มีใครเคยอธิฐานจิตได้ผลมั่งครับ

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย somkiatfem, 14 สิงหาคม 2016.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    มีใครเคยอธิฐานจิตได้ผลมั่งครับ
     
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +25,315
    เคยครับ..
     
  3. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    ผมมีคำถามมากมายครับอาจารย์ เช่น ถ้าขอให้น้ำเเข็ง จะเเข็งนานเเค่ไหนครับ หรือทำให้กุญแจหลุด มันต้องใช้อารมณ์อย่างไรครับ พิจาราณาอย่างไรครับ ตัวพลังมองเห็นได้ไหมครับ ตัวพลังงานจิตทำงานอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
     
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +25,315
    อันดับแรก ไม่ต้องเรียก อาจารย์นะครับ.
    .ให้เรียกอย่างอื่นได้ครับ..
    ถือว่าแนะนำกันเฉยๆ
    วิธีจะทำอย่างนั้นได้(แต่ว่ามันเป็นมิจฉาอยู่นะครับและมันเสื่อมได้เป็นปกติ)
    คือเราต้องฝึกไต่ระดับขึ้นและลงของฌานจนถึงฌานที่ ๔ ให้มันคล่องก่อนครับ
    คือสมัยก่อนว่าฟิตๆเร็วสุดยี่สิบกว่านาทีแล้ว กว่าจะพัฒนาแบบเสี้ยววินาที
    เหมือนครูบาร์อาจารย์ต้องฟิตถึงฟิตมากที่สุดครับ.
    ถ้ามีเวลาที่จะทำนะครับ.และถ้าชอบก็ไม่ว่ากัน

    และก่อนจะที่เราจะอฐิษฐานเราต้องวางอารมย์ไว้ก่อนด้วย
    ในระหว่างวันครับ
    คือประมาณนึกว่า จะอฐิษฐานให้น้ำมันแข็งไว้ด้วย
    หรือจะอฐิษฐานอะไรต่อไปเกี่ยวกับน้ำต้องนึกให้ออกก่อนนะครับ
    เช่น ให้เป็นฝนตกรอบๆตัว หรือฝนตกบริเวณที่เรานั่ง
    ฝนตกบริเวณรอบบ้านเรา
    แล้วก็ลืมๆไปในระหว่างวัน..ไม่งั้นพอถึงอารมย์ที่จะอฐิษฐานจิตได้นั้น
    มันจะนึกไม่ออก และแม้นึกออกก็จะกลายเป็นความคิดแทนได้
    ซึ่งจะไม่เกิดผลอะไร..
    และในขณะที่จิตเรากำลังจะถึงฌาน ๔ ย้ำว่าเกือบถึง
    ประมาณฌาน ๔ หยาบๆก็ว่าได้..
    และตัวเรามีกำลังสมาธิและกำลังจิตที่จะสามารถ
    ควบคุมจิตไม่ให้ออกจากกายได้ด้วยนะครับ
    (ตรงนี้ต้องฝึกเจริญสติและสร้างสมาธสะสะให้มัน
    ต่อเนื่องด้วยประมาณ ๓ ถึง ๔ ครั้ง)
    เราจะผุดคำอฐิษฐานออกมาได้เอง
    โดยจะขึ้นคำอฐิษฐานแรกที่เราวางอารมย์ไว้และในขณะที่
    คำอฐิษฐานกำลังผุดขึ้นมานั้นตัว
    จิตจะตกลงมาในระดับอุปจารสมาธิโดยธรรมชาติ
    (ย้ำว่าโดยธรรมชาติ อัตโนมัติของมันเองนะครับ)ให้เรารักษาอารมย์ไปเรื่อยๆ
    และในขณะที่จิตกำลังไต่ระดับคืนกลับสู่ฌาน ๔ นั้น(แป๊บเดียวครับ)
    ผลมันถึงจะเกิดได้ครับ ส่วนคำอฐิษต่อไปผลจะแสดง
    ได้อีกเรื่อยๆตามแต่ที่เราวางอารมย์ไว้..คือมันจะผุดขึ้นมาเอง
    ตามลำดับ หลังจากที่แสดงผลคำอฐิษฐานก่อนหน้าจบไปครับ
    ซึ่งเราจะไม่สังเกตุเห็นว่าตัวจิตจะตกลงไประดับอุปจารสมาธิอีก..
    และคำอฐิษฐานจะผุดขึ้นมาตามแต่ที่เราวางอารมย์
    ไว้ในแต่ละวัน ถ้าวางไว้ ๓ เรื่องในระหว่างวัน
    เรื่องที่ ๒ และ ๓ จะตามขึ้นมาเองโดยไม่สามารถ
    สังเกตุได้ว่าจิตตกลงไประดับอุปจารสมาธิอีกนั่นหละครับ...
    พอเข้าใจเนาะ

    ถ้าเป็นแบบโลกุตระ เป็นระดับจิตธาตุ
    ได้มาจากการทิ้งครับ คือ ทิ้งกรรมฐานที่เราทำไปเลย
    ไปเอามันเลย แล้วไปละ การยึดติด ลาภ ยศ สุข สรรเสริญซะ
    แต่ว่า เราต้องทำแบบมิจฉาให้ได้ก่อนซักครั้งหนึ่งก่อน
    แล้วก็ทิ้ง ไม่สนใจมันเลยครับ
    มันจะค่อยๆพัฒนาตามลำดับไปถึงระดับที่แค่คิดน้ำก็แข็งได้
    ซึ่งปัจจุบันนี้ผู้เขียนยังไม่สามารถ
    เข้าถึงในระดับที่นึกแล้วให้น้ำแข็งนี้ได้...

    และพวกนี้ไม่เห็นเป็นพลังอะไรนะครับ..
    เพราะเวลาใช้งานจริงๆมันจะเบา
    แต่จะยากตอนที่ฝึกนั้นหละครับ
    พอเข้าใจนะครับ.
    แต่พลังงานจะชัดเจนมาก
    ในกำลังสมาธิถึงระดับฌาน ๓ เท่านั้นนะครับ.

    แต่ถ้าจะทำให้น้ำแข็งได้ ต้องผ่านการสร้างกำลังจิต
    ด้วยการปั่นปฏิภาคนิมิต กสิณน้ำให้ได้ก่อนนะครับ
    ไม่งั้นไม่มีทางทำได้แน่นอนครับ
    เพราะกำลังจิตไม่พอครับ.และจิตมันจะไม่รู้
    วิถีการทำได้ของมันด้วยครับ....

    ถ้าไม่เคยทำได้มาก่อนเลยนะครับ..
    แม้ว่าเราจะถึงในระดับฌาน ๔ ได้มันจะไปด้านทาง
    พวกย้อนอดีต ดูอนาคตโน้นนี่นั้น
    ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลยครับ...
    เผลอๆถ้าไปยึดติด กลายเป็นหมอดูหละ
    จะไปกันใหญ่ จะห่างไกลปลายทางเลยหละครับ...

    ปล.พอเข้าใจหลักการนะครับ
    น้ำจะแข็งจนกระทั้งเราทิ้ง
    ส่วนถ้าเป็นฝนรอบตัว จะเห็นเม็ดผนหล่นปรากฏ
    จากข้างบนเหนีอศรีษะเราประมาณ ไม่เกินหนึ่งเมตร
    ด้วยตาเปล่า แต่พอตกลงพื้นเม็ดฝนพวกนี้จะหายไป..
    พอเข้าใจนะครับ..แต่ถ้านั่งให้ห้องพระ
    ฝนจะไม่ผ่านเข้ามาในห้องพระนะครับ
    จะตกลงที่หลังคาแทน..
    ถ้าจะทำอะไรทำนองนี้
    แนะนำอย่าทำในห้องพระนะครับ
     
  5. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    ชัดเจนมากครับ ท่านผู้ทรงภูมิ
     
  6. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    ขอฝากวิจารณ์อารมณ์ ด้วยครับ

    ตอนนี้ผมก็ทำสมาธิไปเรื่อย นั่งรถก็รู้ลมหายใจให้คล้ายๆ ตาเห็นไปพร้อมๆกับหูได้ยิน คราวนี้เพิ่ม รู้ลมเข้าไปอีกอันครับ ก็ทำได้เบาขึ้นมากครับสบายๆ เเต่ยังไม่นานมาก 4-5 นาที หลุดๆไปก็ดึงกลับมาได้เป็นระยะๆ ครับได้เรื่อยๆ เเต่ยังไม่ติดต่อกันตลอดเวลาครับ

    ส่วนเวลาทำสมาธิก็ ล่าสุดพบว่า ตอนผมนั่งผมถือเเม่กุญแจเอาไว้กะเล่นสะเดาะกุญแจ
    ลมหายใจ จะกำหนดให้ไม่รู้สึกลมหายใจก็ได้ เบามากยืดยาว สลับไปมาได้ หลายเเบบครับ
    เเละผมบังเอิญ ผมไปฟังหลวงพ่อพูดถึงอรูปฌาณ ดันไปตรงกับตอนที่ท่านว่า ฌาญ4 ทำให้ดีคือจะไม้รู้เรื่องทางกาย เเละหูไม่ได้ยิน คือตอนผมทำสมาธิผมนึกว่า กายช่างมันเราไม่สนนึกไปนึกมา1-2 นาที มันเกิดปิติตัวลอย ตัวเบาเหมือนจะลอย หลังจากนั้น ตัวเบาเหมือนหลุดออกจากเเรงดึงดูดโลก ผมเอาจิตไปสัมผัสมือ หามือไม่เจอขนาดมือกำเเม่กุญแจอยู่ ยังหาไม่เจอตัวเองก็หาไม่เจอเอาจิต ยิงไปหา เเต่ก็หาไม่เจอ เหลือเเค่ตรง ก้นที่มันนั่งมานานก้นชาๆอนู่นิดเดียว ผมเลยอยากถามว่า ฌาญผมเป็นอย่างไรมั่งครับ เเต่ผมก็จำทำไปเรื่อยๆให้มันคล่อง ทุกวันนี้มันก็คล่องขึ้นทุกวัน อาการปิติของฌาญที่ 3ผมก็ไม่ได้สนใจเเล้วเดียวนี้ผ่านมาเเว้ปเดียวมันเบื่อมันชินสะเเล้ว เเต่วันเเรกดีใจมากน้ำตาไหลเพราะเกิดมาไม่เคยรู้สึกครับ(อาการฌาญ3)
     
  7. อินทรี

    อินทรี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    393
    ค่าพลัง:
    +533
    ควรนำการอธิษฐานจิตมาช่วยในการแผ่เมตตาก็จะดีเยี่ยมเลย ให้เป็นอธิษฐานภาวนาตามด้านล่างนี้ครับ

    สำคัญมาก*วิธีการแผ่หรืออุทิศบุญนั้น
    ให้ขอบารมีพระพุทธเจ้าฯลฯให้ท่านช่วยสงเคราะห์เพื่อเพิ่มกำลังส่งบุญส่งคำอธิฐานให้ถึงยิ่งขึ้น
    ขอบารมีเช่น การแผ่เมตตา การอุทิศการอธิฐานจิตให้ท่านช่วย "ส่ง" คำอธิฐาน....

    เน้นที่ว่า...นอกจากแผ่ให้ตนเองและก็แผ่กุศลอุทิศให้เทวดาประจำตัวที่รักษากายสังขารของข้าพเจ้า.
    ..(ชื่อ-นามสกุล)...ในกรณีนี้เพื่อให้ดวงจิตดวงวิญาณเราได้มีพละกำลังและมีอำนาจ ต่อสู้วิบาก!!
     
  8. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +25,315
    จำไว้ให้ขึ้นใจ..ในระบบสุริยะจักรวาลนี้
    ถ้ามีปิติแสดงว่ายังไม่ใช่ฌาน ๓ จำเอาไว้เลยนะครับ...
    สังเกตุกิริยาทางจิตดีๆจะเข้าใจ. ไม่มีกิริยาทางปิติ
    แต่ว่ามันจะละเอียดปราณีต เป็นลักษณะความสุขประมาณนี้
    ค่อนข้างจะนิ่งๆเฉยๆแล้ว.
    วิตก วิจารณ์ก็ไม่มีแล้วนะครับ พูดง่ายๆ ไม่นึกอะไร หรือคิดอะไรได้
    ไม่สนใจอะไรแล้วหละครับ
    ซึ่งมันจะมีความหยาบของมันอยู่ ให้สังเกตุความสว่าง
    ที่แตกต่างๆกัน (ความสว่างของสภาวะจิตที่มอง
    เห็นออกไปข้างนอก) เทียบฌาน ๔ หยาบเหมือนมอง
    ผ่านกล้องส่องกลางคืน ช่วงเย็นๆ ฌาน ๓ เหมือนมอง
    ตอน ๓ สี่ทุ่ม ประมาณนี้ พวกนี้ต้องใช้การสังเกตุ
    และย้ำว่า ไม่มีกิริยาปิติแน่นอนล้านเปอร์เซนต์..และจำเอาไว้อีกว่า
    พวกปิติทั้งหลาย ห้ามสนใจแต่ให้ปล่อยไปให้สุดๆไปเลย...
    และจำไว้อีกอย่างว่า อรูปฌานแบบที่ไม่ได้ขึ้นรูปมาก่อน
    แม้ไม่เคยฝึกสมาธิเลยก็สามารถทำได้ และเกิดได้ทุกคน
    แต่ว่า มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราเข้าถึงอรูปฌาน
    จริงๆ เรื่องพลังงานภายนอกและภายในจะง่ายมาก
    และสามารถทำและพิสูจน์ให้คนอื่นๆรับรู้ได้ด้วย
    ถ้าไม่เกิดความสามารถอย่างนี้ขึ้นเป็นปกติ
    ให้เฉยๆไม่สนใจดีแล้ว...
    ส่วนการอฐิษฐานจิตแบบคุณ อินทรีกล่าวมา
    ถือว่าดี แต่อย่าไปเผอลคาดหวังผลที่ได้นะครับ
    คือทำๆไปไม่ต้องหวังผลใดๆ..และ
    ขอช่วยขยายความเพิ่มเติมว่า..
    ถ้าทางครูบาร์อาจารย์สายวิชาพิเศษ
    ท่านจะฝึกให้แผ่ออกไปให้กว้างที่สุด
    อย่างน้อยปกคลุมทั้งโลก..ประมาณนี้ครับ..
    พูดง่ายๆฝึกขยายวงสมาธิ
    วงสมาธิถึงไหน จิตไปได้ถึงตรงนั้น..
    ลป. ชื่อย่อ ป. สายนั้นท่านสอนมาอย่างนี้ครับ...
    ตอนที่กำลังพูดเรื่อง การอฐิษฐานจิตในการแผ่เมตตา
    กับลูกศิษย์สายตรงของ ลป. ป ท่านหนึ่งครับ
    ปล.ประมาณนี้ครับ
     
  9. Higtmax

    Higtmax ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    847
    ค่าพลัง:
    +2,319
    นานๆทีจะสำเร็จครับ หรือ มาสำเร็จตอนที่แทบไม่มีผลอะไรแล้ว
     
  10. naitiw

    naitiw เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,403
    ค่าพลัง:
    +2,612
  11. นางสาวอยู่จ้ะ

    นางสาวอยู่จ้ะ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    1,048
    ค่าพลัง:
    +3,776
    เสกน้ำให้แมวที่เลี้ยงไว้กิน ขอให้เลี้ยงง่าย (เคล็ดลับคือ เชื่อ เชื่อมั่นอย่างเดียว)
     
  12. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    สบายเลยนะครับ ปรับให้เป็นละลองเดินไปไหนไม่ร้อน:cool::cool:
     
  13. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    เอาจริงดิครับ สายฮาปะครับ 55
     
  14. undfined

    undfined เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2009
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +217
    ผมเคยนะครับ
    ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับฝน
    แต่ต้องอธิษฐานในขอบเขตที่ไม่กระทบคนอื่นมากนะครับ เช่น
    ขอให้ฝนอย่าตกในระหว่างที่เดินทาง หากจะตกก็ช่วยตกปรอยๆ หรือเลื่อนเวลาตกออกไปอีกหน่อย (ห้ามอธิษฐานว่าขอให้ฝนไม่ตก)

    โดยการอธิษฐานส่วนใหญ่ผมจะขอบารมีพระด้วยนะครับ สวดบทพระมหาจักรพรรดิแล้ว สัพเพให้เจ้าที่เจ้าทาง ณ สถานที่ๆเราเดินทางผ่าน รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ฝนตก ขอให้ช่วยเหลือ

    เวลาฝนจะตกทีไรจะมีเมฆครึ้มๆ พอหลังจากที่ผมอธิษฐาน ฟ้าจะเปิดเป็นลักษณะคล้ายๆวงกลมครับ หมายถึงรอบๆจะมืด แต่ในระยะที่ผมเดินทางจะไม่ค่อยมีเมฆฝน พอผมเดินทางเสร็จเรียบร้อยหรือมีที่กำบัง ฝนมักจะตกแรงเสมอครับ
    (อันนี้เล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวเลยนะครับ)

    แล้วก็เคยอธิษฐานให้คนที่ทำงานที่ทะเลาะกันปรับความเข้าใจกัน(ส่วนใหญ่ผมอธิษฐานอะไรผมจะสวดบทพระมหาจักรพรรดิขอบารมีพระครับ) พอวันรุ่งขึ้นหัวหน้าใหญ่เรียกสองคนนั้นมาคุยเฉยเลย

    แล้วก็มีหาของในห้องไม่เจอ ก็อธิษฐานขอเจ้าที่เจ้าทางแล้วก็สิ่งศักสิทธิ์ที่เรานับถือให้ช่วยดลจิตดลใจให้มองเห็น(ส่วนใหญ่จะเห็นหลังจากอธิษฐานในระยะเวลาอันรวดเร็วครับ)

    แล้วก็มีเรื่องวัตถุมงคลพระคำข้าวมหาลาภ ผมอธิษฐานขอให้ลาภเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ช่วงนั้นจะมีคนเลี้ยงบ่อยมากครับ หรือมีคนเอาอะไรมาให้กินฟรีๆ หรือบางทีจะมีเรื่องให้ต้องเสียเงินแต่ก็ไม่ต้องเสีย

    ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเชื่อว่าคนที่อธิษฐานอะไรสำเร็จผลจะต้องมีบุญมากพอด้วยนะครับ
    ซึ่งโดยปกติเรื่องการทำบุญ ทาน ศีล ภาวนา ผมทำเป็นปกติอยู่แล้วครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 สิงหาคม 2016
  15. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    นับถือๆครับบๆๆ ทำหนดจติอย่างไรเเชร์ให้ฟังมั่งครับ เเละ เริ่มฝึกอย่างไรครับ
     
  16. undfined

    undfined เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2009
    โพสต์:
    108
    ค่าพลัง:
    +217
    จำคำสมเด็จโตไว้นะครับ


    "ลูกเอ๋ย ก่อนจะไปเที่ยวขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือ บารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอ จึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมาก็จะต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขา จนหมดเกลี้ยง และ ไม่เหลืออะไรติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีเอาไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดก็จะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลาทั่วฟ้าจบดิน ก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดา ฟ้าดิน ในเมื่อบุญเราไม่เคยสร้างเอาไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า"

    คำเทศนาของเจ้าประคุณ
    สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)


    ลองสวดมนต์บทพระมหาจักรพรรดิดูครับ
    อันนี้เป็นไฟล์สอนสวด
    https://www.dropbox.com/s/u0t597pbhy4yt65/ใครจะใหญ่เกินกรรม.pdf?dl=0

    ปกติผมจะภาวนาตลอดวันอยู่แล้วครับ ทำให้จิตเป็นสมาธิได้ง่าย
    เวลาผมจะอธิษฐานอะไรผมก็จะสวดคาถาพระมหาจักรพรรดิก่อนอย่างน้อย 1 จบ โดยนึกถึงหลวงปู่ดู่ หลวงปู่ทวด

    แล้วอธิษฐานว่าข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมีรวมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระโพธิสัตว์ พระธรรม พระอริยเจ้า พระอริยสงฆ์ ทุกๆพระองค์ พระมหาจักรพรรดิ ทุกๆพระองค์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บารมีรวมเทพพรหมครูบาอาจารย์ทั้งหมดทั้งมวล บารมีรวมทั้งหมดทั้งมวลที่ข้าพเจ้าได้ทำมา โดยมีพระบารมีรวมของหลวงปู่ทวด และหลวงปู่ดู่ เป็นที่สุด

    ขอหลวงปู่ได้โปรด น้อมนำบุญบารมีทั้งหมดทั้งมวลทั่วทั้งสามแดนโลกธาตุ และบารมีรวมทั้งหมดทั้งมวลนี้ แผ่ให้กับ (อธิษฐานตามที่เราต้องการ)
     
  17. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    2,735
    กระทู้เรื่องเด่น:
    37
    ค่าพลัง:
    +4,003
    เคยค่ะ เพราะตอนนั้นมีบารมีครูบาอาจารย์ช่วยอยู่ด้วย สังเกตว่านักปฏิบัติธรรมทุกคน ไม่ว่าสายไหน ต้องมีครูบาอาจารย์ที่คอยคุ้มครองตักเตือน
     
  18. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    274
    ค่าพลัง:
    +174
    แชร์ ลายละเอียดให้หน่อยครับ อยากฟังครับ ขอบคุณครับ
     
  19. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,108
    ค่าพลัง:
    +25,315
    การอฐิษฐานจิตให้แยกให้ดีๆนะครับว่า
    เกิดจากการขอบารมีพระฯ
    หรือเกิดจากการสร้างให้จิตตัวเอง
    มีกำลังจิตแล้วอฐิษฐานจิต
    หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน..
    ๑.ถ้าเกิดจากการขอบารมี อ่านของสมเด็จ ต​ ประกอบไว้ด้วย
    ข้อนี้ยังแยกย่อยได้ว่า ขอบารมีพร้อมกับทำพิธีกรรมร่วมด้วยก็ได้
    หรือขอพร้อมกับมีสิ่งตอบแทนไม่ว่าจะการปฏิบัติ
    หรือสิ่งของตอบแทนที่เป็นวัตถุต่างๆหากผลสำเร็จ
    ๒.การอฐิษฐานจิตจากการสร้างตัวจิตของเราเองให้เกิดความ
    สามารถทำได้ ซึ่งอธิบายไปแล้วใน #Rep ก่อนหน้า...
    ๓.หรือทั้งข้อหนึ่งและข้อสองร่วมกัน...
    และข้อสุดท้ายสำหรับบุคคลบางกลุ่ม
    ก็คือ การใช้อาวุธพิเศษ หรืออาวุธทิพย์
    ที่สร้างมาจากกสิณอย่างน้อย ๕ กองเป็นทุน
    บวกกับสร้างเมตตาจากภายในออกไปภายนอก
    และผ่านการทดสอบเรื่องการใช้งาน
    และเมตตาจากภาคส่วนภพภูมิ
    ซึ่งผู้ที่มีหรือทำได้ จะทราบได้ดีด้วยตัวเองอยู่แล้ว
    เพราะอาวุธพิเศษแต่ละอย่าง
    ล้วนแล้วแต่เกิดจากการมีส่วนร่วม
    ของภพภูมิส่วนต่างๆทั้งสิ้น...
    และข้อสุดท้าย คือสำหรับท่านที่ทิ้งได้หมดแล้ว
    ทั้งลาภ ยศ สุข สรรเสริญ หรือแทบไม่มีอะไรมาเกาะ
    ตัวจิตท่านได้แล้ว ส่วนมากเป็นพระสงฆ์
    พอนับจำนวนได้ครับ เรียกว่าระดับจิตธาตุครับ

    ปล.โดยทั่วไป มันจะเป็นข้อที่ ๑ ครับ...
    เพราะข้อที่ ๒ ถ้าจะเกิดจากกำลังจิตตัวเอง
    แล้วให้เกิดผลทันที ต้องฟิตพอตัวเพราะไม่มี
    คำว่าบังเอิญหรือฝลุ้ค สำหรับวิธีการนี้
    ส่วนการใช้อาวุธทิพย์ค่อนข้างอจิณไตรเกินไป
    เป็นเฉพาะกลุ่มโดยมากมีใน พระสงฆ์มีชื่อ
    ที่สร้างบารมีและรับรู้ได้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น
    ส่วนระดับจิตธาตุ แล้วแต่จังหวะของแต่ละบุคคล
    ว่าจะได้พบเจอท่านหรือไม่ครับ
     
  20. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    2,735
    กระทู้เรื่องเด่น:
    37
    ค่าพลัง:
    +4,003
    ตอนเรียนมหาลัยปี4ค่ะ อธิษฐานจิตก่อนและหลังนั่งสมาธิ ขอให้ได้ฝึกงานที่ชอบ (ซึ่งไม่รู้ตัวเองค่ะ ว่าจะฝึกงานอะไร กับหน่วยงานไหน แต่มีศรัทธาเต็มที่ในการปฏิบัติ ) พอปฏิบัติไปประมาณ3เดือน ใกล้ถึงวันที่ต้องเลือกหน่วยงาน ก้อเลือกไปตามปกติ แถมยังลืมที่อธิษฐานด้วยซ้ำ ปรากฏว่าหน่วยงานที่เลือกคนเลือกแย่งกันเยอะ บังเอิญกับมีรุ่นพี่มาบอกว่า ให้ไปฝึกงานที่... เพราะสาขาของเอกเรายังไม่มีใครเคยไป ก้อเชื่อรุ่นพี่ค่ะ พอไปฝึกงานจริงๆ และได้สัมผัสการทำงานกับหน่วยงานนั้น ก้อปิ๊งจำขึ้นมาได้เลยว่างานนี้แหละที่เราชอบ มันใช่เลย

    การอธิษฐานจิต ต้องมีการรักษาศีลปฏิบัติธรรมเต็มกำลังความสามารถ และปล่อยวางเรื่องที่ขอ เพราะบางทีสิ่งที่เราขอ อาจต้องใช้ระยะเวลามากน้อยต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของเรา และสิ่งที่ขอด้วย

    แต่ส่วนใหญ่เวลาอยากได้อะไร ถ้าประพฤติตัวมาดีแล้ว ข้าพเจ้าก้อมักจะได้สิ่งนั้นๆเสมอ แต่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับวัตถุค่ะ...
     
Loading...