เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 7 มิถุนายน 2026 at 19:51.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,471
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,141
    ค่าพลัง:
    +26,937
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,471
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,141
    ค่าพลัง:
    +26,937
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อเช้ากระผม/อาตมภาพทำบวงสรวง ขออนุญาตสร้างพระประธานบนศาลาการเปรียญชั้น ๒ ของวัดอุทยาน แล้วก็นำญาติโยมภาวนาพระคาถาเงินล้าน ๑๐๘ จบ ซึ่งเรื่องของพระคาถาเงินล้านนั้น กระผม/อาตมภาพย้ำนักย้ำหนาว่าจำเป็นต้องทำ และควรที่จะทำให้มากเข้าไว้..!

    เนื่องเพราะว่าพระคาถาเงินล้าน นอกจากเป็นพุทธานุสติ เนื่องเพราะว่าเป็นพระคาถาที่พระพุทธเจ้าทรงประทานมาให้แล้ว ยังมีผลพิเศษที่ช่วยในเรื่องของความคล่องตัวต่าง ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประเทศชาติก็ดี โลกเราก็ดี กำลังยุ่งยากวุ่นวายด้วยภาวะสงคราม และขณะเดียวกัน อีกประมาณ ๒ เดือนก็จะเกิดภาวะแล้งจัด..!


    ตรงส่วนนี้ถ้าหากว่าเราช่วยกันเอาไว้ ถึงจะช่วยคนหมู่มากไม่ได้ แต่ว่าในเขตทองผาภูมิของเรา ก็ไม่น่าจะย่ำแย่นัก เนื่องเพราะว่าพระภิกษุสามเณรของเราอยู่ได้ด้วยญาติโยมสงเคราะห์ ถ้าหากว่าญาติโยมลำบากด้วยการทำมาหากิน พวกเราก็จะลำบากไปด้วย อย่างที่หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค บอกกับหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงว่า "ถ้าชาวบ้านอด พระกับหมาก็ตายก่อน" เนื่องเพราะว่าถึงเวลาคนอดขึ้นมา ก็ต้องเอาตัวเองรอดไว้ก่อน เรื่องของการทำบุญหรือว่าเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอันว่าพับไปโดยปริยาย

    หลังงานวันนี้ คุณนวลจันทร์ เพียรธรรม ประธานคณะกรรมการบริษัทเอ็นซีทัวร์ นำเอาโปรแกรมไปรัสเซียมาถวาย นิมนต์กระผม/อาตมภาพเดินทางไปด้วยช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ก็ยังคิดอยู่ว่าถึงจะรับนิมนต์ก็จริง แต่ถ้าตอนนั้นนาโตรุมตีรัสเซียพอดี คนที่ไปกับพวกเราก็คงได้วิ่งหนีขีปนาวุธกันบ้าง..! เพราะว่าสถานที่ไปส่วนใหญ่ก็เป็นที่สำคัญของรัสเซียทั้งนั้น แต่ว่าเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องของอนาคต ไปได้ก็ไป ถ้าหากว่ามีเหตุหนักหนาสาหัส ไม่สามารถที่จะไปได้ก็รอโอกาสต่อไปแล้วกัน..!

    ในเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศ หรือต่อให้ไม่ใช่ต่างประเทศก็ตาม ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือรักษากำลังใจของเราเอาไว้ได้หรือเปล่า ? ไม่ใช่ว่าไปเพลิดเพลินอยู่กับสิ่งต่าง ๆ ที่เราพบ จนกระทั่งหลงลืมวัตรปฏิบัติของตนเองไปเลย..!

    ถ้าทุกท่านสังเกตดูในบันทึกการเดินทาง จะเห็นว่าทุกคืนและทุกวัน กระผม/อาตมภาพต้องภาวนาจนครบตามที่เคยทำเสียก่อน แล้วถึงจะร่วมคณะไปในโปรแกรมต่าง ๆ ที่เขาวางเอาไว้ เพราะว่าสิ่งแรกเลยที่พวกเราต้องระวัง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ตาม ก็คือรักษาใจของเราให้ว่างจาก รัก โลภ โกรธ หลง ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,471
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,141
    ค่าพลัง:
    +26,937
    ส่วนใหญ่แล้วบุคคลที่ร่วมคณะไปก็ถือว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม เรื่องนี้จึงไม่น่าหนักใจนัก แต่ถ้าหากว่าไปเจอคณะอื่น เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา บางทีก็เล่นงานคณะทัวร์เสียย่ำแย่ไปเลยก็มี..! โดยที่แต่ละคนนั้น มักจะมองแต่ประโยชน์ส่วนตน จนกระทั่งลืมไปว่าผู้อื่นเขาคิดอย่างไร ?

    โบราณท่านใช้คำว่า "อกเขาอกเรา" หรือไม่ก็ใช้คำว่า "มิตรจิตมิตรใจ" ซึ่งจะว่าไปแล้ว บางทีคำพูดแรง ๆ ก็กลายเป็นเรื่องที่ฝังใจคนอื่นไปเลย กลายเป็นสร้างเวรสร้างกรรมต่อเนื่องกันไปโดยใช่เหตุ บางทีถึงเวลาเกิดปัญหาขึ้นมา โยมก็มาขอโทษขอโพย กระผม/อาตมภาพก็แจ้งว่า เป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้น เราแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้ดีที่สุดก็แล้วกัน

    ปัญหาหนักหนาสาหัสที่เคยพบก็คือตอนที่เดินทางจากแคชเมียร์ไปเลห์ - ลาดักด้วยทางรถยนต์ ซึ่งน้อยคนจะกล้าทำ เนื่องเพราะว่ามีโอกาสเจอภูเขาหิมะถล่ม แล้วทางด้านนั้น เวลาถล่มแต่ละทีก็น่ากลัวมาก เพราะว่าลงมาเป็นระยะทางยาวทีหนึ่ง ๒ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตร..! ความสูงขนาดไหนประมาณได้ยาก ดูจากช่องที่เขาเจาะให้เราไปแล้ว เลยหัวไปเป็นเท่า ๆ ตัว ก็น่าจะสูงอย่างต่ำ ๆ ก็ ๖ - ๗ เมตรขึ้นไป..!

    บางทีวิ่งไป ๆ ก็เห็นล้อรถสิบล้ออยู่ใต้หิมะโผล่ขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ถามคนขับรถเขาบอกว่า ต้องรอหน้าร้อน หิมะละลายแล้วค่อยมาขุดกัน แล้วก็ไปเจอเข้าจริง ๆ เนื่องเพราะว่าในระหว่างที่เดินทางอยู่ หิมะก็ถล่มลงมาข้างหน้า ปิดทางไปจนหมด

    เพียงแต่โชคดีที่ว่าของเราไปด้วยรถตู้ ๒ คัน ติดอยู่ด้านเดียวกันทั้งหมด ถ้าหากว่าหลุดไปฝั่งตรงข้ามสักคันหนึ่งก็บรรลัยแน่นอน เพราะไม่รู้ว่าจะประสานงานกันอย่างไร เนื่องเพราะว่าเส้นทางนั้นมีการบล็อกสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นระยะ ๆ เพราะว่าเป็นแนวชายแดนที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองอย่างยิ่ง

    พวกเราก็แก้ปัญหาด้วยการที่ย้อนกลับไปเที่ยวบริเวณเมืองโซนามาร์ก ก็คือแทนที่จะไปนั่งเครียด ก็ไปเช่าม้า เดินป่า ดูหิมะกัน ผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้วค่อยกลับมาเข้าแถวรอเดินทาง

    คราวนี้จากการเดินทางของเราก็คือต้องไปถึงเมืองคาร์กิลให้ได้ภายในคืนนั้น พวกเราเองวิ่งไปจนกระทั่งเที่ยงคืน ตี ๑ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ยังโชคดีมากที่ว่ารถขุดอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่หิมะถล่ม จึงสามารถที่จะเจาะช่องทางทะลุมาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่อย่างนั้นแล้วก็คงต้องรอกันเป็นวัน ๆ..!

    หลังจากที่พวกเราผ่านไปได้ ก็ได้ยินว่าวันรุ่งขึ้นช่วงเช้าเขาให้รถฝั่งหนึ่งวิ่งมา แล้วช่วงบ่ายให้รถอีกฝั่งหนึ่งวิ่งไป เนื่องจากว่าการเจาะทางเพื่อให้รถวิ่ง ไม่สามารถที่จะเกรดจนกระทั่งกว้างพอที่รถจะสวนกันได้ เพราะว่าจะทำให้ช้ามาก จึงต้องใช้วิธีเกรดเฉพาะตัวรถผ่านได้คันเดียว พอพวกเราผ่านไปแล้วก็ยังเสียวสันหลังอยู่เหมือนกัน เนื่องเพราะว่าหิมะสูงท่วมเลยรถไปหลายช่วงตัว..!

    เรื่องพวกนี้เป็นปัญหาที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าคณะของพวกเราถือว่าโชคดี ทุกอย่างยังสามารถเป็นไปตามโปรแกรมได้ แม้ว่าจะเข้าที่พักล่าช้าไปมากก็ตาม
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,471
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,141
    ค่าพลัง:
    +26,937
    เรื่องแบบนี้ถ้าหากว่าไปเกิดกับคณะอื่น ก็อาจจะมีประเภทโวยวายกับทางคณะทัวร์ จนกระทั่งบางทีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบก็อาจจะเครียดจนหัวหงอกไปเลย..! แล้วที่เหลือเชื่อก็คือว่าผู้ที่โวยวายมากที่สุด มักจะเป็นบรรดานักบวชผู้ใหญ่ เนื่องเพราะว่าเอ็นซีทัวร์นั้นได้ทำการนำคณะของพระผู้ใหญ่เดินทางไปอินเดียมา ๓๐ - ๔๐ ปีแล้ว

    สิ่งหนึ่งที่เจออยู่เสมอก็คือ ท่านต้องการทุกอย่างให้ได้อย่างใจ ประมาณว่า "ตรงนี้สวย..จอดเลย คืนนี้หาที่พักกันตรงนี้แหละ..!" แล้วลองคิดดูว่าทางด้านทัวร์เขาจองโรงแรมเอาไว้ที่เมืองข้างหน้า ถ้าหากว่าพักตรงนี้ ก็แปลว่าทางด้านโน้นต้องทิ้งไปเฉย ๆ แล้วรายจ่ายของคณะทัวร์ก็เพิ่มมาเท่าตัว เพราะว่าต้องหาที่พักใหม่

    แล้วเส้นทางที่สวยงามนั้นก็มักจะอยู่ในป่าในเขา ที่พักหายาก ถ้าคุณไปคณะใหญ่อาจจะมีที่ไม่พอให้พัก กว่าจะเกลี้ยกล่อมให้พระผู้ใหญ่ท่านยอมคล้อยตามและเดินทางต่อ ทางเจ้าหน้าที่รับผิดชอบก็หน้าเหี่ยวไปตาม ๆ กัน ก็คือเครียดจนแก่ภายในวันเดียว..!

    ดังนั้น..ถ้าหากว่าเจอคณะทัวร์ที่ทำตัวง่าย ๆ เห็นปกติธรรมดาที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอน ก็คือ "ทุกอย่างไม่เที่ยง" ถ้าอยู่ในลักษณะนี้ก็พอที่จะไปไหนกันได้อย่างสะดวก ระยะหลังทางเอ็นซีทัวร์จึงมักจะมาหากระผม/อาตมภาพ เพราะว่าผู้ที่ร่วมคณะไปนั้นหาบุคคลที่มีปัญหาได้น้อยมาก เพราะว่าส่วนใหญ่จิตใจก็ไปในทางเดียวกันอยู่แล้ว

    โดยเฉพาะการเดินทางของเราก็คือการฝึกฝนขัดเกลาตัวเอง ระมัดระวังอย่างไรที่จะไม่ให้กำลังใจของเราเสียด้วย รัก โลภ โกรธ หลง ที่มากระทบ การฝึกหัดตัวเองแบบนี้ก็คือการไปชนกับของจริงที่จะต้องเจอ แต่ละท่านแต่ละคนจะสามารถเอาตัวรอดได้อย่างไร ทุกคนจะรู้แก่ใจตัวเองอยู่ แต่ว่าถึงแม้กำลังใจจะเสีย แต่ว่าถ้ารักษาอาการทางกาย ทางวาจาเอาไว้ได้ ก็ยังถือว่าไม่ขาดทุนมาก

    ดังนั้น..ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งแต่ละทริป จึงเป็นเรื่องที่ช่วยฝึกฝนตัวเราเองในเรื่องกำลังใจ ว่าเราจะแบกไว้หรือปล่อยวางสักเท่าไร ? ถ้าหากว่าปล่อยวางได้ ถือว่าเสมอตัวเท่านั้น แต่ถ้าไปแบกไว้ก็ขาดทุนทันที..! ถ้าขนาดปล่อยวางยังถือว่าแค่เสมอตัว แล้วลองคิดดูว่าทำอย่างไรที่เราจะให้ได้กำไร ? ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราสามารถรักษากำลังใจของตนเองเอาไว้ได้ตลอดเวลา เหมือนอย่างกับตอนที่เราไม่ได้เดินทาง ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะต้องขาดทุนอย่างแน่นอน..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...