บทความให้กำลังใจ

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 8 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    GoodBadWeDid.jpg
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    จำอวดหน้าม่าน รถสองแถว

    Kung Waw
    Published on Jan 14, 2012
     
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    คุณค่าของความผิดหวัง
    ขึ้นชื่อว่าความผิดหวัง
    ไม่มีใครอยากเจอ

    ทั้งระดับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก ต้องการแต่ความสมหวัง
    เพราะ ความสมหวังทำให้เรามีความสุข
    ทำให้รู้สึกตัวเองมีคุณค่า รู้สึกชนะ
    และ คนที่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสมหวัง จะดูดีเป็นที่ชื่นชม เป็นที่ยอมรับของสังคม ^^"

    ขณะที่ความผิดหวัง ทำให้เรา เศร้า เจ็บปวด รู้สึกพ่ายแพ้
    เสียความมั่นใจในตัวเอง
    สังคมก็มองว่าแย่ ทำให้รู้สึกอัปยศชอบกล

    จึงทำให้เรายอมรับความผิดหวังได้ยาก -.-"

    แต่จริงๆแล้ว ความผิดหวังให้อะไรมากกว่าที่เราคิด
    ให้สิ่งที่มีคุณค่ากับชีวิต กับจิตใจ และ การเติบโตด้านใน
    บางทีมีคุณค่ามากกว่าความสมหวังด้วยซ้ำ

    เพราะ หลายครั้ง ความสมหวัง ทำให้เรา เสียคน ทนกับอะไรไม่ได้
    บางทีทำให้เรากลายเป็นคนอ่อนแอ

    ชีวิตคือการเรียนรู้ ทุกรอยบาดแผลแห่งความผิดหวัง ให้ความรู้ใหม่ๆกับเราเสมอ

    และ เป็นความรู้ใหม่ๆที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

    เพราะ ทำให้เราเติบโตขึ้น

    เพราะอะไร ความผิดหวัง จึงทำให้เราเติบโตขึ้น
    มีคนกล่าวว่า ที่เราผิดหวัง เพราะ เราหวังผิด...

    เราหวังในสิ่งที่ผิดไปจากความเป็นจริง.... เราจึงผิดหวังนั่นเอง

    ทุกรอยบาดแผลจากความผิดหวัง จึงมีค่ายิ่ง ...........เพราะทำให้เราได้เห็นโลกตรงตามความเป็นจริงมากขึ้น

    แม้จะเจ็บปวด แต่ ทำให้เราตาสว่าง

    เราได้เติบโต และ เป็นคนที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นจากสิ่งนี้

    เมื่อมองย้อนกลับไป
    หลายครั้ง .... เราต้องขอบคุณความผิดหวังเหล่านั้น
    ที่ทำให้เราเข้าใจโลกใบนี้มากขึัน
    เข้มแข็งมากขึ้น
    และใช้ชีวิตได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

    จนทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์มากขึ้นในวันนี้

    #หมอเบิ่นนี่
    :-
     
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    dhukaseedhamma.jpg
    หลวงพ่อปราโมทย์ : ค่อยๆภาวนาไป มีสติรู้กายรู้ใจไป ภาวนาไปแบบลำบาก แบบแห้งแล้ง เรียกว่า “สุกขวิปัสสกะ” ภาวนาแบบแห้งผาก แห้งผากจริงๆนะ ภาวนาไปแล้ว โอย..ทุกข์ทั้งนั้นเลย จะเบรคก็ไม่ค่อยจะเบรค เบรคไม่ค่อยอยู่ เห็นแต่ทุกข์ทั้งวัน เห็นแต่ทุกข์ทั้งคืน ฝึกไปนะ จนใจมันเอือมกับความทุกข์ แล้วมันก็รู้ว่าหนีไม่ได้

    ในที่สุดใจยอมรับความทุกข์ ตรงนี้สำคัญละ อยู่กับทุกข์นะ หาทางหนีเท่าไหร่ๆก็ไม่พ้น หนีไปขึ้นภูเขา ขึ้นต้นไม้ ขึ้นไปเรือบิน ลงไปใต้น้ำ พวกความทุกข์ก็ตามไป หนีไม่พ้น หนีไม่พ้นก็ต้องอยู่กับมัน รู้แล้วว่าหนีไม่ได้ ใจก็ยอมรับ เอาละวะ อยู่ก็อยู่กับมัน ใจเป็นกลางกับความทุกข์ ภาวนาไปนะ ถึงจุดหนึ่งเนี่ย ใจจะเป็นกลางกับความทุกข์ เห็นนะ มีแต่ทุกข์ล้วนๆเลย พอใจเป็นกลางมากเข้าๆนะ ในที่สุดใจเนี่ยจะเกิดกลไกอัตโนมัติอย่างหนึ่ง พอมันเห็นทุกข์เต็มที่แล้วนะ มันจะสลัดตัวออกจากทุกข์ได้ อันนี้เป็นเรื่องแปลกมากเลย

    เพราะฉะนั้นเรารู้กายเรารู้ใจ เห็นเป็นทุกข์ล้วนๆเมื่อไหร่นะ ถึงวันหนึ่งเนี่ย จิตจะสลัดตัวออกไปจากขันธ์ ไม่ยึดน่ะ ไม่ยึดในขันธ์ ขันธ์ก็ยังทุกข์ต่อไปของขันธ์หรอก แต่จิตจะพ้นออกไปจากขันธ์ นี่วิธีปฏิบัตินะ ตั้งแต่เบื้องต้นมา มีสติรู้กายรู้ใจไป อดทน ต้องอดทน เพราะว่ามันจะซ้ำๆซากๆ ดูกายดูใจซ้ำซากไป จนสติอัตโนมัตินะ พอสติอัตโนมัติขึ้น มีสติทีแรกก็มีความสุขดีหรอก พอสติอัตโนมัติขึ้นมารู้ทั้งวันรู้ทั้งคืน คราวนี้ล่ะจะเจอทุกข์สาหัสสากรรจ์เลย

    ไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นธรรมหรอกนะ เพราะรู้ทุกข์นั้นแหละถึงจะเรียกรู้ธรรม เพราะความทุกข์เป็นความจริงของพระอริยะ ถ้าใจไม่รู้จักทุกข์ก็ไม่ได้เป็นพระอริยะหรอกนะ พระอริยะรู้จักสัจจะความจริงข้อแรกก็คือทุกข์นั่นเอง รู้ทุกข์นะจนใจหมดแรงดิ้น หมดสมุทัย ไม่ดิ้นแล้ว หนีก็ไม่พ้นแล้ว ปฏิเสธก็ไม่ได้แล้ว หมดแรงดิ้นนะ ยอมจำนน ยอมจำนนนะ สู้ตายแล้วก็รู้เลย ตายแหงแก๋แล้วคราวนี้ ความทุกข์ถลุงเอาๆนะ ไม่มีทางรอดแล้ว แล้วก็ไม่มีทางหนีด้วย

    ในที่สุดใจนะ เห็นทุกข์แจ่มแจ้งนะ ทุกข์มันบีบคั้นนะ มันสลัดตัวเปรี้ยงออกไปเลย มันพ้นกันตรงนั้นแหละ มันพ้นตรงที่รู้ทุกข์แจ่มแจ้ง ครูบาอาจารย์ถึงบอกว่าไม่เห็นทุกข์ไม่เห็นธรรมหรอกนะ


    หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    สวนสันติธรรม บ้านโค้งดารา ศรีราชา ชลบุรี
     
  6. #เมตไตรยา

    #เมตไตรยา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2019
    โพสต์:
    37
    ค่าพลัง:
    +20
    สอนเราด้วยเราอยากลงยูทูปใส่ในกระทู้
     
  7. #เมตไตรยา

    #เมตไตรยา สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ตุลาคม 2019
    โพสต์:
    37
    ค่าพลัง:
    +20
    ลงยูทูปในกระทู้..เราทำไม่เป็นอ่ะ
     
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    จำอวดหน้าม่าน | คอนเสิร์ตคุณพระช่วย สำแดงสด ๔ รวมแผ่นดิน

    คุณพระช่วย
    Sep 2, 2019
     
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    อยู่กับปัจุบันให้เป็น-พระไพศาล

    Porhop Nabluepink
    Feb 10, 2012
     
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    Relaxing Music for Stress Relief. Calm Piano Music. Sleep Music. Relaxation

    Meditation Relax Music
    Oct 29, 2019
     
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    แพ้ช่างมัน - Clash (เพลงให้กำลังใจตัวเอง)

    pro Schifferz
    Aug 29, 2015
     
  12. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    อยู่อย่างไรให้เป็นสุข
    (คำถามจากสมาชิกเพจ www.facebook.com/ThanavuddhoStory)

    ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากสุขระดับไหน ถ้าระดับแรกแบบคนปกติทั่ว ๆ ไป ก็ต้องยอมเหนื่อยและวุ่นวายหน่อย คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า คนในโลกส่วนใหญ่มีความสุขได้เพราะ 4 เรื่องนี้ คือ

    1. มีเงินทองทรัพย์สมบัติ
    2. ได้ใช้เงินนั้น
    3. ไม่มีหนี้สิน
    4. ทำงานสุจริต เป็นสัมมาชีพ

    ที่ว่าต้องเหนื่อยและวุ่นวายก็เพราะความสุขแบบนี้ต้องอาศัยเงินทองเป็นหลัก เท่ากับถูกบังคับว่า ต้องขยันทำมาหากิน ครั้นได้เงินมาแล้วเมื่อถึงคราวใช้ ก็ต้องใช้ให้เป็น เช่น เอาไว้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว, ใช้ลงทุนในธุรกิจการงาน, เก็บออมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน และใช้ทำบุญ เพราะความสุขความสำเร็จทั้งหลายเกิดขึ้นได้ด้วยบุญของเรา จึงต้องหมั่นสั่งสมบุญบ่อย ๆ ทั้งทำทาน รักษาศีล และเจริญสมาธิ(Meditation)ภาวนา เป็นต้น อย่าเอาเงินไปใช้ผิด ๆ โดยเฉพาะกับอบายมุขเด็ดขาด

    การใช้เงินก็อย่าให้สุรุ่ยสุร่ายมือเติบเกินไป ไม่อย่างนั้นหามาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอ สุดท้ายก็ต้องกู้หนี้ยืมสินให้ทุกข์ใจอีก

    เงินทองทั้งหลายที่หามาได้ก็เพราะทำงาน งานหรืออาชีพที่เราทำก็ต้องเลือกทำเหมือนกัน คือให้ทำงานที่สุจริต ไม่ผิดศีลผิดธรรม เป็นสัมมาชีพที่ไม่ก่อบาปกรรมให้กับตนเอง เช่นไม่ค้าขายเหล้า บุหรี่ ยาเสพติด, เลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่า, ขายยาพิษ, ค้ามนุษย์ เป็นต้น

    ส่วนความสุขอีกระดับ เป็นความสุขที่ดีกว่าระดับแรกมากทีเดียว คือสุขที่เกิดจากความสงบหยุดนิ่งของใจ ทำให้เกิดขึ้นได้ด้วยการเจริญสมาธิ ภาวนา สุขแบบนี้ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องวุ่นวาย แถมทำได้ง่าย ๆ เพราะไม่ต้องใช้อะไรเลย นอกจากทำใจหยุดนิ่งเท่านั้น เป็นความสุขที่เกิดภายในใจของเราเอง ไม่ต้องอาศัยวัตถุอื่นใดในโลก เป็นสุขที่พระท่านอยากได้ที่สุด

    อุปมาสุขแบบหลังเหมือนพระอาทิตย์ที่มีความสว่างในตัว ไม่ต้องอาศัยใคร สุขแบบแรกเหมือนดาวเคราะห์ จะสว่างได้ก็ต้องอาศัยแสงจากพระอาทิตย์มาช่วยเติมเต็ม

    เราก็เลือกเอาเถอะ ถ้าอยากได้แบบแรกก็ขยันทำงานหน่อย แต่ถ้าอยากได้แบบหลังด้วย ก็ให้ขยันนั่งสมาธิเป็นประจำทุกวัน หรือถ้าอยากให้ได้ผลจริงจัง มาลองบวชด้วยกันสักพรรษาหนึ่งก็น่าจะดี
    > https://www.dmc.tv/pages/บทความให้กำลังใจ/บทความให้กำลังใจ-6.html
     
  13. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    Soothing Piano Music for Stress Relief. Calm Music for Relaxation. Study Music

    Meditation Relax Music
    Jun 7, 2019
     
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    จิตแจ่มใส...กายเป็นสุข
    ธรรมะสำหรับการเจ็บป่วย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพราะถ้าใจเราเศร้าหมองแล้ว กายก็จะแย่ตามไปด้วย พระท่านจึงเปรียบว่า...ใจเป็นนาย...กายเป็นบ่าว...ถ้าจิตแจ่มใส..กายก็เป็นสุข…
    จิตเป็นเรื่องของนามธรรม จับต้องไม่ได้ ความโลภ โกรธ หลง ทำให้จิตไม่ผ่องใส หาความสุขไม่ได้ ความโกรธ ความโลภทำให้ไม่มีความสุข ความหลงก็อยู่ในใจเรา ซึ่งคิดว่าตัวเองมีความสุข ไขว่คว้าหาวัตถุปัจจัย 4 (อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค) อาหารเป็นเหตุให้เราหลงติดรส (เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม) ตามใจชอบบ้าง...ไม่ชอบบ้าง ส่วนเสื้อผ้า ของถูกของเก่าก็ไม่ใช้ ต้องหาตามสมัยนิยมเสาะหาแต่ของใหม่มาใช้ เนื่องจากความหลง มีบ้านอยู่...ก็มีทุกอย่างแล้ว...แต่บางทีก็หาความแจ่มใสของใจไม่ได้ เห็นความผุพังของเก่า เลยอยากได้ของใหม่...ทำให้ร้อนใจ
    original_186.jpg
    พระอยู่กรด...มีความสุขเพราะรักสันโดษ...เมื่อจิตแจ่มใส...กายก็เป็นสุข บุญที่เกิดจากการเข้าหาศีลธรรม จิตจึงจะแจ่มใส ทำให้พบความสุข ...

    ...ไฟไม่อิ่มในเชื้อ...เปรียบเหมือนกับถ้าเราเอาสิ่งมีค่าใส่ในกองไฟ ก็เผาทั้งหมด...ยิ่งใส่ยิ่งมีเปลวไฟใหญ่ขึ้น เหมือนความพอใจ...ไม่พอใจ...สะสมไว้ ทำให้ใจไม่แจ่มใส ไม่ยอมละทิ้ง การที่ได้ยินคนพูดนินทา 10 ปี... 20 ปี...ก็ยังเป็นไฟที่เผาใจอยู่ตลอดเวลา ส่วนลิ้นเรา...เคยพอกับรสชาด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ซึ่งกินมาตั้งแต่เกิดไหม? ...ไม่เคยพอ...มัวหลง..ไม่มีสติ
    original_44283.jpg
    การนุ่งห่มผ้า พระท่านสอนว่า เดิมเอาผ้าไว้ห่อศพกันอุดจาด พระนำมาซักและนุ่งห่ม เปรียบเหมือนร่างกายก็เหมือนซากศพเดินได้อีกหน่อยก็จะผุพังไป ดังนั้นให้นุ่งห่มอย่างมีสติ ให้น้อมมาดูตัวเอง ทำตัวเองให้แจ่มใสตลอดเวลา เมื่อเวลาโกรธ อาฆาต พยาบาท รู้จักและจงให้อภัย...และให้เราแผ่เมตตาออกไป...พยายามให้หมดจากใจ การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีและทำได้ทุกเมื่อ
    original_13132-a.jpg
    พระท่านได้เตือนสติว่า ธรรมดาของทุกคนต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย การเป็นมะเร็งก็เป็นเรื่องธรรมดานะโยม... คนเป็นมะเร็งต้องกินยา คนไม่ป่วยกินข้าว(ก็เป็นยา) ความหิวก็เป็นโรค ... กินข้าวเพื่อรักษาเวทนาให้หายหิว ....ถ้ามีเวลาว่างลองปฏิบัติดู โยม...อย่าบอกว่าไม่มีเวลาไปวัด เนื่องจากทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากันและอย่าคิดว่าเราป่วยคนเดียว ไม่ใช่คนเป็นมะเร็งตายคนเดียว คนอื่นๆก็ตายเหมือนกัน บ้างก็โดนรถชน ตกตึก เป็นลมตาย ป่วยตายกะทันหัน ตายก่อนคนเป็นมะเร็งซะอีก...ทุกคนมีลมหายใจ..เข้า...ออก...เหมือนกัน อย่าหลงว่าจะไม่ป่วย...ไม่ตาย...ตายทุกคน... อาหารก็กินแค่อิ่ม เวลานอนก็ดูลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ควรทำเหมือนกันทั้งผู้หญิงและชายทั้งชีวิต ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ได้รับสิ่งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

    การเป็นมะเร็ง ก็ทำบุญ ให้ทานเป็นประจำได้ เช่น ความโกรธ(คนเป็นมะเร็งมักหงุดหงิด และน้อยใจโกรธง่าย)ให้ทานโดยไม่เสียเงิน ให้ความโกรธหมดไป ให้ใช้คำพูดที่ดีๆต่อลูกหลาน สิ่งที่ไม่ดีไม่ต้องบ่น...ด่า...ให้ลูกหลานรำคาญใจ จิตจะแจ่มใส ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยภายนอก แต่...เกิดจากใจเราเอง พยายามให้ทานแต่สิ่งดีๆ คนเราจิตไม่แจ่มใสเพราะปากเป็นเหตุ...(ใช่ไหม?โยม..) ...คำพูด คำด่า...มันเผาใจคนได้ จำไว้นะโยม...
    original_11va.jpg
    คำด่า...คำพูด...มันลืมยาก..คำหยาบ คำพูดโกหก ส่อเสียด ให้งด จะทำให้จิตใจแจ่มใส ร่างกายเป็นรังของโรค เช่น การมีหัว...มีใคร?บ้างไม่เคยปวดหัว มีขา...ใครบ้างไม่เคยปวดขา...มีกันทุกคน โรคที่เป็นนั้นเขาสมมุติว่า...เป็นมะเร็ง...เป็นโรคที่น่ากลัว..น่าเกลียด ให้นึกเสียว่า กายไม่ใช่ของเรา ไม่สามารถขอร้องหรือบังคับให้ ไม่แก่...ไม่เจ็บ...ไม่ตายไม่ได้ ...เราเพียงแค่อาศัยชั่วคราวเท่านั้น ร่างกายเป็นที่ตั้งของจิต ให้พิจารณาดูกาย –ใจ ถ้าขาดสติแล้ว จิตใจจะไม่แจ่มใส
    original_496.jpg
    คนเราไม่มีอะไร...มีแต่บุญและบาปที่นำติดตัวไป ให้ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ภาวนา(ทำให้เจริญขึ้น) ถ้ารู้ว่าจิตใจไม่ดีก็ให้ภาวนา อย่ายึดติดทุกข์...จะเห็นการเกิด-ดับ อาศัยสติ ความเพียรให้นึกว่าคนเรา เมื่อตายแล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้ ให้ถือศีลภาวนา ถ้าไม่รักษาศีลก็ทุกข์ ศีลทำให้จิตใจมีความสุข ร่างกายแตกดับได้...แต่ใจ..ไม่แตกดับ... และมะเร็งนั้นจะเป็นไม่ถึงใจ มันเกิดแต่กาย ดังนั้นก่อนตายให้ขยี้ความโลภ ความโกรธ หลง ให้ตายก่อน แล้วเราค่อยตาย ดังนั้นอย่าห่างศีล....ห่างธรรม เพราะเราต้องไปเกิดใหม่อยู่ดี จะไม่ติดไปชาติใหม่ ตายแต่กาย...จิตไม่ตาย... ดังนั้น ทำจิตให้แจ่มใส...เถิด.
    original_15474.jpg
    ธรรมะโอสถนี้เป็นสิ่งล้ำค่าที่พระจากวัดสังฆทาน ท่านมาเทศน์ให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มาพักรักษาตัวอยู่ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ฟังธรรมะโอสถที่ใช้เตือนใจเป็นการรักษาควบคู่กันไปกับทางกาย จงเชื่อใจ...เถิดว่า...ทางเราจะดูแลท่านเวลาเจ็บป่วย...ประดุจญาติมิตร...ขอให้ท่านจงสบายใจได้ ทำจิตให้แจ่มใส...แล้วกายจะเป็นสุข....สวัสดี...
    :- https://www.gotoknow.org/posts/308482
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  15. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    BestWish.jpg
    สวัสดีปีใหม่2563ทุกๆท่านค่ะ
    screen-1.jpg
     
  16. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    16,437
    กระทู้เรื่องเด่น:
    164
    ค่าพลัง:
    +27,102
    ธรรมะ-ความรัก กับ บุพเพสันนิวาสและเนื้อคู่

    NNN DDD
    Jun 24, 2014
     

แชร์หน้านี้

Loading...