ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! ทรัมป์ฮีโร่กู้โลก! เหลี่ยมแผนขย่มบี้ราคาดีเซลบีบกลุ่มประเทศ G7 รวมพลัง เท “สต็อกน้ำมัน” ดีเซลจากคลังแห่งชาติ 100 ล้านบาร์เรล ฝ่าวิกฤติราคาเชื้อเพลิงแพงบรรลัย‼️‼️

    ก่อนหน้านี้ทรัมป์ขู่นะครับท่าน งัดไม้นี้ออกมา ขู่ว่ารัฐบาลอเมริกาจะ “แบน” ห้ามส่งออกดีเซล
    ทรัมป์แค่ทำทีเงื้อๆ ง่าๆ อยู่หลายวัน (ทำเป็นบอก “ผมกำลังซีเรียสคิดๆ อยู่ในประเด็นนี้”)

    ยุโรปเหงื่อแตกพล่านนน⚠️⚠️⚠️
    ขืนทรัมป์ทำจริง ยุโรปกระอักเลือด! เพราะยุโรปเป็นทวีปที่ “นำเข้าดีเซลสุทธิ” และหลักๆ ก็นำเข้าจากอเมริกาเนี่ยแหละ!
    (อย่างอื่น พวกเบนซิน พวกน้ำมันเตา ยุโรป “ส่งออกสุทธิ” ; กลับกัน)

    ทรัมป์ขู่จนยุโรปหลอน
    สุดท้าย “จำยอม”
    ก็รวมๆ กันกับบริวารอื่นของอเมริกา (และรวมกับตัวอเมริกาเองด้วย) ในนามกลุ่ม G7 จะระบายดีเซลออกจากคลังปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล สูงถึง 100 ล้านบาร์เรล ในระยะเวลา 4 เดือนนี้ ทำทันทีไม่มีรีรอ และย้ำว่าจะเร่งระบายหนักๆ ในช่วง 20 วันแรกเพื่อรีบสยบตบราคาดีเซลให้หมอบ

    อเมริกาเสียอะไร?

    ตอนนี้ดีเซลตลาดโลกแพงจัด (แต่ก็แพงมานานแล้ว.. และตอนนี้ก็หย่อนต่ำกว่าพีกอยู่พอควรละ..)
    แต่ราคาหน้าปั๊มที่ประชาชนอเมริกาเติมนี่ซิ! ช่วงค่อนปลาย ก.ย. ทำสถิติแพงสุดประวัติศาสตร์ชาติ
    (แม้ตอนนี้ผ่อนๆ ลงนิด แต่ก็ยังหนัก)
    คนอเมริกันก่นด่ากันระงม โทษทรัมป์รบกับอิหร่าน

    ทรัมป์ต้องไปหาทางทำไงก็ได้ ให้ราคาลงเยอะๆ

    ไอเดียหนึ่งคือ “แบน” ห้ามส่งออก
    ทำให้ของกักอยู่ในประเทศมากขึ้น ไม่ตึงๆ เกินไป ราคาจะเบาลง ตามกลไก
    แต่ ... เข้าใจมั้ยล่ะ ตลาดโลกกำลังแพงๆ อยู่ แล้วอเมริกาเสียโอกาสในการส่งออกเนี่ยนะ!!!?!!? แทนที่จะได้กอบโกย พับผ่าสิ

    สุดท้าย เรื่อง “แบน” เอามาเป็นกลลวงในการขู่เฉยๆ ...

    ราคาดีเซลตลาดโลก คงแผ่วๆ ลง (มั้ง) หลังรวมหัวกันเทจากคลังขนาดนั้น
    โดยที่อเมริกาก็ยังส่งออกได้สบายใจเฉิบ

    อะไรยังไง นับว่าทรัมป์เป็นฮีโร่ ช่วยโลกกดๆ ราคาดีเซลลงนะจ๊ะ

    https://www.facebook.com/share/1HL3JimnXn/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทรัมป์ชี้ว่า
    “เงินเฟ้อ” ไม่ได้แย่เสมอไป
    และบางทีอาจช่วยลดภาระหนี้
    “40 ล้านล้านเหรียญ”
    ของสหรัฐลงได้ด้วย

    ทรัมป์ชี้ “เงินเฟ้อ” ไม่ได้แย่เสมอไป และอาจช่วยลดภาระหนี้ $40 ล้านล้านของสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว

    Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ TIME โดยกล่าวว่า นอกจากการทำให้เศรษฐกิจเติบโตแล้ว “เงินเฟ้อในระดับหนึ่ง” ก็สามารถช่วยลดภาระหนี้ของประเทศได้อย่างรวดเร็ว

    แนวคิดนี้มีหลักเศรษฐศาสตร์รองรับ เพราะเมื่อราคาสินค้า ค่าแรง และขนาดเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ หนี้เดิมที่กำหนดเป็นจำนวนเงินคงที่ จะมีมูลค่าที่แท้จริงลดลง หรือพูดง่าย ๆ ว่า เงิน $1 ล้านล้านในอนาคตจะมีค่าน้อยกว่า $1 ล้านล้านในวันนี้

    ปัจจุบันหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ทะลุ $40 ล้านล้าน แล้ว โดยข้อมูลกระทรวงการคลังระบุว่าหนี้รวมแตะ $40.047 ล้านล้านในเดือนสิงหาคม 2026

    แต่เรื่องนี้มีอีกด้าน เพราะหากตลาดเชื่อว่าสหรัฐฯ จะยอมให้เงินเฟ้อสูงขึ้น นักลงทุนอาจเรียกร้อง Bond Yield ที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยเงินเฟ้อ ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นเมื่อออกหรือรีไฟแนนซ์หนี้ใหม่ ซึ่งล่าสุด Bond Yield สหรัฐฯ ก็ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาล

    ดังนั้นสิ่งที่ Trump กำลังพูดถึง ไม่ใช่การทำให้ หนี้ $40 ล้านล้าน “หายไป” แต่คือการทำให้ มูลค่าที่แท้จริงของหนี้ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้และขนาดเศรษฐกิจ

    นี่อาจกลายเป็นหนึ่งในประเด็นใหญ่ของตลาด เพราะถ้าสหรัฐฯ ยอมรับเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเพื่อช่วยจัดการภาระหนี้ ผลกระทบอาจส่งต่อไปถึง ดอกเบี้ย Bond Yield ค่าเงินดอลลาร์ ทองคำ และตลาดหุ้นทั่วโลก.

    https://www.facebook.com/share/1dXWyMhLF3/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    โทมัส เอช. แอนดรูว์ ฟาดแรง !! กล่าวหาไทย ⚡ รุกล้ำดินแดนกัมพูชา
    พร้อมเรียกร้องให้ทำการส่ง "ประชาชนทุกคนที่ตกค้าง 18,000 คนต้องได้กลับบ้าน"
    .
    เมื่อวันที่ ศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2026 ณ Palais des Nations, กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ประชุม: สมัยที่ 63 (HRC63) นาย Thomas H. Andrews ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ออกมาวิพากวิจารณ์ถึง การกระทำของสงครามชายแดน ไทย-กัมพูชา ที่ไทยเอง พยายามกดดันกัมพูชา
    เป็นสิ่งที่ "ไม่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน" โดย มีการขับไล่ออกจากพื้นที่โดยกองกำลังทหารและปิดเส้นทางไม่ให้เข้าถึง (ชุมชน) บ้านของเขมรที่รุกมาไทย)
    .
    โดยเขาได้อ้างถึงข้อมูลที่ได้รับมาจาก ประเทศกัมพูชาถึง พลเรือนที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้สูงถึง 18,000 คนที่ยังยากลำบากและไม่มีที่อยู่อาศัย เขาได้เรียกร้องให้
    ทุกประเทศร่วมกัน ช่วยกันหาทางออกและเจรจากันอย่างสันติ โดยมีการร้องขอให้
    ⚠ "กัมพูชาต้องสามารถเดินทางกลับบ้าน"
    .

    ✅ อ้างอิงงานประชุม สมัยที่ 63 (HRC63) นาย Thomas H. Andrews

    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน

    https://www.facebook.com/share/r/19dGfPxCsP/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • XQ.mp4
      ขนาดไฟล์:
      1.4 MB
      เปิดดู:
      86
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    กองทัพรัฐบาลเยเมนเปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้ปฏิบัติการรบในหลายแนวรบรวมทั้งสิ้น 474 ครั้ง ส่งผลให้มีนักรบกลุ่มฮูตีเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บรวม 1,540 คน โดยมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตสูงสุดในเมืองไทซ์ (Taiz)

    สำหรับเมืองไทซ์ (Taiz) เพิ่งมารายงานเมื่อวานนี้ว่า กองกำลังฮูตีปิดล้อมเมืองไว้อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากยึดเส้นทางหลักเส้นสุดท้ายที่เข้าเมืองเอาไว้ได้


    https://www.facebook.com/share/p/17jmTvwcqT/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอุดีอาระเบียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ "ภายในไม่กี่วัน" เพื่อยึดช่องแคบบับอัลมันเดบ (Bab al-Mandeb) คืนจากกลุ่มฮูตี ขณะที่วอชิงตันปฏิเสธที่จะส่งเครื่องบินรบไปช่วย

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองคนเปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ว่า การโจมตีอาจเริ่มต้นภายในไม่กี่วัน โดยร่วมมือกับกองของกำลังรัฐบาลเยเมนซึ่งจะปฏิบัติการอยู่บนพื้นดิน ส่วนซาอุดีอาระเบีย จะโจมตีโดยใช้เครื่องบินรบ หลังจากที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดชายฝั่งที่ควบคุมประตูทางใต้สู่ทะเลแดง

    หากรายงานดังกล่าวเป็นความจริง นับว่าเป็นครั้งที่สองแล้วที่วอชิงตันปฏิเสธคำขอของ MBS แม้ว่าสหรัฐฯ จะได้ส่งเป้าหมายของกลุ่มฮูตีมากกว่า 200 แห่งให้ซาอุดีอาระเบียภายในสองสัปดาห์

    ที่มา: Axios

    https://www.facebook.com/share/p/19SFnghUun/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    งบคน-บำนาญแตะ 1.24 ล้านล้าน จับตารื้อเกณฑ์ กบข. ลดเงินนำส่งรัฐ 20% เหลือ 5%

    3 ตุลาคม 2569 #ภาระงบประมาณ ด้านบุคลากรและ #บำเหน็จบำนาญของรัฐ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยงบปี 2570 #จัดสรรแผนงานบุคลากรภาครัฐ 852,671 ล้านบาท และงบกลางรายการเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 389,090 ล้านบาท รวมกันกว่า 1.24 ล้านล้านบาท ขณะที่ประเด็นการบริหารเงินสำรองกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถูกหยิบขึ้นมาทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับภาระการคลังและความเสี่ยงในอนาคต โดยสำนักงบประมาณมีเอกสารงบประมาณปี 2570 รองรับกรอบการจัดสรรดังกล่าว
    .
    ข้อเสนอสำคัญคือการปรับหลักเกณฑ์เงินสำรองของ กบข. จากระบบที่กำหนดให้รัฐนำเงินสมทบเข้าบัญชีเงินสำรองไม่น้อยกว่า 20% ของงบประมาณรายจ่ายบำเหน็จบำนาญประจำปี จนกว่าจะมีเงินสำรองไม่น้อยกว่า 3 เท่าของงบดังกล่าว เป็นการนำส่งในอัตรา 5% ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และเปิดทางให้บริหารเงินสำรองตามระดับความเสี่ยงมากขึ้น
    .
    ร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ยังเสนอให้ปรับแนวทางลงทุนบัญชีเงินสำรอง จากเดิมที่เน้นสินทรัพย์ความมั่นคงสูง ไปสู่การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท โดยกำหนดให้สินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 60% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารความเสี่ยงและผลตอบแทน
    .
    นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า กบข. เห็นด้วยกับหลักการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตเงินสำรอง เพราะช่วยให้การบริหารเงินสอดคล้องกับภาวะตลาดการเงินที่เปลี่ยนแปลง แต่การดำเนินการต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและคำสั่งที่กำหนดให้ กบข. บริหารเงินดังกล่าว
    .
    ประเด็นสำคัญคือ “บัญชีเงินสำรอง” กับ “เงินของสมาชิก กบข.” เป็นคนละส่วนกัน บัญชีเงินสำรองเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับภาระของรัฐบาลในการรองรับ #การจ่ายบำเหน็จบำนาญ ขณะที่ #เงินของสมาชิกเป็นเงินสะสม #เงินสมทบ และ #เงินชดเชยที่บันทึกเป็นรายบุคคล จึงไม่ควรนำสองก้อนนี้มารวมกันในการอธิบายผลกระทบของร่างแก้ไขกฎหมาย
    .
    ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.29 ล้านราย ณ สิงหาคม 2569 ตามข้อมูลล่าสุดของกองทุน
    .
    ด้าน #กรมบัญชีกลางมองว่า เกณฑ์เงินสำรอง 3 เท่ามีเหตุผลเพื่อให้รัฐมีเงินรองรับการจ่ายบำเหน็จบำนาญในกรณีเกิดวิกฤตหรือเหตุการณ์ฉุกเฉิน การลดสัดส่วนเงินนำส่งจาก 20% เหลือ 5% จึงต้องประเมินทั้งจำนวนผู้เกษียณ ภาระการจ่ายบำนาญในอนาคต ฐานะเงินสำรอง และความเสี่ยงต่อระบบการคลังโดยรวม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะการลดภาระงบประมาณในระยะสั้น
    .
    ขณะที่ข้อเสนอเรื่องการลงทุนต้องพิจารณาแยกจากเงินสมาชิกอย่างชัดเจน เพราะการเปิดให้เงินสำรองกระจายไปยังสินทรัพย์มากขึ้นอาจเพิ่มความยืดหยุ่น แต่ก็ทำให้ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล และกรอบการลงทุนที่รัดกุมมากขึ้น
    .
    อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ หากเงินสำรองมีระดับถึงเกณฑ์ 3 เท่าแล้ว การนำส่งจากงบประมาณในอัตราเดิมอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกับช่วงที่กองทุนยังสะสมเงินไม่ถึงเกณฑ์ แต่หากลดการนำส่งเร็วเกินไป ขณะที่รายจ่ายบำนาญเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐก็ต้องประเมินว่าฐานเงินสำรองจะเพียงพอรองรับภาระระยะยาวหรือไม่
    .
    ดังนั้น การแก้กฎหมาย กบข. ขณะนี้ยังเป็นข้อเสนอที่อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ไม่ใช่การลดเงินสำรองหรือเปลี่ยนสัดส่วนการนำส่งที่มีผลบังคับใช้แล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามคือผลการรับฟังความคิดเห็น การพิจารณาของรัฐสภา และการประเมินร่วมของ กบข. กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานด้านการคลังว่าเกณฑ์ใหม่จะรักษาความมั่นคงของระบบบำนาญได้เพียงใด ควบคู่กับการลดภาระงบประมาณของรัฐ
    .
    .
    #Thaitribune

    https://www.facebook.com/share/p/1dXPVuznPM/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จับตาสหรัฐ! ขยับครั้งใหญ่! ทีมความมั่นคงระดับสูงของ “ทรัมป์” แอบประชุมที่ Camp David หารืออิหร่านและเยเมนนานหลายชั่วโมง

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนเปิดเผยกับ Axios ว่า เจดี แวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดี เป็นประธานการประชุมลับที่ Camp David เมื่อวันศุกร์ โดยมี มาร์โก รูบิโอ, พีต เฮกเซธ, สตีฟ วิตคอฟฟ์, ผู้อำนวยการ CIA จอห์น แรตคลิฟฟ์ และพล.อ.แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เข้าร่วม เพื่อหารือถึงก้าวต่อไปของสหรัฐฯ ต่อสงครามกับอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ซาอุดีอาระเบีย–ฮูตีในเยเมน โดยทำเนียบขาวไม่ได้ประกาศการประชุมครั้งนี้ต่อสาธารณะ

    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอก Axios ว่า ในการประชุม “มีบางเรื่องที่ถูกตัดสินใจแล้ว หรืออย่างน้อยก็มีการหารือกันอย่างลึกซึ้ง” ท่ามกลางภาวะที่การเจรจากับอิหร่านยังติดขัด และทรัมป์กำลังพิจารณาว่าจะกลับไปเปิดปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ต่ออิหร่านอีกครั้งหรือไม่ ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกำลังผลักดันให้สหรัฐฯ สนับสนุนปฏิบัติการต่อกลุ่มฮูตีในเยเมนด้วย

    สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายจับตาการประชุมครั้งนี้ เพราะมีลักษณะคล้ายกับครั้งก่อนที่ทีมระดับสูงของรัฐบาลทรัมป์ประชุมกันที่ Camp David ในเดือนมิถุนายน 2025 ก่อนที่อิสราเอลเปิดสงครามกับอิหร่านเพียงไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการคาดเดาของสื่อ และยังไม่ได้ยืนยันว่าการประชุมครั้งนี้จะนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งใหญ่อีกครั้ง

    อีกเหตุการณ์ที่น่าจับตาคือ ขณะเดียวกันกับที่ทีมความมั่นคงกำลังประชุมกันที่ Camp David นักข่าวได้ไปถามทรัมป์ว่า ก้าวต่อไปของเขาต่ออิหร่านคืออะไร? ทรัมป์ไม่ยอมเปิดเผย เพียงตอบว่า “ถ้าผมบอกคุณ คุณคงได้ข่าวใหญ่เลย... แต่เดี๋ยวคุณก็จะเห็น”

    ที่มา: Axios

    https://www.facebook.com/share/p/19jqidsW7h/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สิ่งที่ทรัมพ์บอก ก็คือ เขายินดีที่จะทำให้เงินเฟ้อสูง
    เพราะมันจะช่วยลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศลงได้
    วิธีการนี้เขาเรียกว่า Financial Repression (ผมเขียนถึงหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ขอไม่อธิบายแล้ว)

    ในขณะที่แนวทางของ FED คือการทำให้มีเสถียรภาพ (ของราคา) ซึ่งก็คือ ต้องควบคุมเงินเฟ้อ

    มันจึงเป็นการปะทะของสองแรง
    ฝ่ายหนึ่งดึง ฝ่ายหนึ่งดัน
    และจากประวัติศาสตร์ในหลายๆ ประเทศ
    ฝ่ายรัฐบาลมักเป็นฝ่ายชนะแทบจะทุกครั้งเมื่อเกิดการปะทะระหว่างรัฐบาล และ ธนาคารกลาง

    ดังนั้นสิ่งที่เราคาดหวังจะได้เห็นคือ
    เงินเฟ้อของสหรัฐจะค้างอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง (อย่างน้อยก็ในสมัยของทรัมพ์) แต่จะไม่สูงมาก เขาจะพยายามคุมให้มันอยู่ในช่วงที่เขายังมองว่า healthy กับระบบเศรษฐกิจ

    ส่วนตัวผมเอง ผมไม่ได้มองว่าเงินเฟ้อเป็นอาชญากรรม (แบบที่บางแนวคิดเชื่อแบบนั้น) ผมมองเงินเฟ้อเป็นคล้ายๆ คาเฟอีน
    ดื่มกาแฟสัก แก้ว สองแก้ว ต่อวันก็สดชื่นดี
    แต่มากกว่านั้นก็อันตรายต่อสุขภาพแล้ว
    เงินเฟ้อสำหรับผมก็เป็นประมาณนั้น

    ผมมองภาพสถานการณ์อนาคตประมาณนี้
    เมื่อเงินเฟ้อสูง FED ก็จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อพยายามคุม
    เมื่อเงินเฟ้อลงทรัมพ์ก็จะป่วนสถานการณ์ลากเงินเฟ้อขึ้นอีก
    สลับขึ้นสลับลงแบบนี้
    ดังนั้นตลาดจะโดนแรงปะทะตลอดเวลา เดี๋ยวจากอีเวนท์ที่ทรัมพ์สร้างขึ้น เดี๋ยวจาก action ของ Fed
    ไม่ได้อยู่เป็นสุขกันหรอก

    ที่เขียนมายืดยาวเพื่อให้เห็นภาพแบบที่ผมคิด
    แต่เรื่องที่อยากคุยคือประเด็นต่อไปนี้ครับ

    เรารู้กันดีว่า "เงินดอลลาร์สหรัฐ" คือสกุลเงินหลักของโลก
    ดังนั้น เมื่อสหรัฐฯ ปล่อยให้เกิดเงินเฟ้อในบ้านตัวเอง สิ่งที่ตามมาคือพวกเขาได้ทำการ "ส่งออกเงินเฟ้อ" (Exporting Inflation) ไปให้คนทั้งโลกช่วยแบกรับโดยไม่ได้ตั้งใจผ่านกลไกต่อไปนี้ครับ:

    จุดเริ่มต้น (The Spark): เมื่อสหรัฐฯ ยอมรับเงินเฟ้อสูง ค่าเงินดอลลาร์จะเสื่อมมูลค่าลง (ดอลลาร์อ่อนค่า)

    ของแพงขึ้นทั้งโลก (The Global Shock): สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ทองคำ หรือแร่ธาตุ ล้วนซื้อขายกันด้วยเงินดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาสินค้าเหล่านี้ก็ต้องปรับตัว "แพงขึ้น" เพื่อชดเชยมูลค่าที่หายไป

    โลกรับเคราะห์ (Importing Pain): ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ต้องนำเข้าน้ำมันและวัตถุดิบ จะต้องควักเงินจ่ายแพงขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งนี้ไปกดดันกำลังซื้อในประเทศ ทำลายดุลการค้า และทำให้ค่าเงินของประเทศนั้นๆ อ่อนยวบตามไปด้วย

    การโต้กลับ (The Retaliation): เมื่อทนรับแรงกระแทกไม่ไหว ธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ ก็ต้องพร้อมใจกัน "ขึ้นดอกเบี้ย" เพื่อสู้กับเงินเฟ้อและดึงให้ค่าเงินของตัวเองกลับมาแข็งค่า

    วงจรหายนะ (The Death Spiral): ตรงนี้แหละครับคือความน่ากลัว พอประเทศอื่นแห่กันขึ้นดอกเบี้ยจนเงินสกุลอื่นแข็งค่า มันจะไปตอกย้ำให้ "ดอลลาร์ยิ่งอ่อนค่าลงไปอีกเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น"
    พอรู้สึกว่าดอลลาร์อ่อน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ยิ่งถูกดันให้แพงขึ้นไปอีกรอบ... ประเทศอื่นก็ต้องขึ้นดอกเบี้ยสู้แรงขึ้นอีก... วนลูปนรกแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยที่แต่ละรอบความรุนแรงจะทวีคูณขึ้น

    ดังนั้น สิ่งที่ทรัมป์พูดอาจดูเหมือนแค่การแก้ปัญหาหนี้ในบ้านตัวเอง แต่มันคือแนวคิดที่อันตรายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างยิ่ง ในระยะเริ่มต้น สหรัฐฯ อาจยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบ แต่ปล่อยให้ประเทศอื่นรับกรรมไปก่อน

    แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งทะลุฟ้าตามวงจร Death Spiral บูมเมอแรงลูกนี้ก็จะวาดกลับมาฟาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ เองอยู่ดี เพราะคนอเมริกันก็จะหนีไม่พ้นการต้องเติมน้ำมันและซื้อข้าวของในราคาที่แพงจนควบคุมไม่ได้ในที่สุดครับ
    https://www.facebook.com/share/p/1C4jQshjRX/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    หมดความศรัทธา หลายประเทศเดินออกจากห้องประชุมหลัง UN ประกาศตัดงบช่วยเหลือผู้ลี้ภัยลง• โดยโยนให้เป็นความรับผิดชอบของแต่ละ ปท.
    .....แต่อ้างสิทธิ.....

    https://www.facebook.com/share/1FRS6MKi9r/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงกลั่นริยาดของซาอุดีอารัมโก หลังจากการโจมตีจากรัฐบาลฮูธีเยเมน ถังเก็บน้ำมันน่าจะถูกโจมตี

    FB_IMG_1791018849341.jpg FB_IMG_1791018852120.jpg FB_IMG_1791018854709.jpg

    https://www.facebook.com/share/v/18cgrCUQ46/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประกาศผ่านเว็บ อย่างเป็นทางการ UNHCR เตรียมเปิดรับบริจากระดมทุนครั้งใหญ่ (แต่ยังไม่เปิดการเข้าถึง) ! ⚠ หลังโดนตัดงบเหลือ 20% เมื่อวันที่ 02 ต.ค. 2569
    FB_IMG_1791021036682.jpg
    ด้าน UNHCR ไทยเองก็ เปิด รับบริจากมาก่อนหน้านั้นแล้ว ตั้งแต่ 11 ส.ค. 2568
    .
    เจนีวา – สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เนื่องจากงบประมาณที่ถูกตัดลดลงอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เด็กอีกหลายล้านคนต้องพลาดโอกาสเข้าเรียน
    .
    โดยได้มีการเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 2024-2025 ถึง รายงานข้อมูลมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ อัตราการลงทะเบียนเรียนในระดับอุดมศึกษาของผู้ลี้ภัยยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในปีที่ผ่านมา ในประเทศที่มีรายได้ต่ำและได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง มีผู้ลี้ภัยเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ลงทะเบียนเรียนในระดับอุดมศึกษา เทียบกับ 13 เปอร์เซ็นต์ของพลเมืองในประเทศ
    .
    ด้าน UNHCR เตรียมเปิดรับบริจากครั้งใหญ่สำหรับนักสังคมสงเคราห์และผู้ที่ต้องการช่วยเหลือ
    เพื่อ "ทดแทนส่วนที่ขาดไป" และนำไปช่วยเหลือดังกล่าวให้เป็นประโยชน์กับ สังคมต่อไป

    อ้างอิงจากไทย และ จากส่วนกลาง
    .
    https://www.unhcr.org/th/news/briefing-notes/unhcr-funding-cuts-bite-some-11m-people-are-losing-aid
    .
    https://www.unhcr.org/news/press-re...n-still-out-school-funding-cuts-threaten-hard

    ✅สำรอง https://www.facebook.com/beemnews.sub
    ✅ยูทูป https://www.youtube.com/@beemnew

    #beemnews
    #Scambodia
    #ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน
    https://www.facebook.com/share/1C7n5vFyTk/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚔️ กองทัพเยเมนอ้าง ฮูตีเสียชีวิต-บาดเจ็บกว่า 1,500 รายใน 24 ชั่วโมง

    กองทัพรัฐบาลเยเมนอ้างว่า ปฏิบัติการทางทหาร 474 ครั้ง ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้สมาชิกกลุ่มฮูตีเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ 1,540 ราย โดยการสู้รบหนักที่สุดเกิดขึ้นในจังหวัด ตาอิซ

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝ่ายกองทัพเยเมน และยังไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระ ขณะที่การสู้รบทั่วประเทศยังทวีความรุนแรงขึ้น

    วันที่ 3 ต.ค. 2569
    #เยเมน #ฮูตี #ตาอิซ #สงครามเยเมน #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #ทันข่าวรอบโลก

    https://www.facebook.com/share/p/1JkyNiLd69/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    GDP เวียดนาม Q3/2026 พลาดเป้าหมายเล็กน้อย โต 9.95% จากที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 10% แต่ก็ยังถือว่าสูงที่สุดในรอบ 4 ปี แม้เจอมาตรการกำแพงภาษีการค้าของสหรัฐฯ สกัดก็ไม่มีผล คาดทั้งปีโต 10% ผลจากอุตสาหกรรมไฮเทคโตแรงทั้ง ชิป เซมิคอนดักเตอร์ AI ที่สหรัฐเลือกเวียดนามเป็นคู่ค้าหลัก

    https://www.facebook.com/share/1FVTaKkm1p/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    235,567
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ในฐานะที่เกาะติดเรื่องวิกฤติดีเซลมาตั้งแต่ยังไม่เป็นข่าว
    ไม่เขียนเรื่องในรูปที่แคปมาคงไม่ได้

    ก่อนอื่นขอสรุปข่าวเรื่องนี้นะครับ

    ราวๆ กลางสัปดาห์ ทรัมพ์กดดันไปที่ยุโรป และ G7 ให้ปล่อย "น้ำมันดีเซล" ออกมา ลดผลกระทบวิกฤติน้ำมันดีเซล

    เมื่อคืนตอนดึกมีข่าวว่าสมาชิก G7 ตกลงที่จะปล่อยน้ำมัน 100 ล้านบาร์เรล ออกจาก "คลังน้ำมันฉุกเฉิน" หรือ Strategic Reserve ตามคำร้องขอของทรัมพ์

    มีประเด็นสำคัญที่อยากเคลียร์ให้ชัดก่อนจะวิเคราะห์ต่อไป
    - ทรัมพ์ขอให้ปล่อยดีเซลออกมา
    แต่ ข้อตกลงที่ได้ไม่ใช่ดีเซลล้วนๆ ครับ มีน้ำมันดิบ และ น้ำมันประเภทอื่นปนอยู่ด้วย (สะท้อนว่า ประเทศอื่นก็อิดออดที่จะปล่อยดีเซลออกมา)

    และนี่คือข่าวครับ
    * Irish Times (อ้าง FT) รายงานว่า G7 ตกลงปล่อยดีเซลและน้ำมันดิบรวม 100 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ และแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าจากทั้งหมดนี้เป็นน้ำมันดิบเท่าไรและดีเซลเท่าไร
    * Euronews ใช้คำว่าดีเซลและน้ำมันดิบ ส่วน AP ใช้คำว่าน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง โดยเริ่มจากดีเซลปริมาณมาก
    * CNBC สิ่งที่ชัดเจนมีเพียงว่าดีเซลปริมาณมากจะถูกปล่อยก่อนในช่วง 20 วันแรก

    ข้อเท็จจริงจึงสรุปได้ว่า ดีเซลที่จะปล่อยออกมามีปริมาณน้อยกว่า 100 ล้านบาร์เรลที่เป็นข่าว แต่ตัวเลขจริงเป็นเท่าไหร่ ยังไม่มีรายงานข่าว

    ดังนั้นกราฟราคาน้ำมันดีเซลจึงไม่กระทบมากมายเท่าไหร่นะครับ อาจเพราะรับข่าวไปก่อนแล้ว ราคาเลยทรงตัวในระดับที่เป็นอยู่มาตลอดสัปดาห์
    ------------------

    อีกประเด็นที่อยาก เคลียร์ให้ชัดเจน
    น้ำมัน 100 ล้านบาร์เรล ที่ว่า ปล่อยออกมาจาก คลังสำรองทางยุทธศาสตร์ ที่ปกติ แต่ละประเทศจะถูกบังคับด้วยกฏหมาย ว่าต้องเก็บไว้ ไม่นำออกมาใช้ เว้นแต่ยามฉุกเฉิน
    ไม่ใช่น้ำมันจากคลังน้ำมันสำหรับซื้อขายในปกติประจำวัน (เพราะสต็อคส่วนนี้มีปริมาณดีเซลตึงตัวอยู่แล้ว)

    ถามว่า 100 ล้านบาร์เรลที่ปล่อยออกมานี่เยอะขนาดไหน เทียบกับสำรองที่พวกเขามี
    ปริมาณ 100 ล้านบาร์เรล คิดเป็นประมาณ 8.3% ของคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินภาครัฐ (Public emergency stocks) ของกลุ่มประเทศสมาชิก ซึ่งมีปริมาณรวมกว่า 1.2 พันล้านบาร์เรล และหากนับรวมกับสต็อกที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเก็บสำรองตามข้อบังคับของรัฐอีก 600 ล้านบาร์เรล (รวมเป็น 1.8 พันล้านบาร์เรล) สัดส่วนการปล่อยครั้งนี้จะคิดเป็นเพียง 5.5% ของปริมาณสำรองยุทธศาสตร์ทั้งหมด

    ---------

    ที่นี้เข้าคำถามสำคัญ น้ำมัน 100 ล้านบาร์เรล (เพื่อง่ายต่อการคำนวน เราจะยกประโยชน์ให้จำเลย ว่า 100 ล้านบาร์เรลคือดีเซลทั้งหมด) จะคลี่คลายวิกฤติดีเซลได้หรือไม่

    ตามที่เขาประกาศ 100 ล้านบาร์เรลจะปล่อยออกมาในระยะเวลา 4 เดือน หรือเฉลี่ยวันละ 8.3 แสนบาร์เรล
    (ตามที่เขาประกาศ ช่วงแรกอาจปล่อยออกมามากกว่าช่วงท้ายๆ)

    แต่ จากที่ผมเคยคำนวน และโพสท์ให้ทุกคนได้อ่านกัน
    ณ ปัจจุบัน ความสามารถในการผลิตดีเซลของโลก ต่ำกว่า ความต้องการใช้ดีเซลของโลกถึงวันละ 5 ล้านบาร์เรล

    ดังนั้นการปล่อย reserve เข้ามาวันละ 8.3 แสนบาร์เรลจึงยังไม่ใกล้เคียงที่จะสามารถแก้ปัญหาได้เลย

    อย่างไรก็ตามในโพสท์นั้น การคำนวนของผม ตาม reserve สำหรับการค้าปกติ ที่ร่อยหรอลงไปเพราะการผลิตไม่พอเพียง โลกจะขาดดีเซลจริงจังภายใน 70 วัน (การคำนวนนั้นหัก strategic reserve ออกไปแล้ว)

    100 ล้านบาร์เรลที่ปล่อยออกมา จะยืดอายุวิกฤติได้อีก 20 วัน หรือรวมเวลาจากการคำนวนเดิม ก็จะกลายเป็น 90 วัน

    หลังจากนั้น ประเทศต่างๆ ก็จะถูกบังคับให้ต้องดึงเอา strategic reserve ออกมาใช้อยู่ดี

    ดังนั้น มาตรการตามข่าวนี้ จึงเป็นเพียงแค่การซื้อเวลา
    พวกเขาคงหวังว่า ช่วงเวลา 3 เดือนนี้ จะมีกำลังกลั่นเพิ่มเข้ามาในระบบ โรงกลั่นที่เสียหายจากสงคราม ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้ได้ปกติ

    แต่เมื่อกี้นี้เอง ผมก็เพิ่งเห็นข่าวว่าโรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางโดนระเบิดโจมตีอีกแล้ว

    มองแง่ร้าย ผมมองว่า มาตรการนี้ เขาแค่หวังผลทางการเมืองให้ผ่านการเลือกตั้ง midterm ของสหรัฐเท่านั้นเอง

    https://www.facebook.com/share/1M1UwzLzfP/
     

แชร์หน้านี้

Loading...