์ โดยมีเงื่อนไขหลักกว้างๆ คือ จะไม่สักยันต์ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เด็ดขาด นอกจากว่าพ่อหรือผู้ปกครองที่เคยมาสักยันต์พามาเท่านั้น
    อักขระเลขยันต์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ คือ ยันต์ครู ยันต์แปดทิศ ยันต์งบน้ำอ้อย ส่วนขันบูชาครูนั้น มีดอกไม้ธูปเทียน และปัจจัยไม่เกิน ๒๕ บาท เท่ากับในสมัยที่หลวงพ่อเปิ่นยังมีชีวิตอยู่
    ส่วนความขลังของอักขระเลขยันต์นั้น หลวงพี่ญาบอกว่า เกิดจาก ๒ ส่วนประกอบกัน คือ ส่วนแรก ได้แก่ อักขระเลขยันต์ที่สักซึ่งล้วนมาจากพระคาถาทั้งสิ้น เช่น ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า (หมวกเหล็ก) ยันต์องค์พระพุทธ ยันต์เกราะเพชร ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์ ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติของผู้สักยันต์ ที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    "เพื่อให้ยันต์ไม่เสื่อมคลายความขลัง ต้องยึดปฏิบัติตามศีล ๕ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อที่ว่า ห้ามผิดลูกเมียเขา ห้ามด่าบุพาการีทั้งของตนเองและผู้อื่น ถ้าไม่ทำตามข้อห้าม ลายยันต์ก็ไร้ความหมาย ผู้สักยันต์จะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ด้วยบุญญาธิการของบูรพาจารย์ คณาจารย์ที่ถ่ายทอดสู่ตัวของคน สักยันต์ไม่ให้เสื่อมคลายความขลัง ต้องถือปฏิบัติในความดี ข้อห้ามต่างๆ ที่มีมาในสมัยโบราณ อย่างที่เรียกว่า คนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผีคุ้ม ปกป้องกันภัย เป็นข้อเตือนสติให้ตระหนักถึงผลกรรมดี กรรมชั่ว ความเสื่อมอีกประการหนึ่ง ผู้ได้รับการสักปฏิบัติตนไม่เหมาะสม เช่น โอ้อวด ท้าทาย ประลองต่อสู้กับผู้อื่น ทำตนเป็นมิจฉาชีพ ก่ออาชญากรรม" หลวงพี่ญา กล่าวทิ้งท้าย 0 เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู / ภาพ ประเสริฐ เทพศรี 0

    --> [​IMG] พิธีบูชาครูบูรพาจารย์ หรือ พิธีไหว้ครูสักยันต์ ของ พระอุดมประชานาถ หรือที่รู้จักกันดีใมนาม หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
    เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีถึงบุญคุณของ บูรพาจารย์ ทั้งนี้จะทำกันทุกปี ในวันเสาร์ของเดือนกุมภาพันธ์ หรือเดือนมีนาคม โดยในปี ๒๕๕๐ นี้จัดให้มีขึ้นใน วันเสาร์ที่ ๓ มีนาคม เวลา ๐๙.๓๙ น.
    อาการที่เรียกว่า "ของขึ้น" มักเกิดแก่คนที่มีความเลื่อมใส จิตใจตั้งมั่นยึดมั่นในครูบาอาจารย์ มีความอ่อนไหวง่าย เมื่อหลับตาระลึกถึงครูบาอาจารย์พระองค์ท่าน พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ [​IMG]
    เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มบวงสรวง จุดธูป เทียน บูชาครู บูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดินก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าแปลกใจ คือ ภายหลังจบพิธี ไม่พบร่องรอยบาดแผล ถลอก หรือเลือดตกยางออกให้เห็นเลย บางคนของขึ้นก็ทำท่าทางยกมือเหมือนถือไม้เท้าเดินกระย่องกระแย่ง ลักษณะเหมือนฤาษี
    ตอนนี้โกลาหลไปหมด คนที่นั่งในวงสายสิญจน์ต่างก็แตกตื่นลุกหนีคนที่ของขึ้น ต้องคอยหลบหลีกพวกที่ของขึ้นวิ่งเข้าหาปะรำพิธีกันอลหม่าน ภายในสนามรอบสายสิญจน์ คนที่ของขึ้นต่างก็วิ่งเข้าหาหน้าปะรำพิธี
    แต่ก็มีพวกลูกศิษย์ที่จิตใจแข็ง ไม่เกิดการของขึ้น หลายคนช่วยกันจับคนที่ของขึ้น ที่มีกำลังวังชามากมาย ที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหน
    วิธี แก้ของขึ้นก็โดยการใช้ ๒ มือตบที่หูเบาๆ หรือใช้มือลูบหน้าตรงจมูก หรือยกขาให้สูงกว่าตัว การไม่ให้ของขึ้นจะเตือนสติให้หายใจลึกๆ ให้ลืมตาไม่ให้หลับตา
    พระอภิญญา หรือ หลวงพี่ญา หนึ่งในจำนวนพระลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่น ซึ่งยังคงทำหน้าที่สักยันต์ให้ผู้ศรัทธา บอกว่า แม้หลวงพ่อเปิ่นจะมรณภาพไปแล้ว แต่พระที่เป็นลูกศิษย์ยังคงสืบทอดการสักยันต์ตามตำราของหลวงพ่อเปิ่นไว้ อย่างสมบูรณ์
    หลังจากหลวงพ่อเปิ่นมรณภาพ ผู้มาสักยันต์ลดลงในช่วง ๓-๔ เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็เท่าเดิม และทุกวันนี้ก็เพิ่มขึ้น มากกว่าช่วงที่หลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำไป
    รวมทั้งในวันไหว้ครู ลูกศิษย์จะมาร่วมงานเพิ่มมากขึ้น โดยมีพระที่ยังสักยันต์ให้เป็นหลักๆ คือ อาจารย์พันธ์ อาจารย์ต้อย อาจารย์ติ่ง อาจารย์แป๋ว และอาจารย์นัน แต่ละรูปมีลูกศิษย์มาสักยันต์พอๆ กัน
    จำนวนลูกศิษย์ที่มาสักยันต์เพิ่มขึ้น มีเหตุปัจจัยหลายอย่าง อาทิ คนในสังคมปัจจุบันขาดกำลังใจ และเชื่อว่า อักขระเลขยันต์ของหลวงพ่อเปิ่นสามารถช่วยบรรเทาทุกข์ได้ รวมทั้งการเสนอข่าวของสื่อมวลชน คำเล่าขานของคนรุ่นก่อนๆ และการคมนาคมที่สะดวกขึ้น บางวันมีคนมาตั้งแต่ ๖ โมงเช้า สักยันต์ไปจนถึงมืดค่ำก็มี ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ อาจจะเป็นร้อยคน
    ขณะเดียวกัน วัดบางพระเองก็ยังคงจัดพิธีไหว้ครูสักยันต์มาทุกปี มีศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศ มาร่วมงานนับหมื่นคนและเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี
    สำหรับ อาการของขึ้น ในวันไหว้ครูนั้น หลวงพี่ญา อธิบายว่า เกิดจากจิตและศรัทธาของผู้สักยันต์ มีทั้งขึ้นจริงและขึ้นตามเพื่อน รายที่ขึ้นตามเพื่อน เพราะถ้าไม่ขึ้นอาจจะคิดไปเองว่าไม่ขลัง จึงต้องทำแกล้งบ้าง รายที่แกล้งขึ้นจะสังเกตได้ง่ายๆ คือ ขึ้นบ่อยครั้งมากเกินไป
    อาการของขึ้นมากที่สุด น่าจะเป็นเสือเผ่น รองลงมาเป็นฤาษี (พ่อแก่) หนุมาน ลิงลม หมูทองแดง และปลาไหล ที่เป็นเช่นนี้ เพราะมีคนสักยันต์รูปเสือเผ่นมากกว่าสัตว์อื่นๆ
    "พวกที่สักอักขระที่เป็นรูปลักษณ์ต่างๆ เช่น สักรูปเสือเผ่น ก็กางเล็บกระโดดโจนทะยานวิ่งเข้าหาหลวงพ่อหน้าปะรำพิธี ขณะที่หลวงพ่อเริ่มทำการบวงสรวง จุดธูป เทียน บูชาครูบูรพาจารย์ ผู้ที่สักเป็นรูปหนุมานก็กระโดดโลดเต้นตีลังกาเข้าหา ที่สักหมูป่าก็แผดเสียงร้องก้อง วิ่งเข้าหาหลวงพ่อ บนพื้นดืนก็มีคนคลานเลื้อยเหมือนปลาไหล" หลวงพี่ญา กล่าว พร้อมกับบอกด้วยว่า
    ทุกวันนี้วัดกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับผู้สักยันต์ โดยมีเงื่อนไขหลักกว้างๆ คือ จะไม่สักยันต์ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เด็ดขาด นอกจากว่าพ่อหรือผู้ปกครองที่เคยมาสักยันต์พามาเท่านั้น
    อักขระเลขยันต์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ คือ ยันต์ครู ยันต์แปดทิศ ยันต์งบน้ำอ้อย ส่วนขันบูชาครูนั้น มีดอกไม้ธูปเทียน และปัจจัยไม่เกิน ๒๕ บาท เท่ากับในสมัยที่หลวงพ่อเปิ่นยังมีชีวิตอยู่
    ส่วนความขลังของอักขระเลขยันต์นั้น หลวงพี่ญาบอกว่า เกิดจาก ๒ ส่วนประกอบกัน คือ ส่วนแรก ได้แก่ อักขระเลขยันต์ที่สักซึ่งล้วนมาจากพระคาถาทั้งสิ้น เช่น ยันต์มงกุฎพระพุทธเจ้า (หมวกเหล็ก) ยันต์องค์พระพุทธ ยันต์เกราะเพชร ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์ ยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์ ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติของผู้สักยันต์ ที่ต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
    "เพื่อให้ยันต์ไม่เสื่อมคลายความขลัง ต้องยึดปฏิบัติตามศีล ๕ อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อที่ว่า ห้ามผิดลูกเมียเขา ห้ามด่าบุพาการีทั้งของตนเองและผู้อื่น ถ้าไม่ทำตามข้อห้าม ลายยันต์ก็ไร้ความหมาย ผู้สักยันต์จะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ด้วยบุญญาธิการของบูรพาจารย์ คณาจารย์ที่ถ่ายทอดสู่ตัวของคน สักยันต์ไม่ให้เสื่อมคลายความขลัง ต้องถือปฏิบัติในความดี ข้อห้ามต่างๆ ที่มีมาในสมัยโบราณ อย่างที่เรียกว่า คนดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ผีคุ้ม ปกป้องกันภัย เป็นข้อเตือนสติให้ตระหนักถึงผลกรรมดี กรรมชั่ว ความเสื่อมอีกประการหนึ่ง ผู้ได้รับการสักปฏิบัติตนไม่เหมาะสม เช่น โอ้อวด ท้าทาย ประลองต่อสู้กับผู้อื่น ทำตนเป็นมิจฉาชีพ ก่ออาชญากรรม" หลวงพี่ญา กล่าวทิ้งท้าย
    0 เรื่อง ไตรเทพ ไกรงู / ภาพ ประเสริฐ เทพศรี 0
    </td> </tr> </tbody></table> <table width="567" align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td height="20">
    </td></tr></tbody></table>
    <table width="567" align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td height="20">
    </td></tr></tbody></table>*** อ้างอิงจาก : www.komchadluek.net ***

    thaiput007@hotmail.com

    <table width="567" align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><td height="20">
    </td></tr></tbody></table></center>​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2008
  13. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  14. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    อนุโมทนาครับ

    ขอบคุณครับ
     
  15. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  16. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    กราบ กราบ กราบ .... ครู อาจารย์ ค่ะ
     
  17. sacrifar

    sacrifar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    551
    ค่าพลัง:
    +3,222
    มีเสือ(เครื่องราง)ให้ดูบ้างปะครับ
     
  18. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  19. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  20. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657

แชร์หน้านี้

Loading...