กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า 167 ลำดับที่ #3336

    พอไล่หา Tips ไปอีกไม่กี่บรรทัด
    เจออาจารย์นพคุยต่อเนื่องเรื่องยันต์
    (555...ทีแรกนึกว่ามีสั้นๆแค่ข้างบนนั่น)

    ลองอ่านดู....สนุกครับ


    [QUOTE="nopphakan, post:]
    นิทานนะ
    เหมือนเราห้อยพระฯ
    ทำให้เราระลึกถึงอะไร
    เหมือนเราดูรูปบรรพบุรุษ
    ทำให้เรานึกถึงอะไร?
    แต่รูปก็ไม่ใช่ตัวท่านจริงๆ
    นี่หละอุบาย ที่ทำให้จิตเข้าถึง
    ยันต์ ก็เหมือนอุปกรณ์อย่างหนึ่ง
    ที่ใช้ในการเชื่อมระหว่างจิต
    กับต้นกระแสนั่นหละ
    เปรียบกับปุ่มเปิดรับคลื่นนั่นหละ


    เปิดๆปิดๆ คือปิดเปิดกระแสที่
    ทำให้เข้าถึง
    เรื่องยันต์อะไรแบบนี้
    บางทีบางภพภูมิ
    ท่านก็ไม่ทราบ.
    ยิ่งถ้าที่เขตความสูงระดับ
    กับเรา(คือแต่งกายคล้ายมนุษย์อยู่)
    อาจจะไม่ทราบ

    อย่างพวกการเขียนยันต์กลางอากาศ
    เป็น ๑ ในบางสิ่ง ที่ได้ไปแสดงหรือ
    นำไปใช้งานให้กลุ่มเมืองหรือภพภูมิ
    ที่มีชั้นความสูงดูประจำ ถ้าเค้ามาเชิญไป

    พูดง่ายๆคือ ไปทำให้ผีดู
    นอกจากเรื่องอื่นๆ ๕๕๕
    พวกผี เค้าดูออกว่าใครทำอะไรได้บ้าง
    อะไรที่ผีเมืองนั้นเค้าไม่เคยเห็น
    ไม่คิดว่าคนจะทำได้
    (เค้าชอบใช้คำว่า....
    ตอนแรกนึกว่าไม่ใช่คน๕๕ ฟังดูแปลกๆ ๕๕)
    เค้าก็สนใจคนนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
    ไม่มีอะไรหรอก
    จบแระนิทานขี้โม้
     
  2. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในทางพุทธศาสนา: ไม่มีโชคลาภเกิดขึ้นได้โดยไม่อาศัย บุญ กรรม โชคลาภ ไม่สามารถจะเกิดขึ้นลอยๆ หรือบังเอิญ โดยไม่มีเหตุปัจจัย
    03:02 Mali_Smile1978 6 Comments

    images.jpg
    ที่มา: https://goo.gl/9F5yXt

    ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในทางพุทธศาสนา

    หากศึกษาเรื่องธรรมะดีๆ จะเข้าใจว่า ไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ใดๆ ทั้งสิ้น "กรรม" นี้แม่นยำยิ่งกว่าเรด้าตรวจจับของนาซ่า พระพุทธเจ้าเคยตรัสว่า "เราเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน น้ำตาที่เสียจากความพลัด พรากจากคนที่เรารักนับรวมกันได้เป็นมหาสมุทร ดังนั้น เราจึงได้เคยพบปะผู้คนมามากมาย จนผู้คนที่เดินบนถนนไปมานี้ต่างก็เคยเกิดมาเป็นพี่น้องเราทั้งสิ้น"

    จากคำอธิบายข้างต้น เป็นเหตุให้ "กรรม" จัดสรรให้เราได้พบเจอ รู้จัก พึ่งพา มาเกิดเป็นพ่อ แม่ ลูก พี่น้อง เพื่อน แฟน คู่รัก มิตร ศัตรู ครู ลูกศิษย์ เมียหลวง เมียน้อย ฯลฯ เนื่องจาก เคยเกี่ยวพัน มีความสัมพันธ์ และประกอบกรรมร่วมกันมาก่อน จึงได้มาเจอกันอีก เพื่อชดใช้กรรม หรืออาจอธิษฐานให้มาพบกันอีกในชาติต่อๆ ไป หรือเคยอาฆาตพยาบาทกันมาก่อน บางคนก็เคยอุปถัมภ์ ค้ำชู หรือเคยพึ่งพาอาศัยกันมาก่อน ดังนี้ เป็นต้น จึงไม่มีคำว่า "บังเอิญ" ในพระพุทธศาสนา

    หากใครเคยไปในสถานที่ใด แล้วรู้สึกคุ้นเคยกับสถานที่นั้นโดยไม่เคยไปมาก่อนรู้สึกคุ้นๆ กับเหตุการณ์นั้น โดยที่เราไม่เคยมีส่วนร่วมมาก่อน เคยรู้สึกประทับใจใคร รู้สึกเกลียดใคร อยากอยู่ใกล้ใคร หรืออยากหนีหน้าใคร โดยที่ไม่เคยพบเจอรู้จักกันมาก่อน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาเก่า (การจำได้หมายรู้) ที่ติดตัวมาแต่เก่าก่อน

    พระบาลีพุทธวจนะ เป็นภาษาเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คำว่า "บังเอิญ" ดูเหมือนไม่มีในภาษาบาลี มีแต่คำว่า "เหตุ - ปัจจัย"

    พระพุทธศาสนา เป็นเรื่องของเหตุและผล ทุกสิ่งไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ หรือเป็นเรื่องบังเอิญ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุให้เกิดขึ้นทั้งสิ้น ดังที่ท่านพระอัสสชิ แสดงธรรมแก่ท่านพระสารีบุตรว่า "ธรรมทั้งหลายย่อมเกิดจากเหตุ" นั่นคือ การที่ทุกคนเกิดมาแตกต่างกัน เป็นเพราะได้กระทำเหตุ คือ ทำกรรมมาแตกต่างกัน กรรมที่ได้กระทำไว้แล้วนั่นเอง เป็นเหตุให้มีรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ฐานะ ต่างกัน มีอุปนิสัยดีเลวต่างกัน กรรมที่ได้กระทำไว้แล้วนั่นเอง เป็นเหตุให้ได้ลาภเสื่อมลาภ ได้ยศเสื่อมยศ ได้รับความสุข ทุกข์ สรรเสริญ นินทา
    images%2B%25281%2529.jpg
    ที่มา: https://goo.gl/9F5yXt

    มีเรื่องเล่าของพระเจ้าอโศกมหาราช เรื่องมีอยู่ว่า

    พระมเหสีของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้รับการยกย่องจาก พระเจ้าอโศกมหาราชมาก สนมกำนัลนางอื่นก็อิจฉา ผู้หญิงกระทบกระทั่งกันง่ายอยู่แล้ว ในเมื่ออิจฉาก็มีการเสียดสีกระแนะกระแหนเขาไปเรื่อย พระเจ้าอโศกมหาราช ทรงรำคาญ จะพิสูจน์บุญญานุภาพให้ดู ก็เลยสั่งโรงครัวทำขนมมา 1,000 ชิ้น แสดงว่าพระองค์มีมเหสีรวมนางสนมทั้งหมด 1,000 คนพอดี แล้วถอดพระธำมรงค์ประจำพระองค์ บอกพ่อครัวให้ใส่พระธำมรงค์ไว้ในขนมชิ้นหนึ่ง
    พอถึงเวลานึ่งสุกเอามาให้บรรดาสนม และมเหสีทั้งหมดไปหยิบเอา ถ้าธำมรงค์อยู่ในขนมของใคร จะตั้งคนนั้นเป็นอัครมเหสี พวกสนมแย่งกันกระจายเลย ปรากฎว่า มเหสีตัวจริงท่านทรงนั่งอยู่เฉยๆ รอเขาหยิบจนเหลือชิ้นสุดท้ายท่านจึงหยิบมา และธำมรงค์ก็อยู่ในนั้น เห็นไหมว่า เขาทำของเขามา เขาต้องได้ ต่อให้เราทำมาถ้าทำช้ากว่าเขาก็ต้องรอเขาได้ก่อน ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เข้าใจตรงนี้ ถึงเวลาเห็นพระเจ้าอโศกมหาราชท่านเมตตาพระมเหสีมากเป็นพิเศษ โปรดเป็นพิเศษก็คอยอิจฉาอยู่เรื่อย พิสูจน์ขนาดนั้นแล้วก็ยังมีคนไม่เชื่ออยู่ดี

    อนาคตเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วจากกรรมในอดีตนานนับไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะต้องมีเหตุในปัจจุบันร่วมด้วย ความพยายามในปัจจุบันนั่นแหละ จึงจะทำให้เกิดผลในอนาคตที่สมบูรณ์ แม้จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็เปลี่ยน แปลงได้บางส่วน คนเราจึงไม่ควรละความพยายามตลอดชีวิตที่เกิดมา

    การกระทำทุกอย่างย่อมมีผล เราเรียกผลนั้นว่า "วิบาก" สิ่งใดจะเกิดได้ต้องมีเหตุปัจจัยประชุมพร้อม กรรมจึงสามารถส่งผล หรือให้วิบากได้

    ไม่มีโชคลาภเกิดขึ้นได้โดยไม่อาศัย บุญ กรรม โชคลาภ ไม่สามารถจะเกิดขึ้นลอยๆ หรือบังเอิญ โดยไม่มีเหตุปัจจัย

    ทุกปัญหาเกิดขึ้นอย่างมีสาเหตุทั้งนั้น กิ่งไม้ตกใส่หัว หกล้ม ฯลฯ ล้วนเกิดจากกรรม เหมือนกับคำว่า "ใครกินคนนั้นก็อิ่ม คนอื่นอิ่มแทนไม่ได้"

    เกลือ เค็มเหมือนกันหมด ไทย ฝรั่ง ลาว แขก กินเกลือในที่ลับ ที่แจ้งก็เค็ม เหมือนกัน เกลืออย่างไร กรรมก็อย่างนั้น ทุกชาติศาสนา
    ความบังเอิญไม่มีในโลก ทุกสิ่งถูกลิขิตจากกรรมทั้งกุศล และอกุศลที่สัตว์โลกได้กระทำไว้ทั้งในอดีต และปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับว่า กรรมอันไหนจะส่งผลก่อนกัน


    Cr. Thai Monks

    ขอบคุณที่มา...thamdhamma.blogspot


     
  3. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
    พอรู้ตัว เวลาเจอคนมีอะไรพิเศษ ขนผมจะลุกมากเลย
    แต่อาจเพราะไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ อาจเพราะติดขี้เกียจเลยยังไม่ได้พัฒนาเท่าไหร่
     
  4. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205

    ลองอ่านดู......
    (เป็นละครช่อง3 ที่จบไปแล้ว)

    "น้องเอก มีข้อไหนบ้าง"
    ?????

    ไล่ไปทีละข้อ(ตามเรื่องราวช่อง3 กึ่งบทความข้างล่าง)

    ส่วนตัวผม(9)
    1.ฝันแม่นราวกับตาเห็น!
    หลายๆปี....มีครั้ง
    อย่างงี้ถือว่า...ยังห่างไกลคนมีซิกเซ้นส์
    ส่วนที่ฝันแล้วต้องตีความ เช่นเลข
    ก็นานๆมีบ้าง...แต่มักจะหลังหวยออกแล้ว
    ...เป็นอย่างนี้เป็นกันทุกคนเลย...555

    ส่วนการฝันเห็นผี...ตื่นมาเห็นเงาหลายครั้ง
    โดยเฉพาะครั้งที่ชัดเจนที่สุดคือ
    เห็นผีสาวลางๆนั่งอยู่ที่โต๊ะแป้ง
    หรือเห็นแว๊บๆทะลุหายไปในกำแพง
    ...แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นที่โรงแรม...บ่อยครั้ง

    2.ได้ยินเสียงประหลาด !
    ประเด็นนี้...แต่ก่อนเคยเจอหลายครั้ง
    แต่เป็นเสียงจากการทุบหน้าต่างต่อเนื่องแรงๆ
    ...ในเวลาตี2-3
    (555...ตอนนี้พิมพ์ไปขนลุกไป)

    3.ลางสังหรณ์ !
    เกิดขึ้นบ่อยเหมือนกัน
    ....เกิดขึ้นบ้าง...แห้วบ้าง...สนุกดี
    ส่วนคาดการณ์เรื่องราวต่างๆ
    ....อันนี้พอใช้ได้...เป็นคนเดาเก่ง
    อย่างงี้เวลาเรียน ถึงสอบผ่านทุกวิชา
    ....55555

    4.(เสริมเข้าไปนะครับ)
    ผู้เฒ่าผู้แก่เคยบอกว่า...
    คนที่เจอเหตุการณ์บังเอิญบ่อยๆ
    (บังเอิญชนิดที่เรียกว่ายากที่จะเกิดขึ้น)
    ประมาณว่า บังเอิญซ่อนหรือซ้อนบังเอิญ
    เหมือนมีอะไรดลใจให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาตีลังกา
    ...เพื่อไปพบเจอเหตุการณ์เช่นนั่น



    *******************************************


    เช็กลิสต์! คุณเข้าข่ายมี “สัมผัสที่ 6” เหมือน “ริว” หรือไม่?
    เปิดอ่านแล้ว 6,289 ครั้ง
    6987218593.jpg


    “ริว” น้องชายของรอยจันทร์ที่มีสัมผัสพิเศษ สามารถมองเห็นวิญญาณและสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติได้ ลองเช็กกันดูสิว่าคุณเป็นคนมี “สัมผัสที่ 6” หรือไม่

    “ซิกซ์เซ้นส์” หรือ “สัมผัสที่ 6” หมายถึงประสาทสัมผัสที่นอกเหนือไปจากประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และกายสัมผัส “ริว” ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีซิกซ์เซ้นส์ เขารู้สึกและมองเห็นเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ บางคนอาจจะยังไม่รู้ตัว งั้นลองสำรวจตัวเองกันดีกว่าว่าเข้าข่ายคนมีเซ้นส์เห็นผีเหมือนกับริวหรือไม่

    3071783295.jpg

    ฝันแม่นราวกับตาเห็น! ไม่ได้กินเยอะหรืออินละครมากไป แต่คนมีเซ้นส์มักจะฝันเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะฝันแบบตรงๆ หรือต้องตีความ ทำให้มักจะได้โอกาสตั้งตัวเพื่อป้องกันภัยที่กำลังจะมา

    5317872705.jpg

    สิ่งลี้ลับมักติดต่อมาโดยไม่ถามความสมัครใจกันสักนิด! คนมีเซ้นส์มักสามารถสื่อสารกับสิ่งที่ไม่มีตัวตนได้ บางครั้งอาจจะได้ยินเสียงประหลาด มีลมผ่านวูบไหวใกล้ๆ ตัว เห็นอะไรแว่บไปแว่บมา ลองถามเขาดูไหมว่ามีอะไรอยากคุยกับคุณหรือเปล่า

    9315909810.jpg

    คาดการณ์อะไรไว้ก็เป๊ะเวอร์! อย่าล้อเล่นกับลางสังหรณ์ของคนมีเซ้นส์ ทั้งความรู้สึกนึกคิดของคนรอบตัวที่สัมผัสได้แม้คนนั้นยังไม่ทันเอ่ยปาก ภาพเหตุการณ์อนาคตที่ผ่านเข้ามาในหัวแล้วเกิดขึ้นจริง ถ้าเคยเกิดขึ้นกับตัวเองคุณก็เข้าใกล้คุณสมบัติของคนมีซิกซ์เซ้นส์ไปอีกก้าวแล้ว

    6282145638.jpg

    คนที่มีสัมผัสเหนือธรรมชาติจะตามหาคุณ ดังคำที่ว่า ผีย่อมเห็นผี เช่นเดียวกับริวที่ได้พบเจอและสื่อสารกับคนที่มีซิกซ์เซ้นส์แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจจะเป็นกฎแห่งแรงดึงดูด หรือสิ่งนี้คือชะตาฟ้าลิขิต




    ขอบคุณที่มา...ช่อง33(ช่อง3)
     
  5. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    “เอาอย่างนี้ดีมั้ย” บทความเพื่อ การให้อภัย โดย ครูหนุ่ย - งามจิต มุทะธากุล
    pitch
    19 April 2017



    apai.jpg

    เอาอย่างนี้ดีมั้ย กับ การให้อภัย โดย ครูหนุ่ย – งามจิต มุทะธากุล

    เคยถามคนคนหนึ่งว่า “เชื่อว่ามีชาติหน้าไหม” คนถูกถามตอบว่า เชื่อสิ “แล้วเชื่อว่ามีชาติที่แล้วไหม” ก็ต้องเชื่อสิชาตินี้ก็คือชาติที่แล้วของชาติหน้าไม่น่าถาม คนถามยิ้มหลังโดนค้อนเสียหนึ่งที “แล้วเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมไหม” เชื่อ “เชื่อว่าอย่างไร” ก็ใครทำกรรมอะไรไว้ต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างที่เขาพูดกันว่า กรรมสนองกรรมนั่นแหละ

    ความเชื่อแบบนี้มักถูกนำมาใช้เวลาที่คนคนหนึ่งถูกใครทำร้ายรังแก เอาเปรียบ ทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เมื่อหมดทางแก้ไข  คนส่วนใหญ่มักยอมจำนนปล่อยให้อีกฝ่ายทำร้าย โดยการคิดเสียว่าเราคงเคยทำกรรมกันมาก็ชดใช้กันไป ใช้ๆ มันไปเสียให้หมดจะได้ไม่ต้องมาพบกันอีก บางคนก็ยกเอากฎแห่งกรรมขึ้นมาปลอบใจตัวเองว่า เดี๋ยวมันต้อง
    ถูกกรรมสนองเหมือนที่มันทำกับเรา บางทีก็คิดว่ามันจะต้องชดใช้กรรมที่มันทำเอาไว้ ต้องทุกข์ทรมานมากกว่าเรา

    รากของความคิดแบบนี้มักแฝงไปด้วยความอาฆาตพยาบาท ไม่ใช่ความรู้สึกปลงจริงๆ ความอาฆาตพยาบาทความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกจะทำให้ทั้งสองฝ่ายผูกเวรจองกรรมกันต่อไปอีกหลายภพหลายชาติ สลับกันทำร้าย สลับกันแค้น หมุนกันไปวนกันมาอยู่อย่างนั้น กงล้อแห่งกรรมยังคงหมุนไปตามแรงเหวี่ยงของความโกรธแค้นความพยาบาทอาฆาตไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงได้

    หากต้องการหักกงล้อแห่งกรรมนี้ลงก็ต้องหยุดแรงเหวี่ยง โดยการสลายความแค้นอาฆาตลงด้วยการเจริญเมตตา เมื่อเราเกิดความเมตตาต่ออีกฝ่ายที่ทำร้ายเราได้ การให้อภัยการอโหสิกรรมก็จะเกิดขึ้นได้ การให้อภัยคนที่ทำร้ายเรานั้นไม่ง่ายเลย ใช่ไม่ง่าย ต้องบอกว่ายากถึงยากที่สุดน่าจะถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินวิสัยของมนุษย์ เพราะมันเป็นวิวัฒนาการของจิตมนุษย์ เป็นระบบของธรรมชาติที่มนุษย์จะต้องพัฒนาจิตวิญญาณผ่านกระบวนการของกรรม

    ยังมีมนุษย์ส่วนหนึ่งที่เมื่อชีวิตของเขาต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบาก หรือต้องเจ็บปวดจากการกระทำของคนบางคน เขาเหล่านั้นเฝ้าแต่โกรธแค้นอาฆาตสาปแช่งอีกฝ่ายโดยลืมนึกถึงเรื่องกฎแห่งกรรม หรือเรื่องกรรมสนองกรรมว่าความทุกข์ที่เรากำลังได้รับอยู่นี้แท้จริงแล้วคือผลของกรรมหรือการกระทำของเราในอดีต เราต้องเคยทำให้ใครบางคนเป็นทุกข์อย่างนี้มาก่อน ถ้าเรามั่นใจว่าชาตินี้เราไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับใครอย่างนี้มาก่อนเลย ถ้าเช่นนั้นคงเกิดจากอดีตกาลนานโพ้นคือในอดีตชาติที่เราจำไม่ได้

    พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า ธรรมทั้งหลายไหลมาแต่เหตุ เรื่องราวหรือประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราทั้งสุขและทุกข์เป็นผลของกรรมหรือวิบากกรรม เราเป็นผู้สร้างเหตุแห่งกรรมนั้นด้วยตัวเอง ถ้าเรายอมรับเรื่องกฎแห่งกรรมด้วยใจที่เป็นกลางแล้วพิจารณาลึกลงไปว่าตอนที่เราเป็นผู้สร้างเหตุหรือเป็นฝ่ายทำร้ายเขาให้ได้รับความทุกข์และความเจ็บปวดเช่นที่เรากำลังได้รับอยู่นี้ เขาคนนั้นคงเจ็บปวดทุกข์ทรมานน่าสงสารไม่ต่างจากเราในตอนนี้ ควรเปลี่ยนจากความรู้สึกสงสารตัวเองไปสงสารอีกฝ่ายที่เคยถูกเราทำร้าย เฮ้อ นี่เราสลับกันแค้นสลับกันอาฆาตมากี่ภพกี่ชาติแล้วนี่ พอหรือยัง ทันทีที่จิตเกิดสลดสังเวชเห็นโทษของกรรมนั้นๆ จิตเกิดปัญญาขึ้นแล้ว  เมื่อจิตมีปัญญา การให้อภัยการอโหสิกรรมก็ทำได้ง่าย กงเกวียนกำเกวียนที่หมุนเวียนมานานกี่ภพกี่ชาติไม่รู้ ก็ถึงกาลหักสะบั้นลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอีกแล้วความโกรธ ไม่มีอีกแล้วความแค้นอาฆาตพยาบาท มีเพียงเมตตา เมตตา เมตตาเท่านั้นที่งอกงามขึ้นในจิตดวงนี้

    แต่ถ้าความโกรธแค้นอาฆาตยังมีอำนาจเหนือจิตใจ ยังตะโกนก้องว่า ยัง ยังไม่พอ กงล้อแห่งกรรมนี้ก็จะยังคงหมุนต่อไปอีกนานแค่ไหนไม่มีใครรู้ จนกว่าจิตของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเกิดปัญญา มีดวงตาเห็นธรรมมองเห็นทุกข์โทษของผูกเวรจองกรรม เปิดใจยอมรับกฎแห่งกรรมเรียนรู้และพัฒนาจิตอย่างแท้จริง จนในที่สุดสามารถปล่อยวางความอาฆาตพยาบาทลงได้ กรรมนั้นก็เป็นอันยุติเพราะกฎมันเป็นเช่นนั้น เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ธรรมโอสถที่ใช้รักษาโรคแค้นโรคอาฆาตมีชื่อว่า อภัย

    เมื่อรู้อย่างนี้แล้วยังจะแค้นกันต่อไปทำไมให้เสียเวลาอโหสิกรรมกันเสียชาตินี้เลยดีกว่าไหม



    เรื่อง ครูหนุ่ย - งามจิต  มุทะธากุล

    ขอบคุณที่มา....

    https://goodlifeupdate.com
     
  6. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
    เอาเป็นว่าสิ่งที่ท่าน9โพสต์มีผลต่อผมและคนรอบข้าง เหมือนว่ากำลังเจออยู่แล้ว
    ท่าน9 เอาบทความมาให้อ่าน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาตรงนั้นไปได้
     
  7. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205

    ลองดูอันนี้นะคับ

    แค่สนุกๆ...แต่มีแนวโน้มเป็นเช่นนั่น

    ลองแบฝ่ามือมาดูซักหน่อย

    เพื่อให้รู้ว่า(จำมาจากหมอดู...555)
    "ใครมีสัมผัสที่หก(ซิกเซ้นส์)"

    ตรงกลางฝ่ามือซ้ายหรือขวามีกากะบาท(+)
    อยู่ตรงกลางฝ่ามือ
    แต่ต้องอยู่ตรงช่องนิ้วกลางกับนิ้วนาง
    ระหว่างเส้นใจ(บน)กับเส้นสมอง(ล่าง)
    ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มีซิกเซ้นส์ดี
    สัมผัสสิ่งลี้ลับได้ดีกว่าคนทั่วไป


    ....แค่สนุกๆ
    น้องเอกมีป่าว
    ของผมซ้ายมี2เส้นชัดๆ
    ขวามี1เส้นใหญ่
    ตรงตามตำแหน่งแปะเลย...555
     
  8. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
  9. Khun Krit

    Khun Krit สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    47
    ค่าพลัง:
    +32
    ขอเข้ามาปักหลัก และฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ ^^
     
  10. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205

    ยินดีครับ...คุณKhun Krit

    ยินดีที่ได้ฟังสิ่งดีๆ เรื่องราวสนุกๆ
    จากการแชร์ของคุณ
    ...หรือแค่เข้ามาทักทาย
    ...ก็เป็นความสุขแล้ว

    ขอให้บุญรักษาตลอดไป
     
  11. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    555....น้องเอก
    ผมดูลายมือไม่เป็น(แค่รู้นิดหน่อย)

    ....ชอบดูแค่กากบาท(+)
    ...ว่าอยู่ตรงตามตำแหน่งที่ว่าไว้หรือไม่
    จะได้รู้ว่าคนที่มีสัมผัสที่6...ซิกเซ้นส์
    ประสบเรื่องราวลี้ลับบ่อยครั้งในชีวิต
    มีเส้นกากบาทอยู่ตรงตำแหน่งนี้หรือไม่


    ภาพลายมือที่ส่งมา
    เส้นลายมือเบาบาง...มองไม่ชัด
    ตรงตำแหน่งที่ว่าเห็นลางๆ+(ไม่ชัด)
    ...แต่ผมคิดว่าเอกน่าจะมีเส้นกากบาทนี้เนอะ

    555....บอกได้ไหม...มีกี่กากบาท(+)
     
  12. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    วิธีดูลายมือง่ายๆ ด้วยตัวเอง
    19 ก.ค. 61 (16:57 น.)ความคิดเห็น 9

    Add @Sanook.com
    aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hvLzAvdWQvMTIvNjI2MDEvbW0yLmpwZw==.jpg
    ดูลายมือเป็นศาสตร์หนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมไปดูกันคงจะดีไม่น้อยหากเราทราบพื้นฐานการดูลายมือง่ายๆ ไว้บ้าง เพื่อเอาไว้ดูดวงชะตาของตัวเองแบบคราวๆ ได้ ซึ่งวันนี้ Sanook! Horoscope มีข้อมูลดีๆ มาบอกกัน พร้อมแล้วเตรียมยกมือของคุณขึ้นมาแล้วดูคำทำนายจากด้วยล่างเลยค่ะ

    ดูดวงง่ายๆ ทำได้เอง ดูอย่างไรได้บ้าง ?




    b_02194_002.jpg ดูดวงจากลายมือ



    1. เส้นชีวิต
    เส้นชีวิตเป็นตัวบ่งบอกลักษณะของชีวิตและสุขภาพมากกว่าจะบอกว่าชีวิตจะยาวนานเท่าไหร่ ถ้าเส้นนี้จางและขาดไปบ้าง นั่นหมายความว่าคุณจะมีรากฐานที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก และจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ถ้าเป็นเส้นที่เข้มหน่อย นั่นหมายความว่าคุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงดี เส้นยาวๆ จะเป็นคนที่มีนิสัยโดดเด่น อาจจะเป็นพวกที่ทำอะไรต้องให้ทุกคนรู้ สาวคนที่มีเส้นสั้นๆ ก็จะเป็นคนที่สุขุมและเงียบกว่าส่วนที่มีเส้นโค้งแรงๆ จะเป็นประเภทที่ทำอะไรฉับไว แต่ถ้าเส้นสมองเข้มกว่าเส้นชีวิตคุณจะชอบเรียนมากกว่าเล่นกีฬา หรือถ้าเป็นเส้นที่ตีวงหันออกไป คุณจะได้เดินทางมากกว่าคนอื่น

    2. เส้นหัวใจ
    แฟนเก่า แฟนปัจจุบัน หรือแฟนในอนาคตของคุณจะอยู่ซีกไหนบนเส้นนี้ล่ะ ส่วนที่อยู่ใกล้ๆ กับนิ้วชี้จะบ่งบอกถึงอดีตและอนาคตก็จะอยู่ในทิศของนิ้วก้อย ยิ่งเส้นนี้ยาวมากเท่าไหร่ ความรู้สึกก็จะยิ่งเป็นตัวสำคัญในชีวิตคุณ คุณอาจจะชอบฝันในเรื่องของความรัก เส้นสั้นๆ หมายความว่าคุณจะยึดหลักความเป็นจริงมากกว่าหรือไม่นั้น คุณอาจจะได้เจอกับความรักที่ยิ่งใหญ่ครั้งเดียวในชีวิต ถ้าคุณแฟนเป็นคู่แท้กันจริง ก็อาจจะเป็นไปได้ที่คุณทั้งสองคนจะมีเส้นที่คล้ายกัน

    3. เส้นสมอง
    ถึงแม้ว่าเส้นสมองจะบอกว่าคุณคิดอย่างไร แต่ก็ไม่ได้บอกว่าคุณฉลาดแค่ไหน เส้นมาตรฐานก็จะยาวไปถึงประมาณใต้นิ้วนาง ถ้าเส้นที่สั้นหน่อยก็หมายถึงคนที่มีความคิดง่ายๆ และตรงจุด ส่วนพวกที่คิดมาก ซับซ้อนหน่อยก็จะมีเส้นที่ยาวกว่า เส้นตรงขึ้นมาอีกนิดจะเป็นคนที่มีความคิดแบบโปร่งใส ส่วนเส้นโค้งๆ จะเป็นของคนที่ชอบแนวความคิดใหม่ๆ เส้นลาดชันจะไปอยู่บนมือของพวกที่ครีเอทีฟ แต่ถ้าเส้นมันตวัดขึ้น บางที หัวคุณอาจจะจมอยู่กับเรื่องอะไรสักอย่าง เส้นที่ตรงเป็นแนวนอนจะเป็นคนที่มองอะไรๆ เป็นทางปฏิบัติได้ซะหมดเลย

    4. เส้นวาสนา
    เส้นวาสนาเป็นตัวบ่งบอกถึงความสำเร็จ เส้นเข้มๆ จะบอกได้ว่าคุณสามารถตั้งหลักกับรูปแบบของชีวิตได้เร็ว เส้นบางๆ จะเป็นของคนที่ยังไม่ลงตัวกับชีวิต หรือชอบเปลี่ยนงานอยู่บ่อยๆ เส้นวาสนาส่วนมากจะมาจบที่เส้นหัวใจ แต่ถ้าเส้นของคุณวิ่งขึ้นไปจนถึงนิ้วกลาง คุณจะเป็นคนที่กระตือรือร้นไปจนถึงตอนแก่เลยทีเดียว เส้นวาสนาสองเส้นจะบอกได้ว่าเป็นคนที่ไม่มั่นคงที่มักจะเจอได้บนมือของพวกที่ชอบติดยา หรือติดเหล้า

    5. เส้นเนื้อคู่
    ปกติเส้นบนฝ่ามือเราก็จะมีอยู่ด้วยกันหลายเส้น หรือบางครั้งจะมีเพียงเส้นเดียว นั่นบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของชีวิตคู่ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับคัวเองที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้ เวลาที่เส้นนี้ดูเข้มชัดก็จะบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้นด้วย ส่วนเส้นที่ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนในตอนแรกแต่เข้มขึ้นที่ปลาย ก็หมายถึงความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ในตอนต้นที่จะเริ่มชัดเจนขึ้นและแข็งแรงขึ้น หรือเส้นที่ชัดในตอนแรกและแผ่วเบาที่ปลายก็จะมีความหมายตรงกันข้ามนั่นแหละ

    6. เส้นมีบุตร
    เส้นเหล่านี้ คือ เส้นเล็กๆ ตรงเล็กๆ ที่จะอยู่เหนือเส้นเนื้อคู่ เพราะว่าเส้นนี้จะเล็ก (เล็กมากๆ) แนะนำว่าคุณควรจะไปหาแว่นขยายมาส่องดู เพราะว่าเส้นนี้เป็นเส้นที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า เส้นนี้อาจจะบ่งบอกถึงเด็กที่ใกล้ชิดกับคุณ ซึ่งก็ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นลูกของคุณเสมอไป ตามหลักการโดยทั่วไปแล้ว เส้นที่ตรงจะหมายถึงเด็กผู้ชาย เส้นที่โค้งหน่อยจะเป็นเด็กผู้หญิง ส่วนเส้นที่มีเป็นคู่ๆ ติดกันจะหมายถึงเด็กฝาแฝด



    ขอบคุณที่มา...
    เวปสนุกดอทคอม
     
  13. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    (จากบทความ...ภาพฝ่ามือข้างบน)
    ตำแหน่งกากบาท(+)
    จะอยู่ตรงกลางช่องว่างหมายเลข2-3-4
    และต้องเป็นจุดกากบาท(+)ที่2เส้นตัดกัน
    หรืออย่างน้อยที่สุดจุดที่ตัดกัน...
    ...ต้องอยู่หว่างกลางนิ้วนางกับนิ้วกลาง


    555...พอขำขัน
     
  14. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
    ผมน่าจะ 2
     
  15. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า 169 ลำดับที่ #3374

    ...เกิดความบังเอิญเล็กน้อย(อีกแล้ว)
    คือเมื่อวานบ่ายๆได้รับพัสดุ...
    ....พระเครื่องชุดลป.ดู่(ที่เช่าไว้)(ตามรูป)
    พร้อม
    ลูกแก้วจักรพรรดิ(มณีนพรัตน์)จากวัดถ้ำเมืองนะ
    แหะๆ จึงเกิดความแปลกใจเล็กน้อย...
    เพราะเช้านี้
    tips&tricks (คุยเมื่อกุมภาพันธ์2019)
    ...เริ่มจากน้องธีรนาฎ(เปีย)คุยเรื่องลูกแก้วพญานาคที่ได้มาและนำภาพลูกแก้วพญานาคมาโชว์หลายภาพหลายตอน เพื่อนๆจึงเข้ามาเม้ามอยกันอย่างสนุก
    แล้ว...
    อาจารย์นพได้เข้ามาสาธิตเรื่องเสริมธาตุทองเข้าไปในลูกแก้วพญานาคกลางอากาศ มีคนส่งภาพมาเสริมพลังงานธาตุ รวมทั้งผมด้วย

    [QUOTE="nopphakan, post:

    เค้าเรียก หินเขี้ยวหนุมาน.
    เวลาที่เริ่มฝึกส่งพลังงานออนไลน์
    หน้าตาของพลังงานที่ส่งออกจากตัว
    ผู้ฝึก จะคล้ายแบบชิ้นสีขาวนั้นหละ

    แล้วค่อยๆพัฒนาเป็นแท่งๆ
    หรือแบบละอองฝอย
    ในลำดับต่อมา. ^_^
    นิทานเด้อ

    สิ่งที่ใช่ คือสีที่ชอบ

    ปล ปฐวีธาตุจะคล้าย
    เพชรพยานาค
    ที่เรียกๆกัน ที่สุดยอดคือของ ลป คำ.....
    องค์นี้ ไปไหน พยานาคตามเป็นกองทัพ


    [QUOTE="nopphakan, post:
    (หน้า 170 ลำดับที่ #3394)

    ฟังหูไว้หูเป็นนิทานเด้อ..
    ก็เรียกธาตุทองจากอากาศแล้วก็บรรจุเข้าไป...นั่นหละ
    คล้ายๆเป็นแขนงหนึ่งของสายตบแผ่นทองคำแท้ผ่านหน้าฝาก
    หรือเป่าผงทองคำ อะไรประมาณนี้
    ที่อาจจะเคยได้เห็นพระสงฆ์บางท่าน
    หรือพระฤาษีบางท่านทำ...
    ทางวิทยาศาสตร์ คือ
    การเพิ่มสื่อนำแรงชนิดหนึ่งเข้าไปในวัตถุนั่งเอง
    เป็นสื่อนำแรง ที่ทางโลกเรียกว่า ธาตุทอง
    บางแห่งเรียกผงเศรษฐี
    อะไรนั่นหละ ที่เป็นคล้ายๆละอองน้ำ
    ที่มีในอากาศ อาจจะเคยมองเห็นแต่ไม่ได้สังเกตุ

    พวกนี้เป็นวิชาเฉพาะ
    ผ่านการเรียนในระบบภพภูมิประมาณ ๒ สัปดาห์
    คือ มีเวลาให้เท่านั้น ได้แค่ไหนแค่นั้น ประมาณนี้
    แล้วก็มาลองเรียกและเป่าผ่านคน ๔ คน
    ...เป็นการทดสอบในเบื้องต้น
    แล้วแต่ว่าใครจะทำได้หรือไม่ได้ ประมาณนั่นหละ
    วิชาเฉพาะ คือ มีเรียนเฉพาะบางคน เป็นบางกลุ่ม
    ไม่ได้เปิดเผยเป็นสากล
    เป็นอะไรที่สืบๆกันมา
    อะไรประมาณนี้....
    ถ้าสนใจ เอาแต่รูปมาพอ
    เพราะส่วนตัวคงไม่สามารถสอนใครได้
    เพราะไม่ได้มีหน้าที่หรือเป็นตัวแทนอะไรทางด้านนี้
    ต้นฉบับคือ ท่านปู่ฤาษี ชื่อย่อ ก.
    อีกท่านต่อมา เป็น
    ลป. ชื่อ ย.
    ...ที่วัดมีพระพุทธบาท มีควายเงิน อยู่ที่จ.เลย

    ลำดับต่อมา เป็นฆราวาส อยู่ กทม.
    ในลำดับต่อมา ใครก็รู้ ไม่ใคร ไม่รู้จริงๆ ๕๕
    นิทานเด้อ...



    ****************************************

    (หมายเหตุ...9เอง)
    (ตั้งแต่เริ่มสวดคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
    และเริ่มสวดคาถาพระมหาจักรพรรดิ...ไม่ถึงเดือน
    ได้มีเรื่องประหลาดใจ บังเอิญเกิดขึ้นติดต่อกันหลายๆครั้ง)
    (ตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว)
    ...แล้วจะเกี่ยวกันไหมเนี่ย ???

    (โอนเงินไปเช้า10-9-62...รับมาเมื่อวานบ่ายๆ)
    88584.jpg



    (หมายเหตุ 2)

    ลูกแก้วจักรพรรดิ...ไม่ได้สั่ง
    .....ทางวัดให้มาเอง
    พอเปิดกล่องออกมา..งงๆ
    แต่...ชอบมากเลยครับ

    ขอกราบโมทนา สาธุ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2019
  16. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    เช้านี้มีเรื่องเล่า....
    "ความบังเอิญที่แสนประหลาดใจ"
    ...หรือเป็นบุญบารมีของหลวงปู่ดู่ ???

    ...ทุกท่านลองอ่านดู....
    (ผมจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด)

    ...เมื่อวานซึนหลังจากผมได้รับพระเครื่องลป.ดู่
    จากวัดถ้ำเมืองนะ เชียงใหม่
    ปลุกเสกโดยหลวงตาม้า
    รุ่นดวงโพธิญาณ(ดวงเหนือดวง)ปี51

    ผมต้องสารภาพความจริงว่า...เช่ามาแล้ว
    ในใจเกิดความลังเลขึ้นหลายๆครั้งระหว่างวัน
    ...ว่าจะนำพระไปเลี่ยมขึ้นคอหรือไม่?
    (ซึ่งผมต้องขอขมาหลวงปู่...ที่เกิดความลังเล)
    ด้วยภายหลังคิดว่าจะแขวนแค่ 3 องค์

    ...เริ่มตั้งแต่เช้าเมื่อวานจึงเข้าไปศึกษาข้อมูลต่างๆ

    ก่อนออกจากบ้าน...ช่วงบ่ายๆเข้าไปกูเกิ้ลอีกครั้ง
    เพราะยังหาข้อสรุปไม่ได้ ลังเล ลังเลๆ
    วินาทีสุดท้ายก่อนสตาร์ทรถออกจากบ้าน
    จึงตัดสินใจนำพระเครื่องลปดู่องค์นี้
    ...ติดตัวไปก่อน...ค่อยว่ากันนะ
    พอถึงที่จอดรถเซ็นทรัลก็ขับหาที่จอด
    ช่วงก่อนเลี้ยวโค้งผมมองข้ามไปไกลๆ
    เห็นมีไฟเขียวขึ้นไกลๆแสดงว่าช่องนั่น"ว่าง"
    ผมจึงจองไว้ในใจ(555)...เออมีที่จอดแล้ว
    (เป็นที่จอดด้านที่ผมชอบจอดด้วย...โชคดีจัง)

    พอเลี้ยวโค้ง...เอ้ายุ่งละซินาย
    ข้างหน้าห่างๆผมยังมีอีกคัน
    กำลังเดินหน้าถอยหลังเข้าช่องที่ผมหมายตาไว้
    และเข้าช่องจอดเรียบร้อบแล้ว

    ผมบ่นในใจ "เออเป็นงั้นไป...แห้วเลย...ที่โปรด"
    เชื่อไหม เชื่อไหม...(เกิดอะไรขึ้น)
    ยังไม่ทันบ่นต่อ...
    วินาทีนั่น...รถคันนั่นขับออกไปจากช่องจอดเฉยเลย
    เปลี่ยนใจขับออกไปจอดที่ว่างอีกด้านที่ผมไม่ชอบ
    (ซึ่งตอนก่อนเลี้ยวโค้งผมยังมองไม่เห็นว่ามีที่ว่างนั่น)

    ...ผมคิดถึงพระเครื่องลป.ดู่ที่อยู่ในกระเป๋าทันที
    "งานนี้หลวงปู่แน่ๆเลย"
    "วินาทีนั่นผมได้ข้อสรุปแล้ว...วินาทีนั่นจริงๆ"
    "ความลังเลว่าจะเลี่ยมหรือไม่เลี่ยม...หายไปปลิดทิ้ง"


    หมายเหตุ
    ส่วนตัวผมนี้เป็นขาประจำห้างนี้มากว่า10ปี...ก็ว่าได้
    ทุกวันเสาร์(หรือวันอาทิตย์)...
    ช่วงเที่ยงมักมาเดินตากแอร์ฟรีๆ-กินข้าว
    อ่านหนังสือค่าเวลา(เป็นหนอนหนังสือตัวยง)
    อ่านฟรีบ้าง.....ซื้อบ้าง(ซื้อแล้วไม่เคยอ่านจบ55)
    ...แล้วเดินช๊อปในซุปเปอร์เท่าที่จำเป็น

    อ่ายที่จอดรถแล้ว...เช่นคันเมื่อวาน
    แล้ว...เปลี่ยนใจย้ายที่จอดใหม่กะทันหัน
    ...ซึ่งเลยไปเพียงไม่กี่ช่อง
    ...แล้วมันจะต่างกันตรงไหน
    (ที่สำคัญต้องเดินไกลกว่าจะถึงประตูเข้าห้าง)
    ...เคสนี้ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก...เมื่อวาน

    ถ้างานนี้มิใช่
    หลวงปู่ดู่ดลใจ
    เพื่อให้ผมตัดสินใจ...เลี่ยมเถิดๆๆ

    คงเป็นความบังเอิญที่แสนประหลาดใจ

    และสิ่งที่ควรประหลาดใจกว่าคือ
    ลป.ดู่รุ่นนี้คือรุ่น
    "ดวงเหนือดวง"
    เรื่องราวสดๆร้อนๆที่เล่ามา
    ...ย่อมประจักษ์ชัดเจนว่า
    ...นี่คือ
    ดวงเหนือดวง
    ...เป็นไปตามชื่อรุ่นจริงๆ

    87076.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กันยายน 2019
  17. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
    อัพเดทการสร้างพระศรีอาริยเมยตรัยครับ
    69979563_398528724180657_8085821468581036032_n.jpg
     
  18. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,459
    ค่าพลัง:
    +4,205
    อนุโมทนา สาธุ

    ขอนำบทความข้างล่างนี้มาให้ทุกท่านอ่าน
    .....อาจเป็นประโยชน์


    *****************************************


    ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีกับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป

    nintara1991
    14 September 2019



    %B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C.jpg

    ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี กับการสร้างสรรค์พระพุทธรูป

    แม้ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี จะก้าวเข้าสู่ปัจฉิมวัยแล้วก็ตาม ท่านยังสร้างสรรรค์ผลงานด้านศิลป์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานประติมากรรม ได้แก่พระราชานุสาวรีย์ และอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

    ประติมากรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมานะและอุตสาหะของท่านที่มีต่อการศึกษาและอนุรักษ์ศิลปะของไทย มีเหตุการณ์หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าท่านรักในความเป็นไทยอย่างแท้จริง เสวต เทศน์ธรรมได้เล่าถึงครั้งยังเป็นนักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปกรอยู่ว่า ตอนที่อาจารย์ศิลป์สอนวิชาองค์ประกอบศิลป์ ท่านหอบรูปภาพสำหรับการสอนมาที่ห้องแล้วบอกว่า



    S__34889735-1024x768.jpg
    ภาพจาก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย ดำรง วงศ์อุปราช


    “วันนี้ให้พวกนายออกแบบฉากละคร”

    เพื่อนคนหนึ่งถามท่านว่า “จะให้ออกแบบเรื่องอะไรครับ สวอน เลค หรือโรมีโอกับจูเลียตครับ”

    “ไม่ละนาย เรามันคนไทย ต้องออกแบบเรื่องไทย ๆ ซิ” ท่านพูดต่อว่า “วรรณคดีไทยเรามีตั้งหลายเรื่อง เช่น สังข์ทอง ไกรทอง พระสุธน มโนราห์”

    เพื่อนคนนั้นจึงถามว่า “จะให้ออกแบบตอนไหน และเรื่องบางเรื่องก็ไม่รู้ว่าเป็นไงมาไง อย่างเช่นเรื่องพระสุธน”

    อาจารย์ศิลป์ยิ้มนิดหน่อยแล้วพูดว่า “เอาละ พวกนายนั่งให้เรียบร้อย ฉันจะเล่าให้ฟังเรื่อง พระสุธน… พระสุธนนะ….”

    เรื่องที่อาจารย์เสวต เทศน์ธรรมเล่าสู่กันฟังคงทำให้ชาวศิลปากรอดที่จะอมยิ้มไม่ได้ เรียกได้ว่าท่านเป็นฝรั่งหัวใจไทยเลยก็ว่าได้



    693994DB-AEAB-4585-8B9D-7857FFF1744C-1024x767.jpg
    Advertisement

    ภาพจาก ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย ดำรง วงศ์อุปราช


    ผลงานชิ้นหนึ่งของท่านที่สะท้อนความสามารถชั้นสูงในด้านศิลปะไทยจนเป็นที่ประจักษ์ คือ พระศรีศากยะทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ พระประธานประจำพุทธมณฑล ซึ่งได้ดำเนินการสร้างใน พ.ศ. 2500 ประดิษฐานยังใจกลางพุทธมณฑล พระพุทธรูปพระองค์นี้มีความพิเศษคือ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 25 พุทธศตวรรษ อันเป็นวาระสำคัญของพุทธศาสนิกชนชาวไทย พระพุทธรูปองค์นี้ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีได้ประยุกต์มาจากพระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัย



    A08E4634-DB5F-4CA8-98BD-4688ECA35F7D-1024x767.jpg
    ภาพจาก ชีวิตและงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ


    ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีมีความเห็นว่า พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปที่มีความคลาสสิกและมีความงามที่สุด ท่านได้เสนอความเห็นในเรื่องความงามของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยไว้ว่า “พระพุทธรูปที่สวยงามในศิลปะแบบสุโขทัยเป็นรูปพระพุทธองค์เมื่อเสด็จตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว และเมื่อเป็นดังนั้น ระบบกล้ามเนื้อต่าง ๆ ก็จะผ่อนคลาย และพระองค์ก็จะอยู่ในความสงบนิ่งอย่างแท้จริง พระพักตร์สงบมีรอยเผยอยิ้มเล็กน้อย แสดงถึงปีติอันเกิดขึ้นภายในอย่างสมบูรณ์ ภายหลังการตรัสรู้แล้ว พระพุทธองค์ก็เสด็จอยู่ในห้วงแห่งพระนิพพานมากกว่าห้วงแห่งโลก และช่างไทยก็ประดิษฐ์พระพุทธรูปประทับนั่ง ลีลา หรือไสยา ก็จะมีลักษณะอันละมุนละไมและลอยดุจอยู่ในสรวงสวรรค์นี้ผสมอยู่ด้วย”



    S__34889739-819x1024.jpg
    Advertisement

    ภาพจาก ชีวิตและงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ


    พระศรีศากยะทศพลญาณฯ เป็นงานศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยใหม่กับศิลปะไทยสมัยสุโขทัย อันแสดงให้เห็นถึงภูมิความรู้ด้านพระพุทธรูปไทยของท่านอีกด้วย



    ที่มา :

    ชีวิตและงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ

    https://th.wikipedia.org

    www.finearts.su.ac.th

    ภาพ :

    ชีวิตและงานของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย วิบูลย์ ลี้สุวรรณ

    ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี โดย ดำรง วงศ์อุปราช


    ขอบคุณที่มา....
    https://goodlifeupdate.com/healthy-mind/174160.html
     
  19. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530

    สิ่งดีๆๆดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาไงท่าน
     
  20. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,815
    ค่าพลัง:
    +9,530
    เหรียญเท่าไหร่ครับ 5555
     

แชร์หน้านี้

Loading...