ผู้ชายอบอุ่น...ต้องอุณหภูมิเท่าไหร่ ?

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย บ้องแบ้ว, 27 มีนาคม 2016.

  1. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,301
    สงสัยกันมั้ยว่า เหล่าชะนีที่บอก..."อร้ายยย ฉับชอบผู้ชายอบอุ่น"

    "พ่อหนุ่มยิ้มละมุมคนนั้นทำฉันละลาย" "ฝากไปบอกว่าฉันรักเขา" ฯลฯ


    ไอ้เราก็งงสิ..คุณมึงเป็นน้ำแข็งขั้วโลกเหนือหรือไงหะ หรือคุณมึงกกตัวอยู่ในช่องฟีตมานาน 

    ถึงร้องโหยหวนหาความอบอุ่น แค่สภาวะโลกไม่เย็นดั่งใจนี่ยังไม่สาสมใจรึไงกัน...ปัดโถ่ !!


    ถ้าสตรี(มีคัน)ท่านใดอ่านแล้วนึกอยากจะด่าผมในใจ หรือเผอิญด่าออกมาแล้ว ด้วยวาทะที่ผมโปรยไว้ด้านบน  ขอแถเลยว่า...เดี่ยวก่อนนนน แม่ยอดยาหยี "เค้าไม่มีเจตนาจะว่าอะไรหล่อนทั้งนั้นแหละค่ะ"

    จริงๆแล้วผมแค่สงสัยว่า 'ผู้ชายอบอุ่น' สำหรับผู้หญิงเค้าเป็นคนแบบไหน แม่งสิงสถิตอยู่แห่งใด มุมไหนของโลกนี้ว่ะ นี่ผมกำลังช่วยคุณตามหาอยู่นะเนี้ยตัวเอง(แต่ถึงมึงด่ากู กูก็ไม่ได้ยิน เฮาะๆ)


    ครั้นผู้ชายคนใดวาดหวังจะเจอบทความ How to หรือเคล็ดลับใดใด ในการฝึกปรือวิชาความอบอุ่นแล้วล่ะก็...(ดูปากณัฐชาชัดๆนะคะ กู ว่า มึง เลิก อ่าน เถอะ ฮาฮ้า) ไม่ไช่ไร ลำพังตัวกูเองยังหาชะนีสักคนมาเชยชมยังไม่ได้เลย ครั้นพอจะสูดดอมดมกลิ่นอัปสร เจ้าหล่อนก็โดนผู้ชายอบอุ่นคาบไปแดกซะแระ(ตายแล่วๆ อะไรกันหว่า) อย่างงี้กูก็สำเนือกตัวเองแล้วว่า อย่ารึไปสอนใครเขา


    เอาดีดี ผมนอนครุ่นคิดยกตีนมาก่ายหน้าฝาก กับคำถามที่ค้างคาใจ ที่ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้
    ผู้ชายอบอุ่น...ต้องอุณหภูมิเท่าไหร่ ? แค่ไหนที่เรียกว่าอบอุ่น ?

    บางทีคำตอบของคำถามก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอะไรเลย เมื่อมองย้อนกลับไปในกลุ่มคนใกล้ตัว เหล่าผู้คนที่ใกล้ชิดสนิตชิดเชื้อ หรือผองชนที่พานพบตามสถานแห่งต่างๆ บุคคลเหล่านั้นที่ปฏิบัติต่อคนข้างๆกายของเขา กลิ่นอายของการกระทำ และคำพูด ที่ฟุ้งออกมาจากภายในสู่บรรยากาศภายนอกที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ความหอมอบอวนที่เราสัมผัสได้ด้วยสายตา และหัวใจ วันนี้ผมจึงขอหยิบยกบางเหตุการณ์ที่ผมพบเจอมาบอกเล่าในมุมมองของผมเท่านั้น ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้
    ครั้งหนึ่ง ผมไปกินข้าวกับสหายรัก นักรักคนดีหัวใจดวงนี้มีแต่เธอ(ผมเรียกมันว่าอย่างนั้น)โดยพื้นฐานมันกับแฟนเป็นคนที่รักกันมานานมากแล้ว สไตล์ผู้ชายมาดกวน ยี่ยวนด้วยการเทคแคร์ แม้เรื่องเอาอกเอาใจไม่มีห่าง เวลาว่างพบปะเพื่อนฟูง พ่อหนุ่มผู้ศึกษาสถาปัตยกรรม 

    สิ่งที่ผมได้เห็นในวันนั้นคือความหวานระหว่างมันสองคนไม่เคยลดลงเลย จนบางทีผมก็แอบหมั่นใส้ หวานเหลือเกิน หวานปราณจะกลืนกิน(แต่ทว่า โลกของคนรักกัน น่าอยู่เสมอ) ขณะที่เรากำลังงุนงัวอยู่กับอาหารจานโปรด กับเบียร์หลากรสที่นำเข้ามาขาย เผอิญด้วยความไม่ได้ตั้งใจมือผมปัดไปโดนแก้วที่วางอยู่ขอบโต๊ะหล่นกระทบซีเมนต์ขัดมันดัง เพล้ง !! เศษของความแตกสลายกระจัดกระจายเต็มพื้นใกล้ๆกับแฟนมัน นาทีที่แฟนมันจะก้มลงไปเขี่ยเศษซากแหลมคมให้ไกลห่างพ้นจากทำเลการเหยียดขาเรียวสวยของหล่อน พ่อหนุ่นนักรักก็เอื้ยนเอ่ยเลยทันใด

    "ตัวเองเดียวเค้าเก็บให้เอง" แล้วมันก็โน้มตัวลงไป
    "ระวังบาดมือนะเธอ" แฟนมันบอก
    "บาดเค้าสิดี จะได้ไม่บาดตัวเองไง"  มันสวน

    'เหยดดดด หล่อชิบหาย' ผมอุทานในใจ เหตุการณ์นี้ถูกบัณทึกโดยหัวใจของผมในเฉียบพลัน
    กลิ่นความห่วงใยหอมฟุ้ง บทบาทการปกป้องเฉิดฉาย ความเสียสละตามมาปิดท้าย อือหืออ
    มันเป็นอะไรที่ อบอุ่นมาก ขนาดคนมองดูอย่างผมยังสัมผัสได้รู้สึกถึง(แล้วชะนีตัวเล็กๆคนนึงจะไม่รู้สึกอะไรเชียวรึ) แล้วทั้งสองก็หันหน้าเข้าหากันโปรยยิ้มให้กัน โอ้ยยย อิจฉา  
    อีกเหตุการณ์คือตอนที่ผมจัดทริบไปตะลุยเรียนรู้ชีวิตความลำบาก หอบสังขารไปบุกเขาลงห้วยที่ ดอยทูเล และ ดอยม่อนคลุย จังหวัดตาก ในคณะหลักๆจะเป็นชายล้วน แต่มีเพื่อนคนหนึ่งเอาแฟนมันติดสอยห้อยตามไปด้วย ไอ้นี้มันจะเป็นเชฟ ฝีมือการทำอาหารสั่งได้เกินใจอยากกินไรบอกพี่(แต่ไก่ย่างแบบในหนังทำไมไม่เหมือน ไหม้สัส) สไตล์ผู้ชาย สุขุม นุ่มลึก นิ่งเงียบ คำพูดปราบเรียบชะนีหน้าไหน(พอพอเดี่ยวงานเค้ากู) มีช่วงหนึ่งมันระหองระแหงกับแฟน เกลือบจะเลิกกันก่อนมาออกทริบ การเดินทางที่ยากลำบากวัดใจหัวใจผู้ฝันใฝ่ถึงยอดเขา เสียงบ่บอุบป์ตามไล่หลังคนจัดทริปอย่างผม 'กูมาทำอะไรที่นี่ว่ะเนี้ย ชวนอะไรเลเล กูก็นึกว่าไปทะเล มาโผล่ทูเลเฉย(เรื่องนี้สนุกไว้เล่าภายหลัง) มีช่วงนึ่งของการเดินทางที่เส้นทางแม่งอย่างโหด ก้าวพลาดกลิ้งขุลุกๆ เป็นผีเฝ้าดอย ด้วยการที่แฟนมันเป็นผู้หญิงกลัวความสูง เจอทางลาดชั้นสันเขาขาก็ต้องอ่อนเป็นธรรมดา นาทีที่ความเป็นความตายหายใจรดต้นคอ บทบาทการดูแลความปลอดของผู้หญิงคนรัก ถูกยื่นให้มันปกป้องโดยปริยาย ผมซึ่งเป็นผู้เฝ้ามองเหตุการณ์นั้น อิ่มเอมใจด้วยชีวิตจริงตรงหน้า มันหาทุกวิถีทางการเดินที่ปลอดภัย สองมือที่จับกันไว้ ประคองฝ่าความยากลำบาก ภาพเหตุการณ์ที่เปรียบเสมือนว่า 'มึงจะยอมแพ้ไม่ได้ เราต้องผ่านไปด้วยกัน กูอยู่นี่ มึงไม่ต้องกลัว เราจะผ่านไปด้วยกัน' ด้วยความหนักแน่นของมัน ด้วยความไว้ใจของเธอ สองมือที่จับกันไว้ถูกบีบแน่นตามระยะทาง ตูดที่ลื่นถไล ความห่วงใยถูกถามไถ่ตลอด 'ไหวมั้ย ไหมมั้ย' ผมอดใจไม่ได้ที่จะหยิบ มือถือกากๆทีพอถ่ายรูปได้ มาบัณทึกภาพความรักที่ฝ่าฟันความลำบากนั้น ความอบอุ่นบนความยากลำบาก


    มันอาจเป็นช่วงเวลาที่เล็กน้อย แต่พอผ่านอะไรๆที่อันตรายด้วยกัน มันก็ทำให้มันสองคนรักกันมากขึ้น และมันคงจะจดจำที่นั่นตลอดไป เฉกเฉ่นผม ผมเชื่ออย่างนั้นอย่างสุดหัวใจ  

    ผู้ชายอบอุ่น...ต้องอุณหภูมิเท่าไหร่ ?
    บางทีคำตอบของคำถามโดยแท้จริงแล้ว ไม่เกี่ยวกับเกวัดค่าใดใดของอุณหภูมิความอบอุ่นของผู้หญิงหรอก หากแต่เป็นการสั่นไหวของหัวใจเธอที่เกิดจาการกระทำของผู้ชายต่างหากที่จะบอกว่า ผู้ชายอย่างเราอบอุ่นหรือป่าว ง่ายๆเมื่อไหร่ที่ผู้หญิงสักคนรู้สึกถึงการโดนปกป้อง  รู้สึกถึงความปลอดภัย ความไว้ใจ และการเป็นตัวของเธอเอง เวลาอยู่กับผู้ชายสักคน เมื่อนั้นเราก็อาจถูกนิยามว่า 'ผู้ชายอบอุ่น' ได้เลย (ความคิดเห็นส่วนตัว)
    กลับมาที่คำโปรยด้านบน

    สงสัยกันมั้ยว่า เหล่าชะนีที่บอก "อร้ายยย ฉับชอบผู้ชายอบอุ่น"
    "พ่อหนุ่มยิ้มละมุมคนนั้นทำฉันละลาย" "ฝากไปบอกว่าฉันรักเขา" ฯลฯ 

    คนเหล่านั้นไปสิงสถิตอยู่ทีใด (ดูปากณัฐชาอีกครั้งชัดๆนะคะ มันมีเมียกันหมดแล้วจร่ะ ฮ่าๆ)


    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนทีคนเหล่านั้นจะมีใครได้ ก็ต้องอาสัยความกล้า ระยะเวลา และหัวใจ

    บางที 'การเริ่มคบ เริ่มเรียนรู้ ก็ไม่ได้หมายว่าเราจะรักเขาในทันที'  ให้ความอบอุ่นบอกว่าเราจะรักกันได้ไหม ผ่านช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ของคนสองคนไม่ดีกว่าหรือ ?  


    แต่สิ่งสำคัญคนเราก็อาจอดทนได้ไม่นานพอ กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเราเหมือนกัน 

    เพราะมือผู้ให้สำคัญพอพอกับมือผู้รับ ถ้าอีกฝ่ายให้ อีกฝ่ายไม่รับ มันก็สวนทางกัน
    ผมเชื่ออย่างนั้น 


    หากเราอยากเป็นคนสำคัญของใคร ก็คงแปลกหากไม่หยิบยื่นความสำคัญของเราให้เค้า ว่ามั้ย ?
    การเป็นผู้ชายอบอุ่นไม่อยาก แต่การรักษาความอบอุ่นนั้นไว้ไม่ง่าย
    ขอปิดท้าย การรักษาความอบอุ่นด้วยเหตุการณ์สุดท้ายแล้วกันนะจ๊ะ

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยพี่ชายคนสนิต ผู้ที่ผมให้ความเคารพนับถือด้วยเรื่องการถือครองหัวใจศรีภรรยาผู้ชอบเหวี่ยง งี่เง่า เอาแต่ใจ และเหมือนจะไร้เหตุผล
    "ความไร้เหตุผลนั้นแหละคือเหตุผลของเธอ" พี่ชายบอกประโยคแนวนี้กับผมขณะเรานั่งถามไถ่สารทุกข์สุข ดิบ ของกันและกัน และด้วยความฉงนสงสัยกับนิสัยภายในของผู้หญิงสิ่งมหัสจรรค์ของโลกที่สัมผัสได้ "ไม่เบื่อหรอมีเมียแบบนี้" นั่นคือคำถามข้างต้นของคำตอบ ก่อนที่เราทั้งคู่จะรีบจัดการเบียร์ที่เหลือตรงหน้าให้เสร็จ เพราะพี่เขามีเวลาจำกัด ผมนัดมาเจอแกด้วยเรื่องอย่างว่า ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับชะนีที่ผมกำลังจีบในขณะนั้น ด้วยเหตุผลข้อเดี่ยว 'แม่งนิสัยเหมือนเมียพี่เลย'
    ลำพังคำพูดมากมายผมไม่อาจเชื่อ หากแต่การกระทำของเค้าย้ำชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งกว่าอาทิตย์จร้า บุคคลที่ถูกผองเพื่อนพ่อบ้านใจกล้า ตราหน้าว่า'ไอ้กลัวเมีย'

    ผม : ไม่เบื่อหรอมีเมียแบบนี้ ?
    พี่ : ความไร้เหตุผลนั้นแหละคือเหตุผลของเธอ
    ผม : แอบสแตก(Abstract) ฉิบหาย
    พี่ : นี่มึงด่าเมียกู ?
    ผม : กูป่าวด่าเมียมึงพี่ กูอุทานเฉยๆ (ผมกับพี่เค้าสนิตกันมาก พี่เค้าบอกพูดแบบที่มึงสบายใจ แต่นานๆครั้งที่ผมจะพูด เพราะต้องดูสถานการณ์ตรงหน้าด้วย)

    พี่ : เอาง่ายๆ นะแม็ก ตั้งแต่วันแรกที่กูจีบเค้าจนถึงทุกวันนี้ อะไรที่แรกๆกูกำให้ ทุกวันนี้กูก็ยังทำ มันเป็นเรื่องความเสมอต้นเสมอปลาย วันแรกกูให้ความสำคัญกับเค้ายังไง วันนี้กูต้องให้ความสำคัญกับเค้ายังงั้น เค้ารับกูเข้าไปในชีวิตเค้าเพราะเค้าให้ใจกูจากความพยายามเหล่านั้น ถ้ากูทำลายใจเค้าด้วยการเปลี่ยนไป กูเหี้ยเลยนะ

    ผม : พี่รับมือยังไงกับเรื่อง ขี้เหวี่ยง งี่เง่า เอาแต่ใจว่ะ ?
    พี่ : ไอ้เรื่อง ขี้เหวียง งี่เง่า เอาแต่ใจไม่ต้องไปพูดถึง มันเป็นนิสัยส่วนหนึ่งของผู้หญิง(บางคน) กูเคยรับเค้าได้แต่แรกยังไง กูต้องรับเค้าได้ตลอดไปเพราะเป็นผัวเป็นเมียกันแล้ว ถ้ากูไม่รู้ว่าแต่แรกมันเป็น หรือมันมาเป็นตอนหลัง อันนั้นค่อยคุยกันอีกที แต่ที่มันเป็นกูเข้าใจ มันเป็นการอยากได้รับความสำคัญ ผู้หญิงแบบนั้นความรู้สึกสำคัญเสมอ

    ผม : จะบอกว่า รัก ชนะทุกอย่าง ?
    พี่ : มันไม่ใช่ว่ารักไม่รัก มันข้ามคำนั้นมาแล้ว มันคือการอยู่ร่วมกัน มันคือการมองข้ามในเรื่องไม่ได้ดั่งใจของกันและกัน ไม่ใช่เปิดรับแต่ด้านดีที่อยากได้ แต่ต้องอภัยในด้านไม่ดีของอีกคนด้วย

    ผม : รู้สึกยังไงเวลามีคนมาด่าพี่ว่า กลัวเมียว่ะ ?
    พี่ : เมียคือคนที่กูต้องอยู่ด้วยตลอดไปในชีวิต กูไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าว่ากูกลัวเมีย แต่ช่างแม่ง กูสนแค่ว่ากูกำลังทำเพื่อใคร และกูรู้ตัวว่ากูกำลังทำอะไรอยู่ ชีวิตก็เช่นนี้แหละแม็ก วันไหนมึงมีเมีย มึงแคร์ใครมากๆ แล้วมึงจะเข้าใจ

    ผม : ราชสีห์ตกหลุ่มรักลูกแกะนี่หว่า
    พี่ : ราชสีห์ห่าไร ร้องเหมียวๆ ไอ้สัด
    ผม,พี่ : ฮ่า ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ อ่ะชนแก้ว

    ผู้ชายอบอุ่น มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณค่าทางจิตใจ อุณภูมิเท่าไหร่คงไม่สำคัญเท่าการให้เวลา
    #ขอตัวไปทักนิตติ้งแปป(เรื่องนี้ก็น่าเล่า)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว นางฟ้าผู้น่ารัก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    3,293
    กระทู้เรื่องเด่น:
    105
    ค่าพลัง:
    +5,301
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 มีนาคม 2016

แชร์หน้านี้

Loading...