เรื่องเด่น รู้ความจริง ทิ้งตัวตน พ้นบ่วงมาร

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 13 ตุลาคม 2017.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    8,885
    กระทู้เรื่องเด่น:
    760
    ค่าพลัง:
    +27,914
    00000E022017100106163911AAAAAAAA.jpg


    โดย สมาน สุดโต และ กนกรัตน์ ศศิโรจน์

    อะไรเป็นบ่วงของมาร? ชีวิตของคนเรามักไขว่คว้าหาสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา สิ่งที่ล้วนทำให้เราเกิดทุกข์ เกิดความเศร้าโศกเสียใจ มีความยึดมั่นถือมั่น สิ่งนั้นเป็นของเรา สิ่งนี้เป็นของเรา พระพุทธเจ้าเคยสอนพระภิกษุไว้ว่า "สังขารที่เที่ยงแท้แม้เล็กน้อยเพียงทรายที่อยู่ในเล็บ ก็ไม่มีเลย สิ่งที่ถูกปรุงแต่ง มักเปลี่ยนแปลงเสมอ" หากเรารู้เหตุที่ทำให้เกิดบ่วงมารและหาหนทางไปสู่การหลุดพ้น ทิ้งสิ่งที่คิดว่าจริง เราก็จะพ้นบ่วงมาร ธรรมบรรยาย หัวข้อ "รู้ความจริง ทิ้งตัวตน พ้นบ่วงมาร" โดย พระภาวนาเขมคุณ วิ. เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผ่านเวทีเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้

    พระภาวนาเขมคุณ วิ. ได้ให้ความรู้ของเหตุที่ทำให้เกิด "บ่วงมาร" สิ่งนั้นก็คือการเวียนว่ายตายเกิด การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ถือว่าเป็นทุกข์ เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องเจอ หรือแม้แต่การจากลา การประสบกับสิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจ ความเศร้า ความขมขื่น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากการเกิด ในทางพระพุทธศาสนาการแก้ไขการเกิดได้นั้นจะต้องย้อนกลับไปดูที่เหตุว่า สิ่งใดเป็นเหตุ เหตุเกิดการอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วเหตุก็คือกรรมที่แปลว่า การกระทำนั่นเอง ซึ่งแบ่งได้ 3 กรรม ได้แก่ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม

    คนที่ทำกรรมดี สิ่งที่จะได้รับก็จะเป็นความสุข ส่วนคนที่ทำกรรมไม่ดี สิ่งที่จะได้รับก็จะเป็นความทุกข์ กรรมไม่มีสิ่งตอบแทนของการกระทำ แต่จะให้ผลจากการกระทำของตัวเราเอง

    การทำกรรมเกิดจากกิเลส หรือความโลภ โกรธ หลง เป็นเหตุปัจจัยให้ทำกรรมชั่ว การมีกิเลสจะทำให้คนทำความดีที่ไม่เที่ยงแท้ เช่น ถ้าอยากรวย ก็ไปถวายสังฆทาน ซึ่งเป็นการทำบุญที่อาศัยตัณหา

    การที่เราคิดว่าตัวเราเป็นของเรา เรียกว่า อุปาทาน คือ ความไม่รู้ หรือรู้ในสิ่งที่ไม่จริง เช่น รู้ว่าเป็นหญิง เป็นชาย เป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นของเรา ทั้ง 3 สิ่งนี้ คือ อวิชชา

    ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดที่เกิดมาแล้วไม่เปลี่ยน แปลง ไม่บุบสลาย ทุกอย่างล้วนตั้งอยู่และดับไป

    การทำลายอวิชชา (เพื่อไม่ให้เวียนว่ายในวัฏสงสาร) จะต้องดับกิเลส ตัณหา และอุปาทาน เมื่อเหล่านี้ดับก็จะสิ้นกรรม สิ้นการเวียนว่ายตายเกิด

    อาวุธที่จะทำลายอวิชชา คือ ปัญญา การรอบรู้ การ รู้แจ้งเห็นจริง แม้ว่าเราจะมีการศึกษาที่สูงจบปริญญาตรี ปริญญาเอก แต่ก็ไม่ทำให้เราหลุดพ้นจากความ ทุกข์ได้ เพราะนั่นไม่ใช่การศึกษาที่แท้จริง ปัญญา จึงหมายถึงการศึกษาธรรม การมีสติ มีสมาธิ เข้าสู่เจริญภาวนา

    ทุกคนล้วนมีสิ่งที่จิตปรุงแต่งขึ้นมา ปรุงให้พอใจ ปรุงให้ไม่พอใจ ปรุงให้กลัว ปรุงให้ห่วง ปรุงให้หวง จนเกิดความกระวนกระวายใจขึ้นมา หรือแม้แต่การที่เราโกรธใคร แค้นใคร ก็เป็นสิ่งที่จิตปรุงแต่ง

    สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์จริงๆ ก็คือตัวเรา หากจิตมัวแต่คิดเรื่องที่ไม่ดี เรื่องเก่าๆ ที่ทำให้ไม่สบายใจ คนที่จะทุกข์ก็คือตัวเรา ดังคำที่พระท่านว่า "เรื่องดีจำไม่ได้ เรื่องร้ายจำไม่ลืม"

    หนทางการละทิ้ง คือ การปล่อยวาง อย่าปล่อยให้ความคิดวิ่งไปหาเรื่องราว เมื่อคิดแล้วทุกข์ก็หยุดคิด จิตจะได้สบาย ปล่อยวางแบบกำหนดรู้ ไม่บังคับ เพราะยิ่งบังคับไม่ให้คิดก็ยิ่งเพิ่มความเครียด ความกดดันให้ตัวเอง แค่กำหนดรู้ว่าตอนนี้จิตเราคิดเรื่องใดแล้วพา จิตกลับมาไว้ที่ตัวเช่นเดิม

    สำหรับผู้ที่สนใจอยากได้รับข้อคิดดีๆ สามารถเข้าร่วมโครงการ "เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ" หนึ่งในโครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของเซเว่นอีเลฟเว่น ทุก วันศุกร์ เวลา 12.00-13.00 น. ชั้น 11 ซีพี ทาวเวอร์ถนน สีลม หรือติดตามชมได้รายการ "พุทธปัญญาภิรมย์" ช่อง 16 (TNN NEWS 24) เวลา 07.00-07.30 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์

    ประวัติย่อ

    พระภาวนาเขมคุณ วิ. (สุรศักดิ์ เขมรํสี)

    นามเดิม สุรศักดิ์ เพ็งอาทิตย์

    ภูมิลำเนาเดิม ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนคร ศรีอยุธยา

    การศึกษาปฐมวัย ระดับประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนนครหลวงวิทยาคาร โรงเรียนนครหลวงพิบูลย์ประเสริฐวิทย์ และโรงเรียนอุดมรัชต์วิทยา

    บรรพชา/อุปสมบท เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2518 ณ วัดพร้าวโสภณาราม ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนคร ศรีอยุธยา

    o พระครูอดุลธรรมประกาศ เป็นพระอุปัชฌาย์

    o พระอธิการป่วน โสภโณ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

    o พระครูสำเริง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า เขมรํสี (ประทีปธรรม นำความสงบ และหลุดพ้น)

    การปฏิบัติธรรม ได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ สำนักวิปัสสนานครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และวัดเพลงวิปัสสนา บางกอกน้อย กรุงเทพฯ

    ศึกษาพระอภิธรรม

    o ได้ศึกษาพระอภิธรรม ณ อภิธรรมโชติกวิทยาลัย สามารถสอบได้คะแนนสูงสุดของประเทศ และได้เป็นอาจารย์สอนพระอภิธรรมตั้งแต่อายุพรรษา 3 พรรษา

    o ได้ศึกษาหาความรู้จากครูบาอาจารย์ต่างๆ และปฏิบัติกรรมฐานอย่างต่อเนื่องและได้เปิดสำนักปฏิบัติธรรม วัดมเหยงคณ์

    # สมณศักดิ์

    5 ธ.ค. 2534 เป็น "พระครูเกษมธรรมทัต" และเลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก 5 ธ.ค. 2550

    5 ธ.ค. 2557 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระภาวนาเขมคุณ วิ.

    # การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    o จัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ณ วัดมเหยงคณ์ เป็นประจำทุกเดือน

    o พระวิปัสสนาจารย์ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี

    o พระวิปัสสนาจารย์ ณ บ้านทรงไทย (ส.รวยเจริญ)

    # รายการแสดงธรรมทางสถานีวิทยุ

    สถานีวิทยุทหารอากาศ 01 มีนบุรี คลื่น 945 ระบบ AM วันจันทร์-เสาร์ เวลา 04.00- 05.00 น.

    -------------------
    https://www.posttoday.com/dhamma/517810
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...