ขอเชิญทอดผ้าป่าเพื่อสร้างกุฎิสงฆ์ ถวายหลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม

ในห้อง 'กฐิน - ผ้าป่า - งานวัด' ตั้งกระทู้โดย Ramtongthai, 12 กุมภาพันธ์ 2014.

  1. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ขอเชิญทอดผ้าป่าเพื่อสร้างกุฎิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม จ.อุดรธานี



    เชิญร่วมกราบนมัสการ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี และร่วมงานพิธีตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 17 เนื่องในวันมาฆบูชา 2557 เพื่อมอบแด่โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ

    พร้อมงานพิธีทอดผ้าป่าเพื่อสร้างกุฎิสงฆ์ ณ วัดป่ารวมธรรม จ.อุดรธานี ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ.57 เวลา 7.00 - 9.30 น. ครับ โทร.02 685 2255



    กำหนดการถวายจังหันเช้า หลวงพ่ออินทร์ถวาย ดังนี้
    วันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ.57 หน้าอาคารอมรินทร์พลาซ่า ราชประสงค์ (BTS ชิดลม)


    7:00 หลวงพ่ออินทร์ถวาย แสดงธรรม
    7:30 ทอดผ้าป่าสร้างกุฏิถวายหลวงพ่ออินทร์ถวาย
    8:00 คณะสงฆ์ 108 รูป รับบาตรหนังสือ (เฉพาะหนังสือเท่านั้น ไม่รับอาหาร หรือของบริโภค มีบูธหนังสือบริการ)
    9:00 ถวายจังหันเช้า พระป่า 9 รูป ณ หอประชุมพุทธคยา ชั้น 22 (นำภัตตาหารมาร่วมได้ นำมอบให้เจ้าหน้าที่ก่อน 8.30 น.)
    9:30 บริจาคโลหิต

    สอบถามรายละเอียด 02-6852255



    สามารถร่วมสร้างกุฏิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม อุดรธานี ได้ที่:

    ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ "มูลนิธิธรรมดีเพื่อร่วมบุญสาธารณประโยชน์" เลขที่ 026-2-38513-4

    หมายเหตุ สามารถร่วมบุญสร้างกุฏิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม อุดรธานี ได้ จนกว่าจะสร้างกุฏิสำเร็จ



    แหล่งอ้างอิง https://www.facebook.com/DoDFoundation
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 กุมภาพันธ์ 2014
  2. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ขอเชิญร่วมสร้างกุฏิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม อุดรธานี


    สามารถร่วมสร้างกุฏิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม อุดรธานี ได้ที่:

    ธ.กสิกรไทย สาขาสยามสแควร์ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ "มูลนิธิธรรมดีเพื่อร่วมบุญสาธารณประโยชน์" เลขที่ 026-2-38513-4



    สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-6852255


    ต้องการใบอนุโมทนาบัตร กรุณา เขียนชื่อ/ที่อยู่ ให้ชัดเจน แล้วส่งมาได้ที่ โทรสาร 02 610 2378 หรือ dhamdeeonline@gmail.com (*) หมายเหตุ ใบอนุโมทนาบัตรของมูลนิธิธรรมดี ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้




    หมายเหตุ สามารถร่วมบุญสร้างกุฏิสงฆ์ ถวายพระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ณ วัดป่ารวมธรรม อุดรธานี ได้ จนกว่าจะสร้างกุฏิสำเร็จ



    แหล่งอ้างอิง https://www.facebook.com/DoDFoundation
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กุมภาพันธ์ 2014
  3. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ขออนุโมทนาบุญสาธการ ทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในมหากุศลคราวนี้ ทุกๆประการ ทุกๆท่านด้วยเทอญ
     
  4. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ขอเชิญร่วมกราบนมัสการ พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาสวัดป่านาคำน้อย จ.อุดรธานี และร่วมงานพิธีตักบาตรหนังสือดี ครั้งที่ 17 เนื่องในวันมาฆบูชา 2557 เพื่อมอบแด่โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ พร้อมร่วมทอดผ้าป่าเพื่อสร้างกุฎิสงฆ์ ณ วัดป่ารวมธรรม จ.อุดรธานี ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ.57 คราวนี้ด้วยเทอญ
     
  5. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    พระคาถาแผ่เมตตาจิตให้ประเทศไทย ของ หลวงปู่ครูบาเจ้าเกษม เขมโก

    "รัฏฐปาลา สมัคคา สทา โหนตุ "

    https://www.facebook.com/Thammaphormaekruarjahn?fref=ts
     
  6. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ประวัติวันมาฆบูชา

    วันมาฆบูชา ได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธเนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่ามกลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 รูปนั้นได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4

    เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีมาฆบูชาในประเทศพุทธเถรวาท จนมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 4) พระองค์ได้ทรงปรารภถึงเหตุการณ์ครั้งพุทธกาลในวันเพ็ญเดือน 3 ดังกล่าวว่า เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญยิ่ง ควรมีการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาเลื่อมใส จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชกุศลมาฆบูชาขึ้น โดยการประกอบพระราชพิธีคงคล้ายกับวันวิสาขบูชา คือมีการบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ มีการพระราชทานจุดเทียนตามประทีปเป็นพุทธบูชาในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระอารามหลวงต่าง ๆ เป็นต้น โดยในช่วงแรกพิธีมาฆบูชาคงเป็นการพระราชพิธีภายใน ยังไม่แพร่หลายทั่วไป จนต่อมาความนิยมจัดพิธีมาฆบูชาจึงได้ขยายออกไปทั่วราชอาณาจักร

    นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2549 รัฐบาลไทยได้ประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็น "วันกตัญญูแห่งชาติ" เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยวัยรุ่นสาวมักจะเสียตัวในวันวาเลนไทน์หลายหน่วยงานจึงพยายามรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็นวันแห่งความรัก (อันบริสุทธิ์) แทน
    ในปี พ.ศ. 2557 นี้ วันมาฆบูชาจะตรงกับ วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์

    ความสำคัญ

    "วันมาฆบูชา" เป็นวันที่ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าทรงประทานโอวาทปาฏิโมกข์แก่มหาสังฆสันนิบาตในมณฑลวัดเวฬุวันมหาวิหาร ซึ่งในวันนั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น 4 ประการคือ
    1. พระสงฆ์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาตามแว่นแคว้นต่างๆ ได้กลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
    2. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นเอหิภิกขุที่พระพุทธเจ้าทรงบวชให้ด้วยพระองค์เองทั้งสิ้น ซึ่งเรียกว่า เอหิภิกขุอุปสัมปทา
    3. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ คือผู้ได้อภิญญา 6 ข้อ
    4. วันที่พระสงฆ์ทั้งหมดมาชุมนุมกันนี้ตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3)
    ด้วยเหตุการณ์ประจวบกับ 4 อย่าง จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จาตุรงคสันนิบาต (มาจากศัพท์บาลี จตุ+องฺค+สนฺนิปาต แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ประกอบทั้งสี่ประการ) โดยประชุมกัน ณวัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว 9 เดือน (45 ปี ก่อนพุทธศักราช)

    จาตุรงคสันนิบาต

    โดยพระอรหันต์ทั้งหลายนั้นต่างไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร กรุงราชคฤห์ อันเป็นที่ประทับ โดยมีคณะทั้ง 4 คือ คณะศิษย์ของชฎิล 3 พี่น้อง คือ คณะพระอุรุเวลกัสสปะ (มีศิษย์ 500 องค์) คณะพระนทีกัสสปะ (มีศิษย์ 300 องค์) คณะพระคยากัสสปะ (มีศิษย์ 200 องค์) และคณะของพระอัครสาวกคือคณะพระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ (มีศิษย์ 250 องค์) รวมนับจำนวนได้ 1,250 รูป (จำนวนนี้ไม่ได้นับรวมชฎิล 3 พี่น้อง และพระอัครสาวกทั้งสอง)
    การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในวันมาฆฤกษ์นี้ เป็นไปโดยมิได้มีการนัดหมาย และเป็นการเข้าประชุมของพระอรหันต์จำนวนมากเป็นมหาสังฆสันนิบาต และประกอบด้วย "องค์ประกอบอัศจรรย์ 4 ประการ" คือ พระสงฆ์สาวกที่มาประชุมพร้อมกันทั้ง 1,250 องค์นั้น ได้มาประชุมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดต่างล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นพระสงฆ์ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง , พระสงฆ์ทั้งหมดที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา 6 และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้นจึงมีคำเรียกวันนี้อีกคำหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4 ดังกล่าวแล้ว
    มีผู้เข้าใจผิดว่าเหตุสที่พระสาวกทั้ง 1,250 รูปมาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายนั้น เพราะวันเพ็ญเดือน 3 ตามคติพราหมณ์เป็นวันพิธีมหาศิวาราตรีเพื่อบูชาพระศิวะ พระสาวกเหล่านั้นซึ่งเคยนับถือศาสนาพราหมณ์มาก่อนจึงได้เปลี่ยนจากการรวมตัวกันทำพิธีชำระบาปตามพิธีพราหมณ์ มารวมกันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแทน แต่ความดิดนี้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะพระศิวะเป็นเทพที่ชาวฮินดูเริ่มบูชากันในยุคหลังพุทธกาล คือตั้งแต่ พ.ศ. 800 เป็นต้นมา

    ประทานโอวาทปาฏิโมกข์

    พระพุทธเจ้าเมื่อทอดพระเนตรเห็นมหาสังฆสันนิบาตอันประกอบไปด้วยเหตุอัศจรรย์ดังกล่าว จึงทรงเห็นเป็นโอกาสอันสมควรที่จะแสดง "โอวาทปาฏิโมกข์" อันเป็นหลักคำสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่ที่ประชุมพระสงฆ์เหล่านั้น เพื่อวางจุดหมาย หลักการ และวิธีการ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย พระพุทธองค์จึงทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาตนั้น มีใจความดังนี้
    • พระพุทธพจน์คาถาแรกทรงกล่าวถึง พระนิพพาน ว่าเป็นจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีว่า "นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา"
    • พระพุทธพจน์คาถาที่สองทรงกล่าวถึง "วิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงโดยย่อ" คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี และการทำจิตของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง ส่วนนี้เองของโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำกันไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งคาถาในสามคาถากึ่งของโอวาทปาฏิโมกข์เท่านั้น
    • ส่วนพระพุทธพจน์คาถาสุดท้าย ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนา 6 ประการ คือ การไม่กล่าวร้ายใคร, การไม่ทำร้ายใคร , การมีความสำรวมในปาฏิโมกข์ทั้งหลาย, การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร และการรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด

    ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

    facebook.com/pages/พุทธมหาเจดีย์หลวงตาพระมหาบัว-ญาณสมฺปนฺโน-ภูผาแดงฯ
     
  7. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "เราจะนอนก็ไหว้พระ ไม่ได้อะไรก็ภาวนาไป ไหว้พระ ๓ ที ๑๐ ที พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง เป็นสรณะที่พึ่งของตน แล้วก็นั่งสมาธิไป ภาวนาไป พุทโธ พุทโธ หลับตานั่งนาน ๆ ไม่นานมากก็ ๕ นาที ๑๐ นาที ค่อยหัดไปทุกวัน ๆ ไป ดีกว่านอนเปล่า ๆ ไม่มีอะไร อยากได้คุณงามความดี สิ่งที่ดีที่ชอบก็ต้องประกอบให้เกิดขึ้นในจิตในใจ

    การภาวนามันเป็นยอดของทานอันเลิศ เก็บอยู่ในจิตในใจทุกภพทุกชาติไปจนได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ก็ต้องอาศัยบำเพ็ญบารมีของตนนี้แหละ บารมีของตนนี้แหละเป็นเสบียงอาหารไปข้างหน้าอีก เกิดไปชาติไหน ก็เป็นคนที่มีความดีความงามอยู่ในจิตใจ เพราะเราได้ฝึกหัดดัดแปลงจิตใจของเราให้มันบริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจ"

    หลวงปู่สาม อจิญฺจโน

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  8. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "โลกนี้อยู่ยากขึ้นทุกวัน
    ต้องอาศัยการควบคุมตนให้ได้
    ใจให้สงบระงับ มั่นคง
    บริสุทธิ์อยู่ ไม่เบียดเบียนใครผู้ใด
    เช่นนี้ ก็พอจะอยู่ได้บ้างอย่างมีสุข"


    หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  9. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ดร.วิษณุ เครืองามเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา

    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557

    ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิษณุ เครืองาม กล่าวต้อนรับนักศึกษาครูสมาธิรุ่นที่ 34 เเละเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการเรียนในหลักสูตรของสถาบันพลังจิตตานุภาพ ซึ่งรวมถึงเล่าความประทับใจเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ความสามารถของพระธรรมมงคลญาณ(พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ผู้สร้างหลักสูตรครูสมาธิขึ้นมาซึ่งเป็นวิชาสมาธิที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=SgS5VkE2jM4]ดร.วิษณุเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา - YouTube[/ame]​


    ดร.วิษณุเล่าถึงหลักสูตรครูสมาธิเหมาะกับทุกชาติทุกศาสนา : สถาบันจิตตานุภาพ
     
  10. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "การทำสมาธิแบบบริกรรม"

    การบริกรรม ทำให้จิตเป็นหนึ่ง
    จิตเป็นหนึ่ง ทำให้เกิดความสงบ
    ความสงบ ทำให้จิตมีพลัง
    จิตมีพลัง ทำให้มีสติระลึกรู้
    มีสติระลึกรู้ ทำให้เกิดปัญญา
    มีสติปัญญา ทำให้รู้ทันอารมณ์
    การรู้ทันอารมณ์ ทำให้จิตเป็นกลางได้


    พระเดชพระคุณ พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)

    https://www.facebook.com/onuma.kaewbua
     
  11. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "เราจึงวิตกวิจารณ์กับบรรดาพี่น้องชาวพุทธในเมืองไทย
    มีเรื่องทาน เรื่องศีลมี แต่ภาวนาไม่ค่อยมีใครสนใจ
    หลักใหญ่ที่จะทรงทานทรงศีลไว้เพื่อเพิ่มพูนกำลังวังชาขึ้นไปอีกนั้น
    คือจิตภาวนา มันไม่ค่อยสนใจ ก็เลยให้ทานไปธรรมดา
    เลยกลายเป็นประเพณี เขาให้ทานเราก็ให้ไปธรรมดา
    มันไม่ได้ถึงใจนะ ถ้าจิตภาวนาเข้าถึงใจแล้ว โอ๊ยเรื่องทานก็ดี
    เรื่องศีลก็ดี มันจะหนักแน่นขึ้นทุกอย่าง
    เพิ่มกำลังเข้าไปทุกอย่าง ถ้าได้เจอ
    นี่รากเหง้าหรือแก่นของพระพุทธศาสนาอยู่ที่จิตภาวนานะ"

    @ภาวนามยปัญญาเกิดจากภาคปฏิบัติ@
    ๑๗ มกราคม ๒๕๔๖ -หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
     
  12. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "คนเฮาเกิดมาให้มาสร้างบารมี บ่อว่าคนจนหรือคนรวย มันกะคนคือกัน จนกะคน รวยกะคน เขาให้มาสร้างบุญสร้างกุศล"

    โอวาทธรรม
    หลวงปู่จันทน์เรียน คุณวโร
    วัดถ้ำสหาย อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี

    https://www.facebook.com/luangpoosang
     
  13. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    โลกนี้มีแต่ทุกข์ทั้งหมดหาใช่สุขไม่
    จงมาเห็นความจริงกันเสียเถิด
    อย่าได้หลงเกิดให้ทุกข์อีกต่อไป

    ...หลวงปู่แหวน สุจิณโณ..

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  14. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    มาชมบารมี หรือ มาแล้ว สมกับคำเล่าลือไหมล่ะ เขาว่า หลวงตาจามวัดป่าบ้านห้วยทราย มาเห็นแล้วเป็นอย่างไร มีอะไรน่าดูไหม ดูสิ กายนี้ก็แก่เก่าคร่ำคร่า ผิวกระด่างกระดำเต็มไปหมด ฟันก็หายไปเหลือไม่เท่าไหร่ เช้าเย็นก็ต้องชำระมัน
    ดูเล็บสิ ตัดเองก็ไม่ได้ ต้องอาศัยพระเณรมาช่วยตัดให้ ขนตามกายตามตัวก็หลุดหายไป ผมก็ขาวก็หงอกไปแล้ว ไม่เห็นมีอะไรดี

    หากจะมีดีก็ดีไปหาวันตายเท่านั้น เมื่อไหร่มันจะตาย เอ้อ..ดูให้หน่อย วันไหนจะตาย

    มาดูแต่ผู้เฒ่าใกล้ตาย อีกไม่นานก็มาดูคนตาย ตายแล้วมมาดูกระดูก มาดูหุ่นปั้น

    ...หลวงปู่จาม มหาปุญโญ...

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  15. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    ส้วมเคลื่อนที่ !!!

    ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกายโดยมีหนังกำพร้าห่อหุ้มอยู่ ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็น ความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวหนังห่อหุ้มเท่านั้น ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวัน เพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายในหลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่องของผิวกายอยู่ตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรกเหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้องทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเอง ยิ่งพิจารณาไปคนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

    หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
    วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     
  16. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "วัตถุสมบัติที่เราโลภกันอยู่ คือว่า พอไม่เป็น อิ่มไม่เป็น หวงแหน กลัวจะหมดเงินหมดทอง ความโลภหมักหมมใจตัวเอง คือไม่คิดล่วงหน้าว่า เราเกิดมากับโลกอันนี้ มีใครบ้างที่มาหอบหามสมบัติของโลกไปได้ตลอดกาล มันไม่มี

    ถ้าคนมีความฉลาดทางสติปัญญาของตัวเอง เขาจะเอาเงินทอง วัตถุธาตุของโลกที่มีอยู่ มาแปลงเป็นบุญกุศลได้ นั่นหมายถึงการให้ทาน เสียสละ นี้คือการสร้างบารมี"



    หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ เทศน์ 1 ก.พ.52


    https://www.facebook.com/WatpabankohDhamma
     
  17. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    "กินข้าวนอกพรรษา หรือในพรรษา ก็อิ่มเท่ากัน
    ไม่ใช่ว่า เข้าพรรษาจึงภาวนาปฏิบัติ
    ถึงจะออกพรรษาก็ต้องภาวนาต่อเนื่องกัน
    ในพรรษา หรือ นอกพรรษา คุณภาพของบุญเท่ากัน
    การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท ..."


    โอวาทวันออกพรรษาปี 2550
    พระอาจารย์ทูล ขิปฺปปญฺโญ วัดป่าบ้านค้อ อุดรธานี

    https://www.facebook.com/WatpabankohDhamma
     
  18. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    คำบริกรรมจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับสติและความตั้งใจอันแฝงในความฉลาดเฉพาะตัว ถ้าฉลาดอยู่ในตัวแล้ว คำบริกรรมอะไรก็ดีทั้งนั้น

    Whether or not a mantra will be effective relies on your mindfulness, dedication and wisdom. If you have wisdom, all mantras are effective.


    (จากหนังสือ สัมมาทิฏฐิ โดย หลวงพ่อทูล ขิปปปัญโญ)

    https://www.facebook.com/WatpabankohDhamma
     
  19. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    คติพจน์พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก ปัจจุบันธรรม – ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

    “ประดับชีวิตของเราให้มีค่า ทุกเวลาผ่านไปแล้วย่อมผ่านไปเลย พากันเร่งสร้างคุณธรรมประจำใจไว้ พร้อมสำนึกอยู่เสมอว่า ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะกิตติศัพท์ ทรัพย์โภคา หาไปด้วย (ไม่ได้ไปด้วย) มีแต่บุญเข้าช่วยเมื่อม้วยมรณ์”


    จากหนังสือประทีปอริยธรรม หน้า 61

    watpanakamnoi.com
     
  20. Ramtongthai

    Ramtongthai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2007
    โพสต์:
    14,985
    ค่าพลัง:
    +4,683
    [​IMG]

    "กาลใดที่ขาดสติ กาลนั้นเรียกว่าขาดความเพียร แม้กำลังเดินจงกรมหรือนั่งสมาธิอยู่สักแต่ว่าเท่านั้น"

    หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

    facebook.com/pages/พระอรหันต์-สายหลวงปู่มั่น
     

แชร์หน้านี้

Loading...