เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 9 กันยายน 2026 at 22:12.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อวานนี้ กลับถึงที่พักไปก็สลบไสลไปตั้งแต่ก่อน ๖ โมงเย็น มาตื่นอีกที ก็ ๕ ทุ่มกว่า จัดการทำหนังสือขอการแสดงต่าง ๆ จากโรงเรียนต่าง ๆ ในเดือนตุลาคม ให้กับ "คุณครูรอยพิมพ์ สุทธิบานเย็น" กรรมการชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน และกรรมการบริหารตลาดริมแคว ซึ่งดูแลในเรื่องการแสดงของเด็ก ๆ อยู่

    ความจริงสภาพร่างกายของกระผม/อาตมภาพ จะว่าไปแล้วก็ยังอึดถึกทนใช้ได้อยู่ เนื่องเพราะว่าแค่ได้พักผ่อนยาว ๆ อาการเจ็บไข้ได้ป่วยต่าง ๆ ก็ยอมถดถอยให้แต่โดยดี

    สำหรับวันนี้ต้องเดินทางไปยังบ้านขาม หมู่ที่ ๒ ตำบลพลับพลาไชย อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อทำการยกบ้านขามขึ้นเป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ ไปถึงเดินดูนิทรรศการต่าง ๆ แล้วประทับใจมาก เพราะว่าแยกออกเป็นหมวดเป็นหมู่ มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของศีลแต่ละข้อ มีโครงการอะไรที่จะทำให้ไม่ละเมิดศีลข้อนั้น ๆ มีการระบุเอาไว้อย่างชัดเจนมาก และบรรดาสัมมาชีพต่าง ๆ ก็มีทั้งในเรื่องของการทำข้าวปลาอาหาร และงานฝีมือด้วย

    แต่สิ่งที่เด่นเป็นสง่าที่สุดในวัดก็คือ "ปราสาทรวงข้าว" ซึ่งบรรดาชาวบ้านขามบอกว่าต้องเกี่ยวข้าวถึง ๕ ไร่สร้างขึ้นมา ภายในก็คือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อีกส่วนหนึ่งก็เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

    พูดง่าย ๆ ว่าเกี่ยวข้าวถึง ๕ ไร่ สร้างปราสาทขึ้นมา เพื่อที่จะเอาไว้ประดับพระบรมฉายาลักษณ์และพระฉายาลักษณ์ เป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและพร้อมเพรียงของชาวบ้านนี้อย่างแท้จริง
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    "พระครูภาวนาโพธิวงศ์" เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทองเจริญ (บ้านขาม) มาต้อนรับ บอกว่ายังจัดทุกอย่างไม่เสร็จเรียบร้อย ขึ้นไปถึงข้างบน ก็เจอ "ดร.ท่านเจ้าคุณทวี" - พระสุพรรณวชิรโมลี, ดร. (ทวี รตนเมธี ป.ธ.๖) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี กรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ซึ่งทำงานร่วมกัน แต่ว่าวันนี้มาถึงถิ่นของท่าน ส่วนพรุ่งนี้จะไปตรวจที่กาญจนบุรี ถิ่นของกระผม/อาตมภาพบ้าง

    บรรดาพรรคพวกเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็น "ดร.พระครูมานพ" (พระครูโพธิสุวรรณคุณ, ดร.) เจ้าอาวาสวัดดอนโพธิ์ทอง หรือว่าแม้กระทั่ง "ท่านเจ้าคุณพระสุพรรณวชิรธรรม" (ศักดา อุตฺตโม) เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (ธ) ก็มาทักทายกัน เพราะว่าปีก่อนก็เพิ่งจะไปตรวจยกหมู่บ้านข้างวัดท่านให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ต้นแบบ

    พวกเราเดินดูนิทรรศการท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ทั้ง ๆ ที่ดูแล้วเหมือนกับฝนฟ้าจะตก แต่ต้องบอกว่าที่นี่ขลังใช้ได้ เนื่องเพราะว่าสามารถที่จะห้ามฝนได้อยู่หมัดเลยทีเดียว..!

    บรรดาพระเถระ เจ้าคณะพระสังฆาธิการ ตลอดจนกระทั่งกรรมการของโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ก็ทยอยกันมา "พระเดชพระคุณหลวงพ่อโพไซดอน" - พระเทพสมุทรวัชราจารย์" (จรัล สิริธมฺโม) ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ หนกลาง ท่านคุยโทรศัพท์อยู่โดยใช้หูฟัง กระผม/อาตมภาพยังแซวท่านว่า "ผมไม่เห็นว่าเป็นหูฟังนะครับหลวงพ่อ ผมเห็นเป็นสายออกซิเจน นึกว่าหลวงพ่อเดินขึ้นบันไดแค่นี้ก็หายใจไม่ทันเสียแล้ว..!"

    ท่านถามว่า "วัดหนองปรือที่พรุ่งนี้จะไป ห่างจากที่นี่มากไหม ? " กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ถ้าเข้าบ่อพลอยก็ออกหนองปรือได้เลย แต่ว่าถ้าหลวงพ่อมาจากทางด้านกรุงเทพฯ ก็ให้เข้าสุพรรณบุรี ดอนเจดีย์ ออกด่านช้างแล้วก็จะถึงหนองปรือ" ท่านบอกว่า "รู้หนทางแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย แล้วของคุณอยู่ไกลมากไหม ? " ก็กราบเรียนท่านไปว่า "จากวัดท่าขนุนมาถึงวัดหนองปรือก็ ๒๗๐ กิโลเมตรโดยประมาณ" เล่นเอาท่านถึงกับร้องโอ้โฮ..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    เมื่อบรรดาเจ้าคณะพระสังฆาธิการมากันพร้อมมูล ทางเจ้าภาพก็เลยนิมนต์ไปฉันเพลเสียตั้งแต่ยังไม่ทันจะเพล แต่พวกเราก็เต็มอกเต็มใจที่จะไปฉัน เนื่องเพราะว่าข้าวปลาอาหารนั้นมาแบบอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะปลาร้าต้ม ซึ่งกระผม/อาตมภาพตอนสมัยเป็นทหาร เจอปลาร้าแบบนี้แล้วก็ยังสงสัยอยู่ เพราะพรรคพวกเพื่อนฝูงขู่เอาไว้มากว่า "ถ้ามึงไปเป็นทหาร เจออาหารโรงสูทกรรม อย่างไรก็แดกแต่ปลาร้าทั้งปี..!"

    กระผม/อาตมภาพเข้าไปเป็นอยู่หลายเดือน ถามเพื่อนว่า "ปลาร้าอยู่ไหนวะ ? กูยังไม่เห็นเลย" เพื่อนบอกว่า "มึงแดกไปเป็นตันแล้ว..!" กระผม/อาตมภาพเพิ่งจะรู้ว่าปลาที่หน้าตาน่ากินสุด ๆ ที่ตนเองกินอยู่ทุกบ่อยนั้นก็คือปลาร้า ขออภัยเถอะ..ที่หวาดกลัวมาตั้งแต่ต้น เนื่องเพราะเขาขู่มาว่าเหม็นอย่างนั้น น่าเกลียดอย่างนี้ แต่พอเจอของจริงเข้า อร่อยเสียจนลืมโลกไปเลย..!

    เมื่อฉันเพลกันเสร็จเรียบร้อย ก็มีการไปปล่อยพันธุ์ปลาลงในสระน้ำของวัด ซึ่งบรรดาวัดหรือหมู่บ้านโบราณนั้นมักจะมีสระน้ำ หรือเรียกภาษาโบราณว่า "สระพัง" บ้าง "ตระพัง" บ้าง เป็นแหล่งเก็บน้ำใช้ของหมู่บ้านตนเอง พวกเราไปปล่อยพันธุ์ปลาซึ่งเป็นปลาตะเพียนลงไปในบ่อแล้ว ก็ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน หลังจากนั้นก็เดินเข้าหมู่บ้านซึ่งอยู่แค่ข้างวัด เพื่อไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง

    กระผม/อาตมภาพเข้าไปถึงเป็นรูปแรก เจอคุณยายผมขาวไปทั้งหัว ตัวเล็ก ๆ นั่งยิ้มแป้นอยู่คนเดียว ถามว่า "คุณยายอายุเท่าไรแล้วจ๊ะ ?" อีกฝ่ายหนึ่งบอกเป็นสำเนียงลาวเวียงขนานแท้ว่า "จั๊ก ๘๐ แล้วมั้ง ?" กระผม/อาตมภาพก็เลยหัวเราะ ถามว่า "ยายไม่รู้อายุตัวเองเลยหรือ ?" คุณยายบอกว่า "ก็บ่เคยนับจั๊กเทื่อ" ทำเอาอดหัวเราะไม่ได้

    "พระมหาวิเชียร ชาตวชิโร ป.ธ. ๙" เลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ส่งซองปัจจัยมาให้ บอกว่า "หลวงพ่อเล็กใส่ได้ตามสบายเลยนะครับ ให้คุณยายเอาไว้ใช้" จากนั้นก็ให้กระผม/อาตมภาพเป็นผู้มอบให้เสียด้วย

    แล้วก็ยังมีคุณตาอีกท่านหนึ่ง ซึ่งอายุ ๗๐ ปี ดูแล้วก็เครียด เพราะดูแล้วว่าคุณตาอายุ ๗๐ ปีนั้น ดูท่าว่าจะแก่กว่าคุณยายเสียอีก..! เพราะว่าผู้ดูแลบอกว่า คุณยายที่บอกว่าอายุน่าจะ ๘๐ ปีได้แล้วนั้น อายุได้ ๙๓ ปีเข้าไปแล้ว แต่ยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีมาก ส่วนคุณตานั่งหน้าบูดอยู่ ถามอะไรก็ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ส่งของให้ก็รับเหมือนอย่างกับไม่อยากจะได้ประมาณนั้น..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    เมื่อพวกเราเยี่ยมผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว ก็มานั่งรถรางไปยังอุโบสถของวัดโพธิ์ทองเจริญแห่งนี้ ซึ่งชื่อชาวบ้านก็คือ "วัดบ้านขาม" พวกเราเข้าไปกราบพระประธาน สวดมนต์ถวายแล้ว ก็ออกมาดูนิทรรศการต่าง ๆ ซึ่งแต่ละซุ้มแต่ละแห่ง ก็มีผู้รับผิดชอบตั้งหน้าตั้งตาอธิบาย จนกระผม/อาตมภาพสงสัยอยู่ว่าผู้อธิบายนั้นไม่ใช่เด็ก ๆ แต่ว่าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนบ้าง เป็นครูผู้รับผิดชอบบ้าง เมื่อสอบถามดู อีกฝ่ายบอกว่า "กลัวว่าเด็กจะพูดผิด" ทำเอาพวกเรา "หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก"

    ด้วยเหตุที่ว่าทางด้านบ้านขามนี้มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงมาก มีทั้งลาวเวียง ลาวพวน ลาวครั่ง คนจีน คนไทย ปนกันให้มั่วไปหมด แต่ว่ารักใคร่สามัคคีกันดี มีทั้ง "ฮีตสิบสอง คองสิบสี่" ตามแบบของคนลาวขนานแท้ แล้วในขณะเดียวกันก็มีผ้าทอแบบลาวครั่ง เป็นผ้าตีนจกงาม ๆ ราคาผืนละหลายพันบาทเลยทีเดียว..!

    พวกเราเดินดูนิทรรศการทีละซุ้ม ทีละช่อง จนเหงื่อแตกคลั่ก ๆ เต็มตัว เพราะว่าอากาศอบอ้าวแบบฝนจะตก แต่ว่าโดนอั้นเอาไว้ไม่ตก ต้องบอกว่า "พระครูภาวนาโพธิวงศ์" นั้น ฝีมือแกใช้ได้เลยทีเดียว บอกว่า "บนหลวงพ่อในโบสถ์เอาไว้ สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๐ โบสถ์พังไปรอบหนึ่งจนสร้างหลังใหม่แล้ว หลวงพ่อพระพุทธรูปก็ยังอยู่เป็นมิ่งขวัญของบ้านขามแห่งนี้"

    พวกเราเดินดูนิทรรศการต่าง ๆ จนกระทั่งมาถึงซุ้มปราสาทข้าว กระผม/อาตมภาพก็เลี่ยงขึ้นศาลาไป ทักทายพรรคพวกเพื่อนฝูงที่มากันมากมาย เพราะว่ารู้จักมักจี่กันแทบทุกคน จากนั้นก็เข้าสู่ที่เตรียมการตรวจประเมิน จนกระทั่งท่านประธานคือ "หลวงพ่อโพไซดอน" ขึ้นมาถึง ทางด้านบ้านขามนี้ก็ได้จัดชุดการแสดงขึ้นมาต้อนรับ ซึ่งมีทั้งการฟ้อน มีทั้งการแสดงในลักษณะเต้นกำรำเคียวเกี่ยวข้าว

    ตลอดจนกระทั่งการสวดทำนองสรภัญญะ ซึ่งฟังแล้วชื่นใจมาก เพราะสวดเป็นภาษาลาวเวียง ประมาณว่า
    "ศีล ๕ นั้นสร้างความหอมให้กับเรา เป็นบันไดพาไปสู่พระนิพพาน แม้แต่พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีก็มีศีล ขอให้บรรดาชายหญิงทั้งหลายจงรับเอาศีลของพระพุทธเจ้าไปรักษาไว้เถิด จะเกิดความประเสริฐแก่ตัวเองทั้งชาตินี้และชาติหน้า" ฟังแล้วทำให้หลงรักวัฒนธรรมลาวขึ้นมาอีกเยอะเลยทีเดียว
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,066
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,241
    ค่าพลัง:
    +27,006
    จนกระทั่งเข้าสู่การประเมิน เมื่อทำการไหว้พระแล้ว ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดก็คือ "นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร" กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ว่า "ไม่ใช่มีแค่บ้านขามแห่งนี้ ที่เป็นหมู่บ้านต้นแบบเท่านั้น เพราะว่าจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น ขับเคลื่อนทั้ง ๑,๐๐๘ หมู่บ้าน ให้เป็นหมู่บ้านรักษาศีล ๕ โดยพร้อมเพรียงกัน" นับว่าท่านตีโจทย์ได้แตกมาก

    แล้วก็ยังมีท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลพลับพลาไชย และท่านกำนันซึ่งนอกจากจะเป็นกำนันแล้ว ยังเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ อีกด้วย ออกมากล่าวถึงวิธีการทำงานของตนโดยสรุป ในลักษณะของคนที่ทำงานมาด้วยตัวเองจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลักบริหารแบบ ๖ ต. ก็คือตั้งแต่ "เตาะแตะ ต้วมเตี้ยม เต่งตึง
    โตงเตง ติดเตียง ต้องตาย" เหล่านั้นเป็นต้น โดยที่บอกว่า แต่ละช่วงแต่ละวัยของชีวิตนั้น จะต้องจัดเตรียมโครงการอะไรให้เขาทั้งหลายเหล่านั้น ได้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในศีลกินในธรรม สร้างความประทับใจให้แก่กรรมการทั้งหลายมาก

    แต่ขอโทษเถอะ..วันนี้ "หลวงพ่อเจ้าคุณโม่ง" - ว่าที่ พระเทพวชิรมงคลวิสิฐ (อาทิตย์ สิริวฑฺฒโน) เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี ประทับใจจนถึงขนาด
    ขอเหมาคนเดียว เนื่องเพราะว่าท่านก็เป็นลาวเวียงเหมือนกัน บอกว่า "อยู่สระบุรีมาโดนเติบแล้ว" ก็คืออยู่มาถึง ๕๐ กว่าปี พูดชื่นชมถึงบรรดาญาติโยมทั้งหลายที่รักษาวัฒนธรรมลาวเวียงเอาไว้อย่างเลิศลอยเช่นนี้ เพราะว่าทางบ้านตัวเองนั้น กลายเป็นไทยไปหมดแล้ว..!

    ต่อด้วย "ท่านเจ้าคุณต่อ" - พระราชมหาเจติยาภิบาล (ต่อศักดิ์ สุนฺทรวาที) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม รักษาเจ้าอาวาสวัดโบสถ์ จังหวัดปทุมธานี ซึ่งก็เป็นลาวร้อยเอ็ด แต่ไปอยู่ชัยภูมิ ออกมาชื่นชมกับคนลาวด้วยกันจนหมดเวลา ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเจอ "ท่านเจ้าคุณปัญญา" - พระราชปริยัติวัชรานุกูล (ปัญญา วีรเมธี ป.ธ. ๕) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี ซึ่งก็ "ขาลาว" อยู่เหมือนกัน ท่านทั้งหลายเหล่านี้เวลาอยู่ด้วยกัน จะ "เว้าลาว" อย่างมีความสุขมาก แต่พออยู่กับพวกเรามาพูดไทย ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านต้องฝืนใจหรือเปล่า ?

    วันนี้พวกกระผม/อาตมภาพก็เลยไม่ต้องพูดอะไรให้เหนื่อย กลายเป็นว่าให้ท่านทั้งหลายได้ทำหน้าที่ของตนเอง ในลักษณะของบุคคลภาษาเดียวกัน สร้างความชื่นใจให้แก่ญาติโยมเป็นอย่างยิ่ง ยังโชคดีที่ว่า "หลวงพ่อเจ้าคุณโม่ง" ท่านมาช้า ถ้าท่านไปเจอคุณยายบอกว่า "ไม่เคยนับอายุจั๊กเทื่อ" อาจจะขออยู่ที่บ้านขามนี้เลย ไม่กลับสระบุรีไปแล้วก็ได้..!

    เมื่อพวกเราปิดการประเมินและถ่ายรูปหมู่ร่วมกันแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางกลับ ขณะที่คณะกรรมการอื่น ๆ เดินทางไปพักยังสถานที่ซึ่งทางเจ้าภาพก็คือ วัดหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ สำหรับการตรวจประเมินของจังหวัดกาญจนบุรีในวันพรุ่งนี้

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพุธที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...