ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อ้าว
    อิหร่านแย้ง ไม่มีแผนเจรจากับอเมริกาในหลายวันนี้ แหกหน้าทรัมป์ที่เพิ่งโพล่งว่านัดกันแล้วที่โดฮา กาตาร์ วันนี้ (วันอังคาร)
    นี่คืออิหร่านแค่ทำลีลา หรือว่าไม่มาจริงๆ!? !? !?
    อย่างไรก็ตาม อิหร่านหยอดว่าจะส่งคณะไปโดฮาเพื่อติดตามการดำเนินงานตาม MOU (เอ๊ะ งงๆ นะ ไม่คุย แต่ส่งไปอ่อย???)
    ฮอร์มุซข้า ใครอย่าแตะ ข้าแตะได้คนเดียว
    ทุ่นระเบิดที่ยังลอยละล่องอยู่ในฮอร์มุซ มีเพียงอิหร่านชาติเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้าไปเคลียร์ได้ ซึ่งใน MOU ก็ระบุเยี่ยงนั้น
    นี่เป็นการตอกหน้าฝรั่งเศส หลังมาครงแหลมออกมาว่าจะร่วมกับโอมาน พร้อมด้วยหมู่พันธมิตร เข้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด
    "เราขอตักเตือนฝรั่งเศสจงอย่าได้แหยมมาทำให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงเข้าไปอีก"
    นอกจากนี้ อิหร่านก็ด่าพฤติการณ์ของอเมริกา และยืนกรานว่าอิหร่านยึดมั่นปฏิบัติตาม MOU แน่ ตราบใดที่อเมริกายึดถือมันเช่นกัน
    ด้านอิสราเอล ไม่สนสี่สนแปด ยังคงมุ่งมั่นในการยิงในกาซาและเลบานอนต่อไป
    นอกจากนี้ ทางอิหร่านเผยว่าทรัพย์สินของอิหร่านในกาตาร์ที่อเมริกาสั่งอายัดไว้มาเนิ่นนาน จะคืนให้อิหร่าน ก้อนแรก 6,000 ล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด 12,000 ล้านดอลลาร์ ตาม MOU
    อืมม์ ยืนยันจะเอาเงิน แต่ยังไม่ยืนยันจะเจรจาต่อ
    คล้ายๆ ว่า "เงินมา เจรจาจ้ะ" แต่ "เงินไม่มา ก็รอไปจ้ะ"
    (นี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมต้องไปคุยกันที่กาตาร์ เพราะเงินอยู่ที่นั่น)
    จะรอดไม่รอดเนี่ย การเจรจา ...
    เอาเป็นว่า จับตา วันนี้จะมีเจรจาไหม หรือสัปดาห์นี้จะมีไหน สักนัด

    https://www.facebook.com/share/p/1By1ghL4eU/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️เป็นครั้งแรกที่ปูติน "ยอมรับ" โดยใช้คำว่า "ขาดแคลนเชื้อเพลิง"และต้องนำเข้า
    ครั้งแรกในรอบ 4 ปี 4 เดือน หรือครั้งแรกนับตั้งแต่รบนั่นเอง
    แปลว่าหมัดของยูเครนชุดหลัง "หนักจริง"‼️‼️

    ยัง ยังไม่ขนาดที่ฝรั่งพาดหัวโครมคราม
    ปูตินมิได้บอกว่าขาดแคลนทั้งประเทศ ทว่าเฉพาะเจาะจงไปที่ไครเมีย(เท่านั้น) ซึ่งทัพยูเครนกระหน่ำแหลก และยังพยายามตัดเส้นทางขนส่งเชื้อเพลิงเข้าไครเมียด้วย
    (*เพจเดือดฯ เพิ่งเขียนละเอียดๆ ไปเมื่อไวๆ นี้)

    ปูตินจำต้องออกปาก เพื่อแสดงความตระหนักของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนในประเทศเข้าใจสถานการณ์
    ตอนนี้คาบสมุทรไครเมียต้องเร่งนำเข้าเชื้อเพลิง

    ส่วนที่อื่นๆ "ยังไหว"
    ปูตินให้คำมั่น เร่งซ่อมโรงกลั่นที่ถูกกะซวก
    (***อย่างไรก็ตาม ซ่อมเสร็จ ก็ถูกจ้วงใหม่อีก จ้วงแล้วซ่อม ซ่อมแล้วจ้วง วนไป และก็มีเป้าใหม่เพิ่มเติมจากเป้าเดิมอีก)

    ปูตินเน้นย้ำ "มิใช่วิกฤติ"

    แต่ก็นั่นแหละ ไม่เคยมีคำว่า "ขาดแคลนเชื้อเพลิง" หลุดจากลิ้นปูตินมาก่อน
    บัดนี้เอ่ยออกไปแล้ว ...

    ไครเมียหนัก

    แต่ที่อื่นที่ปูตินเลือกไม่กล่าวถึงก็มิใช่ว่าไม่คับขัน
    (ยกตัวอย่าง ที่อีร์คุตสก์ในไซบีเรีย ปั๊มของรัฐวิสาหกิจรอสเน็ฟต์มีจำกัด ห้ามเติมน้ำมันเกินวันละ 50 ลิตรสำหรับหนึ่งคัน ; ปั๊มอื่นก็จำกัดต่ำกว่านี้อีก)

    ทั้งนี้ ปัจจุบันรัฐบาลรัสเซียแบนชั่วคราว⛔ห้ามส่งออกเบนซิน
    ส่วนดีเซล ถ้าผลิตเอง ยังให้ส่งออกได้✅ แต่ผู้ค้าที่ทำเทรดดิ้งด้วยการซื้อไปส่งออก นี่แบนชั่วคราว❌
    และตอนนี้แว่วว่าร่ำๆ จะแบนห้ามส่งออกดีเซลทั้งหมดเลยแล้ว⛔

    โรงกลั่นรัสเซียโดนจู่โจมไม่ยั้ง ... และรัสเซียก็ต้านทานไม่ค่อยได้
    ได้แต่ซ่อม
    ซ่อมก็ไม่ค่อยทัน
    ถึงทันก็โดนตีอีก

    ตอนนี้ ปฏิเสธไม่ได้ รูปมวยเป็นรอง

    https://www.facebook.com/share/p/1C3B7ViEVC/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ครม.เคาะต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองเหลือ 0.01%
    ไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 สำหรับบ้าน-คอนโดฯ ที่มีราคาขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้าน และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท BTimes


    Jun 30, 2026 ต่ออายุ! ครม.เคาะต่อมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนองอสังหาฯเหลือ 0.01% ถึง 30 มิ.ย. 2570 บ้าน-คอนโดฯที่มีราคาขาย ราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท วงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2569 โดยต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และการจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% เพื่อบรรเทาภาระประชาชน กระตุ้นตลาดที่อยู่อาศัย และรักษาแรงขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 และมีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับมาตรการเดิมที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569
    พร้อมกันนี้ ครม.ยังเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย 2 ฉบับ ได้แก่
    1.ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ หรือที่ดินพร้อมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารอาคารพาณิชย์ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
    2.ร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด กรณีห้องชุดตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

    สำหรับมาตรการครั้งนี้ กำหนดให้ ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์จากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ครอบคลุมการซื้อขายบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และห้องชุด โดยกำหนดให้ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา ทั้งนี้ ไม่รวมกรณีการขายเฉพาะส่วน

    รัฐบาลคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ส่งเสริมการซื้อขายที่อยู่อาศัยทั้งตลาดมือหนึ่งและมือสอง รวมถึงช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

    กระทรวงการคลังประเมินว่า มาตรการนี้จะช่วยให้เกิดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 540,810 ล้านบาทต่อปี ก่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นราว 305,814.81 ล้านบาท และช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.06% ต่อปี.

    #ค่าธรรมเนียมการโอน #จดจำนอง #อสังหาฯ #คอนโด #บ้าน #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/1BTsNRrrtk/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาแล้วคำแปล
    โดยได้กล่าวถึงการประชุม GBC ที่จันทบุรี เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.68
    ที่ผ่านมาเมื่อปลายปี ด้าน เนียก บุน ชาย (Nhek Bun Chhay)
    ได้กล่าวถึงการขอเจรจา GBC ที่ฝั่งไทยร้องขอและได้เซ็นและมีการเล่าถึงการบุรุกของไทยโดยไม่ได้เคารพ ข้อตกลงและพยายามจะบุรุกมาอย่างต่อเนื่อง
    .
    มีประชาชนสงสัยทำไมเราไม่บุกรุกคืนบ้างหรือเอาคืน เราขอตอบก่อนเพราะว่า เราไว้ใจเขามาเกินไป เลยไมได้ตั้งรับ ทำให้เสียเปรียบอย่างมาก ในด้านการรบ
    .

    อ้างอิง จากก่อนหน้านี้ บางคำแปลอาจจะต้องลบออก เพราะตอนนี้มีการตรวจสอบจากเฟสบุ๊คในเรื่องความรุนแรง ของคำพูด แอดจะตัดแค่บางคำให้ดู ราบลืนมากกว่าใช้คำรุนแรง เพราะการแปล ตรงๆมันรุนแรงมาก
    (แอดจ้างคนแปลนะถูกต้องทุกคำ)

    #beemnews
    #Scambodia

    คลิปแปลคลิกลิงค์ข้างล่างครับ ปลอดภัย 100÷ แอดเขาจ้างคนแปลนะถูกต้องทุกคำ เลยไม่อยาดไปดูดไฟล์มา)

    https://www.facebook.com/share/v/1BTLWmU1CV/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บุกงานอาชูรอของชาวชีอะห์ในมาเลเซีย จุดคำถามเรื่องเสรีภาพทางศาสนาและความหลากหลายภายในอิสลาม

    รายงานพิเศษ | เดอะพับลิกโพสต์

    การบุกตรวจงานรำลึกวันอาชูรอของชาวมุสลิมชีอะห์ในรัฐเซลังงอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานศาสนาอิสลามของมาเลเซียเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการถกเถียงที่ดำเนินมายาวนานเกี่ยวกับเสรีภาพในการตีความศาสนา ความสัมพันธ์ระหว่างนิกายต่าง ๆ ในอิสลาม และทิศทางของมาเลเซียท่ามกลางบริบทที่โลกมุสลิมกำลังเปลี่ยนแปลง

    เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 26 มิถุนายน เมื่อกรมศาสนาอิสลามแห่งรัฐเซลังงอร์ (JAIS) พร้อมกำลังจากตำรวจ กรมตรวจคนเข้าเมือง กรมดับเพลิงและกู้ภัย คณะกรรมการการสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย และสภาเมืองสุบังจายา รวมเจ้าหน้าที่กว่า 120 นาย เข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองเปตาลิงจายา หลังได้รับแจ้งว่ามีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคำสอนของนิกายชีอะห์

    ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด ชาห์ซิฮาน อาหมัด ผู้อำนวยการ Jais กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบุคคลรวม 226 คน ประกอบด้วยผู้ชาย 147 คน ผู้หญิง 51 คน และเด็ก 28 คน พร้อมดำเนินการสอบสวนตามพระราชบัญญัติความผิดทางอาญาอิสลาม (รัฐเซลังงอร์) พ.ศ. 2538 โดยระบุว่าผู้จัดงานอาจกระทำความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามฟัตวา (คำวินิจฉัย) ของรัฐ เผยแพร่คำสอนที่ถูกจัดให้เป็น "เบี่ยงเบน" และครอบครองเอกสารที่ขัดต่อฟัตวา

    JAIS ยังเรียกร้องให้ประชาชนแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนิกายชีอะห์ พร้อมเตือนชาวมุสลิมไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว

    ## งานอาชูรอที่กลายเป็นประเด็น

    กิจกรรมที่ถูกตรวจค้นเป็นการรำลึกวันที่ 10 เดือนมุฮัรรอม หรือวันอาชูรอ ซึ่งเป็นวันที่ชาวมุสลิมชีอะห์ทั่วโลกจัดพิธีรำลึกถึงการพลีชีพของอิมามฮุเซน หลานของศาสดามุฮัมมัด ในยุทธการกัรบะลาเมื่อปี ค.ศ. 680

    สำหรับชาวชีอะห์ เหตุการณ์กัรบะลาไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของการยืนหยัดต่อสู้กับความอยุติธรรมและการกดขี่ จึงทำให้พิธีรำลึกวันอาชูรอเป็นหนึ่งในพิธีกรรมสำคัญที่สุดของนิกาย

    แม้ว่านิกายชีอะห์จะเป็นหนึ่งในสองนิกายหลักของศาสนาอิสลาม และเป็นนิกายที่ประชากรส่วนใหญ่ในอิหร่าน อิรัก อาเซอร์ไบจาน และบาห์เรนนับถือ รวมทั้งมีชุมชนขนาดใหญ่ในเลบานอน เยเมน ซาอุดีอาระเบีย คูเวต ปากีสถาน และอินเดีย แต่ในมาเลเซีย หน่วยงานศาสนาอิสลามของหลายรัฐได้ออกฟัตวาจัดให้คำสอนของชีอะห์เป็นแนวคิดที่เบี่ยงเบนจากแนวทางซุนนีที่รัฐรับรอง และมีการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้เผยแพร่หรือจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง

    ## "อย่าอยู่ในกะลา"

    นักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติการของ JAIS อย่างชัดเจนที่สุด คือ "ดร.อาหมัด ฟารุก มูซา" ผู้อำนวยการองค์กร Islamic Renaissance Front (IRF) ซึ่งติดตามและวิจารณ์นโยบายด้านศาสนาของมาเลเซียมาอย่างต่อเนื่อง

    เขาระบุว่า เจ้าหน้าที่ของ JAIS ควรเปิดมุมมองต่อความหลากหลายของโลกมุสลิม มากกว่าการยึดติดว่ามีเพียงการตีความอิสลามแบบเดียวที่ถูกต้อง

    "JAIS ควรเดินทางไปดูโลกมุสลิมบ้าง ไม่ควรอยู่ในกะลาและคิดว่ามีเพียงการตีความอิสลามแบบของ JAIS เท่านั้นที่ถูกต้อง" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อ MalaysiaNow เมื่อ 29 มิ.ย. 69

    ดร.อาหมัด ฟารุก ซึ่งเป็นอาจารย์แพทย์ เจ้าของงานเขียนด้านอิสลามศึกษาหลายชิ้น และผู้จัดทำวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเกี่ยวกับอัลกุรอาน กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานของรัฐยังไม่เข้าใจความสำคัญของพิธีรำลึกวันที่ 10 มุฮัรรอม โดยเฉพาะหลังสงครามกับอิหร่าน ซึ่งทำให้พิธีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการไว้อาลัยต่ออิมามฮุเซนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกเร้าจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านต่อสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลด้วย

    ฟารุกให้สัมภาษณ์กับ MalaysiaNow ว่า "พิธีดังกล่าวปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งการต่อต้าน ความอธรรม ในหมู่มุสลิม เป็นการสะท้อนความกล้าหาญทางศีลธรรมของหลานชายของศาสดามุฮัมมัด ผู้เลือกการพลีชีพแทนการยอมจำนนต่อผู้ปกครองที่อยุติธรรม โดยให้ความสำคัญกับความจริงและความยุติธรรมเหนืออำนาจ""

    เขากล่าวต่อว่า "จึงไม่น่าแปลกใจที่อิหร่าน ซึ่งยึดถือนิกายชีอะห์ จะเป็นประเทศเดียวที่ยืนหยัดต่อสู้กับจักรวรรดินิยมสหรัฐฯ และพันธมิตรของพวกเขาอย่างไซออนิสต์อิสราเอล จิตวิญญาณแห่งการต่อต้านเช่นนี้ต่างหากที่ JAIS ควรเรียนรู้"

    ## ความย้อนแย้งที่กำลังถูกจับตา

    การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี "อันวาร์ อิบราฮิม" พยายามรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้อันวาร์เปิดเผยว่า อิหร่านได้ให้คำมั่นว่าจะดูแลความปลอดภัยของเรือสินค้าของมาเลเซียที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค

    MalaysiaNow ยังรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ไม่พบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นชาวอิหร่านแต่อย่างใด

    ภาพดังกล่าวสะท้อนความย้อนแย้งระหว่างนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลกลางที่พยายามกระชับความสัมพันธ์กับอิหร่าน กับการบังคับใช้กฎหมายศาสนาของหน่วยงานระดับรัฐที่ยังคงดำเนินมาตรการเข้มงวดต่อกิจกรรมของชาวชีอะห์

    ## ประเด็นที่ไม่ได้จบแค่เรื่องนิกาย การถกเถียงที่ยังดำเนินต่อ

    ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเด็นชีอะห์ในมาเลเซียเป็นหัวข้อที่อ่อนไหว ทั้งในเชิงกฎหมาย ศาสนา และการเมือง แม้รัฐธรรมนูญรับรองให้อิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ แต่การตีความและการกำกับดูแลกิจการศาสนาอยู่ภายใต้อำนาจของแต่ละรัฐ ทำให้แนวทางการบังคับใช้แตกต่างกันในรายละเอียด

    MalaysiaNow ระบุว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา หน่วยงานศาสนาของมาเลเซียออกฟัตวาหลายฉบับที่จัดให้นิกายชีอะห์เป็นแนวคิดที่เบี่ยงเบน ขณะที่ในอดีต การคุตบะห์ (เทศนา) ในละหมาดวันศุกร์ในมัสยิดหลายแห่งยังเคยมีคำเทศนาที่ประณามนิกายชีอะห์รวมอยู่ด้วย

    ดร.อาหมัด ฟารุกเป็นหนึ่งในนักวิชาการมุสลิมชาวมาเลเซียที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการต่อชาวชีอะห์มากขึ้น โดยเฉพาะหลังสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งนักวิชาการมุสลิมจำนวนไม่น้อยทั่วโลก รวมถึงนักวิชาการสายวะฮาบีที่เคยมีจุดยืนต่อต้านอิหร่าน ต่างลดความขัดแย้งระหว่างนิกายลง และแสดงการสนับสนุนชาวมุสลิมอิหร่านในการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯ และอิสราเอล

    ฟารุกชี้ว่า แม้ปัจจุบันแม้การคุตบะห์วันศุกร์ที่เคยกล่าวประณามชีอะห์จะลดลง แต่หน่วยงานศาสนายังคงเผยแพร่ความเข้าใจอิสลามในกรอบการตีความที่คับแคบ โดยยอมรับเพียงบางสำนักคิดของโลกมุสลิมเท่านั้น เขาระบุว่าเนื้อหาของคุตบะห์ในหลายพื้นที่ยังคงเน้นให้มุสลิมยึดถือเพียงแนวทางอะชาอิเราะห์ มาตูรีดียะห์ นิติศาสตร์ชาฟิอี และแนวทางตะเซาวุฟของอิมามอัลฆอซาลีและอิมามอัลญุไนด์ อัลบัฆดาดี โดยอ้างถึงบทเทศนาวันศุกร์ประจำสัปดาห์ที่จัดทำโดย JAIS

    เขาตั้งคำถามว่า หากประวัติศาสตร์อิสลามมีสำนักคิดหลากหลาย ทั้งชีอะห์ อิบาดียะห์ มุอ์ตะซิละห์ ซะละฟียะห์ และสำนักคิดอื่น ๆ ซึ่งล้วนหันหน้าไปยังกิบละห์เดียวกัน เหตุใดหน่วยงานศาสนาของรัฐจึงไม่ยอมรับความหลากหลายดังกล่าว

    “ประเด็นสำคัญคือ ในศาสนาอิสลามมีเสรีภาพทางความคิดหรือเสรีภาพทางมโนธรรมหรือไม่?”

    “นอกจากนิกายอะชาอิระฮ์และมาตุริดิยะฮ์แล้ว ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่ายังมีนิกายซาลาฟียะฮ์ ชีอะฮ์ อิบาดียะฮ์ มุอ์ตะซิละห์ และนิกายอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนเป็นอะฮ์ลุลกิบลัต (ละหมาดไปยังทิศเดียวกัน) หมายความว่าพวกเขานับถือบูชาอัลลอฮ์เพียงองค์เดียว ทำไม JAIS จึงเข้าใจความหลากหลายนี้ได้ยากนัก?” เขาถาม

    ปัจจุบัน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ได้ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากนักวิชาการมุสลิมบางส่วนให้ลดความขัดแย้งระหว่างนิกาย และหันมาให้ความสำคัญกับเอกภาพของประชาคมมุสลิมมากขึ้น เหตุการณ์ที่รัฐเซลังงอร์จึงไม่ใช่เพียงการบุกตรวจงานรำลึกของชาวชีอะห์ หากยังสะท้อนคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า รัฐจะสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองแนวทางศาสนาที่รับรองอย่างเป็นทางการ กับการยอมรับความหลากหลายของการตีความภายในโลกอิสลามได้เพียงใด

    อ้างอิง : Bernama, MalaysiaNow, New Straits Times
    https://www.facebook.com/share/1F2cGCDSHD/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหรัฐฯ ยกระดับแสนยานุภาพทางทะเลครั้งสำคัญในพื้นที่แปซิฟิก หลังกองทัพอากาศประสบความสำเร็จในการบูรณาการขีปนาวุธต่อต้านเรือรบระยะไกลเข้ากับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ระดับตำนาน

    กองทัพอากาศสหรัฐฯ ติดอาวุธขีปนาวุธล่องหนพิสัยไกล AGM-158C LRASM ให้เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 Spirit หวังขยายขีดความสามารถโจมตีเรือรบข้าศึกจากระยะปลอดภัยหลายร้อยไมล์ในน่านน้ำแปซิฟิก

    มีรายงานว่า กองทัพอากาศสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump ได้เปิดเผยความสำเร็จเป็นครั้งแรกในการทดสอบยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบพิสัยไกลแบบล่องหน หรือ AGM-158C LRASM จากเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ B-2 Spirit ระหว่างการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ภายใต้รหัส Valiant Shield 2026 เหนือน่านน้ำทะเลฟิลิปปินส์และบริเวณตอนเหนือของหมู่เกาะมาเรียนา โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้ทำลายเป้าหมายซึ่งเป็นอดีตเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบกที่ปลดประจำการแล้วได้อย่างแม่นยำ

    การปรับเปลี่ยนระบบอาวุธในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับครั้งประวัติศาสตร์ของฝูงบิน B-2 Spirit ซึ่งเดิมทีถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจเจาะทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศและทิ้งระเบิดนิวเคลียร์หรือระเบิดทำลายล้างสูงภาคพื้นดิน โดยการรวมระบบขีปนาวุธ LRASM ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนเส้นทางบินได้เองโดยอัตโนมัติเพื่อหลบหลีกการป้องกันของศัตรู จะช่วยให้ฝูงบินล่องหนที่มีอัตราการรอดชีวิตสูงนี้ สามารถปฏิบัติการตามล่าและทำลายกองเรือรบขนาดใหญ่ที่มีการป้องกันหนาแน่นได้อย่างมีประสิทธิภาพจากระยะไกลหลายร้อยกิโลเมตร

    นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงประเมินว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งสัญญาณโดยตรงถึงการเตรียมความพร้อมรับมือความขัดแย้งในระดับสูงกับกองทัพเรือจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก นอกจากการอัปเกรดฝูงบิน B-2 แล้ว ทางการสหรัฐฯ ยังอยู่ในกระบวนการบูรณาการระบบอาวุธนำวิถีโจมตีเรือรบระยะไกลลักษณะเดียวกันนี้เข้ากับเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยอย่าง F-35 รวมถึงเครื่องบินรบแพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ทางทหารในน่านน้ำสากล

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: กองทัพอากาศสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธ AGM-158C LRASM จากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Spirit ในการซ้อมรบ Valiant Shield 2026 ทำลายเรือเป้าหมายในแถบหมู่เกาะมาเรียนา
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: จำนวนขีปนาวุธ LRASM สูงสุดที่เครื่องบิน B-2 สามารถบรรจุภายในห้องเก็บอาวุธลับใต้ท้องเครื่องได้ในหนึ่งเที่ยวบินปฏิบัติการจริง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานความพร้อมของการติดตั้งระบบนี้ในฝูงบินขับไล่ F-35 ทุกรุ่นประจำการในพื้นที่ส่วนหน้าอย่างสมบูรณ์ภายในปีนี้

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานข่าวได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยบัญชาการกองทัพอากาศสหรัฐฯ ประจำภาคพื้นแปซิฟิก (PACAF) และสื่อความมั่นคงชั้นนำระดับโลกตรงกัน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Pacific Air Forces Public Affairs, The War Zone

    https://www.facebook.com/share/18mrEeLAy7/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM สั่งเตรียมพร้อมกองกำลังกว่า 50,000 นายทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดหลังสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญหน้าทางทหารรอบใหม่ในช่องแคบฮอร์มุซ

    สหรัฐฯ สั่งระดมพล 50,000 นายตรึงตะวันออกกลาง หลังอิหร่านปฏิเสธเตรียมเจรจาที่โดฮา

    มีรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ประกาศยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุดให้แก่กำลังพลมากกว่า 50,000 นายที่ประจำการอยู่ทั่วตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้กรณีที่อิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดี Donald Trump สั่งการโจมตีทางอากาศกลับไปยังฐานเรดาร์และระบบสื่อสารของอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ

    ขณะเดียวกัน บรรยากาศทางการทูตยังคงมีความย้อนแย้งสูง โดยประธานาธิบดี Donald Trump อ้างว่าทางการอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอเปิดฉากการเจรจาในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ แต่ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ภายใต้กรอบอำนาจของผู้นำสูงสุด Mojtaba Khamenei ออกมาปฏิเสธอย่างเป็นทางการว่า ยังไม่มีการเตรียมการหรือกำหนดการเจรจาระหว่างสองฝ่ายในระดับใดๆ ทั้งสิ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทว่ายอมรับเพียงว่าจะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญไปติดตามเรื่องการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดเท่านั้น

    นักวิเคราะห์ระบุว่า ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในปี 2026 ยังคงดำเนินไปตามแนวทางเดิม นั่นคือการใช้แรงกดดันทางทหารควบคู่ไปกับการเปิดช่องทางทูต (Military pressure + diplomacy) แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและบันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อที่เคยลงนามไว้ก่อนหน้านี้จะเริ่มสั่นคลอนอย่างหนัก จากการตีความที่ขัดแย้งกันในเรื่องสิทธิ์การควบคุมเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์โลก

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check

    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: CENTCOM ยืนยันรักษากำลังพลกว่า 50,000 นายในตะวันออกกลางให้อยู่ในสถานะเตรียมพร้อม และเกิดการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: กำหนดการและรูปแบบการเจรจาโดยตรงระหว่างคณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงโดฮา ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังคงให้ข้อมูลสวนทางกัน
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงหรือบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกันอย่างเป็นทางการหลังเกิดการปะทะระลอกล่าสุด

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานจากสำนักข่าวระดับโลกทั้ง Reuters, Al Jazeera และแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก CENTCOM รวมถึงท่าทีจากทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านตรงกันในสาระสำคัญของการเผชิญหน้า

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Al Arabiya
    https://www.facebook.com/share/p/1E3fUvk72n/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ท่าทีล่าสุดจากเตหะรานปฏิเสธกระแสข่าวลือเรื่องการเปิดโต๊ะเจรจาโดยตรงกับวอชิงตันในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดอย่างหนักบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

    อิหร่านปฏิเสธข้อตกลงเปิดฉากเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ ที่กรุงโดฮา สวนทางคำแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์

    มีรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านภายใต้การนำของอยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวจากฝั่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่าคณะผู้แทนของอิหร่านมีกำหนดการเข้าร่วมโต๊ะเจรจาโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันอังคารนี้ โดยทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การเดินทางไปยังกรุงโดฮาของคณะผู้แทนอิหร่านเป็นเพียงการหารือระดับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MoU) และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการเดินทางเยือนของคณะผู้แทนจากวอชิงตัน

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social อ้างว่าอิหร่านเป็นฝ่ายร้องขอให้มีการจัดการประชุมร่วมกันในกาตาร์ เพื่อควบคุมสถานการณ์หลังจากเกิดเหตุปะทะและยิงตอบโต้กันอย่างรุนแรงในช่องแคบฮอร์มุซในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวทวีความสั่นคลอนและสุ่มเสี่ยงต่อการพังทลายลง

    ขณะเดียวกัน ฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐฯ นำโดยทำเนียบขาวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พิเศษด้านการเจรจาและเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคงเตรียมพร้อมสำหรับการหารือในกรุงโดฮา โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการสันติภาพจะดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการตอบโต้ทางทหารอย่างเด็ดขาดหากมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเพิ่มขึ้น ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่าการปฏิเสธของอิหร่านสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในฝ่ายบริหารของเตหะรานเกี่ยวกับการยอมรับเงื่อนไขในข้อตกลงถาวร

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุบันทึกความเข้าใจ (MoU) หยุดยิงชั่วคราว และมีการส่งคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายเดินทางไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์จริง
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การนัดหมายเพื่อเปิดการเจรจาระดับสูงโดยตรงระหว่างตัวแทนทำเนียบขาวและตัวแทนระดับนโยบายของอิหร่านในสัปดาห์นี้
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการปล่อยสินทรัพย์ที่ถูกอายัดของอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างเป็นทางการ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – สื่อหลักระดับโลกทั้ง The Guardian, Reuters และ CBS News รายงานตรงกันในส่วนของแถลงการณ์ปฏิเสธจากฝั่งอิหร่านและโพสต์อ้างสิทธิ์ของโดนัลด์ ทรัมป์

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: The Guardian, Reuters, CBS News

    https://www.facebook.com/share/p/19LvSj7oW3/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำเนียบขาวและกรุงเตหะรานส่งสัญญาณขัดแย้ง หลังผู้นำสหรัฐฯ อ้างอิหร่านร้องขอเปิดโต๊ะเจรจาฉุกเฉินที่กาตาร์ ขณะที่ทางการอิหร่านปฏิเสธทันควันแต่เตรียมส่งคณะผู้เชี่ยวชาญหารือปมเงินฝากที่ถูกอายัด

    ทรัมป์เผยอิหร่านร้องขอเจรจาด่วนที่กาตาร์หลังเปิดศึกผลัดกันโจมตี ด้านเตหะรานปฏิเสธลั่น ยืนยันส่งเพียงคณะทูตเคลียร์ปมเงิน 6 พันล้านดอลลาร์

    มีรายงานว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ทางการอิหร่านภายใต้การนำของอยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ยื่นความจำนงขอเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เปิดฉากผลัดกันโจมตีทางทหารอย่างดุเดือดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

    อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างของผู้นำสหรัฐฯ โดยระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่มีกำหนดการพบปะหรือเจรจาทางการทูตกับตัวแทนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในทุกระดับในช่วงเวลาอันใกล้นี้ พร้อมทั้งชี้แจงว่าสถานการณ์ในภูมิภาคยังคงมีความเปราะบางและซับซ้อนเกินกว่าจะเปิดฉากการหารือทวิภาคีอย่างเต็มรูปแบบ

    ถึงกระนั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยอมรับว่า จะมีการส่งคณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษเดินทางไปยังกรุงโดฮาในสัปดาห์นี้จริง แต่มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อติดตามและเร่งรัดกระบวนการปลดล็อกทรัพย์สินและเงินฝากของอิหร่านมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ในกาตาร์ ภายใต้บันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MoU) ที่เคยระบุไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น โดยปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเปิดเจรจาสันติภาพรอบใหม่แต่อย่างใด

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: สหรัฐฯ และอิหร่านต่างเตรียมส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ในสัปดาห์นี้ และประเด็นการหารือฝั่งอิหร่านมุ่งเน้นไปที่การทวงคืนเงินอายัด 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: การกำหนดนัดหมายหรือการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างเป็นทางการในกาตาร์
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: คำกล่าวอ้างของฝั่งสหรัฐฯ ที่ระบุว่าอิหร่านเป็นฝ่ายส่งคำร้องขอเปิดโต๊ะเจรจาฉุกเฉินในทุกระดับเนื่องจากแรงกดดันทางทหาร

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานตรงกันอย่างเป็นทางการจากสำนักข่าว Tier 1 ทั้ง Associated Press, Al Jazeera และ CBS News โดยมีถ้อยแถลงยืนยันจากทั้งทำเนียบขาวและกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Associated Press, Al Jazeera, CBS News

    https://www.facebook.com/share/p/14i6MpZu6n3/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สหภาพยุโรปอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือทางทหารจำนวน 100 ล้านยูโร แก่กองทัพเลบานอนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและลดอิทธิพลกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค

    สหภาพยุโรปไฟเขียวงบประมาณ 100 ล้านยูโร หนุนกองทัพเลบานอนควบคุมพื้นที่ชายแดนและดูแลความสงบหลังข้อตกลงหยุดยิง

    สภาสหภาพยุโรปมีมติอนุมัติมาตรการช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3.9 พันล้านบาท) ผ่านกองทุนความสงบสุขแห่งยุโรป (European Peace Facility หรือ EPF) เพื่อสนับสนุนขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการทหารของกองทัพเลบานอน โดยงบประมาณก้อนนี้จะถูกนำไปใช้ในกระบวนการฝึกอบรม จัดหาอุปกรณ์ที่ไม่มีอานุภาพทำลายล้าง ตลอดจนพัฒนาระบบควบคุมชายแดน การปฏิบัติการทางทะเล และการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ

    คาจา คัลลาส ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป ระบุว่า การจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้รัฐบาลเลบานอนภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นาวาฟ ซาลาม สามารถบังคับใช้กฎหมายและรักษาอำนาจรัฐรัฏฐาธิปัตย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการปลดอาวุธและลดบทบาทของกลุ่มนอกภาครัฐอย่างกลุ่มเฮซบอลลาห์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างเสถียรภาพระยะยาวในพื้นที่ หลังจากที่อิสราเอลและเลบานอนเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันเมื่อไม่นานมานี้

    ความช่วยเหลือในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการทวิภาคีระลอกที่ 4 ของสหภาพยุโรปที่มอบให้แก่กองทัพเลบานอน ส่งผลให้ยอดรวมงบประมาณช่วยเหลือภายใต้กรอบ EPF แก่เลบานอนเพิ่มขึ้นเป็น 182 ล้านยูโร โดยงบประมาณก้อนล่าสุดจะเน้นหนักไปที่ 5 ด้านหลัก ได้แก่ การควบคุมดินแดน การเฝ้าระวังภัยคุกคามแบบพหุมิติ ความมั่นคงทางทะเล การปกป้องฐานทัพที่สำคัญ และการพัฒนาระบบสาธารณสุขทางทหาร

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: สภาสหภาพยุโรปอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือทางทหารจำนวน 100 ล้านยูโร แก่กองทัพเลบานอน ผ่านกองทุน European Peace Facility (EPF) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมดินแดนและพื้นที่ชายแดน
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายละเอียดและกรอบเวลาที่แน่ชัดในการส่งมอบอุปกรณ์และเทคโนโลยีทางการทหารที่ไม่มีอานุภาพทำลายล้างให้แก่กองทัพเลบานอนในทางปฏิบัติ
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การตอบสนองอย่างเป็นทางการหรือมาตรการตอบโต้เชิงยุทธวิธีจากแกนนำกลุ่มเฮซบอลลาห์ต่อการได้รับงบสนับสนุนครั้งนี้ของกองทัพรัฐบาล

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากสภาสหภาพยุโรป และการประกาศต่อสาธารณะโดยผู้แทนระดับสูง คาจา คัลลาส ยืนยันตรงกันกับสื่อหลักสากล

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Council of the European Union, L'Orient Today, Eunews

    https://www.facebook.com/share/p/1Bu23MPE4z/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โรงงานแปรรูปก๊าซระดับยุทธศาสตร์ของรัสเซียเผชิญความเสียหายหนัก หลังระบบท่อลำเลียงและอุปกรณ์แยกก๊าซถูกโจมตีทางอากาศจนต้องระงับการผลิตทั้งหมด

    กองทัพยูเครนประสบความสำเร็จในการส่งโดรนโจมตีระยะไกลพิชิตเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานพลังงานลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียกว่า 1,200 กิโลเมตร

    มีรายงานว่า เสียหายจากการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโรงงานแปรรูปก๊าซโอเรนบูร์ก (Orenburg Gas Processing Plant) ของเครือรัฐวิสาหกิจ Gazprom ในภูมิภาคโอเรนบูร์ก ทางตอนใต้ของสหพันธรัฐรัสเซีย โดยภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดและการวิเคราะห์ในพื้นที่เผยให้เห็นร่องรอยความเสียหายบริเวณชั้นวางท่อส่งก๊าซ (Process Racks) ระบบวาล์ว อุปกรณ์ควบคุม และสายสัญญาณ ตลอดจนโมดูลบำบัดก๊าซธรรมชาติในพื้นที่กลางแจ้ง

    หน่วยงานความมั่นคงระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายโดยตรงต่อหน่วยแปรรูปก๊าซจำนวน 4 ชุด ส่งผลให้กระบวนการผลิตทั้งหมดของโรงงานซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 60 ของกำลังการแปรรูปก๊าซทั้งหมดในเครือ Gazprom Pererabotka ต้องถูกระงับลงชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนด นอกเหนือจากความเสียหายด้านพลังงานแล้ว โรงงานผลิตก๊าซฮีเลียม (Orenburg Helium Plant) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นฐานการผลิตฮีเลียมสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีการทหารของรัสเซีย ก็ได้รับผลกระทบจากเพลิงไหม้ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

    ด้านทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียภายใต้การนำของ Vladimir Putin ยังไม่มีแถลงการณ์ลงรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการ มีเพียงรายงานจากผู้ว่าราชการภูมิภาคโอเรนบูร์กที่ระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นอากาศยานไร้คนขับได้บางส่วนเหนือพื้นที่อุตสาหกรรม และกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์เพื่อประเมินขั้นตอนการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: เกิดเหตุโดรนโจมตีโรงงานแปรรูปก๊าซและโรงงานฮีเลียมที่เมืองโอเรนบูร์กในคืนวันที่ 24 มิถุนายน 2026 ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และต้องระงับสายการผลิตชั่วคราว
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ระยะเวลาที่ชัดเจนในการซ่อมแซมระบบท่อลำเลียงและโมดูลแยกก๊าซธรรมชาติที่เสียหายเพื่อให้กลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ตัวเลขผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายในโรงงานแปรรูปก๊าซระหว่างเกิดเหตุ

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานสอดคล้องกันจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกทั้ง Interfax-Ukraine, Kyiv Post, The New Voice of Ukraine และการยืนยันข้อมูลพิกัดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: Interfax-Ukraine, Kyiv Post, The New Voice of Ukraine

    https://www.facebook.com/share/p/1HLCMSqW7X/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,285
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทหารเขมร รุกประชิดรั้วคาสิโน บึงตะกวน #บ้านคลองแผง สระแก้ว แค่ 30ม. ‘เสธ.ทบ’ไม่กลัวถูกส่อง!ปีน ร้้วตรวจ ส่งสัญญาณเตือน


    พบ ทหารเขมร รุกประชิดรั้วคาสิโน ด่านบึงตะกวน บ้านคลองแผง

    “เสธ.ปูด้วง” ปีนรั้วคาสิโน ตรวจการณ์
    ดูทหารเขมร สร้าง บังเกอร์ประชิด รั้ว
    แค่ 20-30 เมตร เท่านั้น
    “เสธ.ทบ. -เสธ.ทร. -เสธ.ทอ.”
    ลงพื้นที่ ด่านบึงตากวน-บ้านคลองแผง- บ้านหนองจาน กองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว เตรียมการ-ปฏิบัติการอย่างประสานสอดคล้องทุกมิติ
    พร้อมปกป้องอธิปไตย และดูแลประชาชน

    พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ร่วมกับ พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และ พลอากาศเอก อนุรักษ์ รมณารักษ์ เสนาธิการทหารอากาศ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ เดินทางไปยังกองกำลังบูรพา อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว เพื่อปฎิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมพื้นที่ต่างๆ ใน จ.สระแก้ว

    เช่น บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง, บ้านคลองแผง ตำบลทัพเสด็จ อำเภอตาพระยา,
    และ ด่านบึงตะกวน อำเภอตาพระยา
    โดยมี พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ต้อนรับ

    ซึ่งการตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นการประสานการปฏิบัติระหว่างเหล่าทัพ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติทางทหารในทุกมิติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

    โดยในช่วงเช้า 3 เสนาธิการเหล่าทัพ รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่และผลการปฏิบัติงานที่สำคัญของกองกำลังบูรพา

    จากนั้น เดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปและตรวจพื้นที่บังเกอร์ทหารกัมพูชาในพื้นที่ บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง

    ก่อนเดินทางต่อไปยังด่านบึงตะกวน ในพื้นที่ อ.ตาพระยา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ที่สำคัญ รวมทั้งตรวจเยี่ยมการปฏิบัติภารกิจของกำลังพลในพื้นที่ด้วย

    และ ได้ทำการหารือร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่กองกำลังสุรนารี, กองกำลังบูรพา และ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) เพื่อบูรณาการเป้าหมายร่วมทางทหาร และเตรียมการร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ การตรวจเยี่ยมพื้นที่ดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการเหล่าทัพที่มุ่งให้ทุกเหล่าทัพได้เตรียมการและปฏิบัติการทางทหารอย่างประสานสอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตั้งแต่ขั้นการเตรียมกำลังจนถึงขั้นการใช้กำลังป้องกันประเทศ รวมทั้งสนับสนุนภารกิจของกองกำลังป้องกันชายแดนเพื่อให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยและดูแลประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    #สามเสธ
    #บ้านคลองแผง
    #บ้านหนองจาน
    #กองกำลังบูรพา

    https://www.facebook.com/share/1HY44czeLv/
     

แชร์หน้านี้

Loading...