[IMG] ดอกไม้ที่ยังคงเบ่งบานได้ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ควรคู่แก่คำว่า"ดอกไม้งามอย่างแท้จริง"
ดีจ้าโมทนาบุญด้วยนะ ตั้งใจปฏิบัติเข้าน้องรัก ไม่มีใครที่จะช่วยน้องได้นอกจากตัวของน้องเอง พี่ๆทุกคนเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำ อย่าลืมคำของพระอาจารย์ท่านที่สอนเมื่อวานด้วยล่ะ พี่เองก็อยากไปปฏิบัติเหมือนกัน แต่ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่จ้า พยายามเข้านะสู้ๆจ้า
โมทนาด้วยจ้ะ... ขออาราธนาบารมีคุณพระศรีรัตนตรัย... ได้โปรดอำนวยพรให้เจนเข้าถึงธรรม... เข้าถึงที่สุดแห่งธรรมโดยฉับพลันด้วยจ้ะ...
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเว็บเท่าไหร่ติดกิจหลายประการ ทุกท่านคงสบายดีนะครับ อย่างไรก็ตาม บ้านเมืองกำลังวุ่นวายเฝ้าติดตามข่าวสารกันนะครับใกล้ถึงเวลาแล้ว สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านปลอดภัย เจริญทั้งทางธรรมแลทางโลกนะครับ [IMG]
[IMG] มหาสติปัฏฐาน อาจรู้สึกว่าเป็นแต่เพียงพระพุทธพจน์บทหนึ่งเท่านั้นเอง มิค่อยจะวิเศษอะไรนัก แต่ความจริงแล้วทรงไว้ซึ่ง ความศักดิ์สิทธิ์ ความจริงอันประเสริฐ ที่สุด เป็น หัวใจ ของการปฏิบัติ เป็นหนทางที่ตัดตรงไปสู่ แดนอมตมหานฤพานทีเดียว เมื่อปฏิบัติตาม อย่างถูกวิธีอย่างสมบูรณ์ ย่อมจะเกิด ดวงแก้ว (i)ปัญญาอันประเสริฐ เกิดจาก " ภาวนา " " ทำให้ เห็นสภาวธรรมตามความเป็นจริง อย่างแน่แท้ที่สุด " (i) ปัญญาที่เกิด จาก " การอ่าน + การเขียน + การศึกษา " (i) ปัญญาที่เกิด จาก " การจินตนาการ " (ฑีฆนิกาย มหาวรรค ข้อ ๒๗๓ หน้า ๓๒๕ บาลีฉบับสยามรัฐ) [IMG]
[IMG] อนุสัย อนุเสนตีติ อนุสยา สภาพที่นอนเนื่อง " อยู่ในสันดานของสัตว์ " ทั้งหลาย ชื่อว่าอนุสัย ก็เพราะเหตุใดเล่า สัตว์ทั้งหลายจึงต้องเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏสงสาร ซึ่งเป็นสภาพการณ์ที่น่าเบื่อหน่ายนักหนา เช่นนี้เล่า ก็เพราะยังมีกิเลสตัณหาติดอยู่ในจิตสันดานกิเลส ๑๕๐๐ ตัณหา ๑๐๘ ย่อมมีอยู่เป็น ประจำสันดาน ของ แต่ละสัตว์แต่ละบุคคล อันว่าอนุสัยนี้ สมเด็จพระธรรมราชาธิบดีสัมมาสัมพุทธ เจ้าแห่งเราทั้งหลาย ได้ทรงพระกรุณาตรัสไว้ว่ามีอยู่ ๗ อย่าง คือ (อังคุตตรนิกาย สัตตกนิบาต ข้อ ๑๒ หน้า ๙ บาลีฉบับสยามรัฐ) ๑. ทิฏฐานุสัย + ๒. วิจิกิจฉานุสัย + ๓. กามราคานุสัย ๔. ปฏิฆานุสัย + ๕. มานานุสัย + ๖. ภวราคานุสัย + ๗. อวิชชานุสัย ทำการประหารอนุสัยทั้ง ๗ ให้ขาดออกไปจากสันดานแห่งตนได้นั้น คือ ๑.ตัดตัณหาได้ ๒.เพิกถอนเครื่องผูกพันภพได้ ๓. กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้,, ;aa44
พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลายต่างกล่าวเน้นว่า พระพุทธศาสนาเป็นของจริงของแท้ ที่เรายึดมั่นเป็น หลักชัยแห่งชีวิต ได้ ยิ่งมีการปฎิบัติธรรมทั้งทาน ศีล ภาวนา สม่ำเสมอ ความสุข ความเจริญ เกิดขึ้นแก่ตนแน่อย่าสงสัย ซึ่งจะบังเกิดความสุขความเจริญในปัจจุบัน และติดตามวิญญาณไปทุกภพทุกชาติด้วย ชาวพุทธทั้งหลายจงเจริญภาวนา ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฏกทุกเช้าค่ำเถิด เมื่อท่านเจริญภาวนายอดพระกัณฑ์ไตรปิฏกแล้ว หาก เจริญวิปัสสนาสมาธิ ต่อ จะได้ อานิสงส์สูงมาก ''
[IMG] โลกุตตรภูมิ สมเด็จพระพุทธองค์ได้ทรงมีพระมหา กรุณา ตรัสว่า... " ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! ธรรมชาติ ไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว - ปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว - การ ปรุงแต่ง ในขันธ์ 5 ไม่ได้แล้ว ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ทั้งหลาย! หากว่า ธรรมชาติอันไม่เกิดแล้ว ไม่เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำไม่ได้แล้ว ปรุงแต่งไม่ได้แล้ว จักไม่มี แล้วไซร้ การสลัดออกซึ่งธรรมชาติ ที่เกิดแล้ว เป็นแล้ว อันปัจจัยกระทำแล้ว ปรุงแต่งแล้ว จะไม่พึงปรากฏ ในโลกนี้เลย" (ขุททกนิกาย อุทาน นิพพานสูตร ข้อ ๑๖๐ หน้า ๒๐๗ บาลีฉบับสยามรัฐ) " ความหวั่นไหว ย่อมมีแก่ผู้ที่ ถูกตัณหา และ ทิฐิอาศัย อยู่ ไม่มีความหวั่นไหว ก็ย่อม " มีปัสสัทธิความสงบ " มีปัสสัทธิความสงบ ก็ย่อมไม่มีความยินดี ไม่มีความยินดี ก็ย่อมไม่มีการมาการไป ไม่มีการมาการไป ก็ย่อมไม่มีการจุติและอุปบัติ ไม่มีการจุติและอุปบัติ โลกนี้ก็ไม่มี โลกหน้าก็ไม่มี ระหว่างโลกทั้งสองก็ไม่มี นี่แหละเป็น ที่สุดแห่งทุกข์" ดังนี้ (ขุททกนิกาย อุทาน นิพพานสูตร ข้อ ๑๖๑ หน้า ๒๐๙ บาลีฉบับสยามรัฐ) ปฏิปทาเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน (สังยุตนิกาย สฬายตนวรรค ข้อ ๔๙๗ หน้า ๓๐๐ บาลีฉบับสยามรัฐ) ชัมพุขาทกปริพาชก ได้ไปเข้าหาองค์ พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรมหาเถรเจ้า เรียนถามความ ว่า.. "ดูกรท่านสารีบุตร! ที่เรียกว่าพระนิพพานๆ ดังนี้น่ะ พระนิพพานนั้นเป็นดังฤา" "ดูกร ปริพาชก ! ความสิ้นราคะ + ความสิ้นโทสะ + ความสิ้นโมหะ นี่แหละเรียกว่า พระนิพพาน ปฏิปทาเพื่อ ทำให้แจ้งซึ่งพระ นิพพาน ,, คือ ๑. สัมมาทิฏฐิ = ความเห็นชอบ ๒. สัมมาสังกัปปะ = ความดำริชอบ ๓. สัมมาวาจา = วาจาชอบ ๔. สัมมากัมมันตะ = การงานชอบ ๕. สัมมาอาชีวะ = เลี้ยงชีพชอบ ๖. สัมมาวายามะ = พยายามชอบ ๗. สัมมาสติ = ตั้งสติชอบ ๘. สัมมาสมาธิ = ตั้งใจชอบ อริยมรรคนี่แลเป็นมรรคา เป็นปฏิปทาเพื่อกระทำ พระนิพพานนั้นให้แจ้ง
[IMG] http://www.watpaknam.org/ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หอวิปัสสนากัมมัฏฐาน เกี่ยวกับสมาธิ วิชชาธรรมกาย เป็นวิธีปฏิบัติตามแนว สติปัฏฐาน ๔ มีวิธีปฏิบัติอย่างเป็นขั้นตอนชัดเจน ให้ถึงธรรมกาย ให้เกิดอภิญญา และวิชชา คือความรู้ความสามารถพิเศษ ได้แก่ วิชชา ๓ วิชชา ๘ (รวมอภิญญา ๖) ชื่อว่า