เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 16 กรกฎาคม 2026 at 19:41.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,180
    ค่าพลัง:
    +26,968
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,180
    ค่าพลัง:
    +26,968
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพได้รับนิมนต์จาก "ดร.ดอย" (ดร.ภาณุพงศ์ วังประภา) ให้ไปเยือนทิเบต ประเทศหลังคาโลกอีกวาระหนึ่ง เป็นการฉลองการจบปริญญาเอกของดร.ดอยเขา เนื่องจากว่าการไปครั้งที่แล้วก็ห่างจากครั้งนี้ประมาณ ๙ ปีแล้ว ประกอบกับทั้งคณะบอกให้กระผม/อาตมภาพงอมืองอเท้า ไม่ต้องทำอะไร นอกจากไปตามโปรแกรม กินแล้วก็นอนเท่านั้น..!

    วันนี้จึงต้องออกจากที่พักวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรีก่อนตี ๔ เล็กน้อย เนื่องเพราะว่า "ทิดรอย" (นายนพต วิไลรัตน์ ) และ "ไอ้อ้วน" (นางสาวดวงฤทัย ตั้งวรกุลกิจ) สองตายาย มารับกระผม/อาตมภาพกับ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ไปส่งที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ จากที่นัดกันไว้ที่ประตู ๖ เคาน์เตอร์ L เวลาตี ๕ แต่ปรากฏว่าตี ๔ ครึ่งก็ไปถึงแล้ว และยังมีคนในคณะไปถึงก่อนอีกด้วย..!

    เมื่อทักทายกับเรียบร้อยแล้ว ก็รอจนกระทั่ง "ดร.ดอย" และ "ทิดเฟิร์ส" (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) มาถึง ก็นำเอาหนังสือเดินทางของกระผม/อาตมภาพไปเช็คอิน ครั้นได้ตั๋วมาแล้ว ทั้งของที่คุนหมิงและที่ลาซา กระผม/อาตมภาพก็เข้าช่อง Fast Track ซึ่งไม่เคย Fast กับใครจริง ๆ ผ่านการตรวจไปด้วยความสะดวกปลอดโปร่งทุกอย่าง ให้ ตม.ประทับตราออกจากประเทศ

    เนื่องเพราะว่า "ท่านพ่อ" ตามมาคุมอยู่อย่างใกล้ชิด ไม่สะดวกก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าพระโพธิสัตว์บารมีเข้มขนาดนั้น ถ้าต้องการที่จะฝืนกฎของกรรมก็ยังไหว..! ครั้นออกไป ปรากฏว่าทุกคนมารออยู่บริเวณรูปนารายณ์กวนเกษียรสมุทรแล้ว ถึงได้บอกว่าช่อง Fast Track ไม่เคย Fast อย่างที่ต้องการเลยสักครั้งเดียว..!

    กระผม/อาตมภาพไปนั่งรออยู่ที่ประตูขึ้นเครื่อง F5 จนกระทั่ง "น้องเล็ก" นำเอาบะหมี่มาถวายเป็นอาหารเช้า ตามมาด้วย "หม่าม้า" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ที่เอาแฮมเบอร์เกอร์รสชาติอร่อยสุด ๆ มาถวาย บอกว่าเดินไปคนละมุมสนามบินเลย เนื่องเพราะว่าแฮมเบอร์เกอร์เจ้าอร่อยนี้ อยู่คนละทิศกับประตูที่เราจะขึ้นเครื่อง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,180
    ค่าพลัง:
    +26,968
    ครั้นเขาเปิดให้ลงไปนั่งรอข้างล่าง พวกเราก็ไปเข้าห้องน้ำห้องท่า เติมน้ำร้อนชงน้ำชากันเสร็จ พอได้เวลาเจ้าหน้าที่ก็นิมนต์กระผม/อาตมภาพขึ้นเครื่องก่อน ต้องบอกว่าเครื่องของไชนาอีสเทิร์นแอร์ไลน์ก็กว้างขวางใช้ได้ทีเดียว ครั้นนั่งเรียบร้อย กระผม/อาตมภาพก็เข้าสมาธิยาว ๆ อุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ซึ่งรักษาตลอดเส้นทางที่เดินทางในวันหนึ่งคืนหนึ่งนี้

    โดยเฉพาะ "ท่านพ่อ" ท่านปู่พระอินทร์ ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ ท่านพี่อสุรินทราหู ตลอดจนกระทั่งบรรดาท่านทั้งหลายที่เคยร่วมบุญกันมาในอดีตทั้งหมด ขอความสะดวกคล่องตัวทุกอย่างให้กับคณะของเราด้วย

    เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ยังคิดว่าเวลายังเหลืออีกมาก ที่ไหนได้..เครื่องลดระดับลง เพื่อเตรียมลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ยแล้ว กระผม/อาตมภาพถึงได้รู้ว่า โทรศัพท์ของตนเองนั้นยังเป็นเวลาที่เมืองไทย เนื่องเพราะว่ายังเปิดโหมดเครื่องบินเอาไว้ จึงทำให้ไม่อัพเดตตามเวลา จึงต้องปิดโหมดเครื่องบินแล้วรีสตาร์ทใหม่ ข้อความทั้งหลายจึงได้ไหลมาเทมา..!

    พวกเราลงไปผ่านการตรวจคนเข้าเมืองที่ค่อนข้างจะเข้มงวดมาก เนื่องเพราะว่าเจ้าหน้าที่พอสอบถามแล้ว กระผม/อาตมภาพผ่านทุกอย่าง ออกไปข้างนอกก็มีอีกคนหนึ่งรี่เข้ามายึดพาสปอร์ตไป แล้วก็กลับไปส่งให้เจ้าหน้าที่ในช่องตรวจคนเข้าเมืองอีก พร้อมกับชี้มือให้กระผม/อาตมภาพเดินย้อนกลับไปใหม่ ครั้นเดินย้อนกลับไป อีกฝ่ายก็ส่งหนังสือเดินทางคืนมาหน้าตาเฉย คงจะดูปฏิกิริยาว่ากระผม/อาตมภาพมีพิรุธอะไรหรือเปล่า ?! ถ้าอย่างนั้นก็ฝันไปเถอะ เนื่องเพราะว่ากระผม/อาตมภาพยังไม่ออกจากสมาธิเลย..!

    พวกเรามายืนรอที่สายพาน ๓ เพื่อรับกระเป๋าอยู่พักหนึ่ง เจ้าหน้าที่พอสอบถามแล้วก็บอกว่าได้ส่งกระเป๋าของพวกเรา "เช็คทรู" ไปที่ลาซาเรียบร้อยแล้ว พวกเราจึงออกมาถ่ายรูปหมู่บริเวณที่เขาจัดไว้ให้ จากนั้นก็ขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น ๓ แต่ว่าไม่ได้แวะร้านอาหารของ "อาม่าหยาง" ร้านเดิม

    กระผม/อาตมภาพที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน จึงเป็นคนนำทุกคนไปยังช่องตรวจคนออกจากเมือง ซึ่งเป็นการ "ดับเบิ้ลเช็ค" อีกรอบ เจ้าหน้าที่ชี้ให้ว่าเข้าได้แค่ช่อง ๒๙ กับ ๓๑ เท่านั้น เพื่อต้องการความเร็ว พวกเราก็เลยแยกกันเข้า
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,180
    ค่าพลัง:
    +26,968
    แต่ปรากฏว่าเราเป็นทัวร์ซึ่งได้รับ Tibet Travel Permit มาเป็นกรุ๊ป เมื่อผ่านเข้าไปจึงมีปัญหา เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารให้กระผม/อาตมภาพแล้วถามว่า "ชื่อไหน ?" ครั้นชี้ให้ พ่อเจ้าประคุณตรวจกับหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็หันไปถามลูกพี่ข้างหลัง ประมาณว่าจะให้ผ่านหรือไม่ผ่าน ?

    ปรากฏว่า "ท่านพ่อ" ยิ้มหวานอยู่ข้างหลัง เมื่อลูกพี่เดินมา บอกว่า "ชื่อถูกก็ปล่อยไปเลย" อีกฝ่ายจึงส่งหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบิน ให้ผ่านไปสแกนกระเป๋าและสแกนตัวอีกด้านหนึ่ง เขาคงคิดว่าพวกเราทั้งหมด ๑๑ คนเดินตามกันมา แต่ความจริงแล้วแยกออกเป็น ๒ กลุ่ม ไปกันคนละช่อง..!

    ครั้นผ่านไปอีกฝั่งหนึ่ง "หม่าม้า" ถึงได้บอกว่าเขาขอให้มาพร้อมกันทีเดียว โชคดีที่ "หม่าม้า" ล้วง Tibet Travel Permit ให้ดู เขาก็คงเข้าใจเหมือนกันว่าทั้งคณะติดตามกันมา จึงผ่านไปได้แบบที่ไม่มีใครตกค้างอยู่ โดยมี "สาวโจ" (นางสาวธีร์วรา สุวรรณศักดิ์) ออกมาเป็นคนสุดท้าย

    พวกเราตรงไปยังประตู ๓๑๙ กระผม/อาตมภาพเข้าไปนั่งชาร์จไฟ ทั้งโทรศัพท์และพาวเวอร์แบงค์ที่สำรองอยู่ ขณะที่คนอื่นไปหาข้าวปลาอาหารกิน เมื่อถามกระผม/อาตมภาพว่า "อยากฉันอะไร ?" จึงบอกไปว่า "อาหารเมื่อเช้ายังค้ำคออยู่เลย หาผลไม้มาให้ก็แล้วกัน..!"

    ทั้งหมดหายไปพักหนึ่ง "ทิดเฟิร์ส" ก็เอาส้มมาถวาย ๑ คู่ ขณะที่ "หม่าม้า" ยังมีเชอร์รี่มาให้อีกถุงหนึ่ง เมื่อฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังมีขนมเปี๊ยะไส้กุหลาบตามมาอีก ๑ ชิ้น อิ่มแล้วก็ไปนั่งภาวนาอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าที่เจ้าทางเขาอีกชุดหนึ่ง

    จากนั้นก็เดินถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเขาจัดเอาไว้อย่างสวยงาม ต้องชมว่าท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิงฉางสุ่ยนี้ จัดทุกอย่างเป็นธรรมชาติดีมาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี แม้ว่าจะเป็นของจริงบ้าง ของปลอมบ้างก็ตาม แม้แต่ห้องน้ำก็ยังมีรูปชนเผ่าผู้ชายผู้หญิง แยกให้เห็นอยู่อย่างชัดเจน

    พวกเรารอกันจน ๑๕.๒๐ น. เขาก็เรียกขึ้นเครื่อง "ไอ้อ้วน" บอกว่า "หลวงพ่อนั่งหน้าสุด ไม่ต้องรีบขึ้นก็ได้เจ้าค่ะ" กระผม/อาตมภาพจึงรอจนแทบจะท้ายสุด แล้วค่อยเดินไปขึ้นเครื่อง ครั้นขึ้นไปก็ใช้วิธีเดิม คือเข้าสมาธิยาว ๆ ส่งกำลังใจถึงท่านทั้งหลายที่ให้การอนุเคราะห์สงเคราะห์ในที่นี้ โดยเฉพาะที่บริเวณเขตปกครองตนเองทิเบตซีจ้าง

    จนกระทั่งลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึงชั่วโมงเครื่องก็จะลงแล้ว จึงได้ฉันน้ำ ตลอดจนกระทั่งยาปรับความดัน ซึ่งน่าจะชื่อ Diamox ลงไปครึ่งเม็ด แล้วก็ถ่ายรูปทางอากาศไปเรื่อย เพราะได้ยินว่าท่าอากาศยานนานาชาติลาซากังกาแห่งนี้ เขาไม่ยอมให้ถ่ายรูปด้านใน คำว่า "กังกา" นั้นก็คือ "แม่น้ำคงคา" นั่นเอง
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,673
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,180
    ค่าพลัง:
    +26,968
    ครั้นเครื่องบินลงแตะสนามบิน ก็ได้กำไรอีกตามเคย ก็คือขามาที่คุนหมิงได้กำไรมาประมาณ ๒๐ นาที ที่สนามบินลาซานี้ได้กำไรมา ๙ นาที กระผม/อาตมภาพเคยโดนโยมทักท้วงว่า เครื่องบินไม่เคยไปถึงก่อนเวลา อยากจะให้มากับคณะของกระผม/อาตมภาพสักครั้งหนึ่ง..!

    พวกเราค่อย ๆ เดิน เพราะเกรงว่าจะเป็นโรคแพ้ความสูง แต่ปรากฏว่าเดินแล้วไม่รู้สึกอะไร กระผม/อาตมภาพจึงลองก้าวยาว ๆ ดู ก็ไม่เหนื่อยไม่หอบ แต่รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น อาจจะเป็นเพราะว่ายาออกฤทธิ์พอดี พวกเราลงไปผ่านการตรวจเข้าเมืองอีกรอบหนึ่ง

    จนกระทั่งหลุดออกมารับกระเป๋า เข้าห้องน้ำห้องท่าแล้วก็ออกมา เจอมัคคุเทศก์ของเรา ที่นอกจากจะถือป้ายไว้แล้ว ยังมีเสื้อสีเหลืองส้มคล้ายกับสีพระอีกต่างหาก แนะนำตัวว่าชื่อ "Keldor" แล้วก็พาพวกเรามาถ่ายรูปทางด้านหน้าสนามบิน เพราะรู้ว่าข้างในเขาไม่ให้ถ่าย จากนั้นก็นำมาขึ้นรถมินิบัส กระผม/อาตมภาพยึดเอาเบาะหน้าเพื่อที่จะถ่ายรูป ซึ่งเหลือเชื่อว่าสนามบินนานานชาติลาซากังกาแห่งนี้ วิ่งไปถึงเมืองลาซา ยังต้องผ่านอุโมงค์หลายต่อหลายแห่ง และใช้เวลาชั่วโมงกว่าทีเดียว..!

    พวกเรามาถึงยังโรงแรมซึ่งชื่อประหลาด กระผม/อาตมภาพตอนแรกก็ยังคิดว่าตัวเองอ่านผิดหรือเปล่า ? เนื่องเพราะว่าชื่อโรงแรม Urcove by HYATT Hotel ซึ่งอยู่ห่างจากพระราชวังโปตาลา ชนิดที่ถ้าไม่มีอะไรบังก็มองเห็นกันเลยทีเดียว..!

    เมื่อเช็คอินได้ห้องมาแล้ว กระผม/อาตมภาพเข้าไปรู้สึกว่าห้องใหญ่มาก เนื่องเพราะว่า "ดร.ดอย" ต้องการให้กระผม/อาตมภาพได้รับความสะดวกสบายที่สุด ให้สมกับที่บอกว่าให้งอมืองอเท้าอย่างเดียว แต่ส่วนที่ชอบใจที่สุดก็คืออ่างน้ำร้อน แม้ว่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นของเราจะกำชับว่า "วันแรกห้ามอาบน้ำ" แต่กระผม/อาตมภาพก็ไม่ฟังแล้ว เห็นอ่างอาบน้ำก็เปิดน้ำร้อนใส่ลงไปเลย หลังจากบันทึกเสียงแล้วก็จะไปลอกคราบตัวเอง..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...