เตรียมตัวให้พร้อม...มันกำลังมา!

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย >_<.ST.>_<, 6 พฤศจิกายน 2017.

  1. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239
    อ่อ.....แสดงว่าคุณจิตยิ้มก็ปฎิบัติเพื่อให้เกิดแสงสว่างภายในสิน้า
     
  2. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    สหรัฐออกมาเปิดเผยความจริงว่าโลกกำลังเผชิญกับการมาของยานลึกลับ


    เผยแพร่เมื่อ 19 ธ.ค. 2017
     
  3. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239

    ถ้าปฎิบัติ อยากจะบอกว่า...สู้ สู้ แล้วกันน่ะ ;)
     
  4. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    พีท ทองเจือ เปิดทุกความลับของมนุษย์ต่างดาว


    เผยแพร่เมื่อ 10 พ.ค. 2016
     
  5. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    เขากะลาเตือนภัยใหญ่ของคนกรุงเทพฯ


    เผยแพร่เมื่อ 10 มิ.ย. 2017
     
  6. BaAnPaYa

    BaAnPaYa สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2011
    โพสต์:
    8
    ค่าพลัง:
    +5
    คิดว่าจะเกิดอะไรในปี 2020 หรือ 2563 ไหมอ่ะ
     
  7. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    เผยรายชื่อ 30 เมือง จะจมอยู่ใต้น้ำทะเลในอีก 3 ปีข้างหน้า


    เผยแพร่เมื่อ 31 ก.ค. 2017
     
  8. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    สัญญาณเตือน “บิตคอยน์” ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก 2018

    p0104251260p1-728x472.jpg

    จากกระแสความร้อนแรงของ “บิตคอยน์” เงินสกุลดิจิทัล หรือ cryptocurrencies ที่ราคาพุ่งทะยาน จากต้นปีมูลค่าไม่ถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันราคาเข้าใกล้ 20,000 ดอลลาร์ ทั้งยังกำลังก้าวขึ้นสู่จุดที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักเก็งกำไรได้มากขึ้น

    อย่างไรก็ตาม มูลค่าที่พุ่งขึ้นอย่างไร้ข้อจำกัด ทั้งไร้เหตุผล ได้กลายเป็นความเสี่ยงที่ทั่วโลกกังวล เพราะยังไม่มีกฎหมายรองรับสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการแต่จากที่เงินดิจิทัลสกุลบิตคอยน์ถูกนำเข้าสู่การซื้อขายในตลาดซื้อขายสินค้าล่วงหน้าเป็นครั้งแรกที่ “Chicago Board Options Exchange” หรือ CBOE เมื่อ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา และ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ CME (Chicago Mercantile Exchange) ก็ได้เปิดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์อีกราย

    เดอะ การ์เดียน รายงานว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองตรงกันว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของการขยับสถานะของบิตคอยน์ให้เป็นสกุลเงินที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการการเงินโลก

    อย่างไรก็ตามภาพรวมทั่วโลกยังมองว่า”บิตคอยน์” คือความเสี่ยงหนึ่งของตลาดการเงินโลก ซึ่งจะเห็นว่าธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการเงินต่างออกมาเตือนถึงความเสี่ยงดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะเกรงว่าความเสี่ยงจากฟองสบู่บิตคอยน์แตกจะกระทบตลาดการเงินทั้งระบบ เพราะขณะนี้มีการอ้างอิงว่ามูลค่าซื้อขายบิตคอยน์ในตลาดสูงถึง 4 แสนล้านดอลลาร์

    โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางของหลาย ๆ ประเทศ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาเตือนในทำนองเดียวกันว่า บิตคอยน์เป็นแหล่งทรัพย์สินที่ไม่มีเสถียรภาพ และไม่ใช่เงินตราที่ชำระหนี้ตามกฎหมาย ทั้งจะไม่ได้รับความคุ้มครองหากถูกหลอกหรือเกิดปัญหาการใช้งาน เรียกว่ายังเป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงมาก

    ที่สำคัญบิตคอยน์หรือเงินสกุลดิจิทัลต่าง ๆ กลายเป็นเครื่องมือสำหรับการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่นการฟอกเงิน หรือการลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่

    ด้านบริษัทลงทุน AQR Capital Management วิเคราะห์ว่า 40% ของบิตคอยน์ในตลาดถือครองโดยบุคคลแค่ประมาณ 1,000 คนเท่านั้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างสูงในการกำหนดราคา และส่วนใหญ่รู้จักกันดี ทำให้การร่วมมือกันซื้อขายเพื่อสร้างราคาอย่างเป็นระบบเป็นไปได้ง่าย ในขณะที่ตลาดบิตคอยน์ยังไม่มีกลไกการกำกับดูแล ทั้งไม่มีกฎเกณฑ์เรื่องเปิดเผยข้อมูลก็ทำให้ตลาดมีความโปร่งใสน้อย

    นายบรูโน เลอแมร์ รัฐมนตรีคลังของฝรั่งเศส ก็เรียกร้องให้มีการหารือเรื่องการออกกฎหมายจัดระเบียบบิตคอยน์ในการประชุม G20 เดือนเมษายนปี 2018 โดยยอมรับว่าความเสี่ยงที่เกิดจากบิตคอยน์ จะเป็นปัจจัยกดดันให้กลุ่มประเทศผู้นำในเศรษฐกิจโลก G20 จำเป็นต้องร่วมหารือและออกกฎหมายเพื่อรับมือ

    ธนาคารใหญ่ของเยอรมนีอย่าง “ธนาคารดอยช์แบงก์” ออกรายงานประเมินความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกปี 2018 ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือความเสี่ยงคือ “ฟองสบู่บิตคอยน์แตก”

    สำหรับปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งคือ เงินเฟ้อของสหรัฐที่อาจเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2/2018 รัฐบาลหลายประเทศก็เริ่มจับตาไล่บี้ตลาดซื้อขายบิตคอยน์ เช่นทางการจีนเดินหน้าปิดตลาดการซื้อขายทั่วประเทศ โดยระบุว่า เงินดิจิทัลถูกใช้เป็นเครื่องมือในทางอาชญากรรมมาก ทั้งการฟอกเงิน การค้ายาเสพติดและการระดมทุนที่ผิดกฎหมาย

    ขณะที่ประเทศไทย ธปท.ก็จับตา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เฝ้าระวังการนำบิตคอยน์ไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็น แนวทางการกำกับดูแล Initial Coin Offering (ICO) โดย นางสาวอาจารีย์ ศุภพิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเทคโนโลยีทางการเงิน ก.ล.ต.กล่าวว่า เนื่องจาก ICO เป็นวิธีการระดมทุนใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยผู้สนใจลงทุนจะต้องใช้ “เงินดิจิทัล” เช่น บิตคอยน์ ฯลฯ เข้ามาแบ็กอัพ

    “การระดมทุนแบบ ICO กำลังเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ และเป็นที่พูดถึงในประเทศไทย ก.ล.ต.ก็เห็นว่าเราจะปิดกั้นเทรนด์ของ ICO ไม่ได้ จึงต้องหาแนวทางกำกับดูแล อย่างไรก็ตามแนวทางกำกับดูแล ICO ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีคริปโตเคอเรนซี่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ ก.ล.ต.ยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นการรับรองให้คริปโตเคอเรนซี่ เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

    การที่ไม่มีกฎหมายกำกับ ทำให้การซื้อขายบิตคอยน์เป็นไปอย่างอิสระ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั่วโลกต่างผวามากขึ้น เช่นกรณี “เฟลกซ์คอยน์” ที่ตั้งอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ยืนยันว่าบริษัทไม่มีทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จะชดเชยความเสียหายได้ หลังจากที่ถูกเจาะระบบและขโมยบิตคอยน์ที่มีอยู่ทั้งหมดไป อันนำมาสู่การขอประกาศปิดตัวในที่สุด รวมทั้งล่าสุด Youbit ตลาดซื้อขายบิตคอยน์

    “เกาหลีใต้” เพิ่งประกาศปิดตัว หลังเจอแฮกเกอร์โจมตีซ้ำครั้งที่ 2 ในรอบปี สูญเงินจำนวนมาก ทำให้บริษัทประกาศล้มละลาย แม้จะระบุว่าจะเปิดให้สมาชิกถอนเงินลงทุนแต่เงินก็จะหดหายไปซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเหลือเท่าไหร่

    นักวิเคราะห์จากสื่อหลายสำนักลงความเห็นว่า “บิตคอยน์เสมือนเป็นเกมการพนันที่ซับซ้อนมาก และท้ายที่สุดก็ต้องมีผู้ชนะและผู้แพ้ ซึ่งมักจะเป็นคนที่ไม่มีทักษะการเอาตัวรอดพอ”

    ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 23 ธันวาคม 2560


    ที่มา https://www.prachachat.net/finance/news-91837
     
  9. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239

    ถ้าเมืองจมน้ำ จะย้ายบ้านไปอยู่ไหนดีเนี่ย น่ากลัวจัง :eek:
    ต้องเตรียมตัวแล้วสิน่ะ:rolleyes:
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 มกราคม 2018
  10. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    คำทำนายปี 2018 เศรษฐกิจโลกล่มสลาย สงครามโลกครั้งที่ 3 และ อุกาบาตพุ่งชนโลก


    เผยแพร่เมื่อ 8 ต.ค. 2017

    วิดีโอนี้แสดงการคาดการณ์ของ นอสตราดามุส ในปี 2018

    ทำนาย Nostradamus 2018 # 1 - การสูญเสียที่ดีของดวงจันทร์ VESUVIUS
    การคาดการณ์ของ Nostradamus 2018 # 2 - ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
    การคาดการณ์ Nostradamus 2018 # 3 - WORLD WAR 3
    Nostradamus 2018 ทำนาย # 4 - GIANT ASTEROID TO HIT EARTH
    การคาดการณ์ของ Nostradamus 2018 # 5 - การสื่อสารด้วยมนุษย์และสัตว์ล่วงหน้า
    Nostradamus 2018 ทำนาย # 6 - คนจะเริ่มมีชีวิตอยู่เกินกว่า 200 ปี
     
  11. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    แนวโน้มของสิ่งที่จะเกิดขึ้น ปลายปี 2018 หรือ 2019


    เผยแพร่เมื่อ 3 พ.ย. 2017

    แปลภาษาโดยกูเกิ้ล

    NASA: ดวงอาทิตย์จะไม่ขึ้นอีกในปี 2018 - 33 วันคืน หลังจากมีมนุษย์เพียง 7 ล้านคน ที่เหลืออยู่บนโลก

    70,000 พันปีที่ผ่านมา ประชากรมนุษย์โลกอยู่ที่ประมาณ 10 ล้าน แต่ 50,000 พันปีมาแล้ว - มีเพียง 9,000 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ทั่วโลก เราทุกคนสืบเชื้อสายมาจาก 9,000 คนเหล่านี้ เราลดลงได้อย่างไรจาก 10 ล้านถึง 9,000 ราย? นี่คือวิธีการ สิ่งที่คุณเห็นคือจุดเริ่มต้นที่กำลังจะมาถึงในยุโรปและเข้าสู่ส่วนที่เหลือของโลก มันเป็นเพียงลมหายใจแรกของมัน ค่าใช้จ่ายพันล้านดอลลาร์ตกเป็นของยุโรปและก่อให้เกิดพระอาทิตย์ตกที่แปลกประหลาดและปรากฏการณ์แปลกใหม่ในบรรยากาศทั่วโลก

    ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า เตรียมความพร้อมให้กับเหตุการณ์สำคัญในปี พ.ศ. 2561 เมื่อเทียบกับการสูญพันธุ์ของชาวแซมไอร์แลนด์ แต่ตอนนี้มนุษย์ต้องเดินทางไปแล้ว พวกเขาแน่ใจว่าจะเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2561 พวกเขาสามารถคำนวณวันที่สารสกัดได้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2018 หรือต้นปี พ.ศ. 2562 เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์รู้สึกดีที่คาดการณ์การระเบิดของภูเขาไฟ ที่จะทำให้เกิดการลงโทษครั้งใหญ่ในยุโรปก่อนแล้ว จึงเหลือเวลาที่เหลือ โลก. ในปี 2010 ภูเขาไฟไอซ์แลนด์เริ่มปะทุสูบน้ำตันขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้หลายพันล้านยูโรเกิดความเสียหายแก่สายการบินยุโรปเพียงลำพัง เนื่องจากเครื่องยนต์อากาศยานที่ได้รับความเสียหายจากแอช และนับหมื่นเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทาง

    ในปี 2554 ภูเขาไฟไอซ์แลนด์ดูเหมือนจะชะลอตัวลงและชาวยุโรปเริ่มหายใจได้อย่างง่ายดาย แต่ในปี พ.ศ. 2560 นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจวัดแผ่นดินไหวไอซ์แลนด์และกิจกรรมแมกม่า และกล่าวว่ามันเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่าครั้งก่อนปี พ.ศ. 2553 นักวิทยาศาสตร์บอกว่าไอซ์แลนด์และส่วนที่เหลือของยุโรป ห่างออกไปเพียงหนึ่งปีสำหรับการสูญพันธุ์ที่เกิดจากการปะทุอันยิ่งใหญ่ ซึ่งจะทำให้เกิดการปะทุไม่เพียง แต่การปะทุในปี พ.ศ. 2553 แต่มนุษย์ทุกคนได้ปะทุขึ้น ในช่วง 50,000 ปีที่ผ่านมา การปะทุของ Tabora และ Krakatoa

    ที่สร้างยุคน้ำแข็งบนโลกใบปะทุมาแล้ว กินเวลานานหลายชั่วโมง หนึ่งที่เข้ามาจะมีอายุการใช้งานเป็นสัปดาห์เดือนและบางทีอาจเป็นปี ที่สูบน้ำมากขึ้นไปในอากาศ จนกว่ามันจะบล็อกดวงอาทิตย์ และกลางวันจะกลายเป็นคืนทั่วทุกมุมโลก จากนั้นเราจะมีลูกบอลน้ำแข็ง ที่ไม่มีการปลูกพืชและไม่มีเครื่องบินบิน เหตุการณ์เดียวกันนี้ได้กวาดล้างมนุษย์ยุค Neanderthals 50,000 พันปีมาแล้ว พร้อมกับลิงหลายรูปแบบ ใช่มนุษย์รอดชีวิตและอดทนกลับมาได้แล้ว แต่เมื่อ 70,000 พันปีที่ผ่านมาประชากรมนุษย์โลกมีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน แต่มีประชากร 50,000 พันคนลดลงอย่างมากถึง 9,000 คนบนโลก

    ตอนนี้เราอยู่ที่เกือบ 8 พันล้าน ดังนั้นคำถามคือ - จำนวนนี้จะเหลือเวลานี้หรือไม่? ครั้งล่าสุดมีเพียง 0.1% เท่านั้นที่รอดชีวิต เราทั้งหมดสืบเชื้อสายมาจาก 0.1% เหล่านี้ แปลโดยจำนวนประชากรโลกวันนี้หมายความว่ามีเพียง 7 ล้านคนเท่านั้น ที่จะถูกทิ้งไว้หลังจากการปะทุ และจะเป็นการปะทุอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะมันจะระเบิดขึ้นเช่นเดียวกับการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ แต่เป็นเพราะมันจะมีอายุการใช้งานเป็นเวลาหลายสัปดาห์หลายพันปีหรือบางทีอาจจะหลายปี มันจะทำให้ตันของเถ้าเข้าไปในชั้นบรรยากาศของโลกเพื่อป้องกันดวงอาทิตย์ และหากคุณอ่านคำพยากรณ์ในเวลากลางคืน 33 วัน เมื่อดวงอาทิตย์จะส่องลงบนพื้นดินที่เกิดขึ้นในหลายแหล่งรวมทั้งพระคัมภีร์ Nostradamus และ Baba Vanga ตอนนี้คุณจะเข้าใจว่ามันไม่เพียงเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์ โดยมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นปลายปี 2018 หรือ 2019
     
  12. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239
    ทำไม....เห็นมีแต่คำทำนายที่ไม่ดี....ทั้งนั้นเลยน้อ
    สรุป....แล้วในอนาคตจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นบ้างไหมน้อ :rolleyes::rolleyes::rolleyes:
     
  13. ทอนเงิน

    ทอนเงิน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    318
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +326
    น่าจะมีนะครับรอให้สิ่งไม่ดีมันหมดไปก่อนครับแล้วสิ่งดีน่าจะตามมาครับ
     
  14. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    ยามทรามลามสุดแล้วฉันใด จักเกิดท่านเทพไท้จากฟ้า

    645_conan_the_rebel-jpg.jpg
    กัลกิยาวตาร

    (จากบันทึกในศาสนาฮินดู)

    กัลกยาวตาร หรือ กัลกิยาวตาร(พระนารายณ์ อวตารเป็นมนุษย์ผู้ขี่ม้าขาว หรือ กัลกี)เป็นอวตารที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เป็นการทำนายอนาคตไว้ว่า ในยามที่เป็นปลายแห่งกลียุค ที่เมื่อผู้คนไม่รู้จักธรรมะ ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีอีกต่อไป โลกทั้งโลกต้องเผชิญกับยุคเข็ญไปทุกหย่อมหญ้า จะมีบุรุษขี่ม้าปรากฏตัวขึ้น เพื่อปัดเป่าความทุกข์ยาก และนำธรรมะกลับมาสู่มวลมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง

    เมื่อโลกเยือนย่างเข้า กลียุค
    บาปบั่นบุญบี้บุก ทั่วหล้า
    ทั่วถิ่นทุกทางทุกข์ เหลือหลาย
    เกิดก่อกิเลสกล้า มล้างมลายธรรม

    ยามทรามลามสุดแล้ว ฉันใด
    จักเกิดท่านเทพไท้ จากฟ้า
    อวตารดับเภทภัย พาพ้น
    ปาฏิหารย์ประจักษ์หล้า แต่ต้องหวังขลัง

    วิษณุเทพผู้ รักษา
    ซึ่งหมั่นธำรงโลกา จากร้าย
    ปางสิบเสด็จมา ยามยาก
    มามุ่งพามารร้าย ดับสิ้นโสมม

    เป็นบุรุษขี่ม้า สีขาว
    มีดาบเชิดชูวาว แกว่งแกล้ว
    แต่ต้องจัก รอยาว เมื่อมา
    ปราบบาปให้คลาดแคล้ว ชื่อนั้น"กัลกี"

    จงตั้งตัวตั้งมั่น ไว้เถิด
    สักวันจักก่อเกิด ประจักษ์หล้า
    ครานั้นบาปจักเตลิด แพ้พ่าย
    จากบาปให้คลาดแคล้ว ทั่วทั้งสากล

    โปรดทำดีอย่าท้อ พวกเรา
    ยามบาปบุกมัวเมา อย่าใกล้
    ใครมัวหมุ่นปลุกเขา ช่วยเถิด
    เพราะว่าท่านเทพไท้ จักได้เสด็จมา


    บทกวีโดย ขาว-กรมท่า

    ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/1030978/
     
  15. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    พระศรีอารย์ในจิตทัศน์ของนอสตราดามุส

    _9_150.jpg

    " เสียงนุ่มนวลแห่งมิตรไมตรีอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินจากแผ่นดินทิพย์ แสงเพลิงมนุษย์ ฉายรองรับเสียงประเสริฐนั้น จะเป็นเหตุให้โลกต้องเปื้อนเลือด สมณเพศทั้งหลายที่ไม่ยึดถือศีล (พรหมจรรย์) และนำไปสู่การทำลายโบสถ์วิหารที่ไร้ความบริสุทธิ์ "
    (ซ.1 ค.96 )


    นับว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกน่าอัศจรรย์อย่างมากเลยทีเดียว ที่นอสตราดามุสได้เขียนโคลงทำนายบทนี้ขึ้นเมื่อ 450 ปีก่อน ภายใต้สังฆจักรโรมันคาทอลิก สมมุติว่าท่านได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 2,000 ปีกว่ามาแล้วในสมัยนั้น ท่านคงจะไม่กล่าวถึงพระศรีอาริยเมตไตรยอย่างแน่นอน ถ้าในจิตทัศน์ของท่านไม่ได้เห็น สัจธรรมบางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และมีส่วนสัมพันธ์กับศรัทธาใหม่ของโลกโดยตรง คำว่า " มิตรไมตรีอันศักดิ์สิทธิ์ " นี้จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากพระนามของพระศรีอาริยเมตไตรย เพราะคำว่า " เมตไตรย " นี้ แปลว่า " เพื่อน " ในความหมายของภาษาบาลี สันสกฤต บุคคลผู้นี้เป็น Sacred Friend จะเป็นใครก็ตาม แต่การใช้คำว่า " มิตรไมตรีอันศักดิ์สิทธิ์ " หรือ " เพื่อนผู้ศักดิ์สิทธิ์ " แสดงให้เห็นว่าผู้ที่จะมาโปรดสัตว์ในโลกยุคนี้ จะไม่ใช่เป็นบุคคล

    ธรรมดาอย่างแน่นอน อีกทั้งมาจากแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ หรือ Holy Ground อีกด้วย ก็ยิ่งชี้ชัดว่าน่าจะเป็นองค์พระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งนายจอห์น ฮอค ฟันธงว่าจะเสด็จมาในโลกนี้ประมาณ ระหว่างคริสต์ศักราช 2000 ( พ.ศ.2543 ) หรือกว่านั้นเล็กน้อย ซึ่งใกล้เคียงกับวันเวลาที่พระเยซู หรือพระมาซิ อาร์ พระมะห์ดีร์ ตามความเชื่อของมุสลิม จะเสด็จมาในวันพิพากษาโลกนี้ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อกันอย่างเงียบๆ ว่าอาจจะเป็นพระศาสดาโพธิสัตว์องค์เดียวกันก็ได้

    การเสด็จมาของพระศรีอาริยเมตไตรย ก็คงต้องมาชำระสะสางความเสื่อมของศาสนาอยู่แล้ว ในภาวะที่มีการวิวัฒนาการ บรรดาพระสงฆ์สมณเพศผู้ยึดถือพรหมจรรย์ ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับนักบุญทั้งหลายผู้เสียสละในอดีต วันเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นคงต้องผ่านขั้นตอนตามปรกติวิสัย ซึ่งบางครั้งอาจต้องมีความเจ็บปวดอันเกิดจากการต่อต้าน หรือขัดแย้งทางอุดมการณ์และความคิดเกิดขึ้น ซึ่งในหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้นในอดีต การเสียสละของนักบุญอาจถึงกับต้องเลือดตกยางออก


    " อังคารกับคฑาของจูปิเตอร์ (พฤหัส) เล็งลัคน์
    เกิดสงครามมหาวิบัติภายใต้ราศีกรกฎ
    หลังจากนั้นไม่นาน กษัตริย์ใหม่จะถูกสถาปนา
    เป็นผู้นำสันติสุขมาสู่โลกมนุษย์เป็นเวลายาวนาน "
    ( ซ.6 ค.24 )


    วรรคที่น่าสนใจในโคลงบทนี้ ได้แก่วรรคที่มีคำว่ากษัตริย์ ที่จะนำสันติสุขมาสู่โลกมนุษย์ หลายฝ่ายตีความกันว่า นอสตราดามุสกำลังพูดถึงวันที่โลกชำระบาปแล้ว หลังจากกลียุคอันเกิดจากสงคราม ภัยพิบัติอันเกิดจากธรรมชาติ หรือโรคระบาด โลกจะปรากฎผู้นำใหม่ที่มาในมิติที่อยู่เหนือธรรมชาติ อาจจะเป็นพระศรีอาริยเมตไตรย พระมาซิอา พระมะห์ดี หรือพระยาธรรมิกราช ที่เสด็จมาโปรดสัตว์ตามพุทธทำนาย ตามคำทำนายในพระคัมภีร์ไบเบิล หรือตามพระวัจนะในพระคัมภีร์กุรอ่านก็ได้

    " บรรยากาศ ท้องฟ้า แผ่นดินโลกจะมืดลง และถูกบดบังจนมืดครึ้ม แม้แต่คนไม่เชื่อศาสนา ยังพร่ำเรียกหาพระผู้เป็นเจ้ากับนักบุญ.... "
    ( ซ.9 ค.83 )


    คำทำนายของนอสตราดามุสข้างต้นนี้ คล้องจองกับพุทธทำนายที่บอกว่า ท้องฟ้าจะมืดเจ็ดวันเจ็ดคืน ครุฑจะบินกลับถิ่นสถาพร คนจรจะกลับกรุง ฟูกจะมีหนาม ผีป่าจะเข้าบ้าน ผีบ้านจะเข้าไพร....และในพระคัมภีร์ไบเบิลกับพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน ทำนายว่าพระอาทิตย์จะมืดลง ดวงจันทร์จะหยุดส่องแสง ดวงดาวบนท้องฟ้าจะร่วงหล่น...ช่างเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งเลยทีเดียว.....

    ( คัดลอกมาจาก หนังสือนอสตราดามุส ฉบับเพิ่มเติมเกี่ยวกับศรัทธาใหม่ เขียนโดยศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน )

    ที่มา https://www.dek-d.com/board/view/1126589/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มกราคม 2018
  16. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239
    Sacred Friend " มิตรไมตรีอันศักดิ์สิทธิ์ " หรือ " เพื่อนผู้ศักดิ์สิทธิ์ "
    เป็นคำกล่าวที่น่าสนใจดี เเต่จะมาในรูปแบบไหนกันแน่น่ะ
     
  17. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    พระศรีอารย์เทศนา ๒๐ กัณฐ์

    63_20160201160710.jpg

    พระไตรปิฏกกัณฐ์ที่ ๓/๒๐ พระศรีอารย์ คือพระจักรพรรดิกึ่งพระศาสนานี้ อยู่บนใบลาน : พระศรีอารย์เทศนา ๒๐ กัณฐ์
    โดย :อจ.ธวัช เฟื่องประภัสสร์ ปธ.๙ สำนักวัดเบญจมบพิตร

    ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา : นายรวล รุ่งเรืองธรรม พ.ศ.๒๔๙๘ (สงวนลิขสิทธิ์) สำนัก พิมพ์ โรงพิมพ์อักษรเจริญทัศน์
    ๑๙๕ เสาชิงช้า ถ.บำรุงเมือง พระนคร กรุงเทพฯ


    พระศรีอารย์ กัณฐ์ที่๓
    มิตตกถา การคบเพื่อน


    สตฺ โถ ปสวโต มิตฺตํ มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร
    สหาโย อตฺถชาตสฺส โหติ มิตฺตํ ปุนปฺปุนํ
    สยํ กตานิ ปุญฺญานิ ตํ มิตฺตํ สมฺปรายิกนฺติ


    บัดนี้ จะแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องพระศรีอารย์ ต่อจากกัณฐ์ก่อน เพื่อเป็นเครื่องเจริญศรัทธาประดับปัญญาแห่งท่านทั้งหลาย ก็การที่ท่านมาประชุมกันฟังธรรมในวันนี้ ก็ได้ชื่อว่าได้กระทำคุณงามความดีหรือที่เรียกว่าบุญกุศล อันนับว่าเป็นเพื่อนที่ดี สามารถติดตามท่านไปในภพหน้า ...

    เมื่อชำระจิตของตนให้ ปราศจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งปวง เช่นนั้นแล้ว ย่อมมีจิตผ่องใสไม่ขุ่นมัว ดุจน้ำอันใสสะอาดปราศจากมลทินฉะนั้น เมื่อปฏิบัติและหยั่งทราบชัดลงเช่นนั้น จิตย่อมหลุดพ้นจากอาสวกิเลส เป็นสมุจเฉทประหาร บรรลุมรรคผลนิพพาน อันเป็นเอกันตบรมสุข โดยเหตุนี้ สีล สมาธิ ปัญญา จึงนับว่าเป็นข้อปฏิบัติส่วนปรมัตถปฏิปทา ด้วยประการฉะนี้.

    บัดนี้จะได้แสดงเรื่องพระศรีอารย์สืบต่อไป ดำเนินความว่า เมื่อมหายักษ์ได้สมาทานศีลอยู่ตราบเท่าอายุขัยแล้วก็กระทำกาลกิริยา ตายไปบังเกิดเป็นบุรุษคนหนึ่ง มีกำลังร่างกายแข็งแรง อาศัยอยู่ ณ เชิงเขาแห่งหนึ่ง หาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกผักพืชพรรณต่างๆ เขาที่บุรุษอาศัยอยู่นั้นก็เป็นเขาลูกเดียวกันกับเขาที่สมเด็จพระพุทธองค์ เคยเสด็จไปสรงน้ำ และได้ทรงตากผ้าชุบสรงไว้ และได้มีฝูงลิงพากันมาถ่ายมูตรคูถ ทำให้เปรอะเปื้อนนั่นเอง .....

    อเถก ทิวสํ อยู่มากาละวันหนึ่ง บุรุษอริยเมตไตรยนั้นได้ออกมาตรวจตราดูไร่แตงโมของตนซึ่งกำลังมีผลดกอยู่เต็มไร่ ขณะที่ออกมายืนดูอยู่นั้นก็ได้เห็นฝูงลิงพากันมาลักแตงโมกินเป็นอาหาร บุรุษหนุ่มจึงวิ่งไล่กวดฝูงลิงเพื่อให้หนีไป

    บังเอิญ วันนั้น สมเด็จพระบรมศาสดามาถึงไร่แตงโมของบุรุษอริยเมตไตรย ประทับยืนอยู่ ณ สถานที่แห่งหนึ่ง บุรุษหนุ่มได้วิ่งไล่ลิงไปถึงสถานที่ที่พระพุทธองค์ประทับยืนอยู่นั้น และได้เหยียบเอาพระฉายา เงาขององค์พระบรมศาสดาโดยมิทันได้สังเกต

    ครั้นบุรุษหนุ่มเหลียวไป เห็นพระพุทธองค์ก็เกิดมีความเลื่อมใสเป็นกำลัง ตรงเข้าไปถวายอภิวาทแล้วจึงนำแตงโมจากไร่ของตน ๗ ผลด้วยกัน น้อมนำเข้าไปถวายพระองค์ แต่ว่าแตงโมผลหนึ่งนั้นไม่บริสุทธิ์ เพราะมีรอยหนูเจาะกัดกินเสียก่อน .....

    เมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับผล แตงโมจากบุรุษหนุ่มอริยเมตไตรยแล้ว จึงได้ตรัสพยากรณ์ว่า ดูก่อนบุรุษ กุศลผลทานที่ท่านได้นำเอาแตงโม ๗ ผลมาถวายแก่ตถาคตนี้ จะเป็นปัจจัยให้ท่านได้บังเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชอันประเสริฐในระหว่าง กลางแห่งศาสนาของตถาคต และท่านจะได้ช่วยยกย่องศาสนาของตถาคตให้รุ่งเรืองสืบไป ก็แต่ว่า ผลกรรมที่ท่านได้เหยียบเงาของตถาคตนั้นก็ดี ผลกรรมที่ท่านนำแตงโมไม่บริสุทธิ์ มีรอยหนูเจาะมาถวายตถาคตนั้นก็ดี ผลกรรมนั้นจะส่งให้ท่านบังเกิดเป็นมนุษย์มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ที่ศีรษะของท่านจะมีรอยแผลเป็น ดุจรอยหนูเจาะแตงโม ครั้นต่อมา ท่านจึงจะกลับมีผิวพรรณผ่องใส มีร่างกายงามผุดผ่องดุจสีทอง

    เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสพยากรณ์จบลงแล้ว ฝ่ายบุรุษหนุ่มศรีอริยเมตไตรยก็ได้สมาทานศีล อำนวนทานจนตราบเท่าอายุขัย ครั้นสิ้นชีพแล้วก็ได้ไปบังเกิดเป็นโอรสของพระราชา มีพระนามว่า “อชิต กุมาร” เมื่อเจริญวัยก็ได้เล่าเรียนศิลปวิทยา แล้วได้ออกบรรพชาในสำนักของพระพุทธเจ้า ได้เรียนพระไตรปิฎกจนแตกฉานเชี่ยวชาญ และได้บำเพ็ญสมณธรรมอยู่จนตราบเท่าอายุขัย เมื่อแตกกายทำลายขันธ์แล้ว ได้จุติไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิตเทวพิภพ

    ในคัมภีร์อนาคตวงศ์ได้กล่าวไว้ว่า เมื่อใกล้ศาสนาของพระบรมศาสดาของเราจะเสื่อมโทรม พระศรีอารย์บรมโพธิสัตว์ จะได้จุติจากสวรรค์ลงมาเสวยพระชาติเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ ช่วยยกย่องพระศาสนาให้รุ่งเรืองสืบต่อไป

    ในพระคัมภีร์ได้กล่าวต่อไปว่า ในกาลเมื่อพระศรีอารย์จะได้จุติจากสวรรค์ลงมาเกิดเป็นสมเด็จพระเจ้า จักรพรรดิราชนั้น ท้าวเธอจะมาประทับอยู่ในปราสาทราชวังอันใหญ่โต ณ ปราสาทที่ท้าวเธอประทับอยู่นั้น จะมีเทวดา ๕ หมื่นองค์ มาคอยพิทักษ์รักษา นอกจากพวกเทวดาแล้ว ยังมียักษ์อีก ๕ หมื่นตน พร้อมทั้งพระยานาคและพระยาครุฑ รวมทั้งบริวารอีกมากมาย ต่างก็จะพากันมาเฝ้าปราสาท

    พระราชวัง ของพระศรีอารย์นั้น จะมีประตู ๘๐ ประตู แต่ละประตูจะมีฝูงเทพยดาและยักษ์คอยเฝ้าอยู่ทุกๆประตู ประชาชนที่จะผ่านเข้าประตูพระราชวังของท้าวเธอได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีลธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ประพฤติแต่การสุจริต ส่วนผู้ที่ประพฤติทุจริตจะไม่สามารถผ่านเข้าไปภายในได้

    ในบริเวณปราสาทนั้นเล่า ก็จะสว่างไสวไปด้วยดวงประทีป รุ่งเรืองด้วยแสงแก้ว ๙ ประการ (พระจักรพรรดิองค์จริงที่มีชีวิตอยู่ขณะนี้ อาจจะแสดงความจริงได้) กลางคืนกับกลางวันนั้นก็จะแลดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่างกันแต่ว่าตอนกลางวันสว่างด้วยแสงอาทิตย์ ส่วนกลางคืนจะสว่างด้วยแสงจันทร์และแสงแก้วมณี เป็นที่น่าดูน่าชมยิ่งนัก .....

    รอบปราสาทของพระองค์ จะมีต้นกัลปพฤกษ์ ๑๖,๐๐๐ ต้น อาณาเขตของปราสาทนั้นจะกว้างขวางหลายโยชน์ จะเป็นที่อยู่ของประชาชนพลเมือง ซึ่งล้วนแต่มีจิตใจเป็นกุศลทั้งหมด บ้านเมืองจะร่มเย็นเป็นสุขด้วยประการฉะนี้

    12.อรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและใน อนาคต ทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเมื่อครั้งพระองค์ดำรงพระชนม์อยู่ ได้ตรัสแก่พระอานนท์ว่า

    อานันทะ ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี (ก่อน พ.ศ. 2560)
    จะเกิดการณ์ร้ายแรง จะมีการรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ฝนเหล็กจะตกจากอากาศ ไฟจะลงมาจากอากาศ จะเผาผลาญประชาชนให้พินาศ จะมีการล้มตายซึ่งกันและกันเป็นอันมาก

    ดูก่อนอานนท์ เมื่อศาสนาของของตถาคต ล่วงเลยไปก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี (ก่อน พ.ศ. 2560)
    สัตว์โลกทั้งหลาย ที่เกิดในยุคนั้น จะพบแต่ความลำบาก ทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนไปใกล้ความแตกสลาย แผ่นดินแผ่นน้ำจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้ รับภัยพิบัติสารพัดทั่วทุกทิศ

    คนในสมัยนั้นจะมีนิสัยโหด ดุจกำเนิดจากสัตว์ป่าอำมหิต
    จะรบราฆ่าฟันกันเอง ถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ำ ส่วนเวไนยสัตว์ ผู้ขวนขวายในกุศลตามวจนะของตถาคต ก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยำเกรงใน พระรัตนตรัยและคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจะเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น แต่ว่า ดูก่อนอานนท์ก่อนกึ่งพุทธกาล ๑๕ ปี จะถือว่าเป็นการณ์ร้ายแรงหาได้ไม่

    ทั้งนี้ก็เพราะว่าหลังกึ่งพุทธกาลไปแล้วนั้น
    อานันทะ ดูก่อนอานนท์ หลังกึ่งพุทธกาล (ช่วงหลัง พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป) จะมีความร้ายแรงมากกว่าก่อนกึ่งพุทธกาลมาก ยักษ์นอกพุทธศาสนาจะรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายจะล้มตายกันฝ่ายละมาก ๆ สมณะ ซี พราหมณ์ จะล้มตาย จะตายไปฝ่ายละครึ่งจึงเลิกรากัน สำหรับประเทศที่นับถือพุทธศาสนาจะมีภัยเหมือนกัน แต่ไม่ร้ายแรงนัก เริ่มแต่พุทธศาสนาล่วงเลย 2,500 ปี เป็นต้นไป (ช่วงหลัง พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป)

    ไฟจะรุกรามมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมชีพรามณ์จะอดอยากยากเข็ญ
    ลูกไฟจะตกจากฟ้าเป็นเพลิงผลาญ เหล็กกล้าจะทะยานจากน้ำ มหาสมุทธจะชอกซ้ำ สงครามจากทั่วทิศศึกจะติดเมือง ข้าวจะขาดแคลนทั่วแคล้นจะอดอยาก ผีโขมดป่าจะเข้าเมือง พระเสื้อเมือง ทรงเมือง จะหนีเข้าไพร ผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ จะเรียกแมลงผีเสื้อเหล็กนับแสนตัว มาปล่อยไข่เป็นไฟผลาญ ยักษ์หินที่ถูกสาบเป็นเวลานาน จะตื่นขึ้นมาอาละวาทโลก ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน ตลิ่งจะพัง แผ่นดินจะถล่มเป็นทะเล

    โลกมนุษย์จะดิ่งสู่ความหายนะ นักปราชญ์จะถูกทำร้ายให้สิ้นสูญ
    ในระยะนั้นศาสนาของตถาคตจะเสื่อมลงมาก เพราะพุทธบริษัท ไม่ต้องอยู่ในศีลธรรม เชื่อคำคนโกง กล่าวคำเท็จ ไม่เคารพรักธรรมนิยม คนประจบ สอพลอได้รับความเชื่อถือในสังคม ผู้ที่มีศีลธรรม ประพฤติดี ประพฤติชอบ กลับไม่มีใครเคารพยำเกรง

    พระธรรมจะเริ่มเปล่งรัศมีฉายแสงส่องโลกอีกวาระหนึ่งก็ต่อเมื่อ
    มีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์
    ทั้งสองพระองค์สถิตย์ ณ เบื้องต้นตะวันออกของมัชฌิมประเทศ จะเสด็จมาเสริมสร้างศาสนาของตถาคต ให้รุ่งเรืองสืบไปถึง 5,000 พระวัสสา ดูก่อนอานนท์ เวลานั้นพลโลกเหลือน้อยมาก

    คำทำนายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
    ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับว่าเป็นกรรมของสัตว์ ที่ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบัติ ให้รักษาศิล 5 ประการ เจริญเมตตาภารนา ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดดรู้จักพอไม่โป้ปดคตโกง ไม่หลงมัวเมาอำนาจและลาภยศ ตั้งใจปฏิบัติตน ตามคำสอนของตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในกึ่งพุทธกาล

    ที่มา http://palungjit.org/threads/ว่าด้วยกึ่งพุทธกาล.609658/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 มกราคม 2018
  18. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    กษัตริย์ใหม่จะถูกสถาปนา เป็นผู้นำสันติสุขมาสู่โลกมนุษย์เป็นเวลายาวนาน

    [​IMG]


    ตำนานละแวก

    ต้นฉบับตำนานละแวกนี้ เป็นของวัดศรีพิงค์เมือง (วัดศรีปิงเมือง) ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จำนวน ๑ ผูก ความยาว ๖๒ หน้า คัดลอกโดยมหาวันภิกขุ เมื่อพ.ศ. ๒๔๒๓ ตรงกับ จ.ศ.๑๒๔๒ ปีกดสะง้า เดือน ๑๒ แรม ๙ ค่ำ วัน ๓ สรุปใจความได้ดังนี้

    ในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่นั้น ทรงทำนายเหตุการณ์ในอนาคตไว้ที่เมืองละแวก เมื่อเสด็จมาถึงเมืองแห่งนี้ พญานาคได้มาอุปัฏฐาก จึงทำนายว่า สถานที่ดังกล่าวนี้จะเป็นที่ตั้งของพระพุทธศาสนา พระอานนท์จึงขอเอาพระเกศาธาตุบรรจุไว้ที่นี่ พระพุทธองค์ทรงมอบพระเกศาธาตุให้จำนวน ๕ เส้น จากนั้นพระอินทร์ พระพรหม ครุฑ นาค และพญาเจ้าเมืองละแวก จึงก่อเจดีย์ขึ้นเป็นจำนวน ๕ องค์ สำหรับเป็นเครื่องหมายของศาสนา ๕ พันปี

    ครั้นเมื่อพระพุทธองค์นิพพานไปแล้ว ๒๒ ปี พญาอโสกธัมมิกราชได้มาบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์ดังกล่าวให้เจริญรุ่งเรือง โดยก่อกำแพงแก้วรอบบริเวณพร้อมทั้งติดแผ่นทองจังโกทุกองค์เจดีย์ ส่วนเมืองละแวกแห่งนั้นมีบริเวณกว้าง ๓ พันวา ยาว ๒ พันวา กำแพงเมืองก่อด้วยหินหนา ๖ พันวา สูง ๔ พันวาคูเมืองลึก ๗ วา สำหรับบริเวณที่สร้างเจดีย์ ๕ องค์กว้าง ๓๐๐ วา ฐานเจดีย์องค์หนึ่งกว้าง ๑๔ วา สูง ๒๐ วา แต่ละเจดีย์มีซุ้มพระพุทธรูปทั้ง ๔ ด้าน เหมือนกันหมดทุกองค์

    เจดีย์ทั้ง ๕ องค์ดังกล่าวนี้ พระพุทธองค์ให้สร้างไว้เพื่อเป็นเครื่องหมายทางศาสนา หากเจดีย์จมพื้นดินลงไป ๑ องค์ เท่ากับศาสนาพ้นไปแล้ว ๑ พันปี จนกว่าจะครบ ๕ พันปี เจดีย์ทั้งหมดจึงจะหายไปในที่สุด เจดีย์ดังกล่าวนี้มีผู้อุปัฏฐากดูแลคือ ภิกษุ ๕๐๐ องค์ สามเณร ๕๐๐ รูป คฤหัสถ์ ๕๐๐ คน

    ในช่วงระยะเวลาระหว่างพุทธศาสนา ๕ พันปีนั้น จะมีพญาธัมมิกราชเกิดมาจำนวน ๕ องค์โดยมีช่วงเวลาครั้งละ ๑ พันปื สำหรับพญาธัมมิกราชองค์ที่ ๓ ที่จะเกิดมาในระหว่างพุทธศาสนาได้ ๓ พันปีนั้น(พ.ศ.2001-3000) จะเกิดมาในขณะที่บ้านเมืองเดือดร้อนวุ่นวาย ผู้คนไม่มีศีลธรรม เกิดมีการรบพุ่งฆ่าฟันกันไปทั่ว

    ก่อนที่จะมีพญาธัมมิกราชเกิดขึ้นนั้น ท้องฟ้าจะมืดมิดเป็นเวลา ๗ วัน ครั้นถึงวันที่ ๘ ท้องฟ้าจึงจะสว่างสดใส เทวบุตรจะนำเอาเครื่องสูง ๕ ประการมาทำพิธีราชาภิเษกโดยมีนางฟ้าและพระฤาษีมาร่วมพิธีด้วย รวมทั้งข้าทาสบาทบริจาริกา จำนวนหนึ่งหมื่นหกพันนางจากอุตรกุรุทวีป
    เมื่อเสร็จพิธีราชภิเษกแล้ว ปราสาท ๓ หลัง จะผุดขึ้นมาจากพื้นดิน แต่ละหลังทำด้วยทองคำ แก้วและเงิน พญาธัมมิกราชองค์นั้นได้เสวยราชสมบัติในเมืองฝาง ในราชสำนักจะมีบุรุษผู้ประเสริฐ จำนวน ๖ คน พญาธัมมิกราช จะขุดเอาข้าวของเงินทองจากพื้นดิน มาบูรณะบ้านเมืองและแจกจ่ายเป็นทานแก่คนทั่วไป หลังจากนั้นจึงได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

    (เรียบเรียงจาก ไพฑูรย์ ดอกบัวแก้ว)

    ที่มา http://palungjit.org/threads/ว่าด้วยกึ่งพุทธกาล.609658/
     
  19. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต สมาชิก Premium ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    19,552
    ค่าพลัง:
    +72,904
    วิวรณ์บทที่ 21 เมืองใหม่ของพระศรีอารย์


    เผยแพร่เมื่อ 4 ม.ค. 2013
     
  20. ไร้กรอบ

    ไร้กรอบ RightPlace-RightTime

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +2,239
    ตำนาน คือเรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อกันมานาน....จนหาต้นตอที่แท้จริงไม่ได้นิ ซึ่งจะมีการแทรกเรื่องเหนือธรรมชาติลงไปบ้าง ดูเว่อร์จังนะ เพิ่งเคยอ่าน แต่ก็น่าสนใจดี
     

แชร์หน้านี้

Loading...