ประวัติ เกียรติคุณ ตำนานแห่งการสักยันต์ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ วัดบางพระ นครปฐม..

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย thaiput, 22 ตุลาคม 2006.

  1. เด็กไร้เดียงสา

    เด็กไร้เดียงสา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    2,024
    ค่าพลัง:
    +3,303
    ขอน้อมกราบคาระวะหลวงพ่อด้วยเศียรเกล้า
     
  2. กำธร นครปฐม

    กำธร นครปฐม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    2,756
    ค่าพลัง:
    +7,208
    ผมเคยไปกราบหลวงพ่อตั้งแต่สมัยผมเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดดเรียนไปสักยันต์กับเพื่อน ท่านอยู่กุฎิริมน้ำ (ตอนนี้รื้อไปแล้วครับ) พอหลวงพี่สักยันต์ให้เสร็จแล้ว ก็ให้ท่านลงซำให้อีก ตอนนั้นรู้สึกว่าหลวงพ่อท่านจะไม่ได้สักเองเท่าไหร่ครับ นอกจากจะศิษย์รุ่นเก่าดั้งเดิม (ประมาณ ปี พ.ศ.2521-2522 ครับ จำไม่ค่อยได้) และหลวงพ่อได้หยิบเหรียญปี 2519 จากย่ามให้คนละเหรียญ มีผมคนเดียวที่ไม่เอา บอกหลวงพ่อว่าผมชอบสักครับ หลวงพ่อ พระของเตี่ยผมมีแล้วครับ ท่านก็ยิ้ม ๆ ไม่ว่าอะไร พอตอนหลังหลวงพ่อดัง เหรียญรุ่นแรกปี 2519 หายาก เริ่มแพง ก็มาหาเก็บ ได้จากหลวงพี่ต้อยมา 1 เหรียญ ตอนหลังเช่าเอง 1 เหรียญ พร้อมทอง 8,500 บาท คิดแล้วเสียดายเหรียญที่หลวงพ่อให้กับมือดันไม่เอา ตอนหลังไปถามเพื่อนที่ไปสักด้วยกัน ว่าเหรียญที่ได้จากหลวงพ่อเปิ่นในคราวนั้นยังอยู่หรือไม่ ปรากฎว่าขายกินกันไปเรียบร้อยแล้ว ไม่เหลือซักคนเดียว
    เวรกรรมจริง ๆ ครับ
     
  3. ตนโอวันติน

    ตนโอวันติน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2008
    โพสต์:
    121
    ค่าพลัง:
    +43
    กราบนมัสการหลวงพ่อเปิ่นครับ
     
  4. มันตรัย

    มันตรัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    8,346
    ค่าพลัง:
    +8,190
  5. Dek_watpa

    Dek_watpa เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    2,608
    ค่าพลัง:
    +4,519
    กราบหลวงพ่อครับ
    ได้พระของท่านจากญาติให้มาเป็นพระผงหลวงพ่อขี่เสือ เสาร์ห้า ปี34 ครับ ประสบการณ์ของรุ่นนี้ได้ยินได้ฟังมาพอสมควร แต่ผมยังไม่มีครับ
     
  6. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    [​IMG]

    [​IMG]

    *-* เหรียญหล่อโบราณ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ รุ่น สร้างโรงพยาบาย เนื้อนวโลหะ *-* thaiput007@hotmail.com

    [​IMG]

    [​IMG]

    *-* เหรียญหล่อ หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ รุ่น บูรณะศาลาการเปรียญ *-* thaiput007@hotmail.com

    [​IMG]

    [​IMG]

    *-* เหรียญหล่อโบราณ เนื้อทองระฆัง หลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ที่ระลึกสร้างหอสวดมนต์ *-* thaiput007@hotmail.com
     
  7. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    [​IMG]

    *-* ขอบูชาหลวงพ่อครูบาอาจารย์ หลวงพ่อเปิ่น ฐิตคุโณ ด้วยใจเคารพยิ่ง *-* thaiput007@hotmail.com
     
  8. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    รีบเก็บไว้เถอะคะ... เหลือน้อยเต็มทีแล้วของแท้พุทธคุณสูง หลวงพ่อเปิ่น (บรรยายเท่าไหร่ ก็ไม่หมด ถึงประสบการณ์ พระ และวัตถุมงคลของท่าน) ศิษย์สายตรงรู้กันดีค่ะ
     
  9. ผาแดง

    ผาแดง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 เมษายน 2006
    โพสต์:
    2,640
    ค่าพลัง:
    +10,719
     
  10. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ประวัติวัดบางพระ
    วัดบางพระ เป็นชื่อในทางราชการชื่อเดิมคือ วัดปากคลองบางพระ สังกัดมหานิกายอยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่วัด ๓๑ ไร่ ๑ งาน ๖๐ ตารางวา และธรณีสงฆ์ ๒๒ ไร่ ๒ งาน ๑๙ ตารางวา
    วัดบางพระสร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๒๒๐จัดอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างที่แน่ชัดเพราะคนในยุคนั้นมิได้มีการบันทึกกันที่นำมาเป็นหลักฐานอ้างอิงได้ในปัจจุบันก็คือภาพจิตกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถหลังเดิมซึ่งกว้างประมาณ๔วายาวประมาณ๘วาหลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาธรรมดาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลางภายในพระอุโบสถหลังเดิมมีพระประธานเป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงประทับนั่งปางมารวิชัยลงรักปิดทองหน้าตักกว้าง๓๐นิ้วชาวบ้านเรียกกันว่า"หลวงพ่อสิทธิมงคล"เป็นองค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักเบื้องหน้าพระประธานเป็นพระพุทธปฏิมาประทับนั่งปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง๒๖นิ้วและยังมีพระพุทธปฏิมาประทับนั่งทางด้านขวามือองค์พระประธาน๓องค์และทางด้านซ้ายมือองค์พระประธานอีก๓องค์มองกันตามแบบแล้วพระอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระช่างทรงคุณค่ายิ่งนักลักษณะทั่วไปก่ออิฐถือปูนหลังคาลด๒ชั้นประกอบด้วยช่อฟ้าใบระกาที่สำคัญคือหลังคาอันมุงด้วยกระเบื้องดินธรรมดากรมศิลปากรจัดให้อยู่ในดินเผาสมัยอยุธยาตอนกลางพระประธานที่เป็นพระปฏิมากรหินทรายแดงจัดให้อยู่ในสมัยอโยธยาสุพรรณภูมิ(อู่ทอง)
    ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นภาพเก่าแก่เป็นผลให้ทราบถึงความเจริญรุ่งเรืองในพระพุทธศาสนาเป็นภาพเทพชุมนุมสลับกับอดีตขององค์พระพุทธเจ้ามีการปฏิสังขรณ์เมื่อสมัยรัชการที่๔คงมีการเขียนทับและแก้ไขเพียงเล็กน้อยแต่พื้นกราวน์ดูเบื้องหลังยังคงใช้สีอ่อนมีดอกไม้ร่วงอันเป็นคติของอยุธยาภาพที่น่าสนใจอีกภาพหนึ่งก็คือ"ภาพมารผจญ"เป็นภาพที่พระพุทธเจ้าทรงจีวรแดงประทับนิ่งบนดอกบัวแก้วแม่ธรณีบีบมวยผมนับเป็นศิลปะแบบเก่าที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งเป็นภาพที่เขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางสีในภาพเขียนใช้เพียง๔สีคือขาวดำแดงและเขียวใบแค
    มาถึงช่วงตอนเจริญรุ่งเรืองอย่างสุดขีดของวัดบางพระในช่วงนั้นเมื่อเจ้าอธิการหิ่มอินทโชโตเข้ามาปกครองวัดบางพระในสมัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายที่เหมือนกันของเจ้าอาวาสวัดบางพระทุกรูปคือจะเป็นพระนักปฏิบัติกัมมัฏฐานทรงซึ่งคุณธรรมมีเมตตาธรรมสูงมากเมื่อมาถึงหลวงปู่หิ่มเป็นยุคที่วัดบางพระเจริญอย่างยิ่งท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลและเป็นพระอุปัชฌาย์ นอกจากนี้แล้วหลวงปู่หิ่มยังสร้างพระพุทธบาทจำลองเพื่อช่วยเหลือในศรัทธาของชาวบ้านที่ใคร่จะไปนมัสการพระพุทธบาทจำลองณสถานที่ต่างๆที่อยู่ไกลต้องเสียค่าใช้จ่ายกันสูงพระพุทธบาทจำลองนี้มีขนาดกว้าง๑.๑๐เมตรยาว๔.๒๐เมตรสร้างด้วยโลหะทุกกลางเดือนสี่จะมีงานเทศกาลเพื่อให้ประชาชนชาวบ้านได้นมัสการปิดทองกราบไหว้พระพุทธบาทจำลองสร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๖๙นั้นเป็นไปในด้านวัตถุในด้านทางจิตใจในด้านทางสายวิชาแล้วหลวงปู่หิ่มนับเป็นหนึ่งในส่วนนี้ท่านเก่งในทางปรุงยาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างน่าอัศจรรย์คนบ้าคนคลั่งหรือโรคมะเร็งเมื่อมาหาหลวงปู่หิ่มเพื่อให้ท่านรักษาหลวงปู่หิ่มจะให้คนปั้นหุ่นดินเหนียวแทนตัวคนป่วยลงวันเดือนปีเกิดพร้อมด้วยเงินค่าครู๑สลึง(สมัยนั้น)แล้วท่านจะนั่งตรวจดูอาการคืนหนึ่งก่อน
    จึงจะปรุงยาให้ไปเมื่อคนไข้ได้รับยานั้นไปรับประทานแล้วจะหายแทบทุกราย
    ในส่วนสายพระเวทด้านอักขระพระคาถาไม่เป็นที่เปิดเผยกันมากนักทราบเพียงแต่ว่าหลวงปู่หิ่มท่านสุดยอดในสายพระเวทคาถามีอะไรแปลกๆอยู่เสมอในส่วนการสักยันต์นั้นหลวงพ่อเปิ่นท่านรับมาจากหลวงปู่หิ่มเต็มๆพ.ศ.๒๔๙๕หลวงปู่หิ่มก็มรณภาพลงพ.ศ.๒๔๙๖-พ.ศ.๒๖๑๖พระอธิการทองอยู่ปทุมรตนเป็นเจ้าอาวาสพ.ศ.๒๕๑๘-พ.ศ.๒๕๔๕พระอุดมประชานาถ(หลวงพ่อเปิ่น)เป็นเจ้าอาวาส
    ความเป็นมาของอุโบสถหลังเก่าของวัดบางพระนั้นไม่มีการบันทึกเอาไว้ว่าสร้างในสมัยใดมีเพียงการคาดคะเนเอาตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคำนวณเอาจากอายุของเนื้อแท้ของถาวรวัตถุลักษณะโบสถ์เป็นแบบมหาอุตม์พื้นที่ภายในกำแพลงแก้วยกดินสูงมีสถูปเจดีย์ล้อมรอบสี่ด้านด้านหน้าหันออกสู่แม่น้ำนครชัยศรี(ท่าจีน)ด้านหน้ามีเรือสำเภาก่ออิฐถือปูนกลางลำเรือก่อขึ้นไปเป็นเจดีย์เป็นการบ่งให้ทราบว่าแถบถิ่นแถวนี้มีการค้าขายกันทางเรือเมื่อชุมชนขยายผู้คนเข้ามาอาศัยกันมากขึ้นล่วงมาจนหลวงปู่หิ่มท่านเล็งเห็นว่าอุโบสถหลังเก่านั้นเล็กเกินไปเมื่อทำสังฆกรรมจึงไม่ค่อยสะดวกไม่พอที่จะรองรับญาติโยมเป็นจำนวนมากและสภาพของโบสถ์นั้นก็ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลาโบสถ์หลังใหม่ของวัดบางพระจึงกำเนิดขึ้นมาในสมัยนั้นในการสร้างโบสถ์หลังใหม่นั้นท่านได้เกณฑ์พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านมาช่วยกันทำโดยการชักลากไม้ในป่าแถวนั้นเล่ากันต่อๆมาว่าพื้นที่แถบนั้นยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยต้นไม้และสัตว์ป่านานาชนิดโดยมีชาวบ้านมาช่วยกันอย่างมืดฟ้ามัวดินทั้งนี้เป็นเพราะบุญบารมีของหลวงปู่หิ่มนั่นเองโบสถ์หลังใหม่ที่หลวงปู่หิ่มสร้างใหม่นั้นค่อนข้างใหญ่โตในละแวกคุ้งน้ำนครชัยศรีนับ
    เนื่องแล้วเวลานั้นถือเป็นหนึ่งได้ทีเดียวเสาที่สร้างโบสถ์เป็นไม้ขนาดใหญ่ส่วนเพดานโบสถ์ปูด้วยแผ่นไม้กระดานทั้งหมดภายในพระอุโบสถประดิษฐานหลวงพ่อโต(พระประธาน)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารหลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมากในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่๒เคยปรากฏว่ามีคนเห็นองค์หลวงพ่อโตมีน้ำตาไหลออกมาจากพระเนตรทั้งสองสาธุชนที่เข้าบนบานต่อองค์หลวงพ่อโตมักจะประสบผลสำเร็จในทุกอย่างการบนบานหลวงพ่อโตท่านชอบว่าวจุฬาและประทัด
    หลวงปู่หิ่มสร้างโบสถ์หลังใหม่แล้วเสร็จในปีพ.ศ.๒๔๗๐จนกระทั่งล่วงมาถึงยุคสมัยของหลวงพ่อเปิ่นปกครองวัดบางพระศาสนวัตถุเริ่มทรุดโทรมลงไปโบสถ์ที่ทำสังฆกรรมซึ่งทำมาจากไม้เริ่มผุกร่อนเพดานโบสถ์หักพังมีรูรั่วอยู่ทั่วไปฝนตกลงมาพระภิกษุสงฆ์ทำสังฆกรรมไม่สะดวกได้รับความเดือดร้อนกันมากจึงเริ่มที่จะทำการบูรณะกันใหม่เปลี่ยนจากเสาไม้มาเป็นเสาปูนเพดานก็เทคานพื้นเพดานเทปูนทั้งหมดเพื่อความคงทนในการบูรณะนั้นค่อนข้างจะเป็นงานใหญ่เพราะต้องใช้ทุนทรัพย์เป็นจำนวนมากช่วงนั้นสภาวะเศรษฐกิจไม่ดีร้านค้าบริษัทโรงงานได้ปิดกิจการเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังหลวงพ่อเปิ่นในสมันนั้นยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากมายสักเท่าไหร่ถนนหนทางที่เข้าไปยังวัดบางพระยังขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อพอฝนตกลงมาสภาพถนนกลายเป็นโคลนตมสาะชนที่เข้าไปในวัดบางพระในเวลานั้นเข้าไปด้วยพลังศรัทธาอันสูงส่งต่อหลวงพ่อเปิ่นเข้ากราบด้วยศรัทธาอันใสบริสุทธิ์ บุญบารมีของหลวงพ่อเปิ่นในการจรรโลงพระศาสนาในการสร้างศาสนวัตถุแม้ท่านจะลำบากตรากตรำทำงานหนักเพียงใดท่านไม่เคยบ่นหรือย่อท้อยิ้มแย้มแจ่มใสเต็มไปด้วยเมตตาธรรมอันสูงส่งเมตตาธรรมที่ท่านมอบให้กับสาธุชนที่เข้ากราบสาธุชนที่เดือดร้อนทุกข์ยากพระเครื่องเหรียญวัตถุมงคลที่ท่านมอบให้ไปนั้นเกิดเป็นประสบการณ์อย่างมากมายจนถึงปัจจุบันต่างยอมรับกันว่าหลวงพ่อเปิ่นท่านเป็นพระแท้ที่สร้างสมบารมีด้วยการพัฒนาจนลือเลื่องยอมรับกันไปทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศในเวลานี้
    ลำดับเจ้าอาวาส
    รูปที่ ๑ ฯลฯ พ.ศ. ถึง พ.ศ.
    รูปที่ ๒ ฯลฯ พ.ศ. ถึงพ.ศ.
    รูปที่ ๓ พระอธิการเฒ่า พ.ศ.๒๓๓๐ ถึง พ.ศ.๒๓๗๙
    รูปที่ ๔ พระอธิการวัชร ์พ.ศ.๒๓๘๐ ถึง พ.ศ.๒๔๑๙
    รูปที่ ๕ พระอธิการแพ พ.ศ.๒๔๒๐ ถึง พ.ศ.๒๔๔๐
    รูปที่ ๖ เจ้าอธิการหิ่ม อินฺทโชโต พ.ศ.๒๔๔๑ ถึง พ.ศ.๒๔๙๕
    รูปที่ ๗ พระอธิการอยู่ปทุมรัตน พ.ศ.๒๔๙๖ ถึง พ.ศ.๒๕๑๖
    รูปที่ ๘ พระอุดมประชานาถ(เปิ่น ฐิตคุโน) พ.ศ.๒๕๑๗ ถึง พ.ศ.๒๕๔๕
    รูปที่ ๙ พระครูอนุกูลพิศาลกิจ(สำอาง ปภสฺสโร) พ.ศ.๒๕๔๕ ถึงปัจจุบัน
    สังกัดมหานิกาย อยู่ในการปกครองคณะสงฆ์ตำบลวัดละมุด(วัดศรีมหาโพธิ์) อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐมภาค ๑๔

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.bp.or.th/index.htm
    อนุโมทนาครับ
    ขอบคุณครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 พฤศจิกายน 2008
  11. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    [​IMG]
     
  12. จรัสกุล

    จรัสกุล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    1,547
    ค่าพลัง:
    +2,127
    ครับ
    การสักยันต์
    วัฒนธรรมการสักบนผิวหนัง การสักลวดลายบนผิวหนังหรือที่เรียกว่าสักลายหรือสักยันต์เป็นวัฒธรรมอย่างหนึ่งของไทย ที่มีมาช้านานแต่ทุกวันนี้ลายสักหรือสักยันต์ตามความเชื่ออย่างโบราณแทบจะไม่มีแล้ว จะมีเพื่อความสวยงามเป็นการตกแต่งเสริมความงามให้กับร่างกายบ้างแต่ไม่มากนัก
    เรื่องราวของลายสักของคนไทยเป็นสิ่งที่น่าศึกษาค้นคว้าเรื่องหนึ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่มีใคร สนใจใคร่ศึกษามากนัก ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งและนับวันจะสูญหายไป
    "สัก" คืออะไร พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยถาน พ.ศ.๒๕๒๕ เขียนว่า "สัก" คือ การเอาเหล็กแหลมแทงลงด้วยวิธีการหรือเพื่อประโยชน์ต่างๆ กันใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึกหรือน้ำมันงาผสมว่าน ๑๐๘ ชนิดเป็นต้นแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระเครื่องหมายหรือลวดลายถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก, ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมันทำเครื่องหมายสักเพื่อแสดงเป็นหลักฐานเช่น "สักข้อมือแสดงว่าได้ขึ้นทะเบียนเป็นชายฉกรรจ์หรือมีสังกัดกรมกองแล้วสักหน้าแสดงว่าเป็นผู้ต้องโทษปราชิกเป็นต้น" จากคำอธิบายดังกล่าวทำให้รู้ว่าการสักลายหรือลายสักของไทยคืออะไร ประเพณีการสักนั้นมีไม่แพร่หลายนักบางหมู่บ้านจะพบว่าผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่มักมีลายสักที่หน้าอกและแผ่นหลังตามสมัยนิยมในขณะที่ผู้ชำนาญในการสักของท้องถิ่นแสดงความสามารถที่สืบทอดมาอย่างเต็มที่ผู้ที่ทำหน้าที่สักมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส (คนธรรมดา)
    ในอดีตสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสักไม่ได้รับความสนใจเหมือนอดีต คือชาวเมืองและรวมถึงผู้คนทั่วไปมองว่าผู้ที่มีลายสักเป็นคนชั้นต่ำ เป็นนักเลงความคิดเช่นนี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากชาวตะวันตกที่มองผู้ที่มีลายสักว่าส่วนใหญ่มักเป็นกลาสีขี้เมาหรือคนจรจัด คนเมืองจึงเกิดความรู้สึกว่าลายสักเป็นวัฒนธรรมของคนบ้านนอกคนไม่มีการศึกษา ทัศนคติเช่นนี้มิได้มีแต่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นแต่แพร่ไปสู่เมืองอื่นๆ ด้วย โดยคิดว่า การสักลายเป็นเรื่องของคนจน กรรมกร และคนบ้านนอก ดังนั้นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องลายสัก จึงกระทำได้ยากในปัจจุบัน เพราะคนที่มีลายสักมักจะปกปิดลายสักไว้อย่างมิดชิด ผู้ที่จะให้ข้อมูลและเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการสักจะเป็นกลุ่มที่มีความเชื่อในอำนาจของศิลปะโบราณนี้เท่านั้น
    การศึกษาค้นคว้าศิลปะชาวบ้านประเภทนี้ ควรจะได้รับการศึกษาบันทึกเกี่ยวกับการออกแบบ กรรมวิธีและพิธีกรรม ศึกษาเปรียบเทียบแต่ละกลุ่มชน ศึกษาค่านิยมและความเปลี่ยนแปลง ศึกษาการสักที่สืบทอดมาแต่โบราณ การสักมีรูปแบบที่แตกต่างกันอยู่ ๒ รูปแบบคือ ลายสักที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ และลายสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ แต่ละรูปแบบจะมีวิวัฒนาการตามแบบฉบับของมันและแสดงให้เห็นรูปแบบของธรรมเนียมในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในแต่ละแง่แต่ละมุมของลายสักที่สืบทอดกันมาในสังคมไทย
    นักประวัติศาสตร์ซึ่งคุ้นเคยกับชีวิตแบบไทย ๆ คงจะทราบความจริงว่าข้าราชการของไทยจะทำตำหนิที่ข้อมือคนในบังคับซึ่งเป็นหน้าที่ของแผนกทะเบียนเป็นผู้บันทึกและรวบรวมสถิติชาย และอาจะเดาได้ว่าการสักเป็นจุดเริ่มต้นขอการแบ่งส่วนราชการของไทย หรือการสักเป็นไปตามการแบ่งส่วนราชการ การทำเครื่องหมายลงบนร่างกายนี้อาจมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ( พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑ )
    การสักที่เกี่ยวเนื่องกับความเชื่อ วัตถุประสงค์ของการสัก ผู้ชายบางคนจะสักยันต์ด้วยเหตุผลทางเวทมนต์คาถาเพื่อความแข็ง แกร่งของจิตใจและต้องการอยู่ยงคงกระพัน ซึ่งเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประเพณีนิยมใน ชนบางกลุ่ม การสักลักษณะนี้จะสักให้เฉพาะชายฉกรรจ์เท่านั้น การสักมีลักษณะที่สอดแทรกไว้ด้วยความเชื่อและพิธีกรรมหลายอย่าง เช่น ก่อนทำการสักจะต้องมีการทำพิธีไหว้ครู ในการสักนั้นก็จะประกอบด้วยการร่ายเวทมนต์โดยอาจารย์สักจะถูผิวหนังของผู้มาสักทั้งก่อน ขณะสักลายหรือสักยันต์ และหลังจากสักเสร็จแล้ว อาจารย์สักแต่ละคนจะมีรูปแบบของลวดลายเป็นของตนเอง และผู้ที่ต้องการจะสักสามารถเลือกลายที่อาจารย์มีอยู่ได้ตามต้องการ ส่วนมากจะเป็นสัตว์ในเทพนิยาย และ เป็นอักขระขอมและเลขยันต์ อาจจะสักลายทั้งสามประเภทผสมกัน ดังนั้นลายสักของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน
    การสักในประเทศไทยอาจจะมีมาแต่โบราณ แต่จะมีมาตั้งแต่สมัยใด ไม่มีหลักฐานชัดเจน การสักยันต์เพื่อให้อยู่ยงคงกระพันนั้นเชื่อว่ามีมานานแล้วดังปรากฎในวรรณคดี เรื่องขุนช้างขุนแผน และวรรณกรรมอื่นๆ แต่การสักมักมองว่าเป็นเรื่องของนักเลง ถูกมองไปในทางลบ ทำให้ศิลปะบนผิวหนังประเภทนี้เกือบจะสูญไปจากสังคมไทย
    เหตุผลที่การสักยังคงมีอยู่คือ หลาย ๆ คนยังเชื่อว่าการสักจะทำให้มีโชคและอยู่ยงคงกระพันพ้นอันตราย รูปแบบของการสักแต่ละชนิดจะมีความขลังที่แตกต่างกัน ลายสักหรือยันต์บางชนิดสามารถช่วยผู้ที่สักให้รอดพ้นจากสถานการณ์ที่ยุ่งยากได้ สัญลัษณ์บางอย่างของลายสักสามารถทำให้ผิว หนังเหนียวได้ ศัตรูยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า เชื่อว่าการสักจะช่วยให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้ด้วย
    นอกจากนี้ การสักทางไสยศาสตร์ยังเชื่อมโยงกับการระวังอันตรายและความปลอดภัย ทำให้แคล้วคลาดต่ออันตรายต่างๆ ศิลปะพื้นบ้านประเภทนี้ อาจจะกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดศรัทธาความเชื่อมั่น เกิดความมั่นใจ มันอาจเป็นเครื่องแสดงความจริงต่างๆ วัฒนธรรมสมัยใหม่นั้นเมื่อมองแล้วอาจจะไม่ทำให้ปลอดภัย ส่วนวัฒนธรรมการสักยันต์จึงช่วยให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย เป็นทางหนึ่งที่ช่วยให้จิตใจเขามีความมั่นใจมั่นคงมากยิ่งๆ ขึ้น
    ลายสักยอดนิยม ลวดลายสักแต่ละสำนักแต่ละครูอาจารย์มักจะมีความคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่ เช่น ลายเสือเผ่นลายหนุมาน ลายยันต์ชนิดต่างๆ ฯลฯ จะแตกต่างกันที่รายละเอียดในส่วนปลีกย่อย เท่านั้น เช่น ถ้าเป็นลายหนุมาน แต่ละอาจารย์ก็จะคงรูปร่างลักษณะและโครงร่างของหนุมานไว้แต่จะมีความแตกต่างกันที่รายละเอียดของนิ้วมือ นิ้วเท้า และเครื่องประดับของหนุมานเป็นต้น
    ลวดลายที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในบรรดาผู้ที่นิยมการสักคือ ลวดลายสักที่ให้ผลทางไสยศาสตร์ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ชนิด คือเพื่อผลทางเมตตามหานิยม และเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีให้แคล้วคลาดจากของมีคม อุบัติเหตุ หรืออันตรายทั้งปวถ้าเป็นการสักเพื่อผลทางเมตตามหานิยมมักจะสักเป็นรูปจิ้งจก หรือนกสาริกาเพื่อเป็นตัวแทนของความมีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป โดยเฉพาะให้ผลดีทางการเจรจา ค้าขายทำให้เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น
    ส่วนลายสักเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี จะนิยมสักลวดลายซึ่งเป็นตัวแทนความดุร้ายความปราดเปรียว ความสง่างาม ความกล้าหาญ ได้แก่ลายเสือเผ่น หนุมานคลุกฝุ่น หงส์ และลายสิงห์ เป็นต้น หรือเป็นลายที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันภยันตราย เช่น เก้ายอด ยันต์เกราะเพชร หรือลายยันต์ชนิดต่างๆ และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เป็นแก่นแท้ของการสักเพื่อผลทางไสยศาสตร์ และถือกันว่าเป็นหัวใจของการสักคือ หัวใจของคาถาที่กำกับลวดลายสักแต่ละลายอยู่ เพราะสิ่งนี้คือเคล็ดลับวิชาคาถาอาคมที่เป็นวิชาชั้นสูงของแต่ละอาจารย์สักที่จะไม่เปิดเผยให้แก่ผู้ใดเป็นอันขาดนอกจากลูกศิษย์ที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับถายทอดวิชาสักของอาจารย์สืบต่อไป
    นอกจากนั้นยังมีผู้นิยมสักเพื่อความสวยงาม ซึ่งการสักเพื่อความสวยงามจะไม่เกี่ยวข้องกับกับการเพื่อผลทางไสยศาสตร์แต่อย่างใด ดังนั้นจึงเป็นการสักเฉพาะรูปสวยเฉยๆ ไม่มีการลงหัวใจของอักขระเลขยันต์ต่างๆ หรือลงอักขระกำกับรูปภาพ ลวดลายสักจึงมักขึ้นอยู่กับความต้องการหรือรสนิยมของผู้สัก เช่น รูปผู้หญิงเปลือย ผีเสื้อ ดอกไม้ หัวใจ ฯลฯ โดยรูปภาพเหล่านี้จะบอกนิสัยใจคอของผู้สักหรือบอกอดีตที่เป็นความประทับใจหรือความทรงจำของผู้สักที่ต้องการประทับตราไว้กับตัวเขาตลอดไป เช่น ชื่อคน ชื่อประเทศ วันเดือนที่สำคัญ เป็นต้น
    ลายสักดังกล่าวจะต้องถูกสักอยู่ในตำแหน่งที่ถูกที่ควร ไม่เช่นนั้นความขลังจะไม่เกิด โดยมากผู้มาสักประสงค์จะให้ลายสักอยู่ภายในร่มผ้ามากที่สุด ตำแหน่งที่นิยมสักเรียงตามลำดับดังนี้คือ บริเวณหลัง หน้าอก คอ ศีรษะ ไหล่ แขน ชายโครง หน้า มือ และหัวเข่า
    แดวงคนสักลาย เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการสักคือเพื่อผลทางไสยศาสตร์ จึงต้องสักโดยครูอาจารย์ที่มีวิชาอาคมศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเท่านั้น ฆราวาสหรือบุคคลธรรมดาที่ไม่มีวิชาความรู้ทางด้านนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ ครู และอาจารย์และช่างสักส่วนใหญ่จึงเป็นพระภิกษุ หรือเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับการยอมรับนับถือจากบุคคลทั่วไป และความศักดิ์สิทธิ์ของการสักก็มักจะได้รับการทดสอบจนเห็นผลเป็นที่ร่ำลือมาแล้ว
    จากคำบอกเล่าของพระอาจารย์ชื่อดังท่านหนึ่งให้ความรู้ว่า ปัจจุบันอาจารย์สักที่ลงคาถาอาคมและมีอานุภาพดังคำร่ำลือมีไม่เกิน ๑๐ สำนักในเมืองไทย ผลการศึกษาของนักวิชาการระบุออกมาว่า อาจารย์สักส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป มีประสบการณ์มากกว่า ๒๐ ปี อาจารย์สักถ้าเป็นผู้หญิงจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก เช่นเดียวกับผู้ที่มารับการสักโดยมากจะเป็นผู้ชาย จะเป็นผู้หญิงก็เป็นส่วนน้อย ซึ่งมักจะมาสักเพียงเพื่อต้องการจะดึงดูดเพศตรงข้าม หรือต้องการจะมีเสน่ห์ในการพูดจาเพื่อค้าขายได้คล่อง ฉะนั้นลายสัก นะหน้าทอง และสาริกาลิ้นทอง จึงเป็นลายสักที่ นิยมในเพศหญิง ตรงกันข้ามกับฝ่ายขายที่มีความกระหายอยากจะได้ของดีติดตัวคือเหตุผลที่มาเป็นอันดับหนึ่ง ความศรัทธาเชื่อมั่นในครูอาจารย์และเพื่อนฝูงญาติพี่น้องชักชวนให้มาสัก เป็นเหตุผลที่รองลงมาแต่จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ชายหรือหญิงคนนั้นจะต้องมีใจรักและเชื่อมั่นในเรื่องนี้อย่างเหนียวแน่น เท่าที่ผ่านมาผู้ที่ได้รับการสักครั้งแรกไปแล้วก็มักจะกลับมาสักอีกครั้งเป็นอย่างน้อย บางคนอาจถึง ๑๐ ครั้งขึ้นไป
    อย่างไรก็ตาม แม้ทุกวันนี้จะมีผู้เชื่อมั่นและศรัทธาในการสักอยู่ แต่ก็นับว่าลดลงไปมากเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา และนับวันข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับลายสักจะสืบค้นได้ยากยิ่งขึ้น เป็นเพราะขาดผู้รู้ผู้ชำนาญ อาจารย์บางท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ค่อยถ่ายทอดวิชาให้แก่ศิษย์ ทำให้นับวันผู้ที่รู้วิชานี้ยิ่งลดน้อยลงทุกที อีกทั้งสังคมปัจจุบันไม่ค่อยยอมรับคนที่มีลายสักโดยดุษณีเช่นแต่ก่อนอีกแล้วในทางกลับกันทัศนคติของคนไทยในวันนี้กลับมองว่าคนที่มีรอยสักเป็นผู้ที่มีการศึกษาน้อย เป็นผู้มีอาชีพใช้แรงงาน เป็นนักเลงหัวไม้ หรือเข้าใจหนักลงไปอีกว่า คนที่สักลายคือ พวกขี้คุกขี้ตรางที่มีลายสักซึ่งสักกันเองภายในเรือนจำ ประกอบกับการสักเป็นอุปสรรคในการรับราชการทหาร ตำรวจ และพลเรือน
    ความเสื่อมอีกประการหนึ่ง ผู้ได้รับการสักปฏิบัติตนไม่เหมาะสมใช้ผลของการสักทางไสยศาสตร์หรือการอยู่ยงคงกระพันชาตรีไปในทางที่ผิด เช่น โอ้อวด ท้าทาย ประลองต่อสู้กับผู้อื่น ทำตนเป็นมิจฉาชีพ ก่ออาชญากรรม ซึ่งมีส่วนผลักดันให้ค่านิยมของคนที่มีต่อลายสักเป็นไปในทางลบยิ่งขึ้น
    ผู้ที่มีลายสักจำนวนไม่น้อยที่อยากจะลบรอยสักนั้นทิ้งเสีย อาจด้วยความรู้สึกว่าเมื่ออายุมากขึ้นลายสักบนผิวหนังกายทำให้แลดูสกปรกเลอะเทอะ หรือทำให้คนตั้งข้อรังเกียจไม่อยากเข้าใกล้ เป็นต้น ในบางรายก็ค้นพบด้วยตนเองว่าการสักไม่ได้ให้ผลทางไสยศาสตร์แก่ตนแต่อย่างใดเพราะความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันทำให้ไม่สามารถยึดถือปฏิบัติสัจจะที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัดได้ ทว่า การลบรอยสักนั้นเป็นไปได้ยากมากเพราะหมึกที่ใช้สักถูกฝังลึกเข้าไปถึงชั้นของหนังแท้ ถ้าลบออกจะทำให้เกิดแผลเน่าน่าเกลียด แต่ก็อาจทำได้โดยกรรมวิธีศัลยกรรมตกแต่ง คือ ลอกผิวหนังตรงที่มีรอยสักทิ้งไป แล้วเอาผิวหนังส่วนอื่นของร่างกายปะไว้แทน แต่ก็จะเป็นรอยแผลเป็นอยู่ดี ฉนั้นจึงกล่าวได้ว่าการที่จะลบรอย สักโดยไม่ให้เหลือร่องรอยปรากฎอยู่เลยนั้น
     
  13. ปทุมธานี

    ปทุมธานี ยอมไม่ทำดีกว่าทำร้ายคนอื่น

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    1,876
    ค่าพลัง:
    +1,218
    ไม่ได้ไปกราบหลายปีแล้วต้องหาโอกาศไปอีกสักครั้งครับ
     
  14. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
    <table width="96%" align="center" border="0" cellpadding="0" cellspacing="0"><tbody><tr><tr><td class="dessubmmenu1"> <center>[​IMG]</center>

    " ยันต์เสือเผ่น" ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งยันต์รูปสัตว์ของ สำนักสักยันต์ของพระอุดมประชานาถหรือที่รู้จักกันดีในนามหลวงพ่อเปิ่นฐิตคุ โณ เทพเจ้าแห่งลุ่มแม่นํ้านครชัยศรีอดีตเจ้าอาวาส วัดบางพระอ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
    ว่ากันว่าลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่นทุกคนเมื่อคิดจะสักยันต์เป็นรูปสัตว์ ต้องสักยันต์เสือเผ่นเป็นยันต์แรก
    หนึ่งในจำนวนลูกศิษย์ที่เชื่อในพุทธคุณในยันต์เสือเผ่นหลวงพ่อเปิ่น คือ พ.ต.อ.(พิเศษ)สมพร จารุมิลินท รอง ผบก.ประจำ สง.ผบ.ตร. (ทน ท.อก.ประจำ ผบ.ตร.) โดยได้สักยันต์เสือเผ่นกับพระอาจารย์อภิญญาคนุ ตฺตโม หรือหลวงพี่ญา มาตั้งแต่เมื่อครั้งหลวงพ่อเปิ่นยังมีชีวิตอยู่
    <center>[​IMG]</center>

    รวมแล้วบนแผ่นหลังและหน้าอกน่าจะมียันต์เสือเผ่นไม่ตำกว่า๑๑ ตัว ถึงกระทั่งเพื่อนฝูง และผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกว่า "ผู้การเสือ" ทั้งๆที่ควรจะเรียว่า "ผู้การหนึ่ง" เพราะชื่อเล่นของท่านคือ"หนึ่ง"

    ตระกูลของผู้การเสือคลุกคลีพัวพันอยู่กับสีกากีมาโดยตลอด กล่าวคือ คุณพ่อเป็นข้าราชการตำรวจ ส่วนตัวเองนั้นเข้าสู่วงการสีกากีด้วย การข้ามขั้นติดยศร้อยตำรวจโท หลังจากจบปริญญาโทจากเมืองนอก เกือบทั้งชีวิต ข้าราชการตำรวจทำงานประเภทพะบู๊มาโดยตลอด ประจำทั้งบก.น.เหนือ, บก. น. ใต้, บก.น.ธน และกองปราบ (กอง ๑, ๖ เป็นสารวัตรกอง ๗) ขึ้นรองผู้กำกับ ที่นนทบุรี ผลงานปราบปรามส่วนใหญ่เป็นการ ปิดทองหลังพระ นอกจากนี้ยังมีผล การจับกุมและยึดยาเสพติดให้โทษจำนวนมหาศาล ถึงขนาดได้รับคำชมเชยจากกระทรวง ยุติธรรมสหรัฐอเมริกา
    <center>[​IMG]</center>


    "ผมสักยันต์หลวงพ่อเปิ่นเกือบครบทุกตัว ยันต์ที่ผมสักครั้ง แรก คือ ยันต์เกราะเพชร โดยสักกับพระอาจารย์อภิญญาคนุตฺตโม หรือหลวงพี่ ญา ส่วนเสือเผ่นตัวแรกสักกับพระอาจารย์ประสิทธิ์ ธมฺมโชโต หรือหลวงพี่ ต้อย หลานแท้ๆ ของหลวงพ่อเปิ่น จากนั้นก็ได้สักยันต์เสือลงเขาเป็นตัว ที่ ๒ กับหลวงพี่ญา จากนั้นก็สักยันต์เสือกับพระอาจารย์ติ่ง สนฺตจิ ตฺโต หรือหลวงพี่ติ่ง รวมแล้วมียันต์เสือทั้งหมด ๑๒ ตัว และยังสักยันต์ ราชสีห์หรือสิงห์อีก ๒ ตัว มี ยันต์เต่า ยันต์หงส์ ยันต์ปลา ยันต์ จระเข้ รวมทั้งยังมียันต์จิ้งจกอีกเกือบ ๑๐ ตัวด้วย แต่เป็นเรื่องแปลก ใน จำนวนยันต์ทั้งหมด กลับไม่มียันต์ในตระกูลลิง หรือหนุมานเลยสักตัว นอกจาก นี้ยังฝังเข็มทองคำ๒๐๐ กว่าเล่มทั่วตัว เรียกว่าเข็มทองคะนองฤทธิ์ ของหลวง พ่อพิมพ์มาลัย วัดหุบมะกล่ำ ราชบุรี" นี่คือคำยืนยันจากปากของผู้การเสือ
    อย่างไรก็ตามในวันแรกของการสักยันต์สำนักวัดบางพระ ผู้การเสือได้ ถวายปัจจัยหลวงพ่อเปิ่น ขณะนั้นยังติดยศพันตำรวจโท แต่ไม่ทราบอะไรดลใจให้ ผู้การเสือเขียนลงไปบนซองปัจจัยว่า พันตำรวจเอกสมพร และปาฏิหาริย์แรกก็เกิด ขึ้น คือ ขับรถออกจากวัดได้เพียง ๕ นาที ก็ได้รับโทรศัพท์ถามว่า "เคยเรียน ที่โรงเรียนผู้กำกับหรือยัง" คำถามดังกล่าวถึงกับทำให้ผู้การเสือถึงกับขน ลุก เพราะนั่นหมายถึงว่า ได้รับการเลื่อนยศเป็นพันตำรวจเอกในวินาที นั้น ผู้การเสือ บอกด้วยว่า หลังจากสักยันต์แล้ว ชีวิตได้เปลี่ยนชนิดที่ เรียกว่า จากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว หรือ มามืดไปสว่าง เหล้าเลิกได้ อย่างเด็ดขาด หลังจากสักยันต์ครั้งแรก จากนั้นข้อห้ามใดที่เกี่ยวข้องสามารถ ทำได้ทุกอย่าง โดยได้ถือศีล ๕ อย่างเคร่งครัด มาเป็นเวลา ๑๕ ปีแล้ว ซึ่ง ก่อนหน้านี้ศีล ๕ ข้อมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถบริกรรม คาถากำกับยันต์ได้ทุกตัว รวมทั้งอบายมุขทุกอย่างที่เคยเข้าไปเกี่ยว ข้อง สามารถเลิกได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งบุหรี่ก็เลิกสูบและสิ่งหนึ่งถือว่า เป็นบุญที่ไม่ได้สร้างบาปโดยหน้าที่ คือ ตั้งแต่เป็นตำรวจ เคยแต่จับคน ร้าย แต่ไม่เคยวิสามัญฆาตกรรม
    <center>[​IMG]</center>


    สำหรับประสบการณ์อันเหลือเชื่อที่เรียกว่าปาฏิหาริย์นั้น ผู้การเสือ เล่าให้ฟังว่า "เกิดขึ้นครั้งแรกจากการเข้าไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเปิ่น หลัง จากที่ผมลาสิกขาใหม่ๆ (เคยอุปสมบท ณ วัดธาตุทอง) แล้วเดินทางไปศึกษาต่อที่ สหรัฐอเมริกา ที่โน้นจะมีหิมะตกหนักมาก รถต้องติดโซ่ที่ล้อให้วิ่งได้ แต่ บังเอิญลืมติดโซ่ พอขับออกไปบนท้องถนน รถจึงเสียหลักลื่นไถลลงจากท้องถนน ผม เหยียบเบรกจนมิด แต่รถก็ยังคงลื่นไถลต่อไปไม่ยอมหยุด แต่ในวินาทีที่รถจะ พุ่งตกไหล่ทาง เหมือนมีมือวิเศษมาฉุดให้รถหยุดกึกตรงนั้น ในจุดที่ห่างจาก ขอบทางเพียงแค่คืบเดียว ในครั้งนั้นแขวนพระกริ่งที่ได้รับมอบจากวัดธาตุทอง" ส่วนปาฏิหาริย์ครั้งที่สองเกิดขึ้นระหว่างติดตามไล่ล่าบรรดาอาชญากรเหล่า ร้ายอยู่นั้น ยังมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ต้องเผชิญหน้ากับคนร้ายในระยะประชิด ใน วันนั้นได้จู่โจมเข้าจับตัวคนร้ายที่กำลังนั่งหั่นกัญชาอยู่พอดี มันหันมา เห็นคว้ามีดดาบกระโดดเข้าฟัน แต่เหมือนโชคช่วย ตรงนั้นมีเก้าอี้ตัวหนึ่ง วางอยู่ จึงคว้าเก้าอี้ขึ้นรับไว้ได้ทัน รอดหวุดหวิด แม้ว่ามืออีกข้างที่ ถือปืนก็ตวัดปากกระบอกเข้าหาตัวคนร้าย
    มันเหมือนเป็นบุญของผมมากกว่าที่ในจังหวะจะเหนี่ยวไกยิง เพื่อนร้องห้ามไว้ทัน มิเช่นนั้นผมก็ขึ้นชื่อว่าได้วิสามัญฆาตกรรมคนร้าย"

    ขณะเดียวกันผู้การเสือยังพูดถึงความภาคภูมิใจตลอดชีวิตรับราชการ ตำรวจว่าตลอดชีวิตข้าราชการตำรวจการได้ถวายงานรับใช้ใกล้ชิดเบื้องยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเป็นรองหัวหน้าตำรวจราชองครักษ์ พระราชวัง ไกลกังวล หัวหิน อยู่นานถึง ๒ ปี ถือว่าเป็นมงคลชีวิตอันสูงสุด ส่วนมงคล ชีวิตอีกอย่างหนึ่ง คือ การได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช มีโอกาสก้มกราบ โดย นำศีรษะไปแตะพระบาทของประมุขศาสนจักร นอกจากนี้แล้ว ผมได้รับแต่งตั้งให้ อยู่ในตำแหน่งนี้ ที่ทำงานรับใช้ใกล้ชิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เตมียาเวส ผู้ บัญชาการตำรวจแห่งชาติซึ่งเป็นวีรบุรุษในดวงใจของผมมานาน ท่านเป็นแบบอย่าง การดำเนินชีวิตที่ดีงามในแทบทุกด้าน ทั้งการประหยัดมัธยัสถ์ ความซื่อสัตย์ สุจริต การทุ่มเทเสียสละเพื่อสังคม เมื่อถามถึงการวางแผนใช้ชีวิตหลังจาก เกษียณอายุราชการ ผู้การเสือ บอกว่า อาจจะเข้าโครงการเกษียณก่อนครบอายุ ราชการ โดยได้ปวารณาตัวช่วย พระศรีญาณโสภณผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระ ราม๙ กาญจนาภิเษก หรือเจ้าคุณศรีฯ สร้างวิทยาลัยสงฆ์ศาสนทายาท (นาลัน ทา) ที่ อ.ภูเลย จ.เลย ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยตั้งใจจะทำให้สำเร็จให้ ได้ และสิ่งหนึ่งที่อยากฝากบอกถึงผู้ไปร่วมงาน วันไหว้ครูหลวงพ่อเปิ่นวันเสาร์ที่๒๒ มีนาคมนี้ ขอรับยันต์เสือแจกฟรี๑,๐๐๐ ผืน ได้ที่กุฏิหลวงพี่ญา


    0เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0




    </td></tr></tr></tbody></table>
     
  15. หนึ่ง1

    หนึ่ง1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 เมษายน 2008
    โพสต์:
    2,455
    ค่าพลัง:
    +7,642
    ขออนุโมทนากับเจ้าของกระทู้ครับ ที่มีกระทู้ดีๆอย่างนี้ให้อ่าน
     
  16. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    แ จ้ ง ข่ า ว

    กำหนดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ หลวงพ่อเปิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๕๒

    ต ร ง กั บ

    วันเสาร์ ที่ ๗ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

    (ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๔ ปีชวด)


    เวลา ๐๙.๓๙ น.

    ข อ เ ชิ ญ ศิ ษ ย า นุ ศิ ษ ย์ ผู้ ที่ มี จิ ต ศ รั ท ธ า เ ลื่ อ ม ใ ส

    และผู้ที่มีความสนใจในพิธีกรรมโบราณทุกท่าน เข้าร่วมพิธีโดยทั่วกัน.


    *** ขอความร่วมมือ แต่งกายชุดขาว หรืออย่างน้อยขอเป็นเสื้อขาว ***

    ขอขอบคุณสำหรับการให้ความร่วมมือค่ะ...
     
  17. thaiput

    thaiput เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    9,528
    ค่าพลัง:
    +27,657
  18. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    หลวงพ่อเปิ่น

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  19. pawidtra

    pawidtra Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    641
    ค่าพลัง:
    +90
    หลวงพ่อเปิ่น

    พระบูชา องค์หลวงพ่อเปิ่น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 89017678gk5.jpg
      89017678gk5.jpg
      ขนาดไฟล์:
      118.6 KB
      เปิดดู:
      6,892
    • 65804116ks3.jpg
      65804116ks3.jpg
      ขนาดไฟล์:
      126.2 KB
      เปิดดู:
      7,801
  20. wara43

    wara43 ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2006
    โพสต์:
    9,108
    ค่าพลัง:
    +16,130
    [​IMG][​IMG]ขอกราบโมทนาสาธุครับ สาธุ...[​IMG][​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...