ความหมายของพระยาธรรมิกราช

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย manforlove, 27 สิงหาคม 2012.

  1. manforlove

    manforlove เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    367
    ค่าพลัง:
    +214
    ความหมายของพระยาธรรมิกราช
    พระยา:เจ้าเมือง พระผู้เป็นเจ้าแห่ง.....
    ธรรม:ผู้ครองธรรมของพระพุทธเจ้า เจ้าแห่งอรหันต์ เป็น ศาสนูปถัมภก และเป็นผู้เห็นธรรมทั้งปวงทุกศาสนา
    มิกราช:ส่วนผสมของจิตวิญญาณของกษัตริย์ของทุกประเทศในโลกและส่วนผสมของจักรพรรดิราชทุกดวงดาว(มีความรู้ในการต่างๆมากมาย)
    อิสานเรียกสั้นว่า พระยาธรรม
    ผู้เป็นใหญ่เป็นเจ้าแห่งธรรม ผู้ให้กำเนิดทุกศาสนาในจักรวาล เป็นผู้สร้างโลกและดวงดาว และให้ศาสตร์แห่งการปกครองในจักรวาล
    ดังนั้น ร่างทรงองค์เทพผู้มีญาณ และ ชนที่มีธรรมจึงเรียกว่า
    ธรรมิกชน และสหธรรมิกชน ธรรมิกชนมีความรู้มายเท่าใด นั่นคือสิ่งที่พระยาธรรมิกราช สอนให้ในภาคทิพย์
    เป็นผู้ให้ศาสตราต่างๆของจักรวาล เป็นผู้เนรมิตรศาตราในภาคทิพย์
    บัดนี้มาเกิดเป็นสามัญชน อยู่ในประเทศไทย ธรรมิกชนมีหลายพระองค์หลายขนาด เช่น จักรพรรดิ กษัตริย์ และ เสนา ขุนคลัง นี่ยังไม่รวม จิตวิญญาณ
    จากกษัตริย์ในโลกธาติอื่นมาเกิดอีกและเกิดเป็นสามัญชน
    มีคำจำกัดความว่า ยากยิ่งนัก ที่พระเจ้าจักรพรรดิราช จะได้เกิดเป็นสามัญชน เพราะมีอิสระยิ่งกว่ากษัตริย์ มีภาระน้อย มีการงานที่เป็นประโยชนืกับจักรวาลเป็นล้นพ้น แก้ไขมิติต่างให้ออกจากกองทุกข์ แอบช่วยเหลืองานของกษัตริย์ลับๆช่วยปวงเทพเทวดาจัดสรรค์สวรรชั้นต่างๆเสียใหม่ ผู้ทรงสร้างโลกและสวรรค์นั้นเอง และอย่างนี้ปวงกษัตริย์ ในโลกรู้จัก และกว่าจะยอมรับได้ ต้องใช้เวลา มีปรากฏในทุกคำภีร์ทุกศาสนาคำภีร์พุทธว่ากันว่ามีลงมาสามองค์ แต่ อันกุรอ่าน และ คำภีร์คริสบอกมีองค์เดียว หรือจะเป็นองค์เดียวในแต่ละศาสนา คือศาสนาละคนก็ไม่ทราบได้ และ กึ่งพุทธกาลเป็นพุทธประเพณีที่จะมีพระเจ้าจักรพรรดิราชมาคุ้มครองศาสนาแต่ว่าการต้อนรับของคนในประเทศที่มีกิเลส ต้อนรับด้วยความไม่เข้าใจและปัญญาน้อยสิ้นดีเพราะทุนนิยมครอบงำ
     
  2. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,170
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +27,057
    :cool:ความหมายของพระยาธรรมิกราช:cool:

    หมายถึง พระราชา ผู้ทรงธรรม หรือพยาเจ้าเมือง ประเทศ เอกราช นั้นๆ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน นั้นๆ ปกครองแผ่นดินโดย ธรรม เรียกว่า พระราชาธรรม มิกราช ทรงไว้ซึ่งพรหม วิหาร ๔ มีเมตตาธรรม ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มีเมตตา ต่อพสกนิกร ปวงประชาราช ดุจลูกของพระองค์ มีความกรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สงเคราะ สงสาร เพื่อให้ ประชาราช มีความสุข ในการ ครองชีพ ทำมาหากิน โดยความสุจริต หาการงาน ทำมาหากิน ไปทุกหย่อมหญ้า เพื่อให้ประชาชน ของพระองค์ มีความสุข มั่นคง ในฐานะ ชีวิตและทรัพย์สิน พระองค์ ไม่เคยอิจฉาริษยา ต่อ ลูก ซึ่ง เป็นพสกนิกร ขององค์ ยินดีเมื่อลูกๆทั้ง หลายมีความสุขความเจริญก้าวหน้า เมื่อลูกๆ เพี่ยงพล้ำ พระองค์ องค์ไม่เคย ซ้ำเติม วางเฉย เป็นอุเบกขา เมื่อมีโอกาศ ก็สั่ง สอน โดยธรรม ถ้าทำความผิด โดยร้ายแรง ก็ว่ากัน โดยความผิด ตามฐานของความผิดนั้นๆ และยังทรงไว้ ซึ่ง คุณธรรม อีกหลายประการ แต่เมื่อมีพรหม วิหาร ๔ ครบถ้วน บริบูรย์ คุณธรรม ทุกข้อ พรหมวิหาร สี่ คุมหมด

    ไม่มีผู้ใดจะไปสร้างโลกได้ แม้แต่ญาณ ของพระพุทธเจ้า ยังมิอาจเล็งถึง ได้เลย แต่พระองค์ได้ตรัสไว้ กรรมของเราคือการกระทำของเราต่างหาก ที่เป็นผู้สร้างให้ตัวเราเอง ไปเกิด เป็น อะไรต่อมิอะไร มากมาย แต่ท่านได้ สอนไว้ ว่า ผู้ใดก็ตาม อยากจะไปเป็น พระพุทธเจ้า ต้องสร้างบุญบารมีอย่างไร ถึงจะได้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระปัจเจกระพุทธเจ้า อัครสาวก พระสาวก ธรรมดา จะเกิดเป็นพระเจ้า จักพรรดิราช ต้องทำอย่างไร พระมหากษัตย์ ต้อง สร้างบุญอย่างไร ถึงจะไปเกิดเป็นได้ ไม่ว่าตำแหน่ง พระอินทร์ หัวหน้าเทวดา พรหม ก็เช่นกัน มันมีแนวการสร้าง ที่จะไปเกิด เป็นอย่างนั้นๆ ท่านได้ บอกไว้หมด และคนที่จะไปเกิด เป็นสัตว์นรก เปรตอสูรกาย สัตว์เดียรัชฉาน ได้บอกทุกอย่างไม่สามารถนำมากล่าวไว้ที่นี้ ได้หมดครับ

    อย่าง ท่านที่ปราถนา จะเป็นพระพุทธเจ้า ก็ต้องขยันเกิดขยันตาย มาสร้างบารมี ให้เต้ม ต้องเกิดมากกว่าพวกปราถนาสาวก ต้องลงมาจุติในโลกมนุษย์ เท่านั้น เกิดเป็นระหว่างคน และสัตว์เท่านั้น ตั้งแต่สัตว์เล็ก ไปหาสัตว์ใหญ่ ไปเกิด เป็นพรหม เขาไม่คิดให้ อย่างสาวกนี่ บำเพ็ญเป็นเทวดา พรหม ได้ พวกพุทธภูมิ มันจะไปเป็นครู เขานี่ มันต้องลำบาก เรียนรู้ ทุกเรื่อง ละเอียดหมด ถ้าจะพูดเรื่องอย่างนี้ คุยกัน กันเป็นวันเป็นคืน ก็ไม่จบง่ายๆครับ อย่างพวกได้ อภิญญา ท่านพวกนี้ ที่ยังไม่ไป นิพพาน ไปเกิดเป็นเทวดาหรือ พรหม ก็ไปเนรมิตของใช้ของสอย ตรงนี้ ผิดถูกขออภัย ให้เทวดาบางองค์ หรือบางชั้น ที่มีบารมี มากกว่าเหมือนกัน) ตอนนี้มีพระโพธิ สัตว์ มาเกิด กันมากมาย นับไม่ถ้วน มีทั้งบารมีอ่อน กลาง ปลาย หมายถึง ประมัตถบารมี

    ทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกัน ที่จะเจริญรอยตาม พระพุทธเจ้า หรือกษัษย์ แต่ใครจะทำถึง หรือไม่ถึง เท่านั้น เอง ก่อนหรือ หลัง ก้อยุ่ที่แต่ ละองค์ ขยันหรือขี้เกียจ และเลือกเดินทางไหน ทางธรรม ทางเดิน มันมี ๓ แบบ ๓ ชั้น ๓ ขั้น แต่มรรคผล มี ๔ แบบ แต่ลขั้น ยังแยกออกได้อีก ๓ ชั้น ต้น กลาง ปลาย ทางโลก มีมากมายหลายแบบ ที่จะเดิน มันมีให้เราท่านทั้งหลาย เห็นหลายรูปแบบ แค่นี้ก่อนครับ อธิบายมากไปแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อน สวสัดี
     
  3. LloydVernet

    LloydVernet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2009
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +104
    ขอบพระคุณ เจ้าของกระทู้นะครับ ความหมายชัดเจนดี
     
  4. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,205
    ค่าพลัง:
    +2,790
    ในพุทธทำนาย ในพระปริตร" อภยปริตร" มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของพระยาธรรมิกราช ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้น พระยาธรรม คือผู้รู้และเห็นธรรมเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ทรงตรัสรู้เห็น แต่ไม่มีทศพลณญาน10 และมหาปุริลักษณะ บารมีก็ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับพระพุทธทั้งหลายได้ พระยาธรรมิกราชเป็นผู้มีปฎิสัมภิทาญานอย่างไม่ต้องสงสัย ชัดเจนเด็ดขาด เป็นผู้มีฤทธานุภาพ ชี้แจงแก้ไขพระไตรปิฎกที่ถูกตีพิมพ์และจารึกเขียนขึ้นได้อย่างชัดเจนตามแบบพระธรรมแม่บทฉบับทิพย์ เป็นผู้ลงทัณฑ์สงฆ์ผู้ล่วงละเมิดสิกขาบททั้งหลาย โดยฐานะกรรมบันดาล เป็นผู้รู้ทิพย์ภาษาเป็นผู้ประกาศธรรมเหนือโลก เหนือลัทธิความเชื่อมายาคติต่างๆจะพีงพินาศเป็นผู้รวบรวมจักรวรรดิธรรม จากแตกแยกนิกายเป็นหนึ่งเดียว เป็นผู้ช่วยบอกทางและสรรเสริญในพระธรรมอย่างที่สุด แม้มีใครชื่นชมท่าน ท่านก็จะชี้แนะให้สรรเสริญแด่พระธรรม พระพุทธ และพระสงฆ์ผู้อยู่ในสารคุณเพียงเท่านั้น! ตราบใดที่ยังไม่ปรากฎปาติหาริ์ย3 ตราบนั้น พระยาธรรมิกราชก็จะยังไม่ปรากฎ ผู้ใดที่แสดงปาติหาริ์ย3ในพระธรรมได้ พึงสำเหนียกไว้ว่าเป็นผู้เข้าใกล้ชิดพระยาธรรม กิจต่างๆย่อมเกิดขึ้นตามการ ภาระเป็นไปตามกรรม เมื่อพระธรรมิกราชปรากฎ. อวิชาและอาสวะกิเลสทั้งมวลจะสิ้นไปในผู้ที่สั่งสมบุญบารมีมาดีแล้ว. พึงเข้าใจเถิดว่า. ในยุคนี้ ผู้ที่แสดงพุทธภาษิต แค่เพียงภาษิตเดียว ก็ยังไม่สามารถแสดงได้เทียบเทียมพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย พระขีณาสพและพระอรหันต์ผู้ที่อยู่ในสารคุณ ให้ผู้รับฟังได้เข้าใจแจ่มแจ้งเข้าถึงวิมุติได้เลยแม้สักผู้เดียว (เมื่อผู้เสวยวิมุติแสดงธรรม ธรรมนั้นย่อมเป็นวิมุติ). ผู้ไม่รู้จริงไม่ควรแก้อรรถที่เราแสดง เหล่าสหชาติของพระยาธรรมเป็นผู้มีบุญรู้ธรรมตามกาลเป็นอย่างยิ่ง. สาธุธรรม ขออนุโมทนาบุญ ขอจงเจริญในภาวะธรรมตามกาล
     
  5. มิกราช

    มิกราช สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กันยายน 2018
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +1
    https://drive.google.com/drive/folders/1t2GhfSg_DDfW_DEyXvSfzQhnTCEN9Bvr?usp=sharing



    ------พระธรรมิกราช พรรคพิทักษ์ไทย สหชาติธรรมิกราช,มาจากไหน มาจาก พุทธพยากรณ์ของพระศาสดา และ พยากรณ์ถิ่นกาขาว –นารีขี่ม้าขาว ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ที่ได้แสดงอย่างชัดเจน รับรอง กลุ่มสหชาติธรรมิกราชทำงานในนาม พระธรรมิกราช (ในรอบพุทธศาสนา5,000ปี มีการรับรองพียงครั้งเดียวในโลกและโอกาสเดียวเท่านั้น ที่พุทธบริษัท จะมีข้ออ้างในการ สังคายนาและปฏิรูปพุทธศาสนาให้ถูกต้อง(ธรรมตามกาล )และปกป้องศาสนาจากศัตรูต่างๆได้ หากพุทธบริษัท4 พลาดโอกาสนี้ ที่พระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์รับรองไปแล้ว พุทธศาสนาจะไม่มีข้ออ้างไดรวมศาสนา และปฏิรูปสังคายนาให้ถูกต้องอีกเลย ////(หลักการพุทธศาสนาแท้จริง คือทุกข์ สมุทัย นิโรท มรรค – ให้ยึดถือการวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อปล่อยวางจิตให้เป็นกลาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวตน และสิ่งได ดังนั้นทุกสถานธรรม เช่นวัด ต้องมีสถานที่วิปัสสนากรรมฐานเป็นหลัก และรับ ผู้เดินทางมาเยื่ยมเยือน ทุกนิกายเพื่อแนะแนวทางวิปัสสนากรรมฐาน ส่วนการปกครอง ให้เป็นไปตาม ระบบการปกครองประเทศ และผู้มีอำนาจในถิ่นๆนั้นกำหนด พระภิกขุสงฆ์ คือประชาชนผู้ร่วมปกครองจึงสามารถยุ่งการเมืองได้ย่อมมีสิทธิ์เสรีภาพในการเลือกผู้นำประเทศ หรือเลือกตั่งได้ นี่คือธรรมตามกาล)//// ที่พระพุทธองค์เจตนา ให้ปฏิบัติในกึ่งพุทธกาลนี้ โดยพระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ยุ่งการเมืองได้ )////หากไม่ทำตามพระพุทธองค์ศาสนาจะถึงกาลอวสานไม่นานโดยศัตรูทางศาสนาจะเข้ามาทำลายหมดสิ้นเพราะชาวพุทธจะปกป้องตัวเองไม่ได้ และการเข้าใจผิดหลักการพุทธบริษัททำให้ศาสนาพุทธสลายไป---สมาชิก สหชาติธรรมิกราช หน้าที่คือแก้ไข ปฏิรูป สังคายนา เพื่อปกป้องพระศาสนาและประชาชนสำหรับประเทศไทย (ส่วนที่อื่นๆธรรมตามกาล ตามดุลพินิจ ของผู้นำในแต่พื้นที่แต่ละประเทศแต่ละกลุ่มซึ่งแตกต่างกันไป แต่ต้องรักษาหลักการพุทธศาสนาไว้ )การรับรองพระธรรมิกราช พุทธศาสนาคือศาสนาจริงพระผู้มีพระภาคเจ้ามีตัวตนและอิทธิฤทธิ์ต่างๆจริง (แต่พระอรหันได้เข้านิพพานไปแล้วไม่มายุ่งทางโลกอีกเลย ดังนั้นหน้าที่ปกป้องพระศาสนาจึงเป็นของคนที่มีกิเลสทำงานคือพุทธบริษัท พระโพธิสัตว์และพระอริยะ) อนาคตพุทธศาสนาจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งโลก ด้วยหลักฐานพุทธพยากรณ์ รับรองนี้ ผู้คนจะยกย่องบูชาพระพุทธเจ้ามานับถือพุทธมากยิ่งขึ้น ดังนั้นบุคคลที่ต่อต้าน คำบอกสอนของพระศาสดาคือมาร แท้จริง ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครและชาวพุทธต้องต่อต้าน

    ----วิธีเข้าร่วมและการเป็นสมาชิก สหชาติธรรมิกราช คือการร่วมกระจายข่าวสารทั่วโลก เข้าร่วมขบวนการขี่ม้าขาว ร่วมฟ้องคดีกบฏโจรกาขาว ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ และไทยเพื่อปกป้องพระศาสนา ประชาชนและประเทศ นิรโทษกรรมทางการเมืองโดยใช้ข้อมูลฟ้องของผม ธานนท์ คนขยัน ซึ่งแปลแล้วตรงกับคำพยากรณ์พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ในนาม สหชาติธรรมิกราช คนหนึ่ง (แกนนำและที่ปรึกษาพิเศษของ ขบวนการขี่ม้าขาว ซึ่งจะตรงกัน ตามคำพยากรณ์ พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ พยากรณ์ถิ่นกาขาว นารีขี่ม้าขาว (สมเด็จพุทธาจารย์โต -หลวงพ่อฤษีลิงดำ และ อีกองค์ไม่แสดงชื่อ) ซึ่งปรากฏเป็นผู้ร่วมพยากรณ์นารีขี่ม้าขาว เป็นหลักฐานยืนยัน ตัวตนพระธรรมิกราชโพธิญาณ คือกลุ่มอุดมการณ์ทางการเมือง (หนึ่งนารีขี่ม้าขาว)--หน้าที่ของสมาชิก สหชาติธรรมิกราช (ปกป้องศาสนาและประชาชน แก้ไขกฎหมายการเมืองประเทศ ปฏิรูปพุทธศาสนา สังคายนาพระไตยปิฏก(ธรรมตามกาล) ร่วมจัดตั่งพรรค พิทักษ์ไทย สหชาติธรรมิกราช และสมาชิกท่านไดมีความพร้อมสามารถจัดตั่งพรรคได้เลยทันทีไม่ต้องปรึกษาผม และปฏิบัติงานในนาม พระธรรมิกราช ได้ต่อไปตามนโยบายพรรคและหลักการพุทธศาสนา—การช่วยเหลือประชาชนปกป้องพระสงฆ์ ประเทศชาติ ให้พ้นภัย โดยการประชาสำพันธ์ความจริงคดี กบฏกาขาว ย่อมได้กุศลมหาศาล-สหชาติธรรมิกราช ปกป้องพระศาสนา มารจะทำลายพระศาสนาไม่ได้ วัดได ต้องคดี กลุ่มการเมืองได มีภัยเพราะกบฏรัฐอิสลาม พวกกาขาว แค่เอาข้อความแผ่นพลับ (หนึ่งนารีขี่ม้าขาว) ไปแจก รอบวัด ให้คนข้างวัดรับรู้ให้ทั่วถึง ให้นักการเมืองรู้ข่าว ความศรัทธา ต่อพระสงฆ์ และพระพุทธศาสนา ความสามัคคีของประชาชนในชาติจะกลับคืนมาทันที ศัตรูทางศาสนาจะไม่สามารถแตะต้องได้ นี่คือจุดประสงค์ ของพระศาสดา และ พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 4.jpg
      4.jpg
      ขนาดไฟล์:
      1.1 MB
      เปิดดู:
      2

แชร์หน้านี้

Loading...