คิดดี ทำดี พูดดี...ได้กุศล

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย gap, 6 เมษายน 2005.

  1. gap

    gap บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    มนุษย์เราถ้าเป็นคนดีได้อย่างแท้จริงแล้ว เรื่องบำเพ็ญก็ไม่ยากแล้วบำเพ็ญนั้นแตกต่างจากการเป็นคนดีอย่างไร การเป็นคนดีคือหมั่นทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น สิ่งใดที่เป็นบุญสุนทานท่านก็ให้หมั่นสร้างนี่คือเรียกว่าเป็นคนดี ใครเดือดร้อน เราก็มีปัญญา ช่วยทางไหนได้เราก็ช่วย นี่คือการเป็นคนดี แต่บำเพ็ญธรรมต่างกันตรงที่ ไม่ใช่เน้นให้มนุษย์ทำบุญแล้วเป็นคนดีอย่างเดียว แต่ยังรู้จักขัดเกลาแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในจิตใจด้วย มนุษย์ถ้าแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในจิตใจด้วยการย้อนมองส่องตนอยู่ทุกขณะจิต ก็สามารถเกิดกุศลอันยิ่งใหญ่ และสามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายด้วย ฉะนั้น บำเพ็ญธรรม คือเสริมความเป็นคนดีให้ดียิ่งขึ้น
    มนุษย์ถ้าเอาแต่ดี แต่ไม่แก้ไขสิ่งที่ร้าย ไม่อาจจะเรียกว่าดีได้อย่างถ่องแท้ บำเพ็ญธรรม ทำแต่บุญ แต่ไม่ขัดเกลาแก้ไขตัวเองกุศลก็ย่อมไม่สมบูรณ์ ฉะนั้น การบำเพ็ญธรรมจึงเพิ่มอย่างหนึ่ง นั่นคือ นอกจากรู้จักทำบุญกุศลฉุดช่วยคนแล้ว ยังต้องรู้จักย้อนมองส่องตนแก้ไขตนเองที่ผิด หากรู้จักว่าตัวเองผิดหากรู้จักว่าตัวเองหลง คนๆ นั้นคือพุทธะ แต่หากยังคิดว่าตัวเองเป็นคนดี คนๆ นั้นก็ยังเป็นปุถุชน ฉะนั้น หากจะบำเพ็ญธรรมมิใช่เอาแต่ขัดเกลาผู้อื่นนะ แต่จะต้องรู้จักย้อนมองและขัดเกลาตัวตนเอง เพราะบุญนั้นสามารถทำให้เราอิ่มใจ แต่กุศลทำให้เราขึ้นสวรรค์ แดนนิพพานไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ฉะนั้น เพิ่มกุศลขึ้นอีกนิดหนึ่ง นอกจากจะได้ขึ้นสวรรค์แล้วยังได้ไปสู่แดนนิพพาน แต่เราต้องยอมขัดเกลาตัวเอง กล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองยังมีสิ่งผิด กล้าที่จะมองตัวเองมากกว่ามองผู้อื่น พุทธะจึงบอกว่า ถ้าทุกวันฉันมองตัวเองทุกวันแก้ไขตัวเอง เราจะไม่มีเวลาไปนินทา ไปจับผิดใครได้ แต่ถ้ายังมีเวลาจับผิดคนอื่นก็แปลว่าตัวเรานั้นยังไม่เคยแก้ไข
    คนทุกคนชอบทำบุญตักบาตร ทำบุญทำทานให้กับคนยากไร้เห็นใครเดือดร้อนก็อยากช่วย แต่ช่วยอย่างไรให้บุญนั้นเต็มเปี่ยม ให้ไปแล้วไม่ต้องคิดมาก เขาจะเป็นพระจริงพระเทียม เขาจะเป็นขอทานจริงขอทานปลอม ให้ไปเถอะ ให้ด้วยจิตใจที่ลดตระหนี่ถี่เหนียว ให้ไปด้วยความรู้สึกที่ว่าถ้าฉันไม่ให้ฉันคงจะเป็นคนขี้เหนียว ให้ไปแล้วลดความตระหนี่ถี่เหนียวได้ ให้ไปเถอะ เพราะให้แล้วยังได้ขัดเกลาความตระหนี่ถี่เหนียวในตัวเรา
    อย่างเช่นกินข้าวเสร็จมีใครบ้างลุกแล้วเอาจานไปส่งให้เขาช่วยล้างบอกช่วยหน่อยครับขอบคุณมากครับ หากทำได้เราได้ขัดเกลาตัวเองหนึ่งคือขัดเกลาความขี้เกียจ สอง ขัดเกลาความเป็นคนปากหนัก ขอบคุณคนไม่เป็น การรู้จักขอบคุณคนทำให้คนรู้สึกมีกำลังใจ แค่คำพูดคำหนึ่งนอกจากเราสร้างบุญแล้ว เรายังสร้างกุศลในใจด้วย ก็คือแต่ก่อนเป็นคนปากหนัก ชมคนไม่เป็น เดี้ยวนี้ชมคนง่าย แถมให้กำลังใจคนทำดีด้วย และขัดเกลาตัวขี้เกียจที่สุดในใจเราให้ออกไปด้วย
    เห็นไหมว่า คำๆ หนึ่ง นอกจากได้บุญยังได้กุศลด้วย แต่ไม่ใช่ทำแล้วหวังเอาหน้า อย่างนี้บุญก็ไม่เหลือกุศลก็ไม่ครบ ฉะนั้น ทำอะไรก็ตาม ถ้าเรารู้จักคิด นอกจากจะช่วยตัวเราแล้ว ยังให้กำลังใจเขาโดยไม่รู้ตัวด้วย เหมือนเราเข้าห้องน้ำ ทุกคนเข้าห้องน้ำไปเพื่ออะไรปลดทุกข์ใช่หรือไม่ ฉะนั้น เราอย่าเหลือทุกข์ให้ใครเห็น ปลดทุกข์แล้วต้องปลดให้สะอาด พอคนเข้าไปเขาจะได้มีสุขที่ได้ปลดทุกข์ แต่บางคนปลดทุกข์แล้ว ทิ้งทุกข์ไว้ให้คน พอเข้าไปแล้วไม่อยากปลดเลยทุกข์เห็นแล้วทุกข์ฉะนั้นผู้หญิงเป็นผู้ที่ละเอียดอ่อนเป็นผู้ที่รักสะอาด ฉะนั้นถ้าเรารู้จักคิด เราจะแปลความดีให้เป็นดียิ่งขึ้น ความดีให้เป็นกุศลจิตได้ด้วยรู้จักคิด จึงมีคำกล่าวว่า ความทุกข์ทำให้เราเจ็บปวด แต่ความทุกข์ถ้ารู้จักคิด รู้จักใช้ความทุกข์ให้เป็นประโยชน์ ความทุกข์ก็ทำให้เราหลุดพ้นบนโลกนี้ได้

    หนึ่งในแปดเซียนท่านหลันไฉ่เหอ
    สถานธรรมจือเจวี้ย อ.น้ำกระจาย จ.สงขลา
    22 พฤษภาคม 2547
     

แชร์หน้านี้

Loading...