ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ∆... "ทำไม UAE ออกจากกลุ่มโอเปก? ใครได้ประโยชน์"

    ***... ก่อนหน้าสงครามอเมริกากับอิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE ก็มีความสัมพันธ์ที่ระหองระแหงกับซาอุดิอาระเบียอยู่แล้ว

    ... การที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถอนตัวออกจากกลุ่มโอเปก เมื่อ 1 พฤษภาคม 2026 และเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไปสู่อิสราเอล

    ***... เกิดจากความต้องการที่จะหลุดพ้นจากโควตาน้ำมันที่เข้มงวด รักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากภัยคุกคามของอิหร่าน

    ... และกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียแบบดั้งเดิม (นำโดยซาอุดีอาระเบีย)

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงนโยบายต่างประเทศใหม่ที่เป็นอิสระ ซึ่งให้ความสำคัญกับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอลและตะวันตกมากกว่าความสามัคคีในระดับภูมิภาคที่อิงกับน้ำมัน

    ***... กาตาร์ถอนตัวออกจากโอเปกในปี 2019 เอกวาดอร์ในปี 2020 และแองโกลาประกาศถอนตัวในปี 2023 แต่ละประเทศมีสาเหตุเฉพาะเจาะจง เมื่อรวมกันแล้ว สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้ม นี่ไม่ใช่การถอนตัวเป็นครั้งคราว แต่เป็นการปรับโครงสร้างใหม่

    ข้อตกลงเดิมภายในโอเปก – การประสานงานเพื่อแลกกับเสถียรภาพ – อยู่ภายใต้การทบทวนอยู่แล้วก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 โควิด-19 เร่งกระบวนการนี้ วิกฤตการณ์นี้เผยให้เห็นข้อจำกัดของวินัยร่วมกันในหมู่ประเทศสมาชิก ซึ่งแรงกดดันทางการคลัง ข้อกำหนดภายในประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป

    สำหรับซาอุดีอาระเบีย วินัยด้านโควตายังคงเป็นหลักประกันความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพของรายได้ สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และประเทศอื่นๆ ที่กำลังกระจายการลงทุนไปสู่เทคโนโลยี โลจิสติกส์ การเงิน และภาคส่วนหลังน้ำมัน ความยืดหยุ่นในเรื่องปริมาณ ราคา และความร่วมมือได้กลายเป็นเป้าหมายหลัก ตรรกะทั้งสองนี้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวภายในกรอบของกลุ่มผูกขาดอีกต่อไป

    ***... ปัจจัยสำคัญเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง

    1)... การจัดวางตำแหน่งทางภูมิศาสตร์การเมืองกับอิสราเอล:

    สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จัดวางตำแหน่งร่วมกับอิสราเอลในเรื่องความกังวลด้านความมั่นคงร่วมกันเกี่ยวกับอิหร่าน โดยแสวงหาเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง (รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ)

    2)... ความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์จากซาอุดีอาระเบีย: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้แยกตัวออกจากความเป็นผู้นำของซาอุดีอาระเบียภายในสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย (GCC) มากขึ้นเรื่อยๆ โดยมุ่งหวังที่จะเป็นมหาอำนาจระดับกลางที่เป็นอิสระ

    3)... การปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังดำเนินการเพื่อปลดล็อกศักยภาพการผลิตน้ำมันอย่างเต็มที่ ซึ่งถูกจำกัดโดย OPEC เพื่อเพิ่มรายได้และลงทุนในเศรษฐกิจหลังยุคน้ำมัน โดยเปลี่ยนจากกลยุทธ์ที่เน้นภูมิภาคไปสู่กลยุทธ์ระดับโลกมากขึ้น

    4)... โครงสร้างความมั่นคงที่ไม่น่าเชื่อถือ: สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มองว่าพันธมิตรดั้งเดิมไม่มั่นคง ทำให้หันไปหาอิสราเอลในฐานะพันธมิตรที่น่าเชื่อถือกว่าสำหรับการป้องกันประเทศ เทคโนโลยี และการบูรณาการทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ได้รับการเน้นย้ำจากการวิเคราะห์ของ Asia Times

    5)... การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึง "การแยกทางที่ไม่ราบรื่น" จากโครงสร้าง OPEC แบบดั้งเดิม ทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สามารถเพิ่มผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของตนเองให้สูงสุด แทนที่จะเป็นพันธมิตรระดับรองในกลุ่มที่นำโดยซาอุดีอาระเบีย

    (***... แต่สมาชิกผู้ก่อตั้งยังอยู่ครบเหมือนเดิมก็คืออิรัก อิหร่าน คูเวต ซาอุดิอาระเบีย เวเนซุเอลา ... มีใครยุ UAE ให้ออกหรือไม่? ... เมื่อ OPEC ไม่สามารถควบคุมกลไกราคาน้ำมันโลกได้คนที่จะคุมได้ก็คืออเมริกา... )

    ...

    https://www.facebook.com/share/17ggdh1g64/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    7.45 น.เชฟรอน ยักษ์พลังงานอันดับ 2 สหรัฐ ชี้ปิดช่องแคบฮอร์มุสทำน้ำมันขาดแคลนจะเกิดทั่วโลก เริ่มต้นในเอเชียตามด้วยยุโรป สหรัฐถูกกระทบน้อยที่สุด BTimes

    May 5, 2026 จ่อขาดแคลน! เอเชียจ่อขาดแคลนน้ำมันตามด้วยยุโรป เชฟรอน ยักษ์พลังงานอันดับ 2 สหรัฐ ชี้ปิดช่องแคบฮอร์มุสทำน้ำมันขาดแคลนจะเกิดทั่วโลก สหรัฐถูกกระทบน้อยที่สุด

    นายไมค์ เวิร์ธ ประธาน และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ เชฟรอน ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานที่ขนาดใหญ่อันดับสองของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยการขาดแคลนน้ำมันในตลาดโลกจะเริ่มปรากฏขึ้นทั่วโลกอย่างชัดเจน เนื่องจากการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 20% ของปริมาณน้ํามันดิบทั่วโลก

    ที่สำคัญ ปริมาณส่วนเกินของน้ำมันดิบในตลาดโลกจะลดลง เรือบรรทุกน้ํามันดิบที่หลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากมาตรการคว่ำบาตร หรือกองเรือเงาจะลดน้อยลง และน้ำมันดิบสํารองเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติจะลดต่ำลงด้วยจากการปล่อยน้ำมันดิบเข้าพยุงทั้งปริมาณ และราคาในตลาดโลก

    เศรษฐกิจจะเริ่มหดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชีย ทำให้เกิดการปรับตัวด้วยการลดการใช้พลังงาน ให้เข้ากับปริมาณน้ำมันดิบที่ลดลงโดยที่ช่องแคบฮอร์มุสยังคงปิดอยู่

    นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียจะเผชิญกับภาวะการขาดแคลนน้ำมันเป็นพื้นที่แรก เนื่องจากการพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางอยู่ในสัดส่วนสูงมากของโลก จากนั้นภูมิภาคยุโรปจะเป็นพื้นที่ต่อไปที่เผชิญกับภาวะการขาดแคลนน้ำมัน

    อย่างไรก็ตาม สำหรับสหรัฐอเมริกานั้นจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดเนื่องจากเป็นประเทศผู้ส่งออกสุทธิพลังงานอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุสในปัจจุบัน
    #เชฟรอน #น้ำมัน #สงคราม #อิหร่าน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18LiZLYXex/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อพญาอินทรีคิดจะคุมเกม... แต่อิหร่านกลับเดินหมากแก้ทางจนโลกต้องจารึก!
    "หมัดเด็ด" จากเตหะรานที่พุ่งเป้าไปที่ "เส้นเลือดใหญ่" เพียงหนึ่งเดียวของ UAE จนสะเทือนไปถึงดวงจันทร์!
    —————
    [เป้าหมายที่ไม่ใช่ความบังเอิญ: เปิดความสำคัญของฟูไจราห์]
    [นาทีระทึก! โดรนปริศนาฝ่าระบบป้องกันตระกูลพญาอินทรี]
    [หมากแก้เกมที่เจ็บแสบ: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป]
    [ความเสียหายที่ไม่ใช่แค่เปลวไฟ แต่คือความมั่นคงทางพลังงานโลก]
    [บทสรุป: ชั้นเชิงที่เหนือกว่าของมหาอำนาจแห่งเปอร์เซีย]
    —————
    [เป้าหมายที่ไม่ใช่ความบังเอิญ: เปิดความสำคัญของฟูไจราห์]
    :
    1- สวัสดีครับแอดมาแล้วครับ! วันนี้มีเรื่องด่วนระดับโลกที่ต้องรีบคาบมาบอก เพราะมันไม่ใช่แค่ข่าวไฟไหม้ธรรมดา แต่มันคือ "สงครามเชิงยุทธศาสตร์" ที่แหลมคมที่สุดในยุคนี้เลยครับ
    2- ลองนึกภาพตามแอดนะครับ ท่าเรือ "ฟูไจราห์" (Fujairah) ใน UAE คือความหวังเดียวของโลกที่ใช้ระบายน้ำมันมหาศาลโดย "ไม่ต้อง" ง้อช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านคุมอยู่
    3- มันคือเส้นเลือดสำรองที่สหรัฐฯ และพันธมิตรพยายามสร้างขึ้นเพื่อบอกอิหร่านว่า "ต่อให้เจ้าปิดประตูฮอร์มุซ ข้าก็ยังมีทางออก!" แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นครับ
    —————
    [นาทีระทึก! โดรนปริศนาฝ่าระบบป้องกันตระกูลพญาอินทรี]
    :
    4- เมื่อคืนที่ผ่านมา จู่ๆ ท้องฟ้าเหนือเขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ก็สว่างวาบ ไม่ใช่จากแสงอาทิตย์นะครับ แต่มันคือฝูงโดรนพลีชีพที่บินต่ำจนเรดาร์บางตัวแทบจับไม่ได้!
    5- เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟพุ่งขึ้นสูงเสียดฟ้า รายงานยืนยันว่าถังเก็บน้ำมันยักษ์โดนเข้าจังๆ จนควันดำปกคลุมไปทั้งเมือง งานนี้มีคนบาดเจ็บด้วยครับ
    6- สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ระบบป้องกันภัยทางอากาศราคาแพงระยับที่พี่เบิ้มสหรัฐฯ การันตีว่า "ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม" กลับโดนเจาะทะลวงแบบงงกันทั้งบาง!
    —————
    [หมากแก้เกมที่เจ็บแสบ: เมื่อช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป]
    :
    7- ทำไมต้องฟูไจราห์? แอดจะเหลาให้ฟังครับ เพราะที่นี่คือปลายทางของท่อส่งน้ำมัน "Habshan–Fujairah" ที่ข้ามทะเลทรายมาเพื่อเลี่ยงเงื้อมมืออิหร่านโดยเฉพาะ
    8- การที่อิหร่านส่งโดรนมาเคาะประตูบ้านถึงที่นี่ มันคือการส่งสัญญาณเตือนแบบสุภาพ (แต่เจ็บ) ว่า "อย่าคิดว่าหนีพ้น เพราะทุกจุดที่พวกคุณใช้ ข้าคุมได้หมด!"
    9- นี่คือการรบแบบ "Asymmetric Warfare" หรือสงครามไม่สมมาตรที่อิหร่านถนัดนัก ใช้ของราคาหลักหมื่นไปถล่มโครงสร้างพื้นฐานราคาหลักพันล้าน!
    —————
    [ความเสียหายที่ไม่ใช่แค่เปลวไฟ แต่คือความมั่นคงทางพลังงานโลก]
    :
    10- ทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ดีดตัวทันทีเหมือนติดสปริง เพราะนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า "ทางเลี่ยง" นี้มันจะปลอดภัยจริงไหม
    11- ทางการ UAE พยายามคุมสถานการณ์และบอกว่า "คุมไฟได้แล้ว" แต่รอยแผลที่เกิดขึ้นในใจของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่มันลึกเกินกว่าจะเยียวยาด้วยน้ำยาดับเพลิงครับ
    12- อิหร่านไม่ได้แค่ต้องการเผาน้ำมันทิ้งเล่นๆ แต่นี่คือการโชว์ศักยภาพว่า "เทคโนโลยีโดรน" ของเขามันก้าวข้ามขีดจำกัดที่ใครหลายคนเคยดูถูกไว้แล้ว!
    —————
    [บทสรุป: ชั้นเชิงที่เหนือกว่าของมหาอำนาจแห่งเปอร์เซีย]
    :
    13- สรุปสั้นๆ เลยครับ งานนี้อิหร่านไม่ได้แค่รบด้วยอาวุธ แต่รบด้วย "สมอง" และ "จังหวะ" ที่บีบให้คู่แข่งต้องกลับมานั่งโต๊ะเจรจาแบบเลี่ยงไม่ได้
    14- พญาอินทรีอาจจะแข็งแกร่ง แต่ถ้าเจอหมากล้อมแบบเปอร์เซียเข้าไป ก็คงต้องกุมขมับกันไปอีกนานครับ แอดบอกเลยว่าเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน!
    15- แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ คิดว่ารอบนี้ใครจะเป็นฝ่ายคุมเกมได้นานกว่ากัน? คอมเมนต์มาคุยกับแอดได้เลยครับผม!
    —————
    สรุปและเรียบเรียงจาก:

    Al Jazeera News Intelligence Unit

    Reuters Middle East Analysis

    Military Balance Report 2026

    https://www.facebook.com/share/18AnQ5DZ8j/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก หลังตัดสินใจเข้าร่วมสงครามกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เพียง 2 วันหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน
    FB_IMG_1777944946071.jpg
    สงครามรอบล่าสุดเริ่มต้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2026 หลัง Hezbollah เริ่มยิงจรวดเข้าใส่อิสราเอลทางตอนเหนือ ส่วนอิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางอากาศและภาคพื้นดินขนาดใหญ่ในเลบานอน โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนใต้และชานกรุงเบรุต เพื่อสร้างเขตกันชน

    แหล่งข่าวภายใน Hezbollah เปิดเผยกับ Reuters ว่า กลุ่มสูญเสียนักรบไป “หลายพันคน” ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน รวมถึงผู้บัญชาการระดับสูงจำนวนมาก และเครือข่ายทางทหารจำนวนมากถูกทำลาย ขณะที่อิสราเอลสามารถยึดพื้นที่หลายส่วนทางใต้ของเลบานอนได้สำเร็จ

    หนึ่งในความเสียหายที่สำคัญที่สุดคือการเสียชีวิตของอดีตผู้นำสูงสุด Hassan Nasrallah ซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความชอบธรรมของ Hezbollah ในหมู่ชาวชีอะห์เลบานอน การเสียชีวิตของเขาทำให้โครงสร้างการนำของกลุ่มอ่อนแอลงอย่างชัดเจน และทำให้ Hezbollah ต้องพึ่งพาอิหร่านมากขึ้นกว่าเดิม

    นอกจากนี้ สงครามยังทำให้ประชาชนชาวชีอะห์จำนวนมหาศาลต้องอพยพออกจากบ้านเรือน Reuters ระบุว่ามีประชาชนหลายแสนคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ขณะที่สุสานในเขตชานใต้กรุงเบรุตซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ Hezbollah เต็มไปด้วยหลุมศพของนักรบที่เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

    แรงกดดันไม่ได้มาจากอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังมาจากภายในเลบานอนเอง พรรคฝ่ายค้าน นักการเมือง และประชาชนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า Hezbollah มีสิทธิอะไรในการลากประเทศเข้าสู่สงครามระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนอิหร่าน ขณะที่เศรษฐกิจเลบานอนกำลังย่ำแย่อยู่แล้ว

    รัฐบาลเลบานอนเองเริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวต่อ Hezbollah มากขึ้น โดยเข้าสู่การเจรจากับอิสราเอลผ่านการไกล่เกลี่ยของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นการหารือระดับสูงระหว่างสองฝ่ายครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ และเป็นสิ่งที่ Hezbollah คัดค้านอย่างหนัก

    ด้าน Hezbollah พยายามอธิบายว่าการเข้าร่วมสงครามครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันให้เลบานอนมีบทบาทในโต๊ะเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และเพื่อปกป้อง “แนวร่วมต่อต้านอิสราเอล” หรือ Axis of Resistance แต่ฝ่ายตรงข้ามมองว่านี่คือการนำผลประโยชน์ของอิหร่านมาอยู่เหนือผลประโยชน์ของเลบานอนเอง

    นักวิเคราะห์ยังชี้ว่า Hezbollah กำลังเผชิญวิกฤตเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร เพราะนอกจากสูญเสียกำลังพลและอาวุธแล้ว ยังสูญเสีย “ความชอบธรรมทางการเมือง” ภายในประเทศ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่ออนาคตของกลุ่มมากกว่าความเสียหายในสนามรบเสียอีก

    https://www.facebook.com/share/p/18juEyQYAE/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ไอ้คำพูดโลกสวยแบบนั้นอยากจะเอามันออกจากรัฐธรรมนูญเป็นอันดับแรก" วิวาทะนายกหญิงญี่ปุ่น

    ทาคาอิจิ ซานาเอะ
    28 กันยายน 2000

    ประโยคที่ว่า "เรามุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงและการดำรงอยู่ของเรา โดยเชื่อมั่นในความยุติธรรมและความศรัทธาของประชาชนผู้รักสันติ"(อยู่ในคำปรารภรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น) ประโยคโลกสวยงามเหลือเกินประโยคนี้ หากมีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันตั้งใจว่าจะแก้ไขเป็นสิ่งแรกเลยค่ะ แน่นอนว่าถ้าต่างชาติทั้งหมดหันมารักสันติภาพมันก็เป็นอุดมคติที่ยอดเยี่ยม และฉันเข้าใจข้อเรียกร้องของคุณที่ว่าญี่ปุ่นควรเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งนั้นแต่สำหรับฉันแล้ว แม้ญี่ปุ่นจะพยายามเช่นนั้นแต่ในอีก 50 ปีข้างหน้า ไม่ว่าประเทศจะเกิดสถานการณ์หรือเหตุฉุกเฉินใดๆ ขึ้นการมีระบบที่สามารถปกป้องอธิปไตยของชาติและชีวิตของประชาชนได้อย่างแท้จริง และการสร้างระบบนั้นขึ้นมาถือเป็นความรับผิดชอบในฐานะนักการเมืองค่ะ

    *เห็นฝ่ายซ้ายญี่ปุ่นขุดมาโจมตีแต่ตัดเอามาแค่บางส่วนด้วยความมุ่งร้าย

    คะแนนนิยมคณะรัฐมนตรีทาคาอิจิ ซานาเอะ ล่าสุด (JNN)
    สนับสนุน 74.2 เปอร์เซ็น +2.7
    ไม่สนับสนุน 24.3 เปอร์เซ็น +0.6


    https://www.facebook.com/share/p/1BBtqtsqnD/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยูเออีประกาศกร้าว “ใช้สิทธิ์โต้กลับ” หลังอิหร่านถล่มท่าเรือฟูไจราห์ เสี่ยงฉีกข้อตกลงหยุดยิง

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซในเขตอุตสาหกรรมฟูไจราห์ รวมถึงการขัดขวางเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นความพยายามทำลายความมั่นคงในภูมิภาคและละเมิดอำนาจอธิปไตยอย่างชัดเจน พร้อมยืนยันสิทธิ์อันชอบธรรมในการตอบโต้ทุกรูปแบบเพื่อปกป้องพลเมืองและบูรณภาพแห่งดินแดนตามกฎหมายระหว่างประเทศ

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินปฏิบัติการ “Project Freedom” เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยมีรายงานว่ากองกำลังป้องกันตนเองของยูเออีสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธร่อนได้ 3 ลูกจากทั้งหมด 4 ลูก ขณะที่โดรนพลีชีพได้สร้างความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้ที่คลังจัดเก็บน้ำมันในฟูไจราห์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาวอินเดีย 3 ราย ซึ่งถือเป็นการทำลายความสงบที่ดำเนินมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

    ด้านสถานการณ์โลก ตลาดพลังงานเริ่มขยับตัวรับความเสี่ยงหลังอิหร่านภายใต้การนำของอยาตุลเลาะห์ มอจตาบา คาเมเนอี ส่งสัญญาณแข็งกร้าวและเตือนกองกำลังต่างชาติห้ามรุกล้ำพื้นที่ในเขตอิทธิพลของตน ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังคงส่งเรือพิฆาตคุ้มกันเรือสินค้าผ่านน่านน้ำพิพาทอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงของการเกิดสงครามเต็มรูปแบบในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลับมาพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์นี้

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุโดรนโจมตีคลังน้ำมันในฟูไจราห์ ยูเออีสกัดขีปนาวุธร่อนได้ 3 ลูก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การสูญเสียขีดความสามารถในการส่งออกน้ำมันดิบรายวันของยูเออีหลังเหตุเพลิงไหม้
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การเคลื่อนกำลังพลทางบกของพันธมิตรอาหรับเข้าสู่ชายฝั่งอิหร่าน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานตรงกันจากกระทรวงกลาโหมยูเออี สำนักข่าว Reuters และ Al Monitor

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Reuters / Al Monitor

    https://www.facebook.com/6157898501...F8dvwXNnC2SoM8PTuXMowLroEvQl/?mibextid=NOb6eG
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ‼️❓รบไม่รบอิหร่านทุบแล้ว ยูเออีเจ็บแล้ว แต่อเมริกาและยิวยังนิ่ง! อิหร่านกร้าว ที่ลงมือเพื่อตอบโต้ความกร่างของอเมริกาที่ฮอร์มุซ⚠️⚠️⚠️ ระทึก จับตาวันนี้ อเมริกาและยิวสวนไม่สวน

    ทรัมป์ปัดตอบ ยัง “หยุดยิง” อยู่หรือไม่ และจะกลับมารบใช่รึไม่

    “ถ้าผมตอบ คนก็จะหาว่า ไอ้นี่มันไม่ฉลาด เป็นประธานาธิบดีไม่ได้“ ทรัมป์มีเชิง

    สรุปสั้นๆ ยิงเรือแล้ว ... นี่อาจจะบอกว่า “นิว นอร์มอล”
    แต่ที่ไม่ปกติแน่ๆ คือยิงไปบนแผ่นดินที่ยูเออีแล้ว ไฟลุก ควันโขมง ที่ฟูไญเราะห์

    มองแง่ดี มันจำกัด ไม่ใช่ยิงกระจายอย่างเคย
    นี่ ที่ยูเออี ที่เดียว จุดเดียว และยิงไม่โถมระห่ำต่อเนื่อง

    อาจแค่ “ยิงขู่”
    ... ก็เป็นไปได้ (หวังเช่นนั้น)

    ส่วนเรื่องฮอร์มุซ เท็จจริงยังไงไม่รู้ ได้แต่ฟังความ จากทั้งสองฝ่าย ...

    อิหร่านบอกยิงมิสไซล์ใส่เรือรบอเมริกา 2 ลำ

    อเมริกาบอกจมเรือเล็กอิหร่านไป 6 ลำ

    อเมริกาบอกเรือรบเข้าไปในอ่าวอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย) ได้แล้ว พาเรือพาณิชย์ออกจากอ่าวมาได้แล้ว

    และมีบุคคลที่สามยืนยัน ทางสายเรือขนส่งยักษ์ใหญ่ “เมอส์ก” บอกว่าเรือของตนผ่านฮอร์มุซออกมาแล้ว
    ... นับว่ากล้าหาญมาก ออกมาโพล่งแบบนี้ หวั่นถูกอิหร่านเพ่งเล็ง

    ยังไง?

    ตอนนี้ ไม่เรียกสงบ แต่ก็ยังไม่ถือว่า “เข้าสงคราม”

    มีฮึดฮัด มีออกไม้ออกมือ ... แต่ไม่ใช่ผัวะผะ แลกหมัด
    ไม่ตุ้บตั้บ

    จับตา ... ถ้าวันนี้นิ่งๆ กันหมด ก็อาจไม่มีอะไร
    หวังเยี่ยงนั้น

    แต่ถ้าไม่ ก็ ...


    https://www.aljazeera.com/news/live...says-trumps-hormuz-mission-violates-ceasefire
    https://edition.cnn.com/2026/05/04/world/live-news/iran-war-hormuz-trump

    https://www.facebook.com/share/1Kg98vMvKQ/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มหาอำนาจโลกนั่งไม่ติด! อิหร่านสั่งอพยพด่วนทั้งประเทศ รับมือพญาอินทรี-อิสราเอลเตรียมถล่มคืน
    คุกรุ่นไปทั้งอ่าวเปอร์เซีย! เมื่ออิหร่านไม่ยอมเป็นเบี้ยล่าง เตรียมพร้อมรับศึกใหญ่หลังจัดหนักใส่ฮับน้ำมันพญาอินทรี
    —————
    [จุดเริ่มต้นความตึงเครียดและการโต้กลับของอิหร่าน]
    [ชนวนเหตุระเบิดกึกก้องที่ฟูไจราห์]
    [การเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด: สั่งอพยพฐานบัญชาการ]
    [วิเคราะห์เกมการเมือง: ทำไมอิหร่านถึงถือไพ่เหนือกว่า]
    [บทสรุปและอนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย]
    —————
    [จุดเริ่มต้นความตึงเครียดและการโต้กลับของอิหร่าน]
    :
    1- สถานการณ์ในตะวันออกกลางตอนนี้บอกเลยว่าเดือดปรอทแตกครับ หลังจากที่มีการหยุดยิงแบบเปราะบางมาสักพัก ดูเหมือนว่าความอดทนของอิหร่านจะสิ้นสุดลงแล้วครับ
    2- แอดขอเล่าสั้นๆ ว่าสงครามปี 2026 นี้มันมีที่มาจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลพยายามกดหัวอิหร่านด้วยการโจมตีสถานประกอบการนิวเคลียร์เมื่อช่วงต้นปีครับ
    3- แต่อย่าดูถูกพยัคฆ์แห่งเปอร์เซียนะครับ เพราะครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่กำลังส่งสัญญาณว่า "ใครเริ่มก่อน คนนั้นต้องชดใช้" ครับ
    —————
    [ชนวนเหตุระเบิดกึกก้องที่ฟูไจราห์]
    :
    4- ล่าสุดเกิดเหตุระเบิดรุนแรงและไฟไหม้ลามปามที่เขตอุตสาหกรรมน้ำมันฟูไจราห์ (Fujairah) ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซครับ
    5- รายงานระบุชัดเจนว่านี่คือผลงานของฝูงโดรนกามิกาเซ่จากอิหร่านที่เจาะทะลวงระบบป้องกันทางอากาศเข้าไปได้แบบที่พญาอินทรีก็งงกันเป็นแถวครับ
    6- แรงระเบิดทำให้คนงานชาวอินเดียได้รับบาดเจ็บ 3 ราย และที่สำคัญคือมันทำลายความเชื่อมั่นของโลกว่าเส้นทางน้ำมันสายนี้จะปลอดภัยจากเงื้อมมืออิหร่านครับ
    —————
    [การเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด: สั่งอพยพฐานบัญชาการ]
    :
    7- หลังจากโชว์เขี้ยวเล็บไปแล้ว ทางการอิหร่านก็ไม่ได้ประมาทครับ แอดได้รับรายงานด่วนว่าคืนนี้มีการสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ออกจากสถานที่ราชการและกองบัญชาการทหารทั่วประเทศครับ
    8- การเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่การหนีนะครับ แต่มันคือยุทธวิธี "ล่องหน" เพื่อรับมือกับการเอาคืนจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่คาดว่าจะเปิดฉากถล่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าครับ
    9- สถานที่สำคัญๆ ถูกทำให้ว่างเปล่า ทหารและอาวุธยุทธโธปกรณ์ถูกเคลื่อนย้ายลงหลุมหลบภัยใต้ดินที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เตรียมพร้อมตอกกลับทุกเมื่อครับ
    —————
    [วิเคราะห์เกมการเมือง: ทำไมอิหร่านถึงถือไพ่เหนือกว่า]
    :
    10- หลายคนอาจจะมองว่าอิหร่านเสียเปรียบ แต่ในมุมมองของแอด อิหร่านกำลังคุมเกมครับ เพราะเขารู้ดีว่าพญาอินทรีไม่กล้าทำสงครามเต็มรูปแบบในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ครับ
    11- ทุกครั้งที่อิหร่านขยับ ราคาน้ำมันโลกก็พุ่งกระฉูดทันที นี่คือการใช้ทรัพยากรเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่าขีปนาวุธลูกไหนๆ เสียอีกครับ
    12- ชั้นเชิงการทูตและเทคโนโลยีโดรนของอิหร่านในปี 2026 พัฒนาไปไกลมาก จนนักวิเคราะห์ตะวันตกยังยอมรับว่า "อิหร่านเคี่ยวที่สุดในโลก" และฉลาดเกินกว่าจะถูกปราบได้ง่ายๆ ครับ
    —————
    [บทสรุปและอนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย]
    :
    13- ตอนนี้ทั่วโลกกำลังกลั้นหายใจครับว่าสหรัฐฯ จะกล้าเสี่ยงเปิดศึกใหญ่ครั้งใหม่หรือไม่ หรือจะยอมถอยเพื่อรักษาเสถียรภาพน้ำมันโลกเอาไว้ครับ
    14- สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาวุธ แต่มันคือเรื่องของ "ศักดิ์ศรี" และ "การจัดระเบียบโลกใหม่" ที่อิหร่านกำลังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่เบี้ยให้ใครมาเดินเกมใส่ได้ง่ายๆ อีกต่อไปครับ
    15- ติดตามสถานการณ์กับแอดอย่างใกล้ชิดนะครับ คืนนี้อาจจะมีข่าวใหญ่ที่เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลกไปตลอดกาลครับ
    —————
    สรุปและเรียบเรียงจาก:

    Mario Nawfal Breaking Reports

    Tehran Times Strategic Updates

    Reuters Military Analysis (Regional)

    Al Jazeera Middle East Live Blog

    https://www.facebook.com/share/18gEV8Hau3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาน้ำมันโลกพุ่งเกือบ 6% หลังอิหร่านยิงใส่ยูเออี-โจมตีเรือหลายลำ
    FB_IMG_1777946508208.jpg FB_IMG_1777946517224.jpg
    ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นประมาณ 6% ในวันจันทร์ เนื่องจากอิหร่านเพิ่มการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเรือในอ่าวเปอร์เซียในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีผลบังคับใช้ในต้นเดือนเมษายน

    • ลอนดอน - ราคาน้ำมันเบรนท์ฟิวเจอร์ส ที่ลอนดอน เพิ่มขึ้น 6.27 ดอลลาร์ หรือ +5.8% ไปปิดที่ 114.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    • นิวยอร์ค - ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 4.48 ดอลลาร์ หรือ +4.4% ปิดที่ 106.4 ดอลลาร์ ต่อบาเรลล์

    • สิงคโปร์ - ราคาน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 1.46 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ 160.57 ดอลลาร์ จากราคาก่อนหน้าที่ 159.11 ดอลลาร์

    ทั้งนี้ อิหร่านโจมตีเรือหลายลำในช่องแคบฮอร์มุซในวันจันทร์ และโจมตี ท่าเรือน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้กองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อเคลียร์เส้นทางการขนส่งได้ก่อให้เกิดการยกระดับสงครามครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน

    นักวิเคราะห์จากบริษัทที่ปรึกษา "ยูเรเซีย กรุ๊ป" (Eurasia Group) กล่าวในบันทึกถึงนักลงทุนว่า "ราคาน้ำมันจะยังคงสูงกว่า 100 ดอลลาร์ และราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ จะสูงถึง 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอนภายในเดือนมิถุนายนนี้ถ้า หากไม่มีข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง"

    ทั้งนี้ อิหร่านได้โจมตีเรือสี่ลำในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รวมถึงเรือจากเกาหลีใต้และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทางด้าน กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ แถลงว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้และระเบิดบนเรือของบริษัทขนส่งสินค้าสัญชาติเกาหลีใต้จริง ส่วน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่าอิหร่านได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดิบเปล่าของบริษัทน้ำมันแห่งรัฐอาบูดาบี หรือแอดนอค ( ADNOC) ด้วยโดรน ขณะที่เรือพยายามแล่นผ่านช่องแคบ

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าอิหร่านได้ส่งข้อเสนอสันติภาพฉบับปรับปรุงผ่านตัวกลางชาวปากีสถาน ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่าอาจมีการบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมาในวันศุกร์นั้นเอง ทรัมป์กล่าวว่าเขาไม่พอใจกับข้อเสนอของเตหะราน และอิหร่านตกลงเพียงเพราะ “พวกเขาไม่มีกองทัพเหลืออยู่แล้ว”

    เจย์ แฮทฟิลด์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา อินฟราสตรัคเจอร์ แคบปิตัล (Infrastructure Capital Advisors) กล่าวว่า “เราไม่คาดว่าสงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็ว” “เราไม่คิดว่าอิหร่านจะสำนึกผิดและกำจัดขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของตน ดังนั้นมันอาจจะต้องเกิดขึ้นโดยใช้กำลัง และนั่นจะไม่ได้รับการยอมรับจากตลาด”

    ทองคำลด

    ราคาทองคำลดลง 2% ในวันจันทร์ เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้นหนุนค่าเงินดอลลาร์และตอกย้ำความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่ทำให้ความคาดหวังเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่
    • ราคาทองคำโกลด์สปอต ลดลง 2% อยู่ที่ 4,523.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์
    • ราคาทองคำโกลด์ฟิวเจอร์ ปิดตลาดลดลง 2.4% อยู่ที่ 4,533.30 ดอลลาร์

    https://www.facebook.com/1000443084...cyJx5xWByduaVQahd8JA1C48EhAl/?mibextid=NOb6eG
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1777960736558.jpg

    กัมพูชาประกาศว่าถ้าไทยยกเลิก MoU44 จะแจ้ง UNCLOS เพื่อขอให้ดำเนินการกำหนดเขตแดนไทยกัมพูชาตามหลัก Compulsory Conciliation ซึ่งไทยจะถูกบังคับให้เข้าร่วมไม่สามารถปฏิเสธได้ โดยจะมีคณะกรรมการมาลากเส้นเขตแดนให้ ซึ่งทำให้อย่างไรก็ตามไทยจะไม่ได้เส้นเขตแดนทางทะเลเดิมตามที่ไทยอ้างสิทธิ์ และอาจกระทบไปยังพื้นที่อื่นด้วย เช่น พื้นที่ JDA ไทย-มาเลเซีย ซึ่งไม่รู้ว่าฝ่ายที่เชียร์ให้ยกเลิก MoU44 นั้นเข้าใจกลไกนี้หรือยัง ถ้าไม่เข้าใจหรือไม่พยายามเข้าใจให้ข้ามไปอ่านข้อ 6 และ 7 เลย

    1. รัฐมนตรีของกัมพูชาประกาศเมื่อวานนี้ว่าถ้ารัฐบาลไทยดำเนินการยกเลิก MoU44 จริง ๆ กัมพูชาซึ่งเพิ่งให้สัตยาบันต่อ UNCLOS 1982 นั้นจะขอให้ดำเนินการผ่านกระบวนการ Compulsory Conciliation หรือการสมานฉันท์ภาคบังคับในประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา

    2. ภายใต้มาตราที่ 298 ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ United Nations Convention on the Law of the Sea 1982 ซึ่งถือเป็นธรรมนูญกฎหมายทะเลของโลก และมีลักษณะของกฎหมายจารีต ใครจะให้สัตยาบัญหรือไม่ก็สามารถอยู่ใต้บังคับของกฎหมายนี้ได้ระบุว่า รัฐภาคอาจยื่นขอตั้งข้อสงวนไม่เข้าสู่กลไกการแก้ไขข้อพิพาทเช่นศาลโลกหรือศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศได้ แต่ในกรณีของเส้นเขตแดนทางทะเลหรือการอ้างสิทธิทางประวัติศาสตร์เพื่ออ้างอธิปไตยเหนือน่านน้ำนั้น ถ้ารัฐภาคีตั้งข้อสงวนไม่เข้าสู่กลไกเหล่านั้น รัฐภาคนั้นจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    เมื่อเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับ และคณะกรรมการสมานฉันท์ออกรายงานออกมา แม้รายงานนั้นจะไม่ถือว่าผูกพันทางกฎหมายต่อรัฐภาคี แต่รัฐภาคีจะต้องนำรายงานนั้นเป็นพื้นฐานในการเจรจา ถ้าเจรจากันไม่สำเร็จ รัฐภาคีจะต้องตกลงที่จะยื่นข้อขัดแย้งไปยังกลไกอื่น ๆ เช่นศาลโลกหรือศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ยกเว้นว่าทั้งสองฝ่ายมีกลไกทวิภาคีหรือพหุพาคีที่ตกลงกันได้

    3. จะเห็นว่าจริง ๆ แล้วไทยไม่สามารถหลีกเลี่ยงกลไกนี้ได้ และจริง ๆ การมี MoU44 ก็คือการมีกลไกทวิภาคีซึ่งเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 298 ในการยกเว้นไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับ แต่เมื่อยกเลิก MoU44 ไปแล้ว เท่ากับไทยเสียกลไกที่จะป้องกันตัวเองไป

    4. ในกระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับนี้ รัฐภาคีที่เป็นคู่ขัดแย้งไม่สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมได้ โดย UNCLOS จะตั้งคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 5 คน แต่ละฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้งจะสามารถตั้งคณะกรรมการได้ฝ่ายละ 2 คน รวมเป็นทั้งหมด 9 คน ซึ่งคณะกรรมการที่รัฐภาคีตั้งจะเลือกประธานที่เป็นกลาง 1 คน

    คณะกรรมการนี้ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการพิจารณาข้อขัดแย้งที่กรุงเฮกจะรับฟังคำให้การจากคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย และจะออกรายงานภายใน 12 เดือน และแม้ว่ารายงานที่ออกมาจะไม่ได้กำหนดให้มีผลผูกพันกับรัฐภาคีที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ซึ่งหมายถึงไม่ต้องดำเนินการตามรายงานแบบทุกตัวอักษร แต่ UNCLOS กำหนดให้รัฐภาคีนำรายงานนี้ไปเป็นพื้นฐานในการเจรจาโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

    5. กรณีการใช้กระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับที่มีชื่อเสียงคือกรณีระหว่างติมอร์เลสเตกับออสเตรเลียในปี 2016 ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางทะเลและแหล่งก๊าซธาามชาติที่ชื่อ Greater Sunrise ซึ่งกลายเป็นบรรทัดฐานของกระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับ

    โดยในกรณีนี้ ออสเตรเลียกล่าวว่าเขตแดนทางทะเลระหว่างออสเตรเลียและติมอร์เลสเตควรเป็นไปตามหลัก Natural Prolongation หรือการทอดยาวตามธรรมชาติ หมายถึงพื้นดินใต้ทะเลที่ขยายออกไปตามธรรมชาตินอกอาณาเขตของดินแดนทางบกเพื่อกำหนดไหล่ทวีป ส่วนติมอร์เลสเตกล่าวว่าเขตแดนควรจะเป็นไปตามเส้นมัธยะหรือ Median Line

    แม้ว่าออสเตรเลียจะคัดค้านกระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับและบอกว่าเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศนั้นถูกกำหนดให้แก้ไขผ่าน Treaty on Certain Maritime Arrangements in the Timor Sea ไว้อยู่แล้ว แต่คณะกรรมการปฏิเสธคำคัดค้านและดำเนินการไต่สวนตามคำให้การของทั้งสองฝ่าย และออกรายงานคำวินิจฉัยออกมา ซึ่งทั้งสองฝ่ายถูกบังคับให้ใช้รายงานนี้เป็นพื้นฐานในการเจรจาจนได้มาซึ่งสนธิสัญญาระหว่างสองประเทศในปี 2018

    ซึ่งภายใต้สนธิสัญญานี้ กำหนดให้ออสเตรเลียต้องแบ่งปันก๊าซธรรมชาติอย่างยุติธรรมกับติมอร์เลสเต จากเดิมที่ออสเตรเลียเสนอให้แบ่ง 50/50 ระหว่างสองประเทศ กลายเป็นต้องแบ่งรายได้ 70%-80% ให้ติมอร์เลสเต และยกแหล่งก๊าซธรรมชาติหลายแหล่งให้อยู่ในเขตน่านน้ำของติมอร์เลสเต

    6. จะเห็นได้ว่าถ้าเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับแล้ว ก็คล้ายกับการที่ต้องไปขึ้นศาลโลกหรือศาลกฎหมายทะเล แม้ว่ารายงานของคณะกรรมการจะไม่เหมือนคำพิพากษาศาลโลกที่ต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด แต่รายงานนั้นก็จะต้องเป็นพื้นฐานในการเจรจา นั่นหมายถึงจะต้องเจรจาพื้นฐานของหลักการที่รายงานวางไว้ ซึ่งในกรณีนี้ค่อนข้างแน่นอนว่า ไม่ว่าด้วยวิธีใด ไทยก็ไม่สามารถได้เส้นเขตแดนทางทะเลและเส้นอ้างสิทธิ์ตามที่ไทยยึดถือแน่นอน ไม่ว่าจะอ้างว่าไทยประกาศเส้นตามพระบรมราชโองการในปีไหนก็ตาม และมีความเป็นไปได้สูงที่คณะกรรมการจะกำหนดให้ไทยและกัมพูชาต้องเจรจาเส้นเขตแดนโดยใช้เส้นมัธยะ ซึ่งแม้จะแก้ปัญหาการลากเส้นบริเวณเกาะกูดที่ผิดพลาดของกัมพูชาได้ แต่ในโซนอื่นนั้นไทยจะต้องขยับเส้นอ้างสิทธิถอยออกมาอย่างน้อยไปตามเส้นมัยธะค่อนข้างแน่นอน

    7. ดังนั้นกล่าวโดยสรุปคือ ถ้าคณะรัฐมนตรีไทยตัดสินใจยกเลิก MoU44 ไม่ว่าด้วยวิธีใด และถ้ากัมพูชาตัดสินใจยื่นเรื่องต่อ UNCLOS ให้เริ่มกระบวนการสมานฉันท์ภาคบังคับ ไทยไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องเข้าสู่กระบวนการนี้ ถ้าตกลงกันไม่ได้อีก ไทยและกัมพูชาจะถูกบังคับให้ยื่นเรื่องสู่ศาลโลกหรือศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ แต่ถ้าตกลงกันได้ก็จะสามารถจบประเด็นข้อขัดแย้งเรื่องเขตแดนในทะเลได้ แต่จะค่อนข้างชัดเจนว่าไม่ว่าอย่างไรไทยจะไม่ได้เขตแดนตามเส้นที่ไทยอ้างฝ่ายเดียวแน่นอน โดยประเด็นเกาะกูดน่าจะจบลงโดยสมบูรณ์ แต่ไทยน่าจะต้องยอมรับเส้นเขตแดนตามเส้นมัธยะไม่ใช่เส้นที่ไทยอ้าง

    ซึ่งไม่รู้ว่า ฝ่ายที่คัดค้าน MoU44 และบอกว่าไทยจะเสียดินแดน ไปจนถึงรัฐบาลและ สมช. นั้นเข้าใจกลไกของ UNCLOS ดีหรือไม่ และการตัดสินใจยกเลิก MoU44 แม้จะไม่ส่งผลร้ายแรงเหมือนการยกเลิก MoU43 แต่จะเป็นการแสดงให้เห็นว่าไทยสละกลไกทวิภาคีที่ไทยยืนยันจะใช้มาโดยตลอดและพร้อมเข้าสู่กลไกนานาชาติ ซึ่งอาจจะจบที่ศาลโลก หรือถ้าไม่จบที่ศาลโลกก็จะมีคนมาช่วยลากเส้นเขตแดนให้ไทย จะอ้างพระบรมราชโองการว่าไทยประกาศเส้นเขตแดนทางทะเลแล้วไม่ได้ หรือจะใช้กำลังทหารยึดครองก็ไม่สามารถทำได้

    แต่ถึงที่สุดแล้ว การลากเส้นตามเส้นมัธยะก็ถือเป็นเส้นที่ยุติธรรมที่สุดแล้ว ซึ่งไทยและกัมพูชาจะมีได้มีเสียแน่นอน ไม่มีใครได้ทั้งหมด และจะทำให้ประเด็นเขตแดนทางทะเลจบลงโดยไวในเวลาไม่กี่ปี แค่จบลงโดยไม่ได้ลากตามเส้นที่ไทยกำหนดเท่านั้น
    https://www.facebook.com/share/17JsXoA5Nn/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผู้ว่าฯธปท. ประเมิน หากรัฐบาลมีมาตรการผ่าน พ.ร.ก.กู้เงิน
    จากวงเงิน 3 แสนล้าน คาดหนุนจีดีพีเพิ่ม 0.5-0.7%
    แนะรัฐบาลชั่งน้ำหนัก ทำแบบพุ่งเป้าช่วยเศรษฐกิจที่ฟื้นแบบไม่เท่าเทียม BTimes

    May 5, 2026 มีผลแน่! ผู้ว่าฯธปท. ประเมิน หากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศราฐกิจ ผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 3 แสนล้าน คาดหนุนจีดีพีเพิ่ม 0.5-0.7% แนะชั่งน้ำหนัก ทำแบบพุ่งเป้าช่วยเศรษฐกิจฟื้นแบบไม่เท่าเทียม

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมิกรณีรัฐบาลออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงินราว 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง ว่า ผลที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจไทย เบื้องต้นหากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นผ่าน พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว โดยคิดจากวงเงิน 3 แสนล้านบาท ที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยให้ GDP ปรับเพิ่มขึ้นอีก 0.5-0.7% จากกรณีฐานที่ ธปท. คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 1.5% แต่มองว่ารัฐบาลควรชั่งน้ำหนัก ระหว่างการใช้จ่ายในรูปแบบเงินเยียวยา และการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    โดยมองว่านโยบายการเงิน เป็นเครื่องมือที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง และมักใช้เวลา 6-12 เดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน

    ส่วนหากรัฐบาลใช้เงินงบประมาณเพื่อการเยียวยา ข้อดี คือจะช่วยประคองเศรษฐกิจได้ทันทีในปีนี้ แต่อาจทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีถัดไปลดลง เนื่องจากฐาน GDP ในปีนี้จะสูงขึ้น แต่หากรัฐบาลนำเงินไปใช้กับการลงทุนทางเศรษฐกิจ ก็จะมีผลทำให้ GDP เติบโตได้ต่อเนื่อง และยั่งยืนได้มากกว่า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันของไทย มีลักษณะการฟื้นตัวแบบไม่เท่าเทียม (Uneven) เพราะกลุ่มคนฐานรากและผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากภาระค่าครองชีพและต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งมองว่า พ.ร.ก.กู้เงินฯ ควรออกมาช่วยเหลืออย่างตรงจุด (Targeted)

    #ธปท #พรก.กู้เงิน #งบประมาณ #เศรษฐกิจ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1BqGxufZta/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 5, 2026 ยังชะลอ ! สืนเชื่อและดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ในไทย ไตรมาส 1 ปี 69 ยังหดตัวต่อเนื่อง ที่ 0.26% แรงกดดันจากการชำระคืนของลูกหนี้ และความกังวลสงครามตะวันออกกลาง

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยข้อมูลสินเชื่อและเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ไทย 17 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 โดยพบว่า เงินให้สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับสุทธิ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ระดับ 13.72 ล้านล้านบาท ยังคงลดลงต่อเนื่องที่ 0.26% YoY โดยยังคงเผชิญแรงกดดันจากการชำระคืนสินเชื่อของลูกหนี้ ประกอบกับความต้องการสินเชื่อโดยรวมชะลอตัว นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังคงวางแนวทางปล่อยสินเชื่อตามศักยภาพของลูกหนี้ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ สำหรับในปี 2569 สินเชื่อยังมีโอกาสหดตัวต่อเนื่องท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ซึ่งล่าสุดมีประเด็นสงครามในตะวันออกกลางเข้ามาเพิ่มเติม

    ด้านเงินรับฝาก ณ สิ้นไตรมาสที่ 1/2569 อยู่ที่ระดับ 16.61 ล้านล้านบาท ขยายตัว 2.47% YoY หลัก ๆ เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากกระแสรายวัน ขณะที่เงินฝากประจำปรับตัวลงตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง

    สำหรับการออกแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษในเดือนมี.ค. 2569 นั้น พบว่า จำนวนแคมเปญออกใหม่ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า และน้อยกว่าจำนวนแคมเปญที่ครบกำหนด โดยส่วนใหญ่ยังคงเป็นแคมเปญระยะสั้นและมีการปรับดอกเบี้ยเงินฝากให้สอดคล้องกับภาวะตลาด

    สะท้อนว่าธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนเงินฝากให้เหมาะสมและยังไม่มีความจำเป็นในการเร่งระดมเงินฝาก

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #สินเชื่อ #ธนาคาร #หนี้ #การเงิน #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BpBgDs38F/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
    รับมือวิกฤตพลังงาน ค่าครองชีพ เศรษฐกิจไทย
    หยุดความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อสูง คลังยันไม่กระทบหนี้สาธารณะ BTimes

    May 5, 2026 แจงจำเป็น! ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท รับมือวิกฤตพลังงาน ค่าครองชีพ เศรษฐกิจไทย หยุดความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อสูง คลังยันไม่กระทบหนี้สาธารณะ

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ด้วยการออก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท

    การตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องมาจากเหตุความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงทั่วโลก โดยวิกฤตครั้งนี้เริ่มต้นจากราคาพลังงาน ราคาอาหาร และกำลังลุกลามไปสู่ค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ปกติ และไม่สามารถรอได้ และเพื่อหยุดความเสี่ยงก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง เศรษฐกิจชะลอตัว หรือ Stagflation ในระยะถัดไป ซึ่งจะต้องทำอย่างทันท่วงทีจึงมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน และมีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้

    โดยเป้าหมายของการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 1. เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก 2. เพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ ลดความเปราะบาง และตอบโจทย์การแก้ปัญหาของประเทศ

    มาตรการภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงินฯ ฉบับนี้จะมุ่งตรงสู่กลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ได้แก่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง, เกษตรกร, ผู้ประกอบการขนาดเล็ก หรือ SMEs และภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
    โดยรัฐบาลจะดำเนินการ 2 ทิศทางควบคู่กัน คือ 1. ช่วยเหลือ-บรรเทา ด้วยการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ผ่านการจัดหาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่จำเป็น 2. ปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่าน โดยจะใช้โอกาสนี้ในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสมัยใหม่ ปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ พร้อมลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคง แข่งขันได้ และไม่ต้องเผชิญกับความผันผวนแบบเดิมอีก พร้อมทั้งพัฒนาทรัพยากรบุคคลในภาคการผลิตให้มีศักยภาพในการแข่งขันในโลกของการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป

    ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง กล่าวว่าจากการประเมินของกระทรวงคลัง แม้จะมีการกู้เงินเพิ่มเติม แต่พิจารณาแล้วว่า 4 แสนล้านบาทเพียงพอ ไม่กระทบในด้านหนี้สาธารณะ โดยหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ภายใต้เพดาน 70% ของ GDP

    #ครม #พ.ร.ก.กู้เงินฯ #ลงทุน #เศรษฐกิจ #วิกฤตเศรษฐกิจ #วิกฤตพลังงาน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Asnkmq5eD/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1 อาเซียนฝ่าวิกฤตสงครามอิหร่าน ไตรมาสแรกของอินโดฯ โตถึง 5.61% สูงกว่าตัวเลขของทุกสำนักวิจัยและรัฐบาล กำลังซื้อคนอินโดนีเซียโตสุดแกร่ง BTimes

    May 5, 2026 เลขห้ามา! เศรษฐกิจอินโดนีเซียฝ่าวิกฤตสงครามอิหร่าน ในไตรมาสหนึ่งโตถึง 5.61% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของทุกสำนักวิจัยและรัฐบาล กำลังซื้อของชาวอินโดนีเซียแข็งแกร่ง คาดปีม้าไฟเติบโต 5.4%

    สำนักงานสถิติแห่งชาติประเทศอินโดนีเซียรายงานว่าอัตราการขยายตัวเศรษฐกิจในไตรมาสที่หนึ่งปี 2026 เติบโตขึ้น 5.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025 นอกจากนี้ยังเป็นการขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสที่ 4 ในปี 2025 ที่มีจีดีพีที่ 5.39% อีกด้วย ที่สำคัญตัวเลขจีดีพีดังกล่าวยังขยายตัวสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของรัฐบาลที่ประเมินไว้ระหว่าง 5.5 ถึง 5.6%

    สาเหตุมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอินโดนีเซียการอุดหนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลถือศีลอด หรือเทศกาลรามาฎอนที่ผ่านไป ซึ่งในปีนี้เทศกาลดังกล่าวอยู่ในเดือนมีนาคมซึ่งแตกต่างจากในปี 2025 ที่เทศกาลดังกล่าวอยู่ในเดือนเมษายน

    มาตรการดังกล่าวส่งผลให้การบริโภคภาคครัวเรือนของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ขยายตัวสูงมากถึง 5.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ปัจจัยบวกรองลงมา ได้แก่ การลงทุน การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล และการส่งออกโดยเฉพาะในไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้อินโดนีเซียสามารถส่งออกสินค้ารวมกัน 66,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.17 ล้านล้านบาท ซึ่งเติบโต 0.34% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่หนึ่งในปี 2025

    ทั้งนี้ ในปี 2026 รัฐบาลอินโดนีเซียคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของอาเซียนจะเติบโตที่ระดับ 5.4% ตัวเลขดังกล่าวอยู่สูงกว่าเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการคาดการณ์ของธนาคารพัฒนาแห่งเอเชียที่ประเมินว่าอินโดนีเซียจะเติบโตที่ 5.2% ในปีนี้ ในขณะที่ธนาคารโลกประเมินว่าอินโดนีเซียจะมีเศรษฐกิจเติบโตที่ 4.7% ในปี 2026

    #อินโดนีเซีย #จีดีพี #ไตรมาส1 #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18PzjLKtXg/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 5, 2026 กิจการร้าง! กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปัจจุบันมีธุรกิจดำเนินกิจการอยู่ 9.93 แสนราย เลิกประกอบกิจการ 3.97 แสนราย มีสถานะสิ้นสภาพตามกฎหมาย เป็นนิติบุคคลร้าง

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่นิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ต้องดำเนินการนำส่งงบการเงินประจำปีแก่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีนิติบุคคลที่ต้องนำส่งงบการเงิน 907,151 ราย ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการคลีนซิ่งข้อมูลห้างหุ้นส่วนและบริษัทของกรมฯ ซึ่งถือว่าเป็นคลังข้อมูลธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤษภาคม 2569) มีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 2,080,280 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ 9,941 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 652,411 ราย บริษัทจำกัด 1,416,114 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,814 ราย

    ในจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลทั้งหมด ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่จำนวน 992,890 ราย ประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนสามัญ 836 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 198,118 ราย บริษัทจำกัด 792,424 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,512 ราย และได้มีการจดทะเบียนเลิกประกอบธุรกิจ จำนวน 397,463 ราย ประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนสามัญ 3,108 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 134,287 ราย บริษัทจำกัด 259,974 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 94 ราย และกรมฯ ได้มีการขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนเป็นนิติบุคคลร้าง เนื่องจากสันนิษฐานว่าไม่ประกอบกิจการแล้ว เช่น ไม่นำส่งงบการเงินและไม่มีรายการเคลื่อนไหวทางทะเบียนนิติบุคคลติดต่อกัน 3 ปี ฯลฯ จำนวน 649,992 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วนสามัญ 5,809 ราย ห้างหุ้นส่วนจำกัด 301,338 ราย บริษัทจำกัด 342,845 ราย

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจหรือประชาชนที่ต้องทำธุรกรรมกับนิติบุคคลให้ตรวจเช็ครายละเอียดของนิติบุคคลที่ต้องทำธุรกรรมด้วยโดยละเอียด เพื่อป้องกันการเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่กรมฯ ได้ขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนเป็นนิติบุคคลร้าง เนื่องจากมีสถานะสิ้นสภาพตามกฎหมาย ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อีกต่อไป โดยกรมฯ ได้มีการหมายเหตุข้อควรทราบในหนังสือรับรองเพื่อเตือนให้นักลงทุนที่กำลังจะเข้าร่วมลงทุนในกิจการให้มีความระมัดระวัง ทั้งนี้ กรมฯ จะมีการประกาศรายชื่อนิติบุคคลที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนฯ เป็นประจำทุกปี ซึ่งผู้ประกอบการและประชาชนสามารถตรวจเช็ครายชื่อนิติบุคคลที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนฯ ได้ทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบธุรกิจหรือประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบรายละเอียดของห้างหุ้นส่วนและบริษัทผ่านทางเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า www.dbd.go.th >> คลังข้อมูลธุรกิจ DBD DataWarehouse+ รวมทั้ง สามารถตรวจเช็คสถานะการประกอบธุรกิจได้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้การร่วมลงทุนประกอบธุรกิจของนักธุรกิจหรือการทำธุรกรรมของประชาชนกับนิติบุคคลมีความรอบคอบมากขึ้น ช่วยสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมกับนิติบุคคล และช่วยลดความเสี่ยงในการถูกมิจฉาชีพในคราบนิติบุคคลหลอกลวง หรือหากต้องการขอคำปรึกษากับนายทะเบียน สามารถติดต่อได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Call Center 1570” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #SuperDBD #กรมพัฒนาธุรกิจการค้า #กระทรวงพาณิชย์ #นิติบุคคลร้าง #ลงทุน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1GUCALt8um/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 5, 2026 ยืนแจงเอง! นายกฯ เตรียมแถลงร่างกฎหมายกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรียันทุกอย่างสามารถชี้แจงได้

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในวันนี้มีการพิจารณากฎหมายสำคัญหลายเรื่อง ได้แก่ การออกร่างพระราชกำหนดกู้เงิน กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐญมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะนำแถลงมติด้วยตนเอง

    ขณะเดียวกันที่ประชุมจะนำเรื่องการยกเลิก MOU 2544 เข้าสู่ที่ประชุมด้วย รวมถึงมีการพิจารณากฎหมายที่ค้างอยู่ในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนว่า จะมีกฎหมายใดบ้างที่จะส่งให้สภานำไปพิจารณาต่อ และยังมีอีกหลายประเด็นย่อย อาทิ ร่างข้อตกลงที่จะไปลงนามในที่ประชุมอาเซียน และ กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

    สำหรับการออก พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะนำไปใช้ในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะฉุกเฉิน และใช้ในการเปลี่ยนผ่านในเรื่องของการใช้พลังงาน จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ให้หันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น เพราะรัฐบาลตั้งเป้าว่า จะใช้วิกฤตพลังงานในตอนนี้เป็นตัวเร่งให้ประเทศไทยใช้หลังคาครัวเรือนมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อสร้างฐานการพัฒนาพลังงานในประเทศทั้งระยะกลางและระยะยาว

    ส่วนกรณีฝ่ายค้านมีข้อกังวลว่าการออก พ.ร.ก. กู้เงินฯ จะไม่รอบคอบ น.ส.รัชดา ระบุว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องออก พ.ร.ก. ฉะนั้นยืนยันว่า ทุกอย่างสามารถชี้แจงได้ และเงินไม่หายไปอย่างแน่นอน พร้อมยกตัวอย่าง โครงการไทยช่วยไทย และ คนละครึ่งพลัส ว่าจะมีการโอนเงินจากรัฐบาลไปสู่ประชาชนโดยตรง ส่วนการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะเป็นการโอนเงินงบประมาณของรัฐไปสู่ภาคประชาชน เงินจึงไม่หายไประหว่างทาง

    อย่างไรก็ตามต้อง ขอบคุณฝ่ายค้านด้วยที่หยิบยกประเด็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในเรื่องของความโปร่งใส เพราะเรื่องความโปร่งใสเป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ตลอดจนมีการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #พ.ร.ก.กู้เงินฯ #อนุทิน #ครม #ลงทุน #คณะรัฐมนตรี #ไทยช่วยไทย #คนละครึ่งพลัส #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/18VoZQ6HZg/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ถ้าสงครามอิหร่านยื้อยาวถึงปี 2027 ราคาน้ำมันดิบโลกคงอยู่ที่ 125 ดอลล์ ไอเอ็มเอฟคาดผลกระทบเลวร้ายจะมากกว่าที่เคยคาดไว้ ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจชะลอ และเงินเฟ้อเพิ่ม BTimes

    May 5, 2026 หนักกว่าคาด! ไอเอ็มเอฟคาดผลกระทบเลวร้ายจะมากกว่าที่เคยคาดไว้ หากสงครามอิหร่านยืดยาวถึงปี 2027

    นางคริสทาลีนา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ถ้าสงครามอิหร่านยืดยาวถึงปี 2027 ราคาน้ำมันดิบโลกคงอยู่ที่ 125 ดอลล์ คาดว่าผลกระทบเลวร้ายจะมากกว่าที่เคยคาดไว้ จากก่อนหน้านี้ ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอ และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

    เมื่อเมษายน 2026 ผ่านไป การประชุมไอเอ็มเอฟประจำปี 2026 เปิดเผยสมมติฐานว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะจำกัดวงไม่ยืดเยื้อรุนแรง และผลกระทบจะค่อย ๆ คลี่คลายภายในกลางปี 2026 ในรายงานมุมมองเศรษฐกิจโลก 2026 หรือ World Economic Outlook นำเสนอ 3 สถานการณ์ มีดังนี้

    1. การคาดการณ์อ้างอิง (reference forecast): ความขัดแย้งเกิดขึ้นระยะสั้น ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นปานกลางที่ 19% ในปี 2026 และยังมีความเสียหายบางส่วน การเติบโตทั่วโลกจะลดลงเหลือ 3.1% ในปีนี้ ซึ่งลดลงจากคาดการณ์เดือนมกราคม และเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.4%

    2.กรณีเลวร้าย (adverse scenario) มีสมมติฐานว่ามีความหยุดชะงักมากขึ้น นำไปสู่ราคาพลังงาน และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่สูงขึ้น รวมถึงสภาวะการเงินที่ตึงตัวตลอด ทั้งปี การเติบโตจะลดลงเหลือ 2.5% และเงินเฟ้อพุ่งเป็น
    5.4%

    3. กรณีรุนแรง (severe scenario) สมมติว่าการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานลากยาวไปถึงปีหน้า พร้อมความไม่มีเสถียรภาพทางมหภาคที่มากขึ้น การเติบโตทั่วโลกจะลดลงเหลือ 2% ทั้งในปีนี้และปีหน้า ขณะที่เงินเฟ้อจะทะลุ 6% ความเสี่ยงขาลงนั้นอยู่ในระดับที่สูงมากอย่างชัดเจน

    #ไอเอ็มเอฟ #อิหร่าน #สงคราม #จีดีพี #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1b4m4Khe1r/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อนามัยโลกแถลงไวรัสฮันทาบนเรือท่องเที่ยวของเนเธอร์แลนด์มี 7 ราย ในจำนวนนี้ ติดเชื้อ 2 คน ต้องสงสัยติด 5 คน ทั้ง 7 คน พบเสียชีวิต 3 มีอาการอันตราย 1 และอีก 3 มีอาการปานกลาง สั่งตรวจย้อนหลังเที่ยวบินของผู้ติดเชื้อที่้เดินทาง BTimes

    May 5, 2026 ติดเพิ่มขึ้น! อนามัยโลกแถลงไวรัสฮันทาบนเรือท่องเที่ยวของเนเธอร์แลนด์เพิ่มเป็น 7 ราย ในจำนวนนี้ ติดเชื้อ 2 คน ต้องสงสัยติด 5 คน ทั้ง 7 คน พบเสียชีวิต 3 สั่งตรวจย้อนหลังเที่ยวบินของผู้ติดเชื้อที่้เดินทาง

    องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า การระบาดของเชื้อไวรัสฮันทา (Huntavirus) ที่เชื่อมโยงกับเรือสําราญท่องเที่ยวประเภทสำรวจธรรมชาติ ซึ่งจอดทอดสมออยู่นอกชายฝั่งเคปเวิร์ดมาตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมนั้น พบว่ามีการระบาดของเชื้อดังกล่าวมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย ในจำนวนนี้ รวมผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันชัดเจน 2 ราย ผู้เสียชีวิตมีจำนวน 3 ราย

    เรือลำดังกล่าวมีชื่อว่า เอ็มวี ฮอนเดียส (MV Hondius) มีธงชาติดัตช์ หรือประเทศเนเธอร์แลนด์ บรรทุกผู้โดยสาร และลูกเรือรวมทั้งหมด 147 คนมาจาก 23 ประเทศทั่วโลก

    จำนวนทั้งหมด 7 ราย พบว่า มีผู้โดยสารชาวอังกฤษคนหนึ่งอยู่ในห้องไอซียูในกรุงโจฮันเนสเบิร์กและได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อฮันทาไวรัส

    ผู้โดยสารชาวดัตช์รายหนึ่งที่เสียชีวิตหลังจากลงจากเรือในเมืองเซนต์เฮเลนาของอังกฤษ พบว่าผลตรวจเลือดเป็นบวก เธอออกจากเรือพร้อมกับร่างของสามีของเธอที่เสียชีวิตบนเรือในเดือนเมษายน

    ด้านลูกเรือสองคน พบว่าคนหนึ่งมีอาการเล็กน้อย และอีกคนมีอาการรุนแรง ซึ่งต้องการลำนี้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

    ผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือในเคปเวิร์ด โดยมีเฉพาะผู้ที่ต้องการอพยพทางการแพทย์เท่านั้นที่จะออกจากเรือที่นั่น

    บริษัทโอเชียน เอ็กซ์เพดิชั่น ซึ่งเป็นเจ้าของเรือลำดังกล่าว เปิดเผยว่า กําลังพิจารณาที่จะแล่นเรือลำนี้ไปยังหมู่เกาะคานารี เพื่ออพยพลงจากเรือ และคัดกรองทางการแพทย์ในวงกว้าง แม้ว่าแผนจะยังไม่ได้รับการยืนยัน

    #ไวรัสฮันทา #เรือ #ไทย #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1Gr32KcXqj/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกฯ ตั้ง รองนายกฯ"เอกนิติ" ศึกษา"แลนด์บริดจ์"
    ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน
    เร่งสรุปภายใน 90 วัน เน้นคุ้มค่า ย้ำไม่เอื้อนายทุน BTimes

    May 5, 2026 ไม่เอื้อใคร! นายกฯ ตั้ง รองนายกฯ"เอกนิติ" ศึกษา"แลนด์บริดจ์" ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน เร่งสรุปภายใน 90 วัน ย้ำไม่มีเอื้อนายทุน BTimes

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ได้มีการแต่งตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ โดยให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องพิจารณาทุกรูปแบบ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องของโลจิสติกส์ และสิ่งที่ต้องผูกอยู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยหากจะเอาเรื่องของคาร์โก้และการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน ซึ่งดูเรื่องทุนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูทั้งเรื่องผลการศึกษา จุดคุ้มทุน การหาพาร์ทเนอร์ และประโยชน์ใช้สอยในโครงการนี้ เป็นการดูภาพรวมเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า

    ทั้งนี้ ผลการศึกษาที่เคยดำเนินการมาในอดีต อยู่บนสถานการณ์โลกอีกบริบทหนึ่ง แต่ขณะนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ การที่จะทำให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด หากเกิดสถานการณ์หรือความขัดแย้งใดๆ จึงต้องหายุทธศาสตร์ที่ทำให้ไทยยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ หรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

    ส่วนผลสำรวจ นิด้าโพล ที่ระบุว่า ประชาชนภาคใต้เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องรายละเอียดนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลต้องสื่อสารให้เห็นถึงคุณประโยชน์ เพราะไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรต้องเห็นประโยชน์ส่วนรวมและต่อประเทศชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

    -Itmuj ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จะยื่นหนังสือคัดค้านต่อสส.ในพื้นที่ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน ตอบกลับว่า แต่ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยจากโครงการ

    สำหรับข้อห่วงใยว่า โครงการแลนด์บริดจ์ จะมีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุน นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ยังไม่เคยเอื้อใครสักที เข้ามา 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา มีแต่ทำให้เขาโกรธ เพราะไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

    #โครงการแลนด์บริดจ์ #อนุทิน #เอกนิติ #ลงทุน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1EkxxdAmXz/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    231,121
    ค่าพลัง:
    +97,153
    May 5, 2026 เปิดอ่อนค่า ! เงินบาทอ่อนค่า รับดอลลาร์แข็ง ราคาน้ำมันดิบพุ่ง หลังอิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของสหรัฐและท่าเรือ UAE

    กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าพร้อมดัชนีเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือขนส่งน้ำมันของสหรัฐและท่าเรือ UAE โดย ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-32.90 บาท/ดอลลาร์

    ขณะที่ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% และ 3.75% ตามลำดับ

    ด้าน เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว โดยมีรายงานว่าเป็นผลจากการแทรกแซงของทางการ อย่างไรก็ดี เงินเยนทยอยกลับมาอ่อนค่า ทำให้ถูกจับตาว่าอาจถูกแทรกแซงอีกได้หากยังอ่อนค่าต่อเนื่อง

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #เงินบาท #ดอลลาร์ #ลงทุน #การเงิน #หุ้น #ทองคำ #น้ำมัน #ตลาดหุ้น #ราคาทอง #เศรษฐกิจ #เล่นหุ้น #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/188Y4r5Skk/
     

แชร์หน้านี้

Loading...