ชิงสุกก่อนห่าม

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย vacharaphol, 28 ตุลาคม 2006.

  1. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +27,177
    แสงแห่งคำ ตอน ชิงสุกก่อนห่าม

    การลิ้มรส อร่อยล้น ของผลไม้
    ต้องใส่ใจ ในขั้นตอน ก่อนและหลัง
    หากใจร้อน ข้ามลำดับ ไม่รับฟัง
    จักผิดหวัง ในรสชาติ ที่บาดใจ

    ผลไม้สุก ก็จะพร้อม ทั้งหอมหวาน
    รับประทาน อร่อยรส จิตสดใส
    ถ้ายังห่าม ความอร่อย ย่อมน้อยไป
    ควรรอไว้ ให้สุกก่อน อย่าร้อนรน

    เฉกนารี ที่สดใส ด้วยวัยสาว
    มักมีข่าว คาวโลกีย์ ที่สับสน
    เพราะร้อนรุ่ม ราวสุมไฟ กลางใจตน
    ยังไม่พ้น กลิ่นน้ำนม อารมณ์พา

    ปล่อยเนื้อตัว ปล่อยใจ ใฝ่กระสัน
    อยากมีเพศ สัมพันธ์ กันมากหน้า
    แม้ไม่พร้อม ที่จะเป็น เช่นมารดา
    แสวงหา ความรัก หัวปักปำ


    "การชิงสุก ก่อนห่าม" ไม่งามแน่
    คนเพศแม่ ไม่ควรจัก ถลากถลำ
    ควรอบรม บ่มนิสัย ในทางธรรม
    จักน้อมนำ ชีวี สุขศรีเอย

    พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) คิดสร้างสรรค์
    อาจารย์กมล วีรวงศ์ เรียงร้อย ถ้อยคำ

    วันนี้อาตมาเปิดคอลัมน์แสงแห่งคำ ค่อนข้างร้อนแรง! จั่วหัวหยิบยกคำที่ทันสมัยตลอดกาล และใช้ได้กับทุกยุคสมัย ในประเด็นของคำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" หลายคนถึงกับอมยิ้ม เพราะได้ยินบ่อยจนชินหู แต่หารู้ไม่ว่า เรื่องนี้เลวร้าย อันตรายสุดๆในสังคมไทย...

    ญาติโยมทุกท่านในทางวิชาการ คำว่า "ชิงสุกก่อนห่าม" โดยนัยมีความหมายชี้ชัดถึงการ.... "ด่วนทำในสิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย หรือไม่ถึงเวลาอันควรนั่นเอง!"

    ญาติโยมทุกท่านก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า พวกเราทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นคนไทย มีหลักยึดหลักคิดสำคัญภายในจิตใจ

    มีหลักประพฤติปฏิบัติอยู่เนืองนิตย์ คือ การนับถือศรัทธายึดมั่นใน สถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างมั่นคงและจริงใจมิเสื่อมคลายเสมอมา.....

    สังคมไทยโบราณนั้น ปูทางให้ญาติโยมทุกท่านศึกษาและเกิดความเชื่อในเรื่องของการนับถือศาสนาพุทธ อย่างเคร่งครัด จริงจัง อนุรักษ์ สืบทอดมาเป็นประเพณี ศิลปวัฒนธรรมจวบจนปัจจุบันวันนี้

    โดยหลักใหญ่ใจความแล้ว คนไทยทุกคน ทุกครอบครัว ล้วนถูกพร่ำสอนจากบรรพบุรุษ ย้ำเตือนให้ลูกหลานที่เป็นหญิง ควรรักนวลสงวนตัว และต้องอยู่ในสายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ตลอดเวลา!

    ประเด็นสำคัญที่พ่อแม่ห่วงนักห่วงหนา คือจะไม่ยอมให้ลูกของตนที่เป็นหนุ่มสาวไปใกล้ชิดสนิทสนมกันจนเกินงาม

    ญาติโยมทุกท่านจะสังเกตได้ว่า พ่อแม่ของเราเกือบทุกคน ล้วนยึดมั่นถือมั่นกับเรื่องของ "วันเวลา" กับหลักคิดสุภาษิตโบราณที่ว่า "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน"

    เวลาช่วยอะไรได้หลายเรื่อง "ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา" ช่วยบรรเทาเหตุการณ์ร้ายๆให้กลายเป็นดี ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความประมาท และผิดพลาดกับเรื่องราวที่เลวร้าย หรือปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา

    กาลเวลาทำให้ญาติโยมทุกท่านรอบคอบมากยิ่งขึ้น ทำให้จิตสุขุม นิ่ง วางเฉย ใจเย็น ไม่เร่าร้อน และเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น เพิ่มพูนสติปัญญา เพิ่มระบบคิดแบบสกรีนกลั่นกรอง ให้ละเอียดได้มากยิ่งขึ้น!

    โดยเฉพาะที่อาตมาอยากจะขอเตือนคือบรรดาเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา วัยรุ่นวัยใหม่ หรือวัยน่ารักทั้งหลาย
    ขอให้ทุกคน "จงอย่าใจร้อน" ควรรู้จักและเข้าใจคำว่า "รอ" อย่างใจเย็น
    รอ.......จนกว่าจะถึงเวลาอันควร ใช้สติศึกษาหาข้อมูล ไตร่ตรองสร้างความพร้อม ก่อนที่จะตัดสินใจมีเหย้ามีเรือน

    ถึงเวลานั้นเราจะทำอะไรก็ได้ ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะพวกเราทุกคน ล้วนผ่านกระบวนการใช้ชีวิตในห้วงวัยรุ่นมาอย่างสมบูรณ์แบบเพียงพอแล้ว

    ภาษาราชการเรียกว่า "บรรลุนิติภาวะ" หรือโตพอที่จะรู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ.....

    อาตมาอยากจะร้องขอให้ญาติโยมทุกท่าน ระลึกนึกถึงอยู่เสมอถึงคำสอนที่พ่อแม่ของเราพร่ำสอน ถึงการประคองชีวิต อยู่ในกรอบ ไม่ออกนอกลู่ รู้และเข้าใจถึงการรักตัว ถนอมร่างกาย ไม่ให้บอบช้ำ และอย่าเสียตัว เพราะความสนุกหรือใจแตกเยี่ยงนี้

    พ่อแม่สอนก็เพื่อป้องกัน มิให้ลูกหลานด่วนได้ ใจเร็ว ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัว ปล่อยใจจนถึงขั้นได้เสียเป็นผัวเป็นเมีย โดยบังเอิญ เพราะขาดสติยั้งคิด หรือสนุกเพลิดเพลินกับห้วงเวลานั้น..... พอพลาดไปแล้วก็กลายเป็นที่ติฉินนินทาของสังคมว่าเป็นคนประเภทที่เรียกว่า"ชิงสุกก่อนห่าม" นั่นเอง!

    มาถึงยุคนี้เมื่อสังคมเปลี่ยนไป คำว่า ชิงสุกก่อนห่าม เริ่มเลือนๆ จางไป เริ่มไม่มีความหมายมากนักในสายตาของคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ เพราะทุกคนเริ่มมองข้ามความปลอดภัย เริ่มชินชากับการเสียเนื้อเสียตัว มองเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เพื่อนทำได้เราก็ทำได้ นี่คือความจริงที่กำลังลุกลามสู่สังคมไทย

    ปัจจุบันบทบาทของวัยรุ่นหนุ่มสาว ที่มีความคิดแบบนี้ เริ่มขยายวงกว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะในโลกของการศึกษาและอาชีพเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการนำเอาข้ออ้างด้านสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกันมาเป็นเหตุผลสนับสนุนในการนำตัวเองออกจากกรอบวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่เคยยึดถือกันมา จึงไม่น่าแปลกที่ในปัจจุบันหญิงสาวบางคนอาจจะบอกรักชายก่อนหรือแม้แต่จะเป็นฝ่ายเสนอ เพื่อมีเพศสัมพันธ์กับชายที่ตนเองพึงพอใจ

    ที่อาตมายกประเด็นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าญาติโยมทุกท่าน กำลังลืม และรู้สึกขี้เกียจ เบื่อหน่ายที่จะตระหนักคิดถึงเรื่องนี้ และมักชอบคิดว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของเวรกรรม ช่างมันฉันไม่แคร์ แล้วแต่ดวง แล้วแต่โชควาสนา หรือมักจะพูดกันว่า "ทำดีที่สุดแล้ว" ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย!?!

    บ่อยครั้งที่วัยรุ่นเด็กสาวในบ้านเมืองของเรา เกิดการ "ตั้งครรภ์" อันไม่พึงปรารถนาขึ้น และเกิดปัญหาต่างๆตามมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการ "ทำแท้ง"

    วัยรุ่นบ้านเรามีพฤติกรรมทางเพศที่ค่อนข้างน่ากลัว! โดยเฉพาะที่อาตมาขอเน้นย้ำคือนักเรียน นิสิต นักศึกษาในสถาบันต่างๆ ทุกวันนี้ทุกคนล้วนแต่งเนื้อ แต่งตัวล่อแหลมมาก เสื้อผ้าที่ใส่รัดๆ อวดทรวดทรงนั้น คือชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรขึ้นมา

    ญาติโยมที่เป็นนักศึกษาทุกท่าน อย่าไปคิดว่ามันเป็นแฟชั่น อย่าไปหลงว่าใส่แล้วมันจะทำให้สวย หรือมันดูเท่ ทันสมัย ต้องพยายามห้ามใจ ตั้งสติให้ดี แล้วแต่งตัวใหม่ ใส่เสื้อผ้าให้มันมิดชิด อย่าทำไปเพื่อเป็นการยั่วยวน เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแล้ว ผู้ที่เสียเปรียบมากที่สุดคือ "ผู้หญิง"

    "ผู้หญิง" ถ้าเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว ย่อมไม่สามารถเรียกร้องความบริสุทธิ์นั้นให้กลับคืนมาได้ และจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต......

    เหตุการณ์สำคัญทุกวันนี้ ญาติโยมทุกท่านต้องยอมรับความจริงในประเด็นที่ว่า จำนวนนักเรียนนักศึกษาที่มีเพศสัมพันธ์กันมีมากขึ้น

    และที่ลืมไม่ได้เลย คือปัญหาสำคัญที่ตามมาตอนนี้ คือ ประเทศไทยมีการ "ทำแท้ง" สูงถึง 2-4 แสนรายต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งเยาวชน วัยรุ่น นิสิต นักศึกษาและหญิงที่มีครอบครัวแล้ว

    นี่คือผลพวงจากการ "ชิงสุกก่อนหาม" ทั้งสิ้น

    ญาติโยมต้องเข้าใจก่อนว่า "การทำแท้ง" เป็นการแสดงถึงความไม่ต้องการตั้งครรภ์อีกต่อไป หรือที่เรียกว่า "เป็นการตั้งครรภ์อันไม่พึงปรารถนา"

    ชนวนสำคัญในจุดนี้อาตมาคิดว่า ญาติโยมทุกท่านรู้กันดีอยู่แล้ว นักเรียนก็เคยเรียนกันมาแล้วตามชั้นเรียนต่างๆในโรงเรียน พ่อแม่ครูบาอาจารย์ แม้แต่พระสงฆ์ก็เทศน์สอนเป็นประจำถึงเรื่องนี้...

    "การทำแท้ง" มีสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง อันเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กัน โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือรู้แล้ว ไม่สนใจ ชอบเสี่ยง ชอบการตื่นเต้น ชอบลุ้น

    แต่พอผ่านเหตุการณ์นั้นไปแล้ว ต่างมานั่งซึมเศร้า เสียใจ โหยหา บางคนถึงกับเป็นบ้าไปเลยก็มี

    อาตมาต้องขอเตือนย้ำอย่างหนักแน่น และเป็นห่วงที่สุดโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและเยาวชน ซึ่งมักจะมีเพศสัมพันธ์กันโดยไม่ใส่ใจที่จะ "คุมกำเนิด"

    การที่สังคมปัจจุบันเปิดโอกาสให้วัยรุ่นใกล้ชิดกันได้มากกว่าแต่ก่อน และความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้านมาอยู่ หอพัก คอนโดฯ บ้านเช่า หรืออพาร์ตเมนต์ ที่ห่างไกลจากสายตาพ่อแม่และครูอาจารย์

    ส่งผลทำให้เด็กวัยรุ่นในวัยนี้ มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรีมากยิ่งขึ้น โอกาสที่จะมีเพศสัมพันธ์จึงมีสูง และทำให้ทุกคนพร้อมที่จะ "ชิงสุกก่อนห่าม"

    และเมื่อเกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่ปรารถนาขึ้นมา ส่วนใหญ่มักลงท้ายด้วยการลักลอบ "ทำแท้ง" โดยใช้บริการของพวกบรรดา "หมอเถื่อน" ทั้งหลาย

    เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมายทำแท้งในประเทศไทย

    การทำแท้งในคลินิกโดยแพทย์ปริญญามักมีราคาแพง วัยรุ่นส่วนใหญ่มักเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้เป็นของตนเอง การทำแท้งโดยหมอเถื่อนที่มิใช่แพทย์แม้เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ญาติโยมทุกท่านต้องจำไว้ว่า หญิงสาวที่ไปรับบริการมักเกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและสุขภาพ เช่น ตกเลือด มดลูกทะลุ เกิดอันตรายต่อลำไส้และอวัยวะอื่นในช่องท้อง รวมทั้งการติดเชื้อ เป็นต้น

    บางคนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายวัน ร้ายยิ่งไปกว่านั้น คือ การสูญเสียความสามารถในการมีลูก เพราะการผ่าตัดเอามดลูกออก
    และมีอีกจำนวนมากที่ถึงกับเสียชีวิต

    สำหรับผู้ที่โชคดีรอดมาได้ก็เกิดบาดแผลทางใจ เป็นความรู้สึกผิดหรือตราบาปที่ฝังใจไปตลอดชีวิต!!!

    ปัญหาการ "ชิงสุกก่อนห่าม" และการ "ทำแท้ง" เป็นปัญหาใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะแก้ไขได้ แม้แต่รัฐบาล กรมสุขภาพจิต หรือกระทรวงสาธารณสุข อาตมามีความเชื่อมั่นว่า ไม่มีหน่วยงานใดแก้ไขได้แน่นอน อาตมารับประกัน?

    แต่ที่อาตมาเชื่อมั่นคือต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน ทุกสถาบันที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถาบันครอบครัวและสถาบันการศึกษาควรให้คำแนะนำปรึกษา เพื่อให้วัยรุ่นชายหญิงมีพัฒนาการทางเพศอย่างถูกต้อง เหมาะสม รู้จักประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบจารีตประเพณีอันดีงาม เพื่อที่จะได้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ

    ขอให้ญาติโยมทุกท่านช่วยกันร่วมมือ และชี้แจงอธิบายให้เด็กๆเข้าใจก่อนว่า ผลเสียของการชิงสุกก่อนห่ามนั้นมันคืออะไร?

    ญาติโยมต้องสอนเขาว่า "ลูกเอ๊ย.... บางครั้งการที่เราเป็นลูกผู้หญิง จะรักชอบผู้ชายสักคนหนึ่ง คิดว่าการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีการแสดงออกซึ่งความรัก และอยากจะให้เค้าเห็นคุณค่าของมัน รักเรา ทำดีกับเรานั้น....แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป จากหน้ามือ เป็นหลัง....."

    ลูกต้องรู้ว่า จากที่เค้าเคยเอาใจใส่เรา รักเราดี พอเค้ามีอะไรกับเราแล้ว เค้าจะกลายเป็นคนละคน ธาตุแท้ บางอย่างที่เราไม่เคยเห็น อาจจะดีหรือไม่ มันจะเริ่มออกมา เมื่อนั้นเราจะรู้สึกเสียดาย และผิดหวังกับสิ่งที่เราเต็มใจให้เค้าไป ความผูกพันทางใจ ที่เป็นต้นเหตุของความรัก จะค่อยๆ หายไป

    อาจทำให้ตั้งครรภ์ ในเวลาที่ไม่สมควรได้ และเท่าที่อาตมาเห็น น้อยคนที่พอพลาดพลั้งตั้งท้อง แล้วจะแต่งงานกัน ส่วนมากมักจะไปทำแท้งกันทั้งนั้น ถือเป็นบาปกรรมนะญาติโยม

    ใครที่เคยเสียใจในเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้ว ต้องรีบปรับตัว เพื่อญาติโยมทุกท่านจะได้ไม่ต้องมีทุกข์แบบนี้อีก

    ผู้ชายส่วนใหญ่พอมีอะไรกับสุภาพสตรีแล้ว มักไม่ยอมรับผิดชอบอะไร พวกเราผู้หญิงนี่ แหละที่ต้องทุกข์ทั้งขึ้นทั้งล่อง อะไรที่พลาดพลั้งไปแล้ว ก็ช่างมัน ถือว่าเป็นบทเรียน เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตที่ผ่านมาได้

    แต่อนาคตเป็นของเรา เราต้องทำให้ดีที่สุด รักตัวเองให้มากที่สุด เพราะทุกอย่างที่ผ่านมาทำให้เรารู้แล้วว่า เมื่อเรามีความทุกข์นั้น มีใครบ้างที่รักเรา

    สำหรับญาติโยมที่ยังไม่เคยประสบกับปัญหาพวกนี้ ถือว่าดีแล้ว อย่าลองดีกว่า มันมีแต่เสียกับเสีย ไม่คุ้มค่าแน่นอน และอย่าคิดว่าการที่ผู้ชายที่เรารักขอมีเพศสัมพันธ์ หรือตอบสนองทางเพศให้เราอย่างถูกอกถูกใจ นั่นจะหมายความว่า เค้ารักเรา เพราะมันไม่ใช่อย่างแน่นอน!!!

    ฉะนั้นญาติโยมที่เป็นวัยรุ่นผู้หญิง จงอย่าเริ่มมีเพศสัมพันธ์กันเร็ว เฉกเช่นคำที่เปรียบเปรยไว้ว่าอย่า "ชิงสุกก่อนห่าม" เพราะคำนี้โบราณสอนไว้ดีเหลือเกิน เป็นคำที่อาตมาชอบมาก เตือนสติได้ดีจริงๆ

    วัยรุ่นทั้งหลายควรดูใจกันไปก่อน ตั้งสติให้ดี จำคำสอนของอาตมาไว้ให้จงหนัก!

    สุดท้ายก่อนจากกันวันนี้ อาตมาขอย้ำเตือนไปยังวัยรุ่นหนุ่มสาวที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งๆ ที่ยังไม่พร้อม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ วุฒิภาวะ หากครอบครัวเริ่มต้นไม่ดี ต่างฝ่ายต่างไม่พร้อม ไม่ว่าจะในด้านใด ส่วนมากต้องแยกทางกันเร็วทุกราย

    หากเราคิดว่า การที่เราเคยมีเพศสัมพันธ์กับใครบางคนที่เราเคยรักมาแล้ว เป็นเรื่องธรรมดา สักวัน ถ้าเราต้องแต่งงานกับผู้ชายคนใหม่ ถึงจะไม่มีใครรู้ แต่เราเองนี่ล่ะ ที่รู้ ยังไงเราก็ต้องมีความทรงจำในภาพเก่าๆ อยู่ และมันคงไม่มีความสุข อย่างแน่นอน

    ส่วนทางออกของการแก้ปัญหานี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของสังคม เด็กและเยาวชน เป็นค่านิยมพึงประสงค์ที่น่ากลัว...

    ฉะนั้นพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ ควรจัดทำกิจกรรมวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และจัดทำให้มากขึ้น เพื่อให้เด็กได้มีพื้นที่แสดงออกในด้านศิลปวัฒนธรรม ไม่ไปหมกมุ่นกับเรื่องเพศสัมพันธ์ เข้าวัดเข้าวา มากราบไหว้พระสงฆ์ ฟังเทศน์ฟังธรรม นับเป็นทางออกที่ดีที่สุด ขอให้ญาติโยมทุกท่านเชื่ออาตมา ไม่มีหนทางใดดีเท่าพวกเราชาวพุทธ ยึดมั่นและปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์ และคำสอนที่ใช้ได้ดีที่สุดในทุกยุคสมัยในสุภาษิตที่ว่าหญิงชายทั้งหลายจงอย่า "ชิงสุกก่อนห่าม" เจริญพร
     

แชร์หน้านี้

Loading...