แชร์ประสบการณ์มโน.... ขำๆ ครับ

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย somkiatfem, 3 มิถุนายน 2016.

  1. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    328
    ค่าพลัง:
    +195
    ผมอยากสอบถามผู้มีประสบการณ์ ครับ ว่า มโนยิทธิ จากอุปจารสมาธิ นั้น สามารถเคลื่อนได้หรือไม่ ครับ วานก่อนผมมีประสบกาณ์ดังนี้

    เนื่องจากผมสะสมการทำสมาธิขึ้นเรื่อยๆซึ่ง ผ่าน อุปจารสมาธิมาเเล้ว(ผมเป็นคนที่ไม่พยายามในมโนยิทธิ คือผมมองว่า มันไม่ค่อยชัดเจน แค่ลองเล่นดูครับ)

    ผมจึงลองนึกตั่งคำถามเล่นๆ ขณะไปซื้อของที่ร้านขายอุปกรณ์
    จึงสรุปคำถามว่า เจ้าของร้านใส่เสื้อสีอะไร ลูกน้องใส่เสื้อสีอะไร

    ขณะตั่งคำถามเเล้วนั้น ความมโน ก็เกิดขึ้นฉับพลัน ไม่ทันได้คิด คือ ลายขวางสีส้มสลับสีดำ ส่วนลูกน้องมโนว่า สีส้ม

    คำตอบ

    ลูกน้อง ใส่สีส้มลายขวางสลับสีขาว อาเจ้เจ้าของร้าน ใส่ เสื้อสีส้ม
    ปรากกฎว่า ผิด ที่คนใส่ใส่สลับกัน เเละ ลายส้มสลับดำ เป็น ลายส้มสลับขาว

    จึงอยากถามผู้มีประสบการณ์งว่าของแบบนี้เคลื่อนได้หรือไม่ ครับ
     
  2. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,960
    ค่าพลัง:
    +27,149
    เอาว่าแค่เล่าให้ฟังนะ เพราะส่วนตัว
    ไม่มีความพยายามในเรื่องนี้เหมือนกัน...
    เพราะว่าเมื่อก่อนทำอย่างอื่นๆคล้ายกันพอได้..

    กิริยาที่คุณเจอมันเป็นเรื่องปกติมากครับ
    ลักษณะที่คุณทำเป็นในส่วนขั้นตอนการนำไปใช้งานครับ
    ผิดบ่อยๆ มันจะจำอารมย์ที่ผิดได้ดี
    และคนที่เก่งๆ ณ ปัจจุบัน ในอดีตก็คือคนที่เค้าผิด
    บ่อยๆแล้วจำอารมย์ที่ผิดได้นั่นหละครับ

    พอดีเมื่อก่อนมี ญ บางคนพยายามทำตัวเป็นอาจารย์ทางนั้นหละ
    มาชวนฝึกเรื่อยแต่ส่วนตัวตอนนั้นยังเฉยๆ..
    เมื่อก่อนเจอบางท่าน ยกกายมาหาเพื่อให้ฝึก
    ก็ยังเฉยๆอีกเช่นกันครับ...

    พอมาท้า พอเราบอกละเอียดมากไปถึงปลีก
    ย่อยบนร่างกาย ก็เลยพาลไม่คุยด้วยอีกเลย..
    ที่พูดเนี่ยเป็น ญ ทั้งคู่..

    คือคุณเข้าใจนะ ณ ว่าส่วนตัวเนี่ยเมื่อก่อนนะ
    ใช้เพื่อมาดูว่าใจตัวเองตอนนี้
    มันกุศลหรืออกุศล
    แล้วไปใช้ประกอบเพื่อการเดินปัญญา...
    ไม่ใช่มาชวนทายโน้นนี่นั้น หรือมาชวนคุยว่า
    ไปเที่ยวโน้นนั่นนี่ ซึ่งมันไร้สาระและไร้ประโยชน์ทั้งนั้น..
    เพราะมันการรู้ของเรา คนอื่นๆเค้าไม่รู้เห็นด้วย
    ยกเว้นว่าเราจะทำให้เค้าเห็นเหมือนอย่างเราได้..
    ยังจะพอรับได้อยู่
    พอไปทายว่า เค้าใส่ชุดอะไร
    แต่งตัวยังไง จุดโน้นนั้นนี้บนร่างกายเป็นไง
    เค้าก็เลยเลิกคุยเลย เกทเนาะ...


    ส่วนการใช้งานจริงๆในทางปฏิบัติ
    อารมย์ใจเราจะรู้สึกว่าเบาๆครับ
    แค่สมมุติว่าชอบทางด้านนี้
    ต้องอาศัยการฝึกใช้งานบ่อยๆถึงจะชำนาญ
    แต่มันจะหนักตอนที่กำลังฝึกนี่หละครับ
    เพราะถ้าเราไม่ได้เข้าถึงได้ในกำลังระดับ
    สมาธิระดับสูงนะครับ เราจะไม่ค่อยเห็นว่า
    วิชานี้สำคัญ.จริงๆแล้ววิชานี้เป็นส่วนหนึ่ง
    ในการรู้ในความสามารถของกรรมฐานหลายๆกองทั้งนั้น
    เรียกว่าแทบจะแยกกันไม่ได้...
    .เพราะถ้าเคยเข้าถึงในสมาธิ
    ระดับสูงได้ หมายถึงปฏิภาคนิมิตที่ เล่นกับภาพได้
    เรียกขึ้นมาใหม่ได้ นอกจากจะมีภูมิต้านทาน
    ต่อกระแสภายนอก(ไม่เหมือนในระดับอุปจารนะครับ
    นานๆไปจะเผื่อครับ เพราะจะแยกกระแสภายนอกที่
    ดีกับไม่ดีไม่ออกจนยึดติดอย่างคาดไม่ถึง
    แล้วก็ไม่พ้นเอามาโม้ เอามาคุย แต่เชื่อเลยครับ
    ถ้าคุณไปบอกว่า ทำให้ผมเห็นแบบคุณได้ไหม
    คุณจะนับจำนวนคนได้เลยครับ)
    ได้เกือบทุกกระแสแล้ว
    มันจะชัดเจนใสแจ๋ว บางคนก็เห็นเป็นสีร่วมด้วย
    ที่สำคัญจะทำได้แม้ลืมตาเปล่าๆภายในเวลาเสี้ยววินาทีครับ...
    อนาคตถ้ามีโอกาสเจอตัวเป็นๆ
    จะพาทำให้ดูนะครับ ว่าลืมตาเห็นๆเป็นยังไง

    ส่วนถ้าฝึกแล้วไปได้ทางด้านการสื่อสาร
    ถ้าจะมีประโยชน์คือ เอาไว้เจรจากับ
    เจ้ากรรมนายเวรครับ.เช่น ผมสมัยก่อนก็ทำท่านหนักไป
    แล้วก็ขออโหสิซะ.ประมาณนี้..
    .เพราะไม่ต้องกังวลนะครับ
    ถ้าเราเริ่มยกพัฒนาวงของจิต(ความสามารถ
    ในการที่จิตสามารถเข้าถึงระดับชั้นต่างๆ)
    เราได้เมื่อไรจะเจอเจ้ากรรมระดับสูงๆแน่นอนครับ..
    การเจรจาจะเริ่มใช้กันตรงนี้หละครับ.ถ้าไม่สามารถเจรจาได้
    ต้องมาสร้างบารมีตัวเอง จนเค้าเกรงใจเราครับ..
    .นี่คือคำแนะนำ
    ของ หลวงตามีชื่อท่านหนึ่ง วัดที่มีคำว่า ถ้ำ แถวๆสระบุรี
    ก่อนที่ท่านจะแนะทริคในการฝึกกสิณอย่างไรให้สำเร็จครับ..

    ปล.นี่ถือว่าเล่าให้ฟัง พอขำๆ สำหรับคนที่พอทำได้บ้าง
    ย้ำว่า แบบขำๆเช่นกัน
     
  3. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    328
    ค่าพลัง:
    +195
    ขอบพระคุณ อาจารย์ ครับ

    ถ้าได้เรียน ตรงกับ อาจารย์ จะดีมากเลยครับ
     
  4. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,960
    ค่าพลัง:
    +27,149
    เอาไว้ให้ภาระที่ต้องรับผิดชอบทางโลก
    มันคลายก่อนนะครับ
    อาจจะใช้เวลาตรงนี้อีกปีถึง๒ปี
    มีโอกาสจะนัดรวมพลกันแล้วไปที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง
    ใน กทม. ครับ
    ถึงตอนนั้นจะได้รู้ว่า การปฏิบัติที่เรารับรู้
    จากการฟังและการอ่านคำแนะนำต่างๆ
    กับการนำไปใช้งานได้จริงๆ สัมผัสได้จริงๆ
    และพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง
    มันเป็นอย่างไรครับ..
    อรูปฌานใช้งาน ไม่ว่าจะ อากาฯ อากิญฯ วิญญานฯ ยกเว้นขั้นสุดท้าย
    เพราะว่ามันทำเอาไม่ได้ เวลาใช้งานจริงๆมันเป็นอย่างไร
    กสินแต่ละกองมันเวลาใช้งานจริงๆเป็นอย่างไร ฯลฯ
    พลังงานจักรวาลไม่ต้องพูดถึง เป็นแค่เรื่องพื้นฐานเบสิกมากๆครับ
    ไม่ถึงนาทีก็ทำได้แล้วครับ และวิชาที่คุณสนใจ
    จะทำให้ดูว่า คนที่เค้าเห็นได้ในระดับกำลังสมาธิระดับสูง
    นั้นเวลาใช้งานมันเป็นอย่างไร ถ้าได้เจอตัวกันเป็นๆนะครับ.
    แต่ต้องเข้าใจเอาไว้อย่างหนึ่งนะครับว่า
    แม้ว่าคุณจะสามารถทำได้เกือบทุกอย่างที่พาทำ
    หรือแม้ว่าจะทำได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง
    หรือว่าทำไม่ได้เลย
    การที่คุณจะสร้างเพื่อให้มันเกิดมีและรักษาให้มันคงไว้ได้นั้น
    ตลอดจนสามารถนำไปใช้งานในทางที่เป็นประโยชน์ทางธรรม
    หรือเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้นั้น
    ตรงนี้ขึ้นอยู่กับตัวเราเองล้วนๆนะครับ


    ปล.เราเป็นนักปฏิบัติ
    ไม่ใช่นักทฤษฎีวิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
    เพราะการปฏิบัติมันจะมา วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์
    แล้วมันจะสำเร็จไม่ได้ มันต้องทิ้งความรู้ทางโลกให้หมด
    ทิ้งทิฐิในตัวเองให้หมด แล้วมาปฏิบัติ เพื่อให้เข้าถึง ให้รู้
    แล้วถึงค่อยมาวาง ผลที่ได้จากการปฏิบัติมันถึงจะได้ผลดีครับ..

    และที่สำคัญก็คือเราต้องมีความสามารถ
    ในการทำได้จริงๆ
    และพิสูจน์ให้คนอื่นๆรับรู้ได้จริงด้วย
    ..เห็นผลจริงๆด้วยจากการปฏิบัติธรรมตรงนั้น
    ไม่ว่าจะอะไรก็ตามที่เราคิดว่าเรื่องพิเศษ
    หรือบุคคลอื่นๆทำได้ยาก
    หรือเรื่องเกี่ยวกับปัญญาทางธรรมก็ตามครับ

    ปล.และก็ต้องไม่ลืมว่า พุทธศาสนาเน้นเรื่องอะไร..
    ซึ่งเราต้องเข้าใจเอาไว้ว่า ถ้าเราทำได้แล้ว
    เราจะเอาความสามารถตรงนี้ มาเพื่อหนุน
    การไม่มี การหลุดพ้นของเราได้อย่างไรร่วมด้วยครับ
    ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญกว่าแค่การที่สามารถทำได้ครับ(^_^)
     
  5. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    328
    ค่าพลัง:
    +195
    2 ปี ไม่นานคับ

    รอได้ครับ อาจารย์
     
  6. ยศวดี

    ยศวดี ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,287
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +5,390
    อาจารย์ครับ
    ผมกราบเรียนอาจารย....อย่างนี้นะครับ
    อาจารย....
    ผลิตลูกศิษย์.....
    ผมกราบงามๆเลยคับ
    ผมขอ.....
    ขอเรื่องเดียวนะคับอาจารย์
    ผมขอศิล5
    ถ้าจะกรุณาจริงๆ
    ผมเบื่อเห็น คนเป็นสัตว์.....คับอาจารย์
    ผมกราบจริงๆคับ
    ผมขอ.....
    แค่ศิล....เองคับอาจารย์
    ......
    เป็ดบินอย่างนี้
    หมาหายตัวได้งี้
    หมาวิ่งกันเกลียวเลย
    .....กราบขอบพระคุณอย่างสูงที่กรุณาคับ
    อาจารย์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 มิถุนายน 2016
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,960
    ค่าพลัง:
    +27,149

    ศีล ๕ เป็นเบสิคพื้นฐานอยู่แล้วครับ..
    ขอบคุณที่เป็นห่วงแทนทุกๆคนนะครับ.(^_^)
    ถ้าเคยอ่านที่ผมเขียนบ้าง
    หรืออ่านที่เขียนแล้วนึกให้ดีๆนะครับ
    จะมีข้อความที่บอกเอาไว้ประมาณว่า
    แม้ว่าคุณจะสามารถทำได้ทุกอย่าง
    ซึ่งข้อดีของมันก็คือ คุณไม่ต้องไปเสียเวลาฝึก
    ให้มันยุ่งยาก เพราะบางอย่างก็ไม่ใช่ว่าคุณจะฝึก
    สำเร็จได้ภายในชาตินี้..แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตรงนี้ครับ

    ประเด็นสำคัญมันคือ สิ่งที่ข้าพเจ้า
    ได้บอกว่า การที่จะสามารถนำไปใช้ได้จริงหรือไม่จริง
    ตลอดจนรักษาเอาไว้ได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
    ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญ และเป็นนัยยะที่ได้
    แอบแฝงเอาไว้เพื่อให้ผู้ที่จะสามารถทำได้ในอนาคต
    ท่านไปคิดเอาเอง.. ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว
    มันมีอะไรมากกว่า การที่สามารถทำอะไรๆได้มากกว่า
    เรื่องของ ศีล ๕ อีกหลายขั้นตอนอยู่แล้วครับ (^_^)

    ถ้าเคยอ่านอีก ยกตัวอย่างนะครับ...ประโยคที่
    ส่วนตัวมักจะเขียนบ่อยๆว่า แม้ว่าคุณจะเห็นได้ด้วย
    ตาเปล่า(ประเภทหลับตาเห็น รู้เองเองเอ่อเอง เดาไปเอง
    แต่ไม่สามารถพิสูจน์หรือทำให้คนรับรู้ได้ ให้เงียบๆไว้ไม่
    ต้องสนใจ เพราะมันจะทำให้ยึดติด และอนาคต
    เราจะเพี้ยนๆ และหลงตัวเองได้อย่างคาดไม่ถึงครับ
    และกำลังจิตตลอดจนภูมิต้านท้านภายนอกเราจะต่ำ
    ทำให้เราแยกแยะไม่ได้ว่า อะไรดีหรือไม่ดีครับ)

    ก็ไม่ควรไปยึด และให้ความสำคัญอะไร เป็นต้น
    นี่แค่ตัวอย่างบางตอนนะครับ..(^_^)
    หรือถ้ายังเป็นห่วงอยู่ ทำไมไม่ลองสอนเจ้าของกระทู้เองเลยหละครับ
    เค้าก็เปิดกว้างรับฟังอยู่นิครับ..ไม่ใช่ฟังเฉพาะข้าพเจ้า..

    ปล.หวังว่าพอจะเข้าใจนะครับ
     
  8. sensona

    sensona Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +64
    o_O โครตนานเลยคับอาจารย์ 1-2 เดือนได้ไหมๆคับๆๆๆ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,960
    ค่าพลัง:
    +27,149
    ใจเย็นๆ
    มีหน้าที่ทางโลกที่ต้องรับผิดชอบตัวเองอยู่
    แต่ถ้ามีจังหวะดีๆจะบอกแล้วกัน
    ไปเตรียมตัวเองให้พร้อมเอาไว้ ทั้งกาย และ ใจ
    ย้ำว่า ทั้งกายและใจ...รอเอาไว้ให้ดีๆ
    แห๋มๆ ที่จะพาทำเนี่ย บางคนฝึกเป็นสิบปีเค้า
    ยังทำไม่ได้เลย..บางทีก็ทั้งชาตินี้ทั้งชาติก็เคยได้อ่านแต่
    เฉพาะในตำรา..
    แห๋มๆ รอหน่อยแค่นี้จะเป็นไร กับ เวลาไม่กี่นาทีที่จะพาทำ.....

    ก๊วนแรก เมื่อเกือบปีก่อน
    ที่เค้ายังใช้งานเป็นประโยชน์อยู่ได้
    จนถึงทุกวันนี้และก็เข้าใจอะไรได้ง่าย ณ เวลานี้.. นั่นเพราะเค้าค่อนข้างเตรียม
    ความพร้อมของร่างกายและเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจ
    มาก่อนหน้าที่จะเจอกันพอสมควร..พอเข้าใจเนาะ..

    ปล."แค่รู้ แค่ทำได้ แต่รักษาเอาไว้และนำไปใช้ไม่ได้
    แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร.."
     
  10. sensona

    sensona Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +64
    ผมอยากเป็นผู้มีประโยชน์แล้ว เรื่องเตรียมก็อย่างที่อาจารย์ทราบหละคับๆๆ กิน ยืน นั่ง นอน ถถถถถถถถ :cool:
     
  11. ยศวดี

    ยศวดี ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2010
    โพสต์:
    4,287
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +5,390
    ท่านสอนให้ตัวเราเองรอดจากชั่วทั้งหลาย
    นั้นคือความหมายรักษาตัวรอดเป็นยอดดีคะที่ถูกต้อง
    ถ้าเรายังหลงงงงงงหัวปักหัวปำ
    และยังริจะสอนคนอีก
    คิดดู๊....จะขใหนหนาด
     
  12. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    328
    ค่าพลัง:
    +195
    ถ้าการ เสียดสีผู้อื่น คือความดีของพระอริยเจ้าอย่างท่าน ก็เเล้วเเต่ท่านเถิด(ไม่ว่าท่านจะกล่าวถึงท่านใดก็เเล้วเเต่)

    กระผมเเชร์มุมมองมโน เพื่อให้เป็นมุมมอง ของคนที่กำลังฝึกว่ามีอาการ ความรู้สึกใกล้เคียงกันหรือไม่ เพื่อให้เกิดกำลังใจ เเละเพื่อนร่วมทางในการปฎิบัติธรรม

    เเละสิ่งที่ท่านบอกผมสั่งสอนคนอื่น ที่ผมพูดในกระทู้เรื่องการเสื่อมของพระโสดาบันนั้น ผมก็อ้างอิงจาก คำอาจารย์ เเละขยายความ ผมพูดกลางๆ ตามเหตุผล ถ้าท่านไม่เสื่อมเลยในพระโสดา ผมขออนุโมทนากับท่านด้วย และขอกราบเป็นอาจารย์อีกท่านด้วยครับ

    ผมเห็นท่านใจบุญ บริจาคให้เวปไม่คิดเลยว่าจะเป็นผู้เสียดสีผู้อื่น มีมุมมองในทางลบเช่นนี้ ผมเองก็ยังเลวเกินไป ที่ยังต้องมาเตือนสติท่านแทนที่ผมจะปล่อยผ่านให้ท่านทรงความดีตามแบบฉบับของท่านต่อไป ทุกๆการโพสของผมก็เพื่อสร้างให้เกิดบรรยากาศในการศึกษารู้เห็นทั้งของตัวเองเเละผู้อื่นในมุมมองต่างๆมิได้เพื่อการโอ้อวดใดๆ

    และการที่ผมโพสต่อจากท่านในหน้าที่ 3 ของกระทู้โสดาบันเสื่อมหรือไม่นั้น ผมไม่ได้มีเจตนาตอบโต้ท่าน เเต่ผม พิมพ์นาน ท่านจึงโพสก่อนหน้าผม ผมตอบทุกๆคนครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มิถุนายน 2016
  13. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,960
    ค่าพลัง:
    +27,149

    คนมีตังค์ ก็ไม่ใช่ว่าจะนิสัยดีหรอกครับ..
    เอามาวัดอะไรยังไม่ได้ มันต้องดูที่พฤติกรรม
    ไม่ว่าจะทาง มโน วจี และกายกรรมครับ

    ถ้าให้สอนคนอื่นก็สอนไม่ได้ เพราะว่าตนไม่ได้มีความสามารถ
    ดังที่ตนเองกล่าวไงครับ คุณ somkiatfem
    แต่จะโม้ประหนึ่งว่า สิ่งที่ตนเองรับรู้สัมผัสได้ เป็นสิ่งที่วิเศษ
    ประหนึ่งให้คนอื่นๆมองว่า ตนเองนั้นเก่ง..
    แต่ถ้าให้สอนถึงหลักการ วิธีการในการเข้าถึง
    ประกันได้ว่า จะทำสอนไม่ได้
    แล้วก็จะเข้าไปในกระทู้ต่างๆ พูดจาวกวนไปมาเพ้อเจ้อ
    สุดท้ายก็เพี้ยนๆออกทะเลไปทุกกระทู้..
    ไปดูได้ในห้องอภิญญาสมาธิครับ..
    พอมีคนไปตำหนิ ไปแย้ง ก็หน้าแหก เถียงเค้าไม่ได้..
    ก็จะมาทำเป็นอ้างเรื่องกรรม
    เรื่องปรามาส ว่ามีผลร้ายแรง..
    ประหนึ่งว่า ระวังนะ ถ้ามาปรามาสผม ปรามาสฉัน
    ระวังจะโดนวิบากกรรมเล่นงาน..


    ซึ่งตอนนี้ ตัวเองกลายเป็นคนสองบุคคลิกไปแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่อง
    ในหลายๆกระทู้ไปแล้วครับ และโรคเกี่ยวกับระบบท้อง
    ของตัวเอง ก็เป็นเรื้อรังไม่หายซักที จนถึงทุกวันนี้หละครับ...

    พวกนี้สังเกตุง่ายๆครับ ให้ลองแนะเรื่องกรรมฐานดูซักอย่างซิครับ
    จะสอนไม่เป็นหรอกครับ...
    แต่พูดเหมือนประหนึ่งว่าเก่งระดับชาติทุกเรื่องครับ...
    กับเก่งหนัก ที่พูดเชิงให้คนอื่นๆคิดว่าคนแนะนำไม่ดีนิ...
    เรียกว่า ชำนาญในการตำหนิ เหมือนนิสัยคนบางประเภท

    ประมาณนี้ครับ คุณ somkiatfem สังเกตุไหม มาตอบในกระทู้นี้
    นอกจากทำให้เสียบรรยากาศที่ควรจะเป็น
    มาเชิง จะออกแนวกล่าวหา เหมือนๆศีล ๕ ก็ยังไม่ครบ..
    ทั้งที่ ศีล ๕ มันเป็นเรื่องพื้นๆมากๆ
    คุณว่า ปัญญานิ่มไหมหละครับ...
    เชื่อไหม ถ้าคุณท้าให้เค้าทำในทุกสิ่งที่เค้ารับได้ทุกอย่างเลยครับ..
    ว่าเค้าไม่มีปัญญาพิสูจน์ หรือความสามารถในการทำให้
    คนอื่นๆรับรู้ได้ครับ...
    ปล.เด่วคุณคอยดูนะว่า เค้าจะเนียนต่อไปอย่างไร...
     
  14. somkiatfem

    somkiatfem เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 เมษายน 2016
    โพสต์:
    328
    ค่าพลัง:
    +195
    ใช้ครับอาจารย์ แค่คำพูด ศีลก็ด่างเเล้ว อย่างอื่นจบกันครับ

    ผมว่าไม่น่าเอาไว้จริงๆผู้ทรงความดีประเภทนี้
     

แชร์หน้านี้

Loading...