เรื่องเด่น คนที่จะละกามราคะได้ ต้องมีอารมณ์เบื่อ คือ นิพพิทาญาณเป็นกำลัง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย พุทธศาสนิกชนไทย, 1 พฤศจิกายน 2017.

  1. พุทธศาสนิกชนไทย

    พุทธศาสนิกชนไทย Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    155
    ค่าพลัง:
    +830
    123 พลังจิต.jpg

    คนที่จะละกามราคะได้ ต้องมีอารมณ์เบื่อ คือ นิพพิทาญาณเป็นกำลัง ถ้าเราไม่มีนิพพิทาญาณไม่มีทางรอด เดี๋ยวเบื่อเดี๋ยวอยากๆ อย่างนี้ไม่มีทางรอด เราต้องทรงอารมณ์ความเบื่อของเราเป็นอารมณ์เดียว เห็นแล้วก็เบื่อหน่ายๆ ไม่เห็นว่ามันจะมีความสุขอะไร

    เพราะเราเห็นความทุกข์ได้ มองดูตัวเราเองจากประสบการณ์ที่เคยพบเจอมาหรือคนที่เขามีครอบครัวแล้วมันเห็นชัด สามารถบรรยายออกมาเป็นฉากๆ ได้ คือ ตั้งแต่ต้นเราไม่มี เรารู้ว่าเราไม่มีความวุ่นวาย พอเรามาติดอกติดใจในรูปโฉมโนมพรรณ เราก็เริ่มสูญเสียเวลาความเป็นส่วนตัว
    คอยแต่จะจดจ่ออยู่กับเรื่องของเพศตรงกันข้าม เวลาพบเจอกันก็จะต้องคุยกันอย่างนั้น จะต้องซื้อของให้อย่างนี้ จะต้องคอยเอาอกเอาใจ ยอมสละได้ทุกอย่าง แม้แต่เรื่องสำคัญของเราเองก็ไม่เป็นไร เอาไว้ทีหลังก็ได้ เราก็ลองถามตัวเองดูสิว่าเราเห็นทุกข์ไหม
    นี่แค่เบื้องต้นก็ทำลายเวลาความเป็นส่วนตัวเราแล้ว ทำลายความสบายของเรา ทำลายความเป็นตัวตนของเรา เรากำลังถูกสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเราดึงเราให้ไปเป็นทาสไปเป็นขี้ข้า แล้วมันก็จะมีความวุ่นวายกว่านี้เมื่อเราเริ่มเข้าไปจับจองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ความวุ่นวายของเราก็จะเริ่มมากขึ้น
    ปฏิฆะของเราก็จะเริ่มรุนแรงมากขึ้น ความหึงหวงของเรา ความอยากของเรา ความไม่อยากของเรา ความยึดเหนี่ยวในสิ่งนี้จะต้องเป็นสมบัติของเรา จะเริ่มมีกำลังมากขึ้น ความทุกข์ของเราก็มากขึ้น เพราะเราเริ่มยึดแล้ว

    ยึดว่าเขาเป็นของเรา คนๆ นี้เป็นของเรา เราจะต้องเป็นเจ้าของ แล้วก็เกิดการระแวงเคลือบแคลงใจคิดว่าเขาจะรักเราจริงหรือเปล่า คอยแต่จะจ้องจับผิด กลัวว่าเขาจะไปส่งสายตา จะไปพูดไปคุยกับคนนั้น จะไปเดินกับคนนี้ จะไปเที่ยวกับคนโน้น เราจะไม่มีเวลาเป็นตัวของตัวเองเลย
    มันเป็นทุกข์อย่างนี้ แต่เราก็ไม่เห็น เพราะตัณหามันกำลังนำพาเราไป จนกว่าจะได้แต่งงานกันอยู่กินด้วยกันเป็นเรื่องเป็นราว ตอนนี้แหละเราก็พรรณนาของเราไปว่าภาระที่เราไม่อยากทำ เราก็ต้องทำ เราอยากจะนอนสบาย เราก็นอนสบายไม่ได้

    เราอยากจะกินให้สบาย เราก็กินสบายไม่ได้ เราอยากจะไปไหนมาไหน เราอยากจะมีอิสระ เราก็ทำไม่ได้ จะนั่งดูหนังดูทีวีก็ไม่ได้ ดูนานก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็หาว่าไม่สนใจ ไม่พูดด้วยก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็หาว่าเกลียดกันหรืออย่างไร สรุปแล้วภายใน ๒๔ ชั่วโมงนี่ เราจะหาความเป็นอิสระได้ยากมาก
    แล้วถ้าเมื่อไหร่เริ่มมีลูกขึ้นมา ก็งานหนักเมื่อนั้น แล้วมันก็เป็นงานหนักของเราที่เราต้องแบกมันไปยันแก่ยันเฒ่ายันตาย มันไม่ได้มีปุ๊บก็จบปั๊บ เลิกแล้วก็เลิกกันไป ไม่ใช่ ถึงแม้ว่าจะเลิกกันไปเดี๋ยวเราก็หาใหม่ เพราะนิพพิทาญาณไม่มีในใจเรา
    ฉะนั้น การปฏิบัติเพื่อละกามราคะ ถ้านิพพิทาญาณไม่เกิดขึ้นในใจเรา อย่าได้หวังผล ไม่มีทางชนะได้ สมาธิอาจจะมีอาจจะกดไว้ได้ แต่ถ้าไม่มีนิพพิทาญาณแล้ว สักวันหนึ่งมันก็หลุด เพราะแนวทางการปฏิบัติที่พระพุทธเจ้าท่านทรงสอนคือ

    เราต้องปฏิบัติเข้าไปในวิปัสสนาญาณ ๙ เพื่อพิจารณาให้เห็นโทษเห็นทุกข์ของการเกิด การมีร่างกายที่ต้องแก่ ต้องเจ็บป่วยไข้ไม่สบาย ต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ต้องตายไปในที่สุด
    จนกว่าจิตเราจะยอมรับความเป็นจริง เกิดนิพพิทาญาณ เกิดความเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายกามราคะ เบื่อหน่ายปฏิฆะ จนไม่อยากกลับไปยุ่งไปวุ่นวายกับการครองเรือนอีก จนจิตพอใจในการทรงเนกขัมมะ คือการทรงใจถือบวช
    จนท้ายที่สุดก็ตัดสินใจไม่อยากกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก อยากจะหนีจากวัฏฏะนี้ไปให้พ้นๆ มีอารมณ์เข้าถึงสังขารุเปกขาญาณ คือวางเฉยในทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่ร่างกายของตนเอง มีจิตมุ่งตรงเข้าสู่พระนิพพานนั่นแหละ
    แต่ที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับบุพกรรมของแต่ละคน บางคนบำเพ็ญเนกขัมมะบารมีมามากก็อาจจะไม่มีคู่ บางคนบุพกรรมนำพาให้ต้องมาพบเจอกันมาอยู่ด้วยกัน ต้องมาสงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันก็มี
    ในส่วนนี้เราก็ต้องยอมรับนับถือกฎของกรรม แต่ให้ตั้งกำลังใจไว้ว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ชาติต่อไปไม่มีสำหรับเรา ..



    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  2. madeaw23

    madeaw23 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    39
    ค่าพลัง:
    +26
    น้อมกราบสาธุครับ
     
  3. Apinya Smabut

    Apinya Smabut นิพพานังสุขัง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2014
    โพสต์:
    519
    กระทู้เรื่องเด่น:
    16
    ค่าพลัง:
    +799
    สาธุ สาธุ สาธุ ครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...