พลังจักรวาลสายหลวงปู่ประยูรและประสบการณ์เมตตาเปิดโลก

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย เมตตาเปิดโลก, 13 พฤษภาคม 2019.

  1. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    #ความอัศจรรย์ของจิตมนุษย์

    ในจำนวนสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงที่อุบัติขึ้นมาบนโลกใบนี้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีความสามารถพิเศษทางจิต กล่าวคือสามารถอบรมและพัฒนาจิตอันเป็นนามธรรมให้เกิดขึ้นภายในจิตใจของตนเองได้ และความสามารถในการพัฒนาคุณสมบัติอันพิเศษทางจิตนี้ยังช่วยให้มนุษย์สามารถค้นพบปัญญาแห่งความรู้แจ้งนานัปการ รวมถึงปัญญาแห่งการหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกต่อไป มนุษย์จึงถูกเรียกว่าเป็น "สัตว์ประเสริฐ"

    ในขณะที่สัตว์โลกชนิดอื่นๆ ที่ต่ำกว่ามนุษย์ลงไปนั้นล้วนเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน ซึ่งมีเพียงอาการของสัญชาตญาณของการเป็นสัตว์โลกเท่านั้น จึงทำให้พวกมันไม่อาจเข้าใจในนามธรรม (พลังจิต) และไม่อาจพัฒนาสิ่งที่เป็นนามธรรมอันวิเศษนี้ได้ เฉกเช่นที่มนุษย์สามารถกระทำได้

    ดังนั้นเรื่องของจิตและพลังที่เกิดจากจิตจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับผู้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ทุกคน สิ่งที่มีพลังอำนาจมากที่สุดในโลกธาตุและจักรวาลธาตุนี้ก็คือ "พลังแห่งจิต" แม้กระทั่งไอน์สไตน์ผู้คนพบระเบิดปรมาณู อันมีพลังอำนาจในการทำลายล้างอย่างมหาศาล ยังกล่าวยอมรับว่าพลังที่มีอำนาจมากที่สุดโลกนั้นมิใช่พลังที่มีอานุภาพอย่างไร้ขอบเขตไร้ขีดจำกัด หากแต่เป็นพลังงานจิตซึ่งเป็นพลังงานที่หาที่สุดมิได้ ...ด้วยเหตุนี้เองไอน์สไตน์จึงมีความสนใจในเรื่องของพลังจิต และกระบวนการอบรมจิตตามหลักการของพุทธศาสนา และเชือว่าศาสนาพุทธเท่านั้นที่จะสามารถนำเขาค้นพบสัจธรรมความจริงแห่งชีวิตอันยิ่งใหญ่บนโลกใบนี้ได้

    มีผู้วินิจฉัยเรื่องของจิตไว้ว่า ถ้าจิตเป็นนามธาตุซึ่งแยกต่างหากจากรูปธาตุ ซึ่งทฤษฎีสัมพันธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ทำให้รู้ว่าสสารทำให้เกิดเวลาและระยะทาง หากจิตแยกต่างหากจากรูปตามหลักพุทธศาสนา จิตย่อมหลุดพ้นเป็นอิสระจากเวลาและระยะทางได้ จนน่าจะสามารถหยั่งรู้ได้ทุกสิ่งโดยไม่ติดขีดจำกัดของเวลาและระยะทาง อีกทั้งมีการพิสูจน์ว่าเวลาของสัตว์แต่ละชนิดน่าจะไม่เท่ากัน เช่นจิตของเต่าจะนานกว่าจิตมนุษย์เป็นต้น กบจิตจะเร็วกว่ามนุษย์มากจนพริบตาที่กบจับแมลงมนุษย์จะจับตาไม่ทัน

    การเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ละเอียดกว่า ให้พลังงานมากกว่าการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่หยาบ เพราะการเปลี่ยนแปลงในระดับที่ละเอียด มีผลกระทบต่อเนื่องไปมากกว่าไกลกว่า จึงให้พลังงานมากกว่าการเปลี่ยนแปลงที่หยาบกว่า เช่นเดียวกับพลังงาน ธาตุของแข็ง (ดิน) ให้พลังน้อยกว่าเหลว ของเหลว (น้ำ) ให้พลังงานน้อยกว่าแก๊ส แก๊ส (ลม) ให้พลังงานน้อยกว่าพลาสม่า พลาสม่า (ไฟ) ที่ความถี่ต่ำให้พลังงานน้อยกว่าพลาสม่าที่ความถี่สูง (เช่น รังสีเอ็กส์) จิตนั้นเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ย่อมเปลี่ยนแปลงวัตถุได้ในระดับบริสุทธิได้ ความละเอียดของจิต อยู่ในระดับนามธรรม อยู่ในระดับจินตนาการ อยู่ในระดับอธิฏฐาน ดังนั้น พลังจิตจึงมีพลังมาก และ ผู้ที่จิตละเอียดในระดับบริสุทธิจึงมีพลังไร้ขีดจำกัด
     
  2. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ท่านใดที่มีความทุกข์ ขอให้ยินดี พระพุทธเจ้าเรียนรู้ธรรมะจากความทุกข์ มิใช่ความสุข คนที่ไม่เห็นความทุกข์ย่อมอยู่ในความประมาท เมื่อวันใดที่ความทุกข์ไม่อาจทำให้เราเศร้าหมอง วันนั้นเราชนะแล้ว
     
  3. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ถาม : สวดพระคาถาเงินล้านแล้วมือร้อน มีอยู่วันหนึ่งนั่งแล้วใจสบายก็เลยภาวนาสักหน่อย ทีนี้เกิดอาการร้อนก็เลยปล่อยไปเรื่อย จนความร้อนเกิดเป็นคลื่นขึ้นมาถึงหัว แล้วก็ลงมาที่มือ ?
    ตอบ : สังเกตดูว่าหลังจากนั้นแล้ว สิ่งที่เราภาวนาทำให้เกิดผลแล้วหรือไม่ แล้วถ้าหากว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง แปลว่าคาถาน่าจะได้ผล ต่อไปให้สังเกตดูว่าพอเกิดอาการอย่างนั้นขึ้นแล้ว มีลาภผลอะไรเกิดขึ้นบ้าง

    ถาม : พอกลับมาก็เลยเปิดคำสอนของหลวงพ่อฤๅษีก็ร้อนเหมือนกัน ก็ไม่คิดว่าเปิดคำสอนก็จะเกิดอาการร้อนเหมือนกัน ?
    ตอบ : แสดงว่าเกิดจากกำลังของสมาธิ

    ถาม : หลังจากนี้แล้ว ต้องทำอะไรต่อไปคะ ?
    ตอบ : มีหน้าที่ภาวนาไป อย่าไปสนใจสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถ้าสนใจสิ่งที่เกิดขึ้น สมาธิจะไม่ทรงตัว บางคนก็กลัวจนไม่ทำต่อ ซึ่งทำให้เสียประโยชน์ของตนเอง ทำไปเรื่อย ๆ จะเป็นจะตายก็ช่างมัน

    ถาม : ถ้าอย่างนั้นควรภาวนาต่อ ?
    ตอบ : ไม่ต้องไปใส่ใจตรงนั้น เรามีหน้าที่ภาวนาอย่างเดียว ถ้ามัวไปใส่ใจก็เสียผลในการปฏิบัติ

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
     
  4. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    บางสิ่งบางอย่างถ้ามันไร้สาระ ก็ทิ้งมันออกไปซะ

    อย่าเก็บเอาไว้ให้มันรกลูกตา ความรู้สึกที่ไม่ดี

    ก็เช่นกันอย่าเก็บมันไว้ สลัดมันออกไปเพื่อรับ

    สิ่งดีดีเข้ามา อย่าทนฝืนแบกเอาไว้เพราะนี่คือชีวิตของเรา

    น้ำและน้ำมันไม่สามารถที่จะเข้ากันได้ฉันใด

    สิ่งที่ไม่ดีก็ย่อมไปรวมกับสิ่งที่เหมือนกันฉันนั้น
     
  5. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ประสบการณ์สีผึ้งเมตตาเปิดโลก

    ใช้ได้เลยมีประสบการณ์เลย ไม่ต้องรอเวลา

    ของแจกไม่ใช่ว่าไม่ดี แค่อยากให้รู้ว่าของที่ใช้แล้ว

    เห็นผลเลย เป็นอย่างไร


    48239719_682886595439031_8226258021462835200_n.jpg
     
  6. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    7 ป่าช้าทำไม?
    ทำไม 7 ป่าช้า?

    #ดิน 7 โป่งคือดินที่โป่งขึ้นมาจากดินเหมือนจอมปลวก เค้าว่ามีเทวดารักษา ดินโป่ง คือดินที่มีแร่ธาตุสมบูรณ์ สัตว์บางชนิดมากินดินนี้ นายพรานก็จะมาล่าสัตว์บริเวณที่สัตว์ป่ามากินดิน มีความเชื่ออีกอย่างว่าเป็นดินศักสิทธิ์ บ้างก็ว่ามีผีโป่งอยู่ บ้างก็ว่ามีเทวดาอยู่

    #ดิน 7 จอมปลวก คือ ดินที่ต้องได้มาจากแกนกลางของรังปลวก มิใช่ดินที่อยู่บนสุดของจอมปลวกแต่เป็นด้านนอก ผู้ที่จะนำดินมาจากแกนกลางของจอมปลวกได้ จะต้องทำพิธีตั้งเครื่องเซ่นสังเวยเทวดาที่รักษาอยู่ก่อน หลังจากนั้นจึงทำการพลีดิน และรดน้ำมนต์ธรณีสาร เพื่อให้ปลวกสามารถกลับมาสร้างจอมปลวกขึ้นใหม่โดยไม่ถือเป็นการเบียดเบียนกัน จึงจะใช้ได้

    #ดิน 7 ท่า คือดินจากท่าเรือที่มีคนสัญจรข้ามไปมาจำนวนมาก

    #ดิน 7 นครคือดินจากเมืองใหญ่ที่มีชื่อนครฯ เช่น นครนายก นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ นครพนม นครปฐม ฯลฯ

    #ดิน 7 ป่าช้า ตามตำราที่ถูกคือ ต้องเป็นดินบริเวณที่พระธุดงค์ที่ปักกลด ทำสมาธิ นั่งกรรมฐานอยู่บริเวณนั้นเท่านั้น ถึงจะใช้ได้ ถ้าเป็นดินบริเวณอื่นในป่าช้าที่มิใช่ที่กล่าวมา ไม่สามารถนำมาใช้ได้หรือใช้ได้ก็ไม่แรง
     
  7. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    47104230_678099729251051_6367596420014276608_n.jpg 46925603_678099829251041_5163543050575675392_n.jpg
     
  8. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    46795317_2023312824425053_900723846779240448_n.jpg
     
  9. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ถาม : พวกที่เล่นไสยศาสตร์ พวกอาคมอะไรอย่างนี้จะมีการปล่อยของตามวันพระ ช่วงวันพระเราจะทำยังไงที่จะไม่ให้โดนที่เขาปล่อย หรือว่าช่วยคนที่ถูกของที่ปล่อยออกมาแล้ว ให้เขาทุเลาลง ?
    ตอบ : แยกเป็น ๒ ประเด็น อันดับแรกก็คือว่า บรรดาหมอไสยศาสตร์ วิชาการเขาเรียกง่าย ๆ ว่า มันร้อน เมื่อมันร้อนถึงเวลาถึงวาระ อย่างเช่น ทุกวันอังคารหรือวันเสาร์ เขาจะต้องทำการปล่อยของนั้นออกไป

    ถ้าเขาไม่ปล่อยของนั้นออกไป ของนั้นจะเข้าตัวเขาเอง เขาก็ต้องทำพิธีของเขาไป สิ่งทั้งหลายที่เขาปล่อยไปนี้เรียกว่า "ลมเพ-ลมพัด" ถ้าหากว่า ใครมีเคราะห์กรรม สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เมื่อไปถึงมันจะกระทบ ทำให้เกิดเสียงดัง อย่างเช่น เหมือนยังกับใครสาดทรายใส่หลังคากราวไปเลย...หรือไม่ก็มีเสียงใครเคาะข้างฝาโป๊กเป๊ก ตุ้บตั๊บ

    โบราณถึงได้แนะนำว่า ถ้าได้ยินเสียงอะไรผิดปกติ อย่าไปเอ่ยปากทัก ถ้าหากว่าเอ่ยปากทักของดีแค่ไหนก็คุ้มไม่ได้ เหมือนกับเราเป็นเจ้าของบ้านแล้วเราเปิดประตูบ้านให้โจรมันเข้ามา ตำรวจเขาเห็นเจ้าของบ้านเต็มใจต้อนรับ คิดว่าคนรู้จักกันก็ไม่มายุ่งด้วย

    ประเด็นที่สอง ถ้าหากว่าถ้าเรากลัวจะโดนของนั้น อันดับแรกอย่าไปเอ่ยปากทักอะไรง่าย ๆ อันดับที่สอง พยายามภาวนาให้กำลังใจของเราทรงตัว จะได้มีสติอยู่กับตัวเราเสมอ ไม่ตกใจอะไร ถ้าตกใจง่าย ๆ เอ่ยปากทักอะไรขึ้นมา เขาจะเข้าแทรก เข้าสิง เข้าทับได้ หรือว่าจะมีผลให้ร้ายได้ในตอนนั้น

    ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เราว่าจะช่วยคนเหล่านี้ได้อย่างไร ถ้าเขาโดนแล้ว ตัวเราเองถ้ามั่นใจตัวเองว่าเราทรงความดีระดับหนึ่ง เอาแค่ว่าทรงปฐมฌานได้ก็พอ ทรงปฐมฌาน ตั้งใจทำน้ำมนต์ด้วยความเคารพในคุณพระรัตนตรัย ใช้อิติปิโสฯ ทั้งหมดก็ได้ เอาน้ำมนต์นั้นราด รดหรือให้เขารับประทานก็จะแก้ได้

    หรือไม่ก็ไปหาพระที่คุณธรรมพอทรงความดีพอให้ทำน้ำมนต์รดให้ ราดให้ ก็สามารถแก้ได้ถอนได้ ไสยศาสตร์จริง ๆ แล้วไม่น่ากลัว เพราะว่ากำลังใจของเขาเข้าถึงจุดสูงสุดของการภาวนาไม่ได้ เนื่องจากจิตที่มุ่งร้ายต่อผู้อื่น คิดร้ายต่อผู้อื่นทำให้ขาดตัวอุเบกขาในอารมณ์ฌาน ถ้าไม่มีฌานจะเข้าถึงกำลังสูงสุดไม่ได้ เราภาวนาให้กำลังใจทรงตัวแค่เกินอุปจารสมาธินิดหนึ่ง ไม่ต้องถึงปฐมฌานของเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว แต่อย่าเผลอสติ ถ้าเผลอสติ จะโดนได้

    หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านเคยแนะนำว่า ให้เราภาวนาในตอนเช้าให้กำลังใจทรงตัว แล้วอาราธนาบารมีพระ คือว่ามีพระเครื่องติดตัว ตั้งใจขอบารมีพระให้คุ้มครองเรา ภาวนาให้กำลังทรงตัว แล้วกลืนน้ำลาย ๓ ครั้ง จะสามารถป้องกันอันตรายพวกเหล่านี้ได้ทั้งวัน

    สำคัญอยู่ว่ากำลังใจของเราทรงตัวมั้ย ? แก้ได้ ถ้าสมาธิเราดีพอ ตั้งใจขอบารมีพระทำน้ำมนต์ด้วยตัวเองก็ได้ อิติปิโสฯ ทั้งจบน่ะ ง่ายที่สุด

    ถาม : ถ้าเราจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องช่วย มีวิธีที่จะป้องกันตัวเราในระยะยาวอย่างไร ?
    ตอบ : ทำตะกรุดหรือผ้ายันต์ด้วยพุทธมนต์ ถ้าอาราธนาพระสงเคราะห์ได้ก็วิเศษเลย ติดตัวไว้บอกให้อาราธนาทุกวันและอย่าเอาออกจากตัวจะป้องกันได้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    กระโถนข้างธรรมาสน์ ฉบับที่ ๔ หน้า ๑
    ที่มา : วัดท่าขนุน
     
  10. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ไฟล์ภาพตะกรุด1.jpg ไฟล์ภาพตะกรุด2.jpg
     
  11. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    "ชายพเนจรกับพระโพธิสัตว์"

    ชายพเนจรเร่ร่อนคนหนึ่ง เดินเข้าไปในวิหารของวัดแห่งหนึ่ง เขาเห็นพระโพธิสัตว์นั่งอยู่บนบัลลังก์บัว มีผู้คนกราบไหว้บูชา จึงรู้สึกเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่ง แต่อีกใจหนึ่งก็อดรู้สึกอิจฉาพระโพธิสัตว์ไม่ได้ จึงถามพระโพธิสัตว์ว่า

    “ลูกช้างขอนั่งแทนท่านสักครู่ได้ไหมขอรับ?”

    “ได้สิ แต่เธอต้องสัญญาว่าจะไม่เอ่ยปากพูดอะไรทั้งสิ้น นั่งเฉย ๆ ดู และรับฟังเท่านั้น หากทำได้ เราก็ให้เจ้านั่งแทนเราได้!”
    พระโพธิสัตว์กล่าวตอบ

    ชายพเนจรจึงรับปากว่าจะทำตามสัญญา เมื่อเขาขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์แทนพระโพธิสัตว์แล้ว สิ่งที่เขาได้เห็นคือ มีผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างจิตต่างใจ ล้วนมาอธิษฐาน อ้อนวอนขอบางสิ่งบางอย่างทั้งสิ้น

    แม้ชายพเนจรจะรู้สึกอึดอัดมากเพียงใดที่ต้องเป็นฝ่ายรับฟังเพียงอย่างเดียว เขาก็ต้องอดทน เพราะได้สัญญาต่อพระโพธิสัตว์ไว้แล้วว่าจะนั่งเฉย ๆ ดู และรับฟังเท่านั้น

    และแล้ว ก็มีเศรษฐีเฒ่าผู้หนึ่งได้เข้ามากราบพระโพธิสัตว์ กล่าวคำอธิษฐานว่า “ขอพระโพธิสัตว์ได้โปรดชี้ทางให้ลูกช้างมีโอกาสได้สร้างบารมีด้วยเถิด” เมื่อกล่าวเสร็จ เขาก็กราบ แล้วลุกขึ้น

    แต่เมื่อเศรษฐีเฒ่าลุกขึ้นนั้น ถุงเงินของเขาก็หล่นลงพื้น ชายพเนจรเกือบจะเอ่ยปากเรียกชายชราไว้ แต่เมื่อนึกถึงคำสัญญา ก็ได้แต่เอามือปิดปากของตนเองไว้

    หลังจากเศรษฐีเฒ่าออกจากวิหารไป ก็มียาจกคนหนึ่ง เข้ามากราบไหว้พระโพธิสัตว์ อธิษฐานว่า

    “ข้าแต่พระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา แม่ของข้าป่วยหนัก ไม่มีเงินรักษา ขอพระองค์โปรดเมตตาข้าน้อยด้วยเถิด”

    แล้วเขาก็ก้มลงกราบ จึงเหลือบไปเห็นถุงผ้าที่อยู่บนพื้น เมื่อเปิดออกดู ข้างในถุงนั้นมีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง ชายยากจนถึงกับน้ำตาไหล ก้มศีรษะลงกับพื้นติดต่อกันหลายครั้ง และพร่ำพูดว่า

    “พระองค์มีเมตตายิ่ง พระองค์มีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ”

    จากนั้น เขาก็หยิบถุงเงินเดินออกจากวิหารไป ชายพเนจรอยากจะบอกกับคนยากจนนั้นว่า นั่นไม่ใช่ความศักดิ์สิทธิ์ของพระโพธิสัตว์ นั่นเป็นถุงเงินของเศรษฐีเฒ่าที่ทำตกหล่นต่างหากเล่า แต่ก็ต้องอดทน ไม่พูดอะไรออกไป เพื่อรักษาคำสัญญา

    คล้อยหลังของคนยากจน ก็มีชาวประมงคนหนึ่งเข้ามากราบไหว้พระโพธิสัตว์ “ข้าแต่พระโพธิสัตว์ ขอให้การออกเรือครั้งนี้ของลูกช้าง ราบรื่นปลอดภัยด้วยเถิด” จากนั้นเขาก็ก้มลงกราบ ลุกขึ้น แล้วเดินออกจากวิหารไป

    เขาเดินยังไม่ถึงประตูวิหาร เศรษฐีเฒ่าก็กลับมาหาถุงเงินที่ทำหล่นไว้ ไม่รู้ว่า ก่อนหน้าชาวประมง ได้มีชายยาจกเข้ามาในวิหารก่อน จึงคิดเหมาเอาว่า ชายประมงเป็นคนที่เข้ามาในวิหารหลังตน เมื่อหาถุงเงินไม่พบ จึงวิ่งกรูออกมาชี้หน้าด่าชายประมงว่า

    “แกใช่ไหมที่ขโมยเงินของข้า”

    “เงินอะไรของท่าน ข้าไม่เห็น ไม่รู้เรื่อง อย่ามาปรักปรำข้านะ”

    ทั้งสองคนจึงทะเลาะกันด้วยเสียงอันดัง ชาวประมงเมื่อโดนปรักปรำก็ไม่ยอม เพราะตนไม่ได้เก็บเงินที่หล่นหายไปของเศรษฐีเฒ่า ถึงจุดนั้น ชายพเนจรผู้นั่งอยู่บนบัลลังก์ ซึ่งรู้เห็นความจริงทั้งหมด ก็อดทนต่อไปอีกไม่ได้

    จึงตะโกนออกไปด้วยเสียงอันดังว่า “ท่านทั้งสอง หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!” จึงเล่าความจริงทั้งหมดให้ชายทั้งสองคนฟัง เรื่องราวจึงสงบลงได้ ในที่สุดเศรษฐีเฒ่าก็ตามไปหายาจกจนพบ และได้ถุงเงินกลับคืนมา

    พระโพธิสัตว์ที่แฝงกายอยู่ในวิหารได้ปรากฏกายออกมาและถามชายพเนจรว่า “เจ้าคิดว่าทำถูกแล้วหรือ เจ้าจงกลับไปเป็นชายพเนจรตามเดิมเถิด!”

    “เจ้าคิดว่า การที่เจ้าเอ่ยปากบอกความจริงเป็นสิ่งที่ยุติธรรมแล้วหรือ แต่เจ้ารู้ไหม ชายยากจนต้องเสียมารดาของเขาไปเพราะไม่มีเงินรักษา เศรษฐีเฒ่าก็ไม่มีโอกาสได้สร้างบารมี ส่วนชาวประมงก็ต้องพาเรือไปอับปางกลางทะเล

    หากเจ้าไม่เอ่ยปากพูด นั่งเฉย ๆ ดู และรับฟังอย่างเดียวตามคำสัญญา คำอ้อนวอนของพวกเขาทั้งสามคนย่อมลุล่วงสมดังปรารถนา ชายยากจนมีเงินพามารดาไปรักษา มารดาของเขาจะไม่ต้องด่วนจากไป เศรษฐีเฒ่าแม้เงินทองจะหายไป

    แต่นั่นเป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับทรัพย์สมบัติที่เขามีอยู่ทั้งหมด เท่ากับว่า เขาได้สร้างบารมีตามที่เขาอ้อนวอนขอไว้ ส่วนชาวประมง ซึ่งถูกเศรษฐีกล่าวหา ทางการจึงนำตัวไปสอบสวน เขาจึงไม่ได้ออกทะเล จึงทำให้เขาไม่ต้องจบชีวิตกลางท้องทะเลในวันนี้ตามที่เขาขอไว้ .....”

    ชายพเนจรเมื่อได้ฟังพระโพธิสัตว์อธิบายเช่นนั้นจึงรู้สึกผิดมาก เพราะเขาไม่รักษาสัญญาที่จะไม่พูด จึงทำให้คำอ้อนวอนของคนทั้งสามไม่มีผล ทำให้พวกเขาต้องประสบกับภัยต่าง ๆ ชายพเนจรจึงได้แต่ก้มหน้าเดินลงจากบัลลังก์บัวออกจากวิหารไปอย่างเศร้าสลด

    นิทานเรื่องนี้ต้องการสอนว่า เรื่องราวมากมายในชีวิต ที่ควรปล่อยให้เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยนั้น พึงหัดปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันเถิด ผลลัพธ์สุดท้ายอาจจะดีกว่าที่เราคาดคิดไว้ก็ได้

    เพราะหากไปพยายามฉุดรั้งดื้อดึง หรือเปลี่ยนปัจจัยแล้ว ผลลัพธ์ย่อมเคลื่อนจากที่ควรจะเป็น และอาจจะให้โทษมากกว่า

    การมีความอดทน นิ่ง พิจารณาถึงเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในทุกขณะเวลาโดยไม่ตื่นตระหนกหรือตื่นตูม คือความสามารถอันยิ่งยวดอย่างหนึ่ง และการคล้อยตามธรรมชาติก็เป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่อีกอย่างหนึ่งเช่นกัน
     
  12. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    บางทีชื่อคำ เราอาจจะไม่คุ้นเคยหรือฟังดูแปลกๆๆ ดูยากๆๆ

    ไม่น่าจดจำ ก็ขอให้จำใจความและความหมายของมัน นำไป

    คิดพิจารณากันครับ


    คำว่า อิทธิบาท แปลว่า บาทฐานแห่งความสำเร็จ หมายถึง สิ่งซึ่งมีคุณธรรม เครื่องให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ตนประสงค์ ผู้หวังความสำเร็จในสิ่งใด ต้องทำตนให้สมบูรณ์ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า อิทธิบาท ซึ่งจำแนกไว้เป็น ๔ คือ

    ๑. ฉันทะ ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
    ๒. วิริยะ ความพากเพียรในสิ่งนั้น
    ๓. จิตตะ ความเอาใจใส่ฝักใฝ่ในสิ่งนั้น
    ๔. วิมังสา ความหมั่นสอดส่องในเหตุผลของสิ่งนั้น

    ธรรม ๔ อย่างนี้ ย่อมเนื่องกัน แต่ละอย่างๆ มีหน้าที่เฉพาะของตน

    ฉันทะ คือความพอใจ ในฐานะเป็นสิ่งที่ ตนถือว่า ดีที่สุด ที่มนุษย์เรา ควรจะได้ ข้อนี้ เป็นกำลังใจ อันแรก ที่ทำให้เกิด คุณธรรม ข้อต่อไป ทุกข้อ

    วิริยะ คือความพากเพียร หมายถึง การการะทำที่ติดต่อ ไม่ขาดตอน เป็นระยะยาว จนประสบ ความสำเร็จ คำนี้ มีความหมายของ ความกล้าหาญ เจืออยู่ด้วย ส่วนหนึ่ง

    จิตตะ หมายถึงความไม่ทอดทิ้ง สิ่งนั้น ไปจากความรู้สึก ของตัว ทำสิ่งซึ่งเป็น วัตถุประสงค์ นั้นให้เด่นชัด อยู่ในใจเสมอ คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า สมาธิ อยู่ด้วยอย่างเต็มที่

    วิมังสา หมายถึงความสอดส่องใน เหตุและผล แห่งความสำเร็จ เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดเวลา คำนี้ รวมความหมาย ของคำว่า ปัญญา ไว้อย่างเต็มที่

    ขอให้ประสพความสำเร็จกันทุกคนครับไม่มากก็น้อยตามกำลัง

    สติปัญญา
     
  13. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    คนที่ทำความดีอาจจะไม่ใช่คนดี แต่คนดีที่แท้จริงนั้นจะไม่ทำความชั่ว

    baU-NCh6FX5iPh6aC_0Y3bYts33ql2D-7YX1KmgoZ7HX_rv5z6gDaSkP3A1scQ2P16U3_yw&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  14. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    บางสิ่งที่ทำดี อาจไม่ได้รับผลดี เพราะเราหวังจะได้ดี นั่นไม่ได้เรียกว่าทำดีที่แท้จริง อย่าไปคาดหวังสิ่งที่จะได้รับหรือสิ่งที่จะตอบแทน เพราะความดีนั้นมันเกิดขึ้นแล้วที่ตัวของเราเองแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนอย่าย่อท้อหรือท้อแท้กับการทำความดี

    4L0yvXVhiyxf0uof0iJfXrQO83S-VpQ1U9K_KFxVz60VhIDIApS5WalXjM58LRpPV9j8pkw&_nc_ht=scontent.fbkk22-1.jpg
     
  15. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ทำความเข้าใจเรื่องการบูชาวัตถุมงคลที่ดี

    วัตถุมงคลชิ้นเดียวกันแต่คนใช้คนละคน ผลที่ได้อาจไม่เหมือน

    กัน หรืออาจจะคล้ายกัน เป็นไปตามกรรมและวาระของแต่ละคน

    แต่ถ้าจิตยังยึดมั่นศรัทธา มีโอกาสที่จะได้รับอยู่เสมอ แต่มีข้อ

    แม้ ลองติดตามอ่านต่อไปครับ

    วัตถุมงคลเมตตาเปิดโลกนั้นไม่เน้นการรสวดท่องคาถาและ

    บริกรรม เน้นให้วางจิตเบาสบายและเป็นเมตตา แผ่ออกไป

    เปรียบเหมือนการทำจิตเมตตานั้นเป็นกุศล ผลของการทำดีนั้น

    ย่อมได้รับสิ่งดีตอบแทนแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

    ส่วนวัตถุมงคลนั้นเป็นตัวสื่อขยายพลังเมตตาออกไปให้แรงขึ้น

    เช่นการพูดใส่ไมโครโฟนออกลำโพงนั้นย่อมดังกว่าการพูดด้วย

    ปากเปล่าแต่ทางกลับกันถ้าคุณไม่พูดอะไรเลย ถึงแม้จะมี

    ไมโครโฟนและลำโพงกำลังขับสูงๆๆ ย่อมไม่เกิดผลอะไรเลย

    เปรียบเหมือนการพกบูชาวัตถุมงคลแต่ไม่มีจิตเมตตาก็ไร้ผล

    เปล่าประโยชน์

    การบูชาหรือพกวัตถุมงคลที่ดีเน้นย้ำว่าที่ดีนั้น ผู้สร้างผู้เสกนั้น

    ย่อมต้องการให้ผู้นำไปใช้ได้รับผลดีแก่ผู้ใช้และสมปรารถนา

    และที่สำคัญเป็นบุญกุศล นั้นย่อมหนุนนำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์

    แก่ผู้สร้าง ผู้เสกและผู้บูชา

    ถ้านำไปก่อให้เกิดกรรมชั่วหรืออกุศล

    แล้ววันนึงความศักดิ์สิทธิ์ก็จะหายไป ครูบาอาจารย์ท่านไม่ได้

    สร้างวัตถุมงคลมาให้คนก่อกรรมทำชั่วคิดไม่ดี สุดท้ายก็ไม่พ้น

    วาระแห่งกรรม

    วัตถุที่สร้างคิดมาจากฝ่ายมาร ครูมาร ครูผี ที่ให้คนหลงไหลใน

    กิเลสตัญหาจนไม่สามารถถอนตัวได้ สุดท้ายก็ไปเป็นบริวารมัน

    ทั้งผู้สร้าง ผู้เสกและผู้บูชา

    กรรมชั่วส่วนกรรมชั่ว กรรมดีส่วนกรรมดี หนีไม่พ้น วันนึงถ้ายัง

    ไม่วางจิตอกุศล ย่อมไปทางอบายแน่นอน
     
  16. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    พิธีกรรมนำมาซึ่งความเชื่อ ความศรัทธา แต่ไม่ใข่สิ่งที่แท้จริง
     
  17. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    กรรมเป็นตัวกำหนดชีวิตเรา แม้นวัตถุมงคลที่เกจิปลุกเสกมาอย่างดี ก็ไม่สามารถพ้นกรรมได้ หลวงพ่อเดิมเคยให้เหรียญท่านกับศิษย์รักไปติดตัว แต่ไปโดนยิงตายขณะที่คอยังคล้องเหรียญ หลวงพ่อเดิมไปที่เกิดเหตุและนำเหรียญนั้นถือไว้แล้วสั่งให้ตำรวจยิง ปรากฎว่ายิงไม่ออก จากนั่นก็ให้เหรียญนั้นแก่ตำรวจไป ท่านบอกว่าศิษย์ของท่านนั้นถึงที่ตายของเค้าแล้ว จึงจะบอกว่าให้ทำแต่กรรมดีสิ่งที่ได้ก็จะดีตามมา บางท่านกรรมชั่วสนองหาสิ่งใดมาก็ไม่มีทางได้ดี มันเป็นเหตุและผลของวัฎสงสารนี้ แล้วยังสร้างกรรมลบหลู่ครูอาจารย์ ยิ่งกรรมหนักเข้าไปอีก
     
  18. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    มีคนได้กล่าวไว้ว่า อย่าสนใจว่าคุณจะใส่อะไรลงไป ขอให้สนใจผลลัพธ์ที่ได้เท่านั้นก็พอ คุณไม่ต้องรู้ว่าใครจะเสก มวลสารคืออะไร เอาไปใช้ได้ผลก็พอแล้ว เท่านี้พอ

    บางท่านสงสัยแล้วมาคิด ทำไมไม่ลอง จะได้หายสงสัย อย่าไปยึดติดกับมวลสารหรือวิธีการ เพราะเรื่องของเหนือโลกมันไม่ได้ขึ้นกับมวลสารหรือวิธีการ ลองแล้วจะรู้ อย่าไปคิดเอง

    แล้วจะรู้ว่าที่ผ่านมาเราคิดผิดมาตลอด เพราะเรายังไม่เจอจริงๆ
     
  19. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดฟรี ทุกอย่างต้องมีการแลกเปลื่ยนทั้งสิ้น ไม่

    ว่าเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง จำไว้ครับสิ่งที่คุณได้มานั้นต้องแลก

    เปลื่ยน ไม่ว่าเรื่องที่ดี คุณต้องใช้บุญกุศลของคุณไปแลกเอามา

    อย่าประมาทหรือชะล่าใจ วันนึงคุณไม่มีเงินหรือบุญให้เบิกแล้ว

    ต่อให้ทำเช่นไรก็ไม่ได้ จงเพียรทำความดีเข้าไว้เพื่อชีวิตคุณจะ

    ดีขึ้น แม้ตอนนี้จะไม่ดีก็อยู่ในช่วงใช้หนี้กรรมเค้าคืนไป

    วันไหนใช้หนี้กรรมหมด เรามีบุญเหลือชีวิตก็จะดีขึ้นเองครับ

    อย่าไปเร่งหรือขอให้ได้เดี๋ยวนี้ ถึงเวลาสิ่งที่ทำมันสนองผล แม้

    ทั่วฟ้าทั่วดินก็มิอาจต้านอยู่ นี่กฎแห่งกรรม กฎของวัฎสงสารนี้

    InyLyis91QW8K6nJIksP5QSJP7msR3ymki0KKvw_jqchP9-OKtGW01iSZXQnfEcd1x_gzFg&_nc_ht=scontent.fbkk22-2.jpg
     
  20. เมตตาเปิดโลก

    เมตตาเปิดโลก เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤษภาคม 2019
    โพสต์:
    99
    ค่าพลัง:
    +272
    มีผู้สอบถามมาเรื่องความแรงของเครื่องรางที่เป็นการเสกแบบไสยเวทย์และพุทธคุณ ต้องตอบเลยว่าพุทธคุณแรงที่สุด เพราะไม่มีสิ่งใดเสมอได้ แม้แต่การทำพิธีสิ่งใดทางไสยเวทย์ ต้องมีการสวดบูชาพุทธคุณก่อนเป็นอันดับแรก แม้สิ่งบูชาพระพุทธต้องวางอยู่เหนือสุด คงได้คำตอบที่แท้จริงที่คนไม่ค่อยได้กล่าวถึง หรือพูดถึงซักเท่าไหร่
     

แชร์หน้านี้

Loading...