[X]อหังการวิเศษมาร[X]

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย รัตนมหาธาตุ, 19 พฤษภาคม 2017.

  1. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    กระทู้เฝ้าระวังภัยจาก "อหังการวิเศษมาร" หรือภัยจากฤทธิ์ของอสัทธรรม

    (ขณะที่ตั้งกระทู้นี้กำลังตั้งข้อสงสัยอยู่ในท่ามกลางฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ ที่น่าจะปรากฎขึ้น ในพื้นที่ 3 จชต. ด้วยความกังวลและเป็นห่วงกลัวว่าจะมีใคร? หรือเจ้าคนนั้น มันจะได้สภาวะไปและหัดควบคุมใช้จนชำนาญฯ )

    รู้อยู่คนเดียว รู้สึกเวรตะไลจริงๆ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    จงรักษาธรรมและรอคอย คงพูดได้แค่คำเดียวในตอนนี้ เพราะเรารู้ว่าเรื่องที่เรากำลังเปิดเผย และกำลังบอกอยู่ตอนนี้ตรงนี้ มันเกินวิสัยของมนุษย์ปุถุชน ตลอดจนคนธรรมดาสามัญจะเข้าใจได้ และเกินวิสัยของพุทธบริษัทมหาชน โดยส่วนมากที่จะล่วงรู้และเข้าถึง เพราะนี่ ไม่ใช่เรื่อง โลกียะญาณ โลกุตระญาณ หรือ มรรคผลต่างๆ การทำสมาธิ รักษาศีล หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับการปฎิบัติธรรม การสำเร็จธรรม หรือการได้รู้ได้เห็น ได้มีฤทธานุภาพ เหาะเหินเดินอากาศ หรือ พระธรรมคำสอนใดๆ ที่ให้มรรคผล ให้สามัญผล

    แต่เรากล่าวถึงภัยที่ ๕ คือหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้น

    มันเป็นเรื่องสำคัญที่ เหนือมรรคเหนือผล ที่จะมาวุ่นวายในอธิกรณ์ลปัญหาแล้ว


    อย่าลืมว่า ในยุทธจักรคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวมักจะไม่เปิดเผย
    ข้อควรนำไปคิด เพื่อแปลงสภาพ ภาวะฐานะธรรม
    "ถ้าเราท่านมีพลังฝีมือ และมียอดวิชา ที่ตัวเองถนัดอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ทว่ามีอุปสรรคบางอย่าง ทำให้ไปไม่ถึงไหน อาศัยแต่ทริกเล็กๆ หลอกขู่คนอื่นไปได้ แต่ถ้าเจอของจริงที่จับสังเกตุได้ เราท่านนี้ก็อาจจะสู้ไม่ได้ อย่างง่ายดายเหมือนกัน" เรื่องแพ้-ชนะแล้วจะได้อะไร? ค่อยว่ากันอีกที

    เราไม่มีอะไรจะพูดต่อ แม้แต่เราก็รอเวลา ถ้าจุติธรรมเมื่อไหร่ พระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์ดั้งเดิม หรือ ทิพยวิเศษบริสุทธิธรรม ที่ไหนหรือที่ใครสักคน สถานการณ์จะพลิกทันที คัมภีร์อักขระพยัญชนะมาร หรือ อหังการวิเศษมาร ย่อมจะต้องพ่ายแพ้ดังเดิม ดั่งในเรื่อง การแสดงยมกปาฎิหาริย์ เป็นต้น จนฝ่ายนั้นบันทึกลงคัมภีร์ไปเลย

    รอคอย ผู้เป็นพระผู้ช่วยผู้นั้น
     
  3. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    "อ้างอิง"จากเรื่องราวที่ได้เคยบันทึกไว้ในอดีต


    แจ้งเตือนแก่สาธุชนสมควรเผยแผ่ให้ทราบอย่างทั่วถึงกันให้มากที่สุด ถึงภัยมฤตยูที่กำลังจะเกิด จะได้เตรียมตัวรับสถานการณ์ทัน



    สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ
    สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ

    การให้ธรรมทาน ชนะการให้ทั้งปวง
    รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง
    ความยินดีในธรรม ชนะความยินดีทั้งปวง
    ความสิ้นไปแห่งตัณหา ชนะทุกข์ทั้งปวง
    ผู้ใดให้ธรรมเป็นทาน ผู้นั้นชื่อว่าให้พระนิพพานแก่คนทั้งหลาย

    ปฎิบัติบูชาถือเป็นเรื่องใหญ่ กำลังพิจารณาอรรถาธิบายสาธยายการจุติ{O}พระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์ดั้งเดิม{O} ครั้งนี้จะเปิดธรรมใหญ่แล้วนะครับ คิดซะว่า สมควรแก่เวลาแล้ว ที่จะเปิดเผย เพราะมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สมบัติใดๆในสหโลกธาตุ ในสิ่งที่ผมกำลังจะเปิดเผย ชนิดเอาชีวิตถวายเป็นธรรมบูชา พุทธบูชา ถ้าเป็นเท็จไม่จริงเห็นตามตรองตามโดยมนสิการไม่ได้อย่างแยบคาย อันจะเพียงพอให้รู้ว่า เกิดขึ้นจริงและมีจริง ผมยอมถูกตัดหัวเสียบประจานแห่ทั่วประเทศ ครับ เอาแบบขอให้ประหารชีวิตตนเองเลย เพื่อบูชาธรรม

    ขอเวลาร่างก่อนนะครับ สงสัยในเรื่องนี้ ถามตอบอธิบายได้

    ขอภาวะธรรมสักนิด เป็นไปเพื่อเกื้อกูลเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนครับ ข้าพเจ้าเห็นทั้ง#คัมภีร์อักขระพยัญชนะมาร#นั้นด้วยครับ

    หากท่านใดมีความศรัทธาอยู่เต็มเปี่ยม มีปัญญาธรรมรู้แจ้งในสิ่งที่ข้าพเจ้าน้อมนำมาแสดงและกล่าวอ้างถึงได้ ให้พิจารณาตามกระทู้ที่ข้าพเจ้ากล่าวพอเป็นพื้นฐานก่อน เพราะบางวรรคตอนในธรรมนี้ ข้าพเจ้าได้กล่าวไปบ้างแล้วถึงที่มาอย่างพิศดารหลายอย่างที่ไม่มีในตำราเล่มใดบันทึกไว้ในโลกนี้ แต่เมื่อเห็นจริงตรองตามแล้ว เป็นจริงได้มีมรรคผลเป็น{กุศลกรรม}ในการพิจารณาตรงตามปฎิปทาคือ{สัมมาทิฐิ} ไม่ใช่แสวงอื่นอันเป็นที่มาแห่งเกิดการ#อกุศลกรรม# ที่มี#มิจฉาทิฐิ#เป็นที่สุด


    เป็นหลักฐานชี้ชัดแจ้งของสภาวะสถาณการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ณ กาล

    การสำเร็จธรรมถือเป็นเรื่องรอง เพราะได้พึ่งพาอาศัย{พระสัทธรรม}จึงเป็นเรื่องของสามัญผลที่มีอยู่จริงแล้ว ซึ่งไม่รวมกับหัวข้อหรือเรื่องอื่นๆ ที่เป็นข้อติดขัดในการสำเร็จธรรมแต่อย่างใด

    การเปิดเผยการมีอยู่ในสถานะของพระสัทธรรม อันข้าพระเจ้าได้ทำการน้อมการเสด็จ นำมาเปิดเผยด้วยการปฎิบัติบูชาแด่พระธรรมอันยิ่งแล้ว ขอพระธรรมจงรับการปฎิบัติบูชา อันเป็นภาระหน้าที่ในการพิจารณา แทงด้วยปัญญาของข้าพเจ้า แล้วน้อมนำมาแสดงแก่มหาชนเหล่าพุทธบริษัท ๔ ทั้งหลายฯ เพื่อประโยชน์สุขของเหล่าเวไนยสัตว์ในตลอดทุกทิวาราตรีกาล นับแต่กาลบัดนี้ลุล่วงไป อันยาวนานเป็นอจิณไตยมหาอนันตริยกัปป์สืบไป

    อสัทธรรมจงอย่ากล้ำกรายแผ่นดินธรรมดินแดนนี้

    ขอจงสรรเสริญแด่ พระธรรม พระพุทธ และพระสงฆ์ผู้อยู่ในสารคุณนั้นเทอญฯ
    สาธุธรรม ขออนุโมทนาบุญฯ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2017
  4. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    คัมภีร์อักขระพยัญชนะมารอันเป็นคำสั่งสอนของพวกมารนั้นด้วย ซึ่งเป็นตัวอักษรของชาวตะวันออกกลางเป็นอักษรสีดำเงา ที่ลอยขึ้นมากลางอากาศต่อหน้าของข้าพเจ้าและได้แสดงฤทธิ์ตามใจสั่งได้ทันที มีผลกับสภาพอากาศ ท้องฟ้าและควบคุมสายฟ้าได้ในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นผู้เคร่งในวัตรเดียร์ถีย์นั้นอยู่ ( ก่อนจะกลับตัวกลับใจ กลับมา นับถือพระพุทธศาสนาดังเดิม เป็นเดียร์ถีย์อยู่ ๕ ปีเต็ม




    ขอยืนยันในสามัญผลในการปฎิบัติธรรมอันพิจารณาอยู่เนืองๆ แม้ในฐานะในตอนนี้จะไม่สามารถเห็นและเข้าถึงได้ เพราะฐานะไม่สมควรแก่รองรับอานุภาพ

    ฐานะธรรมของผู้แสดงอรรถาธิบายเรื่องพระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์ดั้งเดิม



    {O}๑{O}

    เป็นผู้มีผู้ได้ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ

    ข้าพเจ้าระลึกชาติได้ ๑ ชาติ ก็สามารถรู้ภัยของการระลึกชาติ ตราบใดที่ยังเป็นฆราวาสวิสัย จึงตั้งจิตอธิษฐานว่าอย่าได้ระลึกชาติได้อีก อดีตชาติของข้าพเจ้าคือ พระราชปาล ชาวสิงหล เป็นผู้มีฐานะสูง เป็นที่เคารพของชาวเมืองไม่ว่าบุรุษหรือสตรี จะทำความเคารพด้วยอาการ ยืนกราบกระหย่งคล้าย กิริยาถอนสายบัวแต่เป็นการประนมมือไหว้ เป็นพระภิกษุในสมัยพุทธกาล ที่กระสันสึกด้วยเหตุที่ปัญหาหญิงคนรัก คือเบญจกัลยาณี สตรีที่มีความงดงามกว่าสตรีใดในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นภรรยาของข้าพเจ้ามาฟูมฟายอ้อนวอน

    และในขณะนั้นยังไม่มีพระพุทธบัญญัติการบอกคืนลาสิกขามานา คือ ผู้ใดชอบใจบวชเขามาเรียนศึกษาธรรม เวลาที่จะเลิกเรียนเลิกศึกษา คือไปเลยไม่ต้องบอกลาใคร ถ้าเป็นทุกวันนี้ก็เรียกว่า หนีสึกเอง ทรงจำได้แค่นี้ ก็ออกจาภาวะนั้น ก็ทรมานเหมือนพึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ จนทำใจไม่ได้ ภาพชัดเจนเกินไป ไม่สามารถวางอุเบกขาได้นี่คือความทรมานของการระลึกชาติ
    (ผู้ครองปราสาทมุกสวรรค์อีก๑ฐานะ ไปชมปราสาทที่อยู่เดิม )

    {O}๒{O}

    เป็นผู้มีผู้ได้ ทิพพโสตญาณ

    ในการรับรู้และได้ยินเสียงทิพย์อันที่ได้กล่าวไปเป็นข้างต้นแล้ว


    {O}๓{O}

    เป็นผู้มีผู้ได้ ทิพพจักขุ

    ในการได้มองเห็นสิ่งอันเป็นทิพย์ทั้งตานอกและตาในอันที่ได้กล่าวไปเป็นข้างต้นแล้ว


    {O}๔{O}

    เป็นผู้ได้ผู้มี อิทธิวิธี

    {O}๕{O}

    ปฏิสัมภิทัปปัตตะ ผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ๔ ชั้น เสกขะปฎิสัมภิทา

    ๑) อัตถปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในอรรถหรือปรีชาแจ้งเจนในความหมาย

    ๒) ธัมมปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในธรรม หรือปรีชาแจ้งเจนในหลัก

    ๓) นิรุตติปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในนิรุตติ หรือปรีชาแจ้งเจนในภาษา

    ๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ หรือปรีชาแจ้งเจนในความคิดทันการ

    คือเป็นผู้เห็นยังพระไตรปิฏกโดยขอให้คำจำกัดความตามจริงว่า ได้เห็นจริงตรองตามนี้ได้

    ๑.รู้และเข้าได้ทันที่ว่า ตีมุมกลับ "พระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายเป็นผู้ทรงปฏิสัมภิทารู้แจ้งเห็นธรรมอันเดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นซึ่งรูปแบบหนึ่งเดียว

    ๒.รู้แล้วเข้าใจได้ทันทีว่า ในช่วงที่ว่างเว้นคือ ว่างจากการเสด็จมาตรัสรู้ในพุทธันดรนั้น พระสัทธรรมนี้ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้เลือนหายไปไหน

    ๓.รู้และเข้าใจได้ทันที่ว่า เพราะเหตุใดพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงทรงสรรเสริญพระธรรม นั้นเพราะการตรัสรู้พระธรรมนั้นทำให้พระองค์เป็นพระพุทธเจ้า

    ๔.เข้าใจในสิ่งที่ไม่มีจารึกเลยว่า ที่พระองค์จะสั่งหรือเคยบอกการใดใด เลยว่าพระธรรมที่พระองค์ตรัสรู้เห็นนั้น เป็นพระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์ฉบับดั้งเดิม เพราะเป็นสิ่งที่เกินวิสัยสามัญมนุษย์ธรรมดาจะพึงเห็นได้ และข้าพเจ้าขอแสดงด้วยการกล่าวคำสัจจะ เพื่อเป็นการปฎิบัติบูชาต่อพระธรรมคัมภีร์ทิพย์ ด้วยถือเอาชีวิตถวายเป็นธรรมบูชา ในการยืนยันว่ามีอยู่จริง

    ๕.เข้าใจในสิ่งที่ไม่มีจารึกเลยว่า ในพระปัจฉิมโอวาททรงเน้นย้ำให้ถือว่า พระธรรมคำสั่งสอนและพระธรรมวินัยเป็นศาสดา และจงพึ่งพาตนเอง พร้อมตรัสปลอบให้กำลังใจ ในหลายต่อหลายครั้งในเรื่องการปฎิบัติ เช่นในเรื่อง หากยังมีผู้ปฎิบัติตามธรรมนี้อยู่ โลกจะไม่ว่างจากพระอรหันต์ แต่ไม่ทรงถือตัวพระองค์เองเลยว่า หากขาดพระองค์ไปแล้ว ย่อมขาดผู้หยั่งสภาวะธรรมด้วยพระทศพลญาณ๑๐ อันเป็นกำลังแห่งพระพุทธเจ้า ที่จะสามารถแก้ไขข้อติดขัดในการพิจารณาธรรมของพระสงฆ์สาวกได้อย่างดีที่สุด ฉนั้นการที่ไม่มีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั่นก็คือ ความวิบัติ ขาดสูญ ในการสำเร็จธรรมของเหล่าพระสงฆ์สาวกโดยแท้ เพราะไม่มีผู้ใดจะปรีชาญาณเทียมเท่าพระองค์อีกแล้ว

    ๖.ข้าพเจ้าเห็นพระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์อันเป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนานั้นด้วย ยืนยันจากการเห็นพระปริตรและธรรมอื่นแต่ไม่มีโอกาสได้อ่าน

    ๗.เป็นผู้เสวยวิมุติรสในการรับรู้ในนิมิตที่พิจารณาธรรมอยู่เสมอๆ คือรู้รสที่โอชายิ่ง


    ๘.เป็นผู้รู้ทิพยภาษา รู้ถึงการแปรเปลี่ยนแปลงสภาพของภาษาทิพย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลความหมายของภาษาทุกภาษาที่ บุคคลหนึ่งบุคคลได้แม้ไม่เคยเรียนไม่เคยรู้มาก่อนก็ตาม ว่าจะออกเสียงอย่างไร ทำนองอะไร จังหวะแบบไหนอย่างชัดเจน


    เรื่องลึกลับ


    ๑.ข้าพเจ้าเห็นคัมภีร์อักขระพยัญชนะมารอันเป็นคำสั่งสอนของพวกมารนั้นด้วย ซึ่งเป็นตัวอักษรของชาวตะวันออกกลางเป็นอักษรสีดำเงา ที่ลอยขึ้นมากลางอากาศต่อหน้าของข้าพเจ้าและได้แสดงฤทธิ์ตามใจสั่งได้ทันที มีผลกับสภาพอากาศ ท้องฟ้าและควบคุมสายฟ้าได้ในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นผู้เคร่งในวัตรเดียร์ถีย์นั้นอยู่ ( ก่อนจะกลับตัวกลับใจ กลับมา นับถือพระพุทธศาสนาดังเดิม เป็นเดียร์ถีย์อยู่ ๕ ปีเต็ม

    ๒.เป็นผู้รู้และเห็นโลกวิญญานของพวกนักรบเดียร์ถีย์นั้นอย่างชัดเจนว่าอยู่ที่ใดใน ๓ จชต มีอยู่จริงเพราะผู้ที่ข้าพเจ้าได้สังหารด้วยมือในฐานะนักรบเช่นกัน ได้พาร่างทิพย์ของข้าพเจ้าเข้าไปดูหลังจากตายได้หนึ่งวัน

    ๓.เป็นผู้เห็นภพสวรรค์คือปราสาทจตุรมุข ที่ถูกเนรมิตสร้างด้วยมุกดาขาวบริสุทธิ์ ทั้งส่วนประกอบวงกบต่างๆที่สร้างด้วยทองคำเช่นเดียวกัน

    ๔.เป็นผู้ครอบครองธาตุเหล็กไหลจักรพรรดิ คือสถิตในกายซึ่งมีอานุภาพและสัณฐานรายละเอียดมากกว่า ๑๖ ประการยิ่งกว่าผู้ใดจะพรรณนาการถึงได้ เป็นสิ่งที่ติดตามมาจากเทือกเขาสันคาราคีรี มีลักษณะเป็นธาตุทิพย์ขณะแทรกเข้าร่าง มีขนาดเท่าลำตาลเส้นผ่าศูนย์กลาง กว้างประมาณ๕๐ เซนติเมตร ยาวกว่า ๓๐ เมตร รู้ฐานะแห่งการครอบครองว่าต้องไม่กินของคาวนั้นด้วยถ้ากินแล้วมีผลฯ

    ๕.สะดือหน้าท้องของข้าพเจ้าสามารถดูดกลืนสัมภเวสีโอปาติกะได้ ซึ่งเคยมีนับสิบนั้นมีอาการเหมือนตกลงไปในพายุน้ำวนขนาดใหญ่
    ๖.รู้อายุขัยผู้อื่นจากการพยากรณ์ไพ่ยิปซี ที่แม่นยำอย่างน่ากลัว และตายตามคำทำนายไป นับ10 คนแล้ว
    ๗.เป็นผู้ที่พวกเดียร์ถีย์เอาผลึกสีเขียวมาฝากไว้ ๓ เม็ดเล็ก ในนิมิต ๑๐ ปีผ่านไป บุคคลหน้าใหม่มาขอคืนกลับมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น แต่ให้ไปแค่ก้อนเดียว
    ๘.แบ่งภาคเป็นยักษ์ ในคืนวันพระสุดท้ายของเดือน พ.ค ปี ๒๕๕๖ เพราะภาวนาจิตแตก เมตตา เพราะอัตตาครอบ กลายเป็นพยาบาทจากเคส ชาวบ้านถูกฆ่า ล้างบ้าน 6 ศพที่ปัตตานี ที่สำนักสงฆ์วังพะเนียด สตูลมีพยานการบอกเล่า
    ๙.เดียร์ถีย์พาไปทำพิธีล้างอาถรรพ์เพราะกลัวว่าจะเป็นมารทำลายศาสนาเขา แต่โต๊ะส่องดูแล้วสู้ไม่ได้มองเห็นระบุเป็นพระยูไลเหมือนที่สักติดตัวที่หัวไหล่
    ๑๐.ทำลายล้างอาคมคนเล่นของ ที่เลี้ยงผีไปทำร้ายคนที่ตำมะลังสตูล แค่ใช้สัจจะ บอกว่าเสื่อม ก็เสื่อม ดังที่พูด
    ๑๑.รอดจากกองไฟไหม้สูงสามเมตร แต่ไฟไม่ทำอันตรายกินรัศมีรอบตัวห่างไตรจีวรเพียง๑เซนติเมตร ไฟไหม้ไม้กระดานสึกไปเกือบสองนิ้ว ในการนั่งสมาธิแล้วเผลอหลับเพราะจุดเทียนตั้งไว้ กุฏีวอดหนึ่งห้อง วัดสุปัฎนารามวรวิหาร จ.อุบล ปี๒๕๓๖
    ๑๒.ถูกเจ้าป่าเจ้าเขาแห่งเทือกเขาสันคาราคีรีใช้ฤทธิ์ข่ม จับขังในหินสีดำสนิท นี่คือการแสดงอาการกลัวที่สุดในชีวิตรอดพ้นด้วยเจริญเมตตา
    ๑๓.โดนเจ้าที่ลองของจากเจ้าที่ชีปะขาวถือไม้เท้าแก่ๆ กลับหมอบคาพื้นสลบเหมือดคาที่เสียเอง วังพะเนียด สตูล

    เท่าที่ทรงจำได้มีเท่านี้ อย่างอื่นถือเป็นปลีกย่อยที่สลับซับซ้อนจึงไม่นำมาแสดง

    แก้ไขปริศนาธรรมได้สำเร็จโดยใช้ระยะเวลาเกือบ ๔ ปี นับหลังจากบอกลาสิกขาในห้วงออกพรรษาปี ๒๕๕๔

    สิ้นสุดตรงวันเวลาที่
    ๐๙.๔๘ ๑๓/๔/๒๕๕๘
    {O}สำหรับข้าพเจ้าได้นอนหลับพักสักครู่นี้ไปแล้วพิจารณารู้ คือตั้งข้อสงสัยก่อนหลับ เมื่อพิจารณารู้ในนิมิต จึงตื่นขึ้นมาเพื่อแสดงอรรถาธิบายที่สำคัญ จึงขอใช้คำจำกัดความสิ่งที่เกิดขึ้นตามแรงที่จะอธิษฐานเหล่านี้ว่า

    ขอให้สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รู้ได้เห็นทั้งหมดนี้ ที่สำคัญนั่นคือระหว่าง การที่ได้พบเห็นการปรากฎของพระไตรปิฏกพระธรรมคำภีร์ดั้งเดิม และ การที่ได้เห็นการปรากฎของคัมภีร์มารคือคำสั่งสอนของมารนอกพระพุทธศาสนา

    โดยยกทั้ง ๒อย่างนี้เป็นหลักในการพิจารณาในขั้นที่๑

    ประเภทที่๑.๑
    {เป็นพระไตรปิฏกพระธรรมคัมภีร์ดั้งเดิมทางพุทธศาสนา} และ #คัมภัร์อักขระพยัญชนะมาร# ที่ไม่ใช่ไม่เหมือนกับที่ถูกตีพิมพ์ในโลกมนุษย์ อยู่ในฐานะเป็น{ทิพยวิเศษบริสุทธิธรรม} และ #อหังการวิเศษมาร# แตกต่างกันชัดเจน

    และ

    ยกทั้งสองอย่างที่ปรากฎเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนาในกาลปัจจุบันคือ การปรากฎของพระสัทธรรมที่คงเหลืออยู่จริง และ การปรากฎของสัทธรรมปฎิรูปที่เกิดขึ้นมาใหม่ เป็นหลักพิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริงในขั้นที่ ๒

    ประเภทที่ ๒.๒ เป็นพระไตรปิฏกจารึก {พระสัทธรรม} ที่แท้จริง ที่หลงเหลือบันทึกอยู่จริงในพระไตรปิฏกที่แม้จะแตกแยกนิกายออกไป แต่ยังมีอยู่เหมือนเดิม และ #สัทธรรมปฎิรูป# อันเป็นคำส่งสอนที่สร้างขึ้นมาใหม่โดยจริตธรรมของการยอมรับตกลงในมิจฉาชนหมู่มากที่แสวงอื่น ไม่ใช่พระธรรมแท้ที่มีอยู่จริง ไม่มีมรรคผลเป็นที่รองรับ เป็นสิ่งที่นำพาไปสู่มิจฉาทิฐิ อย่างเช่น แอบอ้างว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นคำสอนที่ถูกต้องในพระไตรปิฏกแต่อย่างนั้นไม่ถูกเป็นต้น

    จุดประสงค์ของอรรถาธิบายสาธยาย

    ทั้งนี้ก็เป็นไปเพื่อปกป้องคุ้มครองรักษาพระพุทธศาสนาไม่ให้พระสัทธรรมนั้นได้เลือนลางหายไปจากเหล่าพุทธบริษัทสาธุชนทั้งหลาย จากการปรากฎของอสัทธรรมอื่นคือการปรากฎคำสั่งสอนของพญามารที่จะรุ่งโรจน์ในปัจจุบัน ที่สำคัญเพื่อให้รักษาพระสัทธรรมแท้ไม่ให้เกิดสัทธรรมปฎิรูปเกิดขึ้นได้ในบวรพระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าขอวิงวอนให้ท่านทั้งหลายจงพิจารณาตามเถิด ท่านบัณฑิตทั้งหลายผู้เป็นนักวิชาการบ้าง เป็นผู้มีความรู้ยิ่งบ้าง เป็นอริยะบุคคลบ้าง เป็นพระเสขะ พระอเสขะบ้าง จงพิจารณาตามที่เราได้สาธยาย โดยพิศดารถึงมูลเหตุอันจะพึงมี พึงเกิดขึ้น และพึงเป็น นับตั้งแต่ที่ท่านได้ล่วงรู้อรรถาธิบายตามนี้เถิด{O}


    ข้าพเจ้าได้แก้ไขข้อข้องใจ ในปริศนาธรรมในประการนี้ถึงที่สุดแล้ว

    ( ดีชั่วอย่าคาดหวัง ความจริงเผยก็รู้เอง)

    คนซื่อตรง ไม่พูดคลาดความจริง.
    น อุชุภูตา วิตถํ ภณนฺติ.


    รู้ก็บอกว่ารู้เห็นก็บอกว่าเห็น ไม่ตกนอก ทิฎฐิ 62 พิชัยสงครามของศาสนาพุทธ

    นี่คือสัญญานเตือนจาก "อภยปริตร" ที่ถูกทำลายลง ในฐานะผู้เข้าถึงและรักษา อภยปริตร นี้ จึงแจ้งภัยของ" อสัทธรรม" อันมี" อหังการวิเศษมาร "ไว้ล่วงหน้า

    สำหรับท่านผู้สนใจและคิดว่า " อหังการวิเศษมาร "นั้นมีอยู่จริงตามที่เราได้แสดงไว้นี้

    โปรดช่วยกันจับตา ธาตุ ๔ ที่แปรปรวนให้ดีๆ โดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีพายุฟ้าผ่าเมฆดำทะมึน แบบกระทันหัน ชนิดกรมอุตุนิยมวิทยาโลก ยังเอ๋อกิน คำนวนพื้นที่เดียร์ถีย์(ตัวการ)ในตาราง 10 กิโลเมตร ในลักษณะต้น แต่ถ้าใช้ฤทธิ์ได้เต็มที่ คาดว่า จะไม่จำกัดระยะทาง และเป้าหมาย เชื่อว่าสามารถเปลี่ยนรูปลักษณะของตนเองและที่สำคัญที่สุด มักจะเป็นพวกที่มีตัณหามากราคะจัดเป็นพิเศษ ขี้โมโหใจร้อนและเด็ดขาด เอาแต่ใจ และโหดเหี้ยมอำมหิตชนิดไม่สนผิดชอบชั่วดี จึงจะสามารถเข้าถึงสภาวะของ "อหังการวิเศษมาร" ได้อย่างน่าพรั่นพรึง

    ขอจงพึงระวังไว้ แม้แต่ทาสของมันก็คบกันโดยธาตุ


    บุคคลนั้นอาจเป็นเราเอง ถ้าถูกครอบก่อนดิ้นไม่หลุด ยังไงก็ฝากท่านผู้สามารถมาโปรดด้วย ในภายภาคหน้า



    บันทึก 6 พฤษภาคม เวลา 4:54 น.
    สุดท้ายต้องกลับกลายมาเป็นตนเองหรือเนี่ย! ได้ในเมื่อไม่มีมารก็ไม่มีพระ ข้าพเจ้าจะสละตนเองเข้าสู่ อหังการวิเศษมาร เพื่อที่ท่าน อเสกขะปฎิสัมภิทาจะได้ปรากฎตัว ..อหังการวิเศษมาร. บุกมาถึงจิตใต้สำนึก ในห้วงเวลานอน สองหน้ากระดาษ พร้อมตารางวิธีอ่านให้จดจำได้ง่าย5-6แถว แถวร่างสุดแสดงรายชื่อของศาสดาในแต่ละยุค ตัวหนังสือสีดำขลับปนเขียว ลักษณะตีพิมพ์ มายาบังคับให้อ่านพร้อมเสียงการท่องอาซาน มันคงรู้ตัวว่าเราจะใช้มันแล้วสินะ เล่นมาแสดงตนล่วงหน้าแบบนี้ บันทึกความทรงจำระหว่างราตรี 06-5-2560 04:00 / ที่สำคัญประกาศที่จะทำลายล้างนั่น เราหรือใครเป็นผู้ประกาศ ถ้าเราถูกครอบงำ ก็อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีผู้บรรลุธรรมในพระพุทธศาสนามาปราบเรา ข้อนี้เป็นไปได้ ต้องสละตนเอง. จำเป็นต้องชั่วร้ายกระมัง


    "หากเข้าถึงเองยังพอห้ามรั้งเราได้ด้วยวิสัยพุทธวิธี แต่ถ้าพวกมันเข้าถึงเองโดยตรงใครเล่าเอยจะไปหยุดรั้งมัน ตอนนี้กำลังรอ ให้บุคคลที่คอยเฝ้าพิจารณาด้วยอยู่ เอา คัมภีร์ที่จะทำเป็นสื่อนั่น มาให้ "

    ศีลในตอนนี้ไม่บริบูรณ์ รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน แต่มันทำให้เข้าถึงอสัทธรรมได้ตามกรรมตามกาล


    ใช้
    มารปราบมาร ค่อยมาล้างมารทีหลังเถิด พระเถระเจ้าฯ

     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 150k252f.jpg
      150k252f.jpg
      ขนาดไฟล์:
      272.4 KB
      เปิดดู:
      69
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 พฤษภาคม 2017
  5. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    ข้อถกเถียงที่เกิดในโลกมนุษย์ที่ส่งผลหลัก คือเรื่องธรรมทั้งมวลและธรรมล้วนๆ เหตุการ์ณในโลกมนุษย์ย่อมสงผลถึงโลกธาตุอื่นด้วย ทั้งในสวรรค์และนรก เมื่อถกเถียงจึงวุ่นวายหาข้อยุติมิได้ โดยเฉพาะในเรื่องพระสัทธรรมและอสัทธรรม เมื่อพระสัทธรรมเริ่มเลือนลางไปจากใจของหมู่สัตว์ในโลกธาตุ กำเนิดสัทธรรมปฏิรูปขึ้นมาแทน

    หากเมื่อใดโลกบังเกิดอลัชชีสรรเสริญแต่งเติมซึ่ง(สัทธรรมปฎิรูป) แห่งอสัทธรรมย่ำยีเสียแล้วซึ่งพระสัทธรรมก้าวล่วงเป็นใหญ่ในสังฆปริมณฑล ทุกภพภูมินรกสวรรค์จึงเกิดวิปริตแปรปรวนมากขึ้น จากที่เป็นอยู่ธรรมดาที่ไม่เที่ยงอย่างนั้นและอย่างนั้นอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ย่อมเกิดภัยพิบัติแก่โลกมนุษย์นั้นด้วย เมื่อไร้ซึ่งพระสัทธรรม อสัทธรรมโชติช่วง โลกาย่อมวินาศ ณ ครานั้น

    เมื่ออสัทธรรมกล้าแข็งถึงที่สุด เมื่อโลกธาตุทั้งหลายสั่นไหว บุคคลทั้งหลายปราถนาพระสัทธรรม จึงจะมีการถือกำเนิดจุติธรรมเป็นอิทัปปัจยตา แม้ผู้รู้แล้วยังทำได้แค่อยากและปราถนาก็ได้พึ่งธรรมพึ่งตนเฝ้าคอย เพียงเท่านั้น

    ผู้ใดเล่าหนอจะมาไถพรวนผืนดินถิ่นธรรมที่แห้งผากนี้ให้ราบลุ่มเขียวขจี
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. คะนึง

    คะนึง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    148
    ค่าพลัง:
    +326
    แสดงว่าใกล้ถึงเวลาแล้วซินะ
    ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย
     
  7. Fallenz

    Fallenz สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    72
    ค่าพลัง:
    +60
    :eek::eek::eek:
     
  8. blackangel

    blackangel เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    1,761
    ค่าพลัง:
    +1,913
  9. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74


    เสียดายที่มันไม่ใช่นิมิตที่เห็นเพียงผู้เดียว แต่เป็นสิ่งที่มีผู้พบเห็นตามและได้รับผลกระทบนับร้อยด้วย ไม่ใช่การเข้าทรงแบบนั้น แต่เป็นผลของการปฎิบัติ ผลของของเก่าที่เคยสั่งสมไว้ในอดีตชาติ ที่เคยเป็นเคยทำไว้อย่างนั้น และมันก็มีฤทธิ์ปรากฎเป็นที่ประกอบ


    เราต้องพึงระลึกและเข้าใจเสมอว่า เราต่างเวียนว่ายตายเกิดมามากมายแล้ว เป็นธรรมดาที่เราและท่านทั้งหลายฯ จะเกิดเป็นผู้ที่นับถือลัทธินอกศาสนาพุทธในชาติต่างๆ ที่แล้วมา ไม่ใช่เกิดมาได้พบได้เป็นได้เข้าถึงแต่พุทธะ โดยเพียงอย่างเดียวทีเดียวเสียนั่นอย่างไร


    ผลที่มาด้วยเศษกรรมและกรรมจัดสรร จึงส่งผลให้เป็นเช่นนี้ อยากหนีไกลห่างมากเพียงเท่าไหร่ กลับดึงดูดกลับนับเท่าพันทวี


    ลองทดสอบดูก่อน ค่อยว่ากัน
     
  10. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    จริงแท้แน่นอน ไม่ตก ทิฎฐิ62 แบบนั้นแน่ แค่จะเริ่มก็มีบ่วงมาขัดขวาง กันเลยทีเดียว ชนิดกะไม่ให้มีเวลาได้ ภาวนาหลีกเร้น
     
  11. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    นี่...ตายิกษ์...จะไปเฝ้าระวังภัยไปทำไมกัน
    ก็ปล่อยให้เกิดจำเลย เกิดคดีขึ้นมาก่อนสิ ถึงจะสามารถเอาผิดกับจำเลยได้
    เมื่อความผิดเกิด ถึงจะต้องมีคนรับผิดชอบไง...ตามระเบียบ
    ....
    อีกเรื่องนึง..เมื่อคืน มีพลังงานบางอย่าง บีบ บังคับ จนอึดอัด ทนได้ยาก มากๆเลย จ่ายิกษ์ลองสัมผัสหาต้นตอ ของมันหน่อยสิ ว่ามาจากที่ไหน...ผมงี้ โดนหนักมากเลย ....ช่วงนี้...(ผมโดนกระทำ)
     
  12. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ตามที่ผม วิแคะนะ มีคนนึง เป็นจิตต่างดาว มันเก่งมากเลยนะ ชื่อเล่นโดเรมอน มันศึกษามาชำนาญหลายศาสตร์ เรียกจานบิน เปิดภพภูมิ ทะลวงรูหนอนอวกาศ สร้างดวงดาว แทรกจิต แทรกคลื่น ...คนคนนี้ ถือว่า เข้าข่าย เป็นอหังการทุเรศมาร ได้รึเปล่าล่ะ....แต่ขอเตือนจ่ายิกษ์ว่า เวลาเข้าไปดูจิตเขาต้องระวัง เพราะคนคนนี้เก่งหลายทาง ปิดจิต บังจิต กลบเกลื่อนจิต หลอกจิต...กักขังจิต..โอ้ย น่ากัว มวกๆ...ผมว่า คนนี้แหล่ะ..อหังการทุเรศมารตัวจริงเลยล่ะ
     
  13. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,175
    ค่าพลัง:
    +1,065
    เพื่อพิจารณาค่ะ

    https://pantown.com/board.php?id=24329&area=3&name=board2&topic=58&action=view

    ธรรมะเปิดโลก วันที่ 10 กรกฎาคม 2558
    ตอนที่ 83 **พระยาธรรมิกราช มีหน้าที่มาทำอะไร**
    เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
    - - - -
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. คำว่า *พระยาธรรมิกราช* นี้ ก็เหมือนคำพูดหนึ่งซึ่งสามารถที่จะแปลไปในแนวทางใด ในรูปแบบไหนก็ได้ ตามใจของบุคคลผู้นั้นจะแปล
    -- แต่พระยาธรรมิกราชแห่งศาสนาพุทธ ก็ต้องเป็น”ผู้ที่มีธรรม” --
    ซึ่งพระยาธรรมฯนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางโลก ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งอื่นเลยนอกจาก มีหน้าที่นำธรรมคำสั่งสอนมาเผยแผ่เท่านั้น เพราะ*พระยาธรรมิกราช* คือ “ผู้ที่มีธรรมมาก”
    และธรรมที่มีนั้น ต้องเป็นธรรมที่นำมาจากองค์พระพุทธเจ้า เพื่อสอนสั่งให้แก่สัตว์โลก รู้ / ตื่น ในยุคของกึ่งศาสนาเท่านั้น ลูกเอ๋ย.. แต่จะไม่มีหน้าที่อื่นใด
    การมาของพระยาธรรม มาเพื่อเผยแผ่ธรรมในกึ่งศาสนา
    ** เพื่อนำธรรมคำสั่งสอน แผ่กระจายอีกรอบหนึ่ง
    ** เพื่อให้จิตทั้งหลายได้เข้ามา ศึกษา- เรียนรู้ กับหลักธรรม ที่จะทำให้จิตดวงนั้นเข้าถึงความพ้นทุกข์ / ละเว้นต่อการทำชั่ว / สร้างความดีอย่างถูกต้อง
    < นั่นคือ หน้าที่แห่งพระยาธรรม >
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. พระยาธรรมิกราช บังเกิดขึ้นแล้ว บ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ใช่เพราะมีพระยาธรรมบังเกิดขึ้น เกิดขึ้นมาแล้ว จะไปบันดาลให้คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ หรือจะต้องทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในพริบตา ...
    แต่การที่พระยาธรรมบังเกิดขึ้น จะทำให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขนั้น หมายถึง การที่นำธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเผยแผ่.. เผยแพร่ เพื่อให้คนได้เข้าใจถึงหลักธรรมมากเพิ่มขึ้น // ละเว้นต่อการทำชั่ว
    เมื่อการเผยแผ่ธรรมของพระยาธรรม สามารถเผยแผ่คลุมออกไปในกลุ่มคนมากขึ้นเท่าไหร่
    -- การทำความชั่วก็มีน้อยลงมากเท่านั้น และเข้าใจในหลักธรรม --
    ... เมื่อเป็นเช่นนั้น บ้านเมืองก็จะสงบไป ด้วยธรรมที่แพร่หลาย // ด้วยธรรมที่เผยแผ่ออกไปนั้น
    -- ซึ่งก็ต้องใช้เวลา เหมือนกันกับเมื่อครั้งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น --
    การบังเกิดขึ้นแล้วนั้น ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองเปลี่ยนไปในทันใด !
    แต่การที่จะทำให้เปลี่ยนแปลงได้ และเปลี่ยนโลกได้...
    > ต้องเปลี่ยนด้วยธรรมคำสั่งสอน เปลี่ยนด้วยการประพฤติ ปฏิบัติของคนที่ได้ฟังธรรม..
    ฉะนั้น การนำธรรมคำสั่งสอนมาเผยแผ่ของพระยาธรรมิกราช –ในกึ่งศาสนานี้.. จะไม่ได้บันดาลให้สิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป ในทันทีหรอกลูกเอ๋ย.. อย่าพึงเข้าใจผิดเช่นนั้นเลย
    ซึ่งจะค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป ตามธรรมคำสั่งสอนที่แพร่หลายออกไป ซึ่งก็ต้องใช้เวลา

    เพราะการที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น ขึ้นอยู่กับการประพฤติ ปฏิบัติ ของคนในหลายๆคน หลายๆกลุ่ม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง – เพียงแต่เขาจะเป็นผู้บอกทาง / ชี้ทาง ไม่ให้ทำกรรมชั่ว แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
    คำว่า “แทน” แทนคือ แบบไหน
    “แทน” คือ ผู้นำธรรมลงมา เพื่อเผยแผ่แทน เพราะองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะไม่กลับมาเพื่อเผยแผ่อะไรบนโลกนี้อีกแล้ว มีแต่จะส่งผ่านดวงจิตต่างๆที่สามารถบำเพ็ญเพื่อเข้าถึงความเป็นอริยบุคคลตั้งแต่ขั้นที่ 1 ขึ้นไป
    และมาจากพระยาธรรมิกราช ซึ่งมีหน้าที่ในการนำธรรม มาเผยแผ่ในกึ่งศาสนานี้เท่านั้น
    จึงเรียกว่า เป็น”องค์แทน” หรือเป็นผู้แทนในการมาประกาศธรรม ในกึ่งศาสนา

    < และธรรมคำสั่งสอนนี้ ก็จะช่วยให้คนทำความดี ละเว้นความชั่ว >
    ... เมื่อเป็นเช่นนั้น บ้านเมืองก็จะสงบสุข ...
    การที่พระยาธรรมิกราชบังเกิดขึ้นแล้วนั้น จะทำให้โลกใบนี้ ไม่เกิดภัยพิบัติ ไม่เกิดสิ่งที่ร้ายเกิดขึ้นนั้น
    -- เพราะว่า มีการเผยแผ่ธรรม จนทำให้คนกลัวต่อการทำบาป หันมาสร้างความดี --
    ** เมื่อมีแต่คนที่ทำดีมากมาย -- ภัยพิบัติย่อมไม่เกิด เพราะการกระทำของมนุษย์ที่ดีเหล่านั้น**
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. สรรพสิ่งบนโลกนี้ จะแปรเปลี่ยนหมุนไป ก็ต่อเมื่อพระยาธรรมนั้นเผยแผ่ธรรมจนสำเร็จ
    นำธรรมคำสั่งสอนมาเผยแผ่จนคลุมไปทั้งหมด มีกลุ่มคน มีประเทศที่มีความเชื่อ /เคารพนับถือต่อพุทธศาสนา ซึ่งจะทำให้คนเข้าใจ และหลุดพ้นได้มากมายอีกรอบหนึ่ง ในกึ่งศาสนานี้
    ฉะนั้น จงเข้าใจเถิดลูกเอ๋ย.. ว่าการมาของพระยาธรรมนั้น มาเพื่อทำอะไร มาแล้วก่อเกิดสิ่งใด เพราะอะไร
    < อย่ามัวแต่เพ่งโทษ อย่ามัวแต่คิดไปต่างๆนานา.. เพราะมันจะเป็นเหตุของกรรมที่ตนจะก่อ >
    พระยาธรรม คือ ผู้ที่มีธรรมคำสั่งสอน และธรรมคำสั่งสอนนั้นก็ไม่ได้เกิดมาจากการปฏิบัติ การประพฤติฝึกฝนของพระยาธรรมเอง..
    .. แต่จะเป็นธรรมคำสั่งสอนที่มาจากคำสั่งสอนที่มาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งจะแตกต่างจากอรหันตสาวกองค์อื่นๆ
    อรหันตสาวก องค์อื่นๆที่สามารถปฏิบัติจนเข้าถึงแก่นของธรรมนั้น จะทำให้เขารู้แจ้งเห็นธรรมในพระพุทธเจ้า //พระพุทธศาสนา และสามารถนำธรรมเหล่านั้นที่เขาเห็นจากการปฏิบัติ มาเผยแผ่ …
    แต่พระยาธรรมนี้ ไม่ได้บังเกิดมาจากการฝึกฝนปฏิบัติ แต่เป็นธรรมที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่งมาให้ จึงมีความแตกต่างจากอรหันตสาวก และการบังเกิดของพระยาธรรมิกราชนี้
    จะช่วยผู้คนโดยคำสั่งสอน ด้วยการชี้ทางและบอกทาง
    จะช่วยผู้คนให้พ้นจากทุกข์ได้ ก็ต่อเมื่อบุคคลผู้นั้นมีศรัทธา และฝึกฝนปฏิบัติ
    ไม่ว่าจะเป็นพระยาธรรม หรือจะเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า > ก็เป็นแต่เพียงผู้บอกทาง
    ลูกเอ๋ย..
    ไม่มีใครบังเกิดขึ้นมา เพื่อบันดาลให้คนๆหนึ่งเป็นเช่นไรตามใจบุคคลผู้นั้น
    -- เพราะกฎแห่งกรรม เป็นสิ่งที่ทุกคนละเมิดไม่ได้ --
    // ใครปรารถนาที่จะเป็นคนดี ได้ในสิ่งที่ดี.. ก็ต้องประพฤติปฏิบัติดี
    // ใครปรารถนาที่จะพ้นทุกข์.. ก็ต้องแสวงหาทางพ้นทุกข์
    *พระยาธรรม* หรือจะเป็นใครสักคนหนึ่ง ที่จะมานำทางนั้น ก็ได้แต่เพียงบอกทางเท่านั้น ลูกเอ๋ย..
    “ ลูกต้องประพฤติ ปฏิบัติ กระทำตามเอง “
    ฉะนั้นวันนี้ เมื่อทำความเข้าใจ *พระยาธรรมิกราช* ที่แท้จริงแล้ว ก็จงปรับเปลี่ยนที่จิตแห่งตน เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งสอน
    > อย่ารอให้พระยาธรรม / มาทำให้เราสำเร็จธรรม / มาช่วยให้เราพ้นทุกข์ / มาปรับเปลี่ยนการเมืองบ้าง เรื่องโน้นเรื่องนี้ อันเป็นสิ่งที่อยู่นอกกรอบของธรรมเลย !.. ลูกเอ๋ย
    **หลักธรรมคำสั่งสอน** สอนอยู่ในกรอบของทางพ้นทุกข์ และทางพ้นทุกข์ คือ สิ่งที่จะนำพาให้ลูกทั้งหลายพ้นจากทุกข์
    -- เมื่อทำเหตุให้ดี ผลของมันก็จะงอกงาม งอกเงย ไปในทางที่ดีเอง --
    ถ้าบ้านเมืองหนึ่งที่ทำแต่ความดี อยู่ในกรอบของศีลธรรม -- บ้านเมืองนั้นก็ย่อมมีแต่ความสงบสุข
    ฉะนั้น.. จงทำตนให้ดี ประพฤติตามธรรมคำสั่งสอนที่นำมาเผยแผ่
    และต่อจากนี้ไปในภายภาคหน้า การเผยแผ่ธรรมคำสอนจะแพร่หลายออกไป ..
    ผู้คนมากมายจะทำดี จะมีผู้คนมากมายเข้าถึงความพ้นทุกข์
    บ้าน- ประเทศ -โลก ย่อมก่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ กลับคืนอีกครั้งหนึ่ง ด้วยสิ่งเหล่านี้
    ... แต่ไม่ใช่บันดาลจากพระยาธรรม ...
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. เมื่อได้เข้าใจ ”หน้าที่ของพระยาธรรม” อย่างแท้จริงแล้ว .. ก็จงอย่าสร้างกรรม โดยการเพ่งโทษ โดยการลังเลสงสัย โดยการคิดไปต่างๆนานา ด้วยความคิดของตนเลย
    จงปล่อยวางเสียเถิดลูก แล้วปฏิบัติตนให้เข้าถึงเสียยังจะดีกว่า เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรในการเพ่งโทษ ไม่เกิดประโยชน์อะไรในการลังเลสงสัย
    จงดูที่จิตแห่งตน ปรับเปลี่ยนตนให้เข้าถึงความพ้นทุกข์เถิด ลูกเอ๋ย.. เพราะตนจะได้ไม่กลายเป็น “ฝ่ายมาร” ที่เกิดขึ้นพร้อมกับ *พระยาธรรม*
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ความดีและความชั่ว อาจจะเกิดขึ้นพร้อมกัน
    ... แต่ไม่จำเป็นหรอกลูก ที่จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง เสียสละถึงขนาดต้องไปเป็น”ฝ่ายชั่ว”
    ไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอกลูกเอ๋ย.. สงสารตนเองบ้างเถิด
    จงประพฤติ ปฏิบัติดี เพราะแท้ที่จริงมารนั้น..ก็มีอยู่ในวัฏสงสาร คือ การที่ถูกครอบงำจากกิเลสตัณหา ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ดิ้นรน เร่าร้อน ขวนขวาย
    “มาร” ก็มีอยู่ในการเกิด คือ กองทุกข์นั้นแล้ว
    สิ่งเหล่านั้น ก็มากพอที่จะทำให้พระยาธรรม เผยแผ่ธรรมเพื่อให้ทุกคนพ้นทุกข์ได้แล้ว …
    ไม่จำเป็นหรอกลูก ที่จะต้องตั้งตนเพื่อมาเป็น “มาร” ทดสอบพระยาธรรม
    สงสารตนที่จะต้องไปชดใช้กรรมหนักเถิด ลูกเอ๋
    ย ..
    -- แล้วจงมาเป็นผู้ ปฏิบัติดี ประพฤติดี เพื่อทางพ้นทุกข์แห่งตน --
    สาธุ

    ที่มา:
    http://phusawan.com/webboard/index.php?topic=714.0
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤษภาคม 2017
  14. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ไอ้พลังงานที่ เล่นงานผมเมื่อคืน ในนิมิตร มันมาจากตัวหนังสือ เหมือนๆ จะเป็นเนื้อเพลง นี่แหล่ะ แต่พลังงานมา อัดมา กระแทกมา แรงมากจนแทบขาดใจ ต้องแก้ไป โดย ลบตัวหนังสือเหล่านั้น ให้หมด ไม่ให้มีเหลือ พลังงานจึงหายไป...แต่จากที่ผมสันนิษฐาน ว่า มันเล่นงานผมคนเดียว มั้ง
     
  15. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    นี่ไม่ไช่กระทู้พระยาธรรม แกเอามาโพสทำไมให้ รกกระทู้วะ
    ลบเลย นังโง่
     
  16. jityim

    jityim เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 ตุลาคม 2014
    โพสต์:
    1,175
    ค่าพลัง:
    +1,065
    อ่านข้อความนี้ดีๆค่ะ จะมีคำตอบเกิดขึ้นที่ใจ
     
  17. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    อีหน้าด้าน ไปไกลๆเลย
     
  18. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    แส่ เสนอหน้า ทุกเรื่องเลยแก
     
  19. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    จ่ายิกษ์ ตกลง พลังงานที่ผมว่ามา มาจากไหน ของใคร
    ...
    ผมโดนใคร เล่นงานอยู่ ตอนนี้
     
  20. รัตนมหาธาตุ

    รัตนมหาธาตุ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มกราคม 2017
    โพสต์:
    54
    ค่าพลัง:
    +74
    จงดูที่จิตแห่งตน ปรับเปลี่ยนตนให้เข้าถึงความพ้นทุกข์เถิด ลูกเอ๋ย.. เพราะตนจะได้ไม่กลายเป็น “ฝ่ายมาร” ที่เกิดขึ้นพร้อมกับ *พระยาธรรม*
    ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ความดีและความชั่ว อาจจะเกิดขึ้นพร้อมกัน
    ... แต่ไม่จำเป็นหรอกลูก ที่จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่ง เสียสละถึงขนาดต้องไปเป็น”ฝ่ายชั่ว”
    ไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอกลูกเอ๋ย.. สงสารตนเองบ้างเถิด
    จงประพฤติ ปฏิบัติดี เพราะแท้ที่จริงมารนั้น..ก็มีอยู่ในวัฏสงสาร คือ การที่ถูกครอบงำจากกิเลสตัณหา ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ดิ้นรน เร่าร้อน ขวนขวาย
    “มาร” ก็มีอยู่ในการเกิด คือ กองทุกข์นั้นแล้ว
    สิ่งเหล่านั้น ก็มากพอที่จะทำให้พระยาธรรม เผยแผ่ธรรมเพื่อให้ทุกคนพ้นทุกข์ได้แล้ว …
    ไม่จำเป็นหรอกลูก ที่จะต้องตั้งตนเพื่อมาเป็น “มาร” ทดสอบพระยาธรรม
    สงสารตนที่จะต้องไปชดใช้กรรมหนักเถิด ลูกเอ๋ย ..


    ยังไม่รู้ผลของอสัทธรรมและสัทธรรมปฎิรูปสินะ

    ชอบแบบสงบๆก็อยู่ให้นิ่งๆไป ผู้ที่รู้หน้าที่ก็ต้องเดินตามกรรม

     

แชร์หน้านี้

Loading...