ร่วมทำบุญบูชา พระเจ้าสะกดเบี้ยดูดจิตพลิกผันสนองกลับปัดอุปสรรค(ผงเหยียบเซียน) พ่ออาจารย์พล

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย คุรุปาละ, 12 ตุลาคม 2014.

  1. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    เมื่อวานคนที่บูชาเหรียญหล่อองค์ยมราชไปมาเล่าให้ฟัง ว่าได้เห็นบารมีท่านแล้ว ด้วยตัวเขานั้นตั้งแต่ห้อยมาก็ยังไม่เคยเจอท่านเลย ได้แต่ไหว้ขออยากเห็นซักครั้งแต่ก็เงียบ

    จนกระทั่งเมื่อวานพี่เค้าเล่าว่าฝันเห็นตัวเองใส่ชุดเกราะหนังโบราณ กำลังเดินขึ้นไปนั่งบนบัลลังค์สูงใหญ่ในห้องโถงใหญ่มีบรรยากาศสถานที่ดูสวยงามเป็นระเบียบ ซ้ายขวามีคนเหมือนดวงวิญญาณถูกกันไว้อยู่มากมายประมาณไม่ได้เลยมีเจ้าหน้าที่คอยยืนคุมเป็นจุดๆเต็มไปหมด มากจนเหมือนมองเม็ดกรวดเม็ดทรายอยู่คือมากจนเห็นเป็นจุดๆ

    แล้วก็มีเสียงเหมือนเราคุยกับตัวเองว่าให้ไปนั่งบนบัลลังค์จะให้มานั่งทำงานแทนซักครู่หนึ่ง แล้วอยู่ดีๆก็มีธงสีแดงไม่รู้โผล่มาตอนไหนแปะมาติดหน้าอกของตนเองอยู่เหมือนเป็นธงพลาสติกเล็กๆ พี่เค้าว่าพยายามดึงธงเล็กๆจากหน้าอกอยู่นานกว่าจะออก พอออกแล้วก็กลายเป็นธงผ้าผืนใหญ่ท่านก็บอกว่าจะให้ยืมธงนี้แล้วขึ้นไปนั่งดูเสีย....พี่เค้าเล่าว่างงมาก

    เพราะในฝันนั้นมีชุดของพวกยมบาลเป็นชุดเปล่าๆเลย เราต้องเลือกคนมาใส่มาทำหน้าที่ไปพร้อมกับเรา ในฝันก็เหมือนพอเราขึ้นไปนั่งเราก็รู้งานเฉยเลย เริ่มเลือกคน เริ่มทำงาน...เขาว่าทำงานยาวมากจนเสร็จเหมือนเรารู้งานและทำเป็นโดยใช้ธงแดงนั้นพิพากษาพอเสร็จแล้วเราก็ลุกเดินออกไป

    ตอนกำลังเดินออกจากบัลลังค์นั้นเราก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาอีกว่ารู้รึยังว่านรกนั้นมีอยู่จริง ให้จำเหตุการณ์ในวันนี้ไว้....พี่เขาว่าท่านบอกอะไรหลายๆอย่างเหมือนคำสอนแต่สรุปสุดท้ายเราก็ไม่เห็นหน้าท่านแต่ก็พอใจแล้วตรงนี้ว่าท่านมีอยู่จริง คงจะเป็นด้วยอะไรบางอย่างทำให้เราไม่เห็นรูปท่านก็ได้แต่ท่านมาปรากฏสอนเราในลักษณะนี้แทน


    *** ก็เอามาเล่าให้ฟังกันนะ เป็นประสบการณ์หนึ่งของผู้บูชาองค์ยมราชไป เขาว่าเหตุการณ์นี้มันรู้สึกว่าใจฟู ใจอิ่ม มีกำลังใจและตอกย้ำความเชื่อความศรัทธาในตัวเขาอยู่มาก ก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้เฉพาะคนบางคนอาจจะไปเจออย่างอื่นแปลกกว่านี้ เห็นมีบางคนที่เค้าห้อยรุ่นนี้บอกได้เห็นองค์ยมราชก็มี เรื่องแบบนี้น่าจะอยู่ที่บุญสัมพันธ์กันนะครับ
     
  2. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    พรุ่งนี้ติดตามกันดีๆนะครับ จะลงเหรียญที่พ่ออาจารย์ท่านบอกว่าขี้เหร่ที่สุดแต่ใครเห็นก็ตาลุกอยากได้กันมากที่สุดแบบคุยกันไม่รู้เรื่องเช่นกัน จะเป็นอะไรติดตามกันดีๆ
     
  3. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่ศราวุธ EI 3836 1314 3 TH

    พี่แมน EI 3836 1315 7 TH

    พี่ฐิตกาญจน์ EI 3836 1316 5 TH

    พี่ศิระ EI 3836 1317 4 TH
     
  4. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญองค์เหล็กบัญชาธาตุธรรมสุญญตา(กุนซังเตวาพญามารเก้าโลก)

    "ความสับสน,ความโกลาหล,ความยุ่งเหยิง,วุ่นวายหากสิ่งใดเหล่านี้แม้ปรากฏขึ้นในชีวิต ให้รีบขวนขวายเชิญองค์กุนซังเถิด"

    ในยุคนี้หากกล่าวถึงพระราหูแน่นอนว่าหลายคนย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่หากเรียกกุนซังเตวานั้นย่อมไม่มีใครคุ้นหูมากนัก พ่ออาจารย์ท่านว่ากุนซังเทวา(เตวา)นี้เป็นปางใหญ่สุดของพระราหูในพุทธวัชรยาน ซึ่งมีหน้าที่เป็นธรรมบาลองค์สำคัญอย่างยิ่ง ด้วยพระราหูคือพระมหาโพธิสัตว์ที่กำลังจะมาตรัสรู้ในอนาคตข้างหน้า แต่กลับกันในคติมหายานนั้นถือว่าท่านได้เข้าถึงการตรัสรู้แล้ว คือถึงญาณของพระพุทธเจ้าเข้าถึงธรรมกาย,สัมโภคกายเรียบร้อยแล้ว รอแค่เวลาสำแดงพระญาณนั้นผ่านการกำเนิดซึ่งเรียกว่า “นิรมานกายมนุษย์” เป็นพระชาติสุดท้ายของกายหยาบเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้พ่ออาจารย์ท่านจึงให้เหตุผลว่าครูเทพพรหมทั้งหลายสั่งกันไว้นักเชียว หากจะสร้างพระราหูก็ให้สร้างตามคติมหายาน เพราะพระราหูจะยิ่งมีกำลังประเสริฐเกินกว่าอำนาจเทวดาใดๆด้วยกำลังแห่งความเป็นพุทธะ ซึ่งโดยปกติเราจะเห็นรูปพระราหูแบบเทพหรือเทพอสูรกันมามากหากแต่ไม่เคยเห็นปางที่ท่านเป็นพระโพธิสัตว์เลย พระราหูหรือกุนซังเตวาในภาคธรรมบาลมหาโพธิสัตว์นั้นมีร่างกายสีดำม่วง มีพระเศียร 9 เศียร แต่ละเศียรมี 3 ดวงตา มีเขี้ยวคมหน้ากลัว ตามลำตัวมีดวงตานับพัน แม้แต่ท้องของพระราหูก็ยังเป็นหน้าของพระราหู ท่อนเป็นมีร่างกายแบบคน ส่วนเอวลงไปเป็นงู ทรงประทับเหนือมหาสมุทรเลือด สามารถท่องไปยังจักรวาล โลกธาตุต่างๆได้อย่างอิสระ ซึ่งราหูโพธิสัตว์หรือกุนซังนั้นได้ฉายาว่า “ผู้ทำลายความหลงตนเอง” นั่นทำให้ท่านมีพลังที่ยิ่งใหญ่และสำคัญอยู่สามประการประกอบด้วย
    - พลังแห่งการทำลาย ไม่ว่าจะเป็นความหลงตนเอง ความหลงมัวเมาในความดีจนออกนอกลู่นอกทาง การหลงในการทำบุญ การยกตน ความหยิ่ง ทรนง และการทำลายศัตรู โดยเฉพาะศัตรูภายในใจของตน
    - พลังในการก่ออุปสรรค ด้วยตัวพระราหูนั้นความภูมิใจในความดีที่มาจากการเสียสละ ด้วยหากมนุษย์คนใดไม่รู้จักการเสียสละ,ปล่อยวาง,ละวาง คนเหล่านั้นย่อมจะหลงตนเอง ต่อให้ยิ่งทำบุญยิ่งภาวนา มีประสบการณ์เป็นเอนกประการแบบนี้ก็ยิ่งอันตราย เช่นนั้นกำลังของท่านจึงก่ออุปสรรคเพื่อผลดีของเราไม่ให้เราหลงตัวเองจนยากถอนตัวในที่สุด

    - พลังแห่งการพิทักษ์รักษา ท่านมีหน้าที่ปกป้องดูแลขุมทรัพย์(พ่ออาจารย์ท่านว่าคนจะไม่ค่อยรู้กัน ขุมทรัพย์อันได้ชื่อว่าประเสริฐที่สุดนั้นก็อยู่ในการควบคุมของท่านนี่แหละ ดังนั้นใครจะขอลาภต้องขอจากปางนี้โดยเฉพาะ) ทั้งท่านยังรักษาธรรมะ รักษาผู้ภาวนา,ผู้ประพฤติธรรม และเหนือสิ่งอื่นใดท่านยังรักษษพระเวทย์และพระธรรมลึกลับอันทวยเทพและสิ่งมีชีวิตทุกโลกธาตุไม่อาจเข้าถึงได้(เช่นนั้นคนที่ประสงค์จะมีสัมผัสลี้ลับหรือได้รับการชี้นำจากครูท่านก็ควรจะบูชาอย่างยิ่ง บางคนอาจจะได้รู้พระเวทย์พระธรรมที่เป็นของเฉพาะตัวเราใช้ก็มีมาให้เห็นแล้ว)

    พ่ออาจารย์ท่านได้รับมติจากคณะมหาโพธิสัตว์ให้ทำพระราหูปางมหาโพธิสัตว์ขึ้นเพื่อโปรดคนที่มีวาสนาเชื่อมถึงและมีบุญสัมพันธ์กันอยู่ ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าองค์กุนซังนั้นจะให้คุณแก่เราติดตัวไปทุกภพที่เราเกิดทีเดียว ด้วยเหรียญนี้เมื่อได้รับไปก็เสมือนว่าเราได้สัมผัสกับพระญาณขององค์กุนซังที่จะสำแดงให้ปรากฏในมายาแห่งสังสารวัฏ ให้ผู้รับได้เปิดเนตรมีสัมผัสรับรู้ทางอายตนะ ให้จิตเราเปิดและฉวยจับเอากำลังแห่งพระกุนซังเสพเข้าไป พ่ออาจารย์ท่านว่าองค์กุนซังนั้นโดยแท้จริงแล้วท่านเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณของเรา เพราะท่านมีอำนาจเหนืออาการกิเลสแลอาการหล่อเลี้ยงต่างๆไม่ว่าจะเป็นพลังงานชีวิตหรือลมหายใจประสาทสัมผัสทั้งหลายที่เรามัวเมาอยู่ *** พ่ออาจารย์ท่านว่าตรงนี้สำคัญที่สุดเลย นั่นคือท่านสามารถกำจัดและตัดทำลายลบล้างความมัวเมาลุ่มหลงในอำนาจกิเลสของเราให้เบาบางลงได้

    โดยแก่นแท้ขององค์ครูท่านนั้นจะสำแดงออกถึงความภูมิใจในการสละออกของสรรพสิ่ง(# เหตุนี้พ่ออาจารย์จึงได้สร้างปางกุนซังหรือมหาโพธิสัตว์ขึ้นมา โดยท่านย้ำว่าปางนี้ต่างจากปางเทพที่เราไหว้ๆกันอยู่ ด้วยปางเทพนั้นเราจะรู้กันแค่ว่าควรบูชาเวลาดวงตกหรือเคราะห์ร้าย แต่ปางโพธิสัตว์เต็มบารมีนี้ท่านพร้อมจะสละออกทุกสิ่งด้วยความภูมิใจ***ดังนั้นเมื่อเราขออะไรหน้าที่ของท่านก็คือให้และสละด้วยความเต็มใจสูงสุด นี่คือกำลังของปางกุนซังที่ปางเทพไม่มี ) ทั้งอำนาจเหล่านี้มนุษย์ยังจับต้องได้ ท่านว่าห้อยไปเถิดเธอจะเห็นเองว่าตัวเองกลายเป็นคนภาคภูมิมากขึ้นเพียงใด นอกจากนี้การปรากฏขององค์กุนซังยังสัมพันธ์กับธาตุทั้งห้าในภาวะธรรมชาติด้วย
    - เมื่อมีอากาศธาตุเป็นแก่นรองรับคือการแสดงออกของความทรนง เรียกว่าอากาศธาตุราหู
    - เมื่อมีธาตุดินเป็นแก่นรองรับคือการแสดงออกของกำลังมายา,การมองเห็น เรียกว่าราหูธาตุดิน
    - เมื่อมีธาตุน้ำเป็นแก่นรองรับคือการแสดงออกของการยึดติดและการมองเห็นสาระ เรียกว่าราหูธาตุน้ำ
    - เมื่อมีธาตุไฟเป็นแก่นรองรับคือการแสดงออกของความเกลียดชัง เรียกว่าราหูธาตุไฟ
    - เมื่อมีธาตุลมเป็นแก่นรองรับคือการแสดงออกของความริษยา เรียกว่าราหูธาตุลม
    พ่ออาจารย์ท่านว่าในตัวคนเรานั้นจึงมีราหูอยู่ทุกธาตุเพราะเราหนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้ในแต่ละวัน เช่นนั้นราหูจึงมีกำลังต่อชีวิตเราอย่างมาก ในขณะเดียวกันเมื่อเราเชิญองค์กุนซังมาบูชาท่านจึงมีกำลังเชื่อมต่อถึงภาวะตัวตนเรามากที่สุดเช่นนั้นความมหัศจรรย์และปาฏิหาริย์ต่างๆย่อมเกิดจากภายในและภายนอกตัวเราได้บ่อยที่สุด


    นอกจากในฐานะมหาโพธิสัตว์แล้วเรายังสามารถภาวนาถึงท่านในฐานะธรรมบาลได้อีกด้วย ผู้ที่องค์กุนซังนั้นมาสถิตย์โปรดชีวิตพ่ออาจารย์ท่านว่าองค์ครูท่านจะคอยเตือนภัย ปัดอันตราย และขจัดอุปสรรคอันเป็นหน้าที่ของท่าน *** แต่ที่พิเศษจริงๆนั่นก็คือชะตาชีวิตที่หมุนวนตามกำลังดวงดวงเวลาเราถูกทำนายทายทักหรือเรารู้ว่าปีไหนดวงเราตก,ดวงเราร้ายต้องรอเวลาอีกกี่เดือนกี่ปีกว่าจะเคราะห์ดีเช่นนี้ องค์กุนซังท่านมีอำนาจทำลายอุปสรรคและโชคร้ายอันเกิดจากอำนาจดวงดาวในดวงชะตาเราได้เอง และที่สุดแห่งอานิสงค์การบูชาองค์กุนซังนั้นก็คือ
    - ความปรารถนาการหลุดพ้นจากการยึดติดทางโลกียะดุจท่านยืนอยู่บนทะเลเลือด
    - การปกป้องคุ้มครองรักษาตัวเรารอบทิศทาง ดุจดวงตานับพันรอบตัวของท่านที่จะคอยมองสอดส่องรักษาเราอยู่เสมอ

    - การแผดเผาความกระหายทะยานอยากของสัตว์โลกทั้งปวง ดุจรัศมีเปลวไฟซึ่งลุกโชนรอบตัวท่าน
    - ปกป้องปากของมนุษย์ ให้พ้นจากภัยอันเกิดจากวจีกรรม
    - การปกป้องจากโรคภัย แม้จะอยู่ในช่วงอิทธิพลดวงดาวจากอำนาจดาราจักรหรือ
    แม้กระทั่งชีวิตมีอันเป็นไปเพราะอิทธิพลของกรรมจากชาติที่แล้ว ( *** พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าจะหาเพียงของช่วยให้เราคลายเคราะห์นั้นที่ไหนก็พอหาได้ แต่ถ้าจะหาคนคอยปกป้องเราจากอำนาจกรรมตั้งแต่อดีตที่นับไม่หมดนั้น ต้องพึ่งองค์กุนซังเท่านั้น)

    วิชาสร้างองค์กุนซังนั้นถือว่าเป็นวิชชาแห่งความสำเร็จ หากเข้าถึงแล้วพ่ออาจารย์ท่านว่าแม้มนุษย์ก็สามารถยืมกำลังของท่านใช้บัญชาธาตุทั้งสี่ได้ดั่งใจไม่ว่าจะใช้เรียกลม เรียกฝน เรียกไฟ หรือเชิญมหาอัสนีบาต...นี่คือกำลังทางมายาศาสตร์และพระเวทย์พระธรรมซึ่งพ่ออาจารย์ท่านว่าเราพูดไม่ได้แต่เธอต้องค่อยๆพัฒนากันเอาเอง นอกจากนั้นวิชาองค์กุนซัง(ราหูภาคโพธิสัตว์)ยังได้ชื่อว่าเด็ดขาดที่สุดในการขจัดพิษทั้งหลาย # ไม่เว้นแม้แต่พิษที่เกิดจากวิบากกรรมอันหนักหน่วง(ใครที่กำลังชดใช้อะไร หรือรู้ตัวว่าเราอยู่ในวงจรวิบากอันนี้ต้องพึ่งบารมีท่านเลย) ซ้ำวิชาขององค์กุนซังนั้นยังเป็นธรรมลี้ลับที่ไม่สามารถเล่าเรียนสืบทอดกันได้นอกจากการถ่ายทอดเฉพาะบุคคล พ่ออาจารย์ท่านว่าแม้เราก็ทำได้เพียงครั้งเดียว

    เศียรพญามารเก้าโลก
    ในปางมหาโพธิสัตว์กุนซังนี้ พระราหูท่านจะมีเศียรเป็นพญามารทั้งเก้าและพระพักตร์บนสุดเทิดด้วยเศียรอีกา ร่างของท่านจะมีใบหน้าทั้งหมดมีเก้าใบหน้า แต่ละใบหน้าจะดุร้ายดุจพญามารเทพปีศาจมีมวยผมพุ่งขึ้นราวกับเปลวไฟดวงตาถมึงทึง มีฟันนั้นใสเหมือนหยดน้ำค้างซึ่งสามารถกัดทะลุทะลวงหมู่มารทั้งหลายได้ ท่านจะมีสี่มือโดยทรงคันศรและลูกศรสำหรับยิงหัวใจผู้คิดทรยศต่อพุทธศาสนา,อีกกรหนึ่งถือธงมโหทรคุ้มครองผู้เคารพบูชาให้พ้นจากหมู่มาร อีกด้านหนึ่ง ถืองูที่ขดเป็นเสมือนเชือก มีดวงเนตรพันดวงที่เบิกโพลงอยู่ในอาการกิริยาพิโรธ
    พระพักตร์ทั้งเก้าหรือที่พ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าเศียรพญามารเก้าโลกนั้นเพราะแต่ละหน้าแทนด้วยใบหน้าของพญามารทั้งหลาย(ปกติพญามารหรือจอมฟ้าองค์เดียวก็มีอานุภาพมากสุดๆแล้ว) หากแต่นี่แทนด้วยกำลังของพญามารทั้งเก้าผู้เป็นใหญ่ในอนันตจักรวาล ซ้ำเศียรนกอีกาด้านบนสุดยังจะคอยสอดส่องระแวดระวังรักษาพิทักษ์ภัยให้เราจากผู้ประทุษร้ายทั้งมวล คนที่มีคนคิดร้าย,มุ่งร้าย,จ้องทำร้าย พ่ออาจารย์ท่านว่าพวกนี้ไม่ว่าจะเล่นเราต่อหน้าหรือลับหลังก็ดีล้วนไม่พ้นอำนาจเศียรเทพอีกานี้เลย ท่านว่าฉันพูดมากไปกว่านี้ไม่ได้แต่ให้เธอรู้ไว้ว่าถ้าไม่สูงสุดจริงคงไม่อยู่เหนือเศียรพญามารทั้งเก้า

    # องค์กุนซังนี้มีอาถรรพ์มาก พ่ออาจารย์ท่านว่าตัวเราที่แขวนองค์กุนซังอยู่หากไปเจอเข้ากับคนที่มีจิตบกพร่อง,ฮึกเหิม,ลำพองในมายาทุจริต เป็นพาล เป็นคนโอหังโดยสันดานเหล่านั้น นอกจากเขาจะแพ้ภัยตัวเองแล้วหากเมื่อใดที่องค์กุนซังพิทักษ์รักษาเราหรือไปปรากฏรูปบรรพกาลอันเป็นรูปแท้จริงของท่านให้ศัตรูเราเห็น พ่ออาจารย์ท่านว่านั่นถึงตายเชียวนะที่ว่าตายเพราะเขาจะกลัวจนตายกลัวจนเส้นโลหิตสมองแตก เช่นนั้นศาสตร์การสร้างองค์กุนซังนี้จึงถูกปกปิดเรื่อยมา เพราะไม่ใช่เพียงแต่รักษากรรมวิบากหรืออะไรที่หลายสิ่งทำไม่ได้ แต่หากวันใดที่ผู้ใช้เหรียญภาวนาอาราธนาจนยืมอำนาจท่านได้ยังจะสามารถบัญชามหาธาตุทั้งสี่ได้ดั่งใจอีกด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเอาง่ายๆเลยขอแค่เป็นคนดีก็พอ เพราะอำนาจองค์กุนซังนั้นท่านจะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไปในทางที่ดีมากๆซึ่งเราบอกไม่ได้ทั้งหมด ขอให้เราเป็นคนดียึดมั่นในคุณธรรมแค่นั้นอะไรมันก็ดี

    เหรียญหล่อนี้พ่ออาจารย์ท่านปั้นแม่พิมพ์เป็นเศียรยักษ์แทนพญามารพิโรธทั้งเก้า ท่านว่ายิ่งจะมีอาถรรพ์มาก หากแต่รายละเอียดนั้นมากพ่ออาจารย์ท่านจึงว่าหย่อนงามไปหน่อยเหรียญนี้ท่านจึงเก็บเสกไว้ยาวนานท่านว่าผ่านพิธีกรรมมาเยอะ เป็นพิธีลับที่องค์กุนซังนั้นถ่ายทอดให้ไม่สามารถเล่าหรืออธิบายอะไรได้เลยเพราะเป็นเวทย์ลับธรรมลับที่ท่านจะเปิดให้เฉพาะคน พ่ออาจารย์ท่านว่าขอเเค่เราเป็นคนดีก็จะสามารถบูชาองค์กุนซังให้ท่านช่วยคลี่คลายปมชีวิตได้ ไม่ก่อให้เกิดหายนะแบบบางคนที่ไปห้อยพระราหู องค์กุนซังนั้นทานฝังของวิเศษไว้หลายชนิดแต่หลักๆเลยที่จะพูดถึงก็คือยอดธาตุ กับยอดผง
    - องค์เหล็กบัญชา จริงๆจะเรียกว่าเหล็กไหลก็ได้ ท่านเรียกว่าเหล็กบัญชาธาตุ ซึ่งธาตุนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าคือธาตุธรรมสุญญตาหรือความว่างเปล่า ท่านว่าธาตุนี้เป็นยอดแห่งธาตุทั้งหลายอันมีมาในจักรวาลหรือจะเรียกว่าธาตุนิพพานก็ได้ ด้วยธรรมทั้งหลายนั้นท้ายที่สุดย่อมว่างเปล่า ท่านว่าเราไม่สามารถพูดอะไรได้ทุกอย่าง บอกได้คร่าวๆแค่เท่านี้เพราะมันเกินความคิด เกินคำพูด...เกินคำอธิบายนั่นเอง แต่ว่าธาตุทุกธาตุนั้นล้วนมีนิพพานธาตุเป็นปฐมจิต...พ่ออาจารย์ท่านว่าขอแค่ได้ธาตุสุญญตานี้ก็ทำได้ทุกอย่างเพราะมันถึงกันหมดเป็นลูกโซ่เลย ท่านว่าเอาไปใช้อธิษฐานให้ตัวเองเจริญและได้ดีไม่เสียชาติมนุษย์แค่นั้นก็พอ
    - ผงสิตาตปัตรา เป็นผงวิชาลับที่ท่านทำไว้เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคภยันตรายทุกประการ ทั้งอำนาจคุณไสยต่างๆอันจะคืบคลานก็ไม่อาจกร้ำกรายตัวเราได้ ผงนี้ได้ชื่อว่ามีกำลังเห็นผลรวดเร็วดั่งครุฑ นั่นคือใช้แล้วเห็นทันตาดั่งครุฑกระพือปีกบิน(ท่านว่าไวมาก) อานุภาพของผงนี้จะนำเราไปสู่ความสำเร็จดั่งตั้งใจได้อย่างรวดเร็วดั่งพญาครุฑโบยบิน ซึ่งครุฑนี้ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่บินได้เร็วที่สุดท่านว่าอุปมาไว้เช่นนี้ก็คงพอจะเข้าใจกันได้ ทั้งคุณแห่งผงนี้ยังใช้ป้องกันโรค, ขจัดอุปสรรค,มนตร์ดำ,คาถาวิชาอาคมชั่วร้าย และหมู่มารศัตรูมุ่งร้ายทั้งหลาย ที่สำคัญที่สุดเลยท่านว่าเวทย์ที่กำกับผงไว้นั้นไม่มีวันเสื่อมไม่มีสิ่งใดอำนาจใดสามารถทำลายได้ หากผู้ใช้มีใจปรารถนาจะทำกิจใดให้เสร็จอย่างรวดเร็วผงนี้ก็มีคุณเสริมให้เป็นเช่นนั้นให้หนทางที่เราเลือกสำเร็จทันตาดั่งขี่ครุฑไปนั่นทีเดียว

    คาถาบูชา
    ตัทยถา โอม อนาเล อนาเล วิษเท วิษเท ไวเร ไวเร วัชร ธริ พันธ พันธนิ วัชรปาณิ ผฏะ หูมะ หูมะ ผฎะ สฺวาหา หูมะ ทรูม พันธ ผฎะ มม รักษ รักษ สวาหา
    ใช้เมื่อถูกกดขี่ หรือขาดพลังดั่งว่าถูกพันธนาการไว้ทั้งกายวาจาใจ เพื่อเรียกผู้ปกป้องหักหาญทำลายล้างสิ่งที่กดดันกดขี่พันธนาการชีวิตเราอยู่
    สรว อปนย สวาหา ภาวนาเพื่อกำราบอุปสรรคทั้งหลายให้สิ้นไป
    ศานติง กุรุเย สวาหา ภาวนาเมื่อขอพรหรือต้องการรับกุศลหากเราได้เชิญท่านไปทำคุณความดีต่างๆ

    กุนซังเตวา นามนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าให้ออกชื่อท่านซ้ำไปมาเพื่อฝึกจิตและสมาธิของเรา หรือจะขอให้พระองค์ปกป้องครอบครัวของเรามิตรของเรา ตลอดจนความมั่งคั่งและทรัพย์สินในครอบครองของเราทั้งทิวาและราตรีกาล *** ทั้งยังอธิษฐานขอวิบากกรรมและอาชญาทั้งห้าซึ่งยังให้เกิดวิบากกรรมทันทีทั้งหลายนี้จงได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยไม่มีข้อยกเว้นตลอดช่วงอายุขัย

    *** เครื่องมงคลรายการนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นของลับ หากเราถอดออกไม่ได้อาราธนาท่านก็ให้หาผ้าเล็กๆมาคลุมปิดท่านไว้(นัยว่ามีกำลังร้อนแรงมากถ้าไม่ใช้ก็อาราธนาท่านไปเก็บต่อเมื่อจำเป็นเห็นว่าชีวิตต้องพึ่งท่านแล้วจึงนำท่านออกมา) ดั่งที่ท่านว่าผ่านพิธีมามากดังนั้นองค์พระจะเลอะด้วยผงสินธูระเช่นนี้ทั่วองค์ทุกๆองค์ พ่ออาจารย์ท่านสร้างองค์กุนซังไว้หกองค์แต่ท่านเลี่ยมแขวนคอท่านไว้หนึ่ง จึงมีให้จองเพียงห้าองค์เท่านั้น รับจองเฉพาะทาง PM ผู้จองให้แจ้งชื่อนามสกุลวันเดือนปีเกิดไว้ด้วย พ่ออาจารย์ท่านจะทำการเจิมและฝากฝังชะตาผู้บูชาให้องค์กุนซังรับเราไว้ในความคุ้มครอง รายได้ร่วมสมทบทุนอาหารกลางวันเด็กพิการด้อยโอกาสทางการศึกษาสืบต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา เหรียญองค์เหล็กบัญชาธาตุธรรมสุญญตา(กุนซังเตวาพญามารเก้าโลก) บูชา 4,000 บาท


    74601276-421005618846556-3938289370376699904-n.jpg 77387112-2442163149361783-1683934021085560832-n.jpg
    73395324-2381285725466232-5627027750469500928-n.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2019
  5. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    ลืมบอกไปอีกอย่าง เหรียญรุ่นนี้ท่านว่าอาถรรพ์แรงแม้ตอนหล่อเสร็จบล๊อกก็แตกทันที
     
  6. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    วันนี้จะทยอยตอบ PM ให้ครบนะครับ ส่วนรายการองค์กุนซังก็เป็นตำนานอีกบทไปเรียบร้อย ท่านเปรยมาว่ามีกำลังแรงมากกว่าสายเทพเสียอีก พอดีถามแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าอำนาจของฝ่ายโพธิสัตว์บางพระองค์นั้นนั้นต่างจากเทพพรหม..อยู่มาก ไว้รอประสบการณ์ก่อนเชื่อว่ารายการนี้คงได้เก็บมาเล่ากันยาวๆ
     
  7. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    มีคนโอนค่าบูชาราชาเวตาล ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ที่แปลกคือเคยบูชาไปแล้วกลับมาบูชาอีก เพราะรายการนี้เป็นของเสือซุ่มแน่นอน พอดีเห็นโอนเข้ามาแต่มาเอะใจตรงประโยคหลังที่พี่เขาพิมพ์มาว่า(เพิ่มอีกหนึ่งองค์)ของดีมากๆที่ใครๆไม่รู้ **อย่างที่ผมบอกรายการนี้คิดจะทำก็ยากแล้วส่วนใหญ่คนที่เก็บนั้นเป็นเสือซุ่มและเห็นค่ากันจริงๆ
     
  8. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    มีหลายๆท่านแจ้งความประสงค์มาเหมือนๆกันว่า รายการที่โอนมายังไม่ต้องส่งแต่ขอให้นำเข้าพิธีจันทร์เพ็ญ(จันทร์ซ้อนจันทร์)ที่พ่ออาจารย์ท่านจะทำการปลุกเสกอีกรอบก่อน ดังนั้นผมก็เลยเหมารวมไปเลยเพราะตั้งใจว่าจะส่งของก็จะให้ของดีที่สุด ก็ปัดไปส่งวันอังคารทั้งหมดนะครับ
     
  9. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    อรุณสวัสดิ์ครับ

    วันนี้ติดตามฤกษ์จันทร์เพ็ญกันดีๆนะครับ พิธีนี้ท่านว่าครบเลยทั้งเรื่องของเมตตามหาเสน่ห์และที่สำคัญที่สุดคือการเงิน
     
  10. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    พรุ่งนี้ติดตามกันนะครับ
     
  11. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่พรเทพ EI 3836 3118 1 TH

    พี่ภิญโญ EI 3836 3119 5 TH

    พี่ธีรนนท์ EI 3836 3120 4 TH

    พี่วิชัย EI 3836 3121 8 TH

    พี่ชัยวัฒน์ EI 3836 3122 1 TH

    พี่พรหมพล EI 3836 3123 5 TH

    พี่ศิระ EI 3836 3124 9 TH

    พี่กีรติศักดิ์ EI 3836 3125 2 TH

    พี่ภาคภูมิ EI 3836 3126 6 TH

    พี่ณธพรหม EI 3836 3127 0 TH

    พี่วันชัย EI 3836 3128 3 TH

    พี่สุภณัฏฐ์ EI 3836 3129 7 TH
     
  12. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    พรุ่งนี้ติดตามกันดีๆนะครับ บอกไว้ก่อนเลยว่ารายการนี้เป็นของสูงและจะเรียกว่ารวมสุดยอดห้าในหนึ่งก็ได้
     
  13. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    ร่วมทำบุญบูชา ดวงธาตุยาตราเบญจราชันมหาวิสุทธิวัตถุ (ผังจักรวาลศรีจักราสุริยันจันทรโคจร)


    ในวาระจันทร์เพ็ญหรือจันทร์ซ้อนจันทร์ผ่านมา เรียกได้ว่าเป็นฤกษ์ที่เหมาะเเก่การสร้างเเละเสกวัตถุมงคลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระจันทร์ไขรัศมีกระจ่างฟ้า ส่งผลต่อแม่น้ำตามห้วยหนองคลองบึงต่างๆให้เอ่อท่วมท้นเป็นนิมิตหมายมงคล ซึ่งฤกษ์จันทร์เพ็ญปีนี้เป็นฤกษ์ที่ให้คุณทางการเงินและมหานิยมอย่างเเท้จริงพื่อที่จะผลักดันสิ่งมีชีวิตไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ให้ตกอยู่ในอำนาจลึกลับของดวงดาว พ่ออาจารย์ท่านจึงเพ่งพลังจิตในฤกษ์มงคลนี้เพื่ออาศัยพลังอำนาจแห่งฤกษ์ แห่งดวงดาวและกำลังดาราจักรเพื่อหนุนกำลังเครื่องมงคลให้พร้อมที่จะเปลี่ยนวงจรชีวิตคน

    ดวงธาตุยาตรานี้ ท่านว่ายาตราก็คือเดินไปข้างหน้าเดินต่อไปไม่มีถอยหลังกลับเป็นวงจรของเขาที่จะทำงานให้ชีวิตเราเดินสูงขึ้นไปเรื่อยๆดุจดวงธาตุยาตราไปทางไหนตัวเราก็ไปจุดนั้น ต้องเดินต่อไปให้สูงขึ้นในทุกๆก้าว คำว่าดวงธาตุยาตราเบญจราชันก็ดุจดวงธาตุนั้นมีความหมายถึงสิ่งมงคลห้าตระกูล ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านต้องเสกให้ครบให้เต็มทีละอย่างและหลอมกำลังทั้งหมดเพื่อให้ดวงธาตุนั้นเป็นมหามงคลอย่างเต็มกำลัง จะเรียกว่าเป็นเครื่องมงคลที่ใช้ได้ถึงห้าในหนึ่งก็ได้ พ่ออาจารย์ท่านนิมิตถึงครูพระแลเทพพรหมท่านปรึกษากันว่าแต่เดิมนั้นโลกก็มีดวงแก้วกายสิทธิ์เกิดขึ้นอันจะเป็นของคู่บารมีสำหรับผู้มีบุญญาธิการใช้ทำการใหญ่,ใช้เพื่อสร้างบารมี,สร้างชีวิตของตนเองให้ดีเหนือกว่ามนุษย์ด้วยกัน เช่นนั้นบรมครูทั้งหลายจึงมีดำริให้พ่ออาจารย์ท่านหุงธาตุสำเร็จในลักษณะปรอทสำเร็จขึ้นมา แต่ท่านได้กำกับให้หาแร่สำคัญ...หลากชนิดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ด้วยมีอาถรรพ์ส่งผลต่อชะตาลิขิตและอำนาจกระแสดึงดูดของหมู่ดาวมาหุงเข้าว่านยาเพิ่มไปด้วย ทำให้ได้ดวงธาตุที่พ่ออาจารย์ท่านว่ามีคุณเกินกว่าปรอทสำเร็จไปไกลโข เป็นดั่งดวงแก้วสำคัญที่ใช้โปรดโลกยามเจอภัยพิบัติเช่นนั้น ต่อมาบรมครูทั้งหลายจึงได้นิมิตให้พ่ออาจารย์ท่านทำผงกำแพงจักรวาลขึ้นมาเป็นฐานรับดวงแก้วนั้น โดยบรมครูพระและเทพพรหมท่านว่าดวงแก้วนี้ใช้แทนวิสุทธิวัตถุทั้งห้าสิ่ง มีกำลังแข็งมาก ให้คุณมาก เหมาะแก่ผู้คิดทำการใหญ่ ทำให้ชีวิตตนเองดีกว่าที่เคยเป็นอยู่ ซึ่งวัตถุทั้งห้านั้นได้แก่

    1.จักรวาลแห่งการเคลื่อนไหวเปลี่ยนผ่าน(ศรีจักรา)
    ด้วยเปรียบดวงธาตุคือเขาพระสุเมรุหรือเสาหลักของจักรวาลอันเป็นแกนจักรวาลเป็นที่ตั้งสวรรค์เป็นที่ประทับและอาศัยของทวยเทพทั้งปวง ที่เทวะและหมู่ดาวต้องโคจรดุจเคลื่อนที่รอบๆพระสุเมรุตลอดเวลา(ท่านว่าถ้าตาดีเพ่งมาจะเห็นเลยทั้งพระอาทิตย์พระจันทร์ท่านหมุนรอบอยู่เราจึงเรียกว่าสุริยันจันทรโคจร)ดวงดาวและทวยเทพท่านยาตราไม่หยุดนิ่งงันแสดงลักษณะการกระจายตัวของพลังงานแห่งจักรวาลมีลักษณะคล้ายคลื่นเสียงของคำว่า"โอม" ซึ่งเป็นกำลังของเทวะและกำลังของศักติ จึงเป็นดั่งตัวแทนพลังอันไม่สิ้นสุดแห่งเทวะและเทวีทั้งปวง พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นลักษณะการเคลื่อนไหวเปลี่ยนผ่านชีวิตจากช่วงเวลาหนึ่งไปสู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ดีกว่า ด้วยเป็นตัวแทนการเปลี่ยนผ่านของเวลาทั้งสามอันได้แก่ อดีต,ปัจจุบัน,อนาคต และเป็นภาพจำลองของเขาพระสุเมรุหรือแกนจักรวาลที่ควบคุมภพทั้งสามคือกามภพ,รูปภพ,อรูปภพ เป็นดั่งจุดสมดุลย์ของพลังเทวะและศักติรวมไปถึงพลังงานการสร้างสรรพสิ่งของพระเป็นเจ้านั่นคือแสง,น้ำและอากาศก่อนจะก่อเกิดเป็นภพภูมิต่างๆกระจายไปทั้งสี่ทิศหกมุมซ้อนกันขึ้นลงเป็นทวีคูณไม่สิ้นสุด พ่ออาจารย์ท่านว่าเราพกสิ่งนี้ดุจเราพกธาตุย่อส่วนของจักรวาลไว้ทีเดียว
    อันฐานล่างนั้นแทนเขาสัตตบริภัณฑ์และมหาสมุทรที่ขวางกั้นเป็นด่านชั้นนอกจนถึงเขาพระสุเมรุเป็นสัญลักษณ์ของการให้โอกาสได้เริ่มต้นใหม่ ได้ตั้งตัวใหม่และยอดเขานั้นก็เปรียบเสมือนจุดสูงสุดที่จะหลอมรวมตัวเราเข้ากับพลังงานจักรวาล ท่านว่าเป็นดั่งยันต์ศรีจักราที่ประยุกต์ขึ้นมาเป็นเครื่องมงคล มีพลังในตัวเองสามารถกระจายกำลังสู่จิตเราให้สงบได้เสมอช่วยให้เราเข้าสมาธิได้ลึกขึ้น ดึงเราเข้าสู่ขุมกำลังแห่งฟ้าดินนำไปสู่การถ่ายทอดกำลังปราณและจักระ น้อมนำกำลังจากพุทธะแลเทวะที่อยู่ในโลกธาตุอื่นส่งผ่านมาหาตัวเราได้ ท่านว่าร่างกายบางคนนั้นปิดกั้นไม่รับพลังงานจากครูบาอาจารย์เลย ถึงแม้ปากจะขอแต่ร่างของเรามันหมองเกินกว่าที่จะรับ ครูท่านถึงจะส่งพลังให้อย่างไรแต่ก็รับไม่ได้ บางทีได้แต่รู้สึกขนลุกสัมผัสได้ถึงพลังงานที่พยายามจะไหลผ่านตัวเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตเราแต่ตัวเราก็รับไม่ได้เลยดุจแก้วแตกหรือแก้วเต็มมีแต่จะรั่วจะล้นออก ดังนั้นศรีจักราจึงรวบและกระจายกำลังแรงครูจากโลกธาตุอื่นส่งถึงตัวเราโดยเฉพาะ(พ่ออาจารย์ท่านว่าช่วยแก้ทางคนที่ขอพรไม่ประสบความสำเร็จ)
    ทั้งยังใช้รับกำลังจากอรูปฌาณ,กำลังธรรมชาติ,กำลังปฐมพรหม,กำลังต้นกำเนิดชีวิต..เหล่านี้พ่ออาจารย์ท่านว่าจะส่งผ่านศรีจักราอันเป็นสัญลักษณ์เปลี่ยนผ่านกาลเวลาและวิถีชีวิตของเรา ช่วยปรับธาตุในตัวให้สมดุลทั้งยังขจัดพลังไสยดำและอวิชชาทั้งหลายที่ตกค้างในธาตุขันธ์ ทำให้มีกำลังสมาธิสูงช่วยให้จิตว่างให้เรารู้สึกว่ากายกับจิตเรานั้นแยกกันอันจะนำไปสู่การพัฒนากำลังของจิตต่อไป นอกจากนั้นเหนือสิ่งอื่นใดศรีจักรานี้ไม่เพียงแต่ใช้รับพลังแรงครูจากโลกธาตุอื่นหากแต่ยังเป้นสื่อช่วยให้เราสื่อสารกับครูไม่ว่าจะอยู่ในโลกธาตุใดๆได้อีกด้วย
    ท่านว่าหากเราเพ่งสมาธิกำหนดจิตไปตรงจุดกึ่งกลางดวงธาตุอยู่เสมอๆพร้อมกับทำใจให้ว่าง เราจะสัมผัสได้ถึงคลื่นและความเย็นที่แผ่ออกมาดุจจิตเรารวมเข้ากับจุดยอดพระสุเมรุนั้นเหมือนเราถูกดูดเข้าไปกายทิพย์ถูกเปลื้องออก พ่ออาจารย์ท่านว่าถ้าหมั่นทำบ่อยๆจิตจะละเอียดขึ้นวิธีนี้ท่านเรียกว่าการซักฟอกจิต จิตจะมีกำลังมากขึ้นสว่างขึ้น ***เมื่อมีคุณเปลี่ยนผ่านกาลเวลาในชีวิตจริงจึงสามารถใช้ยกระดับเปลี่ยนภพภูมิให้แก่ตนเองได้เสมอกัน พ่ออาจารย์ท่านว่าผ่านการใช้ซักฟอกจิตบ่อยๆเช่นนี้เรื่องเปลี่ยนภพภูมินั้นไม่ยากเลยจิตจะเกิดความเบาขอแค่เราเอาจิตสัมผัสลงตรงจุดกลางเบาๆไม่ต้องเพ่งสบายๆไม่เครียด แต่ต้องมีสติรู้ตัวอยู่ตลอด
    ดวงธาตุศรีจักรานี้เป็นตัวดึงอำนาจเบื้องสูงลงมารวมทั้งเป็นตัวนำพาพลังงานจากเบื้องต่ำขึ้นสู่เบื้องบน ไม่ว่าจะสถิตย์อยู่ที่ใดย่อมสั่นสะเทือนและเกิดแรงกระเพื่อมของคลื่นในบรรยากาศส่งผลต่อระนาบมิติต่างๆ เราจะกำหนดจิตให้ดึงเข้าหรือผลักออกก็ได้ เมื่อเขาอยู่ที่ตัวเรากำลังนี้ก็จะซึมเข้าสู่กระบวนการหายใจเข้าออกเป็นการดึงพลังงานธรรมเข้าและขับพลังลบออกผ่านลมหายใจนั้น
    พ่ออาจารย์ท่านเน้นว่าศรีจักรานั้นมีความหมายล้ำลึกส่วนมากคนใช้จะมีที่อยู่อาศัยมีหลักฐานมั่นคง เพราะเป็นรูปย่อของสัดส่วนจักรวาลที่รวบภพภูมิทั้งหมด เมื่อบูชาย่อมเป็นแหล่งศูนย์รวมพลังเทวะ สามารถแผ่พลังงานให้สถานที่ให้ตัวของเราได้ สามารถแผ่พลังงานให้บุคคลที่เจ็บป่วยหรือปรารถนาความสงบแลต้องการพลังงานก็ทำได้ ท่านว่าพลังชีวิตที่สึกหรอในตัวเราก็จะได้รับการเติมเต็มเป็นทั้งการสื่อพลังงานจักวาลการสื่อพลังงานของเทพจนกระทั้งการเข้าถึงปรัชญาระดับสูง


    2. ตราหยินหยางเปลี่ยนแปลง
    ดวงธาตุนี้มีสัณฐานคล้ายตราหยินหยางซึ่งเป็นเครื่องหมายพลังงานทางธรรมชาตติระดับสูง นั่นคือพลังงานที่เป็นคู่กันเป็นพลังงานธรรมชาติที่นำมาประกอบกันโดยแท้จริงเเล้วท่านอธิบายไว้ว่าถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการก่อกำเนิดทุกสรรพสิ่งก็ได้ เป็นการถ่วงดุลย์ของพลังงานธรรมชาติที่จำเป็นต้องมีให้เท่าๆกันไม่ควรมากไปหรือน้อยไป ไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกันเสมอไปเเต่ถ้าอยู่ร่วมกันในภาวะที่ถ่วงดุลย์กันก็ถือว่าเป็นสิ่งดีงามเเละจะมีสิ่งที่ดีๆอุบัติขึ้น(ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงชีวิตได้)
    ดวงธาตุหยินหยางนี้เเสดงให้เห็นถึงสภาวะคู่อย่างชัดเจนกล่าวได้ว่าในหยินมีหยางเเละในหยางก็มีหยินอีกเช่นกัน ถือเป็นสัจธรรมที่มีความหมายยิ่งใหญ่ตีได้กว้างไกลยิ่งนักเเต่ท่านจะพูดถึงบริบทเมื่อท่านนำมาทำเป็นเครื่องมงคลให้สวมคอพ่ออาจารย์ท่านถือเคล็ดตรงนี้ที่ว่ อยากจะให้คนใช้คนบูชาประสบพบเจอเเต่โชคดีมีความเจริญรุ่งเรืองเช่นนั้นดวงธาตุของท่านจึงเป้นมงคลใช้ได้หลายทางตามหลกหยินหยาง
    - เพื่อให้ถ่วงดุลย์เเละปรับสภาพในร่างกายตลอดจนสภาพเเวดล้อมรอบตัวให้สมดุลย์กันและปลุกเสกใส่พลังงานเพื่อที่คนบูชาจะได้พบเเต่สิ่งที่ดี ดึงดูดสิ่งที่ปรารถนาเเละต้องการมาสู่ตนเอง
    - เพื่อให้ปรับสภาพร่างกายให้รู้สึกสบาย สดชื่นเเจ่มใสไม่อมโรค ปรับสมดุลย์ทางด้านร่างกายเเละจิตใจให้อยู่ในเกณฑ์ที่พอดีไม่มีมากไปหรือน้อยไป ให้สมดุลย์กันใครที่อารมณ์ร้อนก็ให้เย็นลง ใครที่เย็นเกินไปก็ได้ปรับขึ้นมาอยู่ในความพอดี
    - พลังงานหยินหยางเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยาก ท่านหมายให้ผู้บูชาเข้าถึงพลังงานธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ นั่นคือเปิดสัมผัสพิเศษต่างๆของตัวเราเอง ให้มีพัฒนาการควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตประจำวัน จะได้มีความกะตือรือร้น เป็นคนตื่นตัวไม่เอื่อยเฉื่อย
    - เพื่อปรับธาตุทั้งห้าในร่างกายให้สมดุลย์กันไม่มีธาตุใดเเสดงผลออกมามากหรือน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เป็นเหตุให้เกิดโรค หรืออาการวิปริตทางด้านอารมณ์ต่างๆได้
    - เพื่อเปิดทางเปิดชะตาให้พบเจอเเต่โชคลาภเเละสิ่งที่ดีงาม เมื่อร่างกายได้ปรับสภาวะให้อยู่ในสภาพที่สมดุลย์แล้ว ดวงธาตุก็จะดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาเอง
    - เพื่อความสวยงามเเละดูไม่น่ารังเกียจ ใครๆก็สามารถสวมใส่ได้ มีอิทธิคุณแฝงไว้ทางด้านเมตตามหาเสน่ห์เเละคู่ครองเหมือนพกอิ้นคู่เช่นนี้เป็นต้น
    ซึ่งดวงธาตุหยินหยางนี้พ่ออาจารย์ท่านว่าเป็นพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่เเละใช้ได้หลากหลายประการไม่สามารถอธิบายได้หมดหากคนใช้เข้าถึงก็จะเข้าถึงพลังงานธรรมชาติมากมายหลากหลายแขนง เพราะเครื่องหมายหยินและหยางนี้พัฒนามาจากปรากฎการณ์ทางธรรมชาติของจักรวาล ซึ่งหยินหมายถึงดวงจันทร์เป็นตัวแทนของการเต็มใจรับหรือยอมเป็นฝ่ายถูกกระทำ เป็นพลังแห่งสตรีเพศ,ความเยือกเย็น,การหยุดนิ่ง,การเคลื่อนลงต่ำ,การเก็บรักษา,การยับยั้ง ส่วนหยางหมายถึงดวงอาทิตย์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งบุรุษเพศได้แก่การเคลื่อนไหว,ความกระตือรือร้น,การเคลื่อนขึ้นไปด้านบน,การเจริญเติบโต,เจริญรุ่งเรือง,ความร้อนแรง ดังนั้นพลังทั้งสองนี้จึงดึงมาเพื่อเป็นการสร้างสมดุลให้กับพลังในร่างกายก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโชควาสนาอย่างใหญ่หลวง


    3.องค์ปฐมพรหมมหากำเนิด(ศิวะลึงค์โยนีศวร)
    เป็นดั่งสัญลักษณ์มหากำเนิดด้วยรูปศิวลึงค์ประทับบนฐานโยนี ซึ่งพ่ออาจารย์ท่านร่ายพระเวทย์สายพระศิวะทั้งหมดทั้งลงมนต์มหากำเนิดก่อเกิดสรรพสิ่งกำกับไว้ เรียกได้ว่าพระศิวะท่านแฝงพระรูปลงมาเต็มพระญาณถือได้ว่าศิวลึงค์นี้คือเลือดเนื้อและชีวิตของท่านก็ไม่ปาน ด้วยศิวลึงค์ได้ชื่อว่าเป็นอำนาจแห่งการสร้างสูงสุด เป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่เหนือพลังทั้งปวง(ท่านว่าแม้ใครมีวิชาดีมีอำนาจบารมียิ่งใหญ่เพียงใด ก็แข่งขันกับเราไม่ได้ เราข่มเขาได้ทั้งหมด) เป็นสัญลักษณ์แห่งการบูชาและประสาทพรของพระศดาศิวะเจ้า
    ซึ่งการสร้างศิวลึงค์นั้นก็มีหลายประเภทตั้งแต่ทำด้วยมูลโค ดินแม่น้ำ เมล็ดข้าวธัญพืช ศิลา แก้วอัญมณี ไม้ หรือวัสดุมีค่าต่างๆเช่นเงินหรือทองคำ ซึ่งศิวลึงค์ประเภทต่างๆนั้นก็จะมีค่าและมีพลังอำนาจแตกต่างกันออกไปตามวัสดุที่นะมาใช้สร้าง แต่เหนืออื่นใด พ่ออาจารย์ท่านว่าศิวลึงค์ที่มีอำนาจมากที่สุดเหนือกว่าการสร้างด้วยวัสดุทั้งปวงนั้น คือการสร้างด้วยธาตุกายสิทธิ์ที่ขอมาแต่พระเป็นเจ้า ซึ่งเมื่อทำแล้วนั้นท่านว่าจะมีค่ามากเสียกว่าศิวลึงค์ที่ทำด้วยทองคำเสียอีก ว่ากันว่าศิวลึงค์ทองคำนั้น หาผู้ใดบูชาหมั่นขอพรระลึกนึกถึงเสมอ จะทำให้เปลี่ยนชีวิตดึงดูดความมั่นคงร่ำรวยเข้ามา ท่านว่าเป็นเศรษฐีไปตลอดชาตินั่นเอง แต่นี่คือธาตุกายสิทธิ์พ่ออาจารย์ท่านว่าดีขึ้นไปอีกมากกว่านั้นเจ็ดชั่วโคตร จะไม่รู้จักคำว่าตกต่ำเลย
    พ่ออาจารย์ท่านได้มนต์ดวงธาตุนี้ให้เป็นดั่งศิวลึงค์นำมาอัญเชิญญานบารมีของเสด็จปู่ใหญ่พระศิวะ ผ่านพิธีประสระโลหิตและพิธีต่างๆมาแล้วมากมาย ท่านว่าเพื่อให้มีพลังศิกดิ์สิทธิ์แห่งจิตวิญญาณสูงสุดที่จะบันดาลให้เกิดได้ทุกสิ่ง เอาว่าขออะไรยิ่งได้ ยิ่งขอยิ่งสำเร็จด้วยมหากรุณาส่วนนี้ของพระเป็นเจ้าด้วยพระศิวะนั้นท่านก็เป็นผู้ประทานโชคลาภ คนจะไปคิดกันเอาเองว่าท่านเป็นแต่พนักงานทำลายฝ่ายเดียว ซึ่งจริงๆแล้วพ่อนั้นเป็นผู้ทำลายความเศร้าโศก เป็นผู้ทำลายกาลเวลา(ใครตกอยู่ในกาลแห่งทุกข์ท่านนำออกได้ ท่านทำลายให้พ้นได้) เป็นผู้ลิขิตโชคชะตาไม่ว่าร้ายหรือดี ซ้ำยังเป็นผู้สร้างอาคม นี่รู้หรือไม่ว่าพลังงานพระเวทย์อาคมต่างๆล้วนมีจุดกำเนิดมาจากพระองค์ทั้งสิ้น เป็นต้นกำเนิดทุกสิ่่ง
    พ่อคือผู้ประทานโชคลาภที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ให้ความผาสุข ประทานทุกสิ่งทุกอย่าง ชนแต่โบราณเค้ารู้กันถึงกับขนานนามไว้ว่าสรวัทบ้าง ศุภัทบ้าง สุขทะบ้าง นั่นคือพ่อผู้ประทานโชคลาภอันยิ่งใหญ่ ให้ได้ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเองด้วยศิวลึงค์นั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งพระผู้สร้างหรือการให้กำเนิดมีอานุภาพถึงขนาดว่าสามารถกระทำสิ่งสมมติให้เป็นความจริงขึ้นมาได้ ด้วยเชื่อถือกันว่าครูพระสยมนั้นคือเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์และให้กำเนิดชีวิต ทั้งศิวลึงค์ยังเป็นตัวแทนครูพระสยม มีอานุภาพดลบันดาลปาฏิหาริย์และอำนวยพรแก่ผู้ครอบครองได้ แม้ผู้ใดได้อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นย่อมพิทักษ์รักษาชีวิตมิให้ต้องอันตรายทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายแห่งอำนาจแลความสำเร็จซึ่งเป็นดั่งเกียรติยศสามารถนำพาความเจริญมาสู่ตัวเองตลอดจนครอบครัวและบริวารนับพันนับหมื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์
    ผู้ที่อาราธนาองค์ศิวลึงค์นั้นจะมีอำนาจมากเป็นที่เกรงขามแก่ชนทั่วไป แม้กระทำการแข่งขันหรือกระทำการค้าทำกิจใดๆที่มีคู่แข่งเราก็จะมีอำนาจอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ เรียกว่าทำอะไรก็ได้กำไรมหาศาล นอกจากนั้นยังอาราธนาขอต่ออายุคนที่ใกล้สิ้นใจให้พอมีสติเอ่ยวาจาสั่งเสียได้ อาราธนารักษาโรคหรือความเจ็บไข้ที่มองไม่เห็นไม่รู้สาเหตุให้บรรเทาสูญหายได้ ทั้งป้องกันภูติผีปีศาจและไสยศาสตร์ทุกชนิดไม่ว่าจะสูงหรือต่ำ สามารถบันดาลให้พ้นจากความยากจน เมื่อสิ้นธาตุดับขันธ์ไปย่อมได้อยู่ในคณะของครูพระสยมไม่ตกลงสู่อบายภูมิองค์ศิวลึงค์เห็นเล็กๆอยู่เพียงนี้ท่านมีดวงตามหาศาลถึงหนึ่งพันดวงปรากฏโดยรอบ เป็นดวงตาของครูพระสยมที่จะสอดส่องการมองเห็นออกไปในทุกทิศทาง เป็นดวงตาที่เกิดจากน้ำพระทัยและกำลังวิญญาณของพระองค์ท่านที่ได้มาสถิตย์เพื่อคุ้มครองและอำนวยพรให้กับผู้ที่ได้สักการะ ผู้ใดมีไว้บูชาย่อมถือว่าเป็นวาสนาและบุญลาภของบุคคลนั้น พ่ออาจารย์ท่านว่าศิวลึงค์นี้มีสร้างขึ้นด้วยสิ่งของหลายชนิด แต่หากเป็นศิวลึงค์ธรรมชาติจะมีฤทธิ์มากเป็นที่สุด ยิ่งเป็นศิวลึงค์ที่เกิดจากธาตุกายสิทธิ์ด้วยแล้ว ท่านว่าย่อมมีพลังเหนือธรรมชาติ ใครจะได้ใครจะพบก็ให้เป็นเรื่องของวาสนาแล้วกัน


    4. ผู้กลืนกินตรีโลก(มัจฉาอานนท์)
    อันเขาตรีกูฏดุจหินสามเส้ารองเขาพระสุเมรุ ดังนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงใช้ผงกำแพงจรกรวาลปั้นเป็นรูปปลาอานนท์หนุนเขาไว้ทำหน้าที่เสมือนส่วนฐานมีภาระที่หนักหนา ใหญ่หลวง เพราะต้องแบกรับภพภูมิต่างๆไว้เป็นจำนวนมาก ด้วยเขานี้จะแบ่งเขตแดนโลกต่างๆให้ขาดออกจากกันด้วย หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นสถานที่แบ่งเขตสวรรค์ มนุษย์ และบาดาล แยกดินแดนมนุษย์ เทวดา พรหม เปรต อสุรกาย พ่ออาจารย์ท่านจึงเปรียบเขาพระสุเมรุเป็นรากฐานของวัฏจักรภพภูมิทั้งหมด ท่านว่าเมื่อปลาอานนท์หนุนเขาก็จะยกเขาพระสุเมรุที่เป็นแกนผลึกจักรวาลขึ้นพร้อมๆกันด้วย เมื่อยกขึ้นจึงดุจยกได้ทั้งหมดลั่นฟ้าสะเทือนสวรรค์
    นับจากอดีตกาลเนิ่นนานผ่านพ้นมา พ่ออาจารย์ท่านว่ามนุษย์นั้นแบกรับเศษเสี้ยวกฏของวัฏสงสารเอาไว้ บางคนเกิดมาตามกรรมลิขิต มีภาระความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่นเขา ต้องทำงานใช้ชีวิตเหมือนแบกโลกอยู่ทั้งใบแม้กระนั้นก็ยังหาประโยชน์และความสุขอะไรกับใครเขาไม่ได้ พ่ออาจารย์ท่านจึงอุปมาชีวิตคนเหล่านั้นเสมือนยอดเขาตรีกูฏ เพราะเขานั้นล้วนมีภาระหนักเทียมฟ้าที่ต้องแบกเอาไว้ตลอดเวลาเสมอกันด้วยท่านเวทนาเหล่าคนที่มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบหนักทั้งหลาย ท่านว่าบางคนหนักจนรู้สึกเหมือนภาระจะทับตัวตายตอนไหนก็ได้ ตรงนี้ใครไม่เคยเจอเขาก็จะไม่รู้ ทั้งๆที่เป็นคนเสมอกัน แต่ความรับผิดชอบหน้าที่กลับมีไม่เท่ากัน บางคนนั้นภาระก็หนักเกินกำลังของเขาไปมาก ยิ่งแบก ยิ่งรับ ก็ยิ่งบีบชีวิต เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงเอาเคล็ดการสร้างมัจฉาโต้วารีที่มหาพรหมยมราชได้เคยแนะนำสอนสั่งท่านไว้ ว่าให้ทำวิชานี้ให้กับคนที่หน้าที่มีปัญหามาก มีภาระความรับผิดชอบหนักได้ลอยตัว ให้ชีวิตพ้นจากเศษกรรมนั้นจึงเป็นที่มาของการสร้างปลาอานนท์ผู้กลืนกินตรีโลกนี้ นอกจากจะได้สร้างปลาอานนท์แล้วรูปปลานี้พ่ออาจารย์ท่านยังถือเป็นกฤติยาคมแฝดอีกขนานหนึ่งด้วย
    - ประการแรก คือความเชื่อเรื่องปลาอานนท์ ด้วยตามลัทธิพราหมณ์นั้นว่าปลาอานนท์นอนหนุนโลก เพราะมีร่างกายใหญ่โตโอฬารมากมายเหลือคณา เล่ากันว่าหากวัดความยาวของปลาอานนท์นี้นับได้เป็นพันๆโยชน์ทีเดียว โดยปกตินั้นปลาอานนมักจะนิ่งสงบและแบกโลกไว้ แต่อยู่มาก็อาจจะเกิดความเมื่อยขบ ก็เลยพลิกตัวบ้างเพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบทที่ได้แบกโลกไว้จึงทำให้เกิดแผ่นดินไหวภัยพิบัติเหนือผิวโลก ลมฟ้าแปรปรวน....เป็นต้น พ่ออาจารย์ท่านจึงถือคติที่ปลาอานนท์นั้นรองรับยอดเขาตรีกูฏอีกชั้นหนึ่งว่าเขาเป็นปลาที่มีภาระหนักมาก เพราะจะต้อง แบกน้ำหนักของโลกแลภพภูมิต่างๆไว้ ที่จะมีสิ่งใดแบกรับภาระยิ่งใหญ่หนักหนาเกินปลาอานนท์นี้เป็นไม่มี
    - ประการที่สอง คือความเชื่อดึกดำบรรพ์ของกำเนิดมนุษยชาติ ที่องค์ศรีหรินารายณ์ทรงอวตารมาเป็นปลาศะผะริ ในกาลนั้นลูกปลาน้อยได้ถูกพระมนูช้อนเอาไปเลี้ยง แต่เมื่อเอาไปเลี้ยงในภาชนะเล็กๆปลาก็โตใหญ่คับภาชนะอย่างรวดเร็ว เอาไปใส่ในสระไม่นานก็คับสระ เอาไปใส่ในคลองไม่นานก็คับคลอง เอาไปใส่ในแม่น้ำไม่นานก็โตใหญ่เต็มแม่น้ำ พ่ออาจารย์ท่านจึงอุปมาปลาศะผะรินี้แม้อยู่ในที่ไหนเปลี่ยนถิ่นไปสถานที่ใดๆแม้นมีภัยจากนาคาและมัจฉาสังหารมากมาย แต่ปลาน้อยก็กลับแคล้วคลาดรอดพ้นเติบใหญ่อุดมสมบูรณ์ชนิดโตไวไปยิ่งกว่าโตวันโตคืนเสียอีก ท่านว่าปลาศะผะรินี้มีพลังในการพัฒนาการแม้นนำมาสร้างเป็นเครื่องราง ใครได้ใช้เขาก็จะใหญ่โตคับบ้านคับเมือง ซ้ำเมื่อน้ำท่วมโลกพระมนูได้นำคนและสิ่งจำเป็นต่างๆของมนุษยชาติลงเรือใหญ่ ปลาศะผะรินี้ก็ได้ชักลากจูงเรือไปให้พ้นจากเขตอันตราย พ่ออาจารย์ท่านจึงถือว่าเป็นปลาวิเศษเพราะเขาให้ความช่วยเหลือในเวลาที่มนุษยชาติเข้าตาจนให้รอดพ้นจนอยู่รอดปลอดภัย จึงเป็นอีกคติหนึ่งที่ว่าพญาปลาต้องช่วยคน ต้องแบกภาระใหญ่ช่วยคนทั้งโลกชักจูงไปส่งให้ถึงฝั่ง ซ้ำยังซ้อนด้วยฤทธิ์อันเป็นปัจเจกแห่งนารายณ์อวตารที่อยู่ไหนก็เจริญเติบโตคับที่ คับบ้าน คับเมืองเช่นนั้น
    ด้วยท่านประสงค์ที่จะใช้เคล็ดวิชามัจฉาโต้วารีของมหาพรหมยมราชสร้างวาสนาใหม่ให้กับมนุษย์ ดุจช่วยเขายกตรีโลก แบกวัฏจักร แบกภาระ แบ่งปันกฏของกรรม ท่านจึงยกพญาปลาทั้งสองนั้นเพื่อมาทำวิชาร่วมกันทั้งปลาอานนท์และปลาศะผะริท่านจึงได้นำผงกำแพงจักรวาลปั้นเป็นรูปปลาหนุนดวงธาตุที่ใช้แทนเขาพระสุเมรุ ท่านว่าตอนเสกนั้นก็ยากเพราะต้องแบ่งจิตปลาอานนท์มาตั้งเป็นรูปนามเสียใหม่ซ้ำยังต้องเชิญองค์ศรีหรินารายณ์ให้อวตารเล่นฤทธิ์ไปพร้อมกัน ท่านว่าวิชาปลานี้จึงสำคัญมาก แต่หากจะทำให้เพียงแรงฤทธิ์แล้วก็จะเสียประโยชน์ใหญ่ไป เพราะในหลายๆครั้งของที่มีอานุภาพมาก มีฤทธิ์แรง มีเทวดารักษาแต่กลับใช้ช่วยสงเคราะห์คนไม่ได้ก็มีอยู่มากมาย ทั้งนี้ท่านจึงได้ยกพญาปลาทั้งสองอันมีวิสัยเบื้องต้นที่ต้องแบกภาระยิ่งใหญ่แทนมวลมนุษย์อยู่แล้วมาเป็นหัวใจหลักกอปรกับวิสัยปลาเวลาเจอเคราะห์กรรมแลภัยอันตรายมักจะดีดตัวพลิกตัวต่อต้านคลื่นลมแรงกรรมเสมอ พ่ออาจารย์ท่านจึงตั้งใจทำของมงคลเอาไว้ดีดชีวิตด้วยอานุภาพพญาปลาทั้งสองขึ้นมา ดุจพญาปลาร่วมแบ่งปันรับภาระแบกกฏวัฏจักรสงสารนั้นไว้แทนตัวเรา ไอ้ที่หนักหนาสาหัส มันก็จะเบาลง และเบาลง ค่อยๆหมดไป
    ท่านว่าปลาของเรานี้ใหญ่โตนักพอที่จะโอบโลกได้ ทั้งยังมีอายุนับกัปกัล เป็นปลาที่มีฤทธิ์มาก แม้เทวดาหมู่อมรคนธรรพ์ ฤาษีสิทธิ์วิทยา นาคา นาคี หรืออสุรกายภูติผีใดๆ ก็ล้วนแล้วแต่หลีกเลี่ยงเลือกที่จะไม่ยุ่งไม่เข้าใกล้เสียดีกว่า ดังนั้นคนใช้ชีวิตจึงไร้ปัญหาไร้ซึ่งอุปสรรคใดๆเรียกว่าแม้มีมารมาผจญก็แคล้วคลาดไปเพราะเขาไม่อยากยุ่งไม่อยากแตะต้องเราด้วยเกรงอานุภาพพญาปลานั้น พญาปลานี้ท่านว่ายิ่งใช้ยิ่งเก่ง ยิ่งเลี้ยงยิ่งโตมีฤทธิ์มาก เพราะเขาจะแบกรับภาระปลดเปลื้องจิตวิญญาณเราให้เบาสบายอยู่ตลอดเวลา เรียกว่าอะไรที่หนักๆเอาไปลงกับปลา ตัวเรานี้ไม่เอาเลย เคราะห์กรรมอะไร เรื่องหนักหนาสาหัสอะไรเข้ามายกปลาเทิดหัวบอกเขาไว้ ว่า"พ่อปลาจ๋ารับแทนฉันหน่อยสิ " ท่านว่ากาลแห่งทุกข์และภาระหมักหมมทั้งหลายล้วนไม่ได้กล้ำกรายทีเดียว พอเรายกไปลงกะปลาแล้ว เรื่องต่างๆนั้นล่วนอัศจรรย์ทั้งสิ้น ดุจเข้าไม่ถึงตัวเรา ไม่ใช่ธุระหรือภาระของเรา ซ้ำปลานี้ท่านยังเสกไว้ให้เก่งครบถ้วนด้วยมีแท่งยามหาสะเดาะให้เสี่ยงโชคเรียกลาภกันได้อยู่เนืองๆ


    5. ดวงแก้วจตุธาตุมณี
    เมื่อสร้างดวงธาตุนั้นพ่ออาจารย์ท่านก็คิดถึงของวิเศษสี่ประการที่มีอำนาจล่วงกฏเกณฑ์ของมหาวัฏฏะได้ นั่นคือจตุรมณีสี่ชนิดอันมีกำเนิดขึ้นมาเองในมหาจักวาล เป็นยอดยิ่งของแก้วมณีและธาตุทั้งหลายอันประเสริฐยิ่งกว่าแก้วจักรพรรดิ์ ซึ่งการเกิดขึ้นของดวงแก้ววิเศษทั้งสี่นี้ ด้วยมหาอานุภาพที่ยังผลให้ผู้ครอบครองเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตจากสามัญขึ้นสู่จุดสูงสุดในฉับพลันทันที แก้วมณีทั้งสี่อันมีอานุภาพไร้ขอบเขตสิ้นสุดนั้น บางชนิดก็ให้ลาภผลให้ทรัพย์ต่อเนื่องในทุกๆวันไม่ขาดตกบกพร่อง บ้างก็คุ้มครองไม่ให้อคติและทุกข์คติใดมาล่วงเกินทำอันตรายแก่ผู้ครอบครองได้ บ้างก็คุ้มกันอันตรายทั้งหลายอันเกิดจากมหาธาตุทั้งสี่ บ้างก็ดลบันดาลให้สำเร็จกิจทุกประการดั่งใจนึก บ้างก็เปลี่ยนแปลงฐานแห่งดวงชะตาและโชคชะตาเสียใหม่ให้ดีดขี้นและเจริญยิ่งๆขึ้นในฉับพลันทันที แก้วมณีอันประเสริฐทั้งสี่ประการนี้ ได้แก่
    - แก้วเกาสตุภะ
    - แก้วจินดามณี
    - แก้วศยามันตะกะ
    - แก้วรุทรมณี
    ซึ่งการปรากฏขึ้นของมหามณีทั้งสี่นี้ยังความเป็นไปให้มหาจักรวาลโกลาหล ด้วยทุกสรรพชีวิตล้วนคาดหวังจะครอบครองดวงแก้ววิเศษดวงใดดวงหนึ่งเหล่านั้น ไม่ว่าจะมนุษย์ เทวดา อสูรตลอดจนสิ่งมีชีวิตทุกจำพวก ก่อให้เกิดมหาสงครามแย่งชิงกันอยู่เนืองๆ สุดท้ายดวงแก้วทั้งสี่อันมีมหาคุณเป็นอเนกประการแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในพิภพและมหาวัฏฏะใด ก็ได้ไปอยู่ในความครอบครองของบุคคลต่างๆทั้งสี่ท่าน พ่ออาจารย์ท่านว่าอันแก้วเกาสตุภะกับแก้วศยามันตะกะนั้นได้อยู่ในความครอบครองของพระวิษณุนารายณ์ ในส่วนของแก้วศยามันตะกะนั้นเบื้องหลังพระวิษณุเจ้าก็ได้ประทานไว้ให้เป็นของคู่สวรรค์แก่องค์อินทร์อีกชั้นหนึ่ง แก้ววิเศษจินดามณีนั้นอยู่ในครอบครองของท้าวมหาพรหมพ่ออาจารย์ท่านว่าแม้มนต์จินดามณีที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นเพียงมนต์กำกับดวงแก้วซึ่งเรียนสืบต่อกันมาจากท้าวมหาพรหมประทานให้องค์อินทร์และสืบเนื่องมาถึงในชั้นมนุษย์ แม้เป็นเพียงมนต์ก็มีอานุภาพมากเหลือคณา แต่พ่ออาจารย์ท่านว่าก็ยังไม่เท่าอานุภาพของดวงแก้วจินดามณีที่แท้จริง ประการสุดท้ายแก้วรุทรมณีนั้นก็อยู่ในการครอบครองของครูพระสยมหรือองค์พระศดาศิวะนั่นเอง เมื่อแก้วทั้งสี่ได้รับการถือครองและใช้เป็นเครื่องประดับวรกายก็ดลให้เกิดความความเจริญ รุ่งโรจน์ มั่งคั่งแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแก่ผู้ครอบครอง ทั้งยังอภิบาลรักษาปกป้องภัยทั้งหลายไม่ให้กระทำอันตรายใดๆได้ ซึ่งเมื่อแก้วทั้งสี่ได้ผู้ครอบครองที่แท้จริงแล้วก็ไม่เคยเปลี่ยนมืออีกเลย จนทำให้เรื่องราวของดวงธาตุจตุรมณีแห่งสรวงสวรรค์นั้นขาดการกล่าวถึงและเลือนหายไป
    พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าบางครั้งคนบูชาองค์เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ด้วยจริตและการกระทำของตัวมนุษย์เองก็ยังทำให้เทพถอยห่าง เกิดธรรมสังเวช และวางเฉยเอาได้ เรียกว่าไม่เข้าตาและไม่ถูกโฉลกกันก็ได้ทำให้ท่านวางเฉยไม่เอาเป็นธุระ ไม่ช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากองค์เทพทั้งหลายท่านก็มีทัศนะและความคิดเป็นของท่านเองเช่นกัน พ่ออาจารย์ท่านจึงมีดำริว่าหากจะเอาอิทธิมงคลที่ยังผลช่วยเหลือผู้ครอบครองโดยไม่ต้องมีชีวิตและความนึกคิดเป็นของตัวเองแล้วก็คงจะต้องใช้อัญมณีสุดประเสริฐทั้งสี่ประการของมหาจักรวาลแต่เพียงเท่านั้นเพราะสามารถพลิกฟ้าคว่ำดินได้ฉับพลันทันทีและมีอานุภาพแรงกล้าที่สุดในบรรดาของวิเศษอันจะเกิดมีในมหาจักรวาลทั้งปวง แต่ดวงแก้วทั้งสี่นี้ก็ยังเป็นของมีจิตวิญญาณในตัวเองถ้าเอาไปใช้ก่อกรรมกระทำชั่วรังแกเอาเปรียบผู้อื่น อานุภาพของดวงแก้วก็จะดลให้เกิดผลร้ายแก่ผู้ครอบครองเช่นกัน
    พ่ออาจารย์ท่านว่าดวงแก้วทั้งสี่นี้สร้างยากมากเพราะท่านต้องทำตามคำแนะนำของครูทั้งสี่คือครูพระสยม ครูพระวิษณุนารายณ์ ครูท้าวมหาพรหม ครูพระอินทร์ โดยท่านได้เชิญครูมากำกับวิชาประสิทธิมหาธาตุด้วยแก้วทั้งสี่ของครูให้มีอานุภาพเสมอกัน
    ทั้งยังต้องแสวงหามวลสารตามที่ครูสั่งซึ่งหายาก บางอย่างก็อยู่ในป่า อยู่ใต้ดิน อยู่ในถ้ำ อยู่ในน้ำแตกต่างกันไป ตลอดจนได้หาศิลาวิเศษตามธรรมชาติอันเป็นที่สิงสถิตย์แฝงญาณของครูทั้งสี่ตั้งแต่ศิวลึงค์ธรรมชาติของพระศิวะ ศาลิครามอันเป็นตัวแทนที่พระวิษณุเจ้าสาปตัวเองมายังโลก ศิลาพรหมลูกฟักอันเป็นจุดนิทราแห่งท้าวมหาพรหม ศิลาดวงตาสวรรค์ของพระอินทร์ที่ท่านสาปสรรค์ให้เป็นตัวแทนท่านปรากฏแก่ตาโลก พ่ออาจารย์ท่านนำมหาศิลาทั้งสี่อันมีธาตุและอิทธิคุณสูงสุดในเทวานุภาพและมวลสารว่านยามาบดแยกกันกอปรด้วยผงวิเศษที่ท่านลบด้วยพระเวทย์และหัวใจของดวงแก้วทั้งสี่ ตลอดจนคาถากำกับแก้วทั้งสี่ตามที่ครูทั้งสี่สอนและมอบให้ทำเป็นการเฉพาะ ซ้ำยังย้ำให้เก็บเป็นเรื่องลับหนักหนาห้ามถ่ายทอดหรือเผยแพร่ออกไป ท่านว่าใช้ว่านใช้ยามานั่งลบผงแต่ละอย่างร้อยรอบพันรอบ ก่อนจะนำผงเหล่านั้นมาเข้ากับน้ำทิพย์อันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่ท่านเก็บสะสมไว้ ทั้งน้ำในรอยพระพุทธบาท น้ำผุดในวิษณุบาท น้ำในเศียรพระพุทธรูป น้ำที่หลั่งออกมาเองจากเทวรูปพระอรรถนารีศวรเนื้อสัมฤทธิ์ ตลอดจนน้ำในบ่อธรรมชาติที่มีอาถรรพ์และความศักดิ์สิทธิ์แต่โบราณที่ท่านเก็บรวบรวมไว้ท่านนำมาผสมปั้นเป็นฐานเข้ากับผงกำแพงจักรวาลเพื่อใช้รองดวงธาตุ พ่ออาจารย์ท่านได้เชิญครูถ่่ายทอดกำลังแก้วทั้งสี่ชนิดคือแก้วเกาสตุภะ,แก้วจินดามณี,แก้วศยามันตะกะ,แก้วรุทรมณี ท่านว่าทำทั้งทีก็เอาให้ดีที่สุดแบบไม่เคยปรากฏมีเป็นประวัติการณ์มาก่อนที่ดวงแก้วทั้งสี่นี้จะได้มาอยู่รวมกัน
    ด้วยดวงแก้ววิเศษทั้งสี่นั้น แม้ปกติแยกกันอยู่ ก็มีอานุภาพดลบันดาลให้มหาเทพทั้งสี่เป็นยอดบุรุษของจักรวาล สูงสุดจนไม่มีผู้ใดคิดล่วงเกินหรือล่วงละเมิดได้ พ่ออาจารย์ท่านว่ายิ่งนำมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วยิ่งไม่ต้องคิดเลย ทั้งนี้ดวงแก้วยังมีญาณบารมีจากครูพระสยม ครูพระพรหม ครูพระวิษณุนารายณ์ ครูพระอินทร์สถิตย์อยู่ด้วย พ่ออาจารย์ท่านว่าเรื่องใดที่ครูองค์ใดท่านไม่ยุ่งไม่ช่วยครูอีกองค์ก็จะช่วยฉับพลันทันที ขึ้นอยู่ที่ว่าเรื่องที่เราขอเป็นหน้าที่ของผู้ใด เช่นหน้าที่แห่งการสร้างสรรค์พัฒนาความเจริญของพระพรหม หน้าที่แห่งการทำลายล้างอัปมงคลเพื่อให้เกิดมหามงคลตลอดจนประทานพรอันประเสริฐของครูพระสยม หน้าที่แห่งการธำรงค์พิทักษ์รักษาชีวิตให้ดำเนินไปอย่างปรกติสุขของพระวิษณุนารายณ์ หน้าที่แห่งการบังคับควบคุมมหาธาตุตลอดจนอภิบาลรักษาผู้ประพฤติธรรมของพระอินทร์
    ดวงแก้วทั้งสี่ที่รวมเป็นหนึ่งนี้ พ่ออาจารย์ท่านว่าเราแทบจะไม่ได้เสกเลย เพราะต้องรบกวนครูทั้งสี่เท่านั้น แม้นจะระดมครูพระครูเทพซักหมื่นแสนก็ทำไม่ได้ เนื่องจากเป็นของวิเศษในมหาจักรวาลและเป็นของคู่บารมีเฉพาะผู้ครอบครอง พ่ออาจารย์ท่านต้องอาราธนาครูทั้งสี่ให้เมตตาทำให้เป็นดวงแก้วสำเร็จ ซึ่งครูทั้งสี่ก็ได้เมตตาถ่ายพลังจากแก้วต้นกำเนิดให้เต็มที่ท่านว่าต้องทำไปทีละขั้นทีละชนิดก่อนจะเสกรวมและให้ครูพระวิษณุนารายณ์สำเร็จแก้วเกาสตุภะเป็นลำดับสุดท้าย ท่านว่าทำยากมากกว่าจะได้แก้วที่มีชื่อว่าเหนือกว่าแก้วจักรพรรดิ์เช่นนี้ กว่าจะได้แก้วทั้งสี่อันประเสริฐซึ่งไม่มีผู้ใดระลึกนึกถึงแล้วในมหาจักรวาล ท่านว่าทำครั้งนี้ก็เพื่อเปลี่ยนตำนานให้กลับคืนสู่ความเป็นจริง


    เช่นนั้นพ่ออาจารย์ท่านจึงย้ำหนักหนาว่าดวงธาตุยาตรานี้เป็นของสูงและทำยาก ต้องเสกกันเป็นสิบปี ไม่ใช่ของเล่นๆด้วยเป็นตัวแทนของมงคลวัตถุห้าชนิดซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ล้วนแต่ทรงพลังและเป็นมหามงคลทั้งสิ้น ท่านต้องแยกทำวิชาทีละอย่างทีละพิธีจนเสร็จจนเต็ม พ่ออาจารย์ท่านว่าจะใช้ด้านไหนทางไหนก็อธิษฐานกันเอาเลย จะให้เป็นอะไรในห้าสิ่งนี้ก็บอกกับเขาเอา ฉันบอกได้คำเดียวว่า...นี่เป็นของทิพย์

    ### วิธีใช้
    ท่านให้หาน้ำอบน้ำปรุงประพรมดวงธาตุยาตราเวลาอธิษฐานขอพรเสร็จ แล้วจึงเอาดวงธาตุนั้นมาเจิมหน้าเปิดบารมี พ่ออาจารย์ท่านกล่าวว่าเพียงเท่านี้ชีวิตเราก็จะเดินต่อไปไม่มีวันถอยหลังลงเหว คือก้าวไปข้างหน้าและเจริญขึ้นเรื่อยๆ ด้วยดวงธาตุเป็นที่สุดแห่งความปรารถนาทั้งหกภพและหมื่นจักรวาล ไม่มีสิ่งใดเกินคุณค่าของดวงธาตุนี้เลย ท่านตั้งใจทำให้ไว้ปรับพื้นฐานเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเอง เมื่อประสบพบความสุขเสมอใจแล้วก็ให้เร่งพิจารณาธรรม สร้างกุศลกรรม อย่าหลงไปกับอำนาจเงินตราและความสุขจอมปลอมใดๆ

    *** ดวงธาตุยาตราเบญจราชันมหาวิสุทธิวัตถุนั้นพ่ออาจารย์ท่านว่าจะไปทำเครื่องประดับทับอกห้อยคอหรือทำเป็นกำไลข้อมือก็ได้(##ท่านกะซิบว่ามวลสารบางตัวที่ใส่ลงไปตอนหลอมนั้นเกินค่าเกินราคาที่จะนึกคิดกันออก และก็เป็นของสูงมาก ท่านว่าในยุคปัจจุบันนั้นท่านพูดออกไปไม่ได้เลยเพราะมันเสี่ยงที่จะพูด) ดวงธาตุนี้ท่านทำไว้สิบสององค์ท่านอาราธนาทำเครื่องคาดเอวซ้ายขวาข้างลำตัวท่านสององค์จึงมีให้บูชาสิบองค์เท่านั้น ท่านว่าของแบบนี้เป็นของทิพย์เขามีเจ้าของอยู่แล้ว คนที่พรหมลิขิตถูกผูกกับเขา ดึงเข้าหาเขา นั่นคือคนที่ได้รับเลือกแล้ว ส่วนคนที่วาสนาไม่ต้องกันทำอย่างไรชีวิตนี้ก็คว้าไว้ไม่ได้ รายการนี้รับจองเฉพะทาง PM ผู้บูชาพ่ออาจารย์ท่านให้แจ้งชื่อนามสกุลและเรื่องที่ปรารถนาจะขอต่อดวงธาตุตลอดจนหน้าที่การงานของตนเอาไว้ด้วย ท่านจะอธิษฐานเปิดบารมีให้อีกวาระหนึ่ง รายได้ร่วมสมทบทุนการศึกษาเด็กชาวเขาด้อยโอกาสต่อไป

    ร่วมทำบุญบูชา ดวงธาตุยาตราเบญจราชันมหาวิสุทธิวัตถุ (ผังจักรวาลศรีจักราสุริยันจันทรโคจร) บูชา 2,500 บาท

    75625332-1041744379490631-4370233230608039936-n.jpg 74643578-1035851880084665-7097467992472027136-n.jpg
    75262300-574422209998189-5024309393479434240-n.jpg
     
  14. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    รายการนี้ท่านจะเรียกติดปากว่าดวงธาตุจานบินบ้าง องค์เหล็กจานผีบ้าง แต่เห็นหลักๆเลยที่ท่านชอบอาราธนาใช้ท่านว่าเอาไว้ผ่านโลกธาตุอื่นๆ(น่าจะหมายถึงการสื่อสารพูดคุยในที่แสนไกล) แต่โดยรวมแล้วรายการนี้ใครทันก็เหมือนได้ห้าในหนึ่ง
     
  15. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    ยิ้มวันละนิด

    เหตุผลดีๆ ที่ควรยิ้มยิ้มวันละนิด จิตแจ่มใส การยิ้มเป็นการเริ่มต้นมิตรภาพที่ดีที่สุด การยิ้มในวันที่อ่อนล้าหรือเซ็ง สุดๆ ในชีวิต จะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกดีขึ้น

    ยิ้มสวยๆ เพียงครั้งเดียวดีกว่าคำพูดนับแสนคำทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างเหตุผลดีๆ ที่เราควรส่งยิ้มให้แก่กัน แต่ ‘ยิ้ม’ ยังมีประโยชน์มากกว่านี้อีกนะ เพราะเมื่อเรายิ้มกล้ามเนื้อใบหน้าก็จะเคลื่อนไหว ส่งผลให้โลหิตแดงที่ไปเลี้ยงสมองมีอุณหภูมิลดลง ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และในขณะที่เรากำลังยิ้มนั้น หัวใจก็จะเต้นช้าลง ความดันโลหิตลดลง ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะผ่อนคลายลง ฮอร์โมนอะดรีนาลีนซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียดก็จะถูกขับออกมาน้อยลงด้วยค่ะ นอกจากนี้ การยิ้มช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน การยิ้มจะช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในตัวคุณทำงานดีขึ้น เมื่อคุณยิ้ม ระบบการทำงานก็จะพัฒนาดีขึ้น อาจเป็นเพราะว่าคุณรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น อีกทั้ง “การยิ้ม” ยังสามารถป้องกันการเกิดไข้และไข้หวัดได้อีกด้วย

    นอกจากยิ้มจะช่วยให้มีสุขภาพที่ดีแล้ว ยิ้มยังช่วยในเรื่องของจิตใจ สภาวะทางอารมณ์และกระบวนการคิดของสมองอีกด้วย เพราะเมื่อคุณยิ้มจิตใจก็จะผ่อนคลาย สมองก็จะได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ กระบวนการทางความคิดก็จะกระจ่างช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาต่างๆ หรือเกิดมุมมองที่ดี ให้แก่ชีวิตได้มากขึ้น แถมยังช่วยกระจายความสุขไปสู่ผู้ที่พบเห็นอีกด้วย

    ยิ้มเป็นยาชูกำลัง (Smile is stimulant) เมื่อ คนเราเกิดความเศร้า ท้อแท้เป็นอาการป่วยทางจิต ยาปฏิชีวนะขนาดใดๆก็ไม่สามารถรักษาเยียวยาได้ ทว่าหากมีใครสักคนเดินเข้ามา ด้วยความจริงใจพร้อมมอบรอยยิ้มเห็นอกเห็นใจให้ แม้ไม่มีคำปลอบประโลมใดแต่ทำให้ใจที่มืดมนเกิดหนทางสว่างขึ้นได้ ประหนึ่งยาชูกำลังจิตใจคนเศร้าหมองให้มีพลัง กลับมายืนหยัดสู้กับปัญหาอีกครั้ง

    ยิ้มยังเป็นยาอายุวัฒนะ (Smile is elixir of life) ใคร ก็ตามที่มีอารมณ์ดีเป็นนิสัย มองไปคราใดก็พบใบหน้าเปื้นยิ้มอยู่เป็นนิจ จะเป็นผู้ที่สภาพจิตดีและอายุยืน เขาว่า “ใจเป็นนายกายเป็ยบ่าว” เมื่อใจซึ่งเป็นนายของกายดี ก็พลอยทำให้บ่าวอย่างกายมีพลานามัยแข็งแรง ส่งผลให้มีอายุยืนยาวตามไปด้วย
     
  16. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    สะเดาะเคราะห์
    เนื่องจากมีผู้ถามเรื่องวิธีสะเดาะเคราะห์เข้ามา ก็เลยนำวิธีสะเดาะเคราะห์เบื้องต้นที่ทำได้ง่ายๆมาให้อ่านกันจะได้พิจารณาว่าตัวเองสะดวกจะใช้วิธีไหนนะครับ

    ในการสะเดาะเคราะห์ นับตั้งแต่สมัยโบราณเป็นเรื่องที่มีการเกี่ยวโยงกับจิต รวมทั้งเทพยดา ซึ่งเป็นแนวทางสะเดาะเคราะห์ และอีกแนวทางหนึ่งการระมัดระวังตัวเอง ในที่นี้จะขอกล่าวทั้ง 2 แนวทาง

    แนวทางที่ 1

    1. พิธีการสวดนพเคราะห์ เพื่อบูชาเทพยดาประจําดาวนพเคราะห์ ซึ่งในการทําพิธีต้องมีเครื่องเซ่นสังเวยเทพยดา ครูบาอาจารย์ และขั้นตอนต่างๆ มาก จําเป็นที่จะต้องมีผู้รู้ คอยกํากับพิธีให้ จึงจะทําได้สําเร็จ อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการทําพิธีสูงมาก ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พิธีนี้จึงมีการทํากันในวันเกิดของหมู่เจ้านายชั้นสูง หรือผู้ที่มีฐานะดี และตามวัดบางแห่งก็มีการสวดนพเคราะห์ คนที่รู้วิธีการที่ถูกต้องก็มีน้อย

    2. ใช้ยาจินดามหามณี "ดอกคราด ดอกจันทร์ เกสรบุษบัน เปราะหอม กํายาน โกฐสอ โกฐเขมา ทองน้ำประสาน เปลือกกุมชลธาร กรุงเขมาเท่ากัน สมแล้วตําบด พิมเสน ชะมด น้ำผึ้งรวงรัน กฤษณา น้ำมะนาว น้ำมะเขือขื่นคั้นผสมยาเข้าด้วยกัน บดปั้นตากกินเป็นยาวาสนา เลิศล้ำตําราในโลกแดนดิน อุปเท่ห์กล่าวไว้ ผู้ใดได้กินจะ สวัสดิโสภิน กว่าคนทั้งหลาย พัสดุเงินทองจักพูนกูนกอง กว่าโลกหญิงชาย นํามาบูชาอภิวาท์บ่วาย ระงับอันตราย ทั้งสี่กิริยา โทษหนักเท่าหนัก มาตร์แม้นประจักษ์ ถึงกาลมรณา ถ้าแม้นได้กิน ซึ่งยาวาสนา กลับน้อยถอยคลา เคลื่อนคลายหายเอย"
    ที่กล่าวมานี้เป็นตําราสําหรับปรุงยาจินดามหามณีโดยย่อ และสรรพคุณของยา ซึ่งหากใครได้กินยานี้แม้ดวงชะตามีเคราะหนักขนาดไหนก็ตาม ยาเพียง 1 เม็ดสามารถคุ้มภัยได้เจ็ดวัน แต่การจะทํายานั้นก็มีพิธีการ และขั้นตอนมาก รวมทั้งต้องมีพิธีพุทธาภิเษก เปรียบเหมือนกับการเติมพลังจิตลงไปในยาด้วย ซึ่งตํารายานี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ยาวาสนา" รวมทั้งมีการนํามาผสมผงวิเศษสร้างพระเครื่อง หรือบรรจุในพระบูชาพร้อมกับดวงชะตา และมีหลักฐานว่า ยานี้มีการปรุงมาตั้งแต่ครั้งสมัยสมเด็จพระพันรัตน์วัดป่าแก้ว ผู้เป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และในปัจจุบันก็ยังมี ผู้ประกอบยาสืบกันมา แต่ส่วนใหญ่ตัวยาจะหาได้ไม่ครบ เท่าที่ทราบปัจจุบันมีเพียง 2-3 คน ที่เคร่งครัดในการปรุงยาให้ได้ครบตามตําราจริงๆ และยานี้ใช้กินป้องกันก่อนที่ดวงจะบอกเวลาเกิดเหตุ

    3. น้ำมนต์พระปริตร ต้องเป็นน้ำมนต์ที่พระเกจิอาจารย์ที่มีสมาธิจิตเข้มขลัง เป็นผู้สวดทําน้ำมนต์ให้ในพิธี จึงจะใช้ได้ผล โดยนํามาอาบ มาดื่ม บางวัดจะสวดในโบสถ์ตลอดเข้าพรรษาเช่น วัดบวรนิเวศน์ และวัดชาวมอญ

    4. การทําบุญใส่บาตรให้เทวดาประจําดาวนพเคราะห์แต่ละองค์ อย่างน้อย 1 ครั้ง และควรทำก่อนมีเคราะห์ ซึ่งขึ้นอยู่กับดวงชะตาในขณะนั้นว่า พระเคราะห์ใดกําลังให้โทษในดวงชะตา ก็จะมีการทําบุญ เพื่อขอให้เทวดาประจํานพเคราะห์ที่กําลังให้โทษนั้น งดโทษทั้งปวงที่จะบังเกิดขึ้นกับดวงชะตาไว้ ซึ่งวิธีการนี้เป็นที่นิยมของชาวบ้าน เพราะค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก ซึ่งโดยทั่วไปมี หลักการทําบุญตามกําลัง และลักษณะของเทวดาประจําดาวนพเคราะห์แต่ละดวง เช่น อาทิตย์ มีกําลัง 6, พระจันทร์ มีกําลัง 15, อังคาร 8, พุธ 17, พฤหัส 19, ศุกร์ 21, เสาร์ 10, ราหู 12 และมีวิธีการเมื่อพระเคราะห์แต่ละดวงให้โทษดังนี้คือ

    พระอาทิตย์ ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันอาทิตย์ 6 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 6 ดอก เทียน 6 เล่ม ดอกไม้สีแดง 6 ดอก อาหารรสเผ็ดร้อน ขนมสีแดง และให้ใส่ยาธาตุน้ำแดงด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 6 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตร และทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําพระอาทิตย์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย

    พระจันทร์ ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันจันทร์15 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 15 ดอก เทียน 15 เล่ม ดอกไม้สีขาวหรือสีนวล 15 ดอก อาหารรสเค็ม ขนมสีขาวหรือสีนวล และให้ใส่ยาธาตุน้ำขาว ด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 15 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตร และทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําพระจันทร์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระอังคาร ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันอังคาร 8 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 8 ดอก เทียน 8 เล่ม ดอกไม้สีแดงหรือสีชมพู 8 ดอก อาหารรสเผ็ด ขนมสีแดง และให้ใส่ยาแดงสําหรับใส่แผลสดลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 8 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตร และทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําดาวอังคาร และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญที่ ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระพุธ ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันพุธ 17 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 17 ดอก เทียน 17 เล่ม ดอกไม้ที่มีสีผสมกันหลายสีในดอกเดียวกัน 17 ดอก อาหารมีหลายรสในชนิดเดียวกัน เปรี้ยว-เค็ม-หวาน-เผ็ด ขนมสีเขียว และให้ใส่ยาเขียวสําหรับแก้ไข หรือยาแก้ไอ้ลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 17 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตร และทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําดาวพุธ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระพฤหัส ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันพฤหัส 19 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 19 ดอก เทียน 19 เล่ม ดอกไม้สีเหลือง 19 ดอก อาหารรสจืด ขนมสีเหลือง และให้ใส่ยาหอม ลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่ๆมา 19 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําดาวพฤหัส และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระศุกร์ ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันศุกร์ 21 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 21 ดอก เทียน 21 เล่ม ดอกไม้สีขาวหรือสีฟ้า 21 ดอก อาหารรสหวาน ขนมสีขาวหรือสีฟ้า และให้ใส่ยาแก้ไอที่มีรสหวานลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่ๆมา 21 ตัว ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําดาวศุกร์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระเสาร์ ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันเสาร์ 10 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 10 ดอก เทียน 10 เล่ม ดอกไม้สีม่วงแดง 10 ดอก อาหารรสเปรี้ยว ขนมสีม่วงแดง หรือสีน้ำตาล และให้ใส่ยาถ่ายพยาธิ หรือยาที่ใช้รักษาแผลเน่าเปื่อยลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 10 ตัว หากซื้อปลาไหลอย่าซื้อตัวใหญ่ เพราะมักจะมีเบ็ดอยู่ในคอ ให้เลือกซื้อตัวเล็กๆ เท่านิ้วก้อย ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ เทวดาประจําดาวเสาร์ และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    พระราหู ให้ทําบุญใส่บาตรพระในวันพุธ 12 รูป แต่ละรูปใส่ธูป 12 ดอก เทียน 12 เล่ม ดอกไม้สีม่วงแดง 12 ดอก อาหารสีดําเช่นไข่พะโล้ เป็ดพะโล้ ขนมสีม่วง หรือสีดํา และให้ใส่ยาถ่ายพยาธิ หรือยาแก้เมาคลื่นลมลงไปด้วยในแต่ละรูป พร้อมกับซื้อปลาไหล หรือปลาดุกในตลาด เพราะจะถูกฆ่าแน่มา 12 ตัว หากซื้อปลาไหลอย่าซื้อตัวใหญ่ เพราะมักจะมีเบ็ดอยู่ในคอ ให้เลือกซื้อตัวเล็กๆ เท่านิ้วก้อย ระวังอย่าให้ตาย เมื่อใส่บาตรและทําการปล่อยปลาแล้ว ให้กรวดน้ำทันที่ว่าดังนี้ 'ขออุทิศส่วนกุศลผลบุญที่ได้ทําบุญใส่บาตร และปล่อยปลาในวันนี้ให้กับ พระราหู และเจ้ากรรมนายเวร หากท่านทั้งหลายได้รับส่วนกุศลผลบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทําบุญทําทานในครั้งนี้แล้ว ขอได้โปรดงดโทษทั้งปวง ที่จะบังเกิดกับดวงชะตาของข้าพเจ้าเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วย'

    ในการใช้กําลังดาวเคราะห์นั้นอาจประยุกต์ไปในแบบต่างๆ ตามความรุนแรงของเหตุการณ์ เช่น การบวชพระตามกําลังดาวเคราะห์ เช่นพระอาทิตย์บวชพระ 6 รูป เสร็จแล้ว อุทิศส่วนกศุลให้เทวดาประจําดาวอาทิตย์ กับเจ้ากรรมนายเวร เพื่อขอให้งดโทษทั้งปวงไว้ด้วยเป็นต้น ซึ่งวิธีนี้เป็นการแก้กรณีหนักที่สุดของดวงชะตา ยิ่งลูกหลานหรือคนใกล้ชิดร่วมบวชให้ด้วยยิ่งดีจะได้ผลมากขึ้น

    ในบางทีก็ใช้สร้างพระประจําวันต่างๆ การหล่อพระ สร้างพระจากไม้ หิน ดิน หรือวัตถุต่างๆ ถวายวัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลเช่นกัน

    ถ้าหากการให้โทษที่เกิดจากเสาร์ หรือราหู ที่เกิดขึ้นในราศีธาตุดิน หรือธาตุน้ำ วิธีป้องกันดวงชะตาอีกอย่างหนึ่งคือการสร้างส้วมถ่ายทุกข์ หรือสุขาถวายวัด

    แต่ถ้าหากการให้โทษที่เกิดจากเสาร์ หรือราหู ที่เกิดขึ้นในราศีธาตุลม หรือธาตุไฟ ให้ร่วมสร้างเมรุเผาศพ แต่ห้ามเป็นเจ้าภาพ เป็นประธาน ห้ามเข้าไปบริหารจัดการในการก่อสร้าง ให้ร่วมทําบุญเท่านั้น เสร็จแล้วกรวดน้ำอธิษฐาน อุทิศส่วนกุศลให้ พระเสาร์ พระราหู และเจ้ากรรมนายเวร เมื่อท่านได้รับส่วนบุญกุศลนี้แล้ว ขอให้งดโทษกับดวงชะตาทั้งปวงเอาไว้ด้วย และหากขาดตกบกพร่องสิ่งใดไป ก็ขอให้งดโทษทั้งปวงเอาไว้ด้วย

    กรณีดวงเดิมมีเสาร์กุมลัคนาในราศีมีน เมื่อดาวพฤหัสเข้ามาทับ ยังมีวิธีอีกอย่างหนึ่งคือ การนําเศียรพระเก่าสีดำ มาหล่อเป็นพระองค์พระปางสมาธิขึ้นมาใหม่ ถวายวัด เพื่ออุทิศส่วนกุศล

    ยังมีการแก้ดวงชะตาด้วยวิธีการเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงอํานาจของดาวเคราะห์ แต่วิธีนี้ต้องระวัง เพราะหากเดินทางไปผิดทิศทาง แทนที่จะเป็นการแก้ไข กลับจะทําให้เหตุการณ์หนักรุนแรงยิ่งขึ้น ทางที่ดีต้องปรึกษานักโหราศาสตร์ อย่านึกคิดเอาเองเป็นอันขาด

    นอกจากนั้นก็ยังมีบทสวดมนต์พระปริตร โดยเฉพาะจันทรปริตร สุริยปริตร และบทสวดมนต์เพื่อบูชาเทวดาประจําดาวเคราะห์ เพื่อคุ้มครองตนเองให้ปลอดภัย


    แนวทางที่ 2

    ใช้หลักธรรม "ความไม่ประมาท และหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเผชิญหน้า กับเหตุการณ์ที่กําลังจะเกิดขึ้น"

    • หากรู้ว่ากําลังจะมีปากเสียง ระยะนั้นก็ให้หลีกเลี่ยง อย่าไปต่อว่าใคร การพูดจาในระยะนั้นก็ต้องระวังการใช้คําพูดให้ดี ใครชวนทะเลาะก็พยายามพูดจาดีๆ ด้วยความสุภาพ และใจเย็น ค่อยๆ พูดผ่อนปรนปัญหาต่างๆ ลงมา
    • หากรู้ว่ากําลังจะมีอุบัติเหตุ การเดินทางต่างๆ ก็ต้องเพิ่มความรอบคอบ ระมัดระวังให้ มากยิ่งขึ้น ตรวจเช็กสภาพยานพาหนะให้ดีก่อนเดินทาง รวมทั้งศึกษาเส้นทางคมนาคมให้ดี เพื่อที่หากมีปัญหาเกิดขึ้นมาจะได้รู้ว่า ที่ไหนมีใครช่วยได้บ้าง ในเรื่องต่างๆ สิ่งสําคัญที่สุดคืออย่าประมาท เพราะหากประมาทแล้ว ความรุนแรงย่อมเกิดขึ้นเป็นทวีคูณ ตรงกันข้ามหากคุณตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ความรุนแรงต่างๆ ย่อมลดลงมาก หรือไม่เกิดขึ้นเลย
    • หากรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเงิน ก็ต้องระมัดระวังรอบคอบในการใช้เงิน ตั้งแต่ปัญหาเรื่องการเงินยังไม่เกิดขึ้น มิใช่ว่าเกิดปัญหาแล้ว หรือเข้าไปในช่วงเวลาที่ทํานายแล้วจึงค่อยระวังการใช้เงิน เพราะที่ถูกต้องคือ ต้องเตรียมตัวเตรียมเงินสํารองจ่ายไว้ให้พอ และหากคําทํานายช่วงเวลาที่จะเกิดความยุ่งยากด้านการเงินยิ่งยาวเท่าไร ยิ่งต้องเตรียมเงินไว้แก้ปัญหาให้มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ประสบการณ์ที่ได้รับจากการทํานายจะสอนคุณเองว่า ควรจะเตรียมเงินไว้ขนาดไหน เพราะขนาดของปัญหาแต่ละคนมักไม่เท่ากัน และต่างก็มีวิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
    • หากรู้ว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็ต้องใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ระมัดระวังในเรื่อง อาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน การออกกําลังกาย การรักษาอารมณ์ให้ปกติ ทําจิตใจให้แจ่มใส
    • ดวงเป็นการอ่านกรรมเก่า คุณสามารถแก้ไขได้ โดยพยายามทําทุกอย่างให้ดีที่สุด ด้วยความดีงาม ด้วยความไม่ประมาท ภายในขอบเขตศีลธรรม อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ต้องรู้จักปล่อยวาง ในเรื่องที่ผ่านมาแล้วและเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ด้วยจิตบริสุทธิ์
    ซึ่งหลักการป้องกันพร้อมกับใช้ความไม่ประมาทนี้ สามารถนําไปดัดแปลงใช้ได้กับทุกเรื่อง หลักการนี้แท้จริงแล้วก็คือ คําสอนในศาสนาพุทธ ที่ให้ทุกคน ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท กับกฎแห่งกรรม ที่ว่า ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว โดยยึดมั่นทําแต่ความดี หลีกเลี่ยงการทําความชั่วจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวกลุ้มใจทีหลังนั่นเอง


    296fdde1cd55120c40233d6fb1e12327-d25vj52.jpg
     
  17. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    แจ้งการส่ง EMS

    พี่พรหมพล EI 3836 3441 8 TH

    พี่ศิระ EI 3836 3442 1 TH

    พี่ธีรนนท์ EI 3836 3443 5 TH

    พี่ณธพรหม EI 3836 3444 9 TH
     
  18. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    อรุณสวัสดิ์ครับ วันนี้เดี๋ยวมาติดตามพูดคุยกันนะครับ แอบกะซิบว่าพระผงรุ่นนี้แค่หลักร้อย แต่พุทธคุณไม่ด้อยเลยแค่ชื่อก็แรงน่ากลัวแล้ว
     
  19. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    มีคนโทรมาถามว่าเทพนี่แนะนำเรื่องการลงทุนได้มั๊ย ตอนแรกผมนึกว่าใครโทรมาถามกวนๆแบบนี้แต่เช้าแต่พอได้คุยจึงรู้ว่าพี่เขาไม่ได้กวนแต่โทรมาเล่าประสบการณ์

    เป็นประสบการณ์เกี่ยวกับดวงธาตุ พี่เค้าว่าพอได้มาตอนสัมผัสจะมีอาการหูแว่วซึ่งปกติไม่เคยเป็น ตอนแรกก็เสียงผู้ชายไปๆมาๆเสียงผู้หญิง ผู้ชายก็ทักเราปกติ แต่พอเสียงผู้หญิงมาบอกเหตุล่วงหน้าพูดมาเป็นประโยคเกี่ยวกับเรื่องลงทุนที่ตัวเขาทำอยู่ พี่เขาว่าพูดไปหัวเราะไปแล้วก็เตือนตัวเค้าให้ระวัง...

    พอตั้งสติได้พี่เค้าเลยคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับดวงธาตุและโทรมาถามเราว่าแค่วันเดียวก็มาให้ได้ยินถึงสององค์แล้ว ไม่รู้ว่าใครแต่คำแนะนำองค์หลังนี่เป็นประโยชน์กับอาชีพเขามาก เราเลยบอกว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวนะแต่ถ้าครูเทพพรหมท่านพูดนี่คือเชื่อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะท่านพูดกับตัวเราเองโดยตรงไม่ผ่านใคร

    ดวงธาตุนี้ผมก็เพิ่งมาเข้าใจว่าทำไมพ่ออาจารย์ท่านเรียกว่าดวงธาตุจานบินบ้าง องค์เหล็กจานผีบ้าง และไอ้ที่ค้างใจเราอยู่ว่าเอาไว้ผ่านโลกธาตุอื่นๆ(น่าจะหมายถึงการสื่อสารพูดคุยในที่แสนไกล) ทีนี้ก็รู้แล้วว่าหมายความว่าอย่างไร ทีแรกก็พิศวงอยู่เหมือนกันแต่พอฟังพี่เขาที่เอาไปใช้เล่าเลยเข้าใจว่า
    ท่านจะพูดออกมาแบบเสียงกะซิบข้างหู เสียงที่เราได้ยินคนเดียวถามใครเขาก็ไม่ได้ยินกับเราด้วย แม้เราคุยตอบหรือถามกลับบางทีท่านก็ไม่ตอบ พอเราเผลอถึงได้ยินใหม่ ที่มีเสียงหลายคนก็คงอย่างที่ท่านบอกว่าตัวใครมีวาสนากับเทพองค์ไหน หรือคนไหนที่มีครูมีเทพรักษาเยอะๆจะได้เปรียบกว่าคนอื่น *** เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ
     
  20. คุรุปาละ

    คุรุปาละ เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2012
    โพสต์:
    7,481
    ค่าพลัง:
    +22,200
    ตอบคำถาม PM ครบนะครับ

    ส่วนใครที่ชอบพระผงสายโหดเอาไว้บู๊กับตัวเองพรุ่งนี้ติดตามกันดีๆ รายการนี้แค่หลักร้อยแต่ผงคุ้มมาก
     

แชร์หน้านี้

Loading...