เรื่องเด่น เรื่องเล่า "นักขุดกรุ"มือขลัง ขมังเวทย์ที่สุดในแผ่นดิน

ในห้อง 'ประสบการณ์ เรื่องเล่า' ตั้งกระทู้โดย wanwi, 11 ตุลาคม 2016.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 91 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 91 คน )
  1. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    ถนนสายบุญวันนี้ เลี้ยวเข้าวัด จัดกวีร่วมอนุโมทนาง่ายๆ...

    ☆ เช้าถึงวัด...จัดครบเครื่อง
    ศาสน์รุ่งเรือง..เรื่องศรัทธา
    พุทธาธรรม....ล้ำเลอค่า
    ละบาปหนา....พารวย อวยชัย!
     
  2. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    ☆ "เรื่องเล่า~นักขุดแร่" ☆
    ===============

    "พ่อท่านแหวง อาภาคโร"วัดคึกคัก
    "เปลวเพลิงแห่งศรัทธา"-อันดามัน!
    ===============
    20261001_164036.jpg

    ☆☆ ตอนที่4(ต่อ) ☆☆
    ----------------------

    ● สึนามิ~นรกอันดามัน ●
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    อีก 2 เดือนเศษ ก็จะครบ 22 ปีที่คลื่นมหาประลัยทำลายล้างริมฝั่งอันดามันวอดวายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย!

    ผมถือโอกาสรวบรวม บันทึกมหันตภัยยิ่งใหญ่เกินบรรยายหนนี้ ไว้เตือนความทรงจำเล็กน้อยว่า ไทยเราเคยได้รับการบันทึกชื่ออยู่ใน "ตำนานสุดโหด" ระดับโลก...

    เป็นตำนานที่ไม่น่าภาคภูมิใจ แต่ก็จำต้องยอมน้อมรับไว้

    "สึนามิ อันดามัน" ถูก "สถิติโลก" บันทึกเป็น "มหันตภัย-อันดับ 3" ของโลก ตั้งแต่อดีตจะกี่พันปีก็ช่าง จวบจนถึงปัจจุบัน

    โบราณนานหลายร้อย-พันปี อาจบังเกิดมหันตภัยยิ่งใหญ่กว่า แต่การนับศพนับความสูญเสียคงยากจดจารบันทึกไว้ละเอียด

    ปฏิทินโลกยุคหลัง 2500 บันทึกไว้ว่า มหาภัยสุดยิ่งใหญ่ นับศพโดยไม่ต้องรบราฆ่าฟันในสงคราม มีดังนี้-;

    อันดับที่ 1...ปี 2513 พายุไซโคลน ถล่มประเทศ "บังคลาเทศ" ไม่มีพระเจ้าองค์ใดช่วยไหว สูญเสียไปกว่า 300,000 คน ของจริงอาจมากกว่านั้นอีก เพราะการสำรวจต้องมีตกหล่นประสายุคล้าหลัง ประเทศโลกหลังเขา!!!

    อันดับที่ 2...ปี 2519 แผ่นดินไหวในประเทศจีน ค้นพบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 255,000 คน!!!

    อันดับที่ 3...แอ่น แอ้น สึนามิ ปี 2547 มหาประลัยในครั้งนี้เอง จากแผ่นดินไหวบนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย ก่อเกิด "คลื่นยักษ์" ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ โถมทำลายเมืองอาเจะ กับอื่นๆของอินโดนีเซียเกือบทั้งเมือง เสียชีวิตไปกว่า "หนึ่งแสนคน"!!!

    ผลพวงทรงพลัง ของ "คลื่นยักษ์"ยังอาละวาดไปหลายประเทศ รวมแล้ว 11 แผ่นดิน ทั้ง ศรีลังกา มาเลเซีย ฯลฯ

    รวมทั้ง "ไทย" ชายฝั่งอันดามัน พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ระนอง โดยมี "พังงา" ครองแชมเปี้ยนที่อำเภอตะกั่วป่า สูญเสียคนมากที่สุดกว่า ห้าพันคน รวมยอดทั่วฝั่งอันดามัน 5,400

    แต่ผมคนในพื้นที่ รู้ดีแก่ใจว่า ความย่อยยับสูญเสียมีมากกว่านั้น เพราะมี "คนต่างด้าว" หลายชาติพันธุ์เข้ามาทำงานตามรีสอร์ท โรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร ริมฝั่งอันดามัน ตั้งแต่ เขาหลัก บางสัก บางเนียง บ้านน้ำเค็ม บ้านคึกคัก มากมาย...

    ทุกรายนามเหล่านั้นล้วนเป็น หมู่บ้านชายทะเลที่กำลังเฟื่องฟูด้วย อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวริมฝั่งทะเลอันสวยสดงดงามดั่งสวรรค์ทะเลใต้ ต้องใช้คนงาน คนบริการจำนวนมากในแต่ละแห่ง และไม่มีคนงานชาวไทยสักกี่คนที่ยอมทำงานเหล่านี้

    คนชาติพันธุ์จาก "เมียนมา" ทะลักเข้ามาทางด้าน ระนอง ทางฝั่งอันดามันด้วยกัน มากที่สุด!!!!

    พวกผู้คนเหล่านั้น น้อยนักที่ได้รับการขึ้นทะเบียนในสมัยก่อน ที่พักของพวกเขาก็เป็นห้องพักค่อนข้างแออัดและไม่แข็งแรง บางแห่งเป็นห้องแถวฝาไม้อัด หลังคาสังกะสีชั่วคราวอยู่เกือบติดหาด ติดทะเล ชนิดคลื่นลูกแรก ก็ไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากรอดชีวิต...

    ไม่ต้องบรรยายถึงการกระหน่ำซ้ำของคลื่นหฤโหดลูกถัดมา!!

    คนชาติพันธุ์เป็นชาว "พม่า" อันดับ 1 คนลาวอันดับ 2 และอื่นๆอย่างละเล็กละน้อย ผู้สูญหายไปในคลื่นในทะเล หากไม่พบร่างบนบกก็ยากที่จะมีการบันทึกว่า ใครเป็นใคร? แม้การพิสูจน์อัตลักษณ์ทันสมัยก็ไม่มีทางบอกได้ เพราะไม่มีญาติพี่น้องมาเทียบเคียง หรือเดินทางมาชี้บอก

    จำนวนจริง แม้จะไม่ถึง "หมื่น" ก็น่าจะหย่อนอยู่ไม่กี่พัน!!!

    แม้กระทั่งร่างคนไทยอีกหลายคน ยังใช้เวลาหลายปีกว่าจะระบุได้ครบ บางคนก็หายไปในทะเล ไม่พบร่างอีกเลย!!!

    นี่คือที่สุดของ มหันตภัยโลก รวมความสูญเสียทุกประเทศ รวบรวมยอดไว้ว่า 220,000 คน...!

    สถิตินี้ พุ่งปรี้ดเป็น "อันดับ 3" ตลอดกาลของความพินาศยับเยินในมหันตภัยร้าย...

    ลม-ดิน-น้ำ แม่ธาตุทั้ง 3 เมื่ออาละวาดหนักหน่วง จึงสุดที่มนุษย์จะต้านไหว แม้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะยื่นมือช่วยได้บ้าง ก็ยังไม่เพียงพอ

    นี่ยังไม่นับ "ไฟ" ซึ่งผมไม่ขอลอกมาบันทึกไว้ เพราะแค่ 3 แม่ธาตุนี้ เห็นตัวเลขก็น้ำลายเหนียวคอ เป็นมหาวินาศภัยที่เกิดขึ้นหลังกึ่งพุทธกาล หลังปี 2500

    ก่อนหน้านั้นไม่ทราบ วินาศไปอีกเท่าไหร่???

    สึนามิ-นรกอันดามัน ที่มีความเกี่ยวข้องกับผม...ผู้บันทึกของจริง ถึงบารมี "พ่อท่านแหวง"ก็ต้องขอตัดตอน จบไว้ที่สถิติเลวร้ายสยดสยองขวัญเพียงนี้ รอพบกับบันทึกตอนใหม่ต่อไปครับ
    -------------------------
     
  3. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    "หลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ย"
    "เสือจิ๋ว"แห่งคลองด่าน!
    ===============
    ☆ เสือสั่งป่า....ราชาชาติ
    'จตุบาท'........ศาสตร์เจนจบ
    เคารพเชื้อ...เหนือทำนบ
    ทั่วทิศสยบ..สบเสือ"ปู่ปาน"

    ☆ หนึ่งเดียวนั้น.....มิผันแปร
    ☆ วันเก่าแก่........แผ่พลังผ่าน
    ☆ 'ปู่ปาน'เสือ.....เหลือตำนาน
    ☆ ประจันบาน..ทุกย่าน ลือชา!
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    วันศุกร์สดใส ฝนฟ้าเริ่มสร่างซา ปลายฝนต้นหนาวไม่อาละวาดมาก เปิดกรุเปิดลังให้ชมของดีทีเด็ดอีกสักชิ้น...!

    ยอดพยัคฆ์ "หลวงพ่อปาน วัดบางเหี้ย" แต่ผมชอบเรียกท่านว่า "หลวงปู่ปาน" มากกว่า ตามวัย และตำนานความเก่าแก่ตั้งแต่รัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงมีพระราชอักษรบันทึกความน่าทึ่งในวิชา "เขี้ยวเสือ" ของหลวงปู่เอาไว้

    ในเดือนนี้ก็คืบใกล้เข้า "วันปิยมหาราช-23 ตุลา" ถือซะว่า นำ "ยอดพยัคฆ์หลวงปู่" มาให้ดูเพลิดเพลิน รำลึกถึงความทรงจำอันเป็นอมตะถึงพระพุทธเจ้าหลวง องค์มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ชาวไทย กับหลวงปู่ผู้เข้มขลังในวิชายอดพยัคฆ์ไร้เทียมทาน!!!

    "เขี้ยวพยัคฆ์จิ๋ว" มีให้เห็นกันไม่มากนัก ส่วนใหญ่มักจะสูญหายไปด้วยความเล็กรักษายาก เชิญทัศนาด้วย "ภาพเล่าเรื่อง" ไม่เปลืองสายตา ไม่เสียดายเวลาในการอ่านแน่นอน...
    20261012_110227.jpg
    จิ๋วแต่แจ๋ว เสือหน้าแมว ปลายเขี้ยวน้อย นำมาสลักเสลาไม่ทิ้งไปให้สิ้นเปลืองและเสียของ เพียงน่าเสียดายเล็กน้อยที่เจ้าของเดิมจับล้างในสมัยก่อนเมื่อหลายสิบปี แต่กาลเวลาก็เพาะบ่มให้เนื้อเขี้ยวเริ่มกลับคืนสีสันสู่ธรรมชาติดั้งเดิม

    การล้างของคนโบราณอาจเป็นเพราะเขี้ยวจมอยู่ในสีผึ้งก็เป็นได้ จึงเผลอล้างขัดถูด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ

    ดีที่ว่าเป็น "เขี้ยวแท้" ไม่ใช่พลาสติกหรือเรซิ่น..."เนื้อ" จึงกลับคืนสภาพได้ หากเป็นวัตถุที่ว่า ต่อให้อีกร้อยปีก็ไม่คืน นอกจากแกล้งเอาไปทำให้สกปรกเปรอะเปื้อนดูยาก

    รอยจารอักขระยันต์บริเวณโคนขาหลัง ใกล้กับช่วงหลังยังอยู่ครบ!
    20261012_110237.jpg
    พลิกกลับอีกด้าน รอยเส้นเลือดแตกสวยงามเป็นธรรมชาติ มีจารที่ลำตัว 2 จุด ถ่ายทอดภาพไม่ชัดเพราะตัวเล็กมาก แต่ของจริงมองออกด้วยตาเปล่า
    20261012_110338.jpg
    บริเวณด้านหลัง เหนือลำตัว
    20261012_110431.jpg
    ด้านหน้าท่านั่งของพยัคฆ์หน้าแมวตามสูตร คราบเก่าในรูจมูกกับดวงตาหลงเหลือจากการล้าง คืนสภาพมาเยอะแล้ว
    20261012_110400.jpg 20261012_110541.jpg
    ชมบริเวณเหนือหัวกับใต้ฐาน
    รูเขี้ยวน้อยอยู่พร้อมรอยจาร
    สีสันเขี้ยวไล่อ่อน-แก่สวยงาม
    ไม่ใช่โทนสีเดียวกันทั้งตัวแบบ
    สีเขี้ยวเทียมใช้สารเคมีช่วยเร่ง
    20261012_110301.jpg
    จิ๋วขนาดไหน? นำเทียบกับเหรียญสลึงสมัยใหม่ที่เล็กสุด เห็นภาพจริงได้ชัด เล็กจิ๋วขนาดนี้ ยังแกะทุกองคาพยพครบครันตามตำรา กับลงเหล็กจาร ได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง

    สมแล้วที่เป็นยอดพยัคฆ์ในตำนานที่ไม่เคยถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำและความปรารถนาของผู้ครอบครอง แม้กาลเวลาจะผ่านยาวนานเกินกว่าหนึ่งศตวรรษ ความแจ่มชัดของเรื่องราวปาฏิหาริย์ มนต์ขลังพิศดาร "เสือ-หลวงปู่ปาน" คงจำหลักประทับอยู่ในดวงใจของผู้รักชอบ พิศมัยเครื่องรางประเภทนี้ มิเคยเสื่อมคลาย!!!
    20261012_110321.jpg
    วันศุกร์ย่อมสุขสดใสเสมอ น้อมนำบารมี "หลวงปูปาน" กับอิทธิคุณยอดพยัคฆ์ "จิ๋วแต่แจ๋ว" แผ่พลังคุ้มครอง ขับเสนียดจัญไร ไล่อาถรรพ์ชั่วร้ายทั้งปวง ให้มวลสมาชิกและนักอ่านมีความสุขสมหวัง ปลอดภัยทุกทิศทุกสถาน ทั่วถ้วนหน้า!!!
     
  4. Pattana

    Pattana ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กันยายน 2005
    โพสต์:
    13,679
    ค่าพลัง:
    +224,143
    วันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๙ ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีมะเมีย
    ใส่บาตรในเช้าวันนี้
    อนุโมทนาบุญร่วมกันครับ
    สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง
    นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ปัจจุบันเนกาเล

    IMG_20261017_071253.jpg

    รวบยอด ๒ วันเลยครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    วันหยุด พระพิรุณก็เริ่มหยุดทำงานพักผ่อนเหมือนกัน สตรีทบุญยามเช้าบรรยากาศค่อนข้างสดใส ทำบุญสบายใจ ร่วมอนุโมทนาสบายจิต
     
  6. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    "ซุ้มกอจิ๋ว"กำแพงเพชร
    พบที่ "วัดลานดอกไม้"!
    ===============
    ☆"ซุ้มกอ" จิ๋ว.....ปลายนิ้วก้อย
    คะแนนน้อย.....ร้อยมีหนึ่ง
    กึ่งฝากฝัง......ฟังน่าทึ่ง
    เนื้อหนึกถึง..ซึ่ง"บรมธาตุ"

    ☆ "ลานดอกไม้"..ใน'กำแพงฯ'
    ☆ บันทึกแทง......แจ้งจุดขาด
    ☆ ปราศจากกรุ...วัตถุธาตุ
    ☆ วัดร้างราษฏร์..นิราศ บุราณ!
    ~~~~~~~~~~~~~~~

    "วัดลานดอกไม้-กำแพงเพชร" แตกต่างจาก กรุ"ลานดอกไม้" สุโขทัย

    นามนั้นเหมือนกัน แต่พระเครื่องที่ออกมา คนละกรุ คนละจังหวัด!

    วัดลานดอกไม้ เมืองกำแพง เป็น "วัดร้าง" อยู่ทางฝั่งอำเภอเมือง ตรงข้ามท้องทุ่งเศรษฐี ความรกร้างเรื้อสมัยโบราณ กลายเป็นสถานที่ "แบ่งสมบัติ" ของนักขุดกรุ ที่ไม่ต้องการให้ผู้คนพบเห็น

    เมื่อขุดไห ขุดหม้อ ขุดภาชนะบรรจุสมบัติขึ้นมา เหล่านักขุดก็จะมาชุมนุมที่วัดร้าง "ลานดอกไม้" จัดแจงแบ่งข้าวของ แล้วแยกย้าย ทิ้งไว้แต่พระเครื่องที่ไม่มีคนต้องการ

    พระเครื่องที่พบในทุ่งวัดร้าง "ลานดอกไม้" ส่วนใหญ่เป็น "พระซุ้มกอ" ทุกพิมพ์ทุกขนาดใหญ่ กลาง เล็ก จิ๋ว กับ "พระลีลาเม็ดขนุน" และพระพิมพ์นางกำแพง อื่นๆอีกหลายหลาก

    พระจาก วัด"ลานดอกไม้" นักขุดในอดีต รู้กันแก่ใจว่า ขุดมาจากฝั่ง "ทุ่งเศรษฐี" ทั้งสิ้น แต่จะมาจากกรุไหนบ้าง? เป็นเรื่องยากต่อการวินิจฉัย นอกจากผู้ชำนาญ ใช้การอนุมานเอาจากพิมพ์ สีเนื้อดิน ว่านเกสร และพิมพ์ที่พบใกล้เคียงกันจากกรุฝั่งทุ่ง ก็พอได้คำตอบที่ไม่เพี้ยน!

    กระนั้น ก็ทำให้พระ"วัดลานดอกไม้" กำแพงเพชร เป็นหนึ่งในพระเครื่องเมืองกำแล้วแพง ที่มีสนนราคาจับต้องได้ "กำไม่แพง" เหมือนพระที่ระบุได้จากกรุตรงตัว

    พระเครื่อง "วัดลานดอกไม้" กำแพงเพชร...ราคาแพงกว่า นิยมกว่า "กรุลานดอกไม้-สุโขทัย"ที่แตกกรุในปี 2520 จากการขุดลานดินเพื่อเตรียมจัดงานเผาเทียนเล่นไฟ

    จัด "พระซุ้มกอจิ๋ว" วัดลานดอกไม้ ที่หลุดรอดพ้นจากการแตกหักสูญหายหรือเหยียบย่ำทำลายของนักขุดกรุสมัยโบราณ

    ทั้งเล็ก ทั้งหายาก และยังรอดพ้นเงื้อมมือคนทิ้งขว้างมาได้อย่างอัศจรรย์...!

    ถือเป็นอุปเท่ห์ได้เลยว่า "ซุ้มกอจิ๋ว" องค์นี้ เป็น "สุดยอดแห่งความแคล้วคลาด"!!!

    พระเก่าโบราณมีรอยเนื้อหลุดร่อย ล่อนตามขอบข้างไปบ้างด้วยอายุหลายร้อยปี มอบเป็นของขวัญให้สมาชิกร่วมบุญเป็นพิเศษ...

    =======2,700=======
    20261002_221508.jpg
    ความงามอัศจรรย์ น่าทึ่งของ "ซุ้มกอจิ๋ว" ด้านขอบบนสุดซ้ายมือเรา เกือบกึ่งกลาง มีรอยเนื้อหลุดล่อนตามธรรมชาติของกาลเวลา แต่ร่องรอยนั้นไม่กระทบเข้ารบกวนพิมพ์และองค์พระ เพียง
    เป็นส่วนดีที่ทำให้ท่านมีฮั่งเช้งราคาจับต้องได้

    หากดูจากสีสันเนื้อหา คราบไขว่าน ฝ้าดินที่ขึ้นคลุม สีผิวแบบนี้ เป็นพระที่มีโทนเนื้อจากกรุทุ่งเศรษฐี....

    โดยเฉพาะ "กรุวัดพระบรมธาตุ" อันยิ่งใหญ่และแสนแพง ค่อนข้างชัวร์!

    แต่ถ้าฟันธงเป็น "กรุบรมธาตุ" ราคาคงสูงปรี้ดไปห้าหลัก-หกหลัก ดังนั้นจึงใช้ความซื่อสัตย์ ไม่ยัดกรุ ยัดวัด เขียนประวัติไปตามความเป็นจริง จากสิ่งที่ได้รับรู้มาจาก "นักขุดกรุฯ"

    แน่นอนว่า องค์พระจะเล็กขนาดไหน ขอให้เป็น "เนื้อดินกำแพง" อันสูงค่า ย่อมทำปฏิกิริยากับ "แม่เหล็ก" เป็นเรื่องปกติ

    ซุ้มกอจิ๋วนี้ก็เช่นกัน ด้วยแร่ธาตุล้ำค่า เกสรว่านชั้นยอดที่ผสมอยู่ในเนื้อ ทำให้ "แม่เหล็กดูดติด" อย่างงดงาม น่าทึ่ง ชวนอัศจรรย์ใจ!!!
    20261002_221518.jpg
    ความงามของเนื้อหา กับ "รอยว่านหลุด" ร่องเล็กๆ เป็นธรรมชาติ เมื่อเกสรว่านเหี่ยวแห้งหมดอายุหลุดออกไปด้วยกาลเวลายาวนาน ก็จะดึงเนื้อดินพื้นผิวออกไปด้วย ทำให้เกิดรอยว่านหลุดเห็นตาเปล่าทุกจุด

    ร่องรอยพิเศษของธรรมชาตินี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้พระเนื้อดินยุคเก่ามีเสน่ห์ ดูง่าย สบายตา ไม่ต้อง "บ้าพิมพ์" เหมือนพวกเสี้ยนพยายามเขียนตำราขายหัวเราะ ขายโกหก
    20261002_221536.jpg
    เทียบกับเหรียญ "สองสลึง"...!

    ว่ากันตามเนื้อหาจริงๆแล้ว "ซุ้มกอ" องค์นี้ไม่ถึงกับจิ๋วเสียทีเดียว แต่ก็ย่อมกว่าพิมพ์เล็กจำพวกขนมเปี๊ยะเล็กน้อย

    ท่านมีขนาดอยู่กึ่งกลางระหว่าง "เล็ก" กับ "จิ๋ว" เป็นพระที่แน่ชัดว่า ผู้สร้างยุคโบราณทำให้เป็น "พระคะแนน" ร้อยองค์ทั่วไป มีองค์เล็กจิ๋วนี้หนึ่งองค์!!!

    "หนึ่งในร้อย"...เหมาะเป็นองค์ดาราบนคอคนชอบชุดเล็ก กับ ท่านสุภาพสตรีที่นิยมชมชอบพระเนื้อดิน อุดมอุปเท่ห์ด้านโชคลาภ เกื้อกูลการทำมาหากินคล่องตัว มีเสน่ห์เหลือร้าย และ แคล้วคลาดสูงสุด!!!
    20261002_221618.jpg 20261002_221637.jpg 20261002_221548.jpg
    2ขอบข้างที่สมบูรณ์มีรอยเนื้อหลุด
    ล่อนเล็กน้อยบางจุดแต่สบายใจได้
    ไม่มีการแตกหัก อุดซ่อมแม้แต่น้อย
    ทุกอย่างคงธรรมชาติดั้งเดิมทั้งสิ้น!

    ปัจจุบัน พระที่พบจาก "วัดลานดอกไม้-กำแพงเพชร" แทบไม่มีของจริงให้ชม ให้ดูกันแล้ว

    ทุกองค์ ทุกพิมพ์ ล้วนถูกนำไปขายเข้ากรุลานทุ่งเศรษฐีหมดสิ้น เพราะทั้งเนื้อหาดินอัศจรรย์ กับพิมพ์นั้นยืนยันว่าเป็น พระเครื่องฝั่งทุ่งอย่างแท้จริง

    เพียงแต่ใครจะสามารถ "ยัดกรุ" ให้ท่านได้ถูกต้อง ตรงจุดเท่านั้น!!!

    แต่ที่แน่ๆ ย่อมปล่อยได้ในราคาอัพเป็นหลายสิบเท่า ร้อยเท่าตัว..
    ชัวร์!

    ดังนั้น การนำพระจาก "วัดลานดอกไม้-กำแพงเพชร" มาให้ชมในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเปิดโลกให้กับท่านผู้อ่านที่พิศมัยพระล้ำค่า หายากของเมืองกำแพง ให้ได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ความจริงว่า...

    หากรู้จริง ก็ไม่จำเป็นต้อง "กำแล้วแพง" เสมอไป!!!
     
  7. Khamphee

    Khamphee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    947
    ค่าพลัง:
    +20,076
    รับครับ
     
  8. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    ร่าย "ซุ้มกอจิ๋ว" จบ ละนิ้วลุกไปดื่มน้ำ กลับมาท่านก็ถูกน้องคัมภีร์ นิมนต์ไปเมืองชายทะเลเรียบร้อย

    ซุ้มกอองค์นี้ หากไม่มีร่องรอยนิดหน่อยด้านบน ก็จะเป็นองค์งามระดับ "แชมเปี้ยนโลก" ยังต้องเรียกพี่!

    เหตุที่เป็นดังนั้น เพราะพระจาก "วัดลานดอกไม้-กำแพงเพชร" ส่วนใหญ่เป็นพระที่อยู่ในไห ในหม้อ บรรจุในภาชนะต่างๆ จึงรักษาทรวดทรง "พิมพ์" เอาไว้ได้ ไม่แช่น้ำ ฝังเปลือยจมดิน ไม่แช่สารพันความชื้น และโดนสารนานาชนิดทำลาย เหมือนพระที่วางไว้เฉยๆ

    ท่านอาจชำรุดบ้างเล็กน้อย จากการ "เท" ออกมากองๆไว้ และกระจัดกระจายไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ตามพื้น ซึ่งเราสามารถหลับตานึกถึงภาพเช่นนั้นได้

    สำหรับ องค์ที่หลุดรอดจากกาลเวลาผุพังไปในดิน ไม่ละลายไปกับสายฝน สายน้ำ ต้องยกนิ้วให้ว่า เป็น "ที่สุดแคล้วคลาด"!!!

    ยิ่งหลุดมาโดยความงามยังอยู่ครบ ไม่กระทบหน้าตา รูปองค์แตกหัก เช่นองค์นี้ ถือเป็นความยอดเยี่ยมเหนือจักบรรยาย...!

    โมทนากับน้องคัมภีร์ ยินดีที่ได้ท่านไปครอบครอง ขออนุญาตจัดส่งท่านเดินทางไปสูดโอโซน ไอทะเลเมืองจันทน์ วันจันทร์ครับ
     
  9. daychar

    daychar เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    797
    ค่าพลัง:
    +13,526
    Screenshot_20261017_154826_Facebook.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  10. Khamphee

    Khamphee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    947
    ค่าพลัง:
    +20,076
    เรียนคุณอาครับ ผมขอฝากไว้ก่อนนะครับ โอนแล้วผมจะแจ้งไปครับ สมาชิกยังไม่ถอยเลยครับ กราบขอบพระคุณครับ Screenshot_20261017-155249_Samsung Browser.jpg
     
  11. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    น้องเดส่ง คำสอนแรงๆของ "หลวงตาดำ" เป็นพระผู้เคร่งในป่าหรือเปล่ามิทราบ หากพอมีเวลาก็จัดประวัติท่านมาให้อ่านกันบ้าง

    ส่วนเรื่องวิธีปฏิบัติกรรมฐานอันดุเดือดนั้น ก็อ่านกันเป็นแนวทางว่า ผู้ปรารถนาหนทางหลุดพ้น ทำไปหยุดไปแบบ "ศรัทธาหัวเต่า" ชักเข้าชักออก ย่อมไม่มีวันเห็นหนทางสำเร็จ

    สำหรับปุถุชนคนทั่วไปที่ยังต้องเคี่ยวกรำกับโลกและสังคม ต่อสู้ชีวิตตามวิสัยสัตว์เมือง สัตว์สังคม เพียงรู้ไว้ใช่ว่าก็พอ เพราะโอกาสปฏิบัติอย่างที่ท่านสอนกำชับมานั้น เป็นไปแทบไม่ได้!?

    เว้นแต่จะสลัดผ้า ไปนุ่งขาวห่มขาวหรือห่มเหลือง เข้าป่าเสียวันนี้ ทิ้งหมดทุกอย่างนั่นแหละอาจสำเร็จ

    "ทางสายกลาง" ทำให้พอดีๆกับตนเองและชีวิตสภาพ ตามคำสอนพระพุทธองค์เถิดหนา เป็นสิ่งถูกต้องที่สุดแล้วใน 3 โลก!!!
     
  12. wanwi

    wanwi ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    44,891
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,128,001
    จัดไปตามที่น้องคัมภีร์แจ้งมาครับ กับการแค็ปหน้าจอให้เห็นยอดผู้เข้าอ่านเข้าชมอุ่นหนาฝาคั่ง ก็ต้องขอบพระคุณหลายๅ เป็นกำลังใจให้ผมไม่ยอมเมื่อยล้า หรือยอมแพ้สังขาร ...

    พยายามสรรหาเรื่องดีทีเด็ด พระดีที่สุดยอด มาเขียนให้อ่านเป็นความรู้ ดูสนุก ปลุกวิญญาณนักอ่าน ในยุคที่มีคนสบประมาทว่า คนไทยอ่านหนังสือน้อยกว่าปีละ 8 บรรทัด!

    กระทู้นี้ ต้องทำให้เกิดนักอ่านวันละอย่างน้อย 80 บรรทัด ปีละกว่าหมื่นบรรทัดให้ได้-ฮ่า

    ขอบคุณน้องคัมภีร์อีกครั้ง เฮง เฮง รวย รวย ค้าขายคล่องตัวครับ
     

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...