ห้องพระเครื่อง "ศิลป์พระ๙" พระเครื่องทั่วไทย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย ศิลป์พระ9, 26 ธันวาคม 2020.

  1. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    363.พระพระยอดขุนพล (ตรีกาย) หลวงวงษ์ วัดทุ่งผักกูด จ.นครปฐม ((( บูชา 450 บาท ))) "จอง">>>พี่shaj

    พระยอดขุนพล (พระตรีกาย) หลวงพ่อวงษ์ วัดทุ่งผักกูด จ.นครปฐม ปี 2490 พระเนื้อดินผสมผงใบลานหลังยันต์ ขนาดประมาณ 2.5x5 ซม.เป็นพระที่หลวงพ่อวงศ์สร้างไว้ มีจำนวนไม่มากนัก เป็นพระพิมพ์ยอดขุนพล รูปทรงคล้ายหยดน้ำ สร้างจากเนื้อผงใบลาน

    หลวงพ่อวงษ์ (พระครูพรหมวิสุทธิ์) เจ้าอาวาสวัดทุ่งผักกูด อ.ดอนตูม จ.นครปฐม และเจ้าคณะอำเภอกำแพงแสน จ.นครปฐม อีกทั้งยังได้รับคำยกย่องจาก "หลวงพ่อทา" ผู้เป็นอาจารย์ว่า "หลวงพ่อวงษ์ ทำอะไรก็ขลังนัก ไม่แพ้ตัวท่านเองแต่อย่างใด" เสียดายที่อายุยังไม่มากก็มรณภาพเสียก่อน เเละก็เป็นจริงตามที่หลวงพ่อทากล่าวไว้ หลวงพ่อวงษ์ ท่านเกิดวันพุธ เดือนห้า เเรมหนึ่งคํ่า ปีชวด พ.ศ. 2431 และ มรณภาพปี พ.ศ. 2498 อายุ 67 ปี หลวงพ่อวงษ์ เป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญพระเวทวิทยาคมอย่างสูงอีกรูปหนึ่งของ จ.นครปฐม โดยเฉพาะวิชาอรหันต์ ๘ ทิศ ที่ยอดเยี่ยมด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดมหาอุดป็นเลิศ หลวงพ่อวงษ์ ท่านได้สร้างวัตถุมงคล หลายรุ่นพอสมควร โดยมีทั้งประเภทเหรียญ และ พระเนื้อโลหะ พิมพ์พระปิดตา อีกทั้ง ยังมีวัตถุมงคลประเภทเนื้อดินเผาผสมใบลาน ทุกพิมพ์พระมีจำนวนสร้างไม่มาก สุดยอดความคงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตา

    4.jpg 5.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 3 กุมภาพันธ์ 2024
  2. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    364.พระสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดโพธิ์ ปี 2506 กทม. (( บูชา 350 บาท )))

    พระผงรูปเหมือนสมเด็จโต วัดระฆัง จัดสร้างโดยหลวงพ่อสงัด คณิสสโร วัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์) ปี2506 อาจารย์ทิม วัดช้างให้ร่วมปลุกเสก วัดโพธิ์ (ท่าเตียน) หรืออีกนามคือ วัดพระเชตุพนมังคลารามตั้งอยู่ติดกับวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ ในยุคประมาณ พ.ศ. 2505 ถึง 2510 ท่านพระครูปลัดสงัดฯ จำพรรษา
    อยู่ ณ กุฏิ 37 ของวัดแห่งนี้ และยังเป็นที่ประทับของพระสังฆราช (ปุ่น) หรือสมเด็จป๋าฯ พระสังฆราช ท่านพระครูปลัดสงัด ท่านได้ช่วยงานพระสังฆราช สมเด็จป๋า มาโดยตลอดและได้เคยจัดสร้าง พระพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนหลายครั้ง ที่ดังๆและนิยมเห็นจะเป็นพระพิมพ์ลป.ทวดต่างๆ ในยุคนั้น พระที่จัดสร้าง ได้นิมนต์พระเกจิฯ ชื่อดัง ไม่ว่าหลวงพ่อเงิน วัดดอน หลวงปู่โต๊ะ อาจารย์ทิม วัดช้างไห้ และอีกหลายๆ คณาจารย์ มาร่วมพุทธาภิเษกด้วย


    6.jpg 7.jpg
     
  3. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    365.พระผงว่านรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วัดเจริญราษฎร์ จ.สงขลา ปี 2519 ((( บูชา 450 บาท )))

    พระผงว่านรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย วัดเจริญราษฎร์ จ.สงขลา อดีตพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองนาม แก่กล้าพุทธเวทวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือ พระอธิการจันทร์ เขมรโต เจ้าอาวาสผู้เป็นศิษย์สืบทอดพุทธาคม ได้จัดสร้างขึ้นเมื่อวันเสาร์ 5 ปี 2519 โดยได้รวบรวมดินอาถรรพ์ ผงมวลสารว่านศักดิ์สิทธิ์มากมายมาเป็นส่วนผสม อีกทั้งได้นำ "เพชรหน้าทั่ง" โลหะธาตุกายสิทธิ์ที่ทรงคุณวิเศษ มาบรรจุไว้ที่ใต้ขอบล่าง เพื่อให้บังเกิดกฤตยาคมทางด้านเนื้อหา หรือที่เรียกกันตามโบราณจารย์ว่าดีใน
    พระผงว่านรูปเหมือนพ่อท่านคล้าย ได้ผ่านการประกอบพิธีปลุกเสกอย่างเข้มขลัง รวมสองวาระมงคลในปี 2519 และในปี 2521 มีพระเกจิอาจารย์ในยุคนั้นมากมายมาร่วมนั่งปรกปลุกเสก นับเป็นพระดีพระเก่าราคาเบา ที่ถึงพร้อมดีนอก-ดีในครบถ้วน
    รายนามพระเกจิอาจารย์นั่งปรกปลุกเสก
    พ่อท่านหมุน วัดเขาแดงตะวันออก จ.พัทลุง
    พ่อท่านเจ็ก วัดเขาแดงตะวันตก จ.พัทลุง
    พระอาจารย์ปาล วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง
    พ่อท่านปั้น วัดโคกสมานคุณ
    หลวงพ่อแผ่ว วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี
    พ่อท่านดำ วัดตุยง จ. ปัตตานี
    พ่อท่านแดง วัดท่าแซ จ.สงขลา
    พ่อท่านภัทร วัดโคกสุง จ.สงขลา
    พ่อท่านเอียด วัดชลธาราวาส จ.สงขลา
    พ่อท่านร่วง วัดศาลาโพธิ์ จ.สงขลา
    พ่อท่านเล็ก วัดเจริญภูผา จ.สงขลา
    พ่อท่านชื่น วัดควนหวาด จ.สงขลา
    พ่อท่านคลิ้ง วัดหาดใหญ่ใน จ.สงขลา
    พ่อท่านพระครูวีรโสภณ วัดเขาตกน้ำ จ.สงขลา
    พ่อท่านจันทร์ วัดโคกสมานคุณ จ.สงขลา
    พ่อท่านทับ วัดปรางค์แก้ว จ.สงขลา
    พ่อท่านแคล้ว วัดโคกเหรียง จ.สงขลา
    พ่อท่านจันทร์ วัดโคกเจริญราษฎร์ จ.สงขลา

    588.jpg
     
  4. shaj

    shaj เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    8,572
    ค่าพลัง:
    +6,574
    ขอจองรายการนี้ครับ
     
  5. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    รับทราบการจองครับพี่ ขอบคุณพี่มากๆครับ
     
  6. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    366.เหรียญหลวงพ่อล้อม วัดปราสาทสิทธิ์ รุ่นแรก ปี 2498 อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ((( บูชา 450 บาท )))
    กะไหร่เงิน

    ปี พ.ศ. ๒๔๔๗ พระครูล้อมมีอายุได้ ๒๒ ปี ท่านจึงเข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทสีมาวัดประสาทสิทธิ์(วัดหลักห้า) ตำบลดอนไผ่ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ได้รับฉายาว่า "พรหมฺสโร" โดยมี

    พระครูวรปรีชาวิหารกิจ(ช่วง) วัดโชติทายาการาม เป็นพระอุปัชฌาย์

    พระธรรมวิรัติสุนทร (เชย) วัดโชติทายาการาม เป็นพระกรรมวาจาจารย์

    พระอาจารย์วัชร์ วัดโชติทายาการาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

    หลังจากอุปสทบทแล้ว หลวงพ่อล้อม ท่านก็ได้่อยู่จำพรรษาที่วัดปราสาทสิทธิ์เรื่อยมา เพื่อศึกษาวิชาภาษาบาลีและศึกษาวิชาปริยัติธรรมจนชำนาญ

    447.jpg
     
  7. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    367.เหรียญหลวงพ่อสามศรี วัดโพธิ์ศรีศรัทธาธรรม(วัดกลาง) ชัยนาท ((( บูชา 350 บาท )))

    ประวัติวัดกลาง หรือ วัดโพธิ์ศรีศรัทธาธรรม ตามประวัติเล่าขานเริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาเมื่อวันที่ 30 มกราคม พ.ศ 2500 เดิมวัดโพธิ์ศรีศรัทธาธรรม มีชื่อเรียกว่า “วัดโพธิ์ค้ำ” แต่ต่อมาถูกชาวบ้านเรียกว่า “วัดกลาง” ซึ่งเรียกกันตามลักษณะที่ตั้งของวัด เพราะเป็นวัดที่อยู่ตรงกลางซึ่งตั้งระหว่างวัดเหนือกับวัดใต้นั่นเอง แต่ต่อมาในสมัยของพระศรีสิทธิกรรณ์ นายอำเภอมโนรมย์คนแรก ตั้งชื่อวัดให้ใหม่ว่า” วัดโพธิ์ศรีศรัทธาธรรม” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตามตำนานประวัติหลวงพ่อสามศรี เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร หรือปางมารวิชัย โดยมีพุทธลักษณะที่งดงาม เนื่องจากมีการผสมผสานพุทธศิลป์หลากยุคหลากสมัย จากการสันณิฐานหลวงพ่อสามศรีสร้างขึ้นในยุคสมัยเชียงแสนและสุโขทัยมีคำกล่าวขานสืบกันมาจากคนรุ่นเก่าๆว่า หลวงพ่อสามศรี เดิมชื่อ “หลวงพ่อโยก” มีสาเหตุสืบเนื่องมาจากในสมัยก่อน อำเภอมโนรมย์เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางเรือที่สำคัญ จึงเป็นเหตุให้มีการสัญจรทางเรือเป็นจำนวนมากและที่ตั้งของวัดนั้นบริเวณหน้าวัดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเรือโดยสารหรือเรือสินค้าผ่านไปมาผู้คนก็มักจะยกมือไหว้ตลอด เรือบางลำก็จะวักเอาน้ำหน้าวัดขึ้นมาประพรมเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เรือของตนเอง เพราะถือว่าเป็นน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโยกนั่นเอง ในบางครั้งผู้คนที่ผ่านมาทางเรือก้ได้พบเห็นปาฎิหาริย์ คือ เห็นองค์หลวงพ่อโยกเยกเอียงกายไปมาจึงสร้างความอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก โดยเฉพาะคนเรือจะพบเห็นบ่อยครั้งจึงได้ขนานนามว่า “หลวงพ่อโยก” นั่นเอง
    มูลเหตุการณ์เปลี่ยนชื่อหลวงพ่อโยกมาเป็นหลวงพ่อสามศรีนั้นมาจากคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าๆและพระครูสถิตชัยโสภณหรือหลวงพ่อเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสได้เล่าให้ฟังว่า”ในคืนหนึ่งระหว่างที่ท่านได้เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยของวัดอยู่นั้นบังเอิญท่านได้เห็นดวงไฟปรากฎลอยลงมาจากท้องฟ้าท่านเห็นเป็นแสงที่ส่องสว่างออกมาจากดวงไฟดวงเล็กๆมีสามสีสวยงามมากดวงไฟเล็กๆดวงนั้นได้ลอยเข้าไปในวิหารหลวงพ่อโยกท่านได้เล่าให้ญาติโยมฟังแล้วก็มีญาติโยมอีกหลายท่านที่ได้เห็นเช่นเดียวกันกับท่านในคืนนั้นจากเหตุการณ์นี้หลวงพ่อเสนาะท่านจึงได้เปลี่ยนชื่อจากหลวงพ่อโยกมาเป็น ” หลวงพ่อสามศรี ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...


    788.jpg
     
  8. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    368.พระขุนพลลำพูนดำ หลวงพ่อตุ้ม วัดห้วยเสือ จ.เพชรบุรี ((( บูชา 550 บาท )))

    จัดสร้างโดยประมาณ ปี 2500 หรืออาจจะก่อนหน้านั้น
    สำหรับพระลำพูนดำ หรือ พระขุนพลลำพูนดำ หลวงพ่อตุ้ม วัดห้วยเสือ เป็นพระเนื้อดิน มีเอกลักษณ์ มีประสบการณ์สูงเรื่องคงกระพัน มหาอุตต์ เซียนพระ หรือ นักเลงยุคเก่าชอบบูชาติดตัวอย่างมาก

    พระครูอมรวชริารักษ์ (ตุ้ม อคฺควีโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยเสือ และเจ้าคณะตำบลท่าเสน เขต ๒ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรีนามเดิม ตุ้ม นวมแหลม เกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗ตรงกับวันขึน้ ๖ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีมะโรง ที่บ้านหัวเขา หมู่ ๗ ต.ท่าเสน อ.บ้านลาดมีพี่น้องรวมกัน ๗ คน บิดามารดาชื่อ นายอ่อง นางเสริม นวมแหลม

    เมื่ออายุ ๘ ขวบ ท่านได้ ไปเป็ นลูกศิษย์วัดให้ กับบิดาที่บวชอยู่วัดหนองไม้เหลือง ท่านเริ่มหัดอ่าน หัดเขียนหนังสือที่วัดหนองไม้เหลือง เรียนหนังสือใหญ่ อักขระขอมจนมีความชำนาญพอสมควร ต่อมาจึงอุปสมบทณ วัดเขาทะโมน ต.ท่าเสน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เมื่อวัน ๖ ๑๓ฯ ๘ ปีพ.ศ.๒๔๖๘ โดยมีพระอธิการใหม่ วัดเขาทะโมน เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแฉ่งเป็นกรรมวาจาจารย์ หลังจากบวชก็ไปเรียนหนังสือภาษาขอมกับหลวงพ่อหวัง วัดโพธาวาส ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัตธิ รรม สอบได้นักธรรมชัน้ ตรี ในสมัยเรียนวัดยาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี ท่านยังศึกษาทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ทั้ง ช่างไม้ช่างปูนและงานออกแบบสิ่ง ก่อสร้างต่าง ๆ พรรษาที่ ๔ ได้มีชาวบ้านห้วยเสือ ไปนิมนต์ให้มาอยู่ที่วัดห้วยเสือ เมื่อ ใกล้ออกพรรษา หลวงพ่อรอด เจ้าอาวาสวัดห้วยเสือ ขอร้องให้อยู่จำพรรษาต่อ เพราะท่านอายุมากแล้ว หลวงพ่อตุ้มจึงจำพรรษาเรื่อยมา กระทั่งปีพ.ศ.๒๔๗๙ ได้รับการแต่งตั้ง ให้เป็นรองเจ้าอาวาส ในปี พ.ศ.๒๔๘๑ หลวงพ่อรอดมรณภาพ หลวงพ่อตุ้มก็ได้เป็นเจ้าอาวาสปกครองดูแลวัดห้วยเสือสืบมา

    ท่านได้ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จนสามารถรู้แจ้งเห็นชัดว่าอะไรควร อะไรไม่ควรปฏิบัติ มีความพากเพียรในการปฏิบัติธรรมและกิจวัตรของสงฆ์อย่างสม่ำเสมอ มีความอิ่มเอิบธรรมอยู่ในใจตลอดเวลา ท่านสามารถลดละวางความทุกข์ความสุขได้หมด ไม่หลงงมงาย มีจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณาไม่ว่าผู้ใดมีทุกข์ เดือดร้อน เมื่อมาหาท่าน ๆ ก็จะพยายามปัดเป่าช่วยเหลือทั่วทุกคน ท่านจะสนทนาด้วยอัธยาศัยอันดียิ่ง ไม่ถือชั้น วรรณะ ทั้งแนะแนวให้ความรู้ทางธรรมตามโอกาส ก่อให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาต่อศิษยานุศิษย์สาธุชนทั่วไป

    ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ราชทินนาม พระครูอมรวชิรารักษ์ ต่อมาท่านได้อาพาธและมรณภาพลงด้วยอาการสงบเมื่อวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๑ เวลา ๑๖.๒๔ น.สิริอายุได้ ๘๔ ปี พรรษาได้ ๖๒ พรรษา

    วัตถุมงคลของท่านมีประสบการณ์สูง เด่นทางด้านเมตตา การงานก้าวหน้า แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี

    759.jpg
     
  9. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    369.เหรียญ พระมหาช่วย วัดป่าลิไลย์ พัทลุง ปี 2537 ((( บูชา 350 บาท )))

    เหรียญ พระมหาช่วย วัดป่าลิไลย์ พัทลุง ปี 2537 # เหรียญที่ระลึกเปิดอนุสาวรีย์ พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) ประสบการณ์เหนียว

    พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย)

    พระยาทุกขราษฎร์ เดิมชื่อ ช่วย เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนบุตร 3 คนของขุนศรีสัจจัง เกิดที่บ้านน้ำเลือด ตำบลท่ามิหรำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง สำหรับวันเดือนปีเกิดไม่ปราบกฎหลักฐานแต่ประการใด แต่สันนิษฐานว่าคงเกิดในราว พ.ศ. 2282 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ในแผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ (พ.ศ.2275 - 2301)

    พระยาทุกขราษฎร์ เมื่ออายุได้ 13 ปี บิดามารดาได้นำฝากเรียนหนังสือกับท่านสมภารวัดควนปรง ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน ด้วยนิสัยรักการศึกษาค้นคว้าหาความรู้มาแต่เด็ก จึงได้บรรพชาในปีนั้น และเข้าศึกษาภาษาไทยขั้นอ่านเขียน และพระธรรมวินัยตามแบบฉบับค่านิจม

    เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทที่วัดเขาอ้อ ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านไสยศาสตร์ เป็นที่นิยมของชาวเมืองต่างส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่วัดนี้เป็นประจำ เชื่อกันว่าพระมหาช่วยได้ศึกษาด้านไสยศาสตร์กับพระอาจารย์จอมทอง ที่วัดเขาอ้อ

    ความสามารถที่ปรากฎเมื่อเป็นสามเณร

    เล่าสืบกันมาว่า สามเณรช่วยสามารถสอบบาลีผ่านได้เป็น “พระมหา” ตั้งแต่เป็นสามเณร ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักตามหัวเมือง ในขณะที่จำพรรษาที่จัดเขาอ้อ ท่านได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์อย่างจริงจัง สามารถปฏิบัติได้จนเป็นที่ยอมรับของพระอาจารย์และบรรดาศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน ที่พอเสนอรายชื่อเท่าที่ทราบดังนี้

    หลวงพ่อศรีธรรม์ วัดนาท่าม อำเภอเมืองตรัง
    ท่านสมภารบัวชาติ (ทราบว่าอยู่จังหวัดชุมพร)
    ท่านสมภารบัวราม วัดโดนคลาน ปัจจุบันยังคงมีอัฐิของท่านเก็บรักษาไว้ทางด้านทิศเหนือพระอุโบสถ ยังเป็นที่เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ ปรากฎเป็นที่ทราบกันทั่วไปของชาวบ้านปันแต
    ประมาณปี พ.ศ.2315 เมืองพัทลุงย้ายที่ตั้งเมืองจากเขาชัยบุรีไปตั้งใหม่ที่บ้านโคกลุง ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง โปรดเกล้า ฯ ให้พระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก) เป็นเจ้าเมือง ท่านผู้นี้นเดิมนับถือศาสนาอิสลาม แต่ต่อมาได้เปลี่ยนนับถือศาสนาพุทธ ในช่วงนั้นพระมหาช่วยได้รับนิมนต์มาเป็นสมภารที่วัดป่าลิไลยก์ ประมาณว่าท่านอายุได้ประมาณ 33 ปี และวัดนี้เป็นสำนักสอนภาษาบาลี บรรดาลูกศิษย์ที่เคารพนับถือด้านไสยศาสตร์ก็มาฝากเนื้อฝากตัวมากมาย เช่นเดิม จนปรากฎชื่อแพร่หลายควบคู่ทั้งบาลและไสยศาสตร์ ความสัมพันธ์ด้านส่วนตัวของเจ้าเมืองพัทลุงคงจะสนิทสนมมากขึ้นเพราะเป็นวัดใกล้จวนเจ้าเมือง

    เป็นพระอธิการอยู่ที่วัดป่าลิไลย ตำบลลำปำ มีชีวิตอยูในสมัยรัชกาลที่ 1 จากพงศาวดารไทยรบพม่า “กองทัพพม่าลงไปรวมกันอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช ด้วยเกงหวุ่นแมงยีประสงค์จะไปตีเมืองพัทลุง และเมืองสงขลาต่อไปที่เมืองพัทลุง พระยาแก้วโกรพ ผู้ว่าราชการเมืองและกรมการเมืองรู้ว่าเมืองนครศรีธรรมราชเสียแก่ข้าศึกก็หลบหนีเอาตัวรอด ครั้งนั้นมีพระภิกษุองค์หนึ่งเป็นอธิการอยูในวัดเมืองพัทลุง ชื่อพระมหาช่วย พวกชาวเมืองนับถือว่าเป็นผู้มีวิชาอาคม พระมหาช่วยชักชวนชาวเมืองพัทลุงให้ต่อสู้ข้าศึก รักษาเมือง ทำตะกรุดและผ้าประเจียดมงคลแจกจ่ายเป็นอันมาก กรมการและพวกนายบ้านจึงพาราษฎรมาสมัครเป็นศิษย์พระมหาช่วยมากขึ้นทุกที จนรวบรวมกันได้สัก 1,000 เศษ หาเครื่องศาสตราวุธได้ครบมือกันแล้ว ก็เชิญพระมหาช่วยผู้อาจารย์ขึ้นคานหามยกเป็นกระบวนทัพมาจากเมืองพัทลุง แล้วเลือกหาชัยภูมิที่ตั้งค่ายสกัดอยู่ในทางที่พม่าจะยกลงไปเมืองนครศรีธรรมราช ฝ่ายพม่ายังไม่ยกลงไปจากเมืองพัทลุง ได้ข่าวว่ากองทัพกรุงเทพยกลงไปจากทางข้างเหนือ เกงหวุ่นแมงยี แม่ทัพพม่าจึงให้เนยโยคงนะรัดนายทัพหน้า คุมพลยกกลับขึ้นมาตีกองทัพกรุง ฯ เกงหวุ่นแมงยียกตามมาข้างหลัง กองทัพพม่ามาปะทะทัพไทยที่ตั้งอยู่ ณ เมืองไชยา พม่ายังไม่ทันตั้งค่าย ไทยก็ยกเข้าล้อมพม่าไว้”

    เมื่อเสร็จศึกพม่าแล้วพระมหาช่วยสมัครลาสิกขาบทออกรับราชการ กรมพระราชวังบวรฯ ทรงให้เป็นพระยาทุกขราษฎร์ ตำแหน่งในกรมการเมืองพัทลุง

    พระยาทุกขราษฎร์ จึงเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของจังหวัดพัทลุง ทางจังหวัดพัทลุงและเทศบาลเมืองพัทลุง จึงได้ดำริจัดสร้างอนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ขึ้น เป็นประติมากรรมลอยตัวทองเหลืองรมดำ ขนาดเท่าครึ่ง มีประติมากรรมนูนต่ำ 2 ชิ้น ดำเนินการวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2536 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ณ บริเวณสามแยกท่ามิหรำ ก่อสร้างด้วยเงินบริจาคและงบประมาณสนับสนุนของจังหวัดพัทลุง


    1.jpg 2.jpg
     
  10. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    360.พระบูชา หมอชีวกะฯ 5 นิ้ว เก่า ((( บูชา 850 บาท ))) "จอง"

    8.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 10.jpg
      10.jpg
      ขนาดไฟล์:
      145.5 KB
      เปิดดู:
      8
    • 11.jpg
      11.jpg
      ขนาดไฟล์:
      116.4 KB
      เปิดดู:
      8
    • 9.jpg
      9.jpg
      ขนาดไฟล์:
      121.5 KB
      เปิดดู:
      6
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กุมภาพันธ์ 2024
  11. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    361.พระบูชา หลวงปู่ทวด เนื้อปูน มีอายุ ((( บูชา 650 บาท )))

    14.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 15.jpg
      15.jpg
      ขนาดไฟล์:
      105.6 KB
      เปิดดู:
      6
  12. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    370.สมเด็จเหลือง หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ จ.เพชรบุรี ปี 2513 ((( บูชา 7,500 บาท )))
    พิมพ์ลึกนิยม สวยมาก

    สุดยอดพระเครื่องอีกรุ่นของท่านที่เป็นมาตรฐาน ปัจจุบันพระเครื่องหลวงพ่อแดง ราคาขยับต่อเนื่อง เหรียญรุ่นแรก สวยๆหลักแสนถึงล้าน เหรียญรุ่นอื่นๆ ราคาก็แพงมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสน สำหรับพระสมเด็จเนื้อผงนี้เป็นอีกรุ่นที่สำคัญ เป็นมาตรฐาน มีมวลสารที่เป็นเอกลักษณ์ มีประสบการณ์มากมาย และ มีความนิยมสูงราคาพอจับต้องได้ เป็นพระดีมีอนาคต

    พระผงญาณวิลาส หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ พิมพ์ลึก เนื้อสีเหลือง สร้างปี 2513 จ.เพชรบุรี
    พระผงญาณวิลาศ ชื่อนี้มีที่มาที่ไปคือ เมื่อท่าน ร.ท.ประสงค์ เจิมพร นำแม่พิมพ์พระแบบสมเด็จไปถวายให้หลวงพ่อแดงได้ชม ร.ท.ประสงค์ได้นมัสการถามหลวงพ่อแดงว่า ?พระนี้จะขอให้นามว่า พระสมเด็จหลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ? หลวงพ่อแดงท่านจึงบอกว่า ?ไม่เหมาะดอกหมวด ฉันเป็นเพียงพระครูเท่านั้นไม่ใช่สมเด็จเสียหน่อย จะทำอย่างนั้นไม่ได้ อาศัยพิมพ์รูปแบบพระสมเด็จของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ก็หนักหนาพอแล้วจะเอายศของท่านมาใช้อีกมันไม่เหมาะเลย? ท่าน ร.ท.ประสงค์จึงเรียนถามต่อว่า ?แล้วจะใช้นามว่าอะไรดีขอรับ? หลวงพ่อแดงจึงบอกว่า ?เอาง่ายๆ พระผงญาณวิลาศ วัดเขาบันไดอิฐ พอแล้ว? ครับนี่ก็เป็นที่มาของชื่อพระผงญาณวิลาศครับ พระรุ่นนี้หลวงพ่อแดงท่านได้มอบชานหมาก พร้อมทั้งผงวิเศษต่างๆ ที่ท่านได้ทำไว้ และของดีต่างๆ รวมทั้งแร่เกาะล้าน ที่ว่าเป็นของกายสิทธิ์ นำมาบดผสมลงไปในเนื้อพระ พระผงญาณวิลาศอีกด้วย

    หลวงพ่อแดงท่านได้ปลุกเสกแล้ว จึงนำออกมาให้บูชาในวัดส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนำไปบรรจุเจดีย์ พร้อมกับพระปิดตาเนื้อตะกั่วที่ปลุกเสกพร้อมกัน พระรุ่นนี้มี ประสบการณ์ต่างๆมากมาย
    ในเรื่องประสบการณ์นั้นมีผู้ที่ทั้งถูกยิงถูกแทงมาแล้วแต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ เรื่องแคล้วคลาดการเดินทางก็มีมาก ตัวท่าน ร.ท.ประสงค์เองท่านก็เคยกระโดดร่มลงมาร่มไม่กาง แต่ก็รอดตายเพียงต้องนอนโรงพยาบาลรอดูอาการอยู่ถึง 7 วัน ปรากฏว่าก็ไม่เป็นอะไรเลย เหมือนปาฏิหาริย์ ขณะนั้นท่านมีพระเครื่องผงญาณวิลาศเพียงองค์เดียว

    การสร้างพระผงญาณวิลาศ องค์พระผงญาณวิลาศ สร้างขึ้นจากผงต่างๆดังนี้
    1.ผงสมเด็จพระพุฒาจารย์โด วัดระฆัง วัดอินทร์ ผงวัดใหม่อมตรส (บางขุนพรหม) ผงกรุวัดเงิน(คลองเตย) ผงกรุวัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) ผงพระหลวงปู่พริ้ง วัดบางปะกอก ธนบุรี ซึ่งเป็นอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ
    ผงพระปู่ทวด วัดช้างไห้ จ.ปัตตานี ผงพระหลวงปู่เทียน วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี ผงพระที่ พล.ต.ท.ประชา บูรณธนิต สร้างพระภูธรวดี ผงดินที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และปรินิพพาน ใบพระศรีมหาโพธิ์ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ
    ผงปฐมัง ผงตรีนิสิงเห และผงอิธิเจ
    2.ทองที่ปิดหลักเมือง ตามเมืองสำคัญ ๆ ทั่วประเทศไทย
    3.เศษทองซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ 9 ได้ทรงเททองไว้ตามวัดต่างๆ รวม 9 วัด คือ วัดบวรนิเวศ วัดมกุฏ วัดราชบพิตร วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์ท่าเตียน) วัดพระสิงห์(จ.เชียงใหม่ วัดป่าเลไลย์ จ.สุพรรณบุรี
    และวัดเทวสัฆาราม (วัดใต้ จ.กาญจนบุรี) ซึ่งสร้างพระพุทธรูป ภปร.เป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2506 และฉนวนพระกริ่งต่างๆ ที่ได้รวบรวมไว้เป็นจำนวนมาก
    4.ทรายจากพระราชวังไกลกังวล พระราชนิเวศมฤคทายวัน
    5.ดินใจกลางเมืองที่เป็นมงคล รวม 9 เมือง คือ ชัยภูมิ ชัยนาท ชัยบาดาล พิชัย เด่นชัย ไชยยา มหาชัย นครชัยศรี และหริภุญชัย
    6.ดินโปร่ง 7 โปร่ง ของเมืองกาญจนบุรี ที่มีปีศาจแรง และสัตว์ร้ายชอบกิน คือ โปร่งนางาม โปร่งสามพราน โปรงพรานเฒ่า โปร่งเขาบาง โปร่งแม่แฉลบ และโปร่งศรีสวัสดิ์
    7.เหล็กยอดปราสาท 7 ยอด เหล็กยอดเจดีย์ 7 ยอด เหล็กบ่อน้ำพี้ เหล็กตะปูหัวเห็ด เหล็กครึ่งปั้นลม เหล็กหลักประตู และเหล็กสลักเพชร
    8.น้ำพระพุทธมนต์ในพิธีพุทธาภิเษก จากวัดต่างๆรวม 109 วัด เทียนชัยจากวัดต่างๆ รวม 109 วัด ไม้ที่เป็นมงคล (พญาไม้ซึ่งเนกษัตริย์แห่งรุกขชาติ) เช่น ชมภู่ มะขาม มะยม กาหลง รักซ้อน กาฝากชมภู่ กาฝากกาหลง กาฝากรักซ้อน ใบหนาดไม้และรากชัยพฤกษ์ ขนุน พยุง ว่าน 108 เกษร 108 ฯลฯ สิ่งต่างๆ ได้นำมาตะไบ และบดผสมลงในเนื้อผงญาณวิลาศ หลวงพ่อแดงท่านยังเมตตาปลุกเสกเดี่ยวให้อีกถึง 3 พรรษา..

    พระพุทธคุณของพระผงญาณวิลาศ มีพุทธานุภาพแรงทุกด้าน คือ เมตตา มหานิยม แคลัวคลาด ชนะศัตรู มีโชคลาภ มหาอุด อยู่ยงคงกระพัน คุ้มภัยอันตราย ปกป้อง อัคคีภัย และเกิดสวัสดิมงคล

    spd_20161102221335_b.jpg

    5.jpg

    6.jpg

    7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 8.jpg
      8.jpg
      ขนาดไฟล์:
      145.3 KB
      เปิดดู:
      6
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กุมภาพันธ์ 2024
  13. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    ปิดรายการ

    360.พระบูชา หมอชีวกะฯ 5 นิ้ว เก่า ((( บูชา 850 บาท ))) "จอง"
     
  14. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    371.เหรียญหลวงพ่อผิว วัดตาลกง รุ่นแรก ปี 2503 จ.เพชรบุรี ((( บูชา 750 บาท )))

    เหรียญรุ่นแรก หลวงพ่อผิว โดยเหรียญนี้ใช้แจกให้กับผู้ร่วมทําบุญ ในงานฌาปนกิจศพ พระธรรมะศิริ (หลวงพ่อผิว) อดีตเจ้าอาวาส วัดตาลกง เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓ เวลาประมาณเที่ยงคืน เศษๆ โดย ณ ตอนนั้น หากใครร่วมท่าบุญ จํานวน ๑๐ บาท ก็จะได้รับ เหรียญ พระธรรมะศิริ (หลวงพ่อผิว) เนื้อทองแดง (จัดสร้างเนื้อเดียว จํานวนสร้างหลักพันองค์) จํานวน ๑ เหรียญ

    แต่หลังจากที่เหลือจากการร่วมทําบุญแล้ว หลวงพ่ออุ้น ท่านก็ได้เก็บไว้ และได้ทยอยแจกเรื่อยมา โดยมิได้คิดมูลค่าในการเช่าบูชา

    โดยเหรียญนี้ผ่านการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์จํานวน ๙ รูป (ปลุกเสกก่อนงานฌาปนกิจศพประมาณ ๒ วัน) โดยมี รายนามพระสงฆ์ที่ร่วมปลุกเสก ดังต่อไปนี้
    ๑.หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง
    ๒.หลวงพ่อรวม วัดท่าคอย
    ๓.หลวงพ่อเทียบ วัดมาบปลาเค้า
    ๔.หลวงพ่อวง วัดตามปลาเค้า
    ๕.หลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง
    ๖.หลวงพ่อเยิ้ม วัดบางจาก
    ๗.หลวงพ่อขาว วัดอินจําปา


    พระอธิการผิว ธมมสิริ นามสกุล กล่อมใจ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2437 ที่บริเวณทุ่งหนองตาอาน ใกล้เขาพรหมชะแง้ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ในวัยเด็กเมื่ออายุประมาณ 7 – 8 ขวบ โยมบิดามารดาได้นำไปฝากอยู่ที่วัดท่าคอย เพื่อเล่าเรียนเขียนอ่านหนังสือตามปกติของเด็กในวัยเดียวกัน เมื่ออายุ 20 ปี ได้เข้ารับราชการเกณฑ์เป็นตำรวจจังหวัดเพชรบุรีอยู่ 3 ปี จนได้ยศสิบตรี ต่อมาเกิดป่วยเป็นฝีหัวใหญ่จนต้องลาออกจากตำรวจ กลับมารักษาตัวที่บ้านจนหาย ครั้นอายุ 25 ปี ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ พัทธสีมา วัดตาลกง มีพระครูญาณเพชรรัตน์ (ปลั่ง) วัดศาลาเขื่อน เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูชัน วัดมาบปลาเค้า เป็นพระกรรมวาจารย์ หลวงพ่อพุด วัดตาลกง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายาทางธรรมว่า “ธมมสิริ” ภายหลังจากอุปสมบทแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานว่าหลวงพ่อผิวได้ไปเล่าเรียนหรือจำพรรษาในที่ใดเป็นระยะเวลานานๆ ทราบแต่เพียงว่าใน พ.ศ. 2469 หลวงพ่อพุด เจ้าอาวาสวัดตาลกงได้มรณภาพลง ทางคณะสงฆ์และเหล่าทายกทายิกาได้พร้อมใจกันอาราธนาหลวงพ่อผิวขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดตาลกงสือต่อ หลวงพ่อผิวเป็นผู้มีอุปนิสัยที่เป็นอยู่อย่างสันโดษ แต่มีความเชี่ยวชาญในสมถกรรมฐานและวิทยาคมสูงยิ่ง โดยเฉพาะวิชาลงนะที่กระหม่อม ซึ่งต่อมาท่าได้ถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ ให้กับหลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง ศิษย์ผู้ใกล้ชิดจนหมดสิ้น ทั้งนี้หลวงพ่อผิวยังมีศักดิ์เป็นลุงแท้ๆ ของหลวงพ่อจ้วน วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง อีกด้วย หลวงพ่อผิว ได้ถึงแก่มรณภาพลงเมื่อ พ.ศ. 2501 สิริอายุได้ 64 ปี พรรษา 39

    2.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กุมภาพันธ์ 2024
  15. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    372.เหรียญ หลวงพ่อบุศย์ วัดกุฎีดาว จ.เพชรบุรี รุ่นแรก ปี 2499 ((( บูชา 1,200 บาท )))

    เหรียญพื้นที่ หายากมากๆอีกเหรียญของเมืองเพชรบุรี เป็นเหรียญประสบการณ์ในพื้นที่ ปัจจุบันหาชมได้ยากครับ

    หลวงพ่อบุศย์ วัดกุฏีดาว หรือ พระศรีพัชราจารย์ นามเดิม บุศย์ นามสกุล ปานสรวย เกิดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2446 ที่บ้านหนองกลาง ตำบลหนองควง (ต้นมะพร้าว) อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ท่านได้รับการศึกษาเบื้องต้นโดยเรียนหนังสือไทยกับพระอธิการแย้ม วัดกุฏีดาว จนสามารถอ่านออกเขียนได้ เมื่อถึงอายุเกณฑ์ทหารท่านต้องไปเป็นทหารกองประจำการระหว่าง พ.ศ. 2467 – 2468 หลังจากพ้นเกณฑ์แล้วโยมมารดาและญาติได้จัดการให้อุปสมบทเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม พ.ศ. 2471 ณ พัทธสีมา วัดหนองควง อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี โดยมีพระครูสุวรรณมุนี (ชิต) วัดมหาธาตุวรวิหาร เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการเอี่ยม วัดหนองควง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการเย็น วัดกุฏีดาว เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า “ปภสฺสโร”

    เมื่ออุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่ที่วัดกุฏีดาว โดยสภาพวัดกุฏีดาวในสมัยนั้นมีความทรุดโทรม เกือบจะเป็นวัดร้าง มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่เพียง 3-4 รูปเท่านั้น เสนาสนะต่างๆ อยู่ในสภาพต้องบูรณะซ่อมแซม พระอธิการเย็นได้พยายามปรับปรุงแก้ไขด้วยความลำบาก จนในที่สุดท่านเบื่อหน่ายและลาสิกขาไปในที่สุด พระบุศย์ผู้มีพรรษาเพียง 5 พรรษา จึงได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าอาวาสวัดกุฏีดาว เนื่องด้วยไม่มีพระภิกษุภายในวัดที่มีพรรษาสูงกว่าท่าน และไม่มีพระภิกษุวัดอื่นได้รับการแต่งตั้งให้มาเป็นเจ้าอาวาสหลวงพ่อบุศย์ท่านเป็นพระเถระที่มีขันติ วิริยะและสติปัญญาสูง มีหลักการในการปกครองคณะสงฆ์และศิษย์วัด ครั้นถึง พ.ศ. 2479 ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดกุฏีดาว และใน พ.ศ. 2482 จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูปริยัตยานุโยค”

    ต่อมาใน พ.ศ. 2498 หลวงพ่อบุศย์ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ให้เป็นพระราชาคณะที่ “พระศรีพัชราจารย์” ท่านจึงได้สร้างเหรียญรูปเหมือนตัวท่านเป็นครั้งแรก สำหรับแจกเป็นที่ระลึกงานฉลองสมณศักดิ์ใน พ.ศ. 2499 ลักษณะเป็นเหรียญทรงเปลวเทียน นั่งเต็มองค์ คล้ายกันกับเหรียญเปลวเทียนหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ นครสวรรค์ ด้านหน้าระบุ “พระศรีพัชราจารย์” ด้านหลังเป็นยันต์ มีข้อความระบุ “วัดกุฏีดาว เพชรบุรี ๒๔๙๙” มีเนื้อทองแดงกะไหล่เงิน เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง เนื้อทองแดงรมดำ นอกจากนี้ยังมีเหรียญรูปเหมือนรุ่น 2 รูปไข่ พ.ศ. 2517 และ รูปถ่าย เป็นต้น

    หลวงพ่อบุศย์ได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2526 สิริอายุได้ 80 ปี

    15.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  16. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    373.เหรียญหลวงพ่อเห่ง วัดอุตมิงค์ หลังเรียบมีจาร รุ่น2 ปี2502 เพชรบุรี ((( บูชา 650 บาท )))

    เหรียญประสบการณ์ สวยๆหลายๆพัน รุ่นแรกสวยๆหลักหมื่น พระประสบการณ์โซนบ้านแหลมครับ

    พระครูวชิวกิจใสภณ นามเดิม เห่ง นามสกุล ตูวิเชียร เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2427 ชาติภูมิเดิมอยู่ที่ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เมื่อครั้งยังยาว์วัยได้เข้าศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนวัดอุตมิงค์ จนจบการศึกษา จนกระทั่งอายุครบ 21 ปี จึงเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ณ พัทธสีมาวัดอุตมิงคาวาส ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยมี พระอธิการทรัพย์ วัดเขาตะเคราเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการหวัง วัดโพธาวาส เป็นพระกรรมวาจารย์ พระอธิการเปลี่ยนวัดอุตมิงคาวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาในการอุปสมบทว่า “สิริจนฺโท” ครั้นอุปสมบทแล้วท่านได้จำพรรษาที่วัดอุตมิงคาวาส อยู่เล่าเรียนศึกษาพระธรรมวินัย ท่องบ่นทำวัตรสวดมนต์ ตลอดจนวิปัสสนาธุระ และ พุทธาคมต่าง ๆ จากอธิการเปลี่ยน พระอธิการหวัง และ พระอธิการทรัพย์ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนักและยังเดินทางไปศึกษาวิชาเพิ่มเติมกับพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายรูป กาลต่อมาใน พ.ศ. 2453 พระอธิการเปลี่ยน เจ้าอาวาสวัดอุตมิงคาวาส ได้มรณภาพลง ด้วยความที่หลวงพ่อเห่ง ท่านเป็นผู้เอาใจใส่เป็นธุระในกิจการคณะสงฆ์เป็นอย่างดี จึงเป็นที่ไว้วางใจของพระอธิการเปลี่ยน คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จึงได้แต่งตั้งให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ครั้นถึง พ.ศ. 2497 ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูวชิรกิจโสภณ” อุปนิสัยและจริยวัตรของหลวงพ่อเห่ง ท่านเป็นผู้ฝักใฝ่ในการศึกษาเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำวัตรสวดมนต์ เจริญวิปัสสนากรรมฐานเป็นประจำ เป็นผู้พูดน้อย ค่อนข้างขรึม ไม่ชอบการสนทนาที่ไม่มีสาระประโยชน์ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ศิษย์และผู้คนละแวกวัดต่างเคารพเสื่อมใสและยำเกรงท่านมาก ในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านได้มีโรคภัยเข้ามาเบียดเบียนอยู่บ่อยครั้งก่อนที่ท่านจะมรณภาพได้อาพาธชนิดสามวันดีสี่วันไข้ จนในที่สุดท่าได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2507 เวลา 17.00 น. สิริอายุได้ 80 ปี พรรษา 59 ทางคณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์ ได้เก็บสรีระสังขารของหลวงพ่อเห่งไว้เพื่อบำเพ็ญกุศล และจัดงานพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 16 – 18 เมษายน พ.ศ. 2508

    18.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  17. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    374.พระขุนแผน หลวงพ่อแทน วัดธรรมเสน ปี 2506 จ.ราชบุรี ((( บูชา 1,200 บาท )))
    พระสวยมาก


    พระขุนแผน หลวงพ่อแทน วัดธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ปี 2506

    หลวงพ่อแทน วัดธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เกจิ จอมขมังเวทย์ แห่ง ยุค 25 ศตวรรษ ย้อนอดีตกลับไปเมื่อปี 2500 คนที่ชอบในเรื่องพุทธาอาคม ไม่มีใครที่ไม่รู้จักหลวงพ่อแทน แห่งวัดธรรมเสนครับ ท่านเป็นเกจิย์ที่มีชื่อเสียงในยุค กึ่งศตวรรษ เป็นเจ้าพิธีงานปลุกเสกพระเครื่องวัดปราสาทบุญญาวาส สามเสน และเป็นเกจิย์ของจังหวัดราชบุรีท่านหนึ่งที่ได้เข้าร่วมปลุกเสก พระ 25 ศตวรรษ ณ ท้องสนามหลวง ในปี 2500 แม้กระทั่งพิธีปลุกเสก พระเครื่องพิธีพุทธประทีบ รวมถึง พระสมเด็จ รุ่น พลเอกเผ่า ลูกศิษย์ของท่าน... ที่มีชื่อเสียง มีหลายท่านครับ จอมพล สฤษ ธนรัตน์ พล เอกเผ่าศรียานนท์ พลตรี นนท์ แห่งกองทัพเรือ และอีกหลายท่านครับ หลวงปู่ท่านเป็นศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดมะขามเฒ่า โดยได้ร่ำเรียนวิชา จากหลวงปู่อิ่ม วัดหัวเขา ศิษย์เอกหลวงปู่ศุข เรียนพร้อมกับ ลพ กี๋ วัดหูช้าง ลพเทียม วัดกษัตร์ตรา และศิษย์อาจารย์เดียวกันกับท่าน ได้แก่ ลพ มุ่ย วัดดอนไร่ ลพ กวย วัดโฆษิตตราราม และยังได้เดินทางไปเล่าเรียนวิชาจาก อาจารย์ก๋งจาบ ฆราวาษ จอมขมังเวทย์ แห่งคลองกระมัง อยุทยา ผู้สืบสายวิชาวัดปะดู่ทรงธรรม และขณะที่ได้ศึกษา วิชากับก๋งจาบ ก็ได้พบกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค ที่ไปมาหาสู่กับก๋งจาบ เปนประจำ จึงได้วิชา จากหลวงพ่อปานมาส่วนหนึ่ง และอาจารย์ของท่านยังมีอีกหลายท่าน ไม่ว่า จะเปน ลพ แดง วัดบางตะโหนด และที่ไม่ได้เอ่ยถึง อีกหลายท่าน


    10.jpg
     
  18. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    375.เหรียญหลวงพ่อเล็ก วัดจุมป๊ะ รุ่น 2 พ.ศ. 2518 จ.สงขลา ((( บูชา 2,500 บาท )))
    ได้รับ 8 เหรียญ สภาพสวยทุกเหรียญ

    หลวงพ่อเล็ก ลมฺภโก เดิมชื่อ เล็ก นามสกุล สีแสงแก้ว เกิดวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๔๗ ตรงกับวันอังคาร เดือนยี่ ปีมะโรง หมู่ที่ ๘ บ้านพรุพ้อ ตำบลป่าบอนเหนือ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง โยมบิดาชื่อนายแสง โยมมารดาชื่อนางแก้ว สีแสงแก้ว อาชีพครอบคัวทำกสิกรรม มีพี่น้องทั้งหมด ๓ คน ท่านเป็นบุตรชายคนโต พออายุย่างเข้า ๑๐ ขวบ โยมย่าพาท่านมาสมัครเป็นลูกศิษย์กับพระอาจารย์ไข่ วัดพรุพ้อ เพื่อให้ท่านศึกษาเล่าเรียนหนังสือภาษาไทย และอักษรขอม ว่า นะโม พุทธายะ กะขะ คะ ฆะ งะ จนจบ ท่านเป็นผู้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มีความตั้งใจเล่าเรียนอย่างดี จนสามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและอักษรขอมอย่างรวดเร็วจนเป็นที่พอใจ พระอาจารย์ เลยบรรพชาให้เป็นสามเณร ต่อมาสามเณรเล็กเดินทางจากวัดพรุพ้อกลับไปหาโยมบิดา มารดา ทั้งนี้เพื่อขออนุญาตจากโยมบิดาเพื่อศึกษาวิชาจากสำนักอื่น ๆ โยมบิดาไม่อนุญาตและแนะนำท่านศึกษาเล่าเรียนกับโยมบิดา หลวงลุง หลวงตา และวัดใกล้ ๆ บ้านของท่านจะเรียนวิชาอะไรแล้วแต่ ส่วนมากจะสอนวิชาพุทธศาสตร์และไสยเวท ครั้นอายุได้ ๒๑ ปี โยมย่า โยมบิดา มารดา นำท่านมาอยู่วัดแหลมจาก ตำบลปากรอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มอบให้เป็นศิษย์หลวงพ่อลอย จมฺท์โร เจ้าอาวาสวัดแหลมจาก เพื่อศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคมเพิ่มเติม
    วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๗ ท่านอุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดแหลมจาก ตำบลปากรอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมีหลวงพ่อลอย จมฺท์โร เจ้าอาวาสวัดแหลมจาก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระสมุห์ชุม วัดแหลมจาก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการไล่ วัดสลักป่าเก่า เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ท่านได้รับฉายา ลมฺภโก หลังจากอุปสมบทเรียบร้อยแล้ว ท่านไปจำพรรษาที่วัดพรุพ้อ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ศึกษาพระธรรมวินัย และเรียนปาฏิโมกข์ วัดพรุพ้อไม่มีกุฏิสงฆ์ ท่านได้สร้างกุฏิสงฆ์ให้วัดพรุพ้อ ๒ หลัง ต่อมาท่านได้ลาหลวงพ่อลอย และพระอาจารย์ไข่เพื่อออกธุดงค์ไปทางเหนือเพื่อแสวงหาความรู้ด้านพุทธคุณ และไสยเวทจากพระอาจารย์ต่าง ๆ เมื่อใกล้วันเข้าพรรษาท่านจึงเดินทางกลับจากธุดงค์มาจำพรรษาที่วัดพรุพ้อ จังหวัดพัทลุง

    พ.ศ. ๒๔๗๗ ท่านจำพรรษาที่วัดควนขัน จังหวัดพัทลุง เพื่อศึกษาวิชาโหราศาสตร์กับพระอาจารย์ชื่น แก้วเอียด ท่านเรียนวิชาโหราศาสตร์เป็นเวลา ๓ เดือน เมื่อออกพรรษาแล้วท่านได้ลาพระอาจารย์ชื่น แก้วเอียด เพื่อไปจำพรรษาที่วัดควรขันตามเดิม กำนันพันทับ จันทสุวรรณ กับชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พากันมานิมนต์หลวงพ่อเล็ก ลมฺภโก ให้ไปจำพรรษาที่วัดเจริญภูผา (จุ้มปะ) ตำบลคูหาใต้ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาท่านจึงตกลงรับปากกำนันพันทับและชาวบ้าน และเดินทางมาจำพรรษาที่วัดเจริญภูผา (จุ้มปะ) พร้อมด้วยอุบาสก ๑ คน กำนันและชาวบ้านพยายามเอาใจใส่ปรนนิบัติดูแลพระภิกษุ หลวงพ่อเล็ก และช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์วัดเจริญภูผา หรือวัดจุ้มปะ จนมีสภาพที่ดีกว่าเดิมมาก

    วันที่ ๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเรียบร้อยแล้ว อบรมสั่งสอนชาวบ้านเรื่อยมา สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับวัดจนถึงปัจจุบัน จากการเปิดเผยของนายชิน ขุนเพชร คูหาพระเครื่อง สี่แยกคูหา อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เล่าว่า หลวงพ่อเล็ก ลมฺภโก อดีตเจ้าอาวาสวัดเจริญภูผา (จุ้มปะ) ท่านมีเมตตาธรรมสูงให้ความช่วยเหลือผู้ตกทุกข์มาหาด้วยความเป็นกันเอง และมีเวลาว่างท่านจะเขียนอักขระลงยันต์ทำตะกรุดเครื่องรางของขลังจนชื่อ เสียงของหลวงพ่อเล็กเลื่องลือไปทั่วหลายจังหวัดภาคใต้เกี่ยวกับวัตถุมงคล อันศักดิ์สิทธิ์ของท่านที่ปลุกเสกเองแม้ชาวต่างชาติประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงค์โปร์ต่างขอสมัครเป็นศิษยานุศิษย์ของท่านและเช่าวัตถุมงคลจาก หลวงพ่อเล็กไปบูชา หลวงพ่อเล็ก ท่านเรียนไสยเวท และพุทธคุณ วิชาแพทย์แผนโบราณเพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ชาวบ้านจาก หมอวาส ลุงฉ่ำ และลุงสังข์

    หลวงพ่อเล็กนับว่าเป็นพระสงฆ์ที่ใจดีมีเมตตาแก่ชาวบ้านทั่วไป ให้การต้อนรับแก่ผู้คนที่มาหาโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านแพร่ขยายทั่วไป และแผ่ขยายเข้าไปถึงในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์แม้ว่าต้อนปลายๆอายุท่านอาพาธด้วยโรคชรา แต่ก็ยังคงต้อนรับแก่ชาวบ้านที่ศรัทธามานมัสการอย่างเต็มที่จนกระทั่งร่างกายทรุดโทรมตามลำดับในที่สุดท่านก็ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525 รวม อายุ 78 ปี คงทิ้งไว้แต่คุณงามความดี และวัตถุมงคลเป็นที่นิยมศรัทธามาจนตราบเท่าทุกวันนี้

    จากเวปไซด์รัตภูมิซิตี้ได้อ้างอิงอนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ พระอธิการเล็ก ลมฺภโก วัดเจริญภูผา (จุ้มปะ) อ.รัตภูมิ จ.สงขลา จึงได้ทราบถึงการฉันเอกาของหลวงพ่อเล็ก

    “ตลอดเวลาที่เป็นเจ้าอาวาสวัดเจริญภูผา ท่านได้พัฒนาวัดให้เจริญก้าวหน้าเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาและเป็นความภูมิใจของชาวบ้านในละแวกนั้นอย่างมาก และชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือในด้านความศักดิ์สิทธิ์ และการรักษาโรคแผนโบราณ ตลอดจนปฏิบัติศีลจารวัตรดีงามเป็นที่เคารพนับถือแก่ชาวบ้านตลอดมา ท่านฉันเอกา (มื้อเดียว) มาตลอด

    พ่อท่านเล็กได้ตั้งใจศึกษาวิชาความรู้ทั้ง ๔ สาขาจนเชี่ยวชาญ รู้จริง เป็นจริง ทำได้จริง ท่านได้รับการยกย่องเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ชื่อเสียงเลื่องลือไปไกล ประชาชนทั้งใกล้และไกลมาเคารพสักการะและขอความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เช่น การทำนายโชคชะตา การขอมีบุตร (สำหรับผู้มีบุตรยาก) การรักษาโรคแผนโบราณ การขอบารมีคุ้มครองเป็นเครื่องรางของขลัง วิชาความรู้ทั้ง ๔ สาขา พ่อท่านได้ศึกษาจากครูต่อไปนี้
    ๑.วิชาปริยัติธรรม พระธรรมวินัย ภาษาไทย อักษรขอม ไสยศาสตร์ คาถาอาคม ศึกษาจากท่านมหาลอย อาจารย์ไข่ และโยมบิดา ลุง และตา
    ๒.วิชาแพทย์แผนโบราณ การรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ศึกษาจากหมอวาส ลุงฉ่ำ ลุงสังข์
    ๓.วิชาโหราศาสตร์ คำนวณเลข ศึกษาจากพระอาจารย์ ชื่น แก้วเอียด

    วิชาความรู้ที่ทำท่านมีชื่อเสียงโด่งดัง
    ๑. การทำพิธีขอบุตรให้กับผู้มีบุตรยาก ท่านสามารถทำได้สำเร็จมากกว่า ๔๐๐ ราย มีการทำพิธีทางไสยศาสตร์ ทางศาสนา กินยาแผนโบราณ
    ๒.วัตถุมงคล ซึ่งพ่อท่านจะทำการปลุกเสกโดยตัวของท่านเองมีหลายชนิด เช่น ด้ายมงคล ทรายเสก ตะกรุดพิศมร ปลอกแขน ผ้ายันต์ ฯลฯ
    พระเครื่องและเหรียญต่าง ๆ เช่น พระผงรูปเหมือนเหรียญรูปเหมือนชนิดต่าง ๆ
    ๓.การรักษาตามตำรายาแผนโบราณ เช่น ยาแก้เลือดไม่ดีของผู้หญิง ยาแก้เลือดเมื่อคลอดลูกใหม่ ยาแก้ไข้ผิดน้ำ ยาปวงหรืออหิวาตกโรค ฯลฯ


    7.jpg 8.jpg
     
  19. ศิลป์พระ9

    ศิลป์พระ9 Active Member สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2010
    โพสต์:
    569
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +485
    376.พระศรีอริยเมตตรัย พระอาจารย์โพธิ์แจ้ง วัดโพธิ์แมนฯ ปี 2499 ((( บูชา 850 บาท )))

    เป็นพระเครื่องอีกรุ่นที่สร้างในยุคแรกของท่าน ปลุกเสกใหญ่ ในพิธีปรากฎสิ่งมหัศจรรย์มีลำแสงสีทองออกมาจากกองวัตถุมงคล

    มีอิทธิคุณอย่างมาก ในด้านโภคทรัย์ โชคลาภ ค้าขาย เจริญรุ่งเรือง


    LINE_ALBUM_2024.2.25_๒๔๐๒๒๙_16.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 กุมภาพันธ์ 2024 at 17:12

แชร์หน้านี้

Loading...