ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Jul 30, 2026 เตะฝุ่นพรึบ! บริษัทผลิตน้ำมันกว่า 100 ปี ปลดพนักงานกว่า 700 คน หรือ 8% ของทั่วโลก บีพีตั้งเป้าหวังลดหนี้ ดันกำไรสูง

    บีพี(BP) ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมผลิตน้ำมัน และพลังงานเชื้อเพลิงชื่อดังระดับโลกที่มีอายุมานานถึง 117 ปี ประกาศแผนปลดพนักงานครั้งใหญ่ทั่วโลกประมาณ 700 คน หรือคิดเป็น 8% ของพนักงานทั้งหมด เนื่องจากบีพีให้ความสําคัญกับผลประกอบการในอนาคตด้วยการเร่งความสามารถในการทำผลกําไรและผลตอบแทนต่อนักลงทุน

    พนักงานที่เข้าข่ายถูกปลดออกจะอยู่ในกลุ่มพนักงานที่ไม่ใช่สายปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการพลังงานต่างๆ เช่น ช่างเทคนิค และพนักงานนักงานฝ่ายบํารุงรักษา

    ผู้บริหารระดับสูงของบีพี เปิดเผยว่า บีพีเพิ่มความพยายามเป็น 2 เท่า เพื่อลดความซับซ้อนของการดําเนินงานในองค์กร เพื่อตัดลดภาะหนี้ เพิ่มผลกําไร และมุ่งความสนใจไปที่การลงทุนด้านน้ํามันและก๊าซอีกครั้ง หลังจากลดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
    #บีพี #ปลดพนักงาน #ตกงาน #น้ำมัน #อังกฤษ #BTimes
    https://www.facebook.com/share/19VKWQUxtp/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ไม่ทนละโว้ยยย! นักการเมือง นักกฎหมาย ฯลฯ ในจอร์แดน ร่วมกันร่อนสาสน์ถึงรัฐบาล : #เอาฐานทัพอเมริกาออกไปซะที เหนื่อยจะถูกล่อเป้าละ!

    รวมรายชื่อส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลครับ
    ก็รอบนี้จอร์แดนแทบจะโดนเดี่ยวๆ เลย เอะอะๆ อิหร่านก็จะล่อแต่จอร์แดนๆ ๆ ๆ ... ไม่ไหวแล้ววววว
    คนในสังคมก็เริ่มโวยแล้ว เอาฐานทัพอเมริกาออกไปให้จบๆ มะ เท่านี้อิหร่านก็ไปยิงที่อื่นแล้ว (ซึ่งความจริงนี่ก็เป็นความต้องการของอิหร่านมาตลอด และอิหร่านก็บอกตรงๆ ด้วยว่าต้องการแบบนี้ นี่เป็นวิธีการแก้ปัญหา)
    ก็น่าคิดนะครับ ถ้าสมมติเพื่อนบ้านชาติตะวันออกกลางโดนไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่รู้จบในการสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนาน จะเป็นไปได้ไหมที่ประชาชนจะอดรนทนไม่ไหว แล้วพากันออกมาเรียกร้องแบบนี้ ...
    https://www.nytimes.com/2026/07/29/world/middleeast/jordan-us-military-iran-war.html

    https://www.facebook.com/share/1998NtHvv3/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กาซาจบแล้ว!!(?) ทรัมป์ประกาศ ฮามาสยอม “ปลดอาวุธ”‼️‼️‼️ หมายถึงหมอบ!!!!!(?)

    จากนั้น รัฐบาลหุ่นเชิ.. เอ๊ย รัฐบาลใหม่ของปาเลสไตน์ จะอยู่ใต้การบงกา.. เอ๊ย ไม่ใช่! จะทำงานอย่างใกล้ชิดสนิทสนมกับ Board of Peace “บอร์ดแห่งสันติภาพ” (มีนานาชาติเข้าร่วม นำโดยอเมริกา ; ทรัมป์เป็นประธานบอร์ดฯ)

    เพื่อเปลี่ยนผ่าน? เพื่อตลอดกาล?
    ไม่รู้ซิ

    สุดท้าย เมื่อฮามาสและกลุ่มอื่นๆ วางอาวุธโดยสมบูรณ์สิ้นแล้ว ยิวจะ “ถอนทัพ” ออกจากกาซา⚠️❓⚠️❓⚠️❓

    แล้วก็จะแตะมือให้ International Stabilization Force กองทัพร่วมนานาชาติเพื่อรักษาเสถียรภาพ เข้ามาดูแล ... โดยร่วมงานกับกรมตำรวจชุดใหม่ของปาเลสไตน์

    ในที่สุด กาซาก็จะอยู่ในมือของรัฐบาลชุดใหม่ของปาเลสไตน์

    จบบริบูรณ์
    .

    สวยงามปานนั้น?

    ทรัมป์บอกเช่นนั้น
    https://www.facebook.com/share/p/18igUyubQH/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เงินที่เก็บมาทั้งชีวิตกว่า 40 ปี...

    วันนี้ผมเสียมันไปหมดแล้ว
    ผมขาดทุนกว่า 2.2 พันล้านวอน
    และล้มละลายอย่างสมบูรณ์...

    ผมไม่รู้เลยว่า...
    ทุกอย่างเริ่มผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหน ?

    ผมเชื่อรัฐบาล และรีบซื้อ
    Leverage ETF ของ SK hynix ทันทีที่เปิดตัว

    ผมถึงขั้นขายบ้าน เพื่อนำเงินมาเล่นหุ้น
    สุดท้าย... วันนี้ผมสูญเสียทุกอย่างจนหมดสิ้น

    ตอนนี้ทั้งเสียใจ ทั้งโกรธตัวเองอย่างมาก
    ผมโกรธคนที่คอยเชียร์ ให้คนอื่นลงทุนในหุ้น
    จนทำให้มันกลายเป็นเหมือนการพนัน

    ตอนนี้... ผมควรทำอย่างไรดี ?

    ยังมีทางออกสำหรับผมหรือเปล่า ?

    อีกหนึ่งเสียง อีกหนึ่งบทเรียน...
    นักลงทุนรายย่อยเกาหลีใต้โพสต์

    https://www.facebook.com/share/1CtTDGCTXu/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! Leopold Aschenbrenner พอร์ตแตก !

    โดน Forced Liquidation เหมือนนักลงทุนรายย่อยเกาหลี

    หลังใช้ Leverage สูงเดิมพันกับหุ้น AI

    https://www.facebook.com/share/p/192L4QNzJE/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Jul 31, 2026 ลบสองเด้ง! ซีอีโอแบงก์กสิกรไทยชี้ยอดปิดพุ่งแซงยอดเปิดโรงงานในไทยชัดมากขึ้น จบครึ่งปีม้าไฟ บริษัทเจ๊งปิดกว่า 7,000 แห่ง เสียหายเกือบ 1 แสนล้านบาท พุ่งกระฉูดกว่า 220% เปิด 3 ธุรกิจแห่ปิดกิจการมากสุด เศรษฐกิจไทยซบเซาไม่หยุด

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถานการณ์การจดทะเบียนธุรกิจในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 พบว่า ธุรกิจจัดตั้งใหม่จำนวน 7,979 ราย เพิ่มขึ้น 864 ราย หรือ 12.14% เทียบจากเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน และมีจำนวนเพิ่มขึ้น 956 ราย หรือ 13.61% เทียบกับเดือนเดียวกันในปีผ่านมา ด้านทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เดือนมิถุนายนปีนี้อยู่ที่ 15,231 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 602 ล้านบาท หรือ 4.12% เมื่อเทียบเดือนพฤษภาคมปีนี้ อย่างไรก็ตาม ทุนจดทะเบียนดังกล่าวกลับลดลง 2,882 ล้านบาท หรือ 15.91% เทียบกับเดือนมิถุนายนปีผ่านไป ส่งผลให้ใน 6 เดือนแรกของปี 2026 ธุรกิจจัดตั้งใหม่ในไทยสะสมรวม 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 935 ราย หรือ 2.13% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ทุนจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่สะสมอยู่ที่ 111,201 ล้านบาท ลดลง 37,939 ล้านบาท หรือ 25.44% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีผ่านไป

    สำหรับประเภทธุรกิจที่มีอัตราการจัดตั้งใหม่ในครึ่งแรกของปี 2026 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีผ่านไป พบว่า สามธุรกิจที่จัดตั้งเพิ่มขึ้นมากสุด ได้แก่ อันดับ 1.ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,296 ราย เพิ่มขึ้น 470 ราย หรือ 56.90% มีทุนจดทะเบียน 2,123 ล้านบาท อันดับ 2. ธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 2,119 ราย เพิ่มขึ้น 287 ราย หรือ 15.67% มีทุนจดทะเบียน 3,446 ล้านบาท และอันดับ 3.ธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้า จำนวน 499 ราย เพิ่มขึ้น 227 ราย หรือ 83.46% มีทุนจดทะเบียน 696 ล้านบาท

    สำหรับการเลิกประกอบกิจการของบริษัทในไทยเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 จำนวน 1,760 ราย เพิ่มขึ้น 713 ราย หรือ 68.10% เทียบจากเดือนพฤษภาคมในปีนี้ และเพิ่มขึ้น 292 ราย หรือ 19.89% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีผ่านไป ด้านทุนจดทะเบียนเลิกกิจการเดือนมิถุนายนปีนี้ที่ 6,807 ล้านบาท ลดลง 58,985 ล้านบาท หรือ 89.65% เทียบจากเดือนพฤษภาคมปีนี้ และลดลง 3,596 ล้านบาท หรือ 34.57% เทียบจากเดือนมิถุนายนในปีที่แล้ว ส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 การจดทะเบียนเลิกกิจการในไทยสะสมรวม 7,024 ราย เพิ่มขึ้น 780 ราย หรือ 12.49% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีผ่านไป ขณะที่มูลค่าทุนจดทะเบียนเลิกกิจการสะสมในช่วงครึ่งปีแรกนี้อยู่ที่ 98,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68,313 ล้านบาท หรือ 224% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 30,544 ล้านบาท อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยต่อไปว่า(มีต่อหน้า 2/2)

    (BTimes หน้า 2/2) ธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1.ก่อสร้างอาคารทั่วไปจำนวน 154 ราย คิดเป็น 9% อันดับ 2.อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 105 ราย คิดเป็น 6% และอันดับ 3.ภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 75 ราย คิดเป็น 4% สำหรับกลุ่มนิติบุคคลที่มีสัดส่วนการจดทะเบียนมากที่สุด คือ กลุ่มบริการ มีจำนวน 547,518 ราย ทุนจดทะเบียน 13.94 ล้านล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มค้าส่ง/ค้าปลีก 328,850 ราย ทุนจดทะเบียน 2.63 ล้านล้านบาท และกลุ่มผลิต 128,190 ราย ทุนจดทะเบียน 7.24 ล้านล้านบาท คิดเป็น 54.50% 32.74% และ 12.76% ของจำนวนนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการอยู่ตามลำดับ

    นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่ในเดือนมิถุนายนปีนี้ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 14% ขณะที่ทุนจดทะเบียนลดลงประมาณ 16% อย่างไรก็ตาม การลดลงของทุนจดทะเบียนไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจมีปัญหา เนื่องจากจำนวนธุรกิจที่จัดตั้งใหม่ยังเพิ่มขึ้น โดยอาจสะท้อนว่าธุรกิจขนาดใหญ่มีจำนวนลดลง ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กเพิ่มขึ้น

    นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยทุกวันนี้มีความน่าห่วงหลายๆ ด้าน ปัจจุบันการเปิด-ปิดโรงงานอุตสาหกรรมในไทยสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยได้บางส่วน ในสถิติผ่านมา ประเทศไทยมักมีจำนวนโรงงานที่เปิดใหม่สูงกว่าโรงงานที่ปิดตัวลงอย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันตัวเลขเริ่มขยับเข้ามาใกล้เคียงกันมากขึ้น ที่สำคัญ เมื่อมองเป็นรายไตรมาสกลับเห็นแนวโน้มการปิดโรงงานที่เริ่มมากกว่าการเปิดใหม่

    แนวโน้มดังกล่าวชัดเจนขึ้น นั่นหมายถึงกลุ่มผู้ผลิตและภาคอุตสาหกรรมกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และภาคธุรกิจอื่นๆ ได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกันด้วยไม่มากก็น้อย ภาพดังกล่าวทำให้โจทย์ของภาคธุรกิจในระยะข้างหน้าไม่ใช่เพียงการประคองธุรกิจให้อยู่รอด แต่เป็นเรื่องของการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะโลกธุรกิจกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงหลายด้านพร้อมกัน ทั้งเทคโนโลยี ต้นทุน ค่าครองชีพ สิ่งแวดล้อม โครงสร้างแรงงาน เศรษฐกิจที่เติบโตช้า และการเข้าสู่สังคมสูงวัย
    #ปิดกิจการ #เลิกกิจการ #บริษัท #เซ้ง #เจ๊ง #ไทย #ตกงาน #ปลดพนักงาน #ปิดโรงงาน #เศรษฐกิจแย่ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/17vJqbBEZ9/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นี่คือหนึ่งในการแตกของฟองสบู่ที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดการเงิน:
    FB_IMG_1785458948784.jpg
    SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ร่วงลง -58% ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์

    Samsung Electronics ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวลดลง -45% ในช่วงเวลาเดียวกัน

    รวมกันแล้ว หุ้น 2 บริษัทนี้เคยมีสัดส่วนมากกว่า 60% ของดัชนี KOSPI แต่สัดส่วนดังกล่าวได้ลดลงเหลือประมาณ 50% ในปัจจุบัน

    ส่งผลให้ดัชนี KOSPI ปรับตัวลดลง -40% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน และลดลง -34% เฉพาะในเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปสู่การปรับตัวลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์

    นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ การใช้เลเวอเรจ การเก็งกำไร และการกระจุกตัวของตลาดในระดับสูงมาก คลี่คลายตัวลงพร้อมกันในเวลาเดียวกัน.
    https://x.com/GlobalMktObserv/status/2082834601244819915
    https://www.facebook.com/share/p/1Efvq1Ynte/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุการณ์จริงสุดระทึก! สตรีมเมอร์สาวชาวเกาหลีถูกบังคับปิดสถานะระหว่างไลฟ์ สูญเงินกว่า 3 ล้านดอลลาร์ในพริบตา

    จาดู (Jadoo) สตรีมเมอร์สายเทรดชื่อดังของเกาหลีใต้ กำลังถ่ายทอดสดการซื้อขายของเธอ โดยมีผู้ชมหลายพันคนร่วมรับชมแบบเรียลไทม์

    ระหว่างการไลฟ์ ผู้ชมต่างเห็นเหตุการณ์สุดช็อก เมื่อ สถานะการซื้อขายฟิวเจอร์ส (Futures Position) ของเธอถูก บังคับปิดสถานะ (Forced Liquidation)

    ส่งผลให้มูลค่าพอร์ตการลงทุนหายไป มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงชั่วพริบตา

    หลังเหตุการณ์ดังกล่าว คลิปวิดีโอที่เผยให้เห็นช่วงเวลาที่เธอแสดงอาการเสียใจและอารมณ์พังทลาย ได้ถูกแชร์และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์.
    https://x.com/linda6248130564/status/2082346410394181843
    https://www.facebook.com/share/v/1EZ6n7Prq6/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • UA.mp4
      ขนาดไฟล์:
      790.5 KB
      เปิดดู:
      9
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กัมพูชาประกาศชัยชนะ หลังห้างแม็คโคร สาขาเสียมเรียบ ประกาศปิดกิจการสิ้นเดือนนี้

    แปลข่าว

    "ชาวเสียมเรียบทำสำเร็จแล้ว แล้วชาวพนมเปญล่ะ? หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากชาวกัมพูชาให้รวมพลังกันไม่ซื้อสินค้าไทย ซูเปอร์มาร์เก็ต Makro สาขาเสียมเรียบก็ได้ประกาศแผนการปิดกิจการอย่างถาวรในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากพยายามประคองธุรกิจมานานกว่า 7 ปี"

    กระแสการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ครั้งนี้ได้กลายเป็นบทเรียนทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ และกำลังบีบให้ซูเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่ของไทยแห่งนี้ต้องยอมจำนนและถอยร่น!"

    นักวิเคราะห์เศรษฐกิจพบว่า นอกเหนือจากแรงกดดันอย่างหนักจากการเคลื่อนไหวคว่ำบาตรครั้งใหญ่ในกัมพูชาแล้ว เนื่องจาก Makro เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของไทย ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ อีก เช่น วิกฤตการท่องเที่ยวในเสียมเรียบที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และกลยุทธ์การลดสินค้าคงคลังในอดีตที่ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมาก การประกาศปิดสาขาไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลและความเสียใจอย่างมากในหมู่ประชาชนเกี่ยวกับการสูญเสียโอกาสการจ้างงานอย่างกะทันหันของพนักงานและคนงานท้องถิ่นจำนวนมากที่เคยทำงานอยู่ที่นั่น

    โดยรวมแล้ว การปิดซูเปอร์มาร์เก็ต Makro สาขาเสียมเรียบในปลายเดือนกรกฎาคมเป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงพลังและอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของประชาชนชาวกัมพูชาในการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้ความขัดแย้งระหว่างประเทศ นี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับบริษัทต่างชาติทุกแห่งที่จะต้องรู้ว่า การทูตและการเคารพความรู้สึกของคนในท้องถิ่นเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการกำหนดชะตากรรมของธุรกิจ

    https://kbn.news/archives/385130

    https://www.facebook.com/share/1BqK4aLL5s/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    บทวิเคราะห์ เหตุใดกัมพูชาจึงสูญเสียนักท่องเที่ยวไป - ทำตัวเอง

    แปลตรง โดยกูเกิ้ล

    “ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันหมด”

    นี่คือเรื่องราวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกัมพูชา มันไม่ได้ล่มสลายเพราะวิกฤตเพียงครั้งเดียว แต่เป็นเพราะวิกฤตสามอย่างมาบรรจบกันและเสริมซึ่งกันและกัน จนกระทั่งความเชื่อมั่น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของการท่องเที่ยว ได้ค่อยๆ หายไป

    ตัวเลขต่างๆ บอกเล่าเรื่องราวที่น่าหดหู่ หลังจากฟื้นตัวมาหลายปีหลังการระบาดใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างมากในปี 2025 และลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2026 ภาคการท่องเที่ยวมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของกัมพูชาลดลงต่ำกว่าระดับก่อนการระบาดใหญ่มาก ทำให้โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการขนส่ง และธุรกิจขนาดเล็กอีกหลายพันแห่งต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด เบื้องหลังทุกๆ เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงนั้น คือครอบครัวที่มีรายได้ขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวที่เลือกกัมพูชาแทนประเทศอื่นๆ

    ความเสียหายครั้งแรกเกิดขึ้นจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนกับประเทศไทย

    ด่านชายแดนปิดมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อเส้นทางท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของกัมพูชา แม้ว่าความเสียหายในระยะสั้นส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดชายแดน แต่ผลกระทบทางจิตวิทยานั้นแผ่ขยายไปไกลกว่านั้น นักท่องเที่ยวที่วางแผนวันหยุดมักไม่แยกแยะระหว่างความตึงเครียดในท้องถิ่นกับความมั่นคงของชาติ ข่าวพาดหัวเกี่ยวกับการปะทะกันด้วยอาวุธก็เพียงพอที่จะทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนคิดทบทวนจุดหมายปลายทางของตนใหม่ทั้งหมด

    การท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับทั้งการรับรู้และความเป็นจริง แม้ว่าจุดหมายปลายทางสำคัญอย่างพนมเปญ เสียมเรียบ และชายฝั่งทะเลจะยังคงสงบสุข แต่ภาพลักษณ์ของความไม่มั่นคงก็ทำให้การจองที่พักทั่วประเทศลดลง ความเชื่อมั่นเมื่อสั่นคลอนแล้วจะแพร่กระจายเร็วกว่าข้อเท็จจริง

    การโจมตีครั้งที่สองนั้นเจ็บปวดกว่า เพราะส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการกระทำของตนเอง

    การที่กัมพูชามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางออนไลน์ข้ามชาติเพิ่มมากขึ้น ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชื่อเสียงระหว่างประเทศของประเทศ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มอาชญากรที่ดำเนินการฉ้อโกงด้านการลงทุน การหลอกลวงทางความรัก และเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ ได้สร้างข่าวพาดหัวไปทั่วโลก ซึ่งกำหนดภาพลักษณ์ของกัมพูชาในความคิดของสาธารณชนมากขึ้นเรื่อยๆ

    โศกนาฏกรรมก็คือ กลุ่มอาชญากรเหล่านี้เป็นเพียงส่วนน้อยของกัมพูชาเท่านั้น ประชาชนชาวกัมพูชาธรรมดานับล้านคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย แต่ชื่อเสียงกลับไม่แยกแยะระหว่างกลุ่มอาชญากรที่อยู่โดดเดี่ยวกับประเทศชาติทั้งหมด

    นักท่องเที่ยวที่กำลังตัดสินใจเลือกระหว่างกัมพูชาและเวียดนาม มักจะไม่ศึกษาลงรายละเอียดเกี่ยวกับรายงานอาชญากรรม organised crime พวกเขาอาจจำเรื่องราวเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การลักพาตัว และการฉ้อโกงทางออนไลน์ได้ เมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน พวกเขาก็แค่เลือกจุดหมายปลายทางอื่น

    การปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ของรัฐบาลเมื่อเร็ว ๆ นี้ถือเป็นก้าวสำคัญ การจับกุม การเนรเทศ และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทางการเมืองที่เพิ่มมากขึ้น แต่การสร้างความไว้วางใจขึ้นมาใหม่นั้นต้องอาศัยมากกว่าการปฏิบัติการเป็นระยะ ๆ มันต้องการการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ความรับผิดชอบของสถาบัน และการสื่อสารที่โปร่งใส ซึ่งจะทำให้ประชาคมระหว่างประเทศเชื่อมั่นว่าปัญหาดังกล่าวถูกกำจัดไปแล้ว ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการเท่านั้น

    ภัยพิบัติครั้งที่สามอยู่นอกเหนือการควบคุมของกัมพูชาแล้ว

    ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้น และดันราคาตั๋วเครื่องบินทั่วเอเชียให้สูงขึ้น สายการบินต่างๆ ได้ปรับเส้นทางบิน ขณะที่ผู้โดยสารต้องเผชิญกับราคาตั๋วที่สูงขึ้นในช่วงเวลาที่งบประมาณครัวเรือนยังคงอยู่ในภาวะกดดัน

    ประเทศกัมพูชาซึ่งพึ่งพาการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวระยะไกลเป็นอย่างมาก ย่อมต้องแบกรับต้นทุนเหล่านี้บางส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ครอบครัวที่กำลังวางแผนไปเที่ยวพักผ่อนอาจเลื่อนการเดินทางออกไปทั้งหมด หรือเลือกจุดหมายปลายทางที่ต้องต่อเที่ยวบินน้อยกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า

    แต่ละความท้าทายนั้นยากอยู่แล้ว แต่เมื่อรวมกันแล้วกลับยิ่งเสริมซึ่งกันและกัน

    ค่าตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นนั้นดูจะหาเหตุผลมาสนับสนุนได้ยากขึ้น เมื่อผู้เดินทางได้อ่านข่าวเกี่ยวกับความตึงเครียดบริเวณชายแดน ความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีรายงานเกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ข่าวร้ายแต่ละเรื่องจะยิ่งทำให้ผู้ที่อาจเป็นนักท่องเที่ยวตัดสินใจที่จะไม่มาเยือนที่นี่มากขึ้น

    ด้วยเหตุนี้ กัมพูชาจึงไม่สามารถแยกจัดการวิกฤตเหล่านี้ออกจากกันได้

    ปัญหาบางอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของพนมเปญ กัมพูชาไม่สามารถกำหนดทิศทางของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์หรือราคาน้ำมันโลกได้ และไม่สามารถแก้ไขข้อพิพาทชายแดนในภูมิภาคทุกด้านได้โดยลำพัง

    แต่กัมพูชาสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะปกครองตนเองอย่างไร

    การรณรงค์ต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ต้องกลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติอย่างถาวร แทนที่จะเป็นการบังคับใช้กฎหมายเป็นครั้งคราว ผู้ที่รับผิดชอบ – รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เอื้ออำนวยหรือปกป้องเครือข่ายอาชญากร – ต้องถูกสอบสวนและรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริตของสถาบันมีความสำคัญเท่าเทียมกับการปฏิบัติงานของตำรวจ หากปราศจากความรับผิดชอบ การบังคับใช้กฎหมายก็จะไม่น่าเชื่อถืออย่างเต็มที่

    นโยบายการท่องเที่ยวก็ต้องการการปฏิรูปขั้นพื้นฐานเช่นกัน กัมพูชาต้องการกลยุทธ์การท่องเที่ยวที่คล่องตัวและประสานงานกันมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจสำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และวิสาหกิจขนาดเล็ก ควรลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่สร้างภาระให้กับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ปรับปรุงการทำงานของภาครัฐที่ซ้ำซ้อน และลดความซับซ้อนของขั้นตอนการลงทุน ผู้ประกอบการควรใช้เวลาในการให้บริการนักท่องเที่ยวมากกว่าการจัดการกับระบบราชการ

    https://www.khmertimeskh.com/501973606/scams-war-and-oil-how-cambodias-tourism-lost-its-glow/
    https://www.facebook.com/share/p/197qXoS2pW/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประชุม Fed 28-29 ก.ค. 2569 มีมติ 9-3 คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด...มองยังคงดอกเบี้ยตลอดทั้งปี แม้โอกาสปรับขึ้นมีอยู่

    Fed มีมติ 9-3 เสียง คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% โดย 3 เสียงหนุนขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC วันที่ 28-29 ก.ค. 2569 โดยยังคงเน้นย้ำการรักษาเสถียรภาพราคาและควบคุมเงินเฟ้อให้กลับสู่เป้าหมาย 2%

    นอกจากนี้ Fed ลดการใช้ Forward Guidance และส่งสัญญาณปล่อยให้ตลาดกำหนดทิศทางดอกเบี้ย โดยมองว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond yield) ที่สูงขึ้นสะท้อนภาวะการเงินตึงตัว และลดความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ย

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังให้น้ำหนักกรณี Fed คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตลอดช่วงที่เหลือของปี 2569 โดยมองสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่านจุดแย่สุดไปแล้ว แต่มองยังมีความเป็นไปได้ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง หากแรงกดดันเงินเฟ้อสูงกว่าที่คาด

    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย #KResearch #FOMC #Fed #ดอกเบี้ย #G73504
    https://www.facebook.com/share/p/1HrukVyj8K/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เว็บไซต์ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศ คธอ. มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ 2) กำหนด ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ต้อง ‘พิสูจน์ตัวตน’ ผู้ทำโฆษณาทุกครั้ง เริ่มบังคับใช้ 1 พ.ย. 69 นี้
    .
    ‘ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ (ฉบับที่ ๒)’ ภายใต้ พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (หรือ พ.ร.ก.บัญชีม้า)
    .
    สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือ การกำหนดให้ “ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์” ต้องพิสูจน์ตัวตนผู้ทำโฆษณาทุกครั้ง ก่อนประกาศโฆษณา ด้วยวิธีการใด วิธีการหนึ่ง ดังนี้
    1️⃣ตรวจสอบเอกสารแสดงตัวตน และตรวจสอบว่าผู้ลงโฆษณาเป็นเจ้าของเอกสารจริง โดยเอกสารดังกล่าวต้องออกโดยหน่วยงานรัฐและสามารถตรวจสอบได้
    2️⃣ใช้ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (Digital ID) ที่มีมาตรฐานตามที่คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กำหนด
    .
    นอกจากนี้ ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ลงโฆษณาไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยต้องเก็บข้อมูลอย่างน้อย 90 วันนับแต่สิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา ซึ่งข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ ได้แก่ ชื่อบุคคล หรือชื่อนิติบุคคล และผู้แทนนิติบุคคล, เอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล, ข้อมูลที่สามารถติดต่อได้ เช่น ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์
    .
    หากมีบุคคลอื่นเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาแทน ต้องเก็บข้อมูลของผู้ชำระเงินนั้นด้วย
    .
    ประกาศฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศ ซึ่งก็คือ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 นี้
    .
    เพื่อให้ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์มีระบบป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และปฏิบัติตามมาตรการที่กฎหมายกำหนด เพื่อลดปัญหาการหลอกลวงหรือการกระทำผิดที่เกิดผ่านช่องทางออนไลน์

    .
    อ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ : https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/113758.pdf
    .
    #ETDA #ETDAThailand #ภัยไซเบอร์ #พรกบัญชีม้า #โฆษณาออนไลน์ #DPS #MDES
    https://m.facebook.com/story.php?st...nigjCqgPel&id=100064693326238&mibextid=NOb6eG
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตการณ์ความมั่นคงทางทะเลทวีความตึงเครียด หลังริยาดเร่งเคลื่อนไหวเพื่อคุ้มกันเส้นทางลำเลียงพลังงานโลก

    ซาอุดีอาระเบียเปิดฉากถก 43 ประเทศ จัดตั้ง "พันธมิตรทางเรือมัลตินานาชาติ" รับมือการปิดล้อมทางทะเลของกลุ่มฮูตี

    มีรายงานว่า กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียได้จัดประชุมนัดสำคัญ ณ กรุงริยาด โดยมีผู้แทนฝ่ายทหารและเสนาธิการทหารจาก 43 ประเทศ รวมถึงผู้แทนจากสหภาพยุโรปเข้าร่วม เพื่อหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งพันธมิตรป้องกันทางทะเลหลากชาติ การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความมั่นคง คุ้มครองเสรีภาพในการเดินเรือ และปกป้องเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานสากล โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบแบบเอลมันเดบ ทะเลแดง และอ่าวเอเดน

    เจ้าหน้าที่ระบุว่า ข้อเสนอจัดตั้งพันธมิตรดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย และเปิดฉากโจมตีเรือขนส่งน้ำมันในทะเลแดง ซึ่งกดดันให้เรือพาณิชย์ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือและส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานในตลาดโลก ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียจะทำหน้าที่เป็นประเทศผู้ก่อตั้งและผู้นำกลุ่ม พร้อมรับหน้าที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพันธมิตร ซึ่งในเบื้องต้นมีอย่างน้อย 14 ประเทศ เช่น อียิปต์ ตูรกี ปากีสถาน กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ที่ร่วมลงนามเห็นชอบในหลักการ

    แม้ฝ่ายซาอุดีอาระเบียจะเน้นย้ำว่ากลุ่มพันธมิตรนี้มีลักษณะเพื่อ "การป้องกันเชิงรับ" (Purely Defensive) และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รัฐใดรัฐหนึ่งโดยเฉพาะ แต่โครงสร้างการทำงานจะครอบคลุมถึงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง การปฏิบัติการร่วมทางทะเล และการฝึกซ้อมรบ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในน่านน้ำยุทธศาสตร์สำคัญอย่างเป็นระบบ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้แทนทหารจาก 43 ประเทศเพื่อหารือการตั้งพันธมิตรป้องกันทางทะเล ณ กรุงริยาด โดยมี 14 ประเทศร่วมลงนามปฏิญญาหนุนข้อเสนอดังกล่าว
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ข้อกำหนดในกฎธรรมนูญพันธมิตร (Alliance Charter) และระดับความช่วยเหลือทางทหารที่แต่ละประเทศจะสนับสนุนในปฏิบัติการจริง
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: การส่งกำลังบำรุงทางอากาศหรือการเปิดปฏิบัติการโจมตีเชิงรุกเข้าสู่พื้นที่เยเมนโดยกลุ่มพันธมิตรใหม่นี้

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย และการรายงานตรงกันของสำนักข่าวชั้นนำระดับโลก

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Financial Times, Bloomberg, Reuters, The Straits Times
    https://www.facebook.com/6157898501...eGqvYZkJgmN54CzY49Q9NLnbHRul/?mibextid=NOb6eG
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดอกเบี้ยสหรัฐแตะ 3.50-3.75% แต่พันธบัตร 30 ปีพุ่ง 5.24% ตลาดกลัวเงินแพง

    Fed ไม่ได้ขึ้นดอกเบี้ย แต่ตลาดกลับขึ้นดอกเบี้ยให้สหรัฐเอง เมื่อผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีพุ่งเข้าใกล้ 5.24% สูงสุดในรอบ 19 ปี

    ภาพนี้สำคัญมาก เพราะข่าวดูเหมือน “Fed คงดอกเบี้ย” แต่ความหมายจริงในตลาดเงินกลับไม่ได้นุ่มลงเลย อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังอยู่ที่ 3.50-3.75% เป็นการคงไว้ต่อเนื่องอีกครั้ง แต่พันธบัตรระยะยาวของสหรัฐกลับถูกขายจนดอกเบี้ยกระโดดขึ้นแรง

    ในภาษาคนทั่วไป ดอกเบี้ยนโยบายคือสิ่งที่ Fed ประกาศ แต่ดอกเบี้ยพันธบัตรคือสิ่งที่ตลาดทั้งโลกลงเงินโหวตจริง ถ้าคนซื้อพันธบัตรเริ่มไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะลงง่าย หรือเริ่มกลัวว่าหนี้สหรัฐต้องจ่ายดอกแพงขึ้น เขาจะไม่ยอมซื้อพันธบัตรในราคาสูงเหมือนเดิม ผลคือราคาพันธบัตรลง และดอกเบี้ยที่ตลาดเรียกร้องสูงขึ้น

    จุดที่ทำให้รอบนี้อึดอัดคือ Fed ไม่ได้บอกตลาดชัดว่าเกมต่อไปจะเป็นอย่างไร ประธาน Fed ย้ำว่าจะไม่ถอยจากเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดมากพอว่าถ้าเงินเฟ้อจากพลังงานกลับมาแรง จะใช้เครื่องมือหนักแค่ไหน ตลาดจึงเริ่มตีความเองว่า ถ้า Fed ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้ ต้นทุนกู้ระยะยาวอาจต้องขึ้นแทน

    นี่คือเหตุผลที่ข่าวนี้ใหญ่กว่าการประชุม Fed หนึ่งครั้ง เพราะพันธบัตร 30 ปีไม่ใช่ตัวเลขของนักเทรดเท่านั้น มันเป็นฐานคิดของสินเชื่อบ้านระยะยาว มูลค่าหุ้นเติบโต ต้นทุนรัฐบาล และราคาสินทรัพย์ทั่วโลก ยิ่งดอกเบี้ยยาวสูง โลกยิ่งคิดใหม่ว่าอะไรควรถูก อะไรควรแพง และใครอยู่ได้ด้วยเงินกู้ราคาสูง

    อีกด้านหนึ่ง ตลาดเคยวางโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยไว้เพียงราว 30% ก่อนประชุม แต่หลัง Fed คงดอกเบี้ยและยังไม่ปิดประตูเข้มงวด โอกาสที่ตลาดมองว่าจะขึ้นในเดือนกันยายนขยับไปแถว 57% ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่า Fed จะขึ้นแน่นอน แต่แปลว่าคนในตลาดไม่กล้าฝันเรื่องลดดอกเบี้ยง่าย ๆ แล้ว

    สำหรับนักลงทุน ภาพนี้คือบททดสอบของสินทรัพย์ที่เคยอยู่ได้เพราะเงินถูก หุ้นเทคที่มีกำไรไกลในอนาคตจะถูกกดมูลค่าหนักขึ้นเมื่อดอกเบี้ยยาวสูง บริษัทที่ต้องรีไฟแนนซ์หนี้จะเจอต้นทุนสูงขึ้น และครัวเรือนที่ต้องกู้ระยะยาวจะรู้สึกว่า “Fed ไม่ขึ้น” ไม่ได้แปลว่าเงินกู้ถูกลง

    ข่าวนี้ยังโยงกับสงครามอิหร่านโดยตรง เพราะราคาน้ำมันที่ดีดกลับทำให้ตลาดกลัวเงินเฟ้อรอบใหม่ ถ้าน้ำมันแพงแล้ว Fed ทำอะไรไม่ชัด ตลาดพันธบัตรจะเป็นคนลงโทษก่อนเสมอ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ความกลัวเงินเฟ้อ แต่คือความกลัวว่า Fed อาจตามหลังตลาดอีกครั้ง

    มุมมองนักวิเคราะห์ต่อเหตุการณ์นี้
    มุมอ่านจากข้อมูลในข่าวคือ Fed อาจกำลังปล่อยให้ดอกเบี้ยในตลาดทุนทำงานแทนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายบางส่วน ถ้าดอกเบี้ยพันธบัตรสูงพอ มันจะกดการกู้ การลงทุน และราคาสินทรัพย์เอง แต่ความเสี่ยงคือถ้าตลาดมองว่า Fed ไม่เด็ดขาดพอ ดอกเบี้ยยาวอาจขึ้นต่อจนกลายเป็นแรงกดเศรษฐกิจมากกว่าที่ Fed ต้องการ

    สัญญาณถัดไปที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ แต่ต้องดูว่าเงินเฟ้อพลังงานจะลามไปหมวดอื่นหรือเปล่า และดอกเบี้ยพันธบัตร 30 ปีจะยืนสูงแถวนี้ได้นานแค่ไหน เพราะถ้ายืนได้ โลกการเงินจะเริ่มคิดมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ทั้งกระดาน

    #Fed #ดอกเบี้ยสหรัฐ #พันธบัตรสหรัฐ #เงินเฟ้อ #ตลาดหุ้น #เศรษฐกิจโลก

    https://www.facebook.com/share/1DUmKjtVgz/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    233,628
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดีอาระเบียเตรียมพร้อมยกระดับปฏิบัติการทางทะเลและทางบกเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮูตีในเยเมน

    สื่อต่างประเทศรายงาน ซาอุดีอาระเบียเตรียมเปิดฉากบุกทางบกและทางทะเลครั้งใหญ่ในเยเมน หวังทวงคืนเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญในทะเลแดง

    สำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในเยเมนระบุว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังสั่งสมกำลังพลและถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ภาคตะวันออกของเยเมน ซึ่งคาดว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดการโจมตีทางบกเข้าสู่จังหวัดอัลบัยดาห์ (al-Bayda) ทางตอนกลางของประเทศ ขณะเดียวกันกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า มี 14 ประเทศ ซึ่งรวมถึงตุรกี ปากีสถาน อียิปต์ ซูดาน และจิบูตี ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์สนับสนุนพันธมิตรทางทะเลนานาชาติ พร้อมทั้งประสานงานไปยังสหรัฐฯ เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และอิตาลี ให้เข้าร่วมกองกำลังรักษาความมั่นคงในทะเลแดง

    การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เส้นทางขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียกำลังเผชิญวิกฤตอย่างหนัก โดยปกติแล้วน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียสูงถึง 80% ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และมากกว่าครึ่งหนึ่งถูกลำเลียงทางบกไปยังท่าเรือยันบู (Yanbu) บนฝั่งทะเลแดง หากเส้นทางทะเลแดงถูกปิดกั้นเพิ่มเติม จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศอย่างรุนแรง ด้านกลุ่มฮูตีประกาศว่าจะยอมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลก็ต่อเมื่อซาอุดีอาระเบียยกเลิกการปิดล้อมเยเมนเช่นกัน โดยยืนยันว่าข้อขัดแย้งนี้เป็นประเด็นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับเยเมน ไม่ใช่เรื่องของอิหร่าน

    รายงานระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าชายคาลิด บิน ซัลมาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าพบ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ JD Vance รองประธานาธิบดี เพื่อหารือเร่งด่วน โดยย้ำจุดยืนว่าริยาดจำเป็นต้องปกป้องตนเอง แต่ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งขยายตัวเป็นสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่าน ขณะที่การเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางข้อเรียกร้องจากอิหร่านที่ยังคงยืนยันให้เรือบรรทุกสินค้าทุกลำใช้เส้นทางเดินเรือทางเหนือที่ติดกับชายฝั่งของตน

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: 14 ประเทศลงนามสนับสนุนพันธมิตรทางทะเลนานาชาติ และซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณขอความร่วมมือจากชาติตะวันตก
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: รายงานการเคลื่อนกำลังพลของซาอุดีอาระเบียเพื่อเตรียมการบุกทางบกในจังหวัดอัลบัยดาห์
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ข้อตกลงข้อยุติการปิดล้อมทางทะเลระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตี

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – อ้างอิงจากรายงานสำนักข่าว Tier 1 (The Guardian) และแถลงการณ์กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย แต่ยังรอการยืนยันปฏิบัติการทางทหารอย่างเป็นทางการ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติม
    Source: The Guardian

    https://www.facebook.com/share/1FG6wWeW7t/
     

แชร์หน้านี้

Loading...