10 อันดับอาหารที่ดีที่สุดในโลก

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย หัวมัน, 15 ธันวาคม 2013.

  1. หัวมัน

    หัวมัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2013
    โพสต์:
    2,191
    ค่าพลัง:
    +6,948
    10 อันดับอาหารที่ดีที่สุดในโลก


    ทางนิตยสารบอกว่ารายชื่ออาหารทั้ง 10 ชนิดต่อไปนี้ เป็นอาหารที่เพอร์เฟ็กต์สุดๆ เพราะจะช่วยทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ละลายไขมันในร่างกาย ต่อสู้กับโรคต่างๆ ลดคอเลสเตอรอล ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ เอ๊ะ ลืมไป ที่สำคัญต้องย้ำด้วยว่า ทั้งหมดนี้มันอร่อย!
    มาดูกันดีกว่า ถ้าอยากอยู่นาน อายุยืน ต้องกินอาหารอะไรบ้าง

    อันดับที่ 10: ชาเขียว

    หลายร้อยการศึกษาและการทดลองได้ทำขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลและศึกษาประโยชน์ของสาร "คาเตชิน" (ได้ยินกันในโฆษณาบ่อยๆ ใช่ม้า) เจ้าสารตัวนี้เนี่ย เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ที่รวมตัวกันอยู่ในใบชา หนึ่งในการค้นพบที่น่าทึ่งที่สุด ได้เผยแพร่โดย American Medical Association ในปี 2006 เปิดเผยว่า หลังจากติดตามศึกษาชาวญี่ปุ่นกว่า 4 หมื่นคนเกือบสิบปี คนที่ดื่มชา 5 ถ้วยขึ้นไปต่อวัน จะมีโอกาสตายด้วยโรคต่างๆ น้อยกว่าคนที่ดื่มน้อยกว่า 1 ถ้วยต่อวัน ถึง 26%

    อีกการศึกษาหนึ่ง ได้แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม ทั้งสองกลุ่มทานอาหารควบคุมน้ำหนักทั้งคู่ แต่มีกลุ่มหนึ่งต้องทานชาเขียวที่อุดมไปด้วยสารคาเตชินด้วย 12 สัปดาห์ผ่านไป ผลออกมาปรากฏว่า กลุ่มที่ได้ทานชาเขียวนั้น รูปร่างเล็กลงและเอวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัดกว่าอีกกลุ่ม

    ทำไมนะหรือ? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า สารคาเตชินช่วยทำให้ระบบเผาผลาญทำงานมากขึ้นไง

    ป.ล. ชาเขียวแบบขวดมีน้ำตาลสูง ควรซื้อแบบซองมาชงดื่มกันมากกวานะ จะได้ไม่อ้วน

    ถ้าหาชาเขียวไม่ได้ก็ลองนี่ดู! : ชาขาว ชาอู่หลง ชาแดง (แบบไม่ใส่น้ำตาลนะ เดี๋ยวจะอ้วนเพราะน้ำตาลแทน)

    อันดับที่ 9: กระเทียม

    "อัลลิซิน" เป็นสารต่อต้านแบคทีเรียและต่อต้านเชื้อราที่พบในกระเทียม ซึ่งทำให้กระเทียมเป็นอาหารที่มีประโยชน์สุดยอด! สารตัวนี้กระเทียมสร้างขึ้นมาเพื่อสู้กับแมลงก่อนกวน แต่ถ้ามันไปอยู่ในร่างกายคน มันจะสู้กับมะเร็งแทน และทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดสมดุล เส้นเลือดแข็งแรงขึ้น ลดการสะสมไขมันในเส้นเลือด และยังทำให้สิวอักเสบลดลงด้วย

    เพื่อให้ได้สารอัลลิซินเยอะที่สุด อย่างแรกคือต้องกินกระเทียมที่ผ่านความร้อนน้อยที่สุด แค่ลอกเปลือกออก ทุบ และสับให้ละเอียด เอาไปประกอบอาหาร อย่าให้มันสุกเกินไปนะคะ เพราะความร้อนที่มากเกินไปจะทำลายสารตัวนี้และกระเทียมก็จะหมดประโยชน์

    ถ้าทานกระเทียมไม่ได้ก็ลองนี่ดู! : หัวหอม ต้นหอม พืชตระกูลหอมๆ ทั้งหลาย

    อันดับที่ 8: เกรปฟรุต

    มันเป็นผลไม้หน้าตาคล้ายส้ม แต่ไม่ใช่ส้มนะ เรียกอีกอย่างว่า ผลไม้หุ่นสวย น่าจะเริดกว่า
    ในการศึกษาจากคนจำนวน 100 คนในแคลิฟอร์เนีย คนที่ทานเกรปฟรุตครึ่งผลทุกมื้อ จะลดน้ำหนักได้ประมาณ 1.6 กิโลกรัม หลังจากผ่านไป 12 สัปดาห์ บางคนลดได้มากถึง 4.5 กิโลกรัม โดยไม่ต้องอดอาหารหรือทำอะไรเลย ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ทาน ลดน้ำหนักได้ไม่ถึงครึ่งกิโลด้วยซ้ำ

    ยิ่งไปกว่านั้น คนที่ทานเกรปฟรุตมีระดับอินซูลินลดลงด้วย แสดงให้เห็นว่าผลไม้ชนิดนี้ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญน้ำตาลให้ทำงานได้ดีขึ้น และในเกรปฟรุตยังมีสารไลโคปิน ซึ่งเป็นสารป้องกันมะเร็งที่พบในมะเขือเทศด้วย
    ดังนั้นพยายามหาทางทานเกรปฟรุตกันบ้างนะ
    ถ้าหาเกรปฟรุตไม่ได้ก็ลองนี่ดู!: แตงโม ส้ม มะเขือเทศ

    อันดับที่ 7: โยเกิร์ต

    แต่ต้องเป็นโยเกิร์ตที่ไขมันและน้ำตาลต่ำนะ อย่าลืมดูฉลากด้วย ในโยเกิร์ตนั้นอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียมจำนวนมาก
    มีการศึกษาพบว่า การกินอาหารที่มีแคลเซียมเยอะๆ ช่วยลดความอ้วนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย โดยการทดลองแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 2 กลุ่ม ทานอาหารที่ให้พลังงานรวมเท่ากัน แต่กลุ่มหนึ่งทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง หลังจากหมดระยะเวลาทดลอง กลุ่มที่ทานแคลเซียมสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าถึง 70% เลยทีเดียว

    ถ้าไม่ชอบโยเกิร์ต ลองนี่ดู!: โยเกิร์ตชนิดอื่นที่โลว์แฟตและหวานน้อย ลองผสมคอนเฟลกลงไปจะได้ทานง่ายขึ้น

    อันดับที่ 6: อโวคาโด

    ถึงแม้อโวคาโดจะเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานสูง แต่จริงๆ แล้วมันเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก เพราะพลังงานกว่าครึ่งมาจากไขมันที่ดีต่อสุขภาพอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว

    จากการศึกษาพบว่า ไขมันตัวดีนี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลและระดับไตรกลีเซอไรด์ในเส้นเลือด ซึ่งจะช่วยลดอาการเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและอัมพาต และคุณก็ไม่ต้องกังวลด้วยว่า เมื่อกินไขมันตัวนี้แล้วจะทำให้น้ำหนักขึ้น เพราะจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เคยมีการศึกษาใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าไขมันตัวนี้เมื่อบริโภคเข้าไปแล้ว จะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นไขมันแล้วเอาไปสะสมได้

    ถ้าหาอโวคาโดไม่ได้ ลองนี่ดู!: มะกอก, น้ำมันคาโนลาและถั่ว, เนยถั่ว

    อันดับที่ 5 : ไข่

    ไข่เจียวเป็นเมนูโปรดแทบจะทุกมื้อที่ไม่มีใครอดใจไม่ทานได้ (ก็เพราะมันทำง่ายด้วยนี่)
    ไข่ 1 ฟองให้พลังงาน 72 แคลอรี่ โปรตีนคุณภาพสูงอีก 6.3 กรัม และยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน
    การศึกษาฉบับหนึ่งที่ได้ตีพิมพ์ในวรสารวิทยาศาสตร์ชื่อดังเปิดเผยว่า คนที่ทานไข่แทนขนมปังในมื้อเช้า จะลดน้ำหนักได้เร็วกว่าคนที่ทานแต่ขนมปังถึง 65%
    นักค้นคว้าในมิชิแกนก็ได้ข้อมูลว่า คนที่ทานไข่เป็นประจำจะได้วิตามินและเกลือแร่ที่ครบกว่าคนที่ทานน้อย หรือไม่ทานไข่เลย และจากที่ได้ทดสอบกับคนประมาณ 25,000 คน นักค้นคว้าพบว่า คนที่ทานไข่จะได้รับวิตามิน B12 วิตามิน A วิตามิน E อย่างเพียงพอ

    และที่น่าตะลึงยิ่งกว่าก็คือ คนที่ทานไข่อย่างน้อย 4 ฟองต่อสัปดาห์ ทำให้คอเรสตอรอลลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมากกว่าคนที่ไม่ทาน นี่กลับตาลปัตรความเชื่อดั้งเดิมเกี่ยวกับอาหารที่คนคอเรสเตอรอลสูงห้ามทานเลยทีเดียว

    ถ้าไม่ชอบทานไข่ลองนี่ดู!: Egg Beaters (อาหารทดแทนไข่ หาซื้อได้ในอเมริกา ไทยไม่มีขายนะ) หรือทางที่ดี น้องๆ เริ่มทานไข่กันดีกว่า ง่ายกว่ากันเยอะเลย

    อันดับที่ 4 : ควินัว (Quinoa)
    ควินัวเป็นเมล็ดพืชประเภทข้าวชนิดหนึ่งซึ่งหาซื้อยาก ในเมืองไทยแทบไม่มี หลายๆ คนคงเคยได้ยินชื่อมันครั้งแรกในบทความนี้ด้วยซ้ำ แต่ว่ามันก็มีประโยชน์เยอะมาก

    ควินัวให้สารอาหารมากกว่าเมล็ดพืขชนิดอื่นใดบนโลกนี้ มันมีไฟเบอร์มากกว่าข้าวกล้องถึงสองเท่า และมีกรดอะมิโน เอซิด ซึ่งร่างกายจะนำมาสร้างเป็นโปรตีน นำไปใช้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย

    การทานเจ้าควินัวนี้ นอกจากจะได้โปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันที่มีประโยชน์ แถมคาโบร์ไฮเดรตต่ำแล้ว มันยังไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นด้วย มันเป็นอาหารวิเศษสำหรับคนลดน้ำหนักเลยทีเดียว
    แล้วดีไปหมดแบบนี้ไม่มีข้อเสียเลยเหรอ คำตอบก็คือ "ไม่มี" ควินัวมีรสสัมผัสที่นิ่ม และรสชาติคล้ายถั่ว อร่อยมากจนทุกคนติดใจ แค่หุงมันแบบข้าว ก็พร้อมทานใน 15 นาที

    ถ้าหาควินัวไม่ได้ลองนี่ดู! : ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย

    อันดับที่ 3 : พริกหยวก
    พริกหยวกทุกชนิดอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนท์ แต่ชนิดที่ดีที่สุดคือพริกหยวกแดง เหลือง และส้ม สีเหล่านี้ก็มาจากสาร "แคโรตินอย" ที่อัดแน่นอยู่ในเนื้อของพริกหยวก เจ้าแคโรตินอยนี่เองที่อยู่ในมะเขือเทศ และแครอตด้วย

    สารแคโรตินอยนี้มีประโยชน์มากมาย ตั้งแต่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันอันตรายจากแสงแดด และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งหลายๆ ชนิด ถ้าคนไหนกินเผ็ดได้ ก็ทานพริกขี้หนูของเราด้วยนะคะ เพราะนอกจากจะมีแคโรตินอยและวิตามิน C เพียบแล้ว ยังช่วยลดอาการปวดหัว ปวดเมื่อย และช่วยเร่งระบบเผาผลาญในร่างกายด้วย

    ถ้ากินพริกไม่ได้จริงๆ ลองนี่ดู! : แครอต มันเทศ แตงโม

    อันดับที่ 2 : อัลมอนด์

    อัลมอนด์ประมาณ 23 เม็ดต่อวัน จะให้กรด oleic acid ประมาณ 9 กรัม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อหัวใจมากๆ ซึ่งถั่วอัลมอนด์ให้กรดตัวนี้มากกว่าการกินถั่วลิสง วอลนัต และเม็ดมะม่วงหิมพานต์

    ไขมันไม่อิ่มตัวแบบโมเลกุลเดี่ยวนี้ เป็นที่รู้กันว่าจะเป็นประโยชน์ต่อหัวใจตัวตรง และเพิ่งค้นพบเร็วๆ นี้ว่า มันช่วยเรื่องความจำอีกด้วย! หนูในการทดลอง สามารถหาทางออกจากเขาวงกตได้เร็วขึ้นกว่าครั้งแรก หลังจากมันได้กินกรดตัวนี้เข้าไป และผลดีนี้น่าจะเกิดกับมนุษย์ด้วยเช่นกัน

    ถ้าเกิดหิวขึ้นมา การกินถั่วอัลมอนด์เล่นๆ ช่วยให้หายหิวได้ แถมไม่อ้วนด้วย เพราะแคลอรี่เกือบทั้งหมดจากถั่วอัลมอนด์มาจากไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มและโปรตีน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการทดลองที่ให้อาสาสมัครแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทานถั่วกลุ่มนึง และทานอาหารจำพวกขนมปังอีกกลุ่ม กลุ่มที่กินถั่วอิ่มได้นานกว่าอีกกลุ่มหนึ่งมากๆ

    ถ้าหาถั่วอัลมอนด์ไม่ได้ก็ลองนี่ดู! : ถั่ววอลนัต ถั่วพีแคน ถั่วลิสง เมล็ดงา

    อันดับที่ 1 : สุดยอดแห่งประโยชน์ สวิสชาร์ด

    เป็นผักชนิดหนึ่ง มีปลูกในโครงการหลวงค่ะ แต่ไม่มีชื่อไทย

    ปกติแล้วพืชผักทั่วๆ ไปจะให้สารอาหารเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่สวิสชาร์ดตัวนี้มีสารอาหารหลากชนิดนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว! คือมีวิตามินถึง 16 ตัว และสารอาหารสำคัญอีกมากมาย และแทบไม่มีแคลอรีเลย

    การกินสวิสชาร์ดประมาณ 35 แคลอรี คุณจะได้วิตามิน K มากกว่าปริมาณขั้นต่ำที่ควรได้รับต่อวันถึง 300% และได้รับวิตามิน A มากกว่าถึง 100% นอกจากนี้มันยังช่วยป้องกันมะเร็ง ทำให้สายตาดีขึ้น และยังได้วิตามิน E ที่หาได้ยากจากพืชชนิดอื่นจำนวนมาก

    ยิ่งไปกว่านั้น ผลการศึกษาไม่นานมานี้ยังพบว่า ไฟโตนิวเทรียน (สารอาหารที่ช่วยระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคต่างๆ) และไฟเบอร์ที่พบในสวิสชาร์ด ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ด้วย

    ถ้าหาสวิสชาร์ดไม่ได้ก็ลองนี่ดู! : ผักโขม ผักกาดเขียว สลัดน้ำ (watercress) ผักกาดขาว

    ที่มา http://www.dek-d.com/lifestyle/23909/
    http://www.dek-d.com/article/24013/
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 15 ธันวาคม 2013
  2. หัวมัน

    หัวมัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2013
    โพสต์:
    2,191
    ค่าพลัง:
    +6,948
    ทั้งหมดทั้งมวล 10 อันดับ
    มีแต่อาหารฝรั่งทั้งนั้นเลย
    ฝรั่งนี่ลำเอียงหรือเปล่า
     
  3. pongio

    pongio เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    843
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +6,853
    มันขึ้นอยู่กับคนจัดแน่นอนครับ กรรมการแต่ละชุด หรือบริษัทต่างกันให้ความเห็นไม่ตรงกัน


    http://board.postjung.com/728475.html
    ใคร ๆ ก็รู้ว่า อาหารจำพวกผัก ธัญพืช หรืออาหารที่ได้จากธรรมชาติส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งนั้น แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ประโยชน์ของมันจริง ๆ กันบ้าง ว่าหลังจากที่คุณทานเข้าไปแล้ว มันจะไปซ่อมแซมหรือบำรุงร่างกายส่วนไหน วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับอาหารจากธรรมชาติ 10 ชนิดที่มีประโยชน์จนน่าทึ่ง ซึ่งคุณอาจไม่เคยรู้มาฝากกัน ว่าแล้วก็ไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าว่า อาหารทั้ง 10 ชนิดนี้มีอะไรบ้าง และมันมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณอย่างไร

    10. ไข่ (EGGS)

    คงไม่มีใครไม่รู้จักไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือแม้กระทั่งไข่นกกระจอกเทศ
    คุณประโยชน์
    ไข่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด โดยสามารถป้องกันโรคประสาทตาเสื่อมได้ ป้องกันการจับตัวของเลือด และไข่นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ให้วิตามินดีจากธรรมชาติ
    วิธีรับประทาน
    คุณสามารถนำไข่มาทำอาหารได้หลายแบบ เช่นนำมาทอด นำมาเจียว ผสมกับขนมและอีกมากมาย
    และนี่ก็คือ 10 อาหารอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ชัดว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณมากแค่ไหน ที่เหลือคุณก็แค่นำมาเลือกทานเพื่อสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุด เพียงเท่านี้คุณก็จะร่างกายแข็งแรง โรคภัยไม่ถามหาแน่นอน

    9. ข้าวบาร์เลย์ (BARLEY)

    เป็นธัญพืชชนิดหนึ่ง อยู่ในตระกูลเดียวกับข้าว ข้าวโพด และข้าวสาลี
    คุณประโยชน์
    ไฟเบอร์ในข้าวจะช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโฟเลตและแมงกานีสที่ช่วยบำรุงสมอง
    วิธีรับประทาน
    สามารถทานกับอาหาร กินกับสลัด ทำเป็นซุปและแปรรูปเป็นขนมปังได้

    8. กาแฟ (COFFEE)

    กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เมล็ดสกัดนำมาจากต้นกาแฟ โดยถือเป็นเครื่องดื่มที่นิยมมากคุณประโยชน์
    ไฟเบอร์จากกาแฟสามารถช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ มีสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ รวมไปถึงกรดคลอโรจีนิก (CHLOROGENIC) ที่ช่วยยับยั้งคลอเรสเตอรอลที่ไม่ดีออกไปได้
    วิธีรับประทาน
    สามารถใช้ดื่มได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ถ้าคุณดื่มแบบกาแฟดำจะได้ประโยชน์สูงสุด

    7. ถั่วแดง (KIDNEY BEANS)

    ถั่วแดง เป็นถั่วที่สามารถกินเมล็ดได้ ซึ่งอยู่ในจำพวกเดียวกับถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วลายแและถั่วปากอ้าเป็นต้น
    คุณประโยชน์
    อุดมไปด้วยโปรตีนและคุณค่าทางอาหารสูง สามารถใช้เป็นอาหารลดความอ้วนและอาหารสำหรับผุ้ป่วยเบาหวานได้ดี
    วิธีรับประทาน
    นำมาต้มกินได้ หรือสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเช่น หมูอบ ห่อหมกเป็นต้น

    6. ขิง (GINGER ROOT)

    ขิง เป็นพืชล้มลุก มีส่วนเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสค่อนข้างเผ็ด
    คุณประโยชน์
    ขิงอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม และวิตามินเอ ซึ่งสามารถช่วยแก้ปัญหาด้านระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร และทำให้ร่างกายอบอุ่นได้
    วิธีรับประทาน
    สามารถนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม หรือนำมาเป็นเครื่องเคียงของโจ๊กและแกงอื่น ๆได้

    5. ลูกเกด (RAISINS)

    ลูกเกด คือองุ่นแห้ง มีรูปร่างวงรีเล็ก ๆ สีน้ำตาลหรือดำ
    คุณประโยชน์
    ในลูกเกด โดยเฉพาะลูกเกดสีเข้มนั้นจะมีแอนโทไซยานิน (ANTHOCYANINS) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าหลายเท่า ช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็ง บำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ลดความเครียด และลดคลอเรสเตอรอลได้ด้วย
    วิธีรับประทาน
    สามารถนำมากินเปล่า ๆได้เลย หรือจะนำมาเป็นส่วนประกอบของขนมอย่างเค้กหรือไอศกรีมก็ได้

    4. ข้าวฟ่าง (SORGHUM)

    ข้าวฟ่างเป็นพีชตระกูลหญ้า มีรูปร่างและรสชาติคล้ายข้าวสาลี ส่วนมากใช้สำหรับให้อาหารสัตว์ แต่คนก็สามารถนำมารับประทานได้เช่นกัน
    คุณประโยชน์
    ข้าวฟ่างนั้นเป็นแป้ง จึงอุดมไปด้วยพลังงาน อีกทั้งยังมีวิตามินบีรวมและคลอเรสเตอรอลต่ำ ข้าวฟ่างช่วยเสริมสร้างม้ามและกระเพาะอาหารช่วยให้หลับง่าย
    วิธีรับประทาน
    สามารถนำมาใส่ในสลัดได้ นำมาทำเป็นโจ๊ก ทำเป็นขนมปังและสามารถนำมาใส่แกงได้ด้วย

    3. ผงโกโก้ (COCOA POWDER)

    ผงโกโก้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากเมล็ดโกโก้อีกที มีส่วนประกอบหลักคือโกโก้และเนยโกโก้ โดยมีสารประกอบไขมันต่ำที่ได้จากเมล็ดโกโก้
    คุณประโยชน์
    อุดมไปด้วย แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม และมีสารฟลาโวนอยด์ (FLAVONOID) ที่ช่วยป้องกันอาการชักและโรคหัวใจได้
    วิธีรับประทาน นำมาผสมเพื่อทำขนมต่าง ๆหรือสามารถนำมาผสมทำเป็นซอสได้

    2. วานิลลา (VANILLA BEANS)

    วานิลลาเป็นพืชตระกูลกล้วยไม้ มีลักษณะเป็นฝัก มีกลิ่นหอม จึงมักใช้สำหรับแต่งกลิ่นและรสให้หวานขึ้น
    คุณประโยชน์
    ในวานิลลานั้นมีสารประกอบของ (PHENOLIC) ที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัส แบคทีเรีย และช่วยแก้อาการอักเสบของแผลเป็นในร่างกายได้ด้วย
    วิธีรับประทาน
    สามารถนำมาผสมกับน้ำผลไม้หรือแอลกอฮอล์เพื่อใช้เป็นเครื่องดื่มได้

    1. ผักสลัดน้ำ (WATERCRESS)

    ผักสลัดน้ำได้ชื่อว่าเป็นราชินีผัก จัดอยู่ในจำพวกผักใบเขียว มี 2สายพันธุ์คือเขียวและแดง เป็นพืชตระกูลเดียวกับกะหล่ำปลี มีรสเผ็ดเล็กน้อย
    คุณประโยชน์
    ผักสลัดน้ำ 1 ถ้วยมีพลังงานเพียง แค่ 4 แคลอรี่เท่านั้น แต่อุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ มากมาย เช่น เอ ซี และเค ซึ่งสูงกว่าผักกาดธรรมดา 2 เท่า และมีลูทีน (LUTEIN) กับซีแซนทีน (ZEAXANTHIN) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคจอตาเสื่อม มะเร็งเต้านม และโรคหลอดเลือดหัวใจได้
    วิธีรับประทาน
    สามารถหั่นมาเพื่อทานคู่กับแซนด์วิช เด็ดก้านออกเพื่อทำเป็นสลัด ผัดไฟแดง แกงจืด ต้มทำเป็นซุป หรือกินสด ๆร่วมกับส้มตำน้ำพริกก็ได้





    10 อันดับ อาหารยอดคุณประโยชน์สำหรับผู้หญิง
    หากต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ห่างไกลโรคภัยไข้เจ็บและคงความอ่อนเยาว์ไว้นาน ๆ ก็ต้องหันมาใส่ใจกับอาหารการกินในชีวิตประจำวันกัน toptenthailand เลยขอเสนอ 10 อันดับอาหารยอดคุณประโยชน์สำหรับผู้หญิงทุกท่านเลยจ้า


    10. ชา
    เริ่นต้นกันที่อันดับ 10 ของทีมงาน toptenthailand ทำไมคนจีนจึงมีอายุยืน ก็เพราะพวกเขาชอบดื่มชานั่นเอง ทั้งนี้ชามีสารฟลาโวนอยด์ (สารจากพืชในใบชา) ซึ่งจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงและป้องกันมะเร็ง สารฟลูออไรด์ในชามีประโยชน์ต่อฟัน และป้องกันฟันผุคุณอาจดื่มชาดำหรือชาเขียวก็ได้สารอาหารที่มีประโยชน์ ฟลูออไรด์และสารฟลาโวนอยด์

    9. ผักโขม
    ขนาดป๊อปอายยังรู้มานานแล้วว่าอาหารในอันดับ 9 ของทีมงาน toptenthailand ผักโขม ช่วยให้ร่างกายฟิตและแข็งแรงป้องกันตาบอดในวัยชรา มีประโยชน์สำหรับหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันมะเร็ง หากไม่ชอบทานผักโขมก็อาจทานผักอื่น เช่น กะหล่ำเขียว ผักและผลไม้สีส้ม หรือทำเป็นเมนูผักโขมอบชีส ก็น่าอร่อยไปอีกแบบ สารอาหารที่มีประโยชน์ มีแร่ธาตุเกือบครบทุกชนิด เช่น แมกนีเซียม เหล็ก แคลเซียม สังกะสี กรดไขมัน เบต้าแคโรทีน วิตามินอี วิตามินซี ฯลฯ

    8. ปลาแซลมอน
    สาวๆหลายคนชอบทานปลาแซลมอน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ในอันดับ 8 ของทีมงาน toptenthailand ปลาแซลมอนมีสารอาหารสำคัญคือกรดไขมันโอเมก้า3 ซึ่งจะช่วยป้องกันมะเร็ง มีประโยชน์สำหรับดวงตาและรักษาความสมดุลของโลหิต ช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล ระบบหัวใจ และหลอดเลือดให้สมดุล หรือจะทานปลาซาร์ดีน ปลาทะเลอื่น ๆ หรือหอยก็ได้เช่นกัน สารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น กรดไขมัน โอเมก้า3 ซิลิเนียม วิตามินบี โปรตีน โพแทสเซียม

    7. ถั่วเหลือง
    มาถึงในอันดับ 7 ของทีมงาน toptenthailand ถั่วเหลืองนั้นช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจและกระดูกพรุน ช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต และช่วยทดแทนโปรตีนจากสัตว์ จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักมังสวิรัติ คุณอาจทานถั่วเหลืองในรูปของก้อนเต้าหู้มิโสะ หรือน้ำเต้าหู้ก็ได้ สารอาหารที่มีประโยชน์ ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 จากพืช วิตามินอี ซิลิเนียม โพแทสเซียมและโปรตีนจากพืช

    6. อกไก่
    อกไก่ กินแล้วไม่เกี่ยวกับอกโตนะจ๊ะ อิอิ ในอันดับ 6 ของทีมงาน toptenthailand อกไก่ที่ปราศจากหนังและสารเร่งการเจริญเติบโต เช่น ไก่บ้าน หรือไก่สามสาย ให้สารอาหารโปรตีนที่มีไขมันต่ำสุด มีซิลิเนียมสูง มีสารอาหารที่สำคัญสำหรับภูมิคุ้มกัน สารอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีนที่มีไขมันต่ำ วิตามินบี ไนอาซิน เหล็ก ซิลิเนียม สังกะสี

    5. ส้ม
    ต่อมาอันดับ 5 ของทีมงาน toptenthailand ส้ม มีวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรงป้องกันมะเร็ง ป้องกันเบาหวานและควาดันโลหิตสูง แถมยังมีรสอร่อยด้วย หรือจะทานมะนาว เกรฟฟรุต หรือส้มตะกูลอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน สารอาหารที่มีประโยชน์ วิตามินซี กากใยอาหาร โพแทสเซียม เพ็กติน โพลีฟีนอยด์

    4. ฟักทอง
    ถัดไปเป็นอันดับ 4 ของทีมงาน toptenthailand ฟักทอง มีแคโรทีนนอยด์สูงในการป้องกันมะเร็งชนิดต่าง ๆ ช่วยให้หัวใจแข็งแรงแลมีประโยชน์ต่อดวงตา หรือหากไม่ชอบฟักทองก็อาจทานผักอื่นทดแทน เช่น แครอท หัวมัน ผักผลไม้ที่มีสีส้ม สารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อัลฟ่าเบต้าแคโรทีน วิตามินซีและอี กากใย อาหาร โพแทสเซียม แมกนีเซียม

    3. โยเกิร์ต
    มาถึงในอันดับ 3 ของทีมงาน toptenthailand โยเกิร์ต ช่วยฆ่าแบคทีเรียตัวร้ายช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ป้องกันมะเร็ง ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต หากกินโยเกิร์ตสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคจากเชื้อรา (ในจุดซ่อนเร้นและติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ) แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำ และควรมีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ สารอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีน แคลเซียม วิตามินบี แมกนีเซียม สังกะสี มีแบคทีเรียที่ดีต่อลำไส้

    2. บล็อคโคลี่
    เป็นอาหารที่เปรียบเสมือนอาวุธชั้นดีที่ใช้ต่อสู้กับมะเร็งเลยทีเดียว บล็อคโคลี่ คืออันดับ 2 ของทีมงาน toptenthailand ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพดวงตา ระบบหัวใจและหลอดเลือดช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันการแท้งบุตร ผักที่ทดแทนกันได้คือ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว สารอาหารที่มีประโยชน์ กากใยอาหารแคลเซียม วิตามินซี วิตามินเค เหล็ก เบต้าแคโรทีน ฯลฯ

    1. ข้าวกล้อง
    สาวๆหลายคนไม่ชอบทานข้าวเยอะเพราะกลัวอ้วน แต่รู้หรือไม่ว่านี้คืออาหารยอดคุณประโยชน์อันดับ 1 ของทีมงาน toptenthailand ที่เราหามากินอยู่ทุกวันได้ไม่ยาก ข้าวมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย โดยเฉพาะข้าวกล้องที่มีสารอาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุหลากหลายชนิด มีโพแทสเซียมที่ช่วยขจัดน้ำ และขจัดสารพิษออกจากร่างกายมีคาร์โบไฮเดรตสูง แต่มีไขมันต่ำและมีโปรตีน แต่ไม่มีคอเลสเตอรอล มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬา เพราะนอกจากจะช่วยในกระบวนการสร้างกล้ามเนื้อแล้ว มันยังให้พลังงานที่สำคัญแก่สมองและเซลล์ประสาทด้วย นอกจากนี้ข้าวกล้องยังมีแคลอรี่ต่ำจึงไม่ทำให้อ้วน อีกทั้งยังช่วยให้อ่อนเยาว์ เนื่องจากมีวิตามินบี 2 และไนอาซินซึ่งเป็นกลไกซ่อมแซมผิวหนังตามธรรมชาติ ส่วนวิตามินอีในข้าวกล้องก็ช่วยให้ผิวหนังกระฉับเต่งตึง คุณ อาจทานข้าวอื่น ๆ ทดแทนได้ เช่น ข้าวโอ๊ต ข้าวหอมนิล ข้าวซ้อมมือ สารอาหารที่มีประโยชน์ วิตามินบี1 บี2 บี6 ไนอาซิน วิตามินอี โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แมกนีเซียม แมงกานีส โพแทสเซียม ฯลฯ (ยาวเลย =^=) ที่นี้เห็นประโยชน์ของข้าวกล้องหรือยังจ๊ะสาวๆ อย่าลืมหันมาใส่ใจกับอาหารการกินในชีวิตประจำวันกันด้วยนะทุกคน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ธันวาคม 2013
  4. หัวมัน

    หัวมัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2013
    โพสต์:
    2,191
    ค่าพลัง:
    +6,948
    เดี๊ยวถ้าไทยเป็นมหาอำนาจแล้ว
    เอาพืชผักของไทยมาวิจัย ทำชาร์ตจัดอันดับ
    อย่างตรีผลา น้ำหมักเอนไซม์ นี้สรรพคุณสุดยอดทั้งนั้น
    โฆษณาประชาสัมพันธ์คู่กับการแพทย์วิถีพุทธ
    ประเทศไทยรวยแน่ๆ 555555
    (บุญก็ได้ แถมทำให้ประเทศมั่งคั่งอีก)

    * แต่คำว่ามหาอำนาจนี้ฟังดูไม่ค่อยดีเลยนะ ดูเป็นทุนนิยม ใช้ความโลภโมโทสันเป็นแรงผลักดัน
    จริงๆ ....
    แค่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข มีการเมืองการบริหารที่เป็นธรรม ประชาชนอยู่ดีมีสุข
    พัฒนาไปบนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง เท่านั้นเอง *
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 ธันวาคม 2013
  5. mahamettayai

    mahamettayai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    1,199
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +10,674
    ยังไงก็คิดว่า อาหารไทยที่มีส่วนผสมสมุนไพรไทยหลายๆ อย่าง สรรพคุณเป็นทั้งอาหารและเป็นยา ปู่ย่า ตายาย เราไม่เห็นต้องกิน ผลไม้ฝรั่งราคาแพง ๆ เลย

    อาหาร ต้ม ยำ ตำ แกง อย่างห่อหมกใบยอ น้ำพริกปลาทู ปลาทอด ผักต้ม ผักลวก ริมรั้ว ก็อายุยืน โรคปัจจุบันที่ฮิตๆ เป็นกัน คนรุ่นก่อนๆ ก็ไม่เป็น เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน มะเร็ง และอีกสารพัดโรค

    อีกอย่าง ภูมิปัญญาของเรา เรื่อง การกินอาหารและพืช ผัก ตามฤดูกาลช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้อีกต่างหาก เช่น หน้าหนาวต้องกินแกงส้มดอกแค ป้องกันโรคไข้หัวลม อันนี้ได้ยิน ยายกับแม่ เคยเล่า) อย่างแกงเขียวหวานที่ใส่กะทิ ก็ต้องใส่มะเขือ (พวงหรือมะเขือเปาะ) เพราะช่วยลดคลอเรสเตอรอล และอื่นๆ อีกมากมาย
     
  6. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,665
    ค่าพลัง:
    +6,165
    เกรปฟรุต = เสาวรส
    ผักกาดขาว ดีกว่า สวิสชาร์ด
    ถั่วปากอ้า ดีกว่า อัลมอนด์
    ลูกเดือย+ลูกจันทร์ ดีกว่า ควินัว
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 15 ธันวาคม 2013
  7. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,737
    เพราะเขาเป็นผู้จัดอันดับหรือเปล่าคะ
    อาหารไทยของเราดีๆมีนับไม่ถ้วนค่ะ
    มีความเชื่อว่า คนที่อยู่ภูมิภาคไหน ก็น่าจะทานอาหารในภูมิภาคนั้น น่าจะเหมาะสมที่สุดค่ะ
     
  8. น้ำใสไหลเย็น

    น้ำใสไหลเย็น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    1,289
    ค่าพลัง:
    +4,452
    ร่างกายคนแต่ละภูมิภาคถิ่นที่อยู่อาศัย สภาพร่างกาย เอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยเวลาปรับตัว

    ยกตัวอย่าง ชาวตะวันตกเมืองหนาว เข้ามาทานอาหารไทยหน้าร้อน รับรองไม่ท้องอืดก็วิ่งจู๊ด ค่ะ

    ผลการวิจัยไม่น่าจะใช้ได้กับทุกคนในโลก

    ขอบคุณ จขกท.ที่นำมาแชร์ให้ได้คอมเมนท์กัน
     

แชร์หน้านี้

Loading...