พระแก้วขาว(พระเสตังคมณี)ดีใจอยากให้อ่าน

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย พชร (พสภัธ), 9 มีนาคม 2006.

  1. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,746
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,868
    <CENTER>[SIZE=+1]ตำนาน
    พระเสตังคมณี(พระแก้วขาว)


    [/SIZE]
    </CENTER>
    <DD>พระแก้วขาว หรือพระเสตังคมณี เป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธ์ สามารถคุ้มครองป้องกันอันตรายและอำนวยความสุขสวัสดิ์มงคลแก่ผู้ที่เคารพสักการะได้และปรากฏว่า ในอดีตกาลเป็นพระพุทธรูปสำหรับบูชา ประจำพระองค์ของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัย และพระเจ้าเม็งรายมหาราช(หรือพระเจ้ามังราย) ปฐมวงศ์เมงราย ผู้สถาปนอาณาจักรลานนาไทย และกษัตริย์ผู้ครองหริภุญชัย และนครเชียงใหม่ ในยุคต่อๆ มา ก็นับถือเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ทั้งสิ้น <DD>



    <DD>พระพุทธรูปองค์นี้ ในตำนานได้กล่าวถึงการสร้างใว้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานล่วงแล้ว ๗๐๐ ปี ในวันเพ็ญเดือน ๗ พระสุเทวฤาษีได้เอาดอกจำปา ๕ ดอก ขึ้นไปบูชาพระจุฬามณียังดาวดึงษ์สวรรค์ ได้พบปะสนทนาด้วยพระอินทร์ๆ ก็บอกกล่าวแก่สุเทวฤาษีว่า ปีนี้ในเดือนวิสาขะเพ็ญ ที่ลวะรัฏฐะจะสร้างพระพุทธรูปปฏิมากรด้วยแก้วขาว ครั้งสุเทวฤาษีกลับจากดาวดึงษ์เทวโลกแล้ว จึงไปสู่เมืองละโว้ ขณะนั้น พระยารามราชเจ้าเมืองละโว้กับพระกัสสปเถระเจ้าปรารถการที่จะสร้างพระแก้ว ซึ่งพระอรหันต์ไปได้แก้วขาวบริสุทธิ์บุษยรัตน์มาจากจันทเทวบุตร แล้วขอพระวิศนุกรรมมาเนรมิต สำเร็จรูปเป็นองค์พระพุทธปฎิมากรสุเทวฤาษีและฤาษีอื่นๆ ก็ได้มาประชุมช่วยในการสร้างพระด้วย ครั้งสำเร็จแล้วก็บรรจุพระบรมธาตุ ๔ องค์ ไว้ในพระโมลี(กระหม่อม) ๑ พระนลาต(หน้าผาก)1 พระอุระ(หน้าอก)1 พระโอษฐ์(ปาก) ๑ รวม ๔ แห่ง



    <DD>เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระแก้วขาวก็ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองละโว้สืบมาเป็นเวลานาน มาถึงสมัยเมื่อพระฤาษีสร้างนครหริภุญชัยขึ้นแล้ว ใช้ให้ควิยะอำมาตย์ ไปเชิญพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้ มาครองเมืองหริภุญชัย พระนางจึงขออนุญาตจากพระราชบิดา นิมนต์พระภิกษุสงฆ์สามเณร และพระเสตังคมณี(พระแก้วขาว) มาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ พระแก้วขาวจึงได้ประดิษฐาน ณ นครลำพูน แต่นั้นมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี บรรดากษัตริย์ครองเมืองหริภัญชัย(ลำพูน) ทั้งวงศ์เดียวกับพระนางจามเทวีและต่างวงศ์ ต่างก็ได้เคารพบูชาเป็นประจำองศ์มาทุกวงศ์ และได้สร้างหอพระปริดิษฐ์ไว้ในพระราชวัง



    <DD>พระเสตังคมณีประดิษฐานอยู่ ณ เมืองลำพูนตลอดมาจนกระทั่งถึง รัชสมัยของพระยายีบาเป็นกษัตริย์ครองเมือง ในครั้งนั้นพระเจ้าเมงรายซึ่งเป็นเจ้าครองนครเงินยวง(เชียงแสน) ได้ยกกองทัพไปปราบบ้านเล็กเมืองน้อยต่างๆ ที่ยังแข็งเมืองอยู่ให้เข้ารวมอยู่ไปอำนาจของพระองค์จนหมดสิ้นแล้ว แต่นครหริภุญชัยนครั้งนั้นมีกำลังเข็มแข็งมาก พระองค์จึงคิดอุบายให้ขุนอายฟ้าเห็นราชวัลลภคนสนิท ไปทำการจารกรรมนานถึง ๗ ปี ขุนอ้าว จึงส่งข่าวไปให้พระเจ้าเมงรายให้ยกกองทัพมาตีภุญชัย พ.ศ. ๑๘๒๔ ชาวเมืองที่ไม่ยอมทิ้งเมืองทำการต่อสู้เมงรายต้องใช้ธนูเพลิงยิงเข้าไป ทำให้เกิดเพลิงไหม้ทั้งเมือง ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่กองทัพแก่กองทัพพระเจ้าเมงราย



    <DD>เมื่อยกเข้าเมืองได้แล้ว พระเจ้าเมงรายจึงเสด็จออกตรวจดูความเสียหาย สี่งที่ทำให้พระองค์ทรงประหลาดพระทัยที่สุดคือ หอพระซึ่งอยู่ในบริเวณพระราชวังของพระยายีบาหาได้ถูกเพลิงไหม้ไม่ แต่บริเวณรอบๆ นั้นถูกเพลิงเผาผลาญพินาศฟมด พระองค์จึงเข้าไปทอดพระเนตรดู เห็นพระแก้วขาวสถิตอยู่ ณ ที่นั้น ก็เกิดมีพระราชศรัทธาปสาทะเป็นอันมากจึงอัญเชิญองค์พระแก้วขาวมาประดิษฐาน ณ ที่ประทับของพระองค์ ทรงเคารพสักการะบูชาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์แต่นั้นมา



    </DD>
     
  2. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,746
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,868
    [​IMG]
     
  3. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,746
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,868
    .

    มีเรื่องจะมาเล่าให้ฟังและโมทนากัน คือว่าถ้าไครได้มีโอกาศไป "เชียงใหม่" และได้มีโอกาศไปไหว้พระคู่บ้านคู่เมื่องของเชียงใหม่คือ "พระแก้วขาว"พระเสตังคมณี "ที่วัดเชียงมั่น จะเห็นว่าพระแก้วขาวองค์นี้จะถูกปกป้องอย่างแน่นหนา ถึง3ชั้น

    พระแก้วขาวองค์นี้จะมีสายสังวาลสวยๆ ท่านทราบใหม่ว่าสายสังวาลนั้นเป็นของไคร??? 555
    เป็นสร้อยของโตเอง เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ทำทองและไปหาลูกค้าที่ช.ม ได้ไปกราบไหว้ท่านเห็นว่าองค์ท่านสวยมากๆ ฉัตรที่หัวท่านก็เป็นทองฝังเพชรเม็ดโตๆ พระเกตุเป็นทอง ฐานเป็นทอง แต่ไม่มีสังวาล ถ้าได้สายสังวาลจะสวยมากๆ พอดีเราใส่สายสร้อยลายสวย สลับเพชรมาเชียงใหม่เพื่อแต่งตัวตอนไปหาลูกค้า ก็แปลกตรงที่พึ่งซื้อมาใหม่ๆก่อนจะมาเชียงใหม่ไม่นาน เลยถอดออกไปหาท่านเจ้าอาวาด บอกจะถวายสร้อยเราให้เป็นสายสังวาลพระแก้วขาว

    ท่านเจ้าอาวาดบอก ต้องประชุมกรรมการก่อน เพราะเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่ ถ้าจะเปิดที่เก็บพระแก้วขาวต้องมีกรรมการของวัด และของทางการมารวมกันจึงจะเปิดได้ ตอนนั้นโตจะต้องขึ้นเครื่องกลับก.ท.มอีก2-3ชั่วโมง แต่ด้วยเพราะอนุภาพของเทวดาหลือพระแก้วข้าวก็ไม่ทราบ กรรมการอยู่แถวๆนั้นพอดีเลยอนุมัต เค้าไล่คนออกไป ให้หมดเหลือโตกับกรรมการ และปิดประตูหน้าต่างวิหารทั้งหมด แล้วเปิดที่ประดิศฐานทีละชั้นๆ ตอนนั้นหัวใจแทบหยุดเต้น เส็ดแล้วท่านเจ้าอาวาดให้โตขึ้นไปคร้องสายสังวาลกับมือ ตอนนั้นตัวสั้นไปหมด เส็ดแล้วก็อธิฐานขอพร ขนลุกไปหมด ท่านเจ้าอาวาดบอกคนที่ได้จับพระแก้วขาวมีไม่กี่คนที่ได้ขึ้นมาเพราะพระองค์นี้เป็นสมบัต ของคนเชียงใหม่เป็นพระประจำของพระนางจามเทวี และตอนหลังพยาเม็งราย ไปเอามาเป็นพระประจำพระองค์สืบมาทุกวันนี้ ตอนที่ขึ้นไปข้างบนดูพระแก้วขาวใก้ลๆเห็นพระธาตุชัดๆอยู่ตามมุมต่างๆของพระแก้ว โตเชื่อว่า"มนุษย์"ทำไม่ได้แน่ๆโตเอามือจับที่องค์พระเอาหัวจิ้มไปที่องค์พระแล้วอธิฐานทั้ง2องค์คือพระแก้วขาวและพระศิลาจะอยู่คู่กัน "พระศิลา" "ท่านปู่พระอินเป็นคนสร้าง"(ตามตำนาน)เป็นองค์เล็กๆเหมือนกัน

    ปีที่แล้วสายสร้อยไม่อยู่ ทำให้โตปวดใจมากๆ แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนเห็นTVออกและได้เห็นสายสังวาลคร้องอยู่เหมือนเดิม เลยให้เพื่อนที่อยู่เชียงใหม่ไปดู ปรากฏว่าสายสังวาลยังอยู่เหมือนเดิม สืบทราบมาว่า ที่เค้าเก็บขึ้นเพราะเค้าอันเชิญลงมาสรงน้ำกลัวว่าสายสังวาลจะหายเลยเก็บขึ้น ตอนนี้อยู่ที่เดิมแล้ว.....เมื่อคืนนอนหลับด้วยหัวใจพองโต จิตใจฟูมากๆหลังจากได้รับโทรศัพท์ของเพื่อนที่เชียงใหม่...ว่าสังวาลของโตยังสวยสดงดงาม เป็นสายสังวาลถวายเป็นพุทธบูชาตรอดการนาน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 สิงหาคม 2012
  4. Hma

    Hma เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    1,307
    ค่าพลัง:
    +6,426
    โมทนาด้วยครับ
     
  5. cacalot

    cacalot เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มกราคม 2006
    โพสต์:
    59
    ค่าพลัง:
    +130
    โมทนา ด้วยครับ สาธุ
     
  6. tiki

    tiki เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2005
    โพสต์:
    127
    ค่าพลัง:
    +404
    ดีใจแทนมากๆๆเลยค่ะ คุณโต ขอบคุณที่นำประวัติดีมากเลยค่ะ
    ขอบคุณที่นำภาพ และเรื่องที่เกี่ยวข้องมาให้ ปลื้มใจแทนจริงๆค่ะ
     
  7. ใฝ่รู้

    ใฝ่รู้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    80
    ค่าพลัง:
    +240
    ยินดีด้วยใจอันบริสุทธิ์อย่างยิ่ง สาธุ
     
  8. MBNY

    MBNY Administrator ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2003
    โพสต์:
    6,868
    กระทู้เรื่องเด่น:
    17
    ค่าพลัง:
    +22,172
    ประทับใจ เข้ามาอ่านอีกรอบที่2
    ตื้นตันและ ดีใจมากๆ เลยค่ะ

    ขออนุโมทนาบุญ ด้วยนะคะ
     
  9. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,746
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,868
    ต่อภาค2

    คราวที่แล้วเอาเรื่องของพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองสยามมาให้อ่าน คราวนี้ลองอ่าน"ตำนาน"พระแก้วขาว พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ที่ตอนนี้ประดิษฐานที่วัดเชียงมั่นกันบ้างนะครับ
    พระแก้วขาว หรือพระเสตังคมณี เป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธ์มากครับผม สามารถคุ้มครองป้องกันอันตรายและอำนวยความสุขสวัสดิ์มงคลแก่ผู้ที่เคารพสักการะได้และปรากฏว่า ในอดีตกาลเป็นพระพุทธรูปสำหรับบูชา ประจำพระองค์ของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์ผู้ครองนครหริภุญชัยทีเดียวครับ และพระยามังราย ปฐมวงศ์มังราย ผู้สถาปนาอาณาจักรล้านนา และกษัตริย์ผู้ครองหริภุญชัย และนครเชียงใหม่ ในยุคต่อๆ มา ก็นับถือเป็นพระพุทธรูปบูชาประจำพระองค์ทั้งสิ้น
    พระพุทธรูปองค์นี้ ในตำนานได้กล่าวถึงการสร้างไว้ครับว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานล่วงแล้ว ๗๐๐ ปี ในวันเพ็ญเดือน ๗ พระสุเทวฤาษีได้เอาดอกจำปา ๕ ดอก ขึ้นไปบูชาพระจุฬามณียังดาวดึงษ์สวรรค์ ได้พบปะสนทนาด้วยพระอินทร์ๆ ก็บอกกล่าวแก่สุเทวฤาษีว่า ปีนี้ในเดือนวิสาขะเพ็ญ ที่ลวะรัฏฐะจะสร้างพระพุทธรูปปฏิมากรด้วยแก้วขาว ครั้งสุเทวฤาษีกลับจากดาวดึงษ์เทวโลกแล้ว จึงไปสู่เมืองละโว้(ต่อมาคือลพบุรีครับ) ขณะนั้น พระยารามราชเจ้าเมืองละโว้กับพระกัสสปเถระเจ้าปรารถการที่จะสร้างพระแก้ว ซึ่งพระอรหันต์ไปได้แก้วขาวบริสุทธิ์บุษยรัตน์มาจากจันทเทวบุตร แล้วขอพระวิศนุกรรมมาเนรมิต สำเร็จรูปเป็นองค์พระพุทธปฎิมากรสุเทวฤาษีและฤาษีอื่นๆ ก็ได้มาประชุมช่วยในการสร้างพระด้วย ครั้งสำเร็จแล้วก็บรรจุพระบรมธาตุ ๔ องค์ ไว้ในพระโมลี(กระหม่อม) ๑ พระนลาต(หน้าผาก)1 พระอุระ(หน้าอก)1 พระโอษฐ์(ปาก) ๑ รวม ๔ แห่ง
    เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระแก้วขาวก็ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองละโว้สืบมาเป็นเวลานาน มาถึงสมัยเมื่อพระฤาษีสร้างนครหริภุญชัยขึ้นแล้ว ใช้ให้ควิยะอำมาตย์ ไปเชิญพระนางจามเทวี ซึ่งเป็นราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้ มาครองเมืองหริภุญชัย พระนางจึงขออนุญาตจากพระราชบิดา นิมนต์พระภิกษุสงฆ์สามเณร และพระเสตังคมณี(พระแก้วขาว) มาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์ พระแก้วขาวจึงได้ประดิษฐาน ณ นครลำพูน แต่นั้นมาเป็นเวลานานหลายร้อยปี บรรดากษัตริย์ครองเมืองหริภัญชัย(ลำพูน) ทั้งวงศ์เดียวกับพระนางจามเทวีและต่างวงศ์ ต่างก็ได้เคารพบูชาเป็นประจำองศ์มาทุกวงศ์ และได้สร้างหอพระปริดิษฐ์ไว้ในพระราชวังครับผม
    พระเสตังคมณีประดิษฐานอยู่ ณ เมืองลำพูนตลอดมาจนกระทั่งถึง รัชสมัยของพระยายีบาเป็นกษัตริย์ครองเมือง ในครั้งนั้นพระยามังรายซึ่งเป็นเจ้าครองนครเงินยาง(เชียงแสน) ได้ยกกองทัพไปปราบบ้านเล็กเมืองน้อยต่างๆ ที่ยังแข็งเมืองอยู่ให้เข้ารวมอยู่ไปอำนาจของพระองค์จนหมดสิ้นแล้ว แต่นครหริภุญชัยนครั้งนั้นมีกำลังเข็มแข็งมาก พระองค์จึงคิดอุบายให้ขุนอายฟ้าเห็นราชวัลลภคนสนิท ไปทำการจารกรรมนานถึง ๗ ปี ขุนอ้าว จึงส่งข่าวไปให้พระเจ้าเมงรายให้ยกกองทัพมาตีภุญชัย พ.ศ. ๑๘๒๔ ชาวเมืองที่ไม่ยอมทิ้งเมืองทำการต่อสู้เมงรายต้องใช้ธนูเพลิงยิงเข้าไป ทำให้เกิดเพลิงไหม้ทั้งเมือง ในที่สุดก็พ่ายแพ้แก่กองทัพแก่กองทัพพระยามังราย(สมัยตีเอาหริภุยชัยนั่นแหละครับ) เมื่อยกเข้าเมืองได้แล้ว พระยามังรายจึงเสด็จออกตรวจดูความเสียหายครับ สี่งที่ทำให้พระองค์ทรงประหลาดพระทัยที่สุดคือ หอพระซึ่งอยู่ในบริเวณพระราชวังของพระยายีบาหาได้ถูกเพลิงไหม้ไม่ แต่บริเวณรอบๆ นั้นถูกเพลิงเผาผลาญพินาศหมด พระองค์จึงเข้าไปทอดพระเนตรดู เห็นพระแก้วขาวสถิตอยู่ ณ ที่นั้น(ผมว่าคล้ายๆตอนอยุธยาไหม้แล้วหลวงพ่อมงคลบพิตรยังอยู่เลยนะครับ) ก็เกิดมีพระราชศรัทธาปสาทะเป็นอันมากจึงอัญเชิญองค์พระแก้วขาวมาประดิษฐาน ณ ที่ประทับของพระองค์ ทรงเคารพสักการะบูชาเป็นพระพุทธรูปประจำพระองค์แต่นั้นมา ต่อเมื่อพระองค์มาสร้างนครเชียงใหม่เป็นราชธานี เมื่อปีพ.ศ. 1839 ได้อัญเชิญพระแก้วขาว(เสตังคมณี) มาประดิษฐานในพระราชวังครับ จนตลอดรัชกาลของพระองค์ แม้ในเวลาเสด็จออกศึก ก็ทรงนิมนต์พระแก้วขาวไปด้วยทุกครั้ง พระองค์มิได้ประมาทในพระแก้วขาวเลย เมื่อพระองค์สวรรคตแล้ว พระแก้วขาวก็คงประดิษฐานอยู่ในเมืองเชียงใหม่ตลอดมา จนกระทั่งถึงรัชกาลของพระเจ้าติโลกราช รัชกาลที่ 11 แห่งราชวงศ์มังราย พระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง พระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงการพระพุทธศาสนาในเจริญรุ่งเรืองยิ่งกว่ายุคใดๆ ทั้งสิ้น พระองค์โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคต ซึ่งเป็นนายช่างสถาปนิคเอกออกแบบไปถ่ายแบบอย่างโลหะปราสาท และรัตนเจดีย์ ในเมืองลังการมาแล้ว โปรดให้หมื่นด้ามพร้าคตเป็นผู้อำนวยการสร้างถาวร วัตถุในวัดวาต่างๆ และสร้างหอพระแก้วมรกตและพระแก้วขาวไว้ ในพระอารามราชกุฏาคารเจดีย์ (คือเจดีย์หลวง) ในปี พ.ศ. 2022 ในยุคนี้พระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ได้มาประดิษฐานในนครเชียงใหม่ เช่น พระแก้วมรกต(ที่ตอนนี้อยู่ในวัดพระแก้วนั่นแหละครับ ที่ผมเคยเอาไปลงไว้) พระพุทธสิหิงค์ พระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) พระศิลา (พระหินอ่อน) เป็นต้น พระสององค์นี้เวลานี้ประดิษฐานอยู่ที่วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ครับ
    พระแก้วขาวได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดเจดีย์หลวง ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช มาตราบถึงรัชสมัยของพระยอดเชียงรายราชนัดดา ทรงสืบสันติวงศ์ต่อมา ในสมัยนี้มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระแก้วขาวคือ ในครั้งนั้นมีราชบุตร พระยาเมืองใต้(สยามอยุธยา)ชื่อ สุริยวังสะ บวขเป็นภิกษุขึ้นมาจำพรรษาอยู่วัดเวฬุวัน (กู่เต้า) ในระหว่างปี พ.ศ. 2030-2049 ได้มารักใคร่ชอบพอกับนางท้าวเอื้อยหอขวางราชธิดา ของพระเจ้าติโลกราชเป็นอย่างยิ่ง สุริยะวังภิกขุมีความประสงค์อยากได้พระแก้วขาวมากๆครับ ซึ่งประดิษฐานที่วัดเจดีย์หลวงจึงรบเร้าขอให้นางท้าวเอื้อยหอขวางจัดการให้ นางท้าวเอื้อยหอขวาง จึงทำกลอุบายว่าป่วยไข้ ครั้นนานหลายวันเข้า พันจุฬาผู้รักษาหอพระ จึงมาขอเอาพระแก้วคืน นางท้าวเอื้อยก็ให้ทองคำพันหนึ่งเป็นสินบนปิดปากพันจุฬา แล้วนางท้าวเอื้อยจึงเอาพระแก้วขาวใส่ไว้ในขอูป แล้วใส่ในถุงคลุมมิดชิดดีแล้ว ใช้ให้อ้ายกอน ทาสชายนำไปถวายแก่สุริยวังสะภิกขุ สริยวังขะภิกขุจึงเอาไม้เดื่อปล่องมาแกะเป็นองค์ แล้วเอาพระแก้วขาวแล้วใส่ไว้ในองค์พระ ไม้เดื่อที่กลวงภายในแล้วก็พาหนีไปเมืองใต้(สยาม)เสีย(อยุธยาเจ้าเล่ห์อีกแล้ว เฮ้อ)
    ครั้งอยู่ต่อมา ในปี พ.ศ. 2035 พระยอดเชียงรายให้ทรงสร้างพระอารามขึ้นในทิศตะวันตกเฉียงใต้เมือง ให้ชื่อว่าวัดตะโปทาราม (คือวัดรำพึง) ด้วยมีพระประสงค์จะเอาพระแก้วขาวไปประดิษฐานไว้ที่นั่น เมื่อได้ทราบว่าพระแก้วหายไปจึงสืบสวนได้ความครับ จากอ้ายกอนทาสของนางท้าวเอื้อยหอขวางว่า นางได้ใช้ตนนำไปถวายแก่สุริยวังสะภิกขุชาวอยุธยา และได้เอาหนีออกจากเมืองไปแล้ว พระยอดเชียงรายก็ใช้ให้ราชทูตเชิญเครื่องราชบรรณาการและราชสาส์น ไปถวายพระเจ้ากรุงศรีอยุธยาเพื่อขอพระแก้วคืนครับ พระเจ้ากรุงศรีอยุธยาตอบพระราชสาสน์มาว่า สืบหาก็ไม่ได้ความ และหาไหนก็ไม่พบ(อยุธยาจะเอาครับ) พระยอดเชียงรายขัดพระทัย จึงยกทัพไปยังกรุงศรีอยุธยา อยู่ได้เดือนหนึ่งจึงได้พระแก้วขาวคืนแล้ว จึงเลิกทัพกลับมา พระแก้วขาวจึงได้ประดิษฐาน ณ เชียงใหม่ตามเดิม
    ในปัจจุบัน พระแก้วขาว (เสตังคมณี) ประดิษฐานอยู่ ณ วัดเชียงมั่น จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเป็นมิ่งขวัญของชาวเชียงใหม่เป็นปูชนียวัตถุชิ้นสำคัญยิ่ง และเป็นสิ่งที่พวกเราไม่ควรประมาทและไม่ควรมองข้ามนะครับ ขนาดผมเป็นคนกรุงเทพ มีเวลายังไปสักการะทุกครั้งที่มีโอกาส ควรเคารพสักการะกราบไหว้บูชา เพื่อเป็นเนื้อนาบุญของเราทั้งหลาย และเราควรภาคภูมิใจ และทนุถนอมให้ดำรงอยู่ต่อไปชั่วกาลนานครับผม
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 10 กุมภาพันธ์ 2016
  10. anko

    anko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    970
    ค่าพลัง:
    +8,213
    อนุโมทนาด้วยค่ะพี่โต อ่านแล้วประทับใจ ปลื้มใจดีจัง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มีนาคม 2006
  11. Merin

    Merin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +562
    [​IMG]ขออนุโมทนาสาธุกับกุศลอันยิ่งใหญ่ด้วยครับ(verygood)
     
  12. varanyo

    varanyo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    925
    ค่าพลัง:
    +3,374
    ขอร่วมอนุโมทนาบุญกุศลในเมตตาจิต...
    ความตั้งใจในการช่วยเผยแพร่สิ่งที่เป็นมงคลชีวิต...
    ให้กับทุกท่านที่เป็นศานิกชนได้กราบไหว้บูชา...
    ในยามบ้านเมืองมีเหตุการณ์วุ่นวายอยู่ขณะนี้ครับ...
    เพื่อที่จะได้มีจิตใจที่สงบขึ้นมาได้บ้าง...
    -------------------------------------------------
    ขออนุโมทนาครับ...สาธุ...สาธุ...สาธุ...
     
  13. tassanai_k

    tassanai_k เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    885
    ค่าพลัง:
    +3,518
    โมทนา สาธุ ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับแต่ละบุคคลนั้นๆย่อมไม่มีเหตุเกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ
     
  14. thanit

    thanit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2005
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +214
    อนุโมทนาบุญด้วยครับ
     
  15. Settsan

    Settsan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +341
    ขออนุโมนาด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ
     
  16. Settsan

    Settsan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2006
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +341
    ขออนุโมทนา ยินดีด้วยอย่างยิ่งครับ
     
  17. BeerNP

    BeerNP เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2006
    โพสต์:
    89
    ค่าพลัง:
    +338
    อนุโมทนาครับ
     
  18. rahu

    rahu สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2005
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +19
    อยากทราบว่าพระแก้วขาวนี้มีขนาดหน้าตักกว้างเท่าไหร่ และความสูงจากฐานองค์พระถึงยอดพระเกศเท่าไรครับ
     
  19. ao.angsila

    ao.angsila เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    2,331
    ค่าพลัง:
    +26,679
    ขอโมทนาบุญที่คุณโตถวายสร้อยทองเป็นสังวาลให้พระนะครับ
    ขอความปรารถนาของคุณโตจงเป็นผลสำเร็จเทอญที่บูชาคุณพระอันหาประมาณมิได้
    ขอมีพระนิพพานเป็นที่ไปนะครับ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 มีนาคม 2006
  20. sravnane

    sravnane เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    695
    ค่าพลัง:
    +17,914
    พุทธบารมี พระเสตังคมณีแก้วขาว พุทธบูชาฯ

    [b-wai] (bb-flower [b-wai] :cool:
    พระศีลา เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานได้ 7 ปี 7 เดือน 7 วัน พระมหากัสสปะ โดยอาราธนาของพระเจ้าอชาตศรัตรู ได้นำหินพิมพการจากท้องมหาสมุทรแกะเป็นรูปพระปางโปรดช้างนาราคีฬี มีพระอานนท์ยืนถือบาตรอยู่ด้านข้าง แล้วอธิษฐานให้พระบรมสารีริกธาตุ 7 องค์ประดิษฐานภายในองค์พระฯ
    ขอร่วมโมทนาบุญทุกอย่างกับพระและทุกๆท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ได้ร่วมสร้างพระแก้วขาว,พระศิลา,พระบรมธาตุ,วิหาร,ฉัตรทองคำ,สังวาลย์ประดับเพชรฯ ได้บูชาด้วยข้าวของเงินทองเครื่องประดับดอกไม้ธูปเทียนทองฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ ตั้งแต่เริ่มสร้าง ปัจจุบัน และในอนาคตกาลข้างหน้า ขอบารมีพระฯทุกพระองค์ตลอดบุญกุศลทั้งหมดนี้จงดลบันดาลให้พระศานาเจริญรุ่งเรืองตั้งมั่น พระบรมธาตุ,พระแก้วขาว,พระศิลาฯทรงเปี่ยมล้นด้วยพุทธบารมี อิทธิปาฏิหารย์ฯ ได้ปกปักรักษาพุทธศาสนิกชนทุกท่านให้มีดวงตาเห็นธรรม พระโพธิสัตว์ทั้งหลายมีบารมีเต็ม ได้ช่วยสรรพชีวิตให้พ้นจากทุกข์ตามปณิธาณที่ตั้งไว้สืบไปตราบเท่านิพพานฯ
    [b-wai] (bb-flower [b-wai] :cool:
    ปล.ผมจำเป็นต้องกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมอีกที ถึงคุณโตและทุกๆท่าน บุญที่คุณได้ถวายสังวาลย์พระเสตังคมณีฯ ถวายเป็นพุทธบูชาฯ มีหลายท่านได้โมทนาได้นำบุญสังวาลย์ฯที่คุณถวาย ถวายเป็นสังวาลย์ให้พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตลอดจนพระทุกพระองค์ในนิพพานแล้ว เวลานี้สังวาลย์เป็นแก้วมณีโชติงดงามสำเร็จแล้วด้วยบุญที่บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันไม่มีประมาณฯ คราวหน้าถ้าคุณไม่เห็นสังวาลย์ที่พระเสตังคมณีฯ
    เพราะกฏธรรมดาของโลก คุณไม่ต้องเสียใจนะ บุญที่คุณทำไว้เพลานี้พระทุกพระองค์และทุกๆท่านได้ชื่นชมแล้ว :cool:
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_2227.jpg
      IMG_2227.jpg
      ขนาดไฟล์:
      258.5 KB
      เปิดดู:
      119
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 มีนาคม 2006

แชร์หน้านี้

Loading...