"บารมีของในหลวงรัชกาลที่๙" ที่อริยสงฆ์อธิบายกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นเช่นไร

ในห้อง 'ในหลวงกับพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 21 พฤศจิกายน 2016.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    8,191
    กระทู้เรื่องเด่น:
    267
    ค่าพลัง:
    +24,411
    "บารมีของในหลวงรัชกาลที่๙" ที่อริยสงฆ์อธิบายกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นเช่นไร

    [​IMG]


    [​IMG]


    พระอาจารย์ต่างๆ ฉันต้องเรียกว่า พระอริยเจ้า เพราะว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่ไปกราบท่านอาจารย์ฝั้น ท่านอาจารย์บัว ท่านอาจารย์วัน คือท่านก็ล้วนแต่บอกกับฉันทั้งนั้นว่า "เสด็จฯ ไหนนี่ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
    ท่านอาจารย์วันนี่ กล่าวออกมาเลยว่า เมืองไทยนี่จะอยู่ได้ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้อยู่ในประเทศ อย่าให้ท่านออกนอกประเทศ ถ้าท่านออกนอกประเทศไม่รับรอง
    เคยกราบเรียนถามลูกศิษย์หลวงปู่ขาวว่า ทำไมเมืองลาว เมืองเขมรก็เป็นเมืองพุทธศาสนา ทำไมถึงล่มได้ พระท่านบอกว่า มหาบพิตรคิดดูซิ มีไฟนี่ แต่เราไม่เปิดไฟ ก็สักแต่ว่ามีไฟ เราไม่เสียบปลั๊ก ไม่เปิดไฟ ไฟก็ไม่มี มันต่อกันไม่ได้ แม้ว่าเป็นเมืองพุทธศาสนา แต่คนที่ประพฤติธรรมน้อย ก็ช่วยไม่ได้ บารมีของพระพุทธองค์ก็ช่วยไม่ได้ ต้องมีคนที่ประพฤติธรรม โดยเฉพาะพระประมุข ผู้บริหารประเทศนี่ ต้องอยู่ในธรรม ก็เลยเข้าใจว่าทำไมพระเจ้าอยู่หัวปฏิบัติ

    [​IMG]


    [​IMG]


    ทูลถาม) จริงหรือเปล่าเพคะที่มีคนเขาว่า ท่านอาจารย์ฝั้นบอกกับคนอื่นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่คือรัชกาลที่ 4 มาเกิด
    (ทรงตอบ) อ้อ ถ้าเผื่อท่านอาจารย์ฝั้นกล่าวก็อาจจะเข้าเค้า ฉันไม่ทราบ เพราะไม่เคยกล่าวกับฉัน ทราบแต่ว่า ท่านบอกว่า พระเจ้าอยู่หัวองค์นี้มีบุญมาก เพราะว่าทำแต่ความดี แล้วก็มุ่งมั่นแต่ความดี ที่หลวงปู่โต๊ะท่านบอกว่า คนโง่ ถึงจะไม่รู้ว่า พระมหากษัตริย์พระองค์นี้เป็นอย่างไร คนโง่เท่านั้นที่จะด่าว่า แล้วท่านบอกว่า ไม่เป็นมงคลเลยกับตัวเขาเอง บอกว่าถึงเขาจะห้อยพระ ถึงเขาจะมีของดีอะไรก็ตาม ท่านบอก ถ้าไม่มีความดีเป็นรากฐานแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนจะคุ้มครองได้ บอกคนนี้ต้องมีความดีอยู่ในตัว


    [​IMG]

    [​IMG]


    (ทรงตอบ) คือว่า เมื่อ 2-3 วันนี่ ท่านอาจารย์หลวงปู่โต๊ะ อายุ 94 เห็นพระทุกองค์นี่กราบหมด ไม่ว่าจะเป็นพระสมเด็จชั้นไหนก็กราบหมด ท่านอยู่วัดประดู่ฉิมพลี ท่านอาพาธมาอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ไปจัดที่บูชา ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวาย ช่วยกันกับคุณหญิงสุวรีจัดดอกบัวสัตตบงกชไปถวายที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วก็คลานออกมากราบท่าน ท่านก็สอนให้
    ท่านสอนว่า มหาบพิตร ไม่มีอะไรแน่หรอกในโลกนี้ อย่าไปถือว่า มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ยึดไม่ได้ อย่าไปยึด อย่าไปถือ แต่ความดีความชั่วนี่ถือได้ มันติดอยู่กับตัวเรา แหม 94 แล้ว สมองท่านยังดีเยี่ยม ท่านบอกว่า มหาบพิตร แผ่เมตตาไปเรื่อยๆ ทำแต่ความดีเข้า ใครเขาจะว่าอะไร เมตตาเขาไป เขาไม่รู้ความจริง เขาถึงได้ว่า บอกว่า อย่าไปเคืองแค้น แผ่ไป เมตตา แล้วท่านก็กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า คนที่เขาตำหนิติเตียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่ เขาต้องเป็นคนที่ไม่มี...เป็นคนไม่ฉลาด บอกว่า ต้องดูซิว่า ทำไมท่านถึงได้มาเกิดที่นี่ แล้วก็ต้องดูต่อว่า ทำไมเวลาท่านเกิดที่นี่ ท่านมีแต่ให้ ให้บ้านให้เมือง ท่านไม่มีเอาเลย ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลายก็ต้องแสดงว่า ท่านเป็นผู้ที่จิตชำระสะอาดมาก แล้วดูซิว่า ท่านเอาไหม บอกถ้าคนฉลาด เขาจะคิดอย่างนี้ ถ้าคนไม่ฉลาดก็อย่าไปเคืองแค้นเลย เพราะว่าเขาคิดได้แค่นั้นเอง ท่านสอนโดยไม่ได้ถามท่านเลย

    [​IMG]

    ข่าวโดย : กิตติทีนิวส์ / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ที



    ----------------
    ที่มา
    panyayan.tnews
     

แชร์หน้านี้

Loading...