วิธีได้เจโตปริยญาน และบุฟนิวาสานุสติระลึก100อดีตชาติ

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย Tamjugg, 5 พฤศจิกายน 2014.

แท็ก:
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ตอนที่4

    ดึกคืนหนึ่งผมก็เดินไปสนทนาธรรมกับพระเถระท่านนึง ท่านเดินจงกลมอยุ่ใกล้ๆกับทางเข้าวัด ผมเดินไปสักพักท่านจบรอบวิปัสนากรรมฐานก็มาสนทนากับผม และบอกว่าตรงนี้เป็นทางสามแพ่งทางผีผ่าน ผมก็ไม่ค่อยเชื่อท่านก็เรียกผมไปยืนตรงนั้นดูถ้าไม่เชื่อ พระเถระก็ถามผมเห็นเปรตไหม ผมก็บอกไม่เห็นคับ แต่รุ้สึกหนักๆหัวละ (ญานทรรศนะผมยังไม่เปิดดีนั่นเองตอนนั้น) ผมก็แผ่เมตตาอุทิศบุญไปก็เบาหัวลง เปรตมาขอบุญ ผมก็ถามว่าทำไมเค้าถึงเกิดเป็นเปรตเฝ้าอยุ่วัด พระเถระก็บอก ก่อนนั้นเปรตตนนี้ เค้าได้เคยเป็นคนงานก่อสร้างวัด(ไม่ถึง20ปี) เป็นคนงานก่อสร้างวัยรุ่นได้ขโมยปูนและเหล็กของวัดขาย ไม่นานก็ตายและมาเป็นเปรตเฝ้าวัด เปรตตนนี้พระแผ่บุญให้ก็ได้รับเพียงเล็กน้อย ต้องให้ญาติพี่น้องเค้าบวชหรือทำบุญให้ถึงจะหลุดเร็ว ผมก็พยายามฟังแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเพราะสงสัยอยุ่

    พอตกดึกผมก็กลับห้อง กำลังจะนอนมาเลยคับ เงาดำๆคล้ายเงาคนแต่สูงมากขายาว รอบกายมีแสงขาวนวลๆริบรี่ ผมมองไปดึงสติได้แล้วรีบกำหนดจิตปลงไตรลักษณ์ เชื่อไหมว่าได้ยินเสียงกรีดร้องแสบหูมากมันเป็นเสียงเดียวยาวและดังขึ้นเรื่อยๆชนิดที่แก้วหูแทบรับไม่ได้หัวใจผมแทบหวาย กลัวสุดขีดจิงๆไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนในชีวิตเลย และเป็นการเผชิญหน้าเดี่ยวๆ ไม่มีใครอยุ่เป็นเพื่อน เหมือนเค้าจะตามมาตอนผมไปยืนเล่นทางสามแพ่งหรือทางผีผ่านเมื่อตอน2-3ทุ่ม และผมยังติดสงสัยเพราะไม่เห็นอะไร

    ผมก็ไม่กล้าบอกใครมาก กลัวเค้าหาว่าผมมโน ผ่านไป1-2วันมั้ง พระเถระท่านอีกท่านนึงปธ.8แล้วเป็นครูสอนบาลีด้วย เจอกับตัวเลยนอนๆอยุ่กุฏิชั้น3เปิดหน้าต่างนอน กลางดึกรุ้สึกหนาวเลยยื่นมือออกไปเพื่อจะปิดหน้าต่าง เดชะบุญมีมือยื่นมาดึงจากนอกหน้าต่าง ซึ่งไม่มีที่ยืนได้ แต่มีมือมาได้ยังไง พระเถระท่านรีบชักมือเข้าแล้วรีบปิดหน้าต่าง อีกวันมาป่วยเลย บอกหลวงพ่อ หลวงพ่อก็บอกเออในวัดมีเปรตอยุ่3ตัวนั่นแหละ เมื่อก่อน(ไม่ถึง10ปี)ไอ่คนขับรถที่ชอบมาวัดกับลูกพี่เค้า มาถึงวัดก็เข้าไปห้องเก็บของวัดไปเอาของสังฆทานและของใช้ต่างๆที่ญาติโยมถวายให้ทางวัดเอากลับไปบ้าน ใช้เองด้วยขายด้วยมั้งผมไม่แน่ใจ หลวงพ่อก็เคยถามเอาของวัดหรอบอกไม่ได้เอา แต่ที่บ้านคนขับรถคนนี้ของวัดมีอะไรที่บ้านมันมีหมด ก็ไม่รู้จะว่ายังไงไม่นานก็ตายพร้อมกับภรรยาทั้งที่อายุยังไม่มาก และมาเป็นเปรตเฝ้าวัดแบบนี้ อีกอย่างคนขับรถนี้ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ นับถือศาสนาอื่น

    และก็บอกพระเถระประโยค8ท่านนั้นไปกวดน้ำ สวดเมตตัญกรณีแผ่นบุญไปเปรตมาขอบุญ เห็นท่านมารักษาศีล ปฏบัติวิปัสนากรรมฐานละกิเลสเป็นบุญใหญ่ เปรตอดอยากปากเล็กเหมือนรูเข็ม หิวโหยมากคอยหาโอกาสมาขอบุญจากพระปฏิบัติหลายรุปแล้ว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กรกฎาคม 2016
  2. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ตอนที่5

    เมื่อเหตุการเจอเปรตเกิดขึ้น มันก็ยิ่งทำให้ต่อมสงสัยผมทำงาน ถ้าจำไม่ผิดวันต่อมาผมก็ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐานในศาลาเดินจงกลมไปมา เผอิญมองเห็นตู้พระไตรปิฏกข้างๆพระพุทธรุป เพราะก็เปิดค้นคว้าเรื่องเปรตว่ามันมีบอกไหม เปิดเจอมีเปรตหลายชนิด แบบหนึ่งคือตัวดำเหมือนเถ่าท่าน เณรเปรต ภิกษุเปรตก็มี บุฟกรรมเพราะมีจิตลามกในขณะบวชเป็นสมณะ ทำให้ผมซีดทีเดียว เรียนตามตรงว่าตอนนั้นปั่นฌานอารมณ์จะเปลี่ยนตลอดเดวนิ่ง เดวร้อนรน เดววิตกในกามหลายอย่าง เพราะกำลังในการมองสภาวะสิ่งต่างๆเป็นไตรลักษณ์ยังไม่แข็งแกร่ง เจอบทนั่นหละผมต้องสั่งตัวเองตั้งจิตใหม่ให้ดี กลัวคับภิกษุเปรต เณรเปรตอะไร มีไฟติดลุกไหม้ใครว่างลองไปอ่านดูในพระไตรปิฏกนะ ผมไม่ได้ประพันธ์ขึ้นเอง ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กรกฎาคม 2016
  3. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ตอนที่6

    วันคืนล่วงไปเกือบสามเดือนพวกเราสอบอารมณ์ทุกสองวัน แต่ละคนแบกมานะทิฐิมาเต็มที่ เพื่อทดสอบหลวงพ่อ แต่แล้วก็ต้องหน้าแหกไปทุกราย เพราะท่านอภิญญาของจริงยิงเจโตปริญา กับ ทิพย์จักษุมาใครโดนเข้าก็ก้มล้มกราบหายสงสัยและขอปวารณามีพระรัตนะไตรเป็นที่พึ่งตราบเท่าชีวิตหาไม่

    เรื่องนึงของการปลดมานะทิฐิถือตัวของลูกศิษย์ คือตอนสอบอารณ์ลูกศิษย์มีกามฉันทะมาก หลวงพ่อบอกเออไอ่นี่มีปานที่...นิหว่าใช่เปล่า ถึงกับตอบไม่ออกไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว หลังจากคนนั้นพระท่านนั้นก็ตั้งใจละกามฉันทะให้ลึกขึ้นและละอารมณ์ต่างๆให้เป็นอุเบกขาเหมือนลบเมมโทรศัพท์ ไม่งั้นเจอหลวงพ่อแซวและตอบกับไปไม่ถูกกันเลยทีเดียว

    อีกคนบ่นเจ็บบริเวณก้น ตอนสอบอารณ์หลวงพ่อบอกเอ้ยเอ็งเคย..เด็กรึเปล่าเมื่อก่อนเด็กมันยืนอยุ่ ถึงกับตอบไม่ออกอีก เออว่างไปจุดธูปขอขมากรรมที่เคยทำไป

    ส่วนด็อกเตอมหาประโยค9 เป็นครูสอนประโยค9อยุ่นั้นก็ไม่เคยเชื่อบวชมาตั้งแต่12ยัน40กว่า ไม่เคยมีแฟนเวอร์จิ้นว่างั้นบอกกับผมเลยยังไม่เคยเจอครูบาอาจารย์เก่งขนาดนี้ ถึงกับกราบเท้าหลวงพ่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และก็ไปอัดวิปัสนากรรมฐานเพราะทางปริยัติท่านจบมานานแล้ว ไม่มีอะไรให้เรียนแล้วแถมยังเป็นอาจารย์สอนพวกมหา แต่วิปัสนาธุระที่สมเด็จพ่อเคยตรัส อันเป็นกิจของสงฆ์พึงกระทำยังไม่จบหรือสำเร็จบริบูรณ์ท่านจึงฝึกกรรมฐานไปเดือนกว่าก็เข้าฌานดูอดีตชาติได้แล้ว ลงดูทีเป็นร้อยๆชาติๆ สมาธิดีและท่านบริสุทธิ์เหลือเกินไม่เคยมีแฟนบวชตั้งแต่เณร ท่านก็ให้คำปรึกษาผมสอนวิปัสนากรรฐานและก็บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านมาก่อนผม1เดือนได้ ลงดูอดีตชาติได้แล้ว ใช้สมุดจดกันสนุกเลยซึ่งตอนนั้นผมก็งงอย่างเดียว ทำฌานได้และญานทรรศนะเปิดเล็กน้อยเท่านั้น ที่นี่เคารพกันที่วาระจิต ประโยค9เคารพ พระที่ทำบุฟเพได้มากกว่า ไม่ได้เคารพกันที่พรรษาการบวชเป็นหลัก เพราะเหมือนจิตคุณไม่ได้ละหรืออัพเกรดจำนวนพรรษาแทบช่วยไรท่านไม่ได้เลย แถมยังจะเป็นหนี้ข้าวปลาชาวบ้านเพิ่ม ขนาดที่นี้ฉันกันวันละ1มื้อ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ตุลาคม 2016
  4. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ตอนที่ 7

    ที่นี้มีญาติโยมขับทั้งเฟอรารี โรเซอรอยป้ายแดง ขับมาจากกทม เกือบ800กิโลเมตร เพื่อทีจะได้มากราบหลวงพ่อสักครั้ง ครั้งนึงตลกมาก เจ้าของโรเซรอยป้ายแดงถามทางหลวงพ่อไปทางลัดอีกเส้นได้ไหม ซึ่งเป็นทางชันมากรถตู้เคยตกลงตาย8ศพเป็นทางเขาชันมากOFF Roadเลย หลวงพ่อบอกไปได้ๆ ไม่รู้โรเซอรอยป้ายแดงคันนั้นจะเป็นไง มากับลูกน้องอีก2คัน บอกในประเทศนี้มีไม่ถึง50คันรุ่นนี้ เหอะๆ ที่นี้ไม่มีการต้อนรับคนรวยเป็นพิเศษหรือดีกว่าคนธรรมดาหรือคนจนยากเข็ญ และขับรถมาจากกทมเกือบ800กิโลมีเงินเป็นหมื่นล้าน ก็ใช่ว่าหลวงพ่อจะเจิมรถให้คับ สรุปไม่ได้เจิม คือเงินซื้อไม่ได้คับที่นี่ เศรษฐีรวยระดับต้นๆของประเทศท่านนั้นถึงกับอึ้งๆ แถมที่นี้ไม่มีตู้บริจาคเงินแม้แต่ตู้เดียวแห่งแรกของประเทศมั้ง55 เรื่องเงินหลวงพ่อท่านก้าวข้ามไปไกลมากแล้วคับ(ทำญานหยั่งรู้แบบ100%มีแต่พระอรหันต์เท่านั้น) เงินทองลาภยศสรรเสริญผู้ญ มันเป็นกิเลสเบื้องต้นหยาบๆเบสิคเท่านั้น การทำวิปัสนากรรมฐานขจัดกิเลสในขันธสันดารจิตเบื้องลึกนี้ ยิ่งกว่าทำสงครามอีกครั้งบางทีทำเอาร่างกายขันธ์นี้ร้อนเลย ถ้าปลงไม่หลุดลบกิเลสตัวนั้นไม่ออก สมกับคำที่พระบรมศาสดาบอกว่าจะชนะสงคราม ชนะใคร ไม่เท่าชนะใจตน เอาตนในตนอยุ่นั่นแหละยอดคน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 ตุลาคม 2016
  5. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ตอนที่8

    ท้าวความนิดนึง ตอนนั้นผมบวชใหม่ไม่ค่อยรู้เรื่องมหาหรือเปรียญธรรม ผมก็ไม่ได้เคารพอะไรมาก พุดคุยกับท่านดร.มหาเปรียญธรรม9และมหาประโยค8อีกหลายท่านกันเอง ถามไปมาแต่ละท่าน20กว่าพรรษาทั้งนั้น บางท่านสวดปาฏิโมกได้แถมคล่องมากแต่ละท่านล้วนไม่เชื่อในตอนแรก มหาทั้งหลายบอกกับผมว่าผมโชคดีได้เจออาจารย์ของจริง เราบวชมาตั้งแต่เณร จนอายุจะเข้า50ไปมาทั่วประเทศแล้วหาอาจารย์สอนกรรมฐาน แล้วยังไม่เคยเจออาจารย์ที่ไหนเท่านี้เลย (หลวงพ่อซึ่งไม่ได้สอบนักธรรมอะไรแต่อาจารย์สอนมหาประโยค9ในกทมถึงกับก้มลงกราบหลวงพ่อฝากตัวขอเป็นลูกศิษย์เรียนวิปัสนากรรมฐาน) อาจารย์สอนมหาประโยค9ท่านนั้นมาได้เพราะลูกศิษย์ท่านประโยค8 มาทำวิปัสนากรรมฐานก่อนและได้บุฟเพเล็กน้อยเลยชวนท่านประโยค9ขึ้นดอยมาฝึกเช่นกัน ท่านดร.มหาประโยค9อยุ่ไม่ถึงเดือนก็สามารถเห็นอดีตชาติได้แล้ว100ชาติเกือบ10รอบ ผมจึงถามว่าท่านเกิดเป็นอะไรบ้างในอดีต คงมีบุญมากชาตินี้บวชตั้งแต่เณรจนปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนมหาประโยค9แล้ว ท่านก็บอกกับผมด้วยเสียงเบาๆว่า เราเกิดไม่ค่อยดีหรอก เป็นชาวนาซะเยอะ เป็นสุนัขก็มี แต่ชาติใกล้ๆนี้ดีขึ้นมาหน่อย เป็นเศรษฐีได้อุปฐากพระอนาคามี2องค์ น่าจะชาติที่ผ่านมาสดๆนี้เลย ชาตินี้ท่านบุญดีมากบวชตั้งแต่เณรและสอบได้มหาประโยค9และตอนหลังไปอยุ่อินเดีย6ปี จบดร.กลับมาเป็นอาจารย์สอนบาลีให้มหาประโยค9วัดดังในกทม(อยุ่กทมสบายกุฐิหลังใหญ่มาก มาที่นี่กุฐิห้องกว้างประมาณ4x4เมตรเท่านั้น บางครั้งกุฐิเตมต้องไปกางเต้นนอนใกล้เจดีย์ นี่ระดับอาจารย์สอนมหาประโยค9แต่ท่านไม่ถือตัวเลย เพื่อจะได้มาเรียนวิปัสนากรรมฐานกับหลวงพ่อ) ที่นี่ท่านฉันวันละมื้อ7โมงเช้าหลังเที่ยงวันไม่มีใครกล้าแอบฉันอีก เพราะศีลมีผลกระทบกับการญานทรรศนะจะเห็นหรือไม่เห็นด้วยจะเข้าตามหลักพระพุทธเจ้าบอกไว้ คือศีลเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ถ้าไม่ครบมืดต่อให้ฝึกนานแค่ไหน ทำกรรมฐานทั้งวันเกือบ20ชั่วโมง คือพักแค่สรงน้ำกับเข้าห้องน้ำ ไม่ถึงเดือนทำได้เลยเห็นอดีตชาติ ท่านก็บอกว่าลูกศิษย์เรามหาประโยค8ชวนมา เราก็ไม่รุจักหรอกตอนแรกและคิดว่าโม้ตลอดเกือบหนึ่งเดือน จนเราลงดูอดีตชาติได้ในที่สุด บวชตั้งแต่เณรไม่เคยมีแฟนจนอายุจะเข้า50 ญานทรรศนะเลยชัดมาก
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤศจิกายน 2016
  6. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    275
    ค่าพลัง:
    +174
    เรียนถามพี่ครับ ภาพที่เห็นเคลื่อนไหว หรือนิ่งครับ ขอบพระคุณครับ
     
  7. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ภาพเคลื่อนไหวคับ เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 พฤศจิกายน 2016
  8. ผ่านมาเฉยๆ

    ผ่านมาเฉยๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    655
    ค่าพลัง:
    +841
    กราบขอโอกาสบังอาจสอนหนังสือสังฆราช
    ที่จะอธิบายนี้
    เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่บางท่าน(อันนี้คิดเองนะครับ ไม่รู้จริงมั้ย)
    ถ้าเห็นว่าผิดก็บอกได้ครับ
    บอกตรงๆมาโลดไม่ต้องอ้อมค้อมจะเป็นพระคุณอย่างสูง
    คือจากที่อ่านของท่านTamjuggนั้น
    มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า
    "เงาดำๆคล้ายเงาคนแต่สูงมากขายาว รอบกายมีแสงขาวนวลๆริบรี่ ผมมองไปดึงสติได้แล้วรีบกำหนดจิตปลงไตรลักษณ์ เชื่อไหมว่าได้ยินเสียงกรีดร้องแสบหูมากมันเป็นเสียงเดียวยาวและดังขึ้นเรื่อยๆชนิดที่แก้วหูแทบรับไม่ได้หัวใจผมแทบหวาย"
    นั้น
    สาเหตุที่เปรตร้องนั้น
    น่าจะ (ผมใช้คำว่าน่าจะนะครับเพราะเป็นการด้นเดาเกาหมัดไปตามประสาคนชอบมโน) อิอิ
    ต่อๆ
    เกิดจากอารมณ์กรรมฐานที่ท่านพิจารณานั้นเป็นไตรลักษณ์
    เพราะเปรตนั้นอินทรีย์อ่อนมากและด้วยบุพกรรมจึงต้องทนทุกข์ทรมาน
    แต่
    ธรรมดาของหมู่สัตว์นั้นย่อมหวาดกลัวความตายเป็นธรรมดา
    พออารมณ์ที่พิจารณาถึงความเสื่อมสิ้นไปนั้นไปกระทบ
    จึงเกิดความหวาดกลัวและกรีดร้องอย่างโหยหวน
    จึงขอบอกท่านทั้งหลาย(อย่าเพิ่งเชื่อไปพิจารณากันให้ดีเสียก่อน)
    ว่า
    หากเห็นหมู่สัตว์ที่เกิดในอบายภูมิ๔(ใช่ ทั้ง๔นั่นแหละ)
    ให้แผ่เมตตานำเสียก่อน(หากยังพอมีสติอยู่)
    แผ่ไปจนกว่าเขาจะหยุดคุกคามเรา
    จากนั้นจึงสนทนาปราศัย
    จากนั้นจึงอบรมสั่งสอนข้อธรรมที่เห็นว่าสมควร(อันนี้แล้วแต่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว)
    จากนั้นจึงให้ศีล ให้พร
    และสุดท้าย แผ่เมตตาอีกครั้งหนึ่ง
    เป็นอันจบ
    ส่วนท่านที่สงสัยว่าถ้าเขาไม่หยุดคุกคามล่ะจะทำอย่างไร
    ขอตอบว่า
    ท่านกลัว
    นักปฏิบัติที่แท้จริงจะใจเย็น มีสติ สลดสังเวช และสงสารหมู่สัตว์ที่ยังเวียนว่ายตายเกิด
    อยู่ในสังสารวัฏฏ์อันนี้
    ขอบคุณครับ
    ขอย้ำอย่าเพิ่งเชื่ออะไรง่ายๆ
    นำไปพินิจพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเชื่อผม
    จึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีปัญญาอย่างแท้จริง
    สาธุ
    ขออนุโมทนากับทุกท่านที่มีจิตยินดีในพระสัธรรมอันประเสริฐนี้
    สาธุ สาธุ สาธุ
    อนุโมทามิ
     
  9. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    วัดท่าซุง
    วัดท่าขนุนคับ
     
  10. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    คนมาถ้าเกิดมาสายนี่
    มันมีที่ไปของมันเองนะคับ
     
  11. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    ขึ้นชื่อว่าคนพาล
    คนพาลนั้นเขากล่าวอ้าง
    หากดูลึกๆนั้น
    พาลไม่มีจริง
    ใหนว่าได้เจโตใง
    ทำไมไม่เห็น
    ละท่าน
     
  12. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    ท่านกล่าวอะไรไปเรื่องมโนมยิทธิ
    ท่านรู้รู้
    พาลที่ใจ
    หรือที่คำพูด
    ท่านกล่าว
    ท่านจำได้มั๊ย
    แก้ใขข้อมูลได้นะท่าน
    แต่เราจำคำพูดท่านได้
    ก็นะ....
     
  13. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    และเดี๋ยว...ท่านนพ
    ขาจับคนไปศรีธัญญานั้นอีก
    เดี๋ยวก็มาหาว่าเรามาปรามาสท่านอีก
    คอยดูนะ
    ขาประจำ
     
  14. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    ไม่เห็นต้องผลักเลย
    เข้ามาแค่นี้
    กลัวววววว
    คัวเองเหรอใงงงงง
    5555+
     
  15. ผ่านมาเฉยๆ

    ผ่านมาเฉยๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    655
    ค่าพลัง:
    +841
    ว่าแต่วัดที่ท่านtamjugg กล่าวถึงเนี่ย
    อยู่ภาคไหนเหรอครับ แล้วไม่กวาดตาดเหรอครับ
    แล้วพระจากกรุงเทพมาฝึกปฏิบัติด้วยเนี่ยน่าจะบอกเป็นนัยๆว่าไม่น่าจะไกลกัน
    อืมมมมมมมมม
    ขอตรงๆเลยนะ
    บวชนานป่าว
    อาการของวิถีจิตก่อนเกิดนิมิตเห็นกระดูกนั้นเป็นยังไง
    ถ้าจะฉันยามวิกาลก็จะมีพวกปานะบ้าง บางที่มีปรมัตบ้าง อะไรเงี้ย
    สายปฏิบัติจริงๆน่ะนะ
    เค้าไม่ปล่อยให้ผู้บวชใหม่ทนหิวจนต้องกินยาหรอก
    อ้อ สายปฏิบัติเคร่งๆน่ะ
    ไม่มีหรอกครับบวช7วัน
    แค่มาเป็นผ้าขาวก็นานโขแล้วครับ
    ถ้าของจริงตอบที่ผมถามมาได้หมดครับ
    ปอลิง
    บางท่านที่เล่นอภิญญาน่ะ
    อย่าเลยครับ คนอื่นมองว่าบ้านะครับ
    ถึงจะบอกว่าไม่แคร์โลกธรรมก็เถอะ
    อย่าให้ผู้ไม่เข้าใจ หลงผิดปรามาสเลยครับ
    กรรมมันหนักนะครับ ถ้าเป็นอริยบุคคลจริง ผมคงต้องขอบิณฑบาตร
    รึถ้าแค่พวกคะนองอภิญญาฌาณโลกีย์
    อันนี้ก็แล้วแต่แล้วละ
    แค่นี้ก็เอามายึดกันเฮ้อนี่แหละน้าสัตว์โลก
     
  16. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    ไม่เห็นมีใครเล่นเลย
    เขาไม่เามาเล่นหรอก
    เขาแค่เอามากันตัวเอง
    ไม่ให้คนอื่นเข้ามารู้จิตตนได้
    เลยมีการผลักอย่างที่บอก

    และสงสัยมาก
    เจโตทำไมไม่รู้มโนมยิทธิทั้งที่มีในพระไตรปิฎก
    ไม่รู้วาระจิตของผู้คุยด้วย
    ยิ่งไม่ใช่ใหญ่นะ

    ทำไมคนที่สอนสมาธิคนอื่นเยอะๆถึงไม่รู้ว่าข้างในเขาบริสุทธิไม่บริสุทธิ์

    เลยทำให้รู้ว่าไม่ใช่ทาง
    สำหรับข้าพเจ้า

    ที่จะเดินตามอะนะ
     
  17. ยศวดี

    ยศวดี ชีวิตคือความดี ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,417
    ค่าพลัง:
    +5,352
    คนบางคนหลอกง่าย
    และชอบให้เขาหลอก
    และชอบที่จะเชื่อในสิ่งที่ตนเองพิสูจน์ไม่ได้

    เหมือนในตลาดนัด
    ใครก็ชอบของแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น

    เลยขายดี
    เอวังดัง
    ตลาดนัดเช้า กลางวันเย็นก็เป็นเช่นนี้เองงงง
     
  18. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    ผู้ประทุษร้ายต่อผู้ไม่ประทุษร้ายตอบมีโทษ 10 สถาน

    โทษทันตา
    พวกเดียรถีย์ นักบวชนอกพุทธศาสนา เสื่อมจากลาภสักการะ
    เห็นว่าเป็นเพราะพระโมคคัลลานะเป็นกำลังสำคัญ เพราะพระสมณโคดม ที่
    ปลูก ศรัทธาให้คนไปเลื่อมใสกันมาก ด้วยฤทธิ์ของท่าน จึงคิดจะกำจัดพระ
    โมคคัลลานะเสีย เพื่อคณะของตนจะได้มีลาภสักการะมากขึ้น โดยไปว่า
    จ้างพวกโจรให้ฆ่า พวกโจรทุบตีท่านเสียแหลกเหลวถึงแก่ความตาย
    พระเจ้าอชาตศัตรูส่งสายลับออกไปสืบเป็นจำนวนมาก ในที่สุดก็
    จับโจรที่ฆ่าพระโมคคัลลานะได้หมด สั่งให้ลงโทษโจรเหล่านั้นอย่างหนักเช่นกัน
    โดยจับพวกเดียรถีย์และโจรฝังลงในหลุมทั้งเป็น ประมาณแค่สะดือ เอาฟาง
    กลบ แล้วจุดไฟเผาจนตาย เมื่อเผาเสร็จ สั่งให้เอาไถเหล็กไถอีกครั้งจนศพ
    ขาดเป็นท่อนๆ

    พระพุทธเจ้าทรงทราบการถูกประหารชีวิตของพวกนักโทษแล้ว ได้ตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า บุคคลที่ประทุษร้ายต่อผู้ไม่ประทุษร้าย เช่น กล่าว
    ใส่ความผู้บริสุทธิ์ผู้หาความผิดมิได้ ให้เสียหาย มีพวกเดียรถีย์ ๕๐๐ กับโจร ๕๐๐ ประทุษร้ายต่อผู้ไม่ประทุษร้าย ย่อมถึงความพินาศฉิบหายด้วยเหตุ ๑๐ ประการเป็นแท้ ดังนี้แล้ว
    เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงได้ทรงภาษิตพระคาถาเหล่านี้ว่า

    โย ทณฺเฑน อทณฺเฑสุ อปฺปทุฏฺเฐสุ ทุสฺสติ
    ทสนฺนมญฺญตรํ ฐานํ ขิปฺปเมว นิคจฺฉติ
    เวทนํ ผรุสํ ชานึ สรีรสฺส จ เภทนํ
    ครุกํ วาปิ อาพาธํ จิตฺตกฺเขปํ ว ปาปุเณ
    ราชโต วา อุปสคฺคํ อพฺภกฺขานํ ว ทารุณํ
    ปริกฺขยํ ว ญาตีนํ โภคานํ ว ปภงฺคุณํ
    อถ วาสฺส อคารานิ อคฺคิ ฑหติ ปาวโก
    กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ นิรยํ โส อุปปชฺชติ.

    ผู้ใด ประทุษร้ายในท่านผู้ไม่ประทุษร้ายทั้งหลายผู้ไม่มีอาชญา
    ด้วยอาชญา ย่อมถึงฐานะ ๑๐ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งพลันที
    เดียว
    ๑ คือถึงเวทนากล้า
    ๑ ความเสื่อมทรัพย์
    ๑ ความสลายแห่งสรีระ
    ๑ อาพาธหนัก
    ๑ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต
    ๑ ความขัดข้องแต่พระราชา
    ๑ การถูกกล่าวตู่อย่างร้ายแรง
    ๑ ความย่อยยับแห่งเครือญาติ
    ๑ ความเสียหายแห่งโภคะทั้งหลาย
    ๑ อีกอย่างหนึ่ง ไฟป่าย่อมไหม้เรือนของเขา ผู้นั้นมีปัญญาทราม เพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงนรก.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 พฤศจิกายน 2016
  19. ผ่านมาเฉยๆ

    ผ่านมาเฉยๆ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    655
    ค่าพลัง:
    +841
    อื่มพระสูตรนั้นไม่ใช่ปัญหาครับ
    ปัญหามันอยู่ที่ว่า
    ที่เห็นกระดูกตนเองน่ะครับ
    อาการเป็นอย่างไร
    ก่อนเห็นนั้นพิจารณายังไงครับถึงมองเห็น
    เมื่อเห็นแล้วพิจารณาอย่างไรครับ
    รึ อ. ของท่านสอนแต่การระลึกชาติครับ
    เรื่องนี้พวกนักบวชนอกศาสนาก็ทำได้ครับ
    เพราะมันเป็นโลกีย์สมาบัติครับ
    ไม่ได้มีเจตนาอะไรหรอกครับ
    แค่อยากรู้เฉยๆน่ะครับ
    จะได้เป็นทานความรู้ในด้านการปฏิบัติแก่ท่านอื่นๆที่สนใจแล้วยังติดอยู่เท่านั้นเองครับ
    ขอบพระคุณ
     
  20. Tamjugg

    Tamjugg เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กันยายน 2012
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +962
    พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียร ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย จนเวลาผ่านไปจนถึง ...

    ในปฐมยาม ทรงบรรลุบุพเพนิวาสานุสสติญาณ สามารถระลึกอดีตชาติที่พระองค์ทรงเกิดมาแล้วได้ทั้งสิ้น ญาณเครื่องระลึกถึงชาติก่อนได้ คือในขณะนี้พระองค์ทรงสามารถระลึกชาติในอดีตหนหลังได้ตั้งแต่ ๑-๒ ชาติ ๑๐-๒๐ ชาติ ๑๐๐-๑,๐๐๐ ชาติ ๑๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ชาติเรื่อยไป จนถึงสังวัฏฏกัป-วิวัฏฏกัป-สังวัฏฏวิวัฏฏกัป เป็นอันมาก โดยทรงรู้อย่างแจ้งประจักษ์ว่า ในชาตินั้นพระองค์เกิดในประเทศนั้น มีชื่อและโคตรอย่างนั้น มีผิวพรรณ และมีอาหารอย่างนั้น..... ทรงระลึกย้อนหลังไปถึง ๔ อสงไขย ๑ แสนมหากัปป์

    ในมัชฌิมยาม ทรงบรรลุจุตูปปาตญาณ หรือ ทิพยจักษุญาณ ญาณเครื่องรู้แจ้งในจุติและอุบัติ เหตุแห่งสัตว์ทั้งหลาย คือในขณะนี้พระองค์ทรงสามารถเห็นสัตว์ทั้งหลายที่กำลังจุติตายไปและกำลังอุบัติเกิดขึ้นใหม่ในโลกทั้งหลาย โดยทรงเห็นอย่างแจ้งประจักษ์ ด้วยอำนาจ ทิพยจักษุอันบริสุทธิ์วิเศษกว่าสามัญมนุษย์จักษุวิสัยว่า สัตว์ทั้งหลายได้พากันล้มตายลงไปแล้ว ต่างผู้ต่างก็ไปเกิดในสภาพต่างๆ กัน เลวบ้าง ประณีตบ้าง มีผิวพรรณงามบ้าง ไม่งามบ้าง ถึงซึ่งความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง แตกต่างกันไป ตามสมควรแก่กรรมแห่งตนที่ได้กระทำไว้ .....

    ในปัจฉิมยาม ทรงบรรลุอาสวักขยญาณ ทรงพระปรีชาสามารถทำอาสวกิเลสทั้งหลายให้ดับสิ้นไป จนได้บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ คือ ญาณอันประเสริฐอันเป็นเครื่องตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือพระผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ในเวลาปัจจุบันสมัยรุ่งอรุโณทัย จึงเปล่งพระพุทธสีหนาทปฐมอุทาน ตรัสทักตัณหาด้วยความเบิกบานพระทัยว่า

    “นับตั้งแต่ตถาคตท่องเที่ยวสืบเสาะหานายช่างเรือนอันก่อสร้างนามรูปคือตัวตัณหา ด้วยการเวียนว่ายตายเกิดมาตลอด ๔ อสงไขยแสนมหากัลป์ บัดนี้ได้พบและทำลายสูญสิ้นแล้ว จิตของเราปราศจากสังขารเครื่องปรุงแต่งให้เกิดในภพอื่นแล้ว”
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 พฤศจิกายน 2016
Loading...