เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 28 กรกฎาคม 2026 at 19:59.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,736
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,190
    ค่าพลัง:
    +26,976
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,736
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,190
    ค่าพลัง:
    +26,976
    วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุ ๗๔ พรรษา ในนามของคณะสงฆ์และคณะศิษย์วัดท่าขนุน ขอโอกาสถวายพระพร ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

    ประเทศไทยของเรานั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับชาติและศาสนานั้น เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก เนื่องเพราะว่าทั้ง ๓ สถาบันหลักล้วนแล้วแต่ผูกพันจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แทบจะแยกไม่ออก เริ่มจากประชาชนคนไทยที่มีจุดยึด ก็คือศาสนาเหมือน ๆ กัน

    เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาถวายการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ก็ทำให้ชาวบ้านมีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน จึงได้ถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไปด้วย เมื่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สถาบันชาติก็จะเข้มแข็ง ดังนั้น..เราจะเห็นว่าสถาบันศาสนา จะว่าไปแล้วก็เป็นโซ่ข้อกลางที่เชื่อมโยงระหว่างสถาบันชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์

    คราวนี้การที่ประเทศไทยของเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ก็ต้องถือว่าเป็นความโชคดีของประชาชนคนไทยมาโดยตลอด ที่ส่วนใหญ่แล้วเกิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ พระมหากษัตริย์ไทยของเราเป็นผู้ทรงทศพิธราชธรรม ซึ่งก็คือหลักธรรมสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ ๑๐ ประการ ไม่ว่าการปกครองในระบอบใดก็ตาม ถ้าไม่มีหลักธรรมเข้าไปช่วย การปกครองระบอบนั้นก็ไปไม่รอด

    องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงรู้รอบรู้จริงในทุกเรื่อง จึงไม่ได้สรรเสริญว่าการปกครองระบอบใดดี หากแต่พระองค์ท่านจะทรงมอบหลักธรรมที่เหมาะสมกับระบอบนั้นเอาไว้ให้ ถ้าหากว่าสามารถปฏิบัติตามได้ ก็จะเป็นระบอบที่ดีไปเอง

    อย่างเช่นว่าถ้าเป็นระบอบสามัคคีธรรม หรือปัจจุบันที่เรียกว่าประชาธิปไตย ก็ต้องมีอปริหานิยธรรม ๗ ประการเอาไว้ ตั้งแต่หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ เป็นต้น ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะโดนเสียงข้างมากลากไป กลายเป็นโลกาธิปไตย ก็คือถือโลกเป็นใหญ่
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,736
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,190
    ค่าพลัง:
    +26,976
    หรือถ้าเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะต้องมีทศพิธราชธรรม คือหลักธรรม ๑๐ ประการสำหรับพระมหากษัตริย์ มีทาน เป็นต้น ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นอัตตาธิปไตย คือถือตนเป็นใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่าหลุดไปจากทำนองคลองธรรมเหล่านี้ โอกาสที่จะสร้างความเสียหายแก่ส่วนรวมก็มีมาก แม้แต่พระเจ้าจักรพรรดิที่สามารถปกครองทวีปทั้ง ๔ ก็ยังต้องมีจักรวรรดิวัตร ในการประพฤติปฏิบัติเพื่อความสุขของคนส่วนมาก

    ดังได้กล่าวมาแล้วว่าประเทศไทยของเราโชคดีเป็นอย่างมาก ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ของเรานั้น ยึดถือทศพิธราชธรรมเป็นหลักในการปกครองมาโดยตลอด โดยเฉพาะข้ออักโกธะ คือไม่โกรธ อย่างที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า เมื่อมีคนเข้าใจผิดและให้ร้าย พระองค์ท่านก็ได้แต่อดทน มีท้อใจบ้าง มีน้อยใจบ้าง แต่ก็ต้องฝืนเอาไว้ เพื่อรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

    ดังนั้น..สิ่งที่เราท่านทั้งหลายกระทำในปัจจุบัน อย่างเช่นการบวชเนกขัมมะเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๗๔ พรรษา ก็เป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีแบบหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้ว บุคคลที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือตัวพวกเราเอง

    เพราะว่าการทำคุณงามความดีทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นทาน เป็นศีล เป็นภาวนาก็ตาม ผู้ที่ได้รับประโยชน์เป็นคนแรกก็คือตัวเรา เมื่อเราได้รับเท่ากับว่ามีแล้ว จึงสามารถที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่นได้ อย่างเช่นว่าการอุทิศส่วนกุศลเป็นต้น ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าเราไม่ได้ทำ ไม่ได้มี ก็ไม่รู้จะอุทิศให้แก่ผู้อื่นได้อย่างไร ?

    การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของพวกเรา จึงเป็นเรื่องที่ควรพร้อมใจกันกระทำคุณงามความดีต่าง ๆ อันดับแรกเลยก็คือก่อให้เกิดความดีแก่ตนเอง อันดับที่สองคือถวายเป็นพระราชกุศลต่อพระองค์ท่าน ซึ่งการที่เราจะถวายสิ่งหนึ่งประการใดต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยหลักการปฏิบัติก็คือต้องหาของที่ดีที่สุด ก็แปลว่าเราต้องเพียรพยายามปฏิบัติธรรมของเราให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ จะได้มีโอกาสถวายพระราชกุศลอย่างชนิดเต็มกำลังของเรา
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,736
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,190
    ค่าพลัง:
    +26,976
    อีกส่วนหนึ่งก็คือเมื่อพสกนิกรร่วมใจกันทำความดีถวายต่อพระองค์ท่าน ก็ทำให้พระองค์ท่านมีแรงใจที่จะกระทำสิ่งดี ๆ ต่อพสกนิกร คือประชาชนชาวไทยต่อไป ไม่ใช่อย่างที่เคยทรงบ่นว่าท้อเหมือนกัน น้อยใจเหมือนกัน แต่ต้องอดทนเอาไว้ เนื่องเพราะว่าโบราณกล่าวไว้ว่า ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ของเราทรงประกอบพระราชกรณียกิจตลอด ๗๐ ปีเศษ ไม่มีใครทำได้ยิ่งกว่านี้อีกแล้ว พวกเราต้องเข้าใจว่าคนเราจะอยู่ให้ถึง ๗๐ ปีก็เป็นเรื่องยาก แต่พระองค์ท่านประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนชาวไทยมาตลอด ๗๐ ปีเศษ

    บุคคลที่ตั้งหน้าตั้งตาทำในสิ่งที่เป็นไปเพื่อความสุขของประชาชนส่วนใหญ่ ในระยะเวลาอันยาวนานแบบนั้น โอกาสที่บุคคลอื่นจะทำให้เหมือน หรือทำให้ดีกว่านั้น แทบจะมองไม่เห็นทางเลย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑๐ จึงได้ทรงตรัสเป็นพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด ก็คือกระทำต่อจากสิ่งที่สมเด็จพระราชบิดาได้ทรงกระทำไว้ ในเมื่อทำให้ดีกว่าไม่ได้ ก็ทำต่อจากที่พ่อทำก็แล้วกัน

    เราจะเห็นว่าแม้พระองค์ท่านจะไม่ใช่คนที่พูดเก่ง แต่พระองค์ท่านมองปัญหาทะลุมาก ก็คือทำให้ดีกว่าไม่ได้ ก็ทำตามสิ่งที่พ่อได้ทำเอาไว้ เพราะมั่นใจแล้วว่า ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงกระทำแต่เรื่องที่ดี ๆ ต่อพสกนิกรมาโดยตลอด ถ้ากระทำตามนั้นย่อมไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน พวกเราทั้งหลายบางทียังนึกไม่ได้อย่างพระองค์ท่านเลย..!

    อย่างเช่นว่า
    ในปัจจุบันนี้ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ลืมสิ่งสำคัญที่คนรุ่นเก่า ๆ เฝ้ารักษา ก็คือชื่อเสียงวงศ์ตระกูล สมัยก่อนคำว่าชื่อเสียงวงศ์ตระกูลนั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิต ตัวเองตายได้ แต่จะทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสียหายไม่ได้ ในเมื่อรักชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ก็ต้องรักเกียรติ รักศักดิ์ศรีของตนเอง

    คนรุ่นเก่า ๆ จึงพยายามหักห้ามใจ ข่มใจ ไม่ให้กระทำความชั่ว เพราะถ้าทำไปแล้ว จะทำให้วงศ์ตระกูลเสียหาย ก็แปลว่าคนรุ่นเก่านั้นมองภาพรวมมากกว่าเรา ก็คือไม่ต้องการให้ส่วนรวมเสียหาย จึงตั้งหน้าตั้งตาสร้างเสริมแต่ความดี
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,736
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,190
    ค่าพลัง:
    +26,976
    ส่วนในปัจจุบันของเรา ค่านิยมตรงนี้ลดน้อยถอยลงจนแทบจะไม่เหลือแล้ว บุคคลที่ยังประพฤติตน ปฏิบัติกาย วาจา ใจ เพื่อรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมีน้อยลงไปเรื่อย ๆ ส่วนที่เห็นชัดที่สุดจึงกลายเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ยังคงกระทำในสิ่งที่เป็นการรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเอาไว้

    เพียงแต่ว่าคนรุ่นหลังขาดการอบรมตรงนี้ อาจจะมองไม่ขาด มองไม่เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ของเราทำเพื่ออะไร ก็คือนอกจากเพื่อความสุขของประชาชนเป็นส่วนรวมแล้ว ยังเป็นการรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของพระองค์ท่านเองด้วย

    ทำอย่างไรที่เราท่านทั้งหลายเมื่อมองเห็นตรงนี้แล้ว จะได้ตั้งหน้าตั้งตากระทำ กาย วาจา ใจ ของตนเองให้อยู่ในศีลในธรรม ให้เป็นแบบอย่างแก่คนอื่น เมื่อมีคนอื่นเห็นว่าคุณงามความดีนั้นเป็นสิ่งที่ควรเลียนแบบ แล้วก็เพียรพยายามกระทำตาม ถ้าหากว่ากลุ่มใหญ่ขึ้นมากเท่าไร ความสงบร่มเย็นก็จะเกิดแก่ประเทศชาติของเรามากเท่านั้น

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกคนก็ต้องเริ่มจากตนเองก่อน ไม่ใช่รอให้คนอื่นทำ แต่เป็นตัวเราลงมือทำเอง สิ่งหนึ่งประการใดที่เราทำแล้วประสบผลสำเร็จ คำพูดและการกระทำของเราจะเป็นเครื่องยืนยันแก่คนอื่น แล้วบุคคลที่เห็นด้วยก็จะหันมาทำสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น ถ้าคนเป็นจำนวนมากกระทำแต่สิ่งที่ดีที่งาม ประเทศชาติของเราก็จะสงบร่มเย็นไปในระยะยาวเอง

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอังคารที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...