ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,454
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หนอนบ่อนไส้ล้างบางรังสายลับ: 13 ปีที่อเมริกากลัวจนหัวหด เมื่อหัวหน้าหน่วย ‘จับสายลับ’ แปรพักตร์หนีซบอิหร่าน

    กลายเป็นแฟลชข่าวดังสะเทือนวงการข่าวกรองโลกอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ ในช่วงกลางเดือนนี้ #สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ #FBI ได้ตัดสินใจสะบัดใบประกาศจับพร้อมตั้งรางวัลนำจับสูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อล่าตัวอดีตสายลับหญิงวัย 47 ปีที่แปรพักตร์และ “อันตรธานหายตัวไปในกลีบเมฆ” ณ ประเทศ #อิหร่าน ตั้งแต่ 13 ปีที่แล้ว

    นี่ไม่ใช่คดีทหารหนีทัพธรรมดา แต่เป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนวงการสปาย เพราะเธอคนนี้คืออดีตหัวกะทิระดับตัวแม่ของหน่วย "#ต่อต้านข่าวกรอง" (Anti-Intelligence) ที่มีหน้าที่เด็ดหัวหนอนบ่อนไส้โดยตรง ทว่าสุดท้ายกลับกลายมาเป็นผู้ระเบิดพิกัดรังสายลับของ #อเมริกา ในตะวันออกกลางจนเกลี้ยงกระดาน ซึ่งชำแหละปมลึกแสบจี๊ดได้ดังนี้:

    1. โปรไฟล์ระดับ ‘กุญแจผี’ ที่กำข้อมูลชี้เป็นชี้ตายในตะวันออกกลาง

    ผู้หญิงที่ทำเอาทำเนียบขาวนอนไม่หลับมาตลอดทศวรรษมีชื่อว่า Monica Witt (โมนิกา วิตต์) ชะตากรรมและมันสมองของเธอคือสิ่งที่เพนตากอนฟูมฟักมากับมือ:

    -ขุนศึกสายลับ 11 ปี: เธอรับราชการใน #กองทัพอากาศสหรัฐฯ ยาวนานกว่าทศวรรษ ผ่านการฝึกหลักสูตรจารกรรมขั้นสูงสุด และที่สำคัญคือ "พูดภาษาเปอร์เซีย (Farsi) ได้อย่างแตกฉาน"

    -หัวหน้าหน่วยจับหนอน: ตำแหน่งสุดท้ายของเธอคือเจ้าหน้าที่พิเศษในหน่วยสืบสวนพิเศษกองทัพอากาศ (AFOSI) หน้าที่หลักคือการลากไส้สายลับสองหน้าและคัดกรองคนทรยศในกองทัพ นั่นหมายความว่า สมองของเธอคือฮาร์ดดิสก์เคลื่อนที่ที่บันทึก "รายชื่อจริงและนามแฝง" ของสายลับอเมริกันทุกคนที่แฝงตัวอยู่ในตะวันออกกลาง รวมถึงโค้ดเนมโครงการลับสุดยอดของห้าเหลี่ยม

    2. ข้อความสั้นสะท้านโลก: "ฉันกลับบ้านแล้ว"

    จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนขั้วเกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อเธอตอบรับคำเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการ "New Horizon" ในอิหร่าน ซึ่งอเมริกาตราหน้าว่าเป็นรังนกต่อของหน่วยข่าวกรองปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในการล่อซื้อบุคลากรตะวันตก

    -วาจาตลบหลัง FBI: ตอนที่เธอกลับมาและโดน FBI เรียกเข้าห้องดำไปปรับทัศนคติ โมนิกาตบปากรับคำอย่างดิบดีว่าจะไม่แพร่งพรายความลับ แต่พอถึงปี 2013 เธอแอบตีตั๋วเที่ยวเดียวบินลัดฟ้าซบกรุงเตหะราน ทันทีที่เครื่องลงจอด เธอส่งข้อความสั้นหาผู้ประสานงานชาวอิหร่านว่า “Home(ถึงบ้านแล้ว)” ก่อนจะไปโผล่หน้าหราบนวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านจักรวรรดินิยมอเมริกา ดัดหลังลูกพี่เก่าจนหน้าหงาย

    3. มหกรรม ‘ระเบิดพิกัด’ ล้างบางเครือข่าย CIA ในตะวันออกกลาง

    ความน่ากลัวที่แท้จริงไม่ใช่แค่การที่เธอหนีไปออกทีวี แต่อยู่ที่ “ของขวัญวันแรกพบ” ที่เธอยื่นให้อิหร่าน ซึ่งตามสำนวนฟ้องของอัยการสหรัฐฯ ในปี 2019 ระบุว่าเสียหายยับเยินระดับวินาศสันตะโร:
    -แจกพิมพ์เขียวระบบล่าสายลับ: โมนิกาเอาความรู้ทั้งหมดที่อเมริกาใช้จับสายลับ ไปดีไซน์เป็น “คู่มือหลบหลีกและแผนการไล่ล่าสายลับอเมริกัน” ให้แก่อิหร่านโดยเฉพาะ

    -ชี้เป้าแฮกเกอร์ถล่มเพื่อนเก่า: เธอแชร์ข้อมูลส่วนตัว จุดอ่อน และพฤติกรรมของอดีตเพื่อนร่วมงานในเพนตากอน ส่งผลให้แฮกเกอร์อิหร่านสามารถทำ Cyber-Phishing เจาะระบบความมั่นคงสหรัฐฯ ได้อย่างแม่นยำจับวาง จนเครือข่ายสายลับที่อเมริกาลงแรงสร้างมาหลายสิบปีในตะวันออกกลางต้องเป็นอัมพาตทันที

    การที่ FBI ต้องควักเงิน 200,000 ดอลลาร์มาตั้งรางวัลนำจับในเดือนพฤษภาคม 2026 นี้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาคิดว่าจะจับเธอได้หรอก แต่มันคือ ‘การส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและไร้กำลัง’ ต่างหาก! สิ่งที่อเมริกากลัวจนตัวสั่นมาตลอด 13 ปี คือความจริงที่ว่า ‘คนที่รู้ทันกลวิธีของอเมริกาดีที่สุด ได้กลายไปเป็นมันสมองให้ศัตรูหมายเลขหนึ่ง’ เครือข่ายข่าวกรองที่สร้างขึ้นด้วยอำนาจเงินและการข่มขู่ขืนใจประเทศอื่น สุดท้ายมักจะพังทลายลงด้วยปัญหา ‘#วิกฤตศรัทธา’ ของคนในองค์กรเอง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงเริ่มมองเห็นความย้อนแย้งของวาทกรรมเสรีภาพที่กองทัพตนเองเอาไปทิ้งระเบิดใส่ชาวบ้าน

    การแปรพักตร์ของ Monica Witt จึงเปรียบเสมือนกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่า ระเบียบความมั่นคงของพญาอินทรีที่ดูเกรียงไกรภายนอก เนื้อในกลับผุกร่อนและพร้อมจะโดนคนในบ้านดัดหลังได้ทุกเมื่อ ยิ่งอเมริกาพยายามไล่ล่าเธอเท่าไหร่ ก็ยิ่งประจานความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของตัวเองให้โลกหัวร่อมากเท่านั้น

    #ChinaFocus

    Ref.: CBS News/FBI Official Announcement (May 14, 2026)

    https://www.facebook.com/share/1DqLER11CC/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    232,454
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯระงับขายอาวุธไต้หวัน 1.4 หมื่นล้าน ดีลแลกเปลี่ยนสุดแสบของทรัมป์ที่ทุบโต๊ะสั่งสอน DPP

    กลายเป็นแผ่นดินไหวทางการเมืองระลอกใหญ่ที่สุดทุบเกาะไต้หวันจนแตกตื่นกันทั้งบาง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนเปิดหน้าประกาศกลางสภาซีเนตว่า “สหรัฐฯ สั่งระงับดีลขายอาวุธให้ไต้หวันมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.2 แสนล้านบาท) ชั่วคราว” โดยอ้างเหตุผลว่าต้องสำรองกระสุนไปใช้ในตะวันออกกลาง แต่อัตลักษณ์ที่แท้จริงของหมากกระดานนี้คือ “ใบสั่งย้าย” จากทำเนียบขาวที่มอง #ไต้หวัน เป็นเพียงเศษชิ้นส่วนบนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง

    นี่คือการดัดหลังยุทธศาสตร์ “พึ่งพาอเมริกา” ของไล่ ชิงเต๋อ (赖清德) อย่างไร้ความปราณี ซึ่งสามารถชำแหละความจริงออกเป็น 3 ประเด็นดังนี้:

    1. ตรรกะย้อนแย้งที่ฟังไม่ขึ้น: อ้างกระสุนหมด แต่ส่งให้ยูเครนหน้าตาเฉย

    คำแถลงของ Hung Cao รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐฯ ที่ระบุว่าต้องหยุดส่งอาวุธให้ไต้หวันเพื่อสำรองไปใช้ในปฏิบัติการ “Epic Fury” ในตะวันออกกลางนั้น ถูกบรรดานักวิเคราะห์ชั้นนำฉีกหน้ากากทันควัน:

    -ข้ออ้างบังหน้าการเมือง: หนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph ของอังกฤษแฉว่า ข้ออ้างเรื่องกำลังการผลิตไม่พอเป็นเพียง “ข้ออ้างระบายอารมณ์” เพราะดีล 1.4 หมื่นล้านนี้สภายังไม่ได้อนุมัติเข้าไลน์ผลิตจริงด้วยซ้ำ

    -สองมาตรฐาน: ในวันเดียวกันนั้นเอง (21 พฤษภาคม) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กลับอนุมัติขายระบบขีปนาวุธมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ให้ #ยูเครน ได้อย่างหน้าตาเฉย พิสูจน์ชัดว่าคำว่า “กระสุนไม่พอ” มีไว้ใช้ปฏิเสธไต้หวันประเทศเดียว

    2. สัญญาทาสแลกเปลี่ยน: เมื่อ “ไต้หวัน” เป็นแค่ชิปบนตักของทรัมป์

    ชนวนเหตุที่แท้จริงเพิ่งเกิดขึ้นหลังจาก #โดนัลด์ทรัมป์ จบทริปเยือนปักกิ่งอย่างเป็นทางการสัปดาห์ที่แล้ว และได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ถึงดีลอาวุธชิ้นนี้แบบขวานผ่าซากว่า “ผมอาจจะอนุมัติ หรืออาจจะไม่... มันคือ 'ชิปต่อรอง' ชิ้นสำคัญ ขึ้นอยู่กับว่าจีนจะทำอย่างไร” ตามด้วยประโยคทุบโต๊ะว่า “ผมไม่อยากเห็นใครเดินหน้าสู่อิสรภาพ (แยกตัวเป็นเอกราช) เราต้องเดินทางตั้ง 9,500 ไมล์เพื่อไปทำสงคราม ผมไม่อยากทำแบบนั้น”

    คำพูดนี้ทำลาย “ภาพลวงตา” ที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เพียรพยายามล้างสมองประชาชนมาตลอดว่า #อเมริกาจะมาปกป้องไต้หวันด้วยหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ความจริงเปิดเผยแล้วว่า สำหรับทรัมป์ ไต้หวันคือสินค้าที่มีไว้ “ขาย” หรือ “แลกเปลี่ยน” ผลประโยชน์เพื่อลดหนี้ 38 ล้านล้านดอลลาร์ของอเมริกาเท่านั้น

    3. สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของ ไล่ ชิงเต๋อ: จ่ายค่าคุ้มครองแต่ได้ความว่างเปล่า

    สภาไต้หวันเพิ่งจะกัดฟันผ่าน “งบประมาณพิเศษกลาโหม” มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์ไปเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม เพื่อเตรียมเงิน 14,000 ล้านไปประเคนให้อเมริกาตามที่วอชิงตันเร่งรัด ทว่าพอเงินพร้อม อเมริกากลับขยิบตาแช่แข็งดีลทันที:

    -ผู้นำใบ้กิน: เมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม) แฟลชข่าวดังระเบิดทั่วเกาะ ไล่ ชิงเต๋อ โดนนักข่าวรุมจี้ถามข้ามหัว เจ้าตัวทำเป็นหูทวนลมแกล้งไม่ได้ยินและรีบเดินหนีเข้างานทันที ขณะที่โฆษกทำได้เพียงแก้ตัวว่า “ยังไม่ได้รับแจ้งเป็นทางการ”

    หมัดน็อกจากฝ่ายค้าน: ส.ส. สวี เฉี่ยวซิน (徐巧芯) จากพรรคก๊กมินตั๋ง สับแหลกกลางสภาว่า ดีลนี้ล่มไม่เกี่ยวกับ #สงครามอิหร่าน แต่เป็นเพราะ ไล่ ชิงเต๋อ ไม่สามารถทำให้วอชิงตันเชื่อใจได้ว่าจะไม่พาอเมริกาไปตายในสงครามแยกตัวเป็นเอกราช “นี่คือการโดนความจริงระหว่างประเทศตบหน้าอย่างจัง เป็นพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชนเพื่อโกงคะแนนเสียงที่เฮงซวยที่สุด!”

    "นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่แสดงให้เห็นว่า ในสายตาของมหาอำนาจโลก ความมั่นคงของประเทศเล็ก ๆ เป็นเพียงตัวเลขในบัญชีดุลการค้าเท่านั้น

    ปัจจุบัน ‘ทั้งโลกเหลือแค่อเมริกาชาติเดียว’ ที่ยังยอมขายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งลึก ๆ แล้ว ไต้หวันรู้ดีว่าอาวุธเหล่านั้นไม่มีนัยยะทางการทหารในการต่อกรกับ #กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ที่คุมน่านน้ำน่านฟ้าแบบเบ็ดเสร็จรอบเกาะได้เลย แต่มันคือการ ‘จ่ายค่าคุ้มครอง’ เพื่อซื้อความอุ่นใจและเอามาโฆษณาชวนเชื่อหลอกประชาชนในคูหาเลือกตั้งว่า ‘อเมริการักเรา’

    รายงานจากสถาบันระดับโลกอย่าง Brookings Institution โดยดร. คาวานา (Cavanaugh) ชี้ชัดว่า นโยบาย ‘ยุทธศาสตร์คลุมเครือ’ (Strategic Ambiguity) ของสหรัฐฯ มันหมดอายุและแบกรับต้นทุนไม่ไหวแล้ว หากเกิดสงครามบนเกาะพื้นที่กว้างแค่ 3 หมื่นกว่าตารางกิโลเมตร ที่ไม่มีพื้นที่ให้ทหารเคลื่อนพลแนวลึก อเมริกาต้องสังเวยชีวิตทหารและสูญเสียทางเศรษฐกิจนับล้านล้านดอลลาร์ แลกกับเกาะที่ไม่ได้เป็นผลประโยชน์แกนหลัก (Core Interest) ของตนเอง

    เมื่อทรัมป์เปลี่ยนเกาะไต้หวันจาก ‘พันธมิตรค้ำประกัน’ ให้กลายเป็น ‘ป้ายราคาประมูลขาย’ ฉากหน้าของการทูตแบบสร้างภาพลวงตาของพรรครัฐบาลไต้หวันจึงพังทลายลงทันที ปากบอกพร้อมรบแต่ผู้นำเดินหนีนักข่าว วิ่งหาทางออกไม่เจอ นี่แหละจุดจบของการฝากชีวิตไว้กับลมปากของนักเลงข้ามโลก!"

    #ChinaFocus

    Ref.: Alja Zeera/Newsweek

    https://www.facebook.com/share/p/1YB9gXW81b/
     

แชร์หน้านี้

Loading...