คำพยากรณ์ของนอสตราดามุสเกี่ยวกับ Doomsday 2012

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย เกษม, 24 ตุลาคม 2010.

  1. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,696
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,197
    Doomsday 2012

    [​IMG]

    คำพยากรณ์ของนอสตราดามุสเกี่ยวกับ Doomsday 2012

    นอสตราดามุสดูเหมือนได้ทำนายว่า สงครามนิวเคลียร์เกิดในยุคเรานี้ ประมาณช่วงเวลาระหว่างปี 1999 – 2012 “หน้าต่างเวลา”นี้เข้ากันได้กับคำพยากรณ์ในรหัสพระคัมภีร์ และเห็นพ้องกับกรอบเวลามาตรฐาน ที่ระบุในพระวรสารโดยมัทธิว 24 : 32 นิทานเปรียบเทียบเรื่องต้นมะเดื่อ​

    นอสตราดามุสทำนายว่า สหรัฐจะเข้าสู่สงครามในอาฟกานิสถานและอิรัก ล่าตัวบินลาเดน และสงครามนี้จะขยายตัว กลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3

    นอสตราดามุสได้ทำนายมากมายถึงดาวหางดวงหนึ่งหรือดาวพระเคราะห์ ดาวหางที่จะผ่านโลกอีกไม่นานหลังปี ค.ศ. 2000 และอาจก่อให้เกิดการทำลายโลกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทำนาย ปี 2012 ดาวพระเคราะห์น้อย (Asteroid) แบบดาวหางจะเป็นสาเหตุความพินาศของโลก

    นอสตราดามุสใช้ศิลปะเก่าแก่คือสีดำ เพื่อ”ปลุกเร้า” สัตวิญญาณที่ทำให้ตื่นกลัว และเป็นผู้ที่ใช้ภาพนิมิตในเรื่องอนาคต คำทำนาย “ ในปี 1999 และอีก 7 เดือน นั้น กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามจะมาจากท้องฟ้า พระองค์จะฟื้นชีพให้กษัตริย์ของพวกมองโกล ก่อนนั้นและหลังจากนั้น มนุษย์จากดาวอื่น ( อาจเป็นจากดาวอังคาร )จะมาครองโลก

    ผู้ศึกษาเรื่องนอสตราดามุสพิเคราะห์ว่า กษัตริย์น่าเกรงขามผู้ยิ่งใหญ่จากท้องฟ้าน่าจะเป็นดาวพระเคราะห์น้อยหรือดาวหางดวงหนึ่ง ซึ่งไม่เคยโคจรมาใกล้โลกระหว่างปี ค.ศ. 1999 หรือ 2000

    มีผู้เชื่อว่า “ความน่าสะพรึงกลัวจากฟ้า”ที่อ้างว่ากำลังมานั้น อาจไม่ใช่ดาวดวงใดที่นอสตราดามุสอ้างถึง เป็นไปได้ว่า กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามจากฟ้า คือการมาของ “แอนตี้ไครสต์” (Antichrist) .ใน”ยานอวกาศ” ซึ่งการมาของท่านผู้นี้ ( มีในหนังสือวิวรณ์ – Relavation ด้วย ) จะก่อให้เกิดการทำลายล้างแบบเดียวกับที่ดาวหางโลกาวินาศจะมาถึงโลก เพราะ Antichrist จะสถาปนาศาสนจักรปีศาจ “โดยอาศัยวาติกันและพระสันตะปาปาในอนาคต”

    นอสตราดามุสยังกล่าวถึง การมาถึงของครูของโลก หรือพระเมสซีอาสเทียมซึ่งอาจจะ”เหาะ”มาหรืออาศัยยานแบบใดแบบหนึ่ง นอกนั้นการทำนายถึงการที่ดาวดวงใหญ่ตกกระทบท้องทะเลนั้น ก็บังเอิญไปตรงกับบริบทในหนังสือวิวรณ์ 8 : 8-10

    เป็นที่น่าประหลาดมากที่จะเป็นความบังเอิญหรือไม่ไม่ทราบได้ ที่การทำนายของนอสตราดามุสหลายข้อ ตรงกับข้อความการทำนายวันสิ้นโลกในพระคัมภีร์ แต่ คำพยากรณ์และการทำนายของนอสตราดามุสที่ว่า ผลกระทบยิ่งใหญ่จากดาวหางระหว่างปี ค.ศ. 2010 ถึง 2012 นั้นไปตรงกับสาเหตุหลายประการที่นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ปัจจุบันให้แนวความคิดและเป็นแนวความคิดของความเป็นไปได้ โดยอาศัยหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า สาเหตุที่โลกจะถึงวาระแตกดับนั้น มีหลายประการจริง

    ดาวที่คาดว่าจะทำให้โลกถึงแก่ความพินาศ ในปี ค.ศ. 2012

    พระดำรัสชองพระเยซูเจ้าที่ว่ามนุษย์รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายในโลก ทำให้หลายคนใจเสีย ก็..กลัวตายนะซีคุณ เราจะตายก่อนถึงเวลาแก่เฒ่าหรือตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บหรือโดยอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตไม่ว่ากัน แต่ตายด้วยสาเหตุที่คาดไม่ถึงว่าโลกจะระเบิดแตกดับ พวกเรามนุษย์จะสิ้นสูญไปจากโลกนี้นั้น ไม่อยากคิด! แต่..ไม่อยากคิดยังไงๆก็ต้องคิด เมื่อคิดแล้วก็อยากจะรู้ว่า อะไรคือสาเหตุที่โลกจะแตกดับ มนุษย์จะสิ้นไปจากโลก ก็คงต้องฟังนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามอธิบายให้เราฟังเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงจะดีกว่า

    มีดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่นักดาราศาสตร์ตั้งรหัสชื่อว่า Planet-X-NIBIRU ดาวดวงนี้มีเส้นวงโคจรเป็นรูปวงรีตัดกับวงโคจรของโลกตลอดและจะมีช่วงหนึ่งที่เข้ามาใกล้โลกมากห่างไม่เท่าไร พูดได้ว่าเฉียดโลกเลยทีเดียว ผ่านเข้ามาใกล้โลกทีไรก็ทำให้โลกเกิดกลียุคทุกที ดาวดวงนี้จะโคจรเข้ามาใกล้โลกทุกๆ 3,600 ปี เมื่อ 3,600 ปีที่แล้วผ่านมาครั้งหนึ่งแล้ว เป็นสาเหตุให้ทวีปแอตแลนติกจมหายลงไปทั้งทวีปกลายเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก ตอนนั้นน้ำท่วมโลกสูงมาก (หลายคนคิดว่าเป็นยุคน้ำท่วมโลกสมัยโนอา โปรดอ่านรายละเอียดจากพระคัมภีร์พันธะสัญญาเดิม)

    เรื่องเกี่ยวกับโนอาและน้ำมหาวินาศแรกของโลกมนุษย์ทราบรายละเอียดจากพระคัมภีร์ และยังจำพระสัญญาของพระเป็นเจ้าที่บอกโนอาและลูกหลานว่า จะไม่มีน้ำท่วมโลกอีก หากเห็นรุ้งปรากฏบนท้องฟ้านั่นคือพระสัญญาของพระองค์ ตอนนี้มนุษย์งงจริงๆ เพราะที่จะเกิดกลียุคกับโลกเราและทำให้มนุษย์สูญสิ้นไปคือน้ำท่วมโลกครั้งใหม่ โดยผลกระทบจากดาวเคราะห์ที่มีรหัสชื่อว่า Planet-X-NIBIRU ! ดาวดวงนี้จะโคจรเข้ามาใกล้โลกในปี 2009 มองเห็นได้ทางซีกโลกใต้ด้วยกล้องดูดาวพลังสูง

    ปี 2011 โคจรใกล้เข้ามา มนุษย์จะมองเห็นดาวดวงนี้ด้วยตาเปล่า โตขนาดเท่าดวงจันทร์ของเรา แต่สีจะออกสีแดงๆ

    ปี 2012 โคจรเข้ามาใกล้มาก จากนั้น จะเริ่มเกิดปฏิกิริยาต่อมวลสภาพอากาศบนโลก เศษหินจำนวนมหาศาลที่มากับดาวดวงนี้ จะพุ่งตกลงกระทบผิวโลก เป็นเหมือนฝนดาวตก และเป็นอันตรายต่อมวลชีวิตบนโลกเรา เพราะบรรยากาศของโลกไม่สามารถเสียดทานเอาไว้ได้

    ปี 2012 วันที่ 21 ธันวาคม ดาว NIBIRU โคจรเข้ามาใกล้โลกที่สุด หายนะครั้งยิ่งใหญ่จะเกิดบนพื้นแผ่นดินโลก อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

    ปี 2013 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันนั้นเป็นวันที่โลก + นิบิรุ + ดวงอาทิตย์โคจรมาอยู่ในเส้นแนวเดียวกัน แกนแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนขั้วกลับกัน ขั้วเหนือเป็นขั้วใต้และขั้วใต้เป็นขั้วเหนือ โลกจะหยุดหมุนรอบตัวเอง 3 วัน ( คือส่วนใดสว่างก็จะสว่างนาน 3 วัน ส่วนใดมืดก็จะมืดนาน 3 วัน) แผ่นดินจะแยกตัวเป็นเสี่ยงๆ น้ำทะเลจะปั่นป่วนเป็นคลื่นมหาสึนามิ ถล่มเมืองชายทะเลทุกแห่งของโลก เมื่อแผ่นหินเปลือกโลกเคลื่อนไหวตัว ลาวาใต้โลกจะพุ่งทะลักขึ้นมา เกิดเป็นภูเขาไฟมากมายทั่วทุกทวีป ที่เคยอยู่ใต้ทะเลก็จะโผล่ขึ้นเหนือทะเล ที่เคยเป็นยอดเขายอดเกาะก็จะยุบตัวลงต่ำสู่พื้นล่าง แน่นอน มนุษย์และสัตว์หลายล้านชีวิตต้องสิ้นไป บ้านเมืองถล่มทะลายไม่เหลือหรอ

    เหตุการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะบรรยายได้จะเกิดต่อไปจนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2514 ดาวเคราะห์ NIBIRU จะโคจรห่างโลกออกไปเรื่อยๆ โลกจะเข้าสู่ภาวะสงบ แต่เมื่อถึงเวลานั้น จะเหลือชีวิตมนุษย์และสัตว์รอดจากหายนะหรือไม่ เท่าใด ไม่มีการทำนายไว้

    โดย: Petervich

    ที่มา http://forum.catholic.or.th/index.php?action=printpage;topic=296.0
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • nibiru.jpg
      nibiru.jpg
      ขนาดไฟล์:
      30.5 KB
      เปิดดู:
      288
  2. เกษม

    เกษม ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2004
    โพสต์:
    24,696
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +77,197
    เรือโนอาร์ กับ ปี 2012

    [​IMG]

    แผนสร้างยานอวกาศเพื่อใช้หลบหนีวันโลกาวินาศ

    ยังมีเรื่องเหลือร้าย คือมีข้อมูลทางธรณีวิทยาที่ชี้ว่า ปี 2012 คือปีที่ซูเปอร์ วอลเคโน( supervolcano ) หรือภูเขาไฟใต้มหาสมุทรครบรอบ 7.4 หมื่นปีที่จะระเบิดทำลายตัวเอง โดยสัญญาณเตือนภัยครั้งล่าสุดคือโศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์สึนามิที่โถมเข้าถล่มบรรดาหมู่เกาะซามัวกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเร็วๆนี้ จากการระเบิดของภูเขาไฟใต้น้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทรถึง 18 กิโลเมตร แน่นอน พื้นผิวโลกคงกำลังเตรียมเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีก และนั่นหมายถึงมหันตภัยยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์

    น่าสังเกตว่า ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ เกิดเหตุแผ่นดินไหว ฝนตกหนักจากพายุและลมมรสุมรวมกับพายุใต้ฝุ่นที่นำฝนตกหนักหลายๆวันติดต่อกัน จนน้ำในแม่น้ำ ห้วยหนองคลองบึงและเขื่อนเก็บน้ำ มีน้ำสะสมสูงมากเกือบจะเกินกำลังรับของเขื่อนต่างๆ ซึ่งหากรับไม่ไหวก็จะทะลักลงมาท่วมหมู่บ้าน ถนนหนทาง ทำความลำบากแก่มนุษย์เป็นที่เวทนายิ่งนัก อุทกภัยดังกล่าวขณะนี้เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นไปได้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากโลกร้อนขึ้น เกิดการแปรปรวนของลมฟ้าอากาศ อีกสาเหตุหนึ่งนั้นนักธรณีวิทยาอธิบายว่า โครงสร้างของผิวโลกกำลังขยับและเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยมนุษย์ไม่รู้ตัวและไม่ทันระวังตัว แม้อาจจะรู้ตัวก็คงเป็นบรรดานักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่ติดตามเรื่องนี้เท่านั้น

    ในประเทศไทยเอง มีคนบางกลุ่มที่เป็นนักวิทยาศาสตร์และศึกษาเรื่องเหล่านี้ ต่างรวมกลุ่มศึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องวันโลกาวินาศเป็นครั้งคราว คนไทยที่สนใจและเอาใจใส่ในเรื่องดังกล่าวผู้หนึ่งคือ อาจารย์สุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ไทยผู้นี้เคยทำงานกับองค์การ NASA ยืนยันว่าอีก 3 ปีข้างหน้า โลกจะเกิดหายนะขึ้นจากอุทกภัย(น้ำท่วมโลก ในปี 2012)แน่นอน คนในองค์การนาซ่า ทุกคนทราบเรื่องนี้มานานแล้ว ได้พยายามหางบประมาณสร้างยานอวกาศ(spacecraft) จำนวนมาก เพื่ออพยพผู้คน หลบหนีจากอุทกภัยน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่(ครั้งที่สอง) ค.ศ. 2012 คาดว่าคงใกล้จะเสร็จแล้ว เสียดายที่ท่านมิได้ระบุว่าสร้างกี่ลำ แต่ละลำบรรทุกคนได้จำนวนกี่คน แล้วจะพาบินไปไหน?

    นอกจากนั้น อาจารย์สุมิตรยังยืนยันว่า มนุษย์ต่างดาวหรือเอเลี่ยน( Alien ) นั้นมีจริง ปัจจุบันบางคน(มนุษย์ต่างดาว)มาทำงานกับองค์การนาซ่า โดยการสื่อสารทาง”โทรจิต” เพื่อถ่ายทอดความรู้ทางเทคโนโลยีชั้นก้าวหน้าแก่มนุษย์ อาจารย์เคยบอกให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสร้างยานอวกาศเพื่อเตรียมอพยพคนไทยหนีจากน้ำท่วมโลก ค.ศ. 2012 แต่ไม่มีใครสนใจ

    ความจริงคนที่กระทรวงวิทย์ฯอาจงงมากที่อยู่ๆก็มีคนเล่าเรื่องประหลาดให้ฟัง แถมชวนให้สร้างยานอวกาศ พวกเขาคงขำกลิ้งฮาตกขอบ เพราะคนไทยเรานั้นไม่ได้รับข้อมูลประเภทนี้เพียงพอที่จะนำมาทำความเข้าใจ หาเหตุผลและวางแผนปฏิบัติอย่างที่อาจารย์สุมิตรเสนอ พวกเขาคงนึกว่าเป็นฝันกลางวัน หรือฝันเฟื่องของผู้ที่อ้างตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์ NASA ผมเองก็ออกจะงงๆเหมือนกัน เพราะนักวิทยาศาสตร์และนักทำนายทั้งหลายบอกว่า น้ำจะท่วมโลกน่าสะพรึงกลัว มนุษย์และสัตว์จะสิ้นไปจากโลก ฟังแล้วและคิดแล้วก็เกิดคำถามที่ว่า ตอนน้ำท่วมโลกสมัยโนอานั้น โนอาสร้างเรือสำเภายักษ์ลำมหึมา

    สามารถบรรทุกสัตว์จตุบาตรทวิบาตรทุกชนิดรวมทั้งมนุษย์อีกจำนวนหนึ่ง ลอยขึ้นเหนือน้ำและดำเนินชีวิตอยู่ได้นานสามสี่สิบวัน จนน้ำลด เราก้ทำแบบนั้นคงได้กระมัง คงไม่จำเป็นต้องสร้างยานอวกาศเพื่อนำคนออกจากโลกนี้ไป ค่าสร้างบานตะไทเอามาจากไหน ข้อสำคัญที่ควรจะทราบก่อนก็คือ แล้วจะพาเหาะไปไหนคุณพี่ หรือคิดว่าจะหาดาวสักดวงไปพักชั่วคราว ดาวดวงไหนครับท่าน ผมว่าอย่าลงทุนมากขนาดนั้นเลย เสียเวลาเปล่า สู้ทำแบบโนอาร์ไม่ดีหรือ ไหนว่าน้ำจะท่วมโลกอีก ก็คิดแบบโนอาร์ที่พระเป็นเจ้าแนะนำไง สร้างเรือซิครับ

    เอาลำใหญ่ๆแข็งแรง พอจะทนคลื่นถาโถมให้ได้ และคงไม่ต้องลำใหญ่ขนาดของโนอาร์ที่พยายามบรรทุกสัตว์นานาชนิดไปด้วย เอาลำใหญ่ขนาดเรือเดินสมุทรจะกี่ลำก็คำนวณเอาตามกำลังของประเทศต่างๆจะสะดวกกว่ากระมัง แต่ที่น่ากังวลก็คือ จะลอยลำได้นานเท่าใด เพราะดาวเคราะห์ NIBIRU นั้นอ้อยอิ่งอยู่ใกล้ๆโลกนานเสียด้วย ยังไงๆช่วยกันคิดตอนนี้ยังไม่สาย อีกตั้งปีสองปีคงทันการแน่นอน ถ้าเหคุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นจริง – ครับ

    โดย: Petervich

    ที่มา http://forum.catholic.or.th/index.php?action=printpage;topic=296.0
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • ark7.jpg
      ark7.jpg
      ขนาดไฟล์:
      41.7 KB
      เปิดดู:
      301
  3. หนุมาน ผู้นำสาร

    หนุมาน ผู้นำสาร เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    14,368
    ค่าพลัง:
    +52,217
    *** จารึกไทย บอกยุคน้ำท่วมโลก ****

    บอกวิธีแก้ปัญหา "น้ำท่วมโลก"


    ครั้นเมื่อขวบกาลอายุลดลงมาเหลือเพียง ๗ หมื่นปี
    ขุนสรวง และ ขุนแก้ว ได้มาบอกว่าอีก ๑๐ ปีจะมีฝนหนัก
    ทั้งน้ำแข็งก็ละลายเป็นน้ำล้นท่วมโลกหล้า ชาวชนและปวงสัตว์จะตายหมด
    พวกเจ้าขุนแถนหัวหน้า พร้อมกับหมู่คนชาวเมือง
    จงร่วมช่วยกันสร้างเรือใหญ่หลายลํา
    จงใช้แผ่นเหล็กปลอดตอกประสักขันเกลียว ตรึงให้แน่นแข็งแรงทุกลํา
    ทําทุ่นให้มากขนาบตลอด มัดให้ติดกันเป็นกลุ่มเรือพวง

    เอาเสาเท่าๆกัน วางขนาบบนกลาบและใต้ท้องเรือ
    เจาะรูใหญ่ให้ตลอดคานที่วางขนาบ ทั้งบนและล่างทุกตัว
    แล้วเอาท่อนประสักใส่ตรึงบนกับล่าง ใช้หัวเกลียวขันหรือผ่า
    แล้วตอกลิ่มประสักตรึงให้แน่นแข็งแรงก็ได้ ใช้กระดานแผ่นหนาปูบนเป็นพื้น
    เอายางรักประสมชันและปูนยาให้ทั่ว ทํากลาบนอกให้สูง
    พอเจาะรูพอให้น้ำไหลออกได้

    ทําห้องติดกลาบเรือนั้น มีหลังคาแค่กลาบนั้น ให้ตลอดทุกลํา จะได้พออยู่
    ตรงส่วนกลาง ทําเป็นพื้นดินปลูกไม้เล็กและผักหญ้า
    ทําคอก งัว, ควาย, ช้าง, ม้า, เก้ง, กวาง, ฬา, ฬ่อ อย่างละคู่ มากนักคงไม่พอ
    ทําให้เสร็จใน ๙ ปี อีก ๑ ปีให้จับสัตว์ต่างๆ มาขังฝึกหัด และปลูกต้นไม้ผักหญ้า
    เรือทุ่นที่ทําเสร็จแล้วให้คงที่ไว้บนคานนั้น ถึงคราวน้ำท่วมท้นขึ้นมาพอ ก็จะเคลื่อนลอยไปได้เอง


    ต้นกำเนิด "แม่ย่านางเรือ"

    และสั่งว่า พอน้ำท่วมท้นแล้ว
    "ขุนสรวง" และ "ขุนแก้ว" จะมาเป็น เจ้าพ่อทะเล
    "แม่สาง" และ "แม่แก้วขวัญฟ้า" จะเป็น แม่ย่านาง หรือเป็น จ้าวแม่ทะเล
    ช่วยกันประคับประคองเรือให้โต้คลื่นลมพายุได้
    ซึ่งจะประคับประคอง พร้อมกับจะคอยคุ้มครองป้องกันภัยอันตราย
    ให้กระทั่งปลอดภัยพิบัติเพราะน้ำท่วมโลกนั้น

    ถ้ายังเหลืออยู่อีก ก็บอกให้มารวมกันที่ใกล้เรือ
    ทั้งช้างม้าวัวควายเก้งกวางหมาแมว ก็นํามาอย่างละคู่
    เรือทุ่นกลุ่มนั้นใหญ่และสูง จึงทําสะพานบันไดทอดขึ้นลง
    พอฝนตกหนักเข้าก็ลงไม่ได้ ต่างก็หลบฝนอยู่ในห้องประทุนเรือนั้น
    และช่วยกันต้อนสัตว์ต่างๆ ขึ้นเรือทุ่นนั้น
    พวกช่างต่างตรวจดูเรือและเตรียมเครื่องมือวัตถุซ่อมแซมไว้พร้อมในภายในใต้ท้องเรือทุ่นนั้น
    ทุกอย่างจึงครบบริบูรณ์

    น้ำเริ่มสูงขึ้นได้ท้นท่วมที่ลุ่มราบหมด และเอ่อสูงขึ้นท่วมคาน แล้วหนุนเรือกลุ่มให้ลอยอยู่บนพื้นน้ำ
    คนสัตว์ที่เหลือต่างก็ปีนขึ้นต้นไม้ ขึ้นหลังคา ขึ้นดอน และปีนขึ้นภูเขา
    ครั้นท่วมท้นกระทั่งยอดมอและยอดไม้จมอยู่ใต้น้ำ
    แม้ยอดภูเขาเทือกย่อมก็จมน้ำ แม้ ยอดเขาอีโก้ ก็ปริ่มน้ำแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ให้เห็นได้ ลมก็แรง

    [​IMG]

    บางคราวก็เป็นพายุ ฝนก็ตกกระหน่ำหนัก คลื่นก็ลูกใหญ่ซัดกระแทกตลอด
    ในกลางวันทั่วท้องฟ้าก็มืดมัวไม่มีแสงแดด กลางคืนก็ยิ่งมืดคลึ้มทึบตลอด
    ทั้งคนสัตว์ที่เหลืออยู่กับพื้น ก็ได้ว่ายน้ำหาที่พักอาศัย พอหมดแรงต่างก็จมน้ำตายหมด
    แม้คนทั้งหลายในเรือทุ่น ก็ไม่มีหวังรอดพ้นภัยนั้น

    คราวแรกเรือทุ่นกลุ่มนั้น
    ซึ่งได้ใช้พวนผูกตรึงโยงไว้กับต้นตอไม้ใหญ่ๆ นึกว่าพอจะอยู่ได้
    กระนั้นเมื่อลมคลื่นซัดพัดกระพือกระแทกบ่อยๆ ตลอดวันคืนไม่หยุดหย่อนผ่อนเบา
    แม้ ขุนสรวง ขุนแก้ว กับ แม่สาง แม่แก้วย่านาง จะมาควบคุมคุ้มครองอยู่ ณ หัวเรือและเสากระโดง
    พวนที่มัดล่ามโยงผูกตรึงไว้นั้นก็ขาดหมด
    เรือทุ่นกลุ่มนั้นก็เลื่อนลอยไปตามกระแสคลื่นลม

    หมู่คนสัตว์ที่เหลืออยู่ในเรือนี้ พอมีหวังว่าจะอยู่รอดได้
    กระนั้นเฉพาะหมู่คนก็อยู่ไปวันหนึ่งคืนหนึ่งเท่านั้น
    ที่มีโอกาสรู้และทําสร้างเรือนั้นมีอยู่หลายหมู่ แต่ก็ทําเรือได้ไม่ใหญ่โตและไม่มั่นคงแข็งแรงพอ
    ก็ถูกลมคลื่นซัด กระแทกแตกเสียหายจมน้ำตายไปเป็นส่วนมาก

    ยังมีที่เหลืออยู่ที่เรือไม่แตก หรือที่แตกแต่ไม่กระจาย
    และที่ทะลุก็ยังเป็นที่พยุงตัวอยู่ได้ ก็ถูกคลื่นลมซัดกระพือไปไม่จํากัดทิศทาง
    ไปถึงบริเวณน้ำแข็ง ณ ทะเลเหนือ ใกล้ขั้วโลกเหนือก็มี
    ไปถึงแผ่นดินอื่นคือ อมริกะ ก็มี
    ทั้งไปใต้ถึง โปลา และ ไนไตลนีก็มี

    เฉพาะ "แถนไทย"
    ด้วยอานุภาพ พ่อขุนสรวง และ พ่อขุนแก้ว กับ แม่นางสาง และ แม่แก้วขวัญฟ้า
    ซึ่งได้เป็น "จ้าวพ่อทะเล" และ "จ้าวแม่ทะเล" หรือ "แม่ย่านาง"
    ในกาลนั้น ได้รักษาคุ้มครองเรือทุ่นนั้น
    ให้เลื่อนลอยวนเวียนเป็นวงกว้างอยู่ ณ บริเวณนั้นเป็นแรมเดือน

    เมื่อน้ำลดลงเหลือครึ่งขุนเขานั้น
    เรือนั้นได้ถูกลมคลื่นพัดซัดกระหน่ำ ให้วิ่งไปในห้วงน้ำ เป็นวงกว้างนั้น
    แล้วก็ได้วนเข้ามา ณ บริเวณเดิมนั้น
    ก็ได้ถูกคลื่นลมพัดซัดกระแทกเรือทุ่นกลุ่มนั้น
    ให้หัวเรือพุ่งเข้าชนคอภูเขาลูกหนึ่ง กระทั่งคอเขานั้นทะลุ
    ภูเขานั้นจึงมีชื่อว่า "เขาทะลุ" ได้เรียกกันมาทุกวันนี้

    เรือนั้นได้กระดอนเซออกมา กระแทกกับคอภูเขาอีกลูกหนึ่ง
    กระทั่ง คอยอดบิ่นกระเด็นบินออกไป
    ภูเขานั้นจึงมีชื่อว่า "เขาบิ่น" และ "เขาบิน" เวลานี้เรียกกันว่า "เขาบิน" เป็นประจํา
    เรือนั้นจึงเฉียด ไม่กระแทกจนแตกแล้ว
    ได้ลมแรงกระพือพัดหนุนท้ายให้แล่นไปทางตะวันตกถึงห้วงบึงใหญ่
    ส่วนนั้นเป็นแถบถิ่นดินสูงและน้ำลดลงมากแล้ว
    ท้องฟ้าก็แจ้งแดดออกให้ความอบอุ่นบ้างแล้ว

    เรือได้เกยตอม่อหินใต้น้ำก็แตกกระจายออก
    ส่วนหัวได้พุ่งไปเกยตื้นเชิงเขาลูกหนึ่ง ทั้งคนและสัตว์ได้ขึ้นบกอยู่อาศัย ณ ภูเขานั้น
    ต่อมาจึงสร้างเมืองขึ้นรอบภูเขานั้น
    ภูเขานั้นจึงมีชื่อว่า "เขากลางเมือง" ใช้เป็นชื่อเรียกกันมาตลอดกาลนาน
    กระทั่ง พ.ศ.๒๔๓๘ พระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาส
    ได้พระราชทานชื่อใหม่ว่า "เขาถ้ำจอมพล" จึงเปลี่ยนเป็น "เขาถ้ำจอมพล" กระทั่งกาลบัดนี้

    และในถ้ำภูเขานี้ซึ่งเป็นถ้ำภูเขาหินปูน จึงมีหินงอกและหินย้อยทั้งถ้ำ
    ณ พื้นถ้ำซึ่งเป็นหินปูน โคลนเมื่อยังเป็นดินโคลนอยู่นั้น อย่างน้อยสุดก็มีอายุถึง ๒ แสนปี
    ซึ่งยืนยันว่ามีคนอยู่มาแล้ว จึงมีรอยเท้าหรือรอยตีนใหญ่ที่ชัดเจน
    ปรากฏอยู่ถึง ๕ รอย เป็นรอยใหญ่โตมาก ซึ่งยาวถึง ๓๖ นิ้วฟุต กว้าง ๑๘ นิ้วฟุต
    ที่ไม่ชัดเจนเช่นมีเพียงหนึ่ง กับรอยเล็กๆอีกเป็นจํานวนมาก
    ทั้งก้าวก็ปรากฏยาวกว่าคนสมัยนี้ เมื่อลองดูยังต้องกระโดดจึงถึง
    คงเป็นหลักฐาน ยุคสมัยขุนแถนไทย อันตรงกับกาล พระโคนาคมน์ ได้

    และก็ ส่วนกลางของเรือทุ่นกลุ่ม นั้น
    ซึ่งขาดออกกระดอนออกมา จมลงตรงกลางห้วงบึงน้ำใหญ่
    เสากระโดงยังคงตั้งอยู่ ฉะนี้ห้วงบึงใหญ่นี้ จึงมีชื่อว่า "บึงจมเรือ" หรือ "บึงเรือจม"
    ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นชื่อว่า "จอมบึง" ให้เหมือนชื่อพระราชทานว่า "ถ้ำจอมพล"
    ทุกวันนี้จึงเรียกกันเป็นประจําว่า "จอมบึง"
    ในกาลประมาณก่อน พ.ศ.๒๔๗๐ ยังมีผู้เห็นตอเสานี้โผล่อยู่กลางบึงนั้น
    ยังเล่ากันเสมอว่าไม่รู้ว่าใครปักไว้

    ส่วนท้ายเรือ
    ได้ลอยไปเกยอยู่กับพื้นตื้นเชิงเขาลูกหนึ่ง ผู้คนได้ขึ้นไปอยู่อาศัย ณ ภูเขานั้น
    เมื่อเจริญขึ้นทําผลได้แล้ว จึงนํามาเป็นสินค้าซื้อขายกัน
    ต่างได้ตั้งชื่อภูเขานี้ว่า "เขากลางตลาด"

    ก็กาลที่น้ำท่วมโลกนั้น ได้ท่วมท้นอยู่นาน
    พอลดลงมากแล้ว ณ ที่สูงๆ ซึ่งเปียกชื้นอยู่แล้ว ทั้งมีฝนตกมาบ้าง
    พืชพรรณผักหญ้ากับต้นและย่านพุ่มป่า ก็งอกงามเจริญขึ้นทั่วไป
    สัตว์ที่เหลืออยู่ครั้นเรือแตกแล้ว ต่างก็ขึ้นบก
    จึงได้อาศัยพืชพรรณผักหญ้าใบไม้นั้นๆ เป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต

    คนที่ขึ้นจากเรือนั้น ก็ขึ้นอยู่อาศัยตามเพิงผาถ้ำภูเขา
    ที่ขึ้นอยู่ตามเนินโคก ก็เอาต้นไม้เป็นตอตายเพราะถูกน้ำท่วม เอามาทําเสาตั้งขึ้น
    แล้วเอาไม้ไผ่ ทําขื่อ แป อกไก่ ตง รอด
    ใช้ใบไม้และคา มุงโดยเกลี่ย
    ใช้ไม้ขนาบ ใช้เถาวัลย์ผูกมัด
    ใช้ไม้ไผ่ผ่าสับเป็นฟาก ปูเป็นพื้นอยู่อาศัยกัน

    พอน้ำแห้งตลอดพื้นที่ราบ ที่เป็นโคลนตม ก็แข็งแน่นแล้ว
    ต่างก็ออกมาจากถ้ำ ได้ช่วยกันปลูกสร้างเรือนบ้าน
    แบ่งที่ที่ใกล้หนอง, บึง, ห้วย, คลอง, แม่น้ำ, ทํานา สวน ไร่ ทุ่ง
    ทํานา ปลูกข้าว ทําสวนต้นไม้ จึงเป็นบ้านเมือง ตลาด สนาม ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ฉะนี้

    ถิ่นแดนแถบนั้น
    จึงมีธรรมชาติ ซึ่งมีชื่อประจําเนิ่นนานมาแล้วจนชิน
    และรู้ตลอดไปแล้วว่า เขาทะลุ เขาบิ่น เขากลางเมือง เขากลางตลาด
    บึงจม,บึงจมเรือ หรือ บึงเรือจม (จอมบึง) ทุ่งหลวง ทุ่งหญ้า สนามหญ้า ฯลฯ ประจําอยู่แล้ว
    ชาวชนต่างได้ฟัง และรู้เรื่องกันมา
    จึงต่างได้กระทํากราบไหว้ บวงสรวง บําบวง ต้นผีสาง ไทยกันมา และกระทําเป็นประจํามา

    ครั้นกาลล่วงนานมา
    กระทั่งถึง ขุนแถน เทียนฟ้า
    กลุ่มหมู่เลาว๊ะ หรือ เราว๊ะ คือ เลาลวั๊ะ เราลวะ ลว้า ฉะนี้
    จึงมีชื่อ แถนเทียนฟ้า ลว้าไทยโท้ หรือ พ่อขุนไทยโท้ นั้น
    ก็ได้ฟังเรื่องน้ำท่วมโลก ซึ่ง พ่อขุนสรวง-นางสาง พ่อขุนแก้ว-แม่แก้วขวัญฟ้า ซึ่งได้มาบอกแจ้ง
    แล้วให้สร้างเรือทุ่นกลุ่มได้อาศัยอยู่ จึงรอดพ้นภัยน้ำท่วมนั้น
    และท่านต้นทั้ง ๔ นั้นจึงขึ้นเป็น "จ้าวพ่อทะเล" และ "จ้าวแม่ทะเล" หรือ "จ้าวแม่ย่านาง"

    �����¾�оط��ҷ - powered by XMB<!-- google_ad_section_end -->

    http://palungjit.org/threads/สมเด็จ...-กับ-ช่วงกึ่งพุทธกาลของพระโคดม.178195/page-62
     
  4. บัวรองพุทธบาท

    บัวรองพุทธบาท เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    194
    ค่าพลัง:
    +745
    พูดถึงเรื่องเรือนี้ ผมจำได้คราหนึ่ง แต่จำช่วงเวลาไม่ได้ แต่ไม่นานมานี้ ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ปวงประชาได้เข้าเฝ้าถวายพระพรและมีพระราชดำรัสในช่วงวันที่ 4 ธันวา ของทุกๆ ปี ผมจำได้ว่าพระองค์เคยตรัสกับหน่วยงานทางทหาร ทรงตรัสเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเครื่องบิน แต่ของไทยทรงโปรดที่จะให้สร้างเรือมากกว่า เพราะเครื่องบินใช้งบประมาณมาก แต่ถ้าเรือจะดี เพราะคนไทยเราก็ทำได้

    กำลังคิดขึ้นมาได้ครับว่า พระองค์ทรงมีนัยยะอันใดนะครับ ที่ถ้าทางท่านผู้หลักผู้ใหญกลับมานั่งคิดพิจารณาในพระราชดำรัสนั้น น่าจะสมควรยิ่งนะครับ
     
  5. Santajitto

    Santajitto เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2010
    โพสต์:
    263
    ค่าพลัง:
    +455
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับผม ... แล้วพวกเราชาวบ้านธรรมดา จะมีวิธีรับมือกับเหตุการณ์นี้ได้อย่างไรครับ ( สมมุติว่า เกิดขึ้นจริง ) ... หรือว่า จะเป็นไปตามพุทธพจน์ที่ว่า "กัมมุนา วัฏตะตีโลโก" สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
     
  6. Army56

    Army56 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,098
    ค่าพลัง:
    +1,862
    โดย: Petervich

    ที่มา http://forum.catholic.or.th/index.php?action=printpage;topic=296.0<!-- google_ad_section_end -->


    ผมเข้าไปเจอบทความของฝรั่งที่เคร่งศาสนาคริสต์ทีไร

    ต้องต่อต้านเรื่องการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว

    หรือไม่ก็สวมบทผู้ร้ายให้เขาทุกที
     
  7. hon9999

    hon9999 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มกราคม 2008
    โพสต์:
    665
    ค่าพลัง:
    +2,430
    พระศาสนาของพระพุทธองค์มีถึง 5,000 ปี ผมว่าเกิดภัยพิบัติอย่างไร ก็ยังอยู่รอดได้(ตามแต่บุญกรรม) คงไม่หมดโลกทีเดียวครับ
     
  8. rosicky7

    rosicky7 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    30
    ค่าพลัง:
    +40
    คงใช่ ครับ "ไม่หมดโลกซะทีเดียว" ตามทีคุณ hon9999 ว่าไว้
    เราเป็นคนธรรดา ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องหรือเห้นหลักฐานชี้ชัดว่ามันจะเกิดขึ้น!!
    เชื่อมากไม่ได้ครับ ต้องฟังหูไว้หู ไม่งั้นบ้าตายแน่ เพราะอีก2 ปีเอง^_^

    ทำบุญ ทำความดีต่อไป ดีกว่าครับ
     
  9. mpcp17

    mpcp17 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    50
    ค่าพลัง:
    +69
    ฝรั่งขายหนังสือ คนไทยตาแตก เราอย่ากลัวเลยเกิดขึ้นอยู่กับพวกมีกรรมมากๆ
     
  10. GUYTHUM

    GUYTHUM เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2008
    โพสต์:
    1,353
    ค่าพลัง:
    +1,084
    ก็บอกไปแล้ว 100 จะเหลือ 10 ....4444
     
  11. คิดดีจัง

    คิดดีจัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 มกราคม 2010
    โพสต์:
    1,626
    ค่าพลัง:
    +5,354
    ผมเคยดูรายการ"แท็กซี่" ช่อง 11 นะครับ ที่คุณโน๊ต เป็นพิธีกร

    อาจารย์ท่านหนึ่งที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่นาซ่า เป็นคนไทยนะครับ

    มาออกรายการ และบอกว่า อเมกากำลังเร่งสร้างเรือหรือยานอะรัยสักอย่างผมจำไม่ได้

    สำหรับพาคนหนีนะครับ ยื่นยันว่าเรื่องจริงแน่นอนด้วย เพราะว่าอเมการู้ดีว่าจะเกิดภัยร้าย

    แรงขึ้นบนโลกแน่นอน และพร้อมจะเอาตัวลอดอยู่แล้ว

    ลองคิดดูว่าถ้าเรากำลังนั้งเล่นเน็ตอยู่นี้ แล้วอยู่ๆโลกก็กำลังพังจริงๆเราจะทำอะรัยได้บ้าง

    น่ากลัวนะเนีย....
     
  12. ชัยธนันท์

    ชัยธนันท์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    859
    ค่าพลัง:
    +1,488
    ตอนนี้ก็ลอยคอกันทั่วประเทศก็ไม่รู้จะเป็นเดือนหรือเปล่า นี่ก็ลำบากกันมากแล้วควรที่เราควรจะคิดนอกกรอบกันได้แล้วครับ เราคิดแต่ว่าเดี๋ยวน้ำก็ลดลงแล้ว แต่ถ้ากลับกันล่ะ เราจะอยู่ จะเอาอะไรกิน ช่วยกันคิดหาทางออก หรือเตรียมการณ์รับมือกับภัยพิบัติถ้าไม่เกิดก็ดีไป ไม่ประมาทครับ
     
  13. ชวนพิชฌ์

    ชวนพิชฌ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +153
    ขอออนุโมทนากับเนื้อหาของข่าวสาร
    ทุกชีวิตมีกรรมเป็นกำเนิด
    จงรีบเร่งสร้างความดีเพื่อสู่ภพ ภูมิใหม่ที่ดีกว่า
     
  14. tornw

    tornw สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    7
    ค่าพลัง:
    +3
    ขอบคุณมากสำหรับข่าวสาร แต่ผมเชื่อพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธต้องอยู่ครบ ๕,๐๐๐ ปี
     
  15. Kinglondon

    Kinglondon Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2010
    โพสต์:
    141
    ค่าพลัง:
    +70
    รัฐช่วยได้แค่ระดับหนึ่ง สิ่งสำคัญเราต้องช่วยตัวเองก่อน น้ำท่วมครั้งนี้คงช่วยให้หลายคนคิดอะไรได้มากขึ้น ก็หวังแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองจะคิดช่วยอะไรมากขึ้น เอาจริงเอาจังกับการตัดไม้ทำลายป่า มาช่วยกันปลูกป่ามากขึ้น ให้ความสำคัญกับแม่น้ำลำคลองมากขึ้น
    ผังเมืองด้วย คนลำบากมันชาวบ้านตาดำๆ กรรมของคนไทยแท้ๆ ขอให้ผู้ประสบเหตุน้ำท่วม รอดพ้นเคราะห์กรรมในครั้งนี้ไปได้ แล้วช่วยกันคิดหาวิธีไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกนะครับ
     
  16. pongsiri

    pongsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2005
    โพสต์:
    1,069
    ค่าพลัง:
    +638
    ผ่านมาถึงวันนี้ยังไม่เห็นดาวอะไรใหญ่เท่าดวงจันทร์เลย คนทำนาย ๆ มั่วแล้ว ไม่ได้ว่าเจ้าของกระทู้นะครับ ว่าคำทำนาย
     
  17. พญาเสือดาว

    พญาเสือดาว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2011
    โพสต์:
    452
    ค่าพลัง:
    +503
    คุณ pongsiri พูดหน้าคิดนะครับ อืมอืม
     
  18. sunny430

    sunny430 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,299
    ค่าพลัง:
    +5,425
    ผมบอกแล้วครั ว่าผมออาจจะเชื่อหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งที่ผมไม่เชื่อแน่นอนคือ nibiru หรือ พระอาทิตย์สองดวงอะไรนั่นครับ เพราะมันไม่มีจริงครับ ถ้ามีก็เห็นกันหมดแล้วครับ ส่วนภาพที่คนทำเป็นถ่ายกันมาก็แหล่มมาทีละภาพสองภาพแค่นั้น โอ ถ้ามีจริงป่านนี้ถ่ายกันทั้งบางแล้วครับ เดี๋ยวนี้ทุกคนมีมือถือ planet x อะไรนี่ไม่มีจริงครับ confirm!!
     
  19. Numtrn

    Numtrn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    1,408
    ค่าพลัง:
    +1,571
    ความคิดแบบคุณ sunny เนี่ยนะ
    เหมือนความคิดผม
    ดาวแมวอะไรของมัน ผลุบๆโผล่ๆ เดี๋ยวเห็นเดี๋ยวไม่เห็น
    ถ่ายรูปอะไรมาเป็นจุดๆ เบรอๆ ว่า PX ซะหมด
    คนเชื่อเรื่อง PX จะอยูในสภาพอย่างไรถ้าปีหน้าก็ยังหามันไม่เจอ
    หรือ หาเจออยู่ในพวกของเขา แต่สมคมดาราศาสตร์ ไม่ยอมรับว่าใช่

    แล้วถ้า ลองไปแสดงความเห็นว่า PX ไม่มีจริง ในกระทู้พวกนี้เนี่ยนะ
    รับรองได้เจอของแรง
     
  20. sunny430

    sunny430 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มกราคม 2012
    โพสต์:
    1,299
    ค่าพลัง:
    +5,425
    ดีใจที่คุณ numtrn คิดเหมือนผมครับ คืออันนี้ผมกล้าพูดครับว่ามันไม่มีจริงแน่นอนครับ px ผลุบๆโผล่ ดาวนิบิรุ ดาว px อะไร ถ่ายติดกันแค่คนสองคนเว้นสามอาทิตย์ค่อยถ่ายติดเบลอๆมาอีกภาพสองภาพ บนโลกนี้ไม่ได่มีคนอยู่แค่พันคนนะครับ และในโลกนี้คนมีมือถืออีกเท่าไหร่ครับ มีกันแทบทุกคนและมีกล้องด้วย ถ้ามีใครถ่าย px อะไรนี่ได้พร้อมๆกันจากเมืองเดียวกัน ได้เกินห้าคน จากคนละกล้องนะครับ มาเตะผมเลย ผมท้า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 เมษายน 2012

แชร์หน้านี้

Loading...