ร่วมทำบุญบูชา พระรอดวิกฤติพิศดารชี้ทิศส่องทาง(คนต้องรอด,เอ็งรอดแน่ไอ้ทิด) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ฝุ่น
    รู้จักฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มากับมลภาวะ และวิธีการเลือกหน้ากากป้องกัน
    เป็นข่าว Talk of The Town กันหนักมากในช่วงนี้กับปัญหาฝุ่นละอองเป็นพิษในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าท้องฟ้าสีหม่นในยามเช้าแผ่ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นั่นคือ มลพิษทางอากาศที่สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย แล้วเจ้าฝุ่นร้าย PM 2.5 คืออะไร? มาจากไหน? แตกต่างจากฝุ่นละอองทั่วไปในอากาศอย่างไร? อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่? แล้วสุดท้ายเราจะมีวิธีป้องกันตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างไร? บทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้กับคุณ

    PM2.5 คืออะไร?
    คำว่า PM ย่อมาจาก Particulate Matters เป็นคำเรียกค่ามาตรฐานของฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ PM 10 และ PM 2.5 ส่วนตัวเลข 2.5 นั้นมาจากหน่วย 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตรนั่นเอง

    พูดง่ายๆ คือ ฝุ่นละออง PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ไมโครเมตร แขวนลอยอยู่ในอากาศรวมกับไอน้ำ ควัน และก๊าซต่างๆ ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถึงจะเป็นเพียงฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว แต่เมื่อมาแผ่อยู่รวมกันจะกินพื้นที่ในอากาศมหาศาล ล่องลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศปริมาณสูง เกิดเป็นหมอกควันอย่างที่เราเห็นกัน

    ฝุ่นละออง PM2.5 ถือเป็นมลพิษต่อสุขภาพของมนุษย์ตามที่องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญและออกมาแจ้งเตือนให้ทราบ เพราะเป็นฝุ่นที่มีขนาดเล็กมาก เส้นผมที่ว่ามีขนาดเล็กแล้ว เจ้า PM2.5 ยังเล็กกว่าเส้นผมถึง 20 เท่า ทำให้เล็ดลอดผ่านขนจมูกเข้าสู่ปอด และหลอดเลือดได้ง่าย ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว

    ฝุ่นละอองมาจากไหน?
    สาเหตุของการเกิดฝุ่นละอองมีหลายปัจจัย เช่น โรงผลิตไฟฟ้า ควันท่อไอเสียจากรถยนต์ การเผาไม้ทำลายป่า เผาขยะ รวมถึงควันบุหรี่ด้วย ซึ่งปกติแล้วกิจกรรมต่างๆ ที่คนเราทำทุกวันก็ส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่แหล่งต้นตอสำคัญของ PM2.5 ในบรรยากาศ คือ การเผาไหม้เชื้อเพลิงธรรมชาติที่ไม่สมบูรณ์ และฝุ่นจากการก่อสร้าง

    ตัวเมืองที่มีตึกสูงรายล้อมเหมือน “ กรุงเทพ ” จะมีลักษณะคล้ายๆ แอ่งกระทะ เกิดการสะสมของเจ้าฝุ่นร้ายได้ง่าย ซึ่งปกติฝุ่นเหล่านี้จะลอยขึ้นไปในอากาศ ถูกลมพัดฟุ้งกระจายไป แต่ถ้าวันไหนที่อากาศนิ่ง ไม่ค่อยมีลมพัด ฝุ่นละอองจะไม่ฟุ้งกระจาย ส่งผลให้ระดับความเข้มของฝุ่นในพื้นที่นั้นๆ สูงมากขึ้นจนกลายเป็นระดับที่อันตรายต่อสุขภาพ และเจ้าฝุ่นjavascript:void(null);ร้ายมักวนเวียนอยู่มากในช่วงกลางคืน แต่จะค่อยๆ จางหายไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นส่องสว่างในยามเช้า

    มีผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร?
    ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นเจ้าฝุ่นร้ายที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีกลิ่น ขนาดเล็กจิ๋วมาก สามารถผ่านเข้าไปในร่างกายเราลึกได้ถึงถุงลมปอด บางส่วนสามารถเล็ดรอดผ่านผนังถุงลมเข้าเส้นเลือดฝอยล่องลอยอยู่ในกระแสเลือด และกระจายตัวแทรกซึมไปทั่วร่างกายของเราได้

    ความน่ากลัวของเจ้าฝุ่นร้ายนี้ คือ กระตุ้นให้เกิดสารอนุมูลอิสระ ลดระบบแอนตี้ออกซิแดนท์ รบกวนสมดุลต่างๆ ของร่างกาย และกระตุ้นยีนที่เกี่ยวข้องกับการหลั่งสารอักเสบ ซึ่งมีอันตรายต่อเนื้อเยื่อในร่างกายของเรามาก แล้วส่งผลกระทบต่างๆ ตามมา ดังนี้

    • กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ เช่น โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง
    • กระตุ้นให้คนที่มีโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเรื้อรังเกิดอาการกำเริบ โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
    • สำหรับผลระยะยาวจะทำให้การทำงานของปอดถดถอย อาจเกิดโรคถุงลมโป่งพองได้แม้จะไม่สูบบุหรี่ก็ตาม และเพิ่มโอกาสทำให้เกิดมะเร็งปอดได้ด้วย
    ข้อแนะนำและวิธีป้องกันตนเองจากฝุ่นพิษ PM 2.5

    1. ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
    2. หลีกเลี่ยงการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง เผาพื้นที่เพื่อเตรียมการทำเกษตรกรรม เผาขยะ หรือวัสดุเหลือใช้
    3. ควบคุมกระบวนการก่อสร้างให้มีฝุ่นน้อยที่สุด
    4. ออกกำลังกายในที่ร่ม ฝุ่นน้อยๆ และไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกกำลังกาย
    5. รับประทานอาหารเสริม อาหารที่มีวิตามินซี และวิตามินอีสูง เช่น ถั่ว ปลา(มีโอเมก้า 3 มาก)
    6. ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่จำเป็นต้องออกข้างนอกบ้าน หรือที่โล่งแจ้ง ให้ใส่หน้ากากพิเศษชนิดที่เรียกว่า “เอ็นเก้าสิบห้า” โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคระบบการหายใจหรือโรคหัวใจเรื้อรัง สำหรับคนทั่วไปอย่างน้อยให้ใส่ “หน้ากากอนามัย” โดยต้องใส่ให้ถูกต้องวิธี คือ หันด้านที่เป็นสีเขียวและเป็นมันออกด้านนอก ให้ส่วนที่มีแผ่นเสริมความแข็งแรงและช่วยการเข้ารูปอยู่ด้านบนของจมูก สังเกตรอยพับของผ้าด้านหน้าต้องพับลง หากใส่ผิดรอยพับจะกักเก็บฝุ่นละอองในรอยพับ ทำให้หายใจลำบาก

    ประเภทของหน้ากากอนามัยและการเลือกใช้ให้เหมาะสม

    1.หน้ากากอนามัยชนิดN95 เป็นหน้ากากอนามัยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้เป็นหน้ากากที่ได้มาตรฐานและได้รับการยอมรับว่าสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ดีที่สุด เพราะป้องกันได้ทั้งฝุ่นละอองและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน เหมาะสำหรับป้องกันมลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่างๆ

    2. หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ3ชั้น หรือที่เรียกว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เป็นแบบที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย หาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาทั่วไป เน้นการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคจากการไอหรือจามจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้ แต่หากเป็นเชื้อไวรัสซึ่งมีอนุภาคเล็กระดับไมครอน อาจไม่สามารถป้องกันได้ จึงไม่เพียงพอหากต้องการป้องกันฝุ่นพิษ PM2.5 และควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ไม่แนะนำให้ใช้ซ้ำ

    3.หน้ากากอนามัยแบบผ้าฝ้ายjavascript:void(null);ระดับความป้องกันไม่แตกต่างจากหน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ เน้นการป้องกันการกระจายของน้ำมูกหรือน้ำลายจากการไอจาม สามารถป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 3 ไมครอนขึ้นไป จึงไม่เหมาะกับการป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 แต่มีข้อดี คือ ประหยัด สามารถนำไปซักกับน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้วนำลับมาใช้ใหม่ได้

    สรุป ฝุ่นละออง PM2.5 เป็นมลพิษต่ออากาศและร่างกาย ควรป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ คือ หน้ากาก N95 ส่วนหน้ากากประเภทอื่นนั้น ช่วยป้องกันได้เพียงส่วนหนึ่ง และควรใส่ให้ถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่วิธีที่ดีสุด คือ การแก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้น มาร่วมด้วยช่วยกันคืนอากาศบริสุทธิ์ให้พวกเราทุกคน โดยควบคุมเจ้าฝุ่นร้าย PM2.5 ไม่ให้เกินมาตรฐาน





     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    วันนี้วันตรุษจีน วันถือ ไม่ได้ส่งของหรือนัดรับใครเลย แต่จะส่งให้รวบยอดพรุ่งนี้ทีเดียวนะครับ
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    แจ้งการส่งems
    พี่วิชัย EW 4024 8700 3 TH

    พี่ศิระ EW 4024 8702 5 TH

    พี่กฤตยชญ์ EW 4024 8707 9 TH

    พี่สุทธิธรรม EW 4024 8708 2 TH

    พี่พรเทพ EW 4024 8709 6 TH

    พี่ฐิตกาญจน์ EW 4024 8710 5 TH
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ตอบpm ครบนะครับ ปิดรายการพระสมเด็จแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ติดตามพูดคุยกันนะ
     
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    จิต คืออะไร
    รุณสวัสดิ์ครับ มีคนถามเรื่องการฝึกจิตเข้ามาบ่อย วันนี้ก็มาทำความรู้จักกับจิตของตัวเองกันดูก่อนนะครับ

    จิต คืออะไร อยู่ที่ใด และธรรมชาติของจิต

    เป็นที่สงสัย ใคร่รู้ของปุถุชนมาแต่โบราณกาล ตลอดทุกยุคสมัย เพราะความต้องการใคร่รู้ว่า จิตบ้างวิญญาณบ้างเป็นอะไร อยู่ที่ใด เพื่อหวังเข้าใจบ้าง หวังควบคุมและบังคับจิตหรือวิญญาณได้บ้าง หวังใช้ประโยชน์จากจิตบ้าง หวังในภพภูมิหรือชาติหน้าบ้าง หรือแม้แต่นักปฏิบัติธรรมเพื่อหวังประโยชน์ไปในทางดับทุกข์อันดีงาม ดังนั้นจึงมีผู้พยายามแสวงหาคำตอบเหล่านี้ทั้งทางด้านปัญญา สมาธิ และไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์มาเป็นเวลาช้านานมาโดยตลอด จนกล่าวว่าเป็นปัญหาโลกแตก จึงไม่มีผู้ใดสามารถตอบปัญหานี้ได้อย่างถูกต้องดีงาม จนกระทั่งบังเกิดมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง พระองค์นั้นที่ได้ทรงหงายของที่คว่ำอยู่ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง ด้วยการตามประทีปในที่มืด ด้วยเห็นว่าผู้มีจักษุคือปัญญาคงเห็นได้ เพื่อโปรดเวไนยสัตว์ด้วยพระมหากรุณาคุณอันยิ่งนั่นเอง

    จิตนั้นถ้าพยายามหาตัวหาตนว่าเป็นอะไร อยู่ที่ใดแล้ว โดยไม่เข้าใจธรรมหรือสภาวธรรม(ธรรมชาติ)แล้ว ก็จะเป็นดังที่ท่านหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ได้กล่าวแสดงไว้ในเรื่อง "จิตคือพุทธะ" อันเป็นส่วนหนึ่งของ"คำสอนของฮวงโป"เช่นกัน

    "จิตหนึ่ง นี้เป็นสิ่งที่เห็นตำตาเราอยู่แท้ๆ แต่ลองไปใช้เหตุผล(ว่ามันเป็นอะไร เป็นต้น) กับมันเข้าดูซิ เราจะหล่นลงไปสู่ความผิดพลาดทันที สิ่งนี้เป็นเสมือนกับความว่าง อันปราศจากขอบทุกๆด้าน ซึ่งไม่อาจจะหยั่ง หรือวัดได้" (จาก อตุโล ไม่มีใดเทียม, น.๔๒๓)

    จิต ธรรมชาติที่รู้อารมณ์ ที่บ้างก็เรียกกันว่ามโน บ้างก็เรียกว่าหทัย บ้างก็เรียกว่ามนายตนะ บ้างก็เรียกว่ามนินทรีย์ บ้างก็เรียกว่าวิญญาณ ฯ. หลายท่านพยายามหาว่า จิตคืออะไร? เป็นอะไร? อยู่ที่ใด? บ้างก็ว่าเจตภูต บ้างก็ว่าปฏิสนธิวิญญาณที่ลอยละล่องท่องเที่ยวแสวงหาภพใหม่หรือที่เกิดบ้าง บ้างก็ว่ากายทิพย์ บ้างก็ว่าคือสมอง บ้างก็ว่าหัวใจ บ้างก็ว่าอยู่ที่กลางอก บ้างก็ว่าอยู่ที่กลางศูนย์กาย บ้างก็ว่ากลางหน้าผาก บ้างก็ว่าเกิดมาแต่ชาติปางก่อน ฯลฯ. ล้วนแล้วแต่ปรุงแต่งกันไปต่างๆนาๆ กล่าวคือเป็นไปตามความเชื่อที่ถ่ายทอดหรือสืบต่อกันมา หรือตามความเข้าใจของตัวของตน ตามอธิโมกข์ ฯ. จึงต่างล้วนตกลงสู่หลุมพรางของความผิดพลาด หรือมายาของจิตทันที จึงเป็นไปดังคำกล่าวข้างต้นที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโลได้กล่าวไว้นั่นเอง

    จิตนั้น ตามความเป็นจริงแล้วก็เป็นอายตนะภายนอกและภายในในผู้ที่ยังดำรงขันธ์หรือชีวิตอยู่ จิตหรือวิญญาณหนึ่งๆก็ย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา แล้วตั้งอยู่อย่างแปรปรวน แล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา จิตจึงมีสภาพที่เกิดดับ เกิดดับๆๆ...เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา อันเป็นไปตามกระบวนธรรมของขันธ์ ๕ นั่นเอง ดังแสดงไว้ในชาติธรรมสูตร

    ชาติธรรมสูตร

    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอาราม ของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี

    ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งทั้งปวงมีความเกิด(คือชาติ)เป็นธรรมดา

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็สิ่งทั้งปวงที่มีความเกิดเป็นธรรมดาคืออะไรเล่า

    ดูกรภิกษุทั้งหลาย คือ จักษุ รูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส(ผัสสะ)
    ความเกิด
    (ของจิตหรือวิญญาณหนึ่งขึ้น จนยังให้เกิดเวทนาขึ้นด้วย)เป็นธรรมดา

    (กล่าวคือเกิดแต่เหตุปัจจัยดังนี้ ตา anicross01_red.gif รูป anired02_next.gif จักษุวิญญาณ anired02_next.gif จักษุผัสสะ anired02_next.gif ...จิตหนึ่งก็มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา แล้วยังให้เกิดเวทนาเป็นธรรมดา)


    edu-photo-197576089587.jpg
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    มีถามหาว่ามีเครื่องรางสายพราหมณ์(สายเทพตำรับฮินดู)แบบแรงๆเน้นๆ เป็นสายวิชาแขกล้วนๆไม่ใช่สายเทพกึ่งพุทธมั๊ย อันนี้ก็เดี๋ยวเอาไว้ติดตามพูดคุยกันนะครับ เดี๋ยวรอบพรุ่งนี้จะยกมาพูดกัน
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้เดี๋ยวส่งของเสร็จก็มาติดตามพูดคุยกันนะ มีคนถามเข้ามาเยอะว่าเครื่องรางสายพราหมณ์นี้จะเป็นอะไร เป็นองค์เทพองค์ไหน ผมก็ได้แต่ส่งสติ๊กเกอร์กลับไป เพราะเอาตรงๆคือไม่รู้จะตอบว่ายังไง ตอนนี้ยังสับสนอยู่เลยว่าจะเรียกว่าเครื่องมงคลมั๊ยนะ หรือจะเรียกว่าตะกรุดได้มั๊ย หรือจะเป็นเครื่องราง คือของชิ้นนี้ของท่านค่อนข้างแหวกแนวและพิเศษ ผมก็เลยไม่รู้จะตอบหรือเอาไปคุยยังไงเวลาคนถาม ก็เอาไว้ติดตามกันทีเดียวนะครับ
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่สุเทพ EW 4025 0017 2 TH

    พี่แมน EW 4025 0018 6 TH

    พี่วิชัย EW 4025 0019 0 TH
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ใครชอบสายร้อน โหด ดุ แต่ให้คุณอนันต์ตามคติยิ่งดุยิ่งดี ยิ่งโหดยิ่งให้คุณมาก พรุ่งนี้ต้องติดตามดีๆกับสิ่งที่เรียกว่า "คำพรมหาเทพ" (แอบใบ้ไว้นิดว่าท่านรวมมหาเทพหลายองค์มากๆ)
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ร่วมทำบุญบูชา มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาลผลาญกัป(คำพรมหาเทพ,ลบกฏนามธรรม)

    แต่ปางก่อนนั้น ศาสตร์เฉพาะของครูพระสยม(พระศิวะ)ท่านย่อมถือเป็นศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ และเข้าถึงได้ยากเนื่องด้วยต้องใช้ปฏิบัติการณ์ทางโยคะ พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านเกรงว่าศิษย์จะขาดที่พึ่ง ทั้งในอนาคตสำหรับคนที่เข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจในพระเป็นเจ้าแล้วก็จะยิ่งออกทะเลแต่งนิทานกันสนุกปากเข้าไปใหญ่ เมื่อสิ้นยุคพ่ออาจารย์แล้วต่อไปครูท่านเกรงว่าผู้ศรัทธาอย่างจริงใจหรือสาวกในองค์พระศิวะจะไม่อาจเข้าถึงขุมพลังงานของพระเป็นเจ้าได้ เช่นนี้ครูท่านจึงให้พ่ออาจารย์สร้างมงคลแรงครูขึ้นมา เพื่อให้เป็นตัวแทนอำนาจของครูอาจารย์ทั้งหลายในคณะของพระศิวะ ในนามเทพสังกัดพระศิวะ เพื่อประโยชน์ใหญ่แก่ผู้ศรัทธา ต่อไปจะได้สามารถเชิญครูได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แม้สิ้นยุคพ่ออาจารย์ท่านลงไปแล้วก็สามารถอาราธนาครูปลุกเสกเครื่องมงคลได้เอง ใช้แรงครูหนุนชะตาตัวเอง เปลี่ยนชีวิตตัวเอง...ท่านว่าสุดแล้วแต่จะกระทำ ด้วยแรงครูนั้นย่อมเป็นไปได้ทุกสิ่ง ซึ่งมงคลแรงครูนี้องค์พระสยมท่านก็กำหนดให้พ่ออาจารย์สร้างออกมาในลักษณะเทพอาวุธที่ทรงกำลังสูงสุดและเป็นสัญลักษณ์ของพระองค์ท่าน นั่นคือตรีศูล

    อันการสร้างเทพศาสตราที่ทรงกำลังสูงสุดนั้นย่อมมีขั้นตอนยุ่งยากเป็นธรรมดา ด้วยตรีศูลนั้นเป็นอาวุธอันทรงพลังประจำกายพระศิวะมหาเทพ มาจากคำว่า “ตรี” แปลว่า “สาม” และ “ศูล” หมายถึง ปัญหาหรือทัณฑ์ทรมาน เมื่อนำมารวมกันแล้ว ตรีศูลจึงหมายความว่า ารบรรเทาความทุกข์สามประการที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ได้แก่ ทุกข์ทางกาย เช่น กระหายน้ำ, โดนทำร้ายร่างกาย เป็นต้น ทุกข์ทางจิต เช่น โกรธ สงสัย เป็นต้น และทุกข์จากภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว, ฝนตก เป็นต้น เมื่อพระศิวะเป็นผู้ถือตรีศูลจึงหมายถึงการที่พระองค์สามารถควบคุมและเยียวยาพลังงานทุกอย่างได้เพื่อจะบรรเทาระงับความทุกข์ทั้งสามประการอันจะเกิดในชีวิตสาวกไม่ว่าจะอยู่ที่ใดทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ เช่นนั้นการสร้างตรีศูลซึ่งเป็นมหาเทพศาสตรานี้ ยังเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งครูพระสยมที่จะหยุดความทุกข์ทั้งทางกาย ทางจิต และธรรมชาติของผู้มีวาสนาได้ครอบครองอย่างสิ้นเชิงด้วย

    โดยทั่วไปแล้ว เข้าใจกันว่าตรีศูลซึ่งเป็นอาวุธที่มีสามง่ามเป็นดั่งตัวแทนของมหาเทพ โดยเป็นผู้สร้าง ผู้ปกป้อง และผู้ทำลาย ในขณะเดียวกันตรีศูลยังยังมีพลังในการทำลายโลกลวงตาทั้งสาม ประกอบไปด้วย โลกปัจจุบัน (กาย) โลกอดีต (กามา) และโลกของจิตใจ (อัตตา) เมื่อโลกเหล่านี้ถูกกำจัดไปได้ จะทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นผู้รู้แจ้งในที่สุด นอกจากนี้สำหรับโยคีหรือผู้บำเพ็ญโยคะแล้ว ตรีศูลยังสื่อถึง พลังงานละเอียด(นาฑี),ความนิ่งเฉย(อิฑา) และความแคล่วคล่องว่องไว(ปิงคลา)โดยสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนประกอบของจักระในร่างกายที่มาเชื่อมต่อกันแล้วมีรูปร่างคล้ายตรีศูล เป็นพลังงานแห่งชีวิตที่หากควบคุมได้จะทำให้เราเป็นอิสระจากความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวล

    นอกจากจะเป็นศาสตราวุธคู่ใจของมหาเทพซึ่งทรงพลานุภาพสูงสุดในจักรวาลแล้ว ดั่งที่รู้ว่าพระองค์เป็นผู้ประสานพลังแห่งจักรวาล เป็นที่เกรงกลัวแก่อสูรและสิ่งชั่วร้าย เป็นผู้อยู่เหนือเหล่าโยคี เทพเทวา และภูติ ดังนั้นมหาเทพศาสตราชิ้นนี้ที่ครูท่านเลือกให้เป็นเครื่องมงคลแทนพลังงานและแรงครูขององค์ท่านนั้นจึงมีคุณสมบัติเหล่านั้น ซ้ำพ่ออาจารย์ท่านยังว่าเพราะมีเหตุผลอื่นๆอยู่ด้วยที่น้อยคนนักยากจะรู้และทำความเข้าใจ ด้วยตรีศูลแห่งครูพระสยมนั้นมีอำนาจบันดาลภัยพิบัติให้เกิดขึ้นได้ รวมถึงมีความหมายแฝงเกี่ยวกับการสร้างตัวตนของมนุษย์ทุกคน เป็นสุดยอดอาวุธที่ใช้ทั้งในการสร้างจักรวาลและทำลายจักรวาลโดยได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงสุดแล้ว นั่นคือนอกจากทำลายจักรวาลเหมือนเทพศาสตราอื่นๆแล้วยังสามารถทำลายห้วงเวลาได้อีกด้วย เรียกว่าสามารถลบตัวตนทั้งรูปธรรมทุกสิ่งในมหาจักรวาลทิ้งไปและเมื่อทำการลบสิ่งใดแล้วยังส่งผลไม่ให้สิ่งนั้นมีกำเนิดขึ้นมาได้อีกนั่นคือลบห้วงเวลาได้ยาวนานถึงกัปกัลป์เลยทีเดียว (*พ่ออาจารย์ท่านว่าเธอต้องเข้าใจนะที่ครูท่านตั้งใจโดยเฉพาะให้ทำตรีศูลนี้ ก็เพราะตรีศูลนี้ใช้ลบตัวตน ลบความทุกข์ยาก ลบพิบัติภัยทั้งเคราะห์และสิ่งอุบาทว์ทั้งหลายให้หายไปจากชีวิตเธอได้ ซ้ำยังหายไปยาวนานนับกัปกัลป์เช่นนั้น นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงซึ่งท่านจะให้ใช้ตัดความทุกข์ยาก ทุกข์เข็ญนั่นเอง ด้วยสิ่งใดที่ระงับไปเพียงชั่วครู่แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกนั่นคือสภาวะของความทุกข์ยาก สิ่งนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อมันสำคัญและเป็นปัญหาหนักของชีวิตก็เพียงลบตัวตนมันออกไปก็พอ) นอกจากนั้นสภาวะของตรีศูลมหาเทพคือนามธรรมอันยิ่งใหญ่ของสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
    - การสร้าง การรักษา การทำลาย
    - กาลอดีต กาลปัจจุบัน กาลอนาคต
    - โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกบาดาล
    - ความมืด(อวิชชา,ราคะ,กิเลส) ความเกี่ยวพัน(สัญญาของสรรพสิ่งที่ผูกโยงเกิดเป็นกฏแห่งกรรม) ความดีงาม(คุณธรรม)

    จะเห็นได้ว่ายากนักที่จะหาเทพศาสตราใดที่จะเป็นสัญลักษณ์ของนามธรรมทั้งยังมีอำนาจควบคุมนามธรรมอันยิ่งใหญ่ได้มากมายถึงเพียงนี้ เพราะทุกสิ่งนั้นล้วนมีอำนาจขัดกับกฏวัฏสงสารทั้งสิ้น นอกจากจะเป็นเทพศาสตราที่ทรงพลังสูงสุดนั่นคือใช้ลบตัวตนเป้าหมายทิ้งไปโดยไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ไม่ให้เหลือชาติเหลือวิญญาณก็ย่อมได้ ดั่งในกรณีที่ใช้ตัดเศียรพระพรหม พระเคณศ ก็ปรากฏว่าเศียรมหาเทพเหล่านั้นล้วนแต่อันตรธานหายไปอย่างไร้ตัวตนทั้งสิ้น อะไรที่ถูกตรีนี้ทำลายคือสูญสิ้นชนิดเอากลับคืนมาไม่ได้เช่นนั้นเลยไม่เคยปรากฏว่าจะมีสิ่งใดต้านทานได้ จึงเป็นศาสตราวุธที่ไม่ถูกใช้พร่ำเพรื่อแม้ครูพระสยมเอง และเมื่อท่านให้พ่ออาจารย์สร้างแล้วก็ห้ามคนนำไปใช้พร่ำเพรื่อเช่นเดียวกัน


    อย่างที่ทราบกันดีว่าตรีศูลนั้นเป็นอาวุธของพระศิวะ พ่ออาจารย์ท่านว่าเมื่อทำด้วยวิชาเป็นเครื่องมงคลแล้วนอกจากจะเป็นยอดเทพศาสตราครูพระสยมท่านว่าตรีที่ทำให้นี้อยู่ที่ใดยังเป็นสัญลักษณ์ของความมีอำนาจ,เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ,เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์,เป็นสัญลักษณ์ของเงินทองและความร่ำรวย นอกจากนั้นตรีศูลนี้จะบันดาลให้กระแสกรรมที่กระเพื่อมขึ้นๆลงๆตลอดเวลาของมนุษย์เกิดความมั่นคง เป็นผลให้ชีวิตเกิดความโดดเด่นและถึงซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง ด้วยเป็นเทพศาสตราที่คณะเทพของพระศิวะมักนิยมจะถือกันเป็นสัญลักษณ์ไม่ว่าจะ พระศิวะ,พระแม่อุมา,พระแม่กาลี,พระขันธกุมาร,พระพิฆเณศ,พระไภรวะ... เช่นนั้นเมื่อพ่ออาจารย์ท่านทำตรีศูลอันเป็นตัวแทนแรงครูของคณะเทพ เป็นไศวะศาสตรา จึงจำต้องใช้แรงครูของเทพทุกองค์ที่ทรงตรีศูลในคณะศิวะสาวกนั้น

    เมื่อจะทำแรกเริ่มพ่ออาจารย์ท่านต้องหล่อธาตุกายสิทธิ์แล้วนำเข้าหลอมในพิธีกองกูณฑ์อัคคีหรือพิธีโฮมัมบูชาไฟแด่พระอิศวรเจ้า(ครูพระสยม)แล้วนำมาตะไบเป็นยอดตรีเสกเก็บไว้ จากนั้นจึงได้เตรียมผงว่าน,ผงยา,ผงยันต์ชั้นสูงสุด ที่ใช้ในการแก้ผี แก้อาถรรพ์ แก้มนต์ดำ แก้ไสยศาสตร์ ได้แก่
    - ผงยันต์ ผงยันต์แก้ผีทั้งสองร้อยยี่สิบเจ็ดสูตร,ผงยันต์พระเจ้าสิบหกพระองค์,ผงยันต์ตรีนิสิงเห ,ผงยันต์นอโม,ผงยันต์ธงชัยพระอิศวร,ผงยันต์ธงชัยพระอินทร์,ผงยันต์กันคุณไสย,ผงยันต์กันอาวุธ,ผงยันต์อิติโปโสแปดทิศ,ผงยันต์ไตรสรณคมณ์,ผงปราบไพรี
    - ผงว่าน ว่านแสงอาทิตย์,ว่านไพรเหลือง,ไพรดำ,ขมิ้นอ้อย,ขมิ้นชัน,ขมิ้นขาว,ขมิ้นดี,ขมิ้นทอง,หมุยดำ,หมุยขาว,หมุยช้าง,เฉียงพร้า,หมากผู้,ปด,บอน,หิ่งหายผี,บังบาย,หนาด,เข็ดมอญ,หญ้าคา,ว่านโมกขศักดิ์,ว่านมหาปราบ,ว่านพะตะบะ,ว่านสามพันตรึง,ว่านหนุมาน,ว่านนางคุ้ม,ว่านสากเหล็ก,หนามจันทัน,หนามบ้อง,หนามแสงขัน,หนามเพดาษ,หนามงับ,ระงับใหญ่,ข่าตาแดง,ขิง, พริกไทย,เจ็ดมูลเพลิง,บอระเพชร,ว่านน้ำ,พัดแม่ชี,ชิงชาลี,ธรณีสาร,ส้มป่อย,คนทีดำ,งิ้วดำ,งิ้วขาว,เปราะลาย,พญาว่าน,กำแพงเจ็ดชั้น,ใบมะกรูด,ใบมะนาว
    - ผงยา(ผงอาถรรพ์,ผงเขี้ยวงา) ผงลำผีพ่าย,ผงไล่ผีหนี,ผงตีผีตาย,นอแรด,เขี้ยวเสือ,ดีหมี,ชะมดเชียง,ผงงาช้าง,ผงเขาวัวเขาควาย,ผงตะไบปลายหอกปลายดาบ,ตะใคร่เจดีย์,ผงชันเพชร


    ผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญ
    พ่ออาจารย์ท่านว่าผงยันต์ ผงว่าน ผงยานี้ต้องนำมาผสมผงที่ได้จากพิธีกองกูณฑ์อัคคีของครูพระสยมโดยว่านบางตัวต้องนำมาลงอักขระตามสูตรแล้วจึงเสกปลุกว่านปลุกเสกยาแล้วจึงบดเป็นผง และนำมาปั้นใหม่เป็นแท่งดินสอลงโองการพระอิศวรปราบยุคเข็ญแล้วเสกตามสูตรตามวาระก่อนโดยเชิญคณะเทพศิวะสาวกทั้งหมดตลอดจนมหาเทพแผ่บารมีแบ่งกำลังลงสถิตย์ในผงพระอิศวรปราบยุคเข็ญนี้ทุกอณูจึงจะสำเร็จเป็นผงศักดิ์สิทธิ์ ผงนี้ท่านว่าที่ใช้แก้ผีได้สารพัด,แก้คุณไสยที่เข้าทำไว้ในแผ่นดิน,แก้อาถรรพ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี แก้ได้ทั้งยาสั่ง,ยาเสน่ห์,ยาแฝด,ยาพิษ,ยารัก,ยาชัง,ยาหน่าย,ยาตาย,ยาประสาท,ยามนต์ต่างๆ รวมไปถึงแก้อุบาทว์ที่เกิดจากการทำของต่ำ,แก้คุณไสยที่โดนมานานจนเข้าเลือด,แก้วิชาที่ถึงขั้นวิบัติอย่างแรง ทั้งปัดป้องสิ่งอัปมงคลเสนียดจัญไร ที่สำคัญยังช่วยหนุนนำดวงชะตามิให้ตกต่ำอีกด้วย อันผู้ใดที่มุ่งมาตรปรารถนาให้ร้ายแก่เราหากมันผู้นั่นยังยืนอยู่บนผืนพระธรณีขอเพียงว่าหากเรายังอยู่บนผืนแผ่นดินนี้มันก็ทำอะไรเรามิได้ เรียกว่าตราบใดที่ยังมีแผ่นดินมันอยู่ก็ทำร้ายเรามิได้เลย ตราบใดที่พระเวทย์และพระธรรมยังมีอยู่ในโลกนี้เราจะปลอดภัยในทุกสถาน ทุกกาล ทุกเมื่อ ให้ถือคตินี้ไว้ให้มั่นคง

    พ่ออาจารย์ท่านได้ทำด้ามตรีศูลด้วยการลงตะกรุดสูตรที่ครูพระสยมสั่งไว้ นั่นคือลงด้วยสูตรยันครูธงชัยพระสยม ธงที่ไม่เคยแพ้ใครในสามโลก ธงนี้ได้ชื่อว่าเป็นธงมหาโชค มหาชัย ธงชัยชนะนิรันดิ์กาล แม้นชักออกประกาศขึ้นหรือตกอยู่ณ.ที่แห่งใดแล้ว ย่อมเป็นอำนาจนิรันดร์ที่จะสยบทุกสรรพสิ่ง พ่ออาจารย์ท่านว่าครูพระสยมท่านให้ลงธงชัยพระสยมนี้ล้อมรอบโองการคำพรมหาเทพ อันประกอบไปด้วย
    - พระศิวะ(เทพแห่งการทำลายล้าง) อำนวยพรแห่งอำนาจและความสำเร็จ,อำนวยพรแห่งความเจริญ,อำนวยพรแห่งอำนาจเหนือบุคคลทั้งหลาย,อำนวยพรอันนำมาซึ่งผลกำไรอันมหาศาล,อำนวยพรอันนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างสูงสุด,อำนวยพรอายุยืน(ต่ออายุผู้ที่ใกล้สิ้นใจได้ชั่วคราว),อำนวยพรบำบัดโรค(สามารถรักษาอาการไข้ที่เป็นมานาน),อำนวยพรแห่งความสมบูรณ์(บันดาลให้พ้นจากความยากจน),อำนวยพรกันอุบาทว์กันเสนียดจํญไรกันคุณไสยอวิชชาทั้งสิบหกภาษา
    - พระวิษณุนารายณ์(มหาเทพผู้ปกปักรักษาโลกมนุษย์) ผู้ดูแลรักษาทุกสรรพสิ่งอำนวยพรขจัดเหล่ามารและสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง,อำนวยพรคุ้มครองชะตาชีวิต,อำนวยพรบันดาลวาสนาแก่มนุษย์,อำนวยพรประทานแสงสว่างส่องกระจายในจิตที่มืดบอด,อำนวยพรขจัดบาป,อำนวยพรขจัดความขัดข้อง,อำนวยพรสร้างความภูมิฐานและการชนะทุกสิ่ง
    - พระพรหม(มหาเทพผู้สร้างโลกและลิขิตชีวิตมนุษย์) อำนวยพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา,อำนวยพรแห่งความคิดการสร้างสรรค์,อำนวยพรทางชะตาลิขิต,อำนวยพรบันดาลให้มีความสุขและสมบูรณ์ในชีวิต,อำนวยพรให้เกิดปัญญาในการประกอบอาชีพ,อำนวยพรความแข็งแรงปกป้องให้ห่างจากศัตรู,อำนวยพรความรู้แจ้ง,อำนวยพรให้เกิดความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ
    - พระอินทร์(เทวราชผู้ครองสวรรค์) อำนวยพรบันดาลให้เหตุการณ์ทุกข์ต่างๆคลี่คลาย,ไอำนวยพรบันดาลให้ได้รับการคุ้มครองจากธรรมชาติ,อำนวยพรให้พ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ,อำนวยพรให้ชีวิตมีความสุขปราศจากมลทินและความเศร้าทุกข์ใดๆ
    - ท้าวกุเวร(พระคลังสวรรค์) อำนวยพรประทานทรัพย์สมบัติ,อำนวยพรความมั่งคั่งร่ำรวย,อำนวยพรลาภยศแก้ไขชีวิตให้ราบรื่น,อำนวยพรป้องกันภูติผี ปีศาจกันมนต์ดำปัดคุณไสย์ต่างๆ,อำนวยพระไม่ให้มีชีวิตอับจน,อำนวยพรให้มีกินมีใช้มิได้ขาดอย่างอัศจรรย์
    - ยมเทพ(เทพบรรพบุรุษ) อำนวยพรต่ออายุให้ยาวนาน,อำนวยพรให้หายจากโรคภัยต่างๆ,อำนวยพรให้พ้นจากอำนาจวิญญาณและพลังงานฝ่ายต่ำ
    - พระกาล(ผู้ควบคุมห้วงมิติกาลเวลา) อำนวยพรหยุดทุกข์,เคราะห์,เหตุเภทภัยทั้งหลาย
    - พระฤาษี(อำนาจแห่งธรรมและการบำเพ็ญเป็นพรที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด) อำนวยพรปัดเป่าลางร้าย,อำนวยพรส่งเสริมชะตาชีวิต

    ด้วยตรีศูลนั้นเป็นเทพศาสตราระดับสูงสุด เรียกได้ว่าหากพูดว่าเป็นที่หนึ่งแล้วย่อมไม่มีสิ่งใดอันจะมีตัวตนเท่าเทียมได้อีก พ่ออาจารย์ท่านว่าแค่คิดจะทำก็ยากแล้ว กว่าจะทำได้ก็ไม่ใช่ง่าย เมื่อได้แต่ละอย่างแล้วก็ต้องนำมาประกอบกันและอุดด้วยผงสำคัญที่เตรียมไว้ เพียงแค่ตะกรุดที่ใช้เป็นแกนก็ต้องใช้คำพรและอำนาจของเหล่ามหาเทพสำคัญอันเป็นกฏและตัวแทนของธรรมชาติมากมายผูกขึ้นมา เมื่อประกอบสำเร็จก็ต้องเชิญครูพระสยมแบ่งกำลังจากตรีศูลเล่มจริงของท่านให้กำเนิดในรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อให้คนใช้ได้นำไปสักการะเป็นเครื่องมงคลแรงครูหนุนนำชีวิต พ่ออาจารย์ท่านว่าตรีเทพนี้ล้างอาถรรพ์ได้ทั้งปวงแม้แต่อาถรรพ์ชีวิต สุดแล้วแต่จะประดิษฐ์คิดวิธีใช้ได้เลย นั่นเพราะสิ่งนี้มีค่ามากเกินคำว่าค่าควรเมืองไปไกลลิบ

    คาถาบูชา
    ศิวายะ เคารีวัทนาพะชะวะ รินทะ สูระยายะ ทักษะ ธะวะระ นาศะกายะ ศรีนีละกัณทายะ วะรึษะ ธะวะชายะ ตัสไม ศิการายะ นะมะศิวายะ

    * มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาล พ่ออาจารย์ท่านว่าชีวิตท่านนั้นทำได้แค่ครั้งเดียว ใครมีวาสนารู้ตัวว่าต้องตัดกรรม ตัดสัญญา ตัดชาติเวรใดๆที่ให้ผลในปัจจุบันอยู่ก็ให้นำไปใช้และเก็บรักษาไว้ให้ดี เวลาใช้ก็บอกกล่าวกับท่านเอาเพราะท่านเป็นเทพศาสตราที่มีจิตวิญญาณเสมือนอำนาจพระเป็นเจ้า เป็นรูปปรากฏของกฏนามธรรมทั้งหลาย ดังนั้นเพียงแค่บอกกล่าวก็ถือว่าดีแล้ว.. ตรีเทพมีทั้งหมดหกเล่มแต่ท่านใช้เองด้วยคู่หนึ่งจึงเหลือให้บูชาเพียงสี่เล่มเท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM เท่านั้น รายได้สมทบทุนซื้อโลงศพให้คนไร้ญาติสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา มงคลแรงครูตรีเทพอนันตกาลผลาญกัป(คำพรมหาเทพ,ลบกฏนามธรรม) บูชา 4,000 บาท


    51794240-314369059284070-5169152428188106752-n.jpg

    51752690-928807727508738-7593687077670092800-n.jpg
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ตรีเทพนี้เนื่องจากเป็นตัวแทนนามธรรมใช้ได้ทั้งสร้างและทำลายดั่งใจอธิษฐาน พ่ออาจารย์ท่านว่าหากจะใช้อธิษฐานเครื่องมงคลให้ศักดิ์สิทธิ์ก็ให้บอกกล่าวครูพระสยมขอแรงครูเสกเครื่องมงคลให้มีคุณทางด้าน...และนำตรีนี้จี้ไปครู่หนึ่งก็ใช้ได้แล้ว ในขณะเดียวกันไม่ว่าจะใช้ทางทำลาย การทำน้ำมนต์ การเพิ่มพลังเครื่องมงคล การรักษาโรค การตัดรูปธรรม การตัดทุกข์โศกทั้งหลาย...ก็ใช้การอธิษฐานและชี้ซักครู่หนึ่งเช่นกัน

    * สำหรับผู้จองรายการนี้แนะนำให้ฝากเลี่ยมก่อนส่ง ค่าเลี่ยม 100 บาท
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ตรีเทพนี้จะเสกปิดวันนี้อีกทีนะครับ วันเสาร์ขึ้นห้าค่ำ(เสาร์ห้า)วันแรง รับรองของแรง
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    วันนี้ไล่ตอบคำถาม ไม่น่าเชื่อว่าส่วนใหญ่จะมีเรื่องคนโดนของเข้ามาปรึกษากันมาก จนรู้สึกแปลกๆว่าสมัยนี้มันน่าจะน้อยลงสิ ทำไมยังมีเรื่องผีเข้ากับทำของใส่ให้เห็นได้ทั่วไปแบบนี้อีก อันนี้น่าคิดจริงๆ
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    การลดกรรม

    บางท่านว่าผลกรรมชั่วตัดได้ บางท่านว่าผลแห่งกรรมชั่วตัดไม่ได้ บางท่านว่าบางอย่างได้บางอย่างไม่ได้ บางท่านว่าตัดไม่ได้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ลด หลบ หลีกพอได้ ยังไงก็แล้วแต่เชื่อ ม่เชื่อหรือจะตัดได้หรือไม่ได้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

    แน่นอนที่สุดถ้าเราไม่ทำเหตุทำให้เกิดกรรมแบบนั้นอีก น่าจะเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเรา


    การลดกรรม 45 อย่าง

    1. ไม่มีลูก
    กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น
    ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือมูลนิธิเด็กอ่อน

    2. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
    กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
    ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถาม ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

    3. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
    กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
    ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพระ บริจาคเงินในกล่อง ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

    4. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
    กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
    ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ

    5. สูญเสียคนใกล้ชิด
    กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
    ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก 1 อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ 3 เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

    6.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
    กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
    ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข

    7. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
    กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
    ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายฟรี

    8. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
    กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
    ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้

    9. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
    กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
    ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย

    10. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
    กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
    ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงจะบวช 7 วัน หรือ 15 วัน 1 เดือน 1 พรรษา แล้วแต่จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล 8 ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่างสม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

    11.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ชาดเสน่ห์
    กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
    ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

    12. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
    กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
    ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

    13. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
    กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
    ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้ได้มี ยวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

    14. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
    กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
    ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์

    15. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
    กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
    ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนาถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ

    16. อาภัพคู่ ร้างคู่
    กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
    ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

    17. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนหรือทำให้เป็นทุกข์
    กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่
    ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา

    18. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
    กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
    ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา

    19. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
    กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
    ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล

    20. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
    กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น
    ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน

    21. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
    กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
    ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล 5 ศีล 8 เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน

    22. มีคดีความ
    กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
    ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือนๆละ 7 วัน

    23. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
    กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
    ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด

    24. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
    กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
    ลดกรรม สวดมนต์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล 5 หรือศีล 8 ทุกๆ 3 เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือสิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ

    25. ไม่มีชื่อเสียง
    กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
    ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา

    26. ไม่มีวาสนาบารมี
    กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
    ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน

    27. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
    กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
    ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง

    28. เจอแต่คนเอาเปรียบ
    กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
    ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดี ๆ เข้ามาในชีวิต

    29. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
    กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
    ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

    30. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
    กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น
    ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี

    31. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
    กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
    ลดกรรม ถือศีล 8 เป็นเวลา 7 วัน ทุกๆ 3 เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน

    32. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
    กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
    ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

    33. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ
    กรรมจาก เคยทำแท้ง
    ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ 9 เดือน หรือ 1 ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ

    34. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
    กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
    ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ 1 ครั้ง 3 วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดีขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้รับกุศลและอโหสิกรรม

    35. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
    กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
    ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ ากรรมนายเวรอโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร 4 มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยวได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข

    36. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
    กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
    ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด หรือช่วยเหลือคนป่วย

    37. เป็นมะเร็ง
    กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
    ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ 1 เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

    38. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
    กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
    ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร

    39. ด้อยปัญญา
    กรรมจาก ฝั่กใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
    ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามูลนิธิต่างๆ

    40. ตกงาน
    กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
    ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา

    41. ไม่มีโชคลาภ
    กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
    ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว

    42. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
    กรรมจาก ช่าติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
    ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ

    43. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
    กรรมจาก ช่าติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
    ลดกรรม ถือศีล 5 ศีล 8 นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน

    44. ครอบครัวยากจน
    กรรมจาก ช่าติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
    ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด

    45. เป็นทุกข์เพราะความรัก
    กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
    ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรักสมปรารถนา

    296fdde1cd55120c40233d6fb1e12327-d25vj52.jpg
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    แจ้งการส่ง EMS
    พี่เกษมธิดา EW 4025 0195 5 TH

    พี่ชนันธร EW 4025 0196 9 TH

    พี่พรเทพ EW 4025 0197 2 TH
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    ช่วงนี้มีแต่คนถามหาของเสน่ห์แบบแรงๆเข้ามา เพราะของเก่าๆหมดนานแล้ว เขาว่ายิ่งได้แบบแรงๆสมัยท่านลองวิชายิ่งดี เห็นคาดหวังกันหลายคนมาก อันนี้ก้ติดตามไว้ก่อนนะครับ
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    มีแต่คนลุ้นถามว่าวันวาเลนไทปีนี้พ่ออาจารย์ท่านจะออกขุนแผนอะไรรับวันแห่งความรัก บอกได้ตรงนี้เลยว่าคงลุ้นกันตัวโก่ง ถึงที่ไหนเขาจะออกขุนแผนแต่ก็ไม่ใช่ที่นี่ เพราะของที่ท่านจะให้เอาออกนี้เรียกว่าตามจริตจริงๆ สำหรับสายทำมาหากินต้องพูดว่าแจ่ม แต่สำหรับคนเที่ยวหรือสายโลกีย์นี่คงต้องบอกว่า...ลึกซึ้งยิ่งนัก
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ศิระ EW 4025 0728 6 TH

    พี่วุฒิชัย EW 4025 0729 0 TH

    พี่สุรวุฒิ EW 4025 0730 9 TH

    พี่เมธี EW 4025 0731 2 TH
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    รายการตรีเทพคนที่ถามเข้ามาทีหลังผมติดสำรองไว้ให้ก่อนนะครับ
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    6,740
    ค่าพลัง:
    +21,716
    เดรัจฉานวิชา

    มีคนถาม ...ว่าให้ช่วยขยายคำจำกัดความว่าวิชาแบบไหนถึงเป็นเดรัจฉานวิชา

    ก่อนอื่นคงต้องขอตอบแบบรวมๆก่อน ขึ้นชื่อว่าวิชาก็คือความรู้แจ้งในศาสตร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในเมื่อเป็นความรู้ เป็นภูมิวิชา ผู้ศึกษาย่อมเป็นผู้คงแก่เรียน เป็นบัณฑิต

    ดังนั้นอย่างที่พ่ออาจารย์ท่านมักพูดว่าอันวิชาความรู้นั้น ถ้าได้เล่าเรียนจนเข้าใจแล้วมันก็จะติดตัวไปถึงเจ็ดชั่วชีวิต เมื่อพูดกลับมาว่าเดรัจฉานวิชานี้ก็จะหมายเอาถึงวิชาที่ให้โทษ ทำให้ผู้ใช้ตกต่ำเสียเป็นส่วนใหญ่ เช่นนี้จึงเป็นเดรัจฉานวิชาแต่คนมักจะให้ค่ากันที่ความประทับใจหรือลักษณะของวิชามากกว่าว่าดูดีก็เรียกวิชา ดูไม่น่าจะใช้ในทางที่ดีได้ก็ตีความทันทีว่าเป็นเดรัจฉานวิชา

    พ่ออาจารย์ท่านจึงเคยอุปมาเอาไว้อย่างน่าคิดว่าอันแพทย์นั้นมีกิจในการอาทรช่วยเหลือผู้ป่วยอยู่เป็นนิตย์ คนจึงชื่นชมวิชาแพทย์ว่าเป็นคุณวิชา แต่ในขณะเดียวกันถ้าหมอคนนั้นใช้องค์ความรู้ในมือฆ่าคน เช่นนั้นองค์แห่งความรู้นั้นก็จะเป็นเดรัจฉานวิชา...หรือไม่

    ดังที่ยกตัวอย่างไปท่านว่าเอาสัจธรรมมาพูดกันเลย ขึ้นชื่อว่าวิชาก็คือความรู้ มันเป็นของกลาง เรียกว่าใช้ให้มีคุณก็มีคุณ ใช้ให้มีโทษก็มีโทษ ไม่มีสิ่งใดจะเป็นคุณวิชาหรือเดรัจฉานวิชาไปได้ตลอด เพราะมันขึ้นอยู่กับผู้ใช้ การที่วิชาจะเรียกว่าเดรัจฉานได้นั้นที่จริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับวิชาเลย ท่านว่ามันเกี่ยวกับคนนำไปใช้มากกว่า เพราะวิชาก็เป็นปัจจัตตังมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป หากไม่มีสิ่งมีชีวิตเอาไปใช้มันก็ดับไปทั้งรูปและนามเช่นนั้น

    เมื่อมีคนนำไปใช้แล้ว เขาเอาไปทำคุณประโยชน์หรือไม่ หรือเอาไปทำให้วิชาเป็นเดรัจฉาน ข้อนี้ต้องไตร่ตรองอยู่มาก เพราะความรู้นั้นเป็นของกลาง แต่ส่วนของคนใช้ต่างหาก ที่มีใจมนุษย์ หรือใจเดรัจฉานอยู่ในตัว ถ้ามนุษย์มีใจสงเคราะห์ช่วยเหลือคนอื่นเช่นนั้นก็ย่อมเป็นคุณวิชา แต่ถ้ามนุษย์มีใจก่อกรรมทำความทุกข์ยากให้ผู้อื่นนั่นก็เป็นเดรัจฉานวิชา

    ** พูดเช่นนั้นก็คือมีเดรัจฉานวิชาในทุกอาชีพก็ว่าได้ หากแต่ไม่ใช่วิชาที่เป็นเดรัจฉาน แต่กลับกัน มันคือคนเดรัจฉานมาใช้คุณวิชา

    b475bf7c9427a179e31fda933bba992b.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...