ถามเกี่ยวกับการสวดนะโม3จบครับ

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย sio191, 15 กุมภาพันธ์ 2008.

  1. sio191

    sio191 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2008
    โพสต์:
    300
    ค่าพลัง:
    +601
    ผมมีเรื่องสงสัยมานานแล้วครับ ว่า ในการสวดมนต์แต่ละครั้งของผม
    หลังจากการสวดมนต์ที่เป็นหลักๆแล้ว หลังจากนั้นจะสวดคาถาย่อยต่างๆ
    การท่องคาถาย่อยต่างๆ อย่างเช่น พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า
    คาถาเสริมดวง คาถาเมตตา หรือคาถาหลวงพ่อต่างๆนี้ จำเป็นไหมครับว่าต้องว่า นะโม3จบก่อนทุกครั้งไป
    แบบว่า สวดนะโม3จบ.....สวดคาถาที่1
    สวดนะโม3จบ............สวดคาถาที่2
    สวดนะโม3จบ............ท่องคาถาที่3
    อย่างนี้รึเปล่าครับ เพราะผมเห็นแค่บางพระคาถาเท่านั้นที่กำกับไว้ว่าต้องท่องนะโม3จบก่อนน่ะครับ...........ขอผู้รู้แจ้งความกระจ่างทีครับ
    ปล.ผมไม่ใช่คนที่เล่นของ สักยันต์หรือเล่นไสยศาสตร์แต่อย่างใดนะครับ
    พระคาถาที่ผมสวด มักขอพรพระเพื่อ ปกปักษ์รักษาและคุ้มครองตนเองและครอบครัวหรือเสริมดวงเสมอครับ
    :) หากมีผู้ใดจะนำลำดับการสวดของตนเองมาให้ดูเป็นวิทยาทานจะขอบคุณมากๆครับ :)
    ขอให้เจริญทั้งทางโลกและทางธรรมทุกท่านครับ
     
  2. naraiyana

    naraiyana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    397
    ค่าพลัง:
    +628
    ให้แวะไปดูที่ web : http://www.watthummuangna.com/
    แล้วคุณจะได้พบสิ่งที่คุณอยากจะได้ครับ

    naraiyana
     
  3. hack super fast

    hack super fast เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    293
    ค่าพลัง:
    +560
    ผมสงสัยคล้ายกันคือ นะโม บท1 นะโม บท2 เราเปลี่ยนมาเป็น นะโม บท1,2 เลยได้มั๊ยครับ
     
  4. sio191

    sio191 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2008
    โพสต์:
    300
    ค่าพลัง:
    +601
    แงง ไม่มีคนตอบเลยหรอครับ
    เวบที่ไห้มาก็เข้าไม่ได้อะคับ -*-
     
  5. กิมหยง

    กิมหยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    109
    ค่าพลัง:
    +535
    แต่ก่อนเคยตั้งนะโม3จบแล้วสวดยาวเลยแต่มีคนแนะนำว่าเวลาจะสวดมนต์ให้ตั้งนะโมก่อนทุกครั่งสวดบทย่อยเราก็จะตั้งนะโมก่อนทุกบทเลยค่ะ
     
  6. กิมหยง

    กิมหยง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    109
    ค่าพลัง:
    +535
    กิมหยง

    สาเหตุของการต้องตั้ง นโม (หลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ)
    <HR style="COLOR: #ffffff" SIZE=1><!-- / icon and title --><!-- message --><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="94%" align=center border=0><TBODY><TR><TD class=postbody vAlign=top>[​IMG]

    สาเหตุของการต้องตั้ง นโม
    โดย..หลวงปู่มั่น ภูริทัตตมหาเถระ



    *** ได้มีโยมคนหนึ่ง คือ อาชญาขุนพิจารณ์ (บุญมาก) สุวรรณรงค์ เป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีอยู่ในอำเภอพรรณานิคม บุตรของพระเสนาณรงค์ (สุวรรณ์) เจ้าเมืองพรรณานิคมคนที่ 4 และเป็นนายอำเภอพรรณานิคม คนแรกในรัชสมัยของพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้นมัสการถามพระอาจารย์มั่นถึงเรื่อง "นโม" ว่าเหตุใดการให้ทานหรือการรับศีลจึงต้องตั้ง "นโม" ก่อนทุกครั้ง จะกล่าวคำถวายทาน และรับศีลเลยทีเดียวไม่ได้หรือ ?


    ***....พระอาจารย์มั่นได้เทศชี้แจงเรื่อง "นโม" ให้ฟังว่า... "เหตุใดหนอ นักปราชญ์ทั้งหลาย จะสวดก็ดีจะรับศีลก็ดี หรือจะทำการกุศลใดๆ ก็ดีจึงต้องตั้งนโมก่อนจะทิ้ง นโมไม่ได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ นโม ก็ต้องเป็นสิ่งสำคัญ จะยกขึ้นพิจารณา ได้ความปรากฏว่า

    น คือธาตุน้ำ โมคือธาตุดิน พร้อมกับบทพระคาถาขึ้นมาว่า มาตาเปติกสมฺภโว โอทนกุมฺมา สปจฺจโย สัมภวธาตุ ของมารดาบิดาผสมกันจึงเป็นตัวตนขึ้นมาเมื่อคลอดจากครรภ์มารดาแล้วก็ได้รับข้าวสุกและขนมกุมมาสเป็นเครื่องเลี้ยงจึงเจริญเติบโตขึ้นมาได้ "น" เป็น ธาตุ ของมารดา โม เป็นธาตุของบิดา ฉะนั้น เมื่อธาตุทั้ง 2 ผสมกันเข้าไป ไฟธาตุของมารดาเคี่ยวเข้าจน ได้นามว่า "กลละ" คือ น้ำมันหยดเดียว ณ ที่นี้เอง ปฏิสนธิวิญญาณเข้าถือปฏิสนธิได้ จิตจึงได้ปฏิสนธิในธาตุ "นโม" นั้น

    ....เมื่อจิตเข้าไปอาศัยแล้ว "กลละ" ก็ค่อยเจริญขึ้นเป็น "อัมพุชะ" คือ เป็นก้อนเลือด เจริญจากก้อนเลือดมาเป็น "ฆนะ" คือ แท่งและเปสี คือ ชิ้นเนื้อ แล้วขยายตัวออกคล้ายรูปจิ้งเหลน จึงเป็น ปัญจสาขา คือ แขน 2 ขา 2 หัว 1 ส่วนธาตุ "พ" คือ ลม "ธ" คือ ไฟนั้น เป็นธาตุเข้ามาอาศัยภายหลัง เพราะจิตไม่ถือ เมื่อละจาก " กลละ" นั้นแล้ว กลละ ก็ต้องเข้ามาอาศัยภายหลัง เพราะจิตไม่ถือ เมื่อละจากกลละนั้นแล้ว กลละ ก็ต้องทิ้งเปล่า หรือ สูญเปล่า ลม และไฟก็ไม่มี คนตายลมและไฟก็ดับหายสาบสูญไป จึงว่าเป็นธาตุอาศัย ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ธาตุ ทั้ง 2 คือ นโม เป็นดั้งเดิม

    .....ในกาลต่อมาเมื่อคลอดออกมาแล้วก็ต้องอาศัย "น" มารดา "โม" บิดาเป็นผู้ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมา ด้วยการให้ข้าวสุก และขนมกุมมาสเป็นต้น ตลอดจนการแนะนำสั่งสอนความดีทุกอย่าง ท่านจึงเรียกมารดาบิดา ว่า "ปุพพาจารย์" เป็นผู้สอนก่อนใครๆ ทั้งสิ้น มารดาบิดาเป็นผู้มีเมตตาจิตต่อบุตรธิดาจะนับจะประมาณ มิได้มรดกที่ท่านทำให้กล่าว คือ รูปกายนี้แลเป็นมรดกดั้งเดิมทรัพย์สินเงินทองอันเป็นภายนอก ก็เป็นไปจากรูปกายนี้เอง ถ้ารูปกายนี้ไม่มีแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ชื่อว่าไม่มีอะไรเลย เพราะเหตุนั้นตัวของเราทั้งตัวนี้เป็น"มูลมรดก" ของมารด าบิดา ทั้งสิ้น จึงว่าคุณของ ท่านจะนับจะประมาณมิได้เลย

    ...ปราชญ์ทั้งหลายจึงหาได้ละทิ้งไม่เราต้องเอาตัวเราคือ นโม ตั้งขึ้นก่อน แล้วจึงทำกิริยาหาได้แปล ต้นกิริยาไม่มูลมรดกนี้แลเป็นต้นทุนทำการฝึกหัดปฏิบัติตนไม่ต้องเป็นคนจนทรัพย์สำหรับทำทุนปฏิบัติ นโม เมื่อกล่าวเพียง 2 ธาตุเท่านั้นยังไม่สมประกอบ หรือยังไม่เต็มส่วน ต้องพลิกสระพยัญชนะดังนี้ คือ เอาสระอะ จากตัว "น" มาใส่ตัว "ม" เอา สระโอจากตัว "ม" มาใส่ตัว "น" แล้วกลับตัวมะ มาไว้หน้าตัว โน เป็น มโน แปลว่า ใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงได้ทั้งกายทั้งใจ เต็มตามสมควรแก่การใช้เป็นมูลฐานแห่งการปฏิบัติได้ มโน คือ ใจนี้เป็นดั้งเดิมเป็นมหาฐานใหญ่ จะทำจะพูดอะไรก็ย่อมเป็นไปจากใจนี้ทั้งหมดได้ในพระพุทธพจน์ว่า

    มโนปุพฺพงฺ คมา ธมฺมา มโนเสฎฐา มโมยา ธรรมทั้งหลายมีใจถึงก่อน มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จแล้วด้วยใจ

    ....พระ บรม ศาสดาจะทรงบัญญัติพระธรรมวินัย ก็ทรงบัญญัติออกไปจากใจ คือ มหาฐานนี้ทั้งสิ้นเหตุนี้เมื่อพระสาวกผู้ได้มาพิจารณาตามจนถึงรู้สึก นโมแจ่มแจ้งแล้ว มโน ก็สุดบัญญัติ คือพ้นจากบัญญัติทั้งสิ้น สมบัติทั้งหลาย ในโลกนี้ต้องออกไปจากนโมทั้งสิ้น ของใครก็ก้อนของใครต่างคนต่างถือเอาก้อนอันนี้ ถือเอาเป็นสมบัติ บัญญัติตามกระแสแห่งน้ำ โอฆะ จนเป็นอวิชชาตัวก่อภพก่อชาติด้วยการไม่รู้เท่า ด้วยการหลงถือว่าตัวเป็นเราเป็นของเราไปหมด"</TD></TR><TR><TD></TD></TR><TR><TD class=postdetails vAlign=bottom height=40>
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  7. bestcup

    bestcup Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +40
    ยกตัวอย่างเห็นง่ายๆ

    พระสวด

    นะโมตัสสะ...
    พุทธังสรณัง...
    อิติปิโส...
    สวากขาโต...
    สุปฏิปันโน...

    คนละบทเลยนะครับ แต่ก็ว่านะโมเป็ฯประทานแค่ทีเดียวครับผม




    _____________________________________________
    เว็บเปิดใหม่แวะไปเยี่ยมกันได้ครับ
    http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=lekyant
     
  8. อักขรสัญจร

    อักขรสัญจร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    4,513
    ค่าพลัง:
    +27,183
    ตั้งทีเดียวก็ได้กั๊บ
    แต่สวดยิ่งเยอะก็ยิ่งดี
    ระลึกถึงพระพุทธเจ้ากั๊บ
    จบที่หนึ่งระลึกถึงพระปัญญาธิกะพุทธเจ้า
    จบที่สองระลึกถึงพระสัททาธิกะพุทธเจ้า
    จบที่สามระลึกถึงพระวิริยาธิกะพุทธเจ้า
    [​IMG]
     
  9. พระศุภกิจ ปภัสสโร

    พระศุภกิจ ปภัสสโร เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2006
    โพสต์:
    2,015
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +11,172
    การตั้งนะโม


    ตอบ.การสวดมนต์ในแต่ละครั้งจะกี่บทก็ตามต้องตั้งนะโม 3 จบ เพียงครั้งเดียว การที่มนต์แต่ละบทให้ตั้งนะโมก็เพื่อสวดบทนั้นบทเดียว....หากเราสวดต่อกันหลายๆบทก็ ตั้งนะโม 3จบทีเดียวแล้วก็สวดบทต่างๆได้ตามต้องการไม่ต้องตั้งนะโมคั้นทุกๆบท
    จุดประสงค์ในการตั้งนะโม ก็เพื่อเป็นการชำระสันดานตนให้บริสุทธิ์เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า ก่อนกระทำการใดๆอันเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาการสวด นะโม 3 จบเราสามารถกำหนดใจให้เลือมใสนอบน้อมในพระรัตนตรัยเช่น


    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะจบที่1.เพื่อประกาศ พระกรุณาธิคุณ

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะจบที่2.เพื่อประกาศ พระบริสุทธิคุณ

    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะจบที่3.เพื่อประกาศ พระปัญญาธิคุณ

    หรือ

    นะโม จบที่1.เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในอดีต

    นะโม จบที่2.เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในประจุบัน

    นะโมจบที่3.เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในอนาคต

    หรือ

    นะโม จบที่1.เพื่อบูชาพระวิริยะธิกะสัมพุทธเจ้า(ผู้บำเพ็ญบารมี 16อสงไข 1แสนมหากัป)
    นะโม จบที่2.เพื่อบูชาพระศรัทธาธิกะสัมพุทธเจ้า(ผู้บำเพ็ญบารมี 8 อสงไข 1แสนมหากัป)
    นะโม จบที่3.เพื่อบูชาพระปัญญาธิกะสัมพุทธเจ้า (ผู้บำเพ็ญบารมี 4อสงไข 1แสนมหากัป)

    ประโยชน์ของการตั้งนะโม
    1.เพื่อดำเนินตามรอยอริยะชน
    2.เพื่อขออานุภาพพระรัตนตรัยคุ้มครอง
    3.เพื่อชำระจิตให้บริสุทธิ์
    4.เพื่อเป็นพุทธานุสติ ธัมมานุสติ สังฆานุสติ
    5.ทำชีวิตให้มีแก่นสารเพิ่มคุณค่าแก่ตน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กุมภาพันธ์ 2008
  10. chanin

    chanin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 เมษายน 2005
    โพสต์:
    675
    ค่าพลัง:
    +1,333
    ตั้ง นะโม 3 จบ ครั้งแรกเท่านั้น
     
  11. นายจั๊บ

    นายจั๊บ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    419
    ค่าพลัง:
    +1,110
    ที่จริงเคยถามพระนะครับ ท่านบอกว่านะโมน่ะ ตั้งกี่จบก็ได้เป็นการบูชาพระพุทธเจ้าโดยตรง ท่านจะตั้งทุกครั้งก่อนสวดบทอื่นๆก็ได้ครับ เป็นการตั้งสติตนเองด้วย เป็นพุทธานุสสติด้วยครับ
     
  12. คนมีกิเลส

    คนมีกิเลส เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    3,973
    ค่าพลัง:
    +19,432
    ขออนุโมทนาบุญกับท่านเจ้าของบทความ ท่านเจ้าของกระทู้ และท่านที่อนุโมทนาบุญธรรมทานนี้ ครับ
    สาาาาา...ธุ

    เรื่องนี้ ผมก็เคยอ่านในหนังสือ"รำลึกวันวาน"
     
  13. Altis1850

    Altis1850 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    811
    ค่าพลัง:
    +1,031
    สาูธุ..ขออนุโมทนาครับ..เคยได้อ่านเหมือนกันนะเกี่ยวกับกระทู้เรื่องนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสือ
    หลวงปู่มั่นฉบับของการไฟฟ้าหรือเปล่า..
     
  14. phil

    phil เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    93
    ค่าพลัง:
    +436
    อนุโมทนาสาธุด้วยนะคะ สงสัยมานานแล้วเหมือนกัน เมื่อก่อนตั้งนะโม พอ

    สวดๆๆๆจบแล้ว พอคาถาชินบัญชร เค้าเขียนว่าให้นะโม เอ้านะโมต่อ...
    คาถาบูชาหลวงปู่ทวด เอ้า นะโมต่ออีก(ping-loveนะโมหลายเที่ยวมาก

    มาเมื่อไม่กี่เดือนนี่หละสวดแค่ครั้งเดียวตอนเริ่มต้น...แล้วก็จบ....

    หายสงสัยซะทีขอบคุณมากนะคะ ขอให้เจริญๆค่ะท่านผู้ให้แสงสว่าง(f)
     
  15. นิพันธะ

    นิพันธะ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มิถุนายน 2007
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +90
    สาเหตุที่การสวดมนต์ทุกครั้งต้องตั้งนโม ..ก่อน..
    มีคำตอบ อยู่ในหนังสือ"มุตโตทัย" ของ หลวงปู่ มั่น ภูริทัตโต ดูตามร้านหนังสือ ดอกหญ้า ร้านหนังสือจุฬา ฯลฯ เป็นคำสอนที่ท่านเขียนไว้เป็นพื้นฐานการปฏิบัติให้กับศิษย์ของท่าน ...... มีของดีมากๆในหนังสือเล่มนี้ คงหาได้ไม่ยาก...เหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกปฏิบัติธรรมเป็นอย่างยิ่งครับ
     
  16. money696

    money696 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    12
    ค่าพลัง:
    +21
    ตั้ง นะโมทุกบท ครับ
    มีวัตถุมงคล องค์บูชา ของขลังทุกชนิดพร้อมผ่านพิธีปลุกเสก-เทวาพิเสก สนใจติดต่อ 083-221-7798 อ.กันต์ปางคเณศ
    <!-- / message -->
     
  17. Pariyawit

    Pariyawit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 เมษายน 2008
    โพสต์:
    229
    ค่าพลัง:
    +777
    ศึกษาเพิ่มเติมที่กระทู้นี้ครับ สุดยอดเลย

    นโม ตัสส ภควโตฯ มหาพลานุภาพ มหานมัสการที่คาดไม่ถึง

    นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

    ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์นั้น
    นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์นั้น
    นโม ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
    ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์นั้น

    ข้าพระ พุทธเจ้า ขอน้อบน้ิอมบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ด้วยเศียรเกล้า ด้วยกาย วาจา ใจ ด้วยความเคารพศรัทธา

    ขอโมทนา อนุโมทนาครับ
     
  18. ttt2010

    ttt2010 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    1,754
    ค่าพลัง:
    +905
    อนุโมทนาสาธุ บุญนี้ ขอยกให้กับท่านเจ้าของกระทู้ด้วยเทอญ...
    ttt2010 ศิษย์พระอาจารย์บุญยง อภิลาโส ภิกขุ

    _____________________________________________________
    บอกบุญแหล่งทำบุญ
    เปิดดวง พิธีกรรมแก้ดวงชะตา (สำนักสงฆ์พรหมรังศรี)
    กฐินสามัคคีปฐมฤกษ์เบิกชัย ที่พักสงฆ์พรหมรังศรี
    ท่องวัดและศาสนสถานที่สำนักสงฆ์พรหมรังศรี<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end -->
     

แชร์หน้านี้

Loading...