วิธี "กราบพระ" ที่ถูกต้อง

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย อุรุเวลา, 20 สิงหาคม 2012.

  1. อุรุเวลา

    อุรุเวลา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    3,464
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +8,002
    กราบพระแบบพุทธ

    วันเสาร์สบายๆ วันนี้ ผมต้องหันหน้าเข้าวัดอีกแล้ว เพราะเรื่อง “ธรรมะ 5 กัณฑ์” ที่ผมเขียนไปวันก่อน
    บอกว่ามาจาก ท่านพุทธทาส แต่ท่านผู้อ่าน คุณณิชา สถิตจินดาวงศ์ เขียนมาแย้งว่า ได้ศึกษางานเขียน
    ของครูบาอาจารย์มามากมาย อ่านแล้วสะดุด เพราะไม่เคยเห็นงานของ ท่านพุทธทาส ชิ้นนี้มาก่อน

    คุณณิชา จึงได้ลงมือสืบค้นที่มาที่ไปและพบว่าธรรมะ 5 กัณฑ์ เป็นข้อเขียนของ พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ
    อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าชิคาโก คุณณิชา ได้สอบถามไปยัง ทีมงานจิตอาสา พระประสงค์ ปริปุณฺโณ
    และผู้ประสานงานกิจนิมนต์ของพระอาจารย์ ได้รับคำชี้แจงว่า ธรรมะสี่กัณฑ์
    คือ กำหนดรู้, ทราบแล้วเปลี่ยน, กูว่าแล้ว, ขี้เถ้ากองเดียว แต่งโดย พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ
    มีปรากฏในหน้า 26, 38, 50 และ 51 ในหนังสือ “น้อมสู่ใจเล่ม 1”


    หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกในปี 2530 เป็นหนังสือที่รวมธรรมะที่ผุดขึ้นกลางใจ ขณะที่ พระอาจารย์ประสงค์
    เข้ากรรมฐาน ทางทีมงานจิตอาสาเข้าใจว่าผมคงได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์มา ซึ่งก็เป็นความจริงครับ

    ทางทีมงานจิตอาสาเคยพยายามแจ้งกลับไปแล้วว่า ข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจคลาดเคลื่อน เพราะพระอาจารย์เอง
    มักใช้คำว่า “กู” เพื่อให้สะดุดใจผู้อ่าน พระอาจารย์ประสงค์ ท่านยินดี หากมีการเผยแพร่ธรรมะในวงกว้าง
    แต่อาจไม่เหมาะสมในการนำธรรมะพระปุถุชนเทียบชั้นกับธรรมะครูบาอาจารย์เช่น ท่านพุทธทาส

    จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และ คุณณิชา ยังได้ส่งหนังสือ น้อมสู่ใจเล่มที่ 1 ที่มีเรื่อง
    ธรรมะสี่กัณฑ์ มาให้ผมด้วย

    ผมต้องขออภัยในความผิดพลาด และขอบคุณ คุณณิชา ที่กรุณาทักท้วงและส่งหนังสือยืนยันความถูกต้องมา
    ที่ผมนำฟอร์เวิร์ดเมล์มาเขียน เพราะท่านที่กรุณาส่งมาให้ก็เป็นคนที่รู้จักกันดี ไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่น

    ไหนๆ คุณณิชา ก็กรุณาส่งหนังสือ น้อมสู่ใจเล่ม 1 มาให้ผมแล้ว ผมก็ขอนำข้อเขียนของ
    พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ บางบทในหนังสือมาลงให้อ่านกันในวันนี้เสียเลย

    เป็นเรื่อง “กราบพระแบบพุทธ” ขอเชิญอ่านเลยครับ

    เห็นพระ กราบพระ ครั้งใด, น้อมใจ ให้ถูก ด้วยหนา, ชาวพุทธ กราบด้วย ปัญญา, ใช่ว่า กราบอย่าง งมงาย

    เห็นพระ กราบพระ ครั้งใด, น้อมใจ ตามไป ง่ายง่าย, หัวแหลม ปัญญา ว่องไว, ทุกข์ใจ ดับได้ ทันที

    หูยาน คือความ หนักแน่น, ไม่แล่น รับเสียง เร็วรี่, ใครว่า ใครด่า ท้าตี, ไม่มี โมโห วู่วาม

    มองต่ำ คือตา สติ, ไม่ดำริ ในสิ่ง ทั้งสาม, คือการ ดำริ ในกาม, พยาบาท และการ เบียดเบียน

    เห็นพระ กราบพระ ทุกครั้ง, ระวัง อย่ากราบ ให้เพี้ยน, พระพักตร์ ยิ้มแย้ม ไม่เปลี่ยน, เพราะใจ โล่งเตียน เบิกบาน

    นิ้วมือ สั้นยาว เท่ากัน, สิ่งนั้น คือรัก แผ่ซ่าน, เมตตา กรุณา ตลอดกาล, สงสาร สรรพสัตว์ เสมอกัน

    กราบองค์ พุทธรูป ครั้งใด, ตั้งใจ ดำรง คงมั่น, น้อมเอา คุณธรรม อนันต์, เหล่านั้น มาไว้ ในตน

    นั่งลุก เดินเหิน ไปไหน, ดอกบัว เกิดได้ ทุกหน, คือความ บริสุทธิ์ หลุดพ้น, มิมี เจือปน กิเลสกาม

    นี่คือการ กราบพระแบบพุทธ ที่ถูกต้อง เข้าวัดไปทำบุญไหว้พระ ต้องทำใจให้สงบนิ่ง นึกถึงการทำดี
    เพื่อเจริญสติปัญญา ไม่ใช่เข้าวัดไหว้พระด้วยความโลภ ขอให้ได้บุญเยอะๆ ขอให้ร่ำรวยเยอะๆ
    กราบพระแบบนั้น ไม่มีทางหลุดพ้นจากทุกข์แน่นอน.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”
    ไทยรัฐออนไลน์
    โดย ลม เปลี่ยนทิศ
    30 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

    คัดลอกมาจาก http://phraprasong.org/news/143-2011-08-11-08-23-33
     
  2. อุรุเวลา

    อุรุเวลา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    3,464
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +8,002
    กราบพระพุทธ ระวังสะดุดทองคำ...

    กราบพระพุทธระวังจะสะดุดทองคำ หมายความว่า ระวังจะหลงติดอยู่แค่ทองเหลือง ทองคำ ที่ห่อหุ้มองค์พระอยู่นั้นแทน..

    กราบที่เห็นองค์พระสวยงาม กราบเพราะยึดถือในความศักดิ์สิทธ์ หาได้เข้าไปถึงเนื้อในของพระไม่..เนื้อในของพระก็คือ...ความสะอาด อันได้แก่ ศีล ความสงบ อันได้แก่ สมาธิ ความสว่างได้แก่ ปัญญา..

    เวลากราบพระ ให้น้อมเอาพระคุณทั้งสามของพระพุทธองค์มาใส่เอาไว้ในใจ นั่นก็คือ..

    พระปัญญาคุณ เราจะต้องอยู่ด้วยสติปัญญา เรียนรู้ เข้าใจ สิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริงของมัน ไม่ไปลุ่มหลงติดอยู่ในความสมมติของมัน..

    พระวิสุทธิคุณ เราจะต้องทำใจของเราให้ผ่องใส ไม่ขุ่นมัวด้วยความรู้สึกฝ่ายต่ำ

    พระมหากรุณาคุณ จะต้องประกอบเมตตาธรรมเอาไว้ในใจของเราเสมอ สงสารเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ในฐานะเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันกับเรา จะไม่ไปเบียดเบียนเอารัดเอาเปรียบ เข่นฆ่ารังแกเขา..

    อย่างนี้จึงจะชื่อว่า กราบพระได้ถูกพระ..

    คนที่ไปกราบพระเพื่ออ้อนวอนขอให้พระช่วยเหลือนั้น เป็นการกราบที่ผิดหลัก พระท่านช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้หรอก แต่เราต้องทำเอง ที่พระจะช่วยเราได้ก็แค่เตือนสติให้แก่เราเท่านั้น ส่วนจะสำเร็จหรือไม่มันขึ้นอยู่กับตัวเราที่จะต้องทำเอาเอง

    นี่ถ้าหลวงพ่อในโบสถ์พูดได้ ป่านนี้ท่านคงพูดไปนานแล้วว่า ลูกเอ๊ย หัดช่วยตัวเองบ้างเถอะนะ หลวงพ่อเหนื่อยแล้ว เพราะคนนั้นก็มาขอให้หลวงพ่อช่วย คนนี้ก็มาขอให้หลวงพ่อช่วย จนหลวงพ่อไม่มีเวลาได้พักผ่อน พวกเจ้าหัดช่วยตัวเองเสียบ้าง..

    ท่านหลวงพ่อเคยเล่าว่า มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านเดินทางไปเทศน์ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง ก่อนถึงเวลาเทศน์ท่านจึงได้ไปกราบพระในอุโบสถ เสร็จแล้วก็ถือโอกาสนั่งพักผ่อน สงบจิตอยู่ในโบสถ์นั้น

    ครู่หนึ่งมีสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง อายุน่าจะเกินสี่สิบแล้วทั้งคู่ เข้ามากราบพระแล้วอ้อนวอนของลูกจากพระ..

    "ถ้าได้ลูกชาย จะให้เขาบวชถวายแก้บนหลวงพ่อ ถ้าได้ลูกสาวจะให้พ่อเขามาบวชแก้บนแทน" ผู้เป็นภรรยาเริ่มบนบาน

    "หื้อ! มันไม่ถูกนะเธอ ถ้าจะให้ลูกบวชแก้บนหลวงพ่อ มันก็ต้องให้เขาบวชทั้งลูกสาวลูกชายซี เป็นผู้หญิงก็บวชชีได้นี่นา คุณจะให้ผมบวชแทนลูกได้ไงกันเล่า" ผู้เป็นสามีเริ่มทักท้วง

    "เอ๊ะ คุณนี่ เสียสละแค่นี้เพื่อลูกไม่ได้ บวชชีมันได้บุญมากเหมือนบวชพระที่ไหนกันเล่า เรื่องมากจัง" ผู้เป็นภรรยาตะคอกใส่

    ต่อจากนั้นก็เป็นบทถกเถียงกันต่ออย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบ..

    จนภรรยาบอกว่าอย่าไปเซ้าซี้ท่านมากเดี๋ยวท่านรำคาญ ไม่ประทานลูกให้พอดีกัน โดนภรรยาขู่เข้าเช่นนี้ ฝ่ายสามีก็เลยหงอ เป็นการยอมรับคำติดสินบนพระโดยดุษณี ว่าถ้าได้ลูกสาวแล้วพ่อจะบวชแก้บนแทน..

    ท่านหลวงพ่อได้ยินแล้วก็ขำอยู่ในใจ ก็คงเพราะมัวแต่เสียเวลาทะเลาะกันอยู่อย่างนี้หรือเปล่า ถึงยังไม่มีลูกกับเขาสักที..

    ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า คนที่แต่งงานแล้วจะมีบุตรได้นั้นขึ้นอยู่กับสามองค์ประกอบดังนี้คือ..

    ๑. มารดา บิดา ร่วมหลับนอนกัน (มาตาปิตโร จ สนฺนิปติตาโหนฺติ)
    ๒. มารดามีประจำเดือน (มาตา จ อุตุนี โหติ)
    ๓. มีวิญญาณมาปฎิสนธิ (คนฺธพฺโพ จ อุปฎฐิโต โหติ) คำแปลนี้ผู้เขียนตีความเอง ของเดิมท่านแปลไว้ว่ามีสัตว์ในครรภ์มาเกิด)

    ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป คู่สามีภรรยานั้นก็ไม่สามารถจะมีบุตรได้ แล้วคนที่ไปอ้อนวอนขอลูกจากพระนั้น ยังไม่รู้ว่าจะให้พระท่านช่วยโดยวิธีไหน ยังสงสัย?

    ย่อความจากหนังสือ ธรรมะอ่านสบาย หลากหลายแง่คิดจากหลวงพ่อปัญญา
    ขออนุญาตเผยแพร่เป็นธรรมทาน..

    คัดลอกมาจาก กราบพระพุทธ ระวังสะดุดทองคำ...
     

แชร์หน้านี้

Loading...