เอวังกิ่ม

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย surasak.boonkla, 18 พฤษภาคม 2013.

  1. surasak.boonkla

    surasak.boonkla สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    1
    ค่าพลัง:
    +2
    ใครอ่านแล้วไม่ขำขอให้ยกมือขึ้น

    เอวังกิ่ม

    เรื่อง “เอวังกิ่ม” นี้มีเนื้อความเป็นประการใดคอยฟังต่อไป
    สำหรับเรื่อง เอวังกิ่มนี้ ความจริงเป็นเรื่องไม่ยาว แต่ว่าเจตนาของการหลั่นแกล้งหรือการล้อเล่นแบบการงมลูกพรรษาไม่มี เป็นเจตนาบริสุทธิ์ แต่เรื่องราวมันกลับโอละพ่อกันไป ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่ามีพระท่านผู้เฒ่าองค์หนึ่ง อย่าให้บอกชื่อและบอกสถานที่อยู่เลย เพราะดีไม่ดี ท่านผู้นั้นท่านก็ตายไปแล้ว แล้วลูกหลานเขายังอยู่ ถ้าเขารู้เข้า จะว่าเอาปู่ย่าตายายของเขามาโพนทะนาในด้านที่มันไม่ดี เขาจะมาตุ้บตั้บเอา ไม่ใช่ของดี เราคุยกันเป็นเรื่องนิทานจะดีกว่า ถ้าหากว่าเป็นเรื่องนิทานเสียแล้ว มันก็หมดเรื่องกันไป คือสมัยนั้น อาตมากำลังเป็นนักเทศน์ ยังเทศน์ดะ เขาเรียกว่าเทศน์ดะไม่ใช่เทศน์แปร ไอ้เทศน์ดะกับเทศน์แปรน่ะมันเป็นอย่างนี้ ชาวนาเขาไถไปทีแรกเขาเรียกว่าไถดะ มาไถอีกทีไถรอยขวาง เขาเรียกว่าไถแปร ทำให้ดินมันละเอียดขึ้นมา ให้เหมาะสมกับการหว่านข้าว ทีนี้ในสมัยนั้นอาตมาก็เทศน์ดะ เพราะอะไร เพราะเทศน์ตามตำราเป็นสำคัญ เทศน์ไปเทศน์มา เทศน์มาเทศน์ไป เทศน์จนกระทั้งปรากฏว่าในวันหลังมาตรวจดูในพระไตรปิฎก ผิดพระไตรปิฎกไปตั้งเยอะแยะ เวลานั้นไม่ได้อาศัยพระไตรปิฎก อาศัยตำราที่ท่านเขียนขึ้นมา เมื่อรู้ว่าผิด ถ้าไปเทศน์ซ้ำที่ไหนก็ขอแก้ตัว บอกว่าเทศน์คราวก่อน มาเทศน์เรื่องนั้นเรื่องนี้ไว้ ผิดจากความหมายไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทชายหญิงให้อภัยด้วย อย่างนี้เค้าเรียกว่าเทศน์ดะไม่ใช่เทศน์แปร

    ที่นี้ก็ไปที่วัด ๆ หนึ่ง เขามีนักเทศน์ด้วยกันหลายท่าน เจ้าของวัดก็เป็นนักเทศน์ แล้วในวัดนั้นก็เป็นนักเทศน์อยู่หลายองค์ ฐานะของอาตมาก็เป็นนักเทศน์ก็ไปพักที่วัดนั้น วันนั้นเป็นวันอุโบสถ ก็มีพระผู้เฒ่าท่านหนึ่งอยากจะไปเทศน์สอนญาติโยมที่ไปรักษาอุโบสถ จะไปเทศน์โปรด แต่ความจริงท่านจะไปเทศน์สอนญาติโยมที่รักษาอุโบสถหรือว่าเทศน์โปรดตัวท่านเองก็ไม่ทราบ เพราะการไปเทศน์โปรดญาติโยมที่รักษาอุโบสถนั้นบางทีญาติโยมเขาติดเครื่องกัณฑ์ ท่านก็ได้สตางค์มา เป็นเครื่องใช้สอยของท่าน ถ้าหากว่าท่านมีเจตาเป็นกุศล ไม่ปรารถนาในการได้เงินได้ทองก็เป็นของดี เพื่อโปรดญาติโยม ถ้าหากว่าท่านตั้งท่าตั้งทางจะไปเทศน์เพื่อหวังจะได้สตางค์ มากก็เอาน้อยก็เอา อย่างนี้กลายเป็นขายเทศน์ไป แทนที่จะมีคุณมันก็กลับมีโทษ แทนที่จะมีประโยชน์ก็กลับมีโทษขึ้นมา นี่มันไม่เป็นประโยชน์

    ท่านนักเทศน์ทั้งหลายมีหลายท่านด้วยกัน พระองค์นั้นก่อนที่จะขึ้นไปเทศน์ท่านก็ถามว่า เวลาเทศน์เขาเทศน์ยังไงขอรับ เห็นหนังสือแล้วก็เป็นหนังสือเทศน์ พิมพ์จากโรงพิมพ์ท่าพระจันทร์ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณาคือ นายกิม หงส์ลดารมภ์ เข้าเขียนไว้อย่างนั้น ทุกองค์ก็พูดเหมือนกันหมดว่า ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ การเทศน์ หนังสือนั่นเขาเขียนไว้หมดแล้วนี่ขอรับ เราก็ขึ้นไปอ่านตามหนังสือนั่นก็แล้วกัน ถามว่าอ่านยังไง ตอบว่ามีเท่าไหร่อ่านไปหมดทุกตัวแหละขอรับ ตานี้ ความจริงไม่ได้นึกว่าท่านจะโง่ถึงขนาดนั้น ท่านพระซื่อหรือพระเซ่อก็ไม่ทราบ ถ้าซื่อหนัก ๆ มันก็เซ่อ ถ้าเซ่อหนัก ๆ มันก็โง่

    ทีนี้ ทำยังไงล่ะ เวลาท่านขึ้นไปเทศน์ตอนกลางคืนที่ญาติโยมพุทธบริษัทเขารักษาอุโบสถที่ศาลาการเปรียญ เขาทำวัตรสวดมนต์กันเสร็จท่านก็ถือคัมภีร์เทศน์ลงไป พวกเราไม่ได้มีเจตนาร้ายก็เลยไม่ได้ตามลงไป แต่ว่าศาลานี่มันใกล้กับกุฏิแล้วท่านก็เสียงดัง พอขึ้นบนธรรมาสน์ โยมก็อาราธนาว่า พรหมา จ โลกา เป็นต้น พอเขาอาราธนาเสร็จ แทนที่ท่านจะพลิกใบลานไปข้างหน้าที่เขาตั้งนะโม ตัสสะ ภควโต ท่านไม่เอาอย่างนั้นน่ะซี ท่านล่อตั้งแต่หน้าปกเข้าไปเลย หน้าปกเขียนว่าพระธรรมเทศนาสอนประชาชน โรงพิมพ์ท่าพระจันทร์ นายกิม หงส์ลดารมภ์ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา พ่อตักเข้าตอนนี้ เอาไปตั้งแต่หน้าปกแล้วเปิดเข้าไปอีก ไอ้นโมตัสสะภควโตนี่น่ะ เขาเขียนย่อไว้ ท่านก็ว่าแต่ที่เขาย่อ ว่า นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะติ แล้วก็ว่าเรื่อยไป คล่อง คล่องดี อ่านหนังสือน่าฟัง เสียงดังฟังชัด สำเนียงก็ไพเราะ ถ้าจะว่ากันจริง ๆ จะเทศน์กับอาตมา อาตมาก็น่ากลัวจะพูดไม่ได้ ถ้าพูดทางด้านเสียง ท่านว่าได้ไพเราะจับใจมาก แต่ไปดีเอาตอนท้าย เพราะอะไร อีตอนท้ายเขาเขียนไว้ว่า “เอวังก็มี” แกไม่ได้ลงตามนั้นกับเขานี่ แล้วเขาก็เขียนไว้ข้างท้ายอีก ลงท้ายว่า “เอวังกิ่ม แม่นิ่ม ๒ บาท แม่ปาด ๒ สลึง แม่ผึ้ง ๑ เฟื้อง จบผูกดอ”

    คือเขาเขียนว่า เอวังก็มี แล้วคนที่เขาสร้างหนังสือฉบับนั่นน่ะ แม่นิ่มแกสร้างไว้ ๒ บาท แม่ปาดออก ๒ สลึง แม่ผึ้งแกออก ๑ เฟื้อง จบผูก ๑ ไอ้เลข ๑ เลขไทยนี่แกอ่านเป็นตัว “ด” ไป เลยล่อ “จบผูกดอ” เข้าให้

    ทีนี้ทำยังไง ญาติโยมที่ฟังก็หัวร่อกันกิ๊กไปกิ๊กมา กิ๊กมากิ๊กไป แกก็ขำ ตั้งแต่ขึ้นทีแรกแล้ว หนังสือเทศนาสอนประชาชน โรงพิมพ์ท่าพระจันทร์ นายกิม หงส์ลดารมภ์ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ญาติโยมก็เริ่มหัวเราะกันแล้ว พวกเราที่อยู่กุฏิก็หัวเราะกันเพราะเสียงแกดัง ทีนี้ ไปลงท้าย เอวังกิ่ม แม่นิ่ม ๒ บาท แม่ปาด ๒ สลึง แม่ผึ้ง ๑ เฟื้อง จบผูกดอเข้าอีก พวกเราก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน ล่อกันฮาครืน ญาติโยมที่ฟังทนไม่ไหววิ่งลงศาลาเยี่ยวแตกเยี่ยวแตนกันหลายคน

    ทีนี้สำหรับเรื่องนี้ก็จบกันเพียงเท่านี้นะ มันจบเพราะเรื่องมันไม่ยาวนี่ เล่ากันสั้น ๆ เป็นเรื่องจริง ๆ แต่แหม มันก็อิงนิทานเหมือนกัน อย่างนี้ก็สรุปได้ว่า ถ้าจำไม่ถนัดก็อย่าจัดไปกระเดียด เพราะอะไร เพราะมันน่าจะรู้ ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ ละก็ควรจะถาม ถ้าเขาอ่านตั้งแต่หน้าหกเข้าไปหรือตรงไหนขอรับ อย่างนี้พวกเราก็จะบอกให้เข้าใจ แต่ท่านไม่ถาม ก็คิดว่าท่านเข้าใจแล้ว ท่านไปทำแบบนั้นก็ช่วยอะไรไม่ได้ สำหรับเรื่องนี้ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้

    ที่มา เรื่องจริงอิงนิทานเล่ม 2 หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
     
  2. Chang_oncb

    Chang_oncb ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 สิงหาคม 2011
    โพสต์:
    12,276
    ค่าพลัง:
    +80,045
    [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...