เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 กันยายน 2026 at 22:23.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เมื่อคืนฝนตกทั้งคืน แล้วยังโดนเครื่องปรับอากาศซ้ำเติมอีกด้วย คือที่พักเมื่อคืนนั้นดีหมดทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียวว่า เครื่องปรับอากาศไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนอะไรได้เลย แม้ว่าจะตั้งไว้ที่ ๒๗ องศาเซลเซียส แต่เครื่องก็จะกลับไปเป็น ๒๐ องศาเซลเซียสอยู่เสมอ ทำให้อากาศเย็นจนเกินไป..!

    แม้ว่าปิดเครื่องทิ้ง แต่กดปุ่มพาวเวอร์กี่ครั้งเครื่องก็ไม่ยอมปิด นอกจากเปลี่ยนระบบไปพักหนึ่ง แล้วก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม จนกระผม/อาตมภาพต้องไปโกยเอาผ้าห่มในรถมาสองผืน จึงพอที่จะเอาชีวิตรอดมาได้ ไม่ทราบเหมือนกันว่าระบบเครื่องปรับอากาศของเขาเป็นอะไรไป ถึงได้ตั้งเอาไว้ต่ำและหนาวเย็นขนาดนั้น แถมยังไม่สามารถที่จะปิดได้อีกด้วย..!

    อีกส่วนหนึ่งที่อยากบอกกล่าวก็คือ ถ้าหากว่ามางานแบบนี้ กระผม/อาตมภาพจะต้องติดมีดหมอของครูบาอาจารย์ไปด้วยเสมอ เนื่องเพราะว่าการไปเป็นประธานในงานออกนิโรธกรรมนั้น ก็มักจะมีบุคคลผู้หวังดี ปรารถนาดี อยากรู้ว่าท่านประธานมีความสามารถสักเท่าไร ? แล้วก็ทำการทดสอบอยู่ทุกบ่อย..!

    แม้ว่าระยะหลัง ๆ นั้นจะเข็ดหลาบกันไป จนกระทั่งแทบไม่มีใครทดสอบแล้ว แต่เราก็ไม่ควรที่จะประมาทได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงได้อาราธนามีดหมอเทพศาสตราของ "ท่านอาจารย์ปู่" หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นมีดควาญช้าง ด้ามงา ฝักไม้ ความยาวใบมีด ๑๑ นิ้ว ติดเข้าไปในห้องพักด้วย แม้ว่าจะหนาวมาก แต่ก็ไม่มีสิ่งหนึ่งประการใดมารบกวน ทำให้รอดตัวไปได้อีกคืนหนึ่ง..!

    จนกระทั่งประมาณตี ๕ กว่านิดหน่อย กระผม/อาตมภาพก็ออกจากที่พัก ตรงไปยังที่พักสงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งปีนี้จัดงานได้ค่อนข้างจะรอบคอบรัดกุม ก็คือก่อนหน้านี้ บริเวณทางเข้าไม่มีฟืนไม่มีไฟอะไรบอกให้รู้เลย เผลอเมื่อไรก็วิ่งเลยไปเมื่อนั้น ปีที่แล้วมีไฟอยู่ให้เป็นเครื่องหมาย สามารถที่จะเลี้ยวได้ถูกต้อง แต่ปีนี้ส่งคนใส่เสื้อกันฝน มาถือไฟฉายคอยโบกให้รถเข้า นับว่ามีการปรับปรุงให้ดีขึ้นทุกปี
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    ครั้นเข้าไปถึง จอดรถได้แล้ว กระผม/อาตมภาพก็เข้าไปฉันเช้าร่วมกัน "ครูบาสมเพชร " (พระครูสิริวชิโรภาส) รองเจ้าคณะอำเภอเมืองลำพูน เจ้าอาวาสวัดสันป่าม่วง ซึ่งท่านมาถึงก่อนทุกครั้ง ไม่ทราบเหมือนกันว่ามาค้างคืนหรือเปล่า ? อีกรายหนึ่งก็คือ "พระปลัดสมชาย ถามิโก" วัดเกาะแก้ว (พลับพลาไชย) จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งปีนี้ได้นำวัตถุมงคลของทางวัดมาเข้าพิธี เพื่อเตรียมแจกในงานทอดกฐินของวัดเกาะแก้วอีกด้วย

    กำลังคุยกันอยู่พักหนึ่ง "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" (พระครูสมุห์เจษฎา โชติปญฺโญ) ประธานที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ จังหวัดนครราชสีมา ก็เข้ามากราบ แจ้งว่าตนเองฉันมาเรียบร้อยแล้ว

    ส่วนอีกรายก็คือ "พระอาจารย์นิล" หรือ "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร ซึ่งท่านนั่งมองกระผม/อาตมภาพกับ "ครูบาสมเพชร" ฉันเช้ากันตาปริบ ๆ เนื่องเพราะว่าท่านฉันมังสวิรัติ แต่ที่มานั้นก็คือข้าวต้มเครื่องเต็มระดับเลยทีเดียว..!

    ครู่ต่อมา "พระครูวิโรจน์กาญจนเขต, รศ.ดร." เจ้าคณะตำบลบางขนุน เจ้าอาวาสวัดอุทยาน จังหวัดนนทบุรี ก็ตามมาสมทบด้วย โดน "ครูบาสมเพชร" แซวซ้ายล้วงขวาจนกระทั่งรับมือเกือบจะไม่ถูก เวลาพระผู้ใหญ่ท่านเล่นด้วยนี่ ถ้าหากว่าพระผู้น้อยเผลอเมื่อไร อาจจะหัวใจวายตายเอาง่าย ๆ..!

    จนกระทั่งอีก ๕ นาทีจะ ๖ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพจึงบอกทุกท่านว่า "ได้เวลาแล้ว" จากนั้นก็เดินฝ่าฝนพรำ ๆ ตรงไป ทำการเปิดรั้วราชวัตร ๙ ชั้น ค่อย ๆ ตรงไปจนกระทั่งถึงหน้าบริเวณกุฏิ ซึ่งเป็นที่เข้านิโรธกรรมของ "ครูบาวิฑูรย์ ชินวโร" ประธานที่พักสงฆ์ปรียนันท์ธรรมสถาน ซึ่งมีกิ่งไม้ใบไม้โดนพายุฝนหักลงมาบริเวณหน้าบันได กระผม/อาตมภาพจึงให้รีบทำความสะอาดกันก่อน เพื่อที่ถึงเวลารับ "ครูบาวิฑูรย์" ท่านออกมาแล้ว ก็จะได้ไม่เดินสะดุดหรือว่าลื่นล้ม..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    จากนั้นก็ได้เปิดกุญแจเข้าไปยังด้านใน "ครูบาวิฑูรย์" ท่านอธิษฐานออกจากนิโรธกรรม รับการทำบุญจากพวกกระผม/อาตมภาพแล้ว ท่านก็ได้บอกว่า "ปีที่แล้ว ตั้งใจจะถวายไม้เท้าให้หลวงพ่อ แต่ด้วยความที่ว่าฝากผู้อื่นไป แล้วเขาทำหักเป็น ๓ ท่อน เป็นอะไรที่คาใจมาก และมารบกวนในอารมณ์ปฏิบัติกรรมฐานครั้งนี้ด้วย จึงขออนุญาตกราบขอขมา"

    กระผม/อาตมภาพนั่งหัวเราะ บอกว่า "แสดงว่าผมยังไม่แก่พอที่จะใช้ ก็เลยมีผู้เมตตาหักไม้เท้าโยนทิ้งไปก่อน ถ้าเหมาะสมที่จะใช้เมื่อไรก็คงจะได้ใช้เอง" จากนั้นก็นำท่านออกนิโรธกรรมมา ซึ่งปีนี้ฝนตกแบบนี้ จึงไม่สามารถที่จะนั่งเสลี่ยงได้ แล้วก็ไม่มีรถไฟฟ้ามารับอีกต่างหาก จึงใช้วิธีเดินไปจนกระทั่งถึงศาลาการเปรียญ

    กระผม/อาตมภาพฉวยเก้าอี้ติดมือไปด้วย ๑ ตัว เมื่อถึงหน้าเครื่องบวงสรวง จึงได้วางลงให้ "ครูบาวิฑูรย์" ท่านนั่ง แม้ว่าระยะทางที่เดินมาไม่เกิน ๓๐๐ เมตร แต่ด้วยเหตุที่ว่าบุคคลอดอาหารมาเป็นระยะเวลา ๗ วัน หรือ ๙ วัน ถ้าหากว่าไม่ระมัดระวังไว้ อาจจะเป็นลมล้มทั้งยืนก็ได้..! เรื่องนี้ "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" ท่านถึงกับออกปากว่า "ที่ออกกรรมฐานมาแล้ว สามารถเดินขึ้นเขาไปรับบิณฑบาตวันเทโวได้ เห็นมีแต่หลวงพ่อเล็กองค์เดียวเท่านั้น เป็นเรื่องที่ต้องยกให้กับท่าน พวกเราทำแบบนั้นไม่ได้..!"

    กระผม/อาตมภาพกราบขอบารมีพระในการทำบวงสรวง เพื่อเริ่มพิธีสืบชะตาหลวงของ "ครูบาวิฑูรย์" โดยเฉพาะในส่วนของการป้องกันอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะมีผู้หวังดีปรารถนาดี ถวายของแปลก ๆ มาให้ก็ได้..! แล้วก็นั่งชมการแสดงของบรรดาช่างฟ้อนต่าง ๆ พร้อมกับแจกรางวัลไปด้วย ซึ่งปีนี้มีคณะที่มาแสดงถึง ๔ คณะ มีกระทั่งการเชิดสิงโตอวยพร

    กระผม/อาตมภาพควักกระเป๋าแจกรางวัลไปหมื่นกว่าบาท..! แล้วก็ให้ "ครูบาวิฑูรย์" ท่านเข้าห้องน้ำก่อน จากนั้นก็นิมนต์ท่านเข้าซุ้มสืบชะตา อธิษฐานจิต พันสายสิญจน์เหนือซุ้มที่ศีรษะของท่าน แล้วก็ไปจุดเทียนทุกอย่างที่มีอยู่ในพิธี แม้กระทั่งเทียนน้ำมนต์ ซึ่งปกติแล้วจะมีเจ้าภาพจุด กระผม/อาตมภาพก็จุดเสียเอง เจ้าภาพจึงทำหน้าที่แค่ประเคนขันน้ำมนต์นั้นแก่ "ครูบาวิฑูรย์" เท่านั้น..!
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    เมื่อเข้าที่ได้ก็ตั้งใจภาวนาอย่างเต็มที่ ส่วนหนึ่งก็คือต้องระมัดระวังป้องกันเอาไว้ด้วย เนื่องเพราะว่าบุคคลผู้หวังดีที่รออยู่นั้นมี จนกระทั่งมาถึงช่วงสุดท้าย ได้ทำฝ้ายผูกขวัญให้กับ "ครูบาวิฑูรย์" ครั้นกลับมาแล้วก็เป็นการถวายภัตตาหารและสังฆทาน แก่บรรดาพระเถราจารย์ซึ่งมาร่วมพิธี

    นอกจากที่ได้เอ่ยนามมาแล้ว ก็ยังมี "ตุ๊พ่อมหาสิงห์" (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ จังหวัดลำพูน "ครูบาเหนือชัย โฆสิโต" นักบุญแห่งขุนเขา เจ้าสำนักสงฆ์ถ้ำป่าอาชาทอง จังหวัดเชียงราย เป็นต้น

    ระหว่างที่ทายกกล่าวนำถวายสังฆทานอยู่ เบี้ยแก้ที่กระผม/อาตมภาพพกอยู่ ก็สั่นเตือนเป็นระยะเวลาที่ยาวนานผิดปกติ กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่นึกในใจว่า "เริ่มอีกแล้ว" ซึ่งความจริงเรื่องพวกนี้นั้น ถ้าท่านทั้งหลายมีประสบการณ์ของตนเอง ก็จะรู้สึกอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน

    การสั่นเตือนของเบี้ยแก้นั้นจะมีลักษณะคล้ายกับการสั่นของโทรศัพท์มือถือ ยังดีที่โทรศัพท์มือถือของกระผม/อาตมภาพนั้น "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) เอาไปถ่ายรูปต่าง ๆ ในบริเวณพิธี จึงทำให้มั่นใจว่าเป็นการสั่นเตือนของเบี้ยแก้อย่างแน่นอน

    เพียงแต่ว่าในสายคาดเอว หรือที่เรียกกันว่าประคดเอวนั้น มีทั้งเบี้ยแก้ "หลวงปู่บุญ" วัดกลางบางแก้ว เบี้ยแก้ "หลวงพ่อภักตร์" วัดโบสถ์ เบี้ยแก้ "หลวงพ่อคำ" วัดโพธิ์ปล้ำ เบี้ยแก้ "หลวงพ่อนุ่ม" วัดบางใน และเบี้ยแก้ "หลวงปู่เจือ" วัดกลางบางแก้ว จึงไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเบี้ยแก้ลูกไหนที่สั่นเตือน แต่จากที่เคยมาในอดีตเป็นของ "หลวงปู่เจือ" ท่านสั่นเตือน ครั้งแรกที่พบยังนึกว่าแผ่นดินไหวเสียอีก..!

    ในเรื่องของ "เบี้ยแก้" กับ "มีดหมอ" นั้น กระผม/อาตมภาพถือว่าเป็นเครื่องช่วยชีวิต ก็คือบรรดาท่านทั้งหลายถ้ามีโอกาส ควรจะหาติดตัวเอาไว้ ถ้าเป็นสิ่งที่ผิดปกติตามธรรมชาติมา ถ้าหากว่ามีอานุภาพไม่สูงนัก ก็จะโดนอานุภาพของเบี้ยแก้สลายไปจนหมด ถ้าหากอานุภาพสูงขึ้นมาจนถึงระดับเปรต อสุรกายมีฤทธิ์ต่าง ๆ มีดหมอก็จะแก้ได้อย่างชะงัดเป็นอย่างยิ่ง
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,181
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,259
    ค่าพลัง:
    +27,028
    ดังนั้น..ในเรื่องของการแจกรางวัลให้กับนักเรียนที่สอบได้ประโยคบาลีของวัดท่าขนุนนั้น กระผม/อาตมภาพจึงหาเบี้ยแก้ "หลวงปู่เจือ" วัดกลางบางแก้วมาให้กับทุกรูป เพียงแต่ว่ามีดหมอนั้น บังเอิญว่าขายเพลินไปหน่อย แทบจะไม่เหลือติดตัว จึงไม่พอที่จะมอบให้กับท่านทั้งหลายเหล่านั้น พูดง่าย ๆ ว่าคงต้องไปดิ้นรนกันเอง..!

    แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่า แต่ละคนนั้นดูของไม่เป็น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถึงเวลาก็คงต้องพยายามเสาะหามาเพิ่มเติม จนกว่าจะเพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่มีอยู่ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าปีไหนจะโชคดีได้รางวัลเหล่านี้ไป ?

    เมื่อถึงเวลารับสังฆทานและไทยธรรมต่าง ๆ แล้วกระผม/อาตมภาพก็ขอตัวเดินทางกลับ โดยที่บอกกล่าวกับ "น้องเล็ก" ว่า "ระมัดระวังเอาไว้ด้วย" เนื่องเพราะในระยะแรก เขาอาจจะไม่ยินยอมที่ทำอะไรไม่ได้ คงจะมีการติดตามมาอีกระยะหนึ่ง แต่ถ้าหากว่าขึ้นรถแล้ว กระผม/อาตมภาพก็สบายใจ เนื่องเพราะว่านอกจากมีดหมอเทพศาสตรา "หลวงพ่อเดิม" วัดหนองโพธิ์ ที่ติดรถอยู่แล้ว ก็ยังมีปรอทสำเร็จที่เป็นปรอททองคำของ "หลวงปู่วัดเขาตะมะยะ" ประเทศพม่า และปรอททองคำของ "หลวงพ่อศรีอ่อง" วัดบรรพตสถิตย์ จังหวัดลำปางอยู่ด้วย

    อีกส่วนหนึ่งก็คือเจ้าแสบทั้งสองคู่ ก็คือ "ท่านวัชระ" กับ "ท่านวายุ" และ "ท่านอู่เงิน" กับ "ท่านอู่ทอง" เป็นพญาแมงลงภู่คำตัวครู ซึ่งแกะมาจากงาช้างจำกัดตัวเกือบเท่าฝ่ามือ ต้องบอกว่าเจ้า ๔ ตัวนี้เคยลงไม้ลงมือกับบุคคลผู้หวังดีปรารถนาดี โดยที่กระผม/อาตมภาพไม่ได้สั่งการเสียด้วย จึงกลายเป็นว่าถ้าอยากเจ็บตัวก็สามารถที่จะตามมาก่อกวนกลางทางได้เลย..!

    จากนั้นก็เดินทางฝ่าฝนกลับสู่ที่พักด้วยความปลอดภัย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสร้างความลำบากให้แก่ผู้ที่เขาทดสอบอะไรไปบ้างหรือเปล่า ? เพราะว่าเป็นสิ่งที่กระผม/อาตมภาพไม่ให้ค่าไม่ให้ราคามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว โชคดีที่ไม่ได้ปลุกยันต์เกราะเพชร ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าโดนสวนกลับไป ก็อาจจะเดี้ยงไปอีกนาน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะน่าเสียดายมาก เพราะว่าไม่มีอะไรมาให้ลับฝีมือ นาน ๆ ไป อาจจะขึ้นสนิมก็เป็นได้..!

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันอาทิตย์ที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...