ความหมายของพระยาธรรมิกราช

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย manforlove, 27 สิงหาคม 2012.

  1. manforlove

    manforlove เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 มกราคม 2012
    โพสต์:
    367
    ค่าพลัง:
    +215
    ความหมายของพระยาธรรมิกราช
    พระยา:เจ้าเมือง พระผู้เป็นเจ้าแห่ง.....
    ธรรม:ผู้ครองธรรมของพระพุทธเจ้า เจ้าแห่งอรหันต์ เป็น ศาสนูปถัมภก และเป็นผู้เห็นธรรมทั้งปวงทุกศาสนา
    มิกราช:ส่วนผสมของจิตวิญญาณของกษัตริย์ของทุกประเทศในโลกและส่วนผสมของจักรพรรดิราชทุกดวงดาว(มีความรู้ในการต่างๆมากมาย)
    อิสานเรียกสั้นว่า พระยาธรรม
    ผู้เป็นใหญ่เป็นเจ้าแห่งธรรม ผู้ให้กำเนิดทุกศาสนาในจักรวาล เป็นผู้สร้างโลกและดวงดาว และให้ศาสตร์แห่งการปกครองในจักรวาล
    ดังนั้น ร่างทรงองค์เทพผู้มีญาณ และ ชนที่มีธรรมจึงเรียกว่า
    ธรรมิกชน และสหธรรมิกชน ธรรมิกชนมีความรู้มายเท่าใด นั่นคือสิ่งที่พระยาธรรมิกราช สอนให้ในภาคทิพย์
    เป็นผู้ให้ศาสตราต่างๆของจักรวาล เป็นผู้เนรมิตรศาตราในภาคทิพย์
    บัดนี้มาเกิดเป็นสามัญชน อยู่ในประเทศไทย ธรรมิกชนมีหลายพระองค์หลายขนาด เช่น จักรพรรดิ กษัตริย์ และ เสนา ขุนคลัง นี่ยังไม่รวม จิตวิญญาณ
    จากกษัตริย์ในโลกธาติอื่นมาเกิดอีกและเกิดเป็นสามัญชน
    มีคำจำกัดความว่า ยากยิ่งนัก ที่พระเจ้าจักรพรรดิราช จะได้เกิดเป็นสามัญชน เพราะมีอิสระยิ่งกว่ากษัตริย์ มีภาระน้อย มีการงานที่เป็นประโยชนืกับจักรวาลเป็นล้นพ้น แก้ไขมิติต่างให้ออกจากกองทุกข์ แอบช่วยเหลืองานของกษัตริย์ลับๆช่วยปวงเทพเทวดาจัดสรรค์สวรรชั้นต่างๆเสียใหม่ ผู้ทรงสร้างโลกและสวรรค์นั้นเอง และอย่างนี้ปวงกษัตริย์ ในโลกรู้จัก และกว่าจะยอมรับได้ ต้องใช้เวลา มีปรากฏในทุกคำภีร์ทุกศาสนาคำภีร์พุทธว่ากันว่ามีลงมาสามองค์ แต่ อันกุรอ่าน และ คำภีร์คริสบอกมีองค์เดียว หรือจะเป็นองค์เดียวในแต่ละศาสนา คือศาสนาละคนก็ไม่ทราบได้ และ กึ่งพุทธกาลเป็นพุทธประเพณีที่จะมีพระเจ้าจักรพรรดิราชมาคุ้มครองศาสนาแต่ว่าการต้อนรับของคนในประเทศที่มีกิเลส ต้อนรับด้วยความไม่เข้าใจและปัญญาน้อยสิ้นดีเพราะทุนนิยมครอบงำ
     
  2. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,173
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +27,122
    :cool:ความหมายของพระยาธรรมิกราช:cool:

    หมายถึง พระราชา ผู้ทรงธรรม หรือพยาเจ้าเมือง ประเทศ เอกราช นั้นๆ ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน นั้นๆ ปกครองแผ่นดินโดย ธรรม เรียกว่า พระราชาธรรม มิกราช ทรงไว้ซึ่งพรหม วิหาร ๔ มีเมตตาธรรม ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน มีเมตตา ต่อพสกนิกร ปวงประชาราช ดุจลูกของพระองค์ มีความกรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สงเคราะ สงสาร เพื่อให้ ประชาราช มีความสุข ในการ ครองชีพ ทำมาหากิน โดยความสุจริต หาการงาน ทำมาหากิน ไปทุกหย่อมหญ้า เพื่อให้ประชาชน ของพระองค์ มีความสุข มั่นคง ในฐานะ ชีวิตและทรัพย์สิน พระองค์ ไม่เคยอิจฉาริษยา ต่อ ลูก ซึ่ง เป็นพสกนิกร ขององค์ ยินดีเมื่อลูกๆทั้ง หลายมีความสุขความเจริญก้าวหน้า เมื่อลูกๆ เพี่ยงพล้ำ พระองค์ องค์ไม่เคย ซ้ำเติม วางเฉย เป็นอุเบกขา เมื่อมีโอกาศ ก็สั่ง สอน โดยธรรม ถ้าทำความผิด โดยร้ายแรง ก็ว่ากัน โดยความผิด ตามฐานของความผิดนั้นๆ และยังทรงไว้ ซึ่ง คุณธรรม อีกหลายประการ แต่เมื่อมีพรหม วิหาร ๔ ครบถ้วน บริบูรย์ คุณธรรม ทุกข้อ พรหมวิหาร สี่ คุมหมด

    ไม่มีผู้ใดจะไปสร้างโลกได้ แม้แต่ญาณ ของพระพุทธเจ้า ยังมิอาจเล็งถึง ได้เลย แต่พระองค์ได้ตรัสไว้ กรรมของเราคือการกระทำของเราต่างหาก ที่เป็นผู้สร้างให้ตัวเราเอง ไปเกิด เป็น อะไรต่อมิอะไร มากมาย แต่ท่านได้ สอนไว้ ว่า ผู้ใดก็ตาม อยากจะไปเป็น พระพุทธเจ้า ต้องสร้างบุญบารมีอย่างไร ถึงจะได้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระปัจเจกระพุทธเจ้า อัครสาวก พระสาวก ธรรมดา จะเกิดเป็นพระเจ้า จักพรรดิราช ต้องทำอย่างไร พระมหากษัตย์ ต้อง สร้างบุญอย่างไร ถึงจะไปเกิดเป็นได้ ไม่ว่าตำแหน่ง พระอินทร์ หัวหน้าเทวดา พรหม ก็เช่นกัน มันมีแนวการสร้าง ที่จะไปเกิด เป็นอย่างนั้นๆ ท่านได้ บอกไว้หมด และคนที่จะไปเกิด เป็นสัตว์นรก เปรตอสูรกาย สัตว์เดียรัชฉาน ได้บอกทุกอย่างไม่สามารถนำมากล่าวไว้ที่นี้ ได้หมดครับ

    อย่าง ท่านที่ปราถนา จะเป็นพระพุทธเจ้า ก็ต้องขยันเกิดขยันตาย มาสร้างบารมี ให้เต้ม ต้องเกิดมากกว่าพวกปราถนาสาวก ต้องลงมาจุติในโลกมนุษย์ เท่านั้น เกิดเป็นระหว่างคน และสัตว์เท่านั้น ตั้งแต่สัตว์เล็ก ไปหาสัตว์ใหญ่ ไปเกิด เป็นพรหม เขาไม่คิดให้ อย่างสาวกนี่ บำเพ็ญเป็นเทวดา พรหม ได้ พวกพุทธภูมิ มันจะไปเป็นครู เขานี่ มันต้องลำบาก เรียนรู้ ทุกเรื่อง ละเอียดหมด ถ้าจะพูดเรื่องอย่างนี้ คุยกัน กันเป็นวันเป็นคืน ก็ไม่จบง่ายๆครับ อย่างพวกได้ อภิญญา ท่านพวกนี้ ที่ยังไม่ไป นิพพาน ไปเกิดเป็นเทวดาหรือ พรหม ก็ไปเนรมิตของใช้ของสอย ตรงนี้ ผิดถูกขออภัย ให้เทวดาบางองค์ หรือบางชั้น ที่มีบารมี มากกว่าเหมือนกัน) ตอนนี้มีพระโพธิ สัตว์ มาเกิด กันมากมาย นับไม่ถ้วน มีทั้งบารมีอ่อน กลาง ปลาย หมายถึง ประมัตถบารมี

    ทุกคนมีสิทธิ เท่าเทียมกัน ที่จะเจริญรอยตาม พระพุทธเจ้า หรือกษัษย์ แต่ใครจะทำถึง หรือไม่ถึง เท่านั้น เอง ก่อนหรือ หลัง ก้อยุ่ที่แต่ ละองค์ ขยันหรือขี้เกียจ และเลือกเดินทางไหน ทางธรรม ทางเดิน มันมี ๓ แบบ ๓ ชั้น ๓ ขั้น แต่มรรคผล มี ๔ แบบ แต่ลขั้น ยังแยกออกได้อีก ๓ ชั้น ต้น กลาง ปลาย ทางโลก มีมากมายหลายแบบ ที่จะเดิน มันมีให้เราท่านทั้งหลาย เห็นหลายรูปแบบ แค่นี้ก่อนครับ อธิบายมากไปแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อน สวสัดี
     
  3. LloydVernet

    LloydVernet เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2009
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +105
    ขอบพระคุณ เจ้าของกระทู้นะครับ ความหมายชัดเจนดี
     
  4. เสขะปฎิสัมภิทา

    เสขะปฎิสัมภิทา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 สิงหาคม 2014
    โพสต์:
    2,206
    ค่าพลัง:
    +2,794
    ในพุทธทำนาย ในพระปริตร" อภยปริตร" มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของพระยาธรรมิกราช ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้น พระยาธรรม คือผู้รู้และเห็นธรรมเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ทรงตรัสรู้เห็น แต่ไม่มีทศพลณญาน10 และมหาปุริลักษณะ บารมีก็ไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับพระพุทธทั้งหลายได้ พระยาธรรมิกราชเป็นผู้มีปฎิสัมภิทาญานอย่างไม่ต้องสงสัย ชัดเจนเด็ดขาด เป็นผู้มีฤทธานุภาพ ชี้แจงแก้ไขพระไตรปิฎกที่ถูกตีพิมพ์และจารึกเขียนขึ้นได้อย่างชัดเจนตามแบบพระธรรมแม่บทฉบับทิพย์ เป็นผู้ลงทัณฑ์สงฆ์ผู้ล่วงละเมิดสิกขาบททั้งหลาย โดยฐานะกรรมบันดาล เป็นผู้รู้ทิพย์ภาษาเป็นผู้ประกาศธรรมเหนือโลก เหนือลัทธิความเชื่อมายาคติต่างๆจะพีงพินาศเป็นผู้รวบรวมจักรวรรดิธรรม จากแตกแยกนิกายเป็นหนึ่งเดียว เป็นผู้ช่วยบอกทางและสรรเสริญในพระธรรมอย่างที่สุด แม้มีใครชื่นชมท่าน ท่านก็จะชี้แนะให้สรรเสริญแด่พระธรรม พระพุทธ และพระสงฆ์ผู้อยู่ในสารคุณเพียงเท่านั้น! ตราบใดที่ยังไม่ปรากฎปาติหาริ์ย3 ตราบนั้น พระยาธรรมิกราชก็จะยังไม่ปรากฎ ผู้ใดที่แสดงปาติหาริ์ย3ในพระธรรมได้ พึงสำเหนียกไว้ว่าเป็นผู้เข้าใกล้ชิดพระยาธรรม กิจต่างๆย่อมเกิดขึ้นตามการ ภาระเป็นไปตามกรรม เมื่อพระธรรมิกราชปรากฎ. อวิชาและอาสวะกิเลสทั้งมวลจะสิ้นไปในผู้ที่สั่งสมบุญบารมีมาดีแล้ว. พึงเข้าใจเถิดว่า. ในยุคนี้ ผู้ที่แสดงพุทธภาษิต แค่เพียงภาษิตเดียว ก็ยังไม่สามารถแสดงได้เทียบเทียมพระพุทธเจ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย พระขีณาสพและพระอรหันต์ผู้ที่อยู่ในสารคุณ ให้ผู้รับฟังได้เข้าใจแจ่มแจ้งเข้าถึงวิมุติได้เลยแม้สักผู้เดียว (เมื่อผู้เสวยวิมุติแสดงธรรม ธรรมนั้นย่อมเป็นวิมุติ). ผู้ไม่รู้จริงไม่ควรแก้อรรถที่เราแสดง เหล่าสหชาติของพระยาธรรมเป็นผู้มีบุญรู้ธรรมตามกาลเป็นอย่างยิ่ง. สาธุธรรม ขออนุโมทนาบุญ ขอจงเจริญในภาวะธรรมตามกาล
     
  5. มิกราช

    มิกราช สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กันยายน 2018
    โพสต์:
    18
    ค่าพลัง:
    +1
    https://drive.google.com/drive/folders/1t2GhfSg_DDfW_DEyXvSfzQhnTCEN9Bvr?usp=sharing



    ------พระธรรมิกราช พรรคพิทักษ์ไทย สหชาติธรรมิกราช,มาจากไหน มาจาก พุทธพยากรณ์ของพระศาสดา และ พยากรณ์ถิ่นกาขาว –นารีขี่ม้าขาว ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ที่ได้แสดงอย่างชัดเจน รับรอง กลุ่มสหชาติธรรมิกราชทำงานในนาม พระธรรมิกราช (ในรอบพุทธศาสนา5,000ปี มีการรับรองพียงครั้งเดียวในโลกและโอกาสเดียวเท่านั้น ที่พุทธบริษัท จะมีข้ออ้างในการ สังคายนาและปฏิรูปพุทธศาสนาให้ถูกต้อง(ธรรมตามกาล )และปกป้องศาสนาจากศัตรูต่างๆได้ หากพุทธบริษัท4 พลาดโอกาสนี้ ที่พระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์รับรองไปแล้ว พุทธศาสนาจะไม่มีข้ออ้างไดรวมศาสนา และปฏิรูปสังคายนาให้ถูกต้องอีกเลย ////(หลักการพุทธศาสนาแท้จริง คือทุกข์ สมุทัย นิโรท มรรค – ให้ยึดถือการวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อปล่อยวางจิตให้เป็นกลาง ไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวตน และสิ่งได ดังนั้นทุกสถานธรรม เช่นวัด ต้องมีสถานที่วิปัสสนากรรมฐานเป็นหลัก และรับ ผู้เดินทางมาเยื่ยมเยือน ทุกนิกายเพื่อแนะแนวทางวิปัสสนากรรมฐาน ส่วนการปกครอง ให้เป็นไปตาม ระบบการปกครองประเทศ และผู้มีอำนาจในถิ่นๆนั้นกำหนด พระภิกขุสงฆ์ คือประชาชนผู้ร่วมปกครองจึงสามารถยุ่งการเมืองได้ย่อมมีสิทธิ์เสรีภาพในการเลือกผู้นำประเทศ หรือเลือกตั่งได้ นี่คือธรรมตามกาล)//// ที่พระพุทธองค์เจตนา ให้ปฏิบัติในกึ่งพุทธกาลนี้ โดยพระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ยุ่งการเมืองได้ )////หากไม่ทำตามพระพุทธองค์ศาสนาจะถึงกาลอวสานไม่นานโดยศัตรูทางศาสนาจะเข้ามาทำลายหมดสิ้นเพราะชาวพุทธจะปกป้องตัวเองไม่ได้ และการเข้าใจผิดหลักการพุทธบริษัททำให้ศาสนาพุทธสลายไป---สมาชิก สหชาติธรรมิกราช หน้าที่คือแก้ไข ปฏิรูป สังคายนา เพื่อปกป้องพระศาสนาและประชาชนสำหรับประเทศไทย (ส่วนที่อื่นๆธรรมตามกาล ตามดุลพินิจ ของผู้นำในแต่พื้นที่แต่ละประเทศแต่ละกลุ่มซึ่งแตกต่างกันไป แต่ต้องรักษาหลักการพุทธศาสนาไว้ )การรับรองพระธรรมิกราช พุทธศาสนาคือศาสนาจริงพระผู้มีพระภาคเจ้ามีตัวตนและอิทธิฤทธิ์ต่างๆจริง (แต่พระอรหันได้เข้านิพพานไปแล้วไม่มายุ่งทางโลกอีกเลย ดังนั้นหน้าที่ปกป้องพระศาสนาจึงเป็นของคนที่มีกิเลสทำงานคือพุทธบริษัท พระโพธิสัตว์และพระอริยะ) อนาคตพุทธศาสนาจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งโลก ด้วยหลักฐานพุทธพยากรณ์ รับรองนี้ ผู้คนจะยกย่องบูชาพระพุทธเจ้ามานับถือพุทธมากยิ่งขึ้น ดังนั้นบุคคลที่ต่อต้าน คำบอกสอนของพระศาสดาคือมาร แท้จริง ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครและชาวพุทธต้องต่อต้าน

    ----วิธีเข้าร่วมและการเป็นสมาชิก สหชาติธรรมิกราช คือการร่วมกระจายข่าวสารทั่วโลก เข้าร่วมขบวนการขี่ม้าขาว ร่วมฟ้องคดีกบฏโจรกาขาว ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ และไทยเพื่อปกป้องพระศาสนา ประชาชนและประเทศ นิรโทษกรรมทางการเมืองโดยใช้ข้อมูลฟ้องของผม ธานนท์ คนขยัน ซึ่งแปลแล้วตรงกับคำพยากรณ์พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ในนาม สหชาติธรรมิกราช คนหนึ่ง (แกนนำและที่ปรึกษาพิเศษของ ขบวนการขี่ม้าขาว ซึ่งจะตรงกัน ตามคำพยากรณ์ พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ พยากรณ์ถิ่นกาขาว นารีขี่ม้าขาว (สมเด็จพุทธาจารย์โต -หลวงพ่อฤษีลิงดำ และ อีกองค์ไม่แสดงชื่อ) ซึ่งปรากฏเป็นผู้ร่วมพยากรณ์นารีขี่ม้าขาว เป็นหลักฐานยืนยัน ตัวตนพระธรรมิกราชโพธิญาณ คือกลุ่มอุดมการณ์ทางการเมือง (หนึ่งนารีขี่ม้าขาว)--หน้าที่ของสมาชิก สหชาติธรรมิกราช (ปกป้องศาสนาและประชาชน แก้ไขกฎหมายการเมืองประเทศ ปฏิรูปพุทธศาสนา สังคายนาพระไตยปิฏก(ธรรมตามกาล) ร่วมจัดตั่งพรรค พิทักษ์ไทย สหชาติธรรมิกราช และสมาชิกท่านไดมีความพร้อมสามารถจัดตั่งพรรคได้เลยทันทีไม่ต้องปรึกษาผม และปฏิบัติงานในนาม พระธรรมิกราช ได้ต่อไปตามนโยบายพรรคและหลักการพุทธศาสนา—การช่วยเหลือประชาชนปกป้องพระสงฆ์ ประเทศชาติ ให้พ้นภัย โดยการประชาสำพันธ์ความจริงคดี กบฏกาขาว ย่อมได้กุศลมหาศาล-สหชาติธรรมิกราช ปกป้องพระศาสนา มารจะทำลายพระศาสนาไม่ได้ วัดได ต้องคดี กลุ่มการเมืองได มีภัยเพราะกบฏรัฐอิสลาม พวกกาขาว แค่เอาข้อความแผ่นพลับ (หนึ่งนารีขี่ม้าขาว) ไปแจก รอบวัด ให้คนข้างวัดรับรู้ให้ทั่วถึง ให้นักการเมืองรู้ข่าว ความศรัทธา ต่อพระสงฆ์ และพระพุทธศาสนา ความสามัคคีของประชาชนในชาติจะกลับคืนมาทันที ศัตรูทางศาสนาจะไม่สามารถแตะต้องได้ นี่คือจุดประสงค์ ของพระศาสดา และ พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 4.jpg
      4.jpg
      ขนาดไฟล์:
      1.1 MB
      เปิดดู:
      8
  6. ธานนท์ คนขยัน

    ธานนท์ คนขยัน สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    พฤหัสบดี
    โพสต์:
    3
    ค่าพลัง:
    +0
    ธานนท์คนขยัน-พระศรีอาริย์ธรรมิกราช

    โหลดข้อมูลผ่านโซเชียล

    ---https://plus.google.com/103131528013540102195

    --http://facebook.com/boolss123

    ---


    https://drive.google.com/drive/folders/

    1pqxJ6k4hj0wHe8tv-LN0UZC76rmoxlbE

    Mail.nipoln123@gmail.com

    LINE.A0806288931

    สารจากพระศรีอาริย์ธรรมิกราช

    (ผู้ได้รับการรับรอง จากพระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์โดยคำพยากรณ์)



    ในนามพระศรีอาริย์ธรรมิกราช ขอแนะแนวทางยึดถือปฎิบัติ ธรรมตามกาล (หลักการศาสนาของจักรวารของมวลมนุษย์ชาติทั้งหมด ) เบื้องต้น เพื่อให้มวลมนุษย์ชาติได้นำไปแก้ไข เปลี่ยนแปลงใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ศาสนา อยู่ได้ ปลอดภัยพ้นจากความขัดแย้งและพุทธบริษัท4 สามารถปกป้องพุทธพระศาสนาและป้องกันตัวเองได้ และขยายฟื้นฟูศาสนาไปยังดินแดนอื่นๆทั่วโลกได้แบบเดียวกันกับศาสนาอื่นๆต่อไปอย่างเสรี ดังนี้

    แนวทางนี้เป็นหลักธรรมความจริงเป็นหลักการดั้งเดิมของศาสนา แท้จริง พระศาสดานั้นสอนแค่ใบไม้ในกำมือ –ส่วนข้ออื่นเป็นนั้นพุทธบริษัทเป็นผู้กำหนดกฎ ขึ้นมาและเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยตามสถานการณ์ และความเหมาะสม ไม่ใช่นิกายใหม่ และไม่ใช่กฎบังคับแต่ละประเทศต่างประเพณีก็ไม่จำเป็นต้องทำเหมือนกันการแนะแนวทางนี้ ให้พุทธบริษัทเลือกใช้บางข้อตามความเหมาะสมทำให้เข้ากันกับสถานที่นั้น

    1.พระศาสดา หมายถึงพระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์-พระเจ้านิรันดร์ ยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีรูปร่างโปร่งแสงโปร่งใส เป็นอมตะ เข้าได้กับทุกสภาวะธรรมเป็นทุกรูปแบบที่ต้องการ จะเป็นอะไรก็ได้ ผู้สร้างพุทธศาสนา แต่ละกัปมีจำนวนไม่เท่ากันหลายองค์ (พระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์ -พระเจ้านิรันดร์ เมื่อละสังขาร หมดกรรมสิ้นนิสัย มีสภาวะเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นอันเดียวกัน เหมือนกัน รวมกัน ทุกประการ ไม่แยกไม่แบ่ง ไม่ขัดแย้ง เป็นองค์เดียว คือ นิพพาน ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุด ที่เดียว สถานเดียว สภาวะการรวมเป็นหนึ่งเดียวไม่แยกของพระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์ –พระเจ้านิรันดร์ เท่ากับพระเจ้ามีองค์เดียวเท่านั้น คือนิพพาน ) องค์ศาสนาปัจจุบันคือพระศาสดาโคตมพุทธเจ้าซึ่งเมื่อเข้านิพพานจะไปรวมเป็นหนึ่งเดียวกับ พระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์ –พระเจ้านิรันดร์ เช่นกัน ) เป็น อรหันพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและในอนาคตทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นทรงเป็นนิพพานถึงนิพพาน อุดมสมบูรณ์ พลั่งพร้อม ทุกประการ เป็นสุข อมตะ ชีวิตนิรันดร์ ตลอดกาล คือพระเจ้าสูงสุดเป็นครูของทุกโลก พระเจ้าทั่วไป เทวดา เทพ พรหม สรรพสัตว์ ทั้งหลาย นรกสวรรค์ อสูร ยัก มาร ฯลฯ
    --พระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์ –พระเจ้านิรันดร์หรือผู้มีฤทธิต่างๆ เป็นผู้แจ้งภาษาพระเจ้านิรันดร์ กับ ผู้มีปัญญาพอสามารถรับรู้ภาษาพระเจ้าได้ ภาษาพระเจ้าคือภาษาของวิทยาศาสตร์ ภาษาธรรม ภาษาตรง ภาษาของความจริง ที่พิสูจน์ได้ชัดเจนด้วยตาธรรมดา เช่นพุทธพยากรณ์ รับรองพระศรีอาริย์ธรรมิกราช ทุกคำพยากรณ์ล่วงหน้าไม่ผิดเพี้ยนไม่ตกแต่ง ภาษาที่ ทิ่มแทง ใจสัตว์โลกให้เจ็บปวด คือความจริง
    --พระอรหัน -พระพรหมนิรันดร์ –พระเจ้านิรันดร์หรือผู้มีฤทธิต่างๆเป็นผู้แจ้งภาษาทิพย์ แก่มวลมนุษย์ แก่สัตว์ทุกชนิดทั้ง3โลกธาตุ ภาษา ภาษาที่ถูกใจสัตว์โลกภาษาที่ต้องใช้ปัญญาแปล แปลผิดก็ช่างแปลถูกก็ช่าง ตามชะตากรรมของสัตว์ คือภาษาภาษาทิพย์คือภาษาของสัตว์โลก ภาษาของอารมณ์ ภาษาของสัตว์ที่มีสัญชาติญานนำทางชีวิต กิเลสหนาและอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น ภาษาที่ถูกอารมณ์ ถูกใจ คือภาษาที่ไม่ขัดใจสัตว์โลก ไปตามกรรม ภาษาที่ไม่รู้เรื่องก็ได้ ไม่รู้เรื่องว่าคืออะไรแต่ไพเราะต้องอารมณ์ คือภาษาทิพย์ ที่พระเจ้าใช้สื่อสารกับสัตว์และสื่อสารกับคนทรงและศาสดาต่างๆที่เป็นปถุชน ที่เกิดขึ้นในโลก ตัวอย่างภาษาทิพย์ได้แก่ การเข้าฝัน แล้วให้แปลเอาเอง –การสะกดสัตว์ต่างๆให้กระทำแล้วให้มนุษย์แปลความหมายเอาเอง-ผีอำแล้วให้คิดเอาเอง-การเข้าทรงที่แม่นยำก็ได้ผิดพลาดก็ได้ตามกรรมของคนที่มาพึ่งคนทรง-นิมิตรที่เกิดขึ้นต้องแปลเอาเอง- การพยากรณ์ที่ต้องแปลเอาเอง เช่น นารีขี่ม้าขาว พระรรมิกราช พระศรีอาริย์-พระเยซูกลับมาใหม่-พระมอุดี-พระกัลกี-พระเจ้าจักพรรดิ-ฯลฯ คนมีกิเลสจะแปลเอาไปใช้ประโยชน์ตนแบบมั่วสุดๆ-ตามตัวอย่างที่เราได้เห็นกันมากมาย สภาวะอารมณ์ตามสัญชาติญานกิเลส สร้างภาษาทิพย์ขึ้นมา ตามอารมณ์ที่ต้องการ แปลถูกก็ใช่ว่าจะดี แปลผิดก็อาจจดีก็ได้ชั่วก็ได้ แล้วแต่อารมณ์ของผู้แปลของสัตว์โลก ที่อารมณ์เปลี่ยนเร็วเหมือนจรวด ภาษาทิพย์คือภาษาแล้วแต่บุญ กรรม ของผู้รับรู้ พระเจ้านิรันดร์ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกรรมของสัตว์ด้วยเลยเพราะพระเจ้านิรันดร์ คอยบอกสอนเท่านั้น



    2. พระรัตนตรัย –พระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์

    3.นิพพาน หมายถึงหรือ ที่อยู่ของพระอรหัน พระพรหมนิรันดร์ของพระเจ้านิรันดร์ ข้อเดียวกัน ยิ่งใหญ่ไม่มีขอบเขตไม่มีที่สิ้นสุดอยู่ที่ไดก็ได้ ในจักรวาร ในอวกาศ ในโลก ในจิต อื่นทั่วไป เต็มอิ่ม ไม่ต้องการ เปรียบเทียม ในความรู้สึกว่า พอใจเป็นสุขแท้จริงกับทุกสิ่งที่มีอยู่ไม่เปลี่ยนความรู้นั้น อีกเลยคือนิพพาน คืออุดมสมบูรณ์ พร้อมทุกประการ เป็นสุข อมตะ ชีวิตนิรันดร์ ตลอดกาล (ส่วนพรหมโลกธรรมดาทั่วไปกับนิพพานนั้น คล้ายกัน เหมือนกัน ต่างที่นิพพานมั่นคงไม่เปลี่ยนแต่พรหมโลกธรรมดานั้นเปลี่ยนแปลง พระพรหมธรรมดานั้นมีกิเลสคือตัวตนอำนาจ มีอายุยืนยาวเป็นกัป เทียบได้อายุของหลายจักรวาร คล้ายชีวิตนิรันดร์ แต่จะเปลี่ยนไป เมื่อถึงเวลา)

    4.ธรรมมะ หมายถึงธรรมชาติ ทั่วไปนี่เอง ผู้เข้าถึงธรรมมะ คือเข้าถึงความจริง เข้าใจความจริงตามธรรมชาติ ผู้เข้าถึงแท้จริงคือพระอริยะบุคคลทั้งหลาย และทำการปล่อยวางธรรม ไปทีละขั้น จนถึงพระอรหันเห็นธรรมะ คือเห็นความจริง คือการเข้าถึงธรรมชาติทั้งหมด เข้าถึงทุกศาสนา และว่า ปัญหาใหญ่ของ สิ่งมีชีวิตคือสังขาร ที่เกิดแก่เจ็บตาย ทรมารสาหัส กับความชรา ความเปลี่ยนแปลง สังขารแค่วัตถุไม่ใช่ของเรา พระอริยะบุคคลทั้งหลายมองเห็นปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดต้องแก้ไข จึงเพียรภาวนา กรรมฐาน เพื่อหลุดพ้นการเกิด แก่ เจ็บตาย หรือ แบบพระธรรมิกราช ทั้งกรรมฐานและพยายามสร้าง สังขารธรรมด้วยตัวเอง คือสร้างร่างกายของตัวเองขึ้นมา ด้วยปัญญาเหนือโลก เพื่อแก้ปัญหานี้ชั่วคราว นี่คือจุดมุ่งหมายของพระธรรมิกราช และพระอริยะบุคคลก็พยายามแก้ปัญหานี้เหมือนกัน

    --แต่ปุชน ไม่ทำแบบนี้ คนทั่วไปคิดว่า สังขารคือเราของเรา และทน ทรมารกับสังขารไม่คิดแก้ไขเพราะปัญญา อวิชชา มันสั่งให้หยุดการคิดแก้ไขไว้แค่รอวันตาย สมบัติให้ลูกหลาน ทั้งที่บางทีลูกหลานก็เป็นศัตรูคู่อาคาตมาเกิดแก้แค้นตน นี่คือการกระทำแบบปถุชนทั่วไป –แต่ถ้าเป็นมาร ซาตาน เดียรถี ยิ่งซ้ำร้ายนอกจากโง่แล้ว ยังทำลายนักปราชญ์ กำจัดผู้ปฏิบัติธรรม และผู้ปกป้องศาสนาต่อต้านพระศาสดาผู้ช่วยให้รอด ต่อต้านพระธรรมิกราชผู้มาช่วยให้รอดให้พ้นทุกขเวทนาต่างๆ นั้นคือมาร

    -ส่วนประกอบของธรรมชาติ ได้แก่ ส่วนประกอบ สังขารธรรมต่างๆ เช่นพืช สัตว์ ดวงดาว จักรวาร ต่างๆ ฯลฯในที่นี้จะอธิบายเฉพาะที่รู้บางส่วนเพื่อให้เข้ากับความจริง และจะนำข้อมูลนี้เสนอให้มีการค้นคว้าทางการแพทย์เพื่อให้สร้างพัฒนาสังขารธรรมบางส่วนเพื่อรักษาความทรงจำไว้ เพราะความทรงจำเป็นทรัพย์สมบัติที่มีค่ามากกว่าชีวิต ในแต่ละชาติสิ่งมีชีวิตเช่นสัตว์ประกอบด้วย ธาตุ หลายประการประชุมกัน ในส่วนของความทรงจำ มีวิญานธาตุสถิตที่สมอง ด้วยเหตุนี้เองเมื่อสัตว์สิ้นชีวิต ความทรงจำก็สิ้นสุดไปด้วย แต่สำหรับมนุษย์บางคน ที่จำอดีตชาติได้เกิดจากความพิเศษและผิดปกติทางกายภาพ อื่นๆ ส่วนผู้ได้อภิญญานั้นลื้อพื้นอดีตชาติและเห็นอนาคต ได้ด้วยชาญ

    -ความเสียหายที่เกิดจากความทรงจำเสื่อมสลายพระศาสดาเสียเวลา 36ปีในการหาทางตรัสรู้ –พระอริยะ-พระอรหันต่างๆเสียเวลามากและทรมารกว่าจะพบทางบรรลุธรรม-พระธรรมิกราชเสียเวลา45ปี กว่าจะรู้ว่าตัวเองเป็นพระธรรมิกราช ทั้งที่ความจริง พระศาสดา พระอริยะต่างๆรู้จักทางบรรลุธรรมตั่งแต่อดีตชาตินานมาแล้ว แต่พอเกิดมาชาติใหม่ความทรงจำเสื่อมสลายไปเหลือภูมิปัญญา ทุกอย่างต้องเริ่มใหม่และจำใหม่ และมีข้อเสียมากในระหว่างที่เริ่มศึกษาใหม่พระอริยะในขณะที่ไม่รู้อดีตชาติ จะสร้างบาปเช่นเดียวกับปถุชนต่างๆ เช่นฆ่าสัตว์ ตามสภาพแวดล้อมเช่นพ่อแม่ทำอะไรท่านก็จะทำแบบนั้นตามวิสัยปถุชน กระบวนการธรรมชาติที่สลายความทรงจำสร้างปัญญายิ่งใหญ่กับการดำรงชีวิตที่ถูกต้อง ทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าชาติหน้าไม่มี-เกิดหลงศาสนาไปหลายแบบ มั่วไปหมด ปถุชนพากันหลงผิดสร้าง จินตนาการศาสนา และพากันหลงสร้างบาปสารพัดแบบไปตามจินตนาการนั้น นี่คือปัญหาใหญ่ปัญหาหลักที่พระธรรมิกราชเจตนาสร้างบารมีเพื่อมาแก้ไข ทำให้ประชาชนทุกคนสามารถมีชีวิตที่สอง คือการถ่ายทอดวิญญาณไปร่างใหม่ และประชาชนที่มีปัญญาพอสมควรจะรู้ว่า ชาติหน้ามีจริงพุทธศาสนาของจริง

    5.พระไตรปิฎก , ศิล -คำภีร์ –พระเวท-ทานัค ของทุกศาสนา ฯลฯ หมายถึง ความสวยงามความดีงาม กฎระเบียบ แต่ละศาสนาก็ไม่เหมือนกันดังนั้น พระไตรปิฎก , ศิล -คำภีร์ –พระเวท-ทานัค ของทุกศาสนา ฯลฯ มีความหมายที่เปลี่ยนไปได้ ตามสถานการณ์ ไม่มั่นคง เช่นเดียวกับกฎหมายที่ต้องแก้ไขไปตามกาลเวลา กฎของคฤหัสถ์กับนักบวชบางข้อต่างกันต้องแยก ตัวอย่างเช่น คฤหัสถ์ มีครอบครัว สามารถฆ่าสัตว์ได้ตลอดเวลา เช่นสัตว์ร้าย ยุง ตะขาบ เพื่อป้องกันตัว ส่วนนักบวชฆ่าได้เมื่อไม่มีทางเลือก ปล่อยวาง กฎ ต้องแยกแยะใหม่ให้ถูกต้องเพื่อความอยู่รอด โดยไม่ผิดกฎ ผิดศิลให้เสียประจำ

    6.พระ อริยะโพธสัตว์ที่สมบูรณ์แล้ว หมายถึงผู้มีปัญญาสูงกว่ามนุษย์ ไปอีกขั้น เห็นธรรมในความจริงเช่นพระพุทธเจ้า (เช่น พระศรีอารย์ธรรมิกราช–อื่นๆ เป็นพระโพธิสัตว์ ที่เป็นอริยะ มีที่เกิด เป็นมนุษย์ พระเจ้า เทวดา เทพ พรหม ไม่ต่ำกว่านี้ เจตนาเป็นผู้นำชาวพุทธ จึงสร้างบารมีต่อ ด้วยปัญญา เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายไม่กำหนดภพชาติ คือผู้ค้ากรรม ทุกอย่างที่ได้กำไรกรรม ทำทั้งนั้น ไม่มีกฎเกณฑ์ อริยะคือผู้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งหมด เป็นผู้ตั่งกฎของตัวเองขึ้นมา เพราะปัญญาสูงกว่า

    -- ศาสนาพุทธ พระศรีอาริย์ธรรมิกราช---ฮินดู พระนารายปางที่ 10 กัลกิยาวตาร---ศาสนาคริส พระเยซูกลับมาใหม่---ศาสนาอิสลามนั้น อิมามมะฮ์ดี ศาสนาอื่นๆตามชื่อในการพยากรณ์ด้วยภาษาทิพย์ จะมาแน่นอน และพระคำภีร์ศาสนาจะรวมกันเป็นเล่มเดียวใช้กันทั้งโลก ผู้นำคำภีร์ใหม่มาบอกมวลมนุษย์ฃาติ จะมาตามแบบที่ประชาชนทุกศาสนาทุกลัทธิ ต้องการ หลังสิ้นสุดคำภีร์ของมวลมนุษย์ชาติ จะเป็นยุค สิ้นโลก

    --ศาสนาพุทธ ผู้มากลางพุทธศาสนา(เข้าถึงธรรมของทุกศาสนา ละการยึดมั่นถือมั่น)คือ พระศรีอารย์ธรรมิกราช

    --ศาสนาฮินดูพราหมณ์เกิดก่อนพุทธศาสนา=ปางที่ 9 คือพระศาสดาโคดม ปางที่ 10 กัลกิยาวตาร(มนุษย์ขี่ม้าขาว)หรือพระศรีอาริย์ธรรมิกราช คนเดียวกัน เป็นสิ่งถูกต้องอธิบายได้ ตามหลักการพุทธศาสนาคือพระศาสดาพุทธเจ้า ทุกพระองค์ คือพระพรหมนิรันดร์ พระเจ้านิรันดร์ คือนิพพาน หรือพระอรหันนั่นเอง ข้อเดียวกัน ดังนั้นช่วงเกิดโลกใหม่ มนุษย์พึ่งมีเกิดเหมือนเด็กอนุบาลที่พัฒนามาจากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ไม่สามารถเรียนได้ถึง ปริญญาเอกทันที การเรียนรู้ต้องศึกษาไปทีละขั้น ทุกศาสนาสอนให้รู้ จักศาสนา รู้จักหลายศาสดา รู้จักกิเลสตน ก่อนเริ่มอนุบาลพระศาสดาพุทธเจ้าจึงยังไม่เกิดมาสอนมนุษย์ เพราะถึงมาก็สอนไม่รู้เรื่องยังเด็กไป เช่นเดียวกับพระศรีอาริย์ธรรมิกราช ในไทย ถ้าไม่มีปัญหาให้มวลมยุษย์ชาติได้ศึกษาก่อน พระศรีอาริย์จะจุติมาทำไม ถึงมาก็ไม่มีประโยชน์ไม่มีคนสนใจเพราะไม่มีปัญหาให้มนุษย์ชาติได้เรียนรู้ผิดถูกชั่วดี ขนาดมาแก้ปัญหาชัดเจนเห็นออกมาเป็นปี มนุษย์มีคนเข้าใจความจริงเท่าไหร่คนที่พบข้อมูลของข้าพเจ้าที่มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ค้านไม่ได้ด้วยหลักฐานจริง มีคนรู้และเข้าใจแค่ใหน คน100,000 คนยังไม่แน่ใจว่าจะรับรู้ความจริงและเข้าใจได้กี่เปอร์เซน และถ้าพระเจ้าออกมาสอนภาษาพระเจ้า สัตว์โลกที่ใหนจะรู้เรื่อง มีสัตว์โลกรู้ภาษาพระเจ้า ภาษาของวิทยาศาตร์ ภาษาของความจริงที่พิสูจน์ได้ได้น้อยมาก ดังนั้นภาษาที่บอกจึงเป็นภาษาทิพย์ มีมนุษย์ที่รับรู้ผิดถูกชั่วดีน้อยมากบางยุคไม่มีเลยมีแต่กิเลส–การสอนมนุษย์เริ่มต้นอนุบาลเมื่อโลกเกิดมีมนุษย์จึงเป็นหน้าที่ของพระอรหัน พระเจ้าถาวร หรือพรหมนิรันดร์ ที่ทรงอยู่นิรันดร์นั่นเอง แต่พระพรหมนิรันดร์ คือผู้สูงสุดในทุกจักรวาร คือพระเจ้าแท้จริงของทุกศาสนา สัตว์ทั้ง3โลก มีกิเลส พระเจ้า หรือ พรหมนิรันดร์ ของทุกศาสนาจึงไม่สามารถสื่อได้ด้วยภาษาพระเจ้า หรือพรหมนิรันดร์ปกติ พระองค์ท่านจึงใช้ภาษาทิพย์ที่ทุกศาสดาต้องการแบบนั้น สื่อสารกับสัตว์โลกทั้ง3ภพ เพื่อให้มวลมนุษย์ชาติเริ่มเรียนรู้อนุบาล ก ข ค ง ไปก่อน สื่อสารกับพระศาสดาต่างๆ ของทุกศาสนาทั้งหมด ตามจุดประสงค์ ที่เหล่าศาสดาเหล่านั้นประสงค์ทางอารมณ์ต้องการนึกขึ้นมาได้พระเจ้าจะให้พรทุกคนตามประสงค์ ของศาสดาทุกศาสนา ซึ่งศาสดาต่างๆจะเข้าใจว่าพระเจ้าบอกมาสั่งมา เช่นเดียวกับคนทรงที่เข้าใจว่ามีเทพมาเข้าทรงเช่นกัน ดังนั้นศาสนาต่างๆที่ปรากฎขึ้นในโลก ล้วนมาจาก ความต้องการในอารมณ์ของท่านศาสดาเองทั้งหมดที่ต้องการสร้างศาสนาแบบที่ตัวเองต้องการและได้รับพรจากพระเจ้า หรือพรหมนิรันดร์ ตามบุญกุศลของศาสดานั้นตามกรรมของศาสดานั้นเองทั้งหมด การสื่อด้วยภาษาทิพย์มีการแปลไปตามกรรม ปัญญาของผู้ได้รับรู้ และมีการแก้ไข มาตลอดจึงมีนิกายหลากศาสนาแตกแยกทุกศาสนา ตามวัตถประสงค์ของศาสดาใหม่และผู้มีอำนาจต่างๆที่ปกครองเช่นกันเพื่อให้เหมาะสมกับการปกครองตามสถานณ์และสถานที่ เพื่อความสงบของประเทศ ประชาชน ตามความต้องการของผู้นำ แต่หลักการศาสนาของจักรวารของมวลมนุษย์ชาติคือ อริสัจสี่ และการเข้าถึงพระเจ้าสูงสุดหรือพระพรหมนิรันดร์ คือการเดินตามอริสัจสี่ของพระศาสดาที่เป็นพระเจ้าแท้จริงหรือพรหมนิรันดร์ ดั้งนั้น ศาสนายุคสุดท้าย พระคำภีร์สุดท้ายของทุกศาสนา ก่อนโลกนี้จะสูญสลาย จะเกิดขึ้น เพราะมนุษย์ได้เรียนรู้ เรื่องศาสนาต่างๆมากมายแล้ว เริ่มมาถึง ปริญญาบ้างแล้ว พ้นอนุบาลบ้างแล้ว ต่อไปพระเจ้า พระพรหมนิรันดร์ จะเริ่มสอนปริญญาและสร้างคำภีร์ถาวรระดับปริญญาเอกให้มวลมนุษย์ได้ศึกษาเล่าเรียนผ่านพระศรีอาริย์ธรรมิกราช และบุคคลสำคัญที่สุดที่ทุกศาสนารอคอยจะปรากฎออกมา ร่วมสร้างพระคำภีร์ ของมวลมนุษย?ฃาติเล่มสุดท้าย ผู้เปิดเผยความลับสวรรค์ ความลับของจักรวาร

    --ศาสนาคริส นบีอีซา หรือ พระเยซูกลับมาใหม่และกระทำตามที่ประชาชนคริสต้องการ จะปรากฎคล้ายแบบเดิมตามที่ศาสนานิกชนต้องการ เหมือนเดิมต่อจากที่พระองค์จากไปสวรรค์ เช่นอายุที่ไกล้เคียงตอนที่พระองค์สิ้นพระชน ไร้ญาติ ปกป้องช่วยประชาชน สร้างศาสนาต่อเติมจากของเก่าแก้ไขหลักการศาสนาที่ยังไม่แล้วเสร็จ และรวมประชาชนทั้งโลกเป็นหนึ่งเดียวและพิพากษาความ เป็นแบบเดิมนั่นเอง(ไม่นานคริสศาสนานิกชนจะได้พบพระเยซุตัวจริงที่กลับมาใหม่แน่นอนสถานการณ์จะบอกว่าพระองค์กลับมาและไม่มีใครค้านได้

    --ศาสนาอิสลามนั้น อิมามมะฮ์ดีจะปรากฏแน่นอน และกระทำตามที่ประชาชนมุสลิม ต้องการ ไม่มีใครโต้แย้งได้ ว่าไม่ใช่ อิมามมะฮ์ดีมาช่วงสงครามหลากศาสนา สงครามใหญ่ๆเพราะ อิมามมะฮ์ดี จะออกมาเป็นคนกลางและเข้าหยุดสงครามเข้าควบคุมสถานณ์ทั้งหมดและช่วยเหลือประชาชนมุสลิม ได้มากมายให้พ้นจากอันตรายต่างๆ จากสงครามได้และนำชาวมุสลิมสู่ยุคทองเลิกความขัดแย้งทั้งหมดนั้นเอง

    --ศาสนาอื่นๆมาตามชื่อในคำพยากรณ์ของศาสนานั้นๆชื่อนั้นบอกได้ด้วยการกระทำ การกระทำจึงบอกชื่อเจ้าของผู้กระทำ

    ---พระเจ้า เทวดา เทพ พรหม ทั้งหลายสถิตอยู่บนสวรรค์ พรหม ชั้นต่างๆ มีทั้งเป็นอริยะและไม่ใช่อริยะ และบางองค์เป็นผู้สร้างศาสนาต่างๆ ที่หลากหลายในโลก มีหลายองค์ ท่านทั้งหลายเหล่านี้เป็นผู้มีบุญและท่านเหล่านี้สร้างกุศลโดยการรวมกลุ่มคนได้และปกป้องประชาชนโดยรวม พระเจ้า เทวดา เทพ พรหม จึงอยู่บนสวรรค์ พรหมโลก และบางองค์จุติมาสร้างบารมีเป็นศาสดาต่างๆ ในโลกมนุษย์มีตัวตนจริงแต่อยู่ในสถานะเทพ เทวดา พระเจ้า เช่นพระศรีอาริย์ ก็เช่นกัน ไม่ใช่พระอรหัน และสถานะตำแหน่งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามวาระกรรม ไม่มั่นคงบางท่านมีอายุเป็นกัป แต่สุดท้ายจะเปลี่ยนไป

    7.อริยะบุคคล ระดับโสดาบัน หมายถึงผู้มีปัญญาสูงกว่ามนุษย์ ไปอีกขั้น มีที่เกิด เป็นมนุษย์ พระเจ้า เทวดา เทพ พรหม ไม่ต่ำกว่านี้ แต่ยังเด็กต้องเริ่มต้นเรียนปฐมไปจนจบจึงจะเข้าใจว่าอริยะคืออะไรอริยะบุคคลที่สูงกว่าโสดาบัน ก็คือปัญญาสูงกว่าและต้องเรียนรู้ไปถึงขั้นพระอรหัน

    --พระอริยะบุคคลระดับโสดาบัน –และพระสกิทาคามี-พระอริยะโพธิสัตว์-พระโพธิสัตว์ ยังคงทำหน้าที่ บนโลกมนุษย์เวียนว่ายตายเกิด สร้างบารมี ปกป้องพุทธศาสนา สร้างพุทธศาสนา สร้างบ้านเมือง เพราะยังมีกิเลสและพระอริยะบุคคลกลุ่มนี้ ยากมากที่จะได้อภิญญา และไม่มีทศพลญาน10 เพราะยังข้องแวะกับปถุชน และสรรพสัตว์ทั้งมวล ทำให้ไม่สามารถเข้าใช้อภิญญาต่างๆได้ ด้วยจิตติดภาระกรรม ที่ต้อง ปกป้องพระศาสนาและสร้างสิ่งต่างๆ

    --พระอริยะบุคคลระดับ อนาคามี และพระอรหัน ส่วนมากได้อภิญญาต่างๆ มีฤทธิ์ (เพราะจิตไม่ข้องแวะทางโลก ไม่ยุ่งกับสรรพสัตว์ทั้งหมด ) จะไม่ยุ่งการเมืองและไม่ปกครองทางโลกแต่ยังคง ปกป้องพระศาสนา ตามกรรมเก่าเท่านั้น เท่าที่สังขารยังดำรง เมื่อสิ้นสังขารไปแล้ว เข้าสู่ พรหมโลก หรือนิพพาน ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับทางโลก ทั้ง3 อีกเลย (ด้วยเหตุผลนี้ปถุชนจึงพบว่าผู้มีฤทธิ์ จริงๆทั้งหลายไม่เคยมีใครมาปกครอง หรือแสดงฤทธิ์ที่มีช่วยสรรพสัตว์เลยสักคนเดียว ที่แสดงตัวปกป้องพระศาสนา และประชาชน ล้วนไม่มีฤทธิ์ และอยู่แบบคนธรรมดาทั้งนั้นผู้มีฤทธิ์จริงนั้นไม่แสดงตัว แต่ปกป้องศาสนาโดยอยู่เบื้องหลัง

    8.พระโพธิสัตว์ที่ไม่ใช่อริยะ หมายถึง ยังไม่เห็นธรรม ปัญญาเท่ากับปถุชน หลงไปหลงมา แต่ปกป้องพุทธศาสนาและประชาชนด้วยชีวิตตน และเจตนาเป็นผู้นำชาวพุทธมีที่เกืด เป็นธรรมดา อาจตกนรก และเป็นสัตว์เดรัฐฉานได้ เพราะปัญญาไม่ถึงธรรม

    9. หนึ่งนารีขี่ม้าขาวหมายถึง ทางการเมืองไม่ได้หมายถึงผู้หญิงเสมอไป ในนี้หมายถึงสัญลักษ์ ทางการเมือง ดังนั้นตามความเป็นจริง คำพยากรณ์ปลายรัชกาลที่9 ช่วงเปลี่ยนผ่านยุค คือการฟ้องถึงสิ่งชั่วร้ายต่างๆที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยชัดเชน ดังนั้นกลุ่มที่มาช่วยและแก้ไขคือ (หนึ่งนารีขี่ม้าขาว )คือพรรคพิทักษ์ไทยที่ฟ้องคดีกบฏโจรกาขาว ทำให้ขั้วการเมืองกลุ่มสี ซึ่งเป็นเครื่องมือโจรกาขาว ใช้งาน ทำให้ได้อำนาจสมบูรอาญาสิทธิราช ในการปกครองประเทศ สลายตัว หมดอำนาจ ไม่สามารถกำจัดพระสงฆ์ และประชาชนเพิ่มเติมได้ ฟ้องตามหลักฐานจริงและตรงกับคำพยากรณ์ หนึ่งนารีขี่ม้าขาว (ดังนั้นพุทธพยากรณ์ คือแม่กุญแจ และคำพยากรณ์พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ คือลูกกุญแจ ที่เปิดประตูรับพระธรรมิกราชให้มีตัวตนพร้อมหลักฐานรับรอง แน่นอนซึ่งพยากรณ์รับรองกัน แบบเดียวในโลก )และสหชาติธรรมิกราชคือสมาชิกพรรคในคำพยากรณ์(อนาคตหากผู้ไดมีหลักฐานชัดเจนกว่านี้ก็มาทำหน้าที่แทนกลุ่มเรา)

    10.พระธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิด หมายถึง (พุทธประเพณี ปฎิบัติของพุทธศาสนา ทุกพระศาสดา ดังนั้นต้องมีพระธรรมิกราช ทุกยุคของพุทธศาสนา )มาจากพุทธพยากรณ์ รับรอง ของพระศาสดาพุทธเจ้า –พุทธพยากรณ์ก่อนกำเนิดภัยที่5 ในพระปริตร”อภยปริตร”ธรรมคือความเป็นกลางปล่อยวางเข้าถึงธรรมชาติ (ราชคืออำนาจการปกครอง- จึงเป็นกลุ่มการเมืองหรือนักปกครองเป็นพรรคและกลุ่มการเมือง และมีผู้นำ หลายคน และบุคคลในกลุ่มการเมืองนี้ คือพระธรรมิกราช) อยู่ในความอุปถัมภ์พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ หมายถึง อยู่ในคำพยากรณ์ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์รับรองโดยการพยากรณ์ปาติหาริ์ย3คือ พุทธพยากรณ์1พยากรณ์นารีขี่ม้าขาว2พระธรรมิกราช3 ซึ่งเป็นปาติหาริ์ย ที่พิสูจน์ได้ตามหลักการวิทยาศาสตร์ที่ค้านไม่ได้ด้วยหลักฐาน(ปัจจุบันพระศาสดารับรองพระธรรมิกราช เกิดที่จังหวัดตราด ของประเทศไทย และ ร่วมอยู่ในการพยากรณ์ ฟ้อง ของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ (ปลายรัชกาลที่9นารีขี่ม้าขาว)

    11.สหชาติธรรมิกราช หมายถึง สมาชิกที่ทำงานในนามพระธรรมิกราช โพธิญาน (ผู้ได้รับการรับรองโดยพุทธพยากรณ์พระศาสดาและ พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ พยากรณ์นารีขี่ม้าขาว ซึ่งตรงกัน)

    12. -สิ่งมีชีวิต ต้องกำหนด 3 ประเภท คือ 1.สิ่งมีชีวิตต้องดูแลปกป้อง เช่นพ่อ แม่ ครูอาจารย์ ผู้มีพระคุณ เช่นพระศาสดา พระโพธิสัตว์ที่ชัดเจน บุคคลและสิ่งมีชีวิตที่ดีงาม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลศาสนาไดต้องได้รับการปกป้องเสมอกัน 2.สิ่งมีชีวิตที่ต้องปล่อยวาง เช่น วัวควาย สัตว์เดรัฐฉาน ต้นไม้ พืช อื่นๆ 3.สิ่งมีชีวิตที่ต้องควบคุม อบรม บอกสอน คนชั่วร้าย แก้ไขไม่ได้ เดียรถี มารศาสนา ซาตาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลศาสนาไดต้องได้รับการควบคุม บอกสอน เสมอกัน รวมทั้งสัตว์ร้ายต่างๆ เช่นยุง ตะขาบ อื่นๆสิ่งมีชีวิตที่เรวร้ายต้องควบคุม แม้ว่าจะเป็นผู้มีพระคุณ พ่อแม่ ก็ตามแต่ผู้มีพระคุณก็ต้องช่วยเหลือไปด้วย

    13.มารศาสนา ซาตาน เดียรถี อสูรกาย ยักมาร ฯลฯ มี2ประเภท 1.สำหรับปถุชนและพระอริยะ ที่ยังมีจิตเกี่ยวข้องกับสรรพสัตว์ มารคือ บุคคล กลุ่มบุคคล หลากศาสนาใช้ศาสนาต่างๆ เกาะกินกระทำการชั่วร้ายเช่นโจรกาขาว ได้แก่กลุ่มบุคคลโกงปัญญาทราม ต่ำ ไม่อาจเข้าใจ เรื่องบุญบาปคืออะไร – ไม่สามารถเข้าใจหลักวิทยาศาสตร์-ไม่สามารถรับความจริงและไม่รับหลักฐานไดๆที่เป็นความจริง ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นคนบาปโง่เขลา เรวทราม –ทั้งที่พระอริยะเจ้า พระศาสดาแสดงฤทธิ์ ต่างๆ ให้รับรู้ว่า บุญบาป มีจริง ชาติหน้ามีจริง ด้วยหลักฐานชัดเจน แต่พวกมาร จะพยายามทำให้ความจริงไม่ปรากฏ นำความเท็จออกสาธารณะ เพื่อต้มตุ่นประชาชนให้ทำชั่วตามตน ได้รับผลประโยชน์น้อยนิดก็เอาได้อำนาจการปกครองชั่วคราว สั้นๆก็ตาย แล้วไปอยู่ในมหานรกล้านๆ ชาติก็เอาขอแค่ได้ อำนาจทรามชั่วคราวสั้นๆ บังคับทำร้ายคนบริสุทธิ์ทั่วไปชั่วคราวก็พอใจ ไม่ได้มีสติปัญญานึกคิด สักนิดว่าเดี่ยวก็ตายไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรเหลือ ความจริงรับไม่ได้ มุ่งกระทำร้าย พระอริยะและนักปราชญ์ ให้หมดสิ้น มารดำรงค์ชีวิตด้วย สัญชาติญาณสัตว์ป่า และฉลาดแบบสัตว์ป่า ต่างๆ เช่นยุง ตะขาบ สุนัขจิ้งจอก อื่นๆ มารบางตัวโชคดีได้ มาเป็นมนุษย์มีอำนาจเพราะสาเหตุเดียว ปถุชน ส้รางบาปกับสัตว์เดรัฐฉานเหล่านั้น เช่น ฆ่าสัตว์ จำนวนมากโดยไม่มีความผิดซ้ำหลายชาติ และสัตว์นั้นกลับชาติมาเกิดเป็นพวกมารแก้แค้น เหตุนี้มารจึงมีอำนาจบางครั้ง เช่นโจรกาขาว และกลุ่มข้าราชการที่หนุน 2.สำหรับพระอริยะผู้ละ จิตไม่เกี่ยวข้องกับสรรพสัตว์ทั้งหมด มารคือกิเลส ที่ยังหลงเหลือ ที่ทำให้ไปไม่ถึงนิพพาน

    14.ธรรมตามกาล หมายถึง–พระศาสดา นั้นไม่ได้เขียนพระไตรปิฎก ด้วยพระพุทธองค์ คือผู้หยั่งรู้อดีตและอนาคต การเขียนกฎต่างๆเพื่อปกครอง จึงเป็นหน้าที่ ฝ่าย ปกครอง สงฆ์ และผู้ปกครองเมือง (เหตุนี้ ศิล และพระไตรปิฎก คือกฎการปกครองที่แก้ไขได้โดยผู้นำพุทธศาสนาที่ปกครองประชาชน ตลอดเวลา และต้องแก้ไขให้ทันยุค เพื่อปรับตัวให้อยู่รอด ด้วยเหตุนี้พระไตรปิฎกต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ พระอริยะโพธิสัตว์ ที่แท้จริง ไม่ส่งเสริมโจรให้มีอำนาจ แม้ว่าโจรจะเป็นบุตร เป็นพ่อเป็นแม่ ก็ตามเพราะขาดทุนในผลกรรม ผู้ค้ากรรม การค้าคือกำไร สร้างกรรมต้องได้กำไร เช่น ฆ่าวัว 1ตัว เพื่อช่วยชีวิตคน10คนต้องทำ เพราะได้กำไร นี่คือพระอริยะบุคคลที่แท้จริง การกำหนดศิล คือกฎการปกครอง และส่งเสริม ปถุชนให้ได้ขึ้นสวรรค์ แต่ ศิลทุกข้อ ทำให้ตกนรกได้เช่นกันถ้าใช้ผิดสถานที่ เช่น โจรปล้นฆ่าประชาชน ๆหนีไปซ่อนในน้ำ เรามองเห็นและโจรมาถาม เราไปบอกโจรเพราะกลัวผิดศิล ศิลทำให้ตกนรกแน่นอน ตัวอย่าง คนทำหน้าที่ศาล เมื่อโจรถูกจับมาให้ตัดสินโทษประหารหลักฐานชัดเจน ศาลกลัวผิดศิล ลดโทษ แค่ติดคุก ศาลตกนรกแน่นอน เพราะทำผิดหลักการปกครอง และกฎหมายทำให้เกิดความขัดแย้งมากมายตามมา อีกตัวอย่างการเป็นเจ้าหน้าที่ ไปจับผู้ร้ายแต่ผู้ร้ายไม่ใช่คนผิด ก็ยังฝืนจับเท่ากับร่วมใส่ความ ตกนรกแน่นอนเช่นกัน นี่คือตัวอย่าง การรักษาศิล ที่ทำให้ตกนรก ดังนั้นการปฏิบัติ(ธรรมตามกาลคือการปล่อยวาง ตามธรรม เข้ากับสถานการณ์ ได้ทุกอย่าง การได้กำไรในผลกรรมในการกระทำ คือหนทางขึ้นสวรรค์และนิพพานแท้จริง ดังนั้นพุทธศาสนาต้องกำหนดกฎหมายปกครองพุทธศาสนา ร่วมกับผู้ปกครองคือรัฐที่เป็นชาวพุทธ ใช้กับประชาชน เช่นกฎหมาย ศิล ข้อห้ามต่างๆ กฎหมายศาสนาแบบศาสนาอื่นๆ ห้ามหมิ่นศาสนา อื่นๆพระภิกขุสงฆ์ต้องได้รับสิทธิ์การเลือกตั่ง แต่นักบวชมีตำแหน่งอยู่แล้วไม่ควรเล่นการเมือด้วยตัวเอง

    [​IMG]

    15. ธรรมฤทธิ์ของพระพุทธศาสนาหมายถึงธรรมคือการเข้าถึงธรรมชาติอริยะสัจสี่ดวงตาเห็นธรรมเห็นทางหลุดพ้นวัฎสงสารฤทธิ์คืออำนาจอภิญญาชาญต่างๆการแสดงคำพยากรณ์ที่แม่นยำด้วยอภิญญาจิตต่อเนื่องยาวนาน10กว่าปีคือธรรมฤทธิ์ (ผู้แสดงธรรมฤทธิ์ได้ชัดเจนที่ประชาชนยอมรับคือสมเด็จพุทธาจารย์โตพรหมรังษี – สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (และอีกองค์ที่ไม่ปรากฏชื่อสมัยหลวงพ่อฤษีลิงดำที่ร่วมพยากรณ์หนึ่งนารีขี่ม้าขาว) คือพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์--อภิญญาชาญ คือฤทธิ์ ทางจิต เช่นการสะกดจิต –การรู้วาระจิตของผู้อื่น-การแปลงพลังจิต แสดงเป็นผี เทพต่างๆผีอำ ให้ปถุชนเห็นได้ด้วยตาเปล่า-การเข้าฝันบุคคลทั่วไปได้-การรู้เหตุการณ์ ล่วงหน้าและอดีตชัดเจนหลายภพชาติ -การเข้าควบคุมจิตสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่เป็นสัตว์ทั่วไปรวมทั้งมนุษย์ให้กระทำการต่างๆได้-การใช้พลังจิตสังหาร-ควบคุมดินฟ้าอากาศ และสิ่งมีชีวิตอื่นๆทั้งจักรวารได้-ด้วยเหตุนี้เอง พระศาสดานั้นผู้ปกป้องรักษาพระองค์มากมายที่มี อภิญญาฤทธิ์ จึงไม่มีใครสามารถแตะต้องทำร้ายพระพุทธองค์ได้เลย กรรมจะทันตาเห็นทันที ด้วยผู้มีฤทธิ์ทั้งหลาย จะทำลายผู้คิดร้ายต่อพระศาสดานั่นเอง ไม่ต้องรอกรรมชาติหน้าและผู้มีฤทธิ์ที่ปกป้องพระศาสดาก็คือพระอริยะบุคคลที่ได้อภิญญาต่างๆนั่นเอง (แค่นี้น่าจะเข้าใจแล้วว่าพระอริยะทำอะไรได้บ้างและพวกท่านทำอะไรกับมนุษย์ปถุชน นอกจากการสอนธรรม)-ส่วนพระธรรมิกราชนั้นไม่แน่ใจว่าผู้มีฤทธิ์ต่างๆและเทพจะปกป้องรักษาหรือไม่ (สำหรับผู้ที่มีองค์เป็นเพราะอดีตชาติมีกรรมผูกพันธ์กับผู้มีฤทธิ์ต่างๆ ท่านจึงช่วยเหลือ และบอกสิ่งต่างๆเป็นภาษาทิพย์ ซึ่งต้องใช้ปัญญาแปล หลายท่านรู้เรื่องพระธรรมิกราช พระศรีอาริย์ จากนิมิตหรือสำผัสพิเศษ เกิดจากผู้มีฤทธิ์บันดาลให้รู้ และเจตนาให้นำข่าวสารนั้นมาบอกประชาชน

    --สุนัข-เสือ-สิงห์ อยู่รอดล่าเนื้อด้วยอาวุธของสุนัข-มนุษย์คนอยู่รอดด้วยอาวุธแบบคนทั่วไป—พระอริยะบุคคลระดับโสดาบัน,สกิทาคามี ,พระอริยะโพธิสัตว์ ปกป้องตัวเองและสร้างบารมีโดยการใช้อาวุธแบบคนทั่วไปและเหนือกว่าปถุชนทั่วไปใช้ด้วยปัญญาที่ถุชนไม่เข้าใจและใช้ไม่เป็น—พระอริยะบุคคลระดับอนาคามี,อรหันปละผู้ได้อภิญญาฤทธิ์ต่างๆใช้ฤทธิ์ในการอยู่รอดและปกป้องพุทธศาสนาโดยการอยู่เบื้องหลัง เช่นพุทธเจ้าพยากรณ์และพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์พยากรณ์

    -ข้าพเจ้าเคยเขียนว่าในบรรดาอาวุธที่มนุษย์ใช้ในปัจจุบันเป็นแค่อาวุธล้าสมัยมากในความจริงเพราะยังพัฒนาได้กว่านี้อีกยาวไกล และผู้ที่พัฒนาได้สูงสุดคือพระอริยะโพธิสัตว์ อาวุธที่ผู้มีฤทธิ์ต่างๆใช้ คือพลังจิต และใช้ปกป้องพระศาสนา แต่อาวุธที่พระโพธิสัตว์ต่างๆและปถุชนใช้เกิดจากปัญญา และอาวุธที่โจรกาขาวและพวกมารต่างๆ ใช้เป็นเพียงอาวุธที่ได้ลอกเรียนแบบคนขาวที่มีปัญญามากกว่าพวกโจรกาขาวนี้ไม่ได้มีปัญญา แต่เป็นพวกโชคดี บุญช่วยอดีตชาติคือ หมู วัวควาย กลับชาติมาเกิด กลายเป็นยักษ์มากินคน ก็เป็นแบบปัจจุบัน กินประชาชนทุกวันกินภาษี และทำเรื่องชั่วช้าสามารคนดีเดือดร้อนไปทั่วประเทศ ดังนั้นในความจริงกลุ่มโจรพวกนี้ไม่สามารถสู้กับอาวุธของพระโพธิสัตว์ได้ (ยิ่งถ้าเป็นอภิญญาของพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ อาวุธกองทัพมาร ทั้งโลก รวมกันได้6000ล้านนาย ก็ไม่อาจสู้กับพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์พียงท่านเดียว แต่เป็นเพราะโชคชะตาช่วยโจรไว้ โชคชะตาขัดขวาง ไม่ให้ใช้อาวุธเข้าปราบปราบ เพราะในความจริงข้าพเจ้าตั่งใจใช้อาวุธลับเข้าจับกุมโจรทั้งหมด และใช้ต้นทุนแค่หลักแสนบาท แต่ ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ทำเช่นนั้น ผู้มีฤทธิ์ต่างๆไม่สนับสนุน ปัจจุบันยังมีผู้มีอภิญญา อยู่ต่างประเทศ ในความเป็นจริงโจรกาขาว และพวกมารทั้งหลาย ที่ไม่สามารถกลับใจได้ ด้วยคิดว่าตนมีกำลัง ก็เหมือนสัตว์เดรัฐฉานต่างๆ นั้นดำรงชีวิตด้วยสัญชาติญาณสัตว์ป่า ขาดการวิเคราะห์และสามัญสำนึก ถึงผิดถูกชั่วดี ดังนั้นสัตว์ร้ายพวกนี้ ก็เหมือนยุง เหมือนตะเข็บตะขาบ และอสูรร้ายทั่วไป ที่พุทธบริษัทต้องใช้กำลังเข้าควบคุมจัดการ ไม่ใช่ปล่อยให้มีกำลังและเที่ยวทำร้ายประชาชนทั่วไป ดังเป็นตัวอย่าง เช่นอินเดีย เวียดนาม อื่นๆในอดีตและไทยปัจจุบัน หลักการพุทธศาสนาแท้จริงนั้นให้ใช้กำลังจัดการได้ทุกวิธีการนี่คือความจริง ที่จะบอก และข้อไดๆที่พระศาสดาไม่ได้เขียนขึ้นมาด้วยตัวเองข้อนั้นล้วนไม่ใช่หลักการพุทธศาสนา แต่เป็นหลักการปกครองของผู้ปกครองที่มีอำนาจ ในยุคนั้น บังคับขึ้นมาเองขอให้เข้าใจตามนี้

    -ในอนาคตหากเราไม่สามารถช่วยพระ ปกป้องพุทธศาสนา และนิรโทษกรรมให้ประชาชนได้ การใช้อาวุธลีบหรือไม่จะอยู่ที่ความพร้อมและประชาชนสนับสนุน ถ้ามีประชาชนบางส่วนสนับสนุนก็จะมีการใช้อาวุธลับเข้าควบคุมโจรกาขาวและอาจยึดอำนาจรัฐถ้ารัฐเป็นโจรกาขาว โดยไม่ยากตามความจำเป็นเราขาดแค่เวลาและทุนเล็กน้อยเท่านั้น เราไม่สามารถทำให้อสูรร้าย เปลี่ยนใจมาเป็นคนได้ฉันไดการปกป้องตัวเองด้องใช้อาวุธฉันนั้น การควบคุมอสูรสัตว์เป็นมหากุศลที่ต้องทำ เพราะถ้าไม่มีใครปกป้องได้เราก็ต้องปกป้องพุทธศาสนาประชาชนตัวเองเป็นการสร้างบารมี

    16. หน้าที่ พระศรีอาริย์ธรรมิกราชหมายถึงจุดมุ่งหมาย ที่ต้องทำเผยแผ่พุทธศาสนาแบบดั้งเดิม แทน พระศาสดา พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ทั้งหลาย ซึ่งได้เข้านิพพานไปแล้ว ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับ กิจการของ พุทธบริษัทอีกเลย ดังนั้นหน้าที่แก้ไขจึงเป็นของ กลุ่ม สหชาติธรรมิกราช ดำเนินงานแทน เพื่อปกป้อง คลุ้มครอง แนะแนวทาง แก้ไขวิกฤติ ต่างๆที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาและพุทธบริษัท4ของพุทธศาสนา--ทำไมพุทธศาสนาในอินเดีย-บังคลาเทศ-เวียดนาม-จีน และอื่นๆจึงเป็นเหยื่อ ของมารและเดียรถีมาตลอดหลาย1000ปี เหตุผลเดียวคือ พุทธบริษัทส่วนใหญ่ ไม้ได้เชื่อพระพุทธเจ้า ไม่เชื่อพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ ไม่เชื่อพระอริยะ –และพระธรรมิกราช ไม่เชื่อหลักฐานไม่เชื่อความจริงที่พิสูจน์และหวาดกลัว ต่างๆ เป็นเหตุให้พุทธศาสนาสูญสิ้น แล้วสูญสิ้นอีก ไม่มีคนกล้าปกป้องพระศาสนา และคนส่วนใหญ่หลงไปกับพวกเดียรถีต่างๆ ที่หลอกและอ้างศาสนา แบบไร้เหตุผลไม่มีหลักฐานไดประกอบเลย นี่คือเหตุผลที่ต้องมีพระธรรมิกราชทำงาน กอบกู้พุทธศาสนา ให้ฟื้นคืนสู่ความถูกต้องและความจริง ดังนั้นผู้ไดขัดขวางงานของพระธรรมิกราช ไม่ว่าจะห่มเหลือง ขาว แดง ฟ้า เขียว อื่นๆผู้นั้นไม่ใช่พุทธบริษัทของพระศาสดา แต่ผู้นั้นเป็นพวกมาร ซาตาน เดียรถี ปลอมมา ซึ่งพระศาสดาเจตนาใช้พระธรรมิกราช เพื่อให้พุทธบริษัท สามารถคัดแยก พวกมาร เดียรถีที่ปลอมเข้ามาในพุทธศาสนาออกจากกัน เพื่อปกป้องพุทธศาสนาให้คงอยู่ถึง5000ปี

    -ตามหลักการปกครองสงฆ์ ปกติคือพระรัตนตรัย –พระพุทธ-พระธรรม-พระสงฆ์ พระธรรมิกราช กลุ่มสหชาติธรรมิกราช ที่ไม่ได้ครองเพศบรรชิต บวช ย่อมเป็นประชาชนธรรมดาต้องเครารพ บุชา นักบวชและพระสงฆ์ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติตลอดไป

    หลักการวิปัสสนากรรมฐานของพระธรรมิกราช-ไม่ว่าจะเป็นการเดินจงกลม การ ภาวนา ด้วย วิธีการไดๆ จุดประสงค์ของการ กระทำหรือวิปัสสนากรรมฐานนั้นคือ ทำจิตให้เป็นหนึ่ง มีพลัง ไม่ฟุ้งซ่าน -การที่เราจะเห็นธรรมแท้ของพุทธเจ้านั้น เมื่อกำหนดจิต ได้เป็นหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะพบเห็นอะไร ในขณะจิตมีพลัง เป็นหนึ่ง ไม่ยึดติดในสิ่งที่เราพบและปล่อยวางไปทีละขั้นไม่ยึดติดกับนิมิตไดๆ ทั้งสิ้น-กระทำไปเรื่อย จนกว่า เราจะได้ปัญญาเห็นธรรมคือ พบว่าสังขารธรรมไม่ใช่ของเรา ดวงจิตไม่ใช่ของเรา องค์ไม่ใช่ของเรา จิตละการยึดมั่นถือมั่นจะเกิดนิมิตขึ้นฝั่งได้ และ ในระยะแรก3เดือนจะเกิดมรรคผล เบื้องต้น จะเย็นสงบสุข หมดภาระไดทางจิต สามารถอยู่กับที่ไม่เคลื่อนไหวเลยก็ได้ถ้าไม่กิจ ถึง3เดือน ในสภาวะคล้ายพรหม นี่คือผู้ที่ได้ดวงตาเห็นธรรมเบื้องต้น ตั่งแต่โสดาบันขึ้นไป ถ้าไม่ได้มรรคผล เห็นอะไรแล้วจิตก็ยังไม่สงบ แสดงว่า การเห็นนั้นไม่ใช่ของจริง ยังเป็นของหลอก ผู้มีดวงตาเห็นธรรม จะได้ผลตามมาด้วยขั้นต้น แบบที่บอก การที่จะถอดจิตได้สภาวะจิตต้องนิ่งเหมือนแท่งเหล็กหนักเท่าจักรวารไม่ไหวติง และสามารถกำหนดจิตนิ่งนั้นระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น ช่วงระหว่างกลางนี้ ใครทำให้จิตหยุดนิ่งได้จะสามารถถอดจิตไปได้ทั่วจักรวาร นักบวชจะมีความพร้อมในการเจริญภาวนาจึงมีโอกาสถอดจิตได้ ผู้ที่อยู่ในโลกียะจะไม่สามารถถอดจิตได้เนื่องด้วยไม่พร้อมเพราะสภาพรอบตัวบังคับ สภาวะชาญจะเสื่อมเมื่อมายุ่งเกี่ยวกับสรรพสัตว์ต่างๆ

    --ทุกคนมีบารมีเก่า หลังจากทำกรรมฐาน สมาธิเสร็จแล้ว ทุกท่านสามารถอธิษฐานขอสิ่งต่างๆขอสิ่งที่ต้องการได้ โดยขอจากบารมีเก่า ที่เคยสร้างมาอดีตชาติมาใช้ในปัจจุบัน ซึ่งถ้ามีบารมีบุญเก่าพอ จะได้สิ่งที่ต้องการตามประสงค์ ซึ่งข้าพเจ้าพึ่งจะเริ่มอธิษฐานบารมี แผล่เมตตา ให้ทุกท่าน ตั่งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเช่นกัน ซึ่งข้าพเจ้าต้องใช้บารมีเก่า ปกป้องประชาชนและปราบมาร และดำเนินกิจการ งานตามจุดประสงค์ที่มาจุติให้สำเร็จโดยไม่มีอุปสรรคไดขัดขวางได้อีกต่อไป

    17. บาป-บุญตามกาล---การทำบุญ รักษาศิล ในพระพุทธศาสนา ทำให้ได้ไปเกิดบนสวรรค์ ชั้นต่างๆ เกิดเป็นคนรวย สวยงาม–---การไม่ฆ่าสัตว์ที่ดีเช่น วัว ควาย กระต่าย อื่นๆ ทำให้สุขภาพแข็งแรง สวยงาม ----การ ปฎิบัติกรรมฐาน ทำให้เกิดปัญญา ทำให้เป็นพระอริยะ---ความกล้าหาญ --การเสียสละ ตน ทำงาน ปกป้องช่วยคนอื่นๆเช่น ทหาร ตำรวจ กำจัดควบคุมสัตว์ร้าย เช่น ตะขาบ อสรพิษ คนชั่วช้า เดียรถี มารศาสนา กำจัดภัยคุกคามต่อส่วนรวม ทั่วไป ยอมเสียสละตน ปกป้องคนอื่นๆที่ดีกว่า ทำให้เกิดเป็นเจ้า มีอำนาจปกครองและศัตรูทำอันตรายไม่ได้เพราะกำจัดสัตว์ร้าย เดียรถี มารศาสนา ปกป้องคนดี เพื่อคนอื่นๆหยุดความเสียหายมากกว่าแม้ว่ากรรมนี้ทำให้มีศัตรูแต่ศัตรูก็ทำอะไรไม่ได้ ---การเสียสละตนเพื่อปกป้องพระศาสนา ปกป้องประชาชน ทำให้เป็นพระโพธิสัตว์ มีปัญญาฉลาดและมีอำนาจปกครองยิ่งใหญ่--การยอมให้ผู้อื่น ๆ ทำร้ายและฆ่าตนนั้นเป็นบาปอย่างยิ่ง (เช่นนักบวชพุทธ ในอินเดียยอมให้ กลุ่มมุสลิมสังหารใน นาลันทา ) จะอธิบาย ให้ชัดเจน กว่าพ่อแม่ กว่าจะเลี้ยงเรามาโต สิ้นเปลืองลำบากมากมาย เป็นการส่งเสริมคนร้ายให้ทำร้ายได้ใจยิ่งทำชั่ว การเจ็บปวดนั้นไม่เป็นกุศล เมื่อเกิดมาชาติต่อไปจะทำร้ายกันการยอมให้คนอื่นๆทำร้ายทั้งที่ไม่มีความผิดเป็นบาปหนักที่ต้องชดใช้ต่อ (การแก้วิกฤติแบบนี้ทางที่ถูกคือ นักบวช ต้องลาลิกขา กับใครก็ได้ ไม่มีใครก็ลากับตนไม้ และทำทุกวิธีการเพื่อปกป้องพระศาสนา ที่ตนอาศัยอยู่จึงจะเป็นการสร้างกุศล หลังจากปกป้องตัวเองได้ ปกป้องศาสนาได้ก็กลับมาบวชใหม่)

    --.การสร้างกุศลกับ สัตว์เดรัฐฉาน มีผล 1-80% แล้วแต่การกระทำของสัตว์แต่ละประเภท โดยประมาณในความจริง ( ตัวอย่างเราช่วยสุนัขกำลังจมน้ำ ได้บุญ80% โดยเราช่วยให้พ้นน้ำ ลงทุนแค่ออกแรงไม่เสียเงิน แต่ได้ ช่วยชีวิตทำให้สุขภาพเราดี นับว่าเป็นกำไรเต็ม80% สมควรทำ แต่ถ้าเราต้องเสียหาย โดยลงทุน อย่างอื่นๆมากมาย ผลกลับคืน80%ย่อมขาดทุน ข้อนี้ต้องใช้ดุลพินิจ วิเคราะห์ ว่าสมควรหรือไม่ ) ---สร้างกุศลกับคนปกติมีผล100%

    --สร้างกุศลกับคนร้าย เดียรถี มารศาสนา สัตว์ร้ายอันตรายต่างๆ (แม่จะเป็น ลูก เป็นญาติเป็น พ่อ แม่ ผู้มีพระคุณก็ตาม มีผลติดลบ .000 และมีโทษตามไปด้วย ความรุนแรงของบาปอยู่ที่การกระทำของ คนร้าย เดียรถี มารศาสนา และสัตว์ร้ายๆนั้นได้กระทำเวลานั้น (ถ้าเป็นผู้มีพระคุณการแก้คือ พยายามบอกสอนหรือควบคุมไม่ให้เขาเหล่านั้นทำสิ่งชั่วร้าย แต่ห้ามสนับสนุน)

    --การสร้างกุศลกับพระอริยะบุคคล พระอริยะโพธิสัตว์ที่กำลังสร้างบารมี ด้วยปัญญาที่สมบูรย์แล้วได้กุศล มหาศาลประมาณไม่ได้ ตามที่อริยะหรือพระโพธิสัตว์กำลังทำอะไร---การสร้างกุศลกับพระศาสดาพระอรหัน ปกป้องพระศาสนา อุปถัมภ์ศาสนา มหากุศลนั้นประมาณไม่ได้(การสร้างกุศลกับพระศาสดา กับพระศาสนาจริงๆคือการ ยอมรับพระศาสดา พระศาสนาในแบบดั้งเดิม ครั้งพุทธองค์ทรงอยู่ นั้นคือพุทธศาสนาแท้จริง และเชื่อฟัง ทำบุญกับผู้ที่พระศาสดารับรอง มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ และทำบุญสร้างพระศาสนาปกป้องพระศาสนา ปกป้องทุกอย่างของพระศาสดา จึงจะได้กุศลบุญมหาศาลที่แท้จริง นอกนั้นการทำบุญแบบอื่นๆเป็นเพียง การสมมุติซึ่งบางอย่างก็จริงบางอย่างเดียรถีก็หลอกหากินต้องแยกแยะรายละเอียด หากทำบุญกับเดียรถี อ้างเป็นพระ หรือพุทธบริษัทปลอม หลอกหากิน การทำบุญนั้นไม่ใช่พุทธศาสนาถือเป็นโมฆะ กุศลกรรมนั้น มีเท่าแจกทานให้เดียรถีเท่านั้นเท่ากับให้ขอทานทั่วไปและถ้าคนที่เราให้ทานทำชั่วเราย่อมได้ผลชั่วตามไปด้วย เป็นบาป

    --การสร้างกุศลกรรมใหญ่ ได้บุญประมาณไม่ได้ให้ผลรวดเร็วจริงคือ การปกป้อง อุปถัมภ์พุทธศาสนา ทุกอย่างของศาสนาดั้งเดิม รองลงมาคือการปกป้องประชาชนทั้งหมดทั้งโลกไม่เกี่ยงเชื้อชาติศาสนา สร้างแนวทางชีวิตที่ดีที่สุดและถูกต้อง ทำให้เกิดสันติสุขแก่ส่วนรวม ทำลายความขัดแย้งทั้งมวล ที่จะเกิดกับประชาชนโลก ทำลายสงครามด้วยการหยุดสงคราม และสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆนาๆประการ ต่างๆให้ประชาชนทั้งหมดทั้งโลกได้ใช้งานร่วมกัน เป็นมหากุศลที่ประมาณไม่ได้ (ตัวอย่างคือนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่ง ที่ประดิษฐ์ สิ่งต่างๆให้ชาวโลกใช้งานเมื่อมีคนได้ใช้สิ่งประดิษฐ์นั้นมากเท่าไหร่กุศลกรรมจะเกิดแก่ผู้ประดิษฐ์มากเท่านั้น แม้จะเป็นการค้าก็ตาม นี่เป็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไม ประเทศอเมริกา ทางยุโรฟ จึงมีอำนาจและร่ำรวมมากกว่าคนเอเชีย เป็นเพราะกุศลกรรมข้อนี้ แต่บุคคลที่จะสร้างกุศลกรรมนี้ได้ต้องมีปัญญามาก คิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ให้ประชาชนใช้งานได้

    (การสร้างบาปหรือทำร้าย ให้ร้าย พระอริยะต่างๆหรือพระโพธิสัตว์ ย่อมมีโทษรุนแรงสวนทางกับการสร้างกุศลตามการกระทำของพระอริยะหรือพระโพธิสัตว์นั้นๆ-การสร้างบาปกับพระศาสดา นั้นกระทำไม่ได้เลย จะพบมหาวิบัติทันทีกรรมทันตาดังตัวอย่างในอดีต

    18.หลักการของพระพุทธศาสนาที่แท้จริงดั้งเดิม หมายถึง หลักปฏิบัติของพระศาสดา ช่วงพระพุทธองค์ทรงเผยแผ่พุทธศาสนา อริยะสัจสี่ คือความจริงที่ทำให้คนธรรมดาเป็นอริยะบุคคล มีอยู่4ประการคือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และกิจในอริสัจ4 ที่ต้องทำ –และไม่ยึดติดในลาภ ยศ วัตถุ ด้วยการยินดีรับพระนักบวชทุกนิกาย ร่วม วัดเคหสถาน ร่วมสังฆกรรม วิปัสสนากรรมฐาน โดยไม่รังเกียจกันและเสียสละช่วยเหลือประชาชน เช่น งานศพ งานพิธีบวช อื่นๆ ที่เป็นกุศล โดยการสงเคราะห์แบบพ่อแม่ ลูก

    -----กฎ ทุกข้อ รวมทั้งพระไตรปิฎก อันไดที่เกิดหลัง พระศาสดาปรินิพพาน ทั้งหมดไม่ใช่หลักการพุทธศาสนา แต่เป็นหลักการปกครอง ของ คณะสงฆ์และผู้ปกครองกำหนด ในแต่ละภูมิประเทศย่อมแตกต่างกันจึงเป็นหลายนิกาย หลากศาสนา สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดโดยผู้ปกครอง หรือผู้มีอำนาจ ในกลุ่มนั้นๆ เวลาตามสถานการณ์ ที่เหมาะสมกับการแก้ไข

    -----พระศาสดา หมายถึงผู้สร้างพุทธศาสนา เป็น อรหันพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญูรู้แจ้งโลกทั้งในอดีตและในอนาคตทรงมีเมตตากรุณาแก่สัตว์โลกเป็นล้นพ้นเป็นครูของ พระเจ้า เทวดา เทพ พรหม สรรพสัตว์ ทั้งหลาย ดังนั้นบุคคล พระเจ้า เทพ เทวดา พรหม ทุกเชื้อชาติศาสนา จึงอยู่ในสถานะเป็นผู้เรียนรู้ของพระศาสดาทั้งหมด หลักการพุทธศาสนา จึงสามารถเข้ากับทุกนิกายพุทธและเข้าถึงทุกพระศาสดาทุกศาสนาอย่างแท้จริง ไม่ต้องสงสัย

    -----( ดังนั้นในนามพระศรีอาริย์ธรรมิกราช สหชาติธรรมิกราช แนะนำให้ พุทธบริษัททุกประเทศทั่วโลก ใช้ดุลยพินิจ แก้กฎในการปกครองให้เข้ากับสถานการณ์ ที่พุทธบริษัทจะปกป้องตัวเองได้ ปล่อยวางตามกาล เข้ากับทุกศาสนาทุกศาสดา และผู้นำในกลุ่มนั้นๆสามารถแก้กฎ ศิล ทุกอย่างในพระไตรปิฎกได้ตามความเหมาะสมกับภูมิประเทศนั้นๆ เพื่อปกป้อง นักบวช และประชาชน ทุกเชื้อชาติศาสนาอย่างเหมาะสม )

    -แต่ละประเทศ แตกต่างประเพณี แตกต่างการยึดถือ ดังนั้น การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎ ศิล ต่างๆไม่จำเป็นต้องทำให้เหมือนกัน ไม่ต้องทำตามทุกข้อ แต่ทำให้เข้ากันได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่เป็นจริง เช่นบางประเทศสงบสุขอยู่แล้ว ในข้อปฎิบัติแบบเดิม ก็ใช้ข้อปฎิบัติแบบเดิมไม่ต้องแก้ไขอะไร –ส่วนบางประทศที่ประสบปัญหาวิกฤติเช่นประเทศไทย บางข้อจำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นก็อยู่ไม่ได้ เช่นประเทศอินเดียยุค นาลันทา บังคลาเทศ ฯลฯ ที่ไม่มีการแก้ไข พุทธศาสนาก็จบสิ้นไป หลักการพุทธศาสนาคือพุทธศาสนาที่จำเป็นต้องยึดถือ นอกนั้นเป็นกฎการปกครองที่ทำให้อยู่รอดปลอดภัยและสงบสุขแก้ได้ตามสถานการณ์

    --------ข้อมูลนี้รบกวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเผยแผ่เอกสารต่อไปทุกที่ทั่วประเทศเช่น ----สถานที่ราชการทั้งหมดตำรวจทุกสถานีกรมการทหารทุกที่ -----วัดทุกวัดทุกมัสยิต ---รร. มหาลัย-- พรรคการเมืองต่างๆ --- และทุกสถานที่ๆสำคัญเพราะข้อมูลนี้คนไทยต้องร่วมลงชื่อขอฟ้องคดีพร้อมๆกันทั้งประเทศเหตุเพราะเป็นคดีสาธารณะผู้เสียหายคือประชาชนชาวไทยทั้งประเทศเพื่อสร้างบารมีปกป้องประเทศชาติศาสนาและประชาชนหากท่านไดเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยให้ท่านใช้ชื่อธานนท์คนขยัน(แกนนำ กลุ่มสหชาติธรรมิกราช) ในการส่งต่อข้อมูลเรารับผิดชอบทั้งหมดเทคนิคการประชาสำพันธ์ในสถานการที่กบฏกาขาวปกครองประเทศ (สื่อสารทางออนไลน์ใช้งานไม่ได้ผล) ต้องทำเอกสารย่อแจกตามบ้าน—ใบปลิวแจก—ทำป้ายติดตามที่สาธารณะแบบย่อสั้น—แจกจ่ายพระภิกขุเวลาบินทบาตร–แจกในตู้บริจาคตามวัด–เหตุผลที่ทุกท่านต้องช่วยกันเผลแผ่เอกสารเพราะว่าหากไม่มีการเผลแผ่เอกสารประเทศไทยจะตกอยู่ในการขัดแย้งไม่จบสิ้นพี่น้องประชาชนไทยแดงเหลืองฟ้าอื่นๆและราชวงค์จะมีความอาคาตพยาบาทเคียดแค้นต่อกันและคิดทำร้ายกันเข้าใจผิดกันตลอดไปประเทศไทยจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบประเทศบังคลาเทศอินเดียนักบวชวัดพุทธสถานจะค่อยๆถูกทำลายลื้อถอนทำลายชื่อเสียงพระจะถูกใส่ความโดยคนของกบฏกาขาวที่แทรกตัวทำงานอยู่ในพุทธศาสนาวางอุบายเพื่อกำจัดพระสงค์ทั่วประเทศพรรคการเมืองต่างๆจะถูกใส่ร้ายนักการเมืองจะต้องคดีและกลุ่มการเมืองทุกกลุ่มจะถูกกำจัดและทำให้ประสารงานกันไม่ได้

    ขอดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดี ข้อหากบฏ และคดีอื่นๆ ดังต่อไปนี้กับกลุ่มกบฏรัฐอิสลาม (หรือ กบฏ กาขาว )

    ---1. กรณีตากใบ 2547 นี้การเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมากเป็นการตั่งใจเจตนาฆ่าประชาชนโดยกบฏรัฐอิสลาม (กาขาว) เพื่อโยนความผิดให้คุณทักษินทหารข้าราชการราชนิกุลที่สนับสนุนให้ท้ายการปราบกบฏชัดเจนในเวลานั้นจำเป็นต้องนำคดีขึ้นมาฟ้องใหม่จะเป็นการเจตนาฆ่าประชาชนมุสลิมเพื่อใช้ปลุกระดมประชาชนมุสลิมให้สนับสนุนการก่อการกบกรัฐอิสลาม(พวกกาขาว) เหตุเพราะว่าคดีกบฏรัฐอิสลลาม(พวกกาขาว) ใช้ประชาธิปไตยและข้าราชการในพรรคการเมืองหลอกใช้เป็นเครื่องมือก่อการกบฏมานานแล้วชัดเจนตลอดมาต่อเนื่องเมื่อมีการฆ่าประชาชนจำนวนมากเพื่อการยึดครองประเทศและเราได้ตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สนับสนุนหรือหัวหน้าขบวนการก่อการร้ายภาคไต้และบุคคลนั้นมีอำนาจปกครองประเทศจำเป็นต้องนำคดีฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศแทน(หลักฐานคือการหลอกใช้พรรคการเมืองและข้าราชการไทยพุทธมนาน (ให้ตรวจสอบหลักฐานเช่นทหารตำรวจข้าราชการที่คุมฝูงชนคดีตากใบแบบใกล้ชิดติดตัวประชาชนที่เสียชีวิตเป็นผู้บังคับการชั้นระดับล่างปัจจุบันทำงานที่หน่วยไหนและอยู่กลุ่มฝ่ายไดมีตำแหน่งอะไรถ้าทำงานให้รัฐบาลและสนับสนุนการปกครองปัจจุบันและได้ดีก็จะเป็นสมาชิกของกลุ่มกบฏรัฐอิสลามพวกกาขาวและการสังหารประชาชนในรถบรรทุกขนส่งคุมฝูงชนเป็นการเจตนาฆ่าประชาชนเพื่อทำการปลุกระดมก่อการกบฏรัฐอิสลามพวกกาขาว --- (คดีฆ่าประชาชนที่ตากใบในรถบรรทุกคาดว่ามาจากการกระทำของกบฏรัฐอิสลาม(พวกกาขาว) หลอกลวงกลุ่มการเมืองให้ทำร้ายประชาชนและใช้ทหารข้าราชการที่ใกล้ชิดในระหว่างคุมฝูงชนฆ่าประชาชนเพื่อปลุกระดมประชาชนมุสลิมและแกนนำต่างๆเพื่อร่วมก่อการกบฎรัฐอิสลาม(พวกกาขาว) จากเหตุผลที่กลุ่มการเมืองระบอบทักษินมาจากประชาชนจะไม่มีทางทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เกียจชังโดยรู้ตัวและไม่มีเหตุผลที่ต้องเจตนาฆ่าประชาชนมุสลิมเพราะไม่ได้ผลประโยชน์–และการเยียวยาประชาชนมุสลิมที่เสียหายมาจากรัฐบาลประชาชนคุณยิ่งรักษ์รัฐบาลอื่นๆไม่เคยเหลียวแลประชาชนแต่อย่างไร--ที่สำคัญผู้นำมุสลิมผู้อุ้มชูมุสลิมทั้งหมดต่างหุบปากเงียบไม่ยอมแสดงตนปกป้องประชาชนมุสลิมที่เสียชีวิตเพราะกลัวความแตกใช้แผนร้ายไม่ได้หลังจากล้มรัฐบาลทักษินได้สำเร็จ 2549 และปัจจุบัน2557-2561 ไม่ยอมให้มีการลื้นพื้นคดีสอบสวนใหม่เจตนาชัดต้องการปกปิดซ่อนเร้นทำให้เรื่องเงียบไปไม่ได้มีจิตคิดช่วยประชาชนมุสลิมมีความคิดแค่ยึดอำนาจการปกครองและบังคับใช้ประชาชนเป็นทาษตนเท่านั้นเพราะผู้นำมุสลิมและผู้อุปถัมมุสลิมและแกนนำนั่นเองคือผู้สั่งฆ่าประชาชนของตัวเองเพื่อหวังจุดประกายรวบรวมกลุ่มมุสลิมแกนนำทำการกบฏยึดอำนาจการปกครองประเทศโดยใช้กฎหมายศาสนาที่เตรียมไว้ขยายเคลือข่ายมัสยิตและประชาชนเพิ่มขึ้นเพื่อบังคับใช้กฎหมายเข้าปกครอง---(---( (และเหตุผลสำคัญรัฐบาลกลุ่มคุณทักษินถูกหลอกใช้งานมาตลอดหลักฐานชัดเจน - จึงไม่มีเหตุที่รัฐบาลมาจากประชาชนจะสังหารประชาชนมากมายเพื่อการเมืองในกรณีคดีตากใบแต่ถ้าเป็นกบฏรัฐอิสลาม(พวกกาขาวนั้น) เขาจะได้ผลประโยชน์จากการรวมประชาชนปลุกระดมกำจัดรัฐบาลทักษินและต่อด้วยสมาชิกราชวงค์และทหารข้าราชการไทยพุทธทำให้แผนการยึดประเทศประสบความสำเร็จเช่นปัจจุบันดังนั้นคดีฆ่าประชาชนที่ตากใบจึงป็นฝีมือกลุ่มกบฏรัฐอิสลาม (พวกกาขาว) คดีนี้ต้องลื้อพื้นขึ้นมาใหม่และนำสู้ศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อทำการสอบสวน

    ---------2.ข้อหาก่อการกบฏยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน2549 โดยแกนนำทหารมุสลิมและผู้อุ้มชูมุสลิมเพื่อล้มล้างให้ร้ายใส่ร้ายว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีส่วนร่วมในการปฏิวัติและ (จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏคือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ) ทำให้เกิดคดี 112 ตามมามากมายและการออกกฎหมายให้มุสลิมปกครองตัวเองตั่งแต่2524 ถึงปัจจุบันหลักฐานคือการออกกฎหมายของนักการเมืองรัฐบาลให้มุสลิมปกครองตัวเองได้ทั้งที่พระมหากษัตริย์ต้องทำหน้าที่ปกครองประชาชนประเทศตามราชวงค์พุทธ ----( ถึงแม้ว่าการปฏิวัติยึดอำนาจ 2475 เป็นประชาธิปไตยแล้วแต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการยึดอำนาจพระมหากษัตริย์ราชวงค์ในการปกครองคลุ้มครองพุทธศาสนาดังนั้นในเรื่องศาสนาสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงค์ยังมีอำนาจเด็ดขาดในการปกครอง -ปกติศาสนาพุทธฮินดูคริสอื่นๆไม่เคยมีกฎหมายพิเศษคลุ้มครองไม่มีกฎหมายของตัวเองมีแต่ประเภณีปกครองกันซึ่งประเภณีหากไม่ปฏิบัติก็ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง-แม้แต่ศาสนาพุทธซึ่งเป็นศาสนาที่สถาบันพระมหากษัตริย์กำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องรักษาปกป้องตามกฎช่วงก่อตั่งราชวงค์ก็ไม่เคยมีกกหมายคลุ้มครองปกครองตัวเองแต่อย่างไรดังนั้นกฏหมายอิสลามจึงเป็นกฎหมายปกครองประชาชนทำให้เกิดรัฐซ้อนรัฐซึ่งปกติทุกศาสนาควรใช้เป็นประเพณีในกลุ่มชนเท่านั้นจะเอามาใช้เป็นกฎหมายกับส่วนรวมในเมืองพุทธไม่ได้เช่นในกทม. ก็มีมัสยิตมากมายมานานแล้วไม่เคยมีปัญหาอะไรพี่น้องไทยพุทธมุสลิมอยู่ด้วยกันสงบสุขโดยกฏหมายรวมไม่ต้องมีกฎหมายอิสลามแต่อย่างไร --การออกกฎหมายให้ศาสนาอื่นปกครองตัวเองได้คือการกบฏต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงค์ ) ---การออกกฏหมายในสถานการที่พระมหากษัตริย์ไร้อำนาจการแต่งตั่งและควบคุมกำลังทหารข้าราชการทั้งประเทศในเมื่อข้าราชการทั้งประเทศถูกควบคุมทั้งหมดโดยรัฐบาลและสภาของฝ่ายประชาชนและสว. -- จึงไม่อาจอ้างพระมหากษัตริย์คือผู้ออกกฎหมายได้ตามความจริง = (ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบโดยเฉพาะการยึดอำนาจเพื่อให้ร้ายทหารพุทธและสถาบัน (จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏ(พวกกาขาว) คือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ))

    ---------3.ขัดขวางล้มล้างอำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงค์พุทธปัจจุบันหลักฐานการออกกฎหมายควบคุมพระมหากษัตริย์การขึ้นครองราชย์ต้องผ่านถึง4ขั้นตอน 2549 ปัจจุบันทำให้เกิดช่องว่างต้องมีผู้สำเร็จราชการเป็นผู้อุ้มชูมุสลิมตั่งแต่พศ.2524-ปัจจุบันที่มีอำนาจที่สุด) ควบคุมราชวงค์และสมาชิกและกฎหมายมุสลิมเข้าปกครองไทย 4จังหวัดฯลฯและพยายามจะมีการขยายกฎหมายอิสลามไปทุกจังหวัดด้วยมีการวางแผนการสอนมุสลิมศึกษาในโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศขยายเคลือข่ายมัสยิตทุกจังหวัดหวังยึดประเทศไทยให้หมดสิ้นด้วยกฎหมายศาสนาตั่งข้าราชการมุสลิมทำงานเพิ่มมากมายและขยายจำนวนมัสยิตหลักจากการยึดอำนาจการปกครองโดยที่ประเทศไทยคือราชอาณาจักรพุทธราชวงค์จักรกรีถูกกำหนดโดยสถาบันพระมหากษัตริย์ให้พระมหากษัตริย์ต้องปกป้องพุทธศาสนาโดยตรงเท่านั้นด้วยเหตุนี้การนำบุคคลศาสนาอื่นๆมาปกครองยึดอำนาจออกกฎหมายปกครองย่อมทำไม่ได้ทำลายวัดวาอารามจับพระสึกขังคุกให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ย่อมผิดในข้อหาก่อกบฏต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงค์จักรกรีโดยตรง----( ถึงแม้ว่าการปฏิวัติยึดอำนาจ 2475 เป็นประชาธิปไตยแล้วแต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการยึดอำนาจพระมหากษัตริย์ราชวงค์ในการปกครองคลุ้มครองพุทธศาสนาดังนั้นในเรื่องศาสนาสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงค์ยังมีอำนาจเด็ดขาดในการปกครอง -ปกติศาสนาพุทธฮินดูคริสอื่นๆไม่เคยมีกฎหมายพิเศษคลุ้มครองไม่มีกฎหมายของตัวเองมีแต่ประเภณีปกครองกันซึ่งประเภณีหากไม่ปฏิบัติก็ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง-แม้แต่ศาสนาพุทธซึ่งเป็นศาสนาที่สถาบันพระมหากษัตริย์กำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องรักษาปกป้องตามกฎช่วงก่อตั่งราชวงค์ก็ไม่เคยมีกกหมายคลุ้มครองปกครองตัวเองแต่อย่างไรดังนั้นกกหมายอิสลามจึงเป็นกฎหมายปกครองประชาชนทำให้เกิดรัฐซ้อนรัฐซึ่งปกติทุกศาสนาควรใช้เป็นประเถณีในกลุ่มชนเท่านั้นจะเอามาใช้เป็นกฏหมายกับส่วนรวมในเมืองพุทธไม่ได้เช่นในกทม. ก็มีมัสยิตมากมายมานานแล้วไม่เคยมีปัญหาอะไรพี่น้องไทยพุทธมุสลิมอยู่ด้วยกันสงบสุขโดยกฏหมายรวมไม่ต้องมีกฎหมายอิสลามแต่อย่างไรการออกกฎหมายให้ศาสนาอื่นปกครองตัวเองได้คือการกบฏต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงค์ ) ----พระมหากษัตริย์ต้องทำหน้าที่ปกครองประชาชนประเทศตามราชวงค์พุทธการออกกฏหมายในสถานการที่พระมหากษัตริย์ไร้อำนาจการแต่งตั่งและควบคุมกำลังทหารข้าราชการทั้งประเทศในเมื่อข้าราชการทั้งประเทศถูกควบคุมทั้งหมดโดยรัฐบาลและสภาของฝ่ายประชาชนและสว. -- จึงไม่อาจอ้างพระมหากษัตริย์คือผู้ออกกฎหมายได้ตามความจริง =(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนและไม่อาจทำได้เช่นการควบคุมสมาชิกราชวงค์ปลดออกหมดจากอำนาจการเมืองกฎหมายมุสลิมปกครองตัวเอง 4จังหวัดเป็นการยึดอำนาจสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงค์พุทธโดยตรง ) ------4. ตามหลักฐานความจริงที่ปรากฏในเพจรร.สื่อการสอนประชาธิปไตยฉบับอนุรักษ์นิยม (รปอ. หรือหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ) ( ธานนท์คนขยันผู้ดูแลเพจ ) กลุ่มกบฏรัฐอิสลาม(พวกกาขาว) สร้างสถานการพยายามล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เข้าควบคุมระบบออนไลน์และการสื่อสารทั้งประเทศแสดงข้อมูลเท็จทางออนไลน์ให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์และข้าราชการตำรวจทหารไทยพุทธเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นรัฐอิสลาม (จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏคือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ) (หลักฐานในเพจนี้เป็นเครื่องยืนยันหลักฐานข้ออื่นต่อเนื่องได้ทั้งหมดทุกข้อ-- เพจเงียบไม่มีคนรู้จักเหตุเพราะเป็นเพจที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่คุมออนไลน์ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มกบฏรัฐอิสลามอดีตปกติไม่สามารถเผยแผล่ข้อมูลทางออนไลน์ได้ทุกทางแม้จะใช้อุปกรณ์อื่นๆชื่ออื่นซิมอื่นปกปิดตัวตนยังไงก็ตามถูกควบคุมข้อความโดยโปรแกรมอัตโนมัติแต่การให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถเผลแผล่ได้ทุกพื้นที่ออนไลน์อย่างอิสระ =(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนและการกีดกันไม่ให้ประชาชนปกป้องประเทศปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ข้าราชการและประชาชนตามความสามารถตามจับบล็อกข้อมูลการสื่อสารซ้ำทุกครั้งหลายครั้งพยายามทำลายหลักฐานทำให้การปกป้องประเทศปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ข้าราชการและประชาชนตามความสามารถล้มเหลวการตามจับผู้ปกป้องสถาบันเท่ากับเป็นกบฏ(พวกกาขาว) ความผิดนี้ชัดเจน )(หลักฐานข้อนี้ทุกท่านสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง เพียงทดสอบ นำข้อมูล การฟ้องคดีกบฏ กาขาว และ งานทั้งหมดของกลุ่มสหชาติธรรมิกราช ไปโพสในยูทุบ FB เคลือข่ายออนไลน์ ทั้งไทยและต่างประเทศ หรือซื้อโฆษณาให้ข้อมูลโชร์ ออกที่ประเทศไทย ข้อมูลจะถูกปิดกั้นไม่ให้ประชาชนทั่วไปพบเห็น แต่ในทางตรงกันข้ามข้อมูล เสื้อแดงล้มสถาบัน สามารถออกสื่อได้ ตลอดเวลานานมาแล้วตั่งแต่ปี2557สถานการณ์ เป็นเช่นนี้มาตลอด ซึ่งแสดงถึงกลุ่มเสื้อแดงล้มสถาบันเป็นคนของโจรกบฏกาขาว)

    ---------5.หลักฐานมุสลิมเสื้อแดง – เหลืองฟ้าปกกสอื่นๆและบุคคลที่ถูกซื้อตัวและบุตรหลานเส้นทางการเงินจำนวนมากเป็นลูกน้องบริวารของกลุ่มเดียวกับมือที่มองไม่เห็นหรือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมณูญรับผลประโยชน์จากมัสยิตฮาลานสุมหัวปลอมตัวเข้าร่วมเสื้อเหลืองแดงฟ้าและกลุ่มอื่นๆสร้างสถานการณ์และสื่อลวงควบคุมระบบออนไลน์และการสื่อสารทั้งประเทศ(จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏคือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ) แสดงข้อมูลเท็จทางออนไลน์เพื่อกำจัดให้ร้ายข้าราชการทหารตำรวจและผู้มีอำนาจไทยพุทธทั้งหมดทั้งประเทศเช่นผู้มีอำนาจตระกูลชิณวัตร - ตระกูลลิ้มทองกุล- และพรรคการเมืองเกือบทุกพรรคถูกยุบ -สมาชิกตระกูลฉายาพันธ์ - และสมาชิกราชวงค์ – พลเอกณพลบุญทับ ---การให้นักการเมืองสมาชิกกบฏรัฐอิสลามทุกกลุ่มทุกพรรคทุกสีรวมข้าราชการกลุ่มกบฏลุมสกรัมให้ร้ายใส่ร้ายข้าราชการตงฉืนเช่นท่านพลเอกประวิทย์วงสุวรรณและ-นายทหารข้าราชการไทยพุทธอื่นๆทั้งประเทศหลายท่านเพื่อชิงอำนาจทางการทหารและการปกครองฯลฯ=(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนการเล่นละครหลอกลวงต้มตุ๋นตัวอย่างหลอกคุณทักษินแต่งตั่งมุสลิมมายึดอำนาจคุณทักษิน – เสื้อแดงมุสลิมเสื้อเหลืองมุสลิมฟ้ามุสลิมและคนอื่นที่ถูกซื้อมากมายถ้าสอบสวนจริงจะรู้ว่าเสื้อแดงมุสลิมเกือบทุกคนแทบไม่ถูกดำเนินคดีและแกนนำเสื้อแดงหลายคนรบกับทหารให้คนเผาห้างและบางคนรบกับทหารตามจับแต่จับแล้วปล่อยทุกทีนอนอยู่บ้านกับลูกเมียสบายอ้างสหประชาชาติช่วยที่จริงสหประชาชาติไม่มีทางช่วยคนไทยเพราะเขาไม่ยุ่งอยู่แล้วคนพวกนี้ไม่ถูกดำเนินคดีแค่จับโชร์แล้วปล่อย–และคนทุกสีทุกกลุ่มรวมข้าราชการลุมให้ร้ายท่านพลเอกประวิทย์เพื่อชิงอำนาจทางการทหารหลักฐานชัดเจน )

    -----6.หลักฐานการทำให้ประชาชนเกียจชังทหารข้าราขการไทยพุทธและสถาบันพระมหากษัตริย์หลังหลอกให้ร่วมยึดอำนาจที่มีจำนวนมากกว่าทหารมุสลิมหลายเท่าคือเช่นมีการกลั่นแกล้งตระกูลชิณวัตรและผู้มีอำนาจทางการเมืองอื่นๆเช่นคุณยิ่งรักษ์อาจกลั่นแกล้งปล่อยน้ำท่วมปี2554 คดีจำนำข้าวคดียุบพรรคการเมืองมากมายอื่นๆฯลฯล้วนเจตนาให้ประชาชนเกียจชังกันจงเกียจสถาบันและทหารข้าราชการไทยพุทธที่มีจำนวนมากกว่าทหารมุสลิมหลายเท่าด้วยประชาชนส่วนใหญ่และชาวโลกไม่ยอมรับคดีดังกล่าวนั้นเหตุเพราะแบ่งฝ่ายชัดเจนอีกฝ่ายทำผิดกลับไม่ผิดในข้อหาเดียวกันคล้ายกัน (การกระทำเช่นนี้มีผลให้ประชาชนเกียจชังข้าราชการตำรวจทหารไทยพุทธและต่อต้านเกิดกลุ่มล้มต่อต้านทหารล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์มากมายหลังจากนั้น) (จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏคือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ) – หลอกคุณทักษินให้แต่งตั่งทหารมุสลิมมาปฏิวัติคุณทักษินตัวเองล้วนแต่หลอกใช้คุณทักษินและคนเสื้อแดงเป็นเครื่องมือใช้ประชาธิปไตยลวงนำทาง ) เมื่อทำให้ประเทศเข้าวิกฤติด้วยความเสื่อมศรัทธาในการปกครองทั้งหมดแบบเมืองพุทธและกบฏรัฐอิสลามเข้ายึดอำนาจการปกครองสำเร็จเช่นปัจจุบัน=(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนการเล่นละครหลอกลวงต้มตุ๋นตัวอย่างทำให้ประชาชนเกียจชังทหารและสถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้ประเทศวิกฤษซึ่งทหารข้าราชการ 95%เป็นพุทธส่วนคนร่วมมุสลิมแทบไม่ได้ผลกระทบเพราะส่วนมากมุสลิมปลอมเป็นพุทธก็เยอะหวังหลอกทำร้ายยึดอำนาจ )-----7.เข้าควบคุมระบบออนไลน์และการสื่อสารทั้งประเทศแสดงข้อมูลเท็จหลอกเข้าร่วมกลุ่มการเมืองต่างๆหลอกคนทั้งประเทศว่าตัวเองเป็นเสื้อแดง -หลอกหลอกคนทั้งประเทศว่าตัวเองเป็นเป็นกลุ่มเสื้อฟ้า -หลอกหลอกคนทั้งประเทศว่าตัวเองเป็นว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสื้อเหลือง -ปกกสและกลุ่มการเมืองอื่นๆ(จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏคือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ) –ที่จริงคือกลุ่มกบฏรัฐอิสลามที่แบ่งกลุ่มทีมกันทำงานแล้วหลอกลวงปลุกระดมทหารตำรวจข้าราชการประชาชนให้แตกแยกรบราฆ่าฟันกันทั้งที่จริงตนเองบุตรหลานบริวารรับเงินและผลประโยชน์มาจากมัสยิตฮาลานและหรือผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมณูญทำให้ประเทศแตกแยกยุยงปลุกปั่นหลอกลวงทำให้ประชาชนเกียจชังกันเป็นเหตุให้มีการรบราฆ่าฟันกันประชาชนข้าราชการสมาชิกราชวงค์และประชาชนเสียถูกจับขังหนีชีวิตมากมายจำนวนมาก=(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนการเล่นละครหลอกลวงต้มตุ๋นตัวอย่างทำให้ประชาชนเกียจชังทหารและสถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้ประเทศวิกฤษซึ่งประชาชน95%เป็นพุทธส่วนคนร่วมมุสลิมแทบไม่ได้ผลกระทบ )-----8.หลอกลวงบังคับข้าราชการจ้างให้ร้ายคณะสงฆ์หวังดิสเครดิษทำลายพุทธศาสนาสร้างความเสื่อมเสียให้บุคลากรของพุทธศาสนาทำลายวัดฆ่าพระจับสึกจับขังคุกเช่นวัดธรรมกายและพระมหาอภิชาตได้ปกป้องประชาชนข้าราชการทหารตำรวจภาคไต้ด้วยการส่งกำลังอาหารบำรุงวัดช่วยพระทางไต้ต่อเนื่องตัดกำลังผู้ปกป้องพระพุทธศาสนาด้วยข้อหาลวงไม่ยอมรับพยานตัวจริงและหลักฐานที่ชาวโลกยอมรับไม่ให้ประกันตัวพระภิกขุ (จุดประสงค์ของกลุ่มกบฏ(พวกกาขาว) คือทำให้ประชาชนเกียจชังและโยนความผิดให้สถาบันและทหารข้าราชการพุทธพร้อมบีบหลอกลวงข้าราชการทหารสมาชิกราชวงค์หลอกใช้งานร่วมปฏิวัติ)=(ความผิดข้อนี้หลักฐานพยานครบเป็นความผิดชัดเจนแต่ใช้อำนาจมืดโดยอ้างสถาบันทหารพุทธร่วมสั่งการเป็นการให้ร้ายสถาบันและทหารไปในตัวพร้อมทำลายศัตรูทางศาสนา )-----9.มีการสังหารพระภิกขุข้าราชการทหารตำรวจที่ทำหน้าที่ทางไต้ต่อเนื่องมากมายโดยกลุ่มกบฏรัฐอิสลาม(พวกกาขาว) กลุ่มเดียวกับที่ยึดอำนาจในไทยปัจจุบันด้วยหลักฐานมากมายสนับสนุนกันชัดเจนปัจจุบันได้นำอดีตผู้ก่อการร้ายที่พูดภาษาไทยยังไม่ได้เลยเข้าไทยจำนวนมากเพื่อช่วยเหลือเยียวยาเสมือนสมาชิกพรรคพวกเดียวกันทั้งนั้นอุปภัมช่วยเหลือกันมาตลอดการสร้างความปั่นป่วนทางไต้ฆ่าพระทหารตำรวจไม่เคยปรากฏหัวหน้าผู้ก่อการร้ายตัวจริงสักครั้งด้วยหัวหน้าผู้ก่อการร้ายตัวจริงคือผู้มีอำนาจมากในประเทศไทยนั้นเอง - การบังคับเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจให้ใช้ GT200ทั้งที่ใช้งานไม่ได้จริงทำให้ตำรวจทหารเสียชีวิตมากมายอาจจงใจกระทำเพื่อหลอกลวงสังหารข้าราชการชาวพุทธหวังตัดกำลังผู้ปกป้องประเทศชาติ (ข้อมูลนี้ต้องหาหลักฐานต่อไป)=(ความผิดข้อนี้มีหลักฐานพยานการนำมุสลิมพูดไทยไม่ได้เข้าไทยมากมายออกหน้าออกตาเป็นความผิดแต่ต้องสืบหลักฐานพยานให้ชัดเจน )-----10.สันนิฐานว่ามีการฆ่าปิดปากประชาชนตำรวจทหารเช่นการเสียชีวิตผิดปกติของหมอหยองเจ้าหน้าที่กรมที่ดินทหารตำรวจมีการฆ่าตัวตายหนีคดีเหมือนการฆ่าปิดปากตัดตอนอำพรางคดีมากมายของประชาชนข้าราชการนายตำรวจทหารอื่นๆ (ซึ่งประชาชนทั้งหมดจำเป็นต้องร่วมสืบหาหลักฐานต่อไป) =(ความผิดข้อนี้มีข้อสัญนิฐานให้นำสืบต่อไป )-----11.สันนิฐานมีการแอบวางยาลอบสังปลงพระชนในหลวงร.9 เริ่มตั่งแต่ปี 2549 และกระทำการเรื่อยมาจนถึง 2559 ถึงวันในหลวงสววคตเพื่อจุดประสงค์กำจัดสมุหราชองรักษ์และบุกวัดธรรมกายกำจัดข้าราชตำรวจทหารไทยพุทธ (เหตุเพราะในหลวงพระองค์ท่านปกป้องทหารข้าราชการและประชาชนนักบวชและประชาชนชาวพุทธเช่นก่อนในหลวงสวรรคตมีข่าวพระองค์ท่านถวายสิ่งของวัดในเยอรมันนีแสดงถึงพระองค์ท่านต่อต้านการบุกวัดธรรมกาย=(ความผิดข้อนี้มีข้อสัญนิฐานให้นำสืบต่อไป )----ในขณะที่มีคนๆหนึ่งในเพจที่ผมเจรจาพูดก่อนในหลวงสวรรคตว่า (เดี่ยวพวกมึงก็ตายกันหมดแล้วก่อนในหลวงสวรรคตไม่กี่วัน) ซึ่งสามารถตรวจสอบหลักฐานในเพจผมได้ถ้าสามารถขอค้นข้อมูลย้อนหลังในFBได้ (มีคนใช้เพจชื่อกิจอมาตยกุลเข้าโจมตีเพจรร.สื่อการสอนประชาธิปไตยและนำพวกมุสลิมจำนวนมากมาลุมด่าและประกาศจับผมในสื่อออนไลน์ (เหตุเพราะผมพยายามปกป้องในหลวง) (ซึ่งประชาชนทั้งหมดจำเป็นต้องร่วมสืบหาหลักฐานต่อไป) ดังนี้จึงมีเหตุสมควรที่ประชาชนทหารตำรวจข้าราชการทั้งประเทศสมควรดำเนินการตรวจสอบค้นหาความจริงร่วมกันฟ้องร้องให้ถึงที่สุดกับกลุ่มกบฏรัฐอิสลาม (พวกกาขาว)------12.หลังจากพรรคพิทักษ์ไทย(หนึ่งนารีขี่ม้าขาว) ได้เผยแผล่ข้อมูลแผนกบฏตั่งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์มีนาคม 2561 เพื่อช่วยข้าราชการที่ถูกหลอกปลดกลุ่มกบฏในกลุ่มสีการเมืองต่างๆได้หยุดขบวนการทำงานไปขณะหนึ่งและได้ควบคุมข้าราชการได้สำเร็จก็ได้มีการจับกุมกลุ่มคนอยากเลือกตั่งและหลวงพ่อพุทธอิสระที่เคยช่วยสมาชิกกลุ่มกบฏครองเมืองและพระหลายสำนักในข้อหาต่างๆและแกนนำการเมืองอื่นๆ --ผู้นำประเทศไร้ปัญญาไม่พอขี้ขลาดตาขาวไม่มีคุณสมบัติจะปกป้องประเทศและประชาชนไม่สามารถนำพาประชาชนให้อยู่รอดปลอดภัยได้เป็นที่พึ่งของประชาชนไม่ได้ด้วยเห็นชัดเจนประเทศไทยไร้กฎหมายมีแต่เล่ห์กลอุบายกำจัดพระข้าราชการโดยไร้ความผิดเพื่อนำกบฏมายึดครองประเทศพอแผนแตกก็เปลี่ยนแผนธรรมดากฎหมายทำผิดคือทำผิดพระทำผิดจริงต้องถูกลงโทษข้าราชการทำผิดจริงต้องปลดออกแต่นี่พอเราเอาข่าวความจริงไปแจ้งประชาชนความแตกเปลี่ยนแผนไม่จับพระตามกฎหมายล๊อตที่4-5---6-7 ต้องจับพระต่อไปข้าราชการทำผิดต้องปลดออกแต่นี่ปรากฏว่าไม่ปลดข้าราชการทั้งที่จะต้องปลดให้ได้และไม่จับพระต่อทั้งที่ประกาศต้องจับให้ได้กฎหมายต้องตรงไปตรงมาประชาชนถึงจะพึ่งพาได้ไม่ใช่ไส่ความใช้กฏหมายเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามแบบปัจจุบันจับพระไม่ให้ประกันตัวไม่ให้สู้คดีเจตนาทำลายพุทธศาสนาทำให้เสื่อมเสียสร้างวิกฤติสัทธาแสดงถึงกฎหมายไม่มีมีแต่เล่ห์เพทุบายกำจัดศัตรูทางการเมือง –ส่วนบุคคลที่มีแนวโน้มเป็นสมาชิกกลุ่มกบฏกาขาวเช่นนักการเมืองข้าราชการที่เคยทำงานในกลุ่มเสื้อแดงหรือคนของระบอบทักษินที่ได้ดีในรัฐบาลปัจจุบันไม่ถูกจับแสดงถึงต้องการกวาดล้างกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่รู้ทันและรู้ตัวสกัดเพื่อตัดกำลังไม่ให้มีการต่อต้านการปกครองของกลุ่มกบฏโจรกาขาวด้วยเหตุนี้ช่วงเดือนมิถุนายน- ตุลาคม 2561 คาดว่าจะมีการกวาดล้างกลุ่มการเมืองครั้งใหญ่แกนนำและประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยทั้งประเทศทุกพรรคทุกสีตามหลักฐานดังกล่าวเป็นการกระทำผิดในข้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนขั้นร้ายแรงทำลายล้างทางการเมืองเพื่อยึดอำนาจการปกครองประเทศ =ความผิดชัดเจนตามหลักฐาน----- 13. กระทำความผิดในคดีมาตรา112 พรบ. คอมพิวเตอร์ฐานใช้เพจ FB ในหลวงร.10ปล่อยไวรัศสู่สาธารณะชนและปล่อยข้อมูลให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ตามสื่อออนไลน์ต่างๆเพื่อหวังให้ประชาชนเกียจชังสถาบันและการปกครองแบบไทยพุทธเพื่อหวังหลอกลวงจับกุมข้าพเจ้าผู้อาสาปราบกบฏรัฐอิสลาม (พวกกาขาว) ตามหลักฐานความเป็นจริงที่มีอยู่-----14.กลุ่มบุคคลหน่วยงานราชการและอื่นๆที่ก่อตั่งมาเพื่อปกป้องศาสนาพุทธประเทศชาติศาสนาและพระมหากษัตริย์ที่ทราบข่าวการพยายามฟ้องคดีกบฏรัฐอิสลามพวกกาขาวเพื่อปกป้องประเทศแต่ไม่สนและไม่ตรวจสอบนำข้อมูลไปสอบสวนและหาตัวผู้กระทำผิดพร้อมนำหลักฐานสู่สาธารณะเพื่อให้ประชาชนร่วมสอบสวนหาความจริงมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเจตนาปกปิดข้อมูลหลักฐานในเวลาที่ประเทศชาติประชาชนศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ประสบภัย

    ในสมัยพระศาสดาโคดม ทั่วโลกปราศจากสงคราม ทุกประเทศสงบสุข ไม่มีสงครามใหญ่ การรบราฆ่าฟันกันแบบ ยุคปัจจุบัน ไม่ได้พบเห็นด้วยญาน บารมีของพระศาสดา ซึ่งสามารถควบคุมสัตว์ต่างๆได้รวมทั้งมนุษย์ ท่านก็ส่งญาน ๆไป เข้านิมิต เข้าองค์ต่างๆ เข้าคนทรง และบังคับ เพื่อให้มวลมนุษย์อยู่แบบสงบสุขคนทรงและผู้ที่สามารถพยากรณ์โดยเทพส่วนมากรู้ๆได้เพราะผู้มีฤทธิ์ส่งญานๆไปบอกๆไม่ได้รู้เพราะตัวเอง(ผู้มีฤทธิ์นั้นคือพระพรหมพระอรหันนั่นเอง)หลังจากข้าพเจ้าออกมาฟ้อง กบฏโจรกาขาวเราจะได้พบเห็นว่า พวกโจรจะหยุดกระทำชั่ว เช่น ข้าพเจ้าฟ้อง---ครั้งแรกในสมัย กลุ่มการเมืองลุมท่านพลเอกประวิทย์ พวกกลุ่มการเมืองเงียบและสลายตัวๆไป ก็หันๆไปจับพระข้าพเจ้าส่งข้อมูลให้พระ พระก็ไม่ถูกจับคดีเงินทอนวัดเงียบไปเลยก็หันไปเล่นท่านพลเอกประวิทย์อีกอยู่ดีพลเอกประวิทย์ท้องเสียติดเชื้อในกระแสเลือดเป็นดังที่ข้าพเจ้าบอกไว้ก่อนหลายเดือนพอข้าพเจ้าฟ้องว่าโจรกาขาวจะกำจัดนักการเมืองและผู้ที่ต่อต้าน ปรากฎว่า พวกโจรพากันเล่นการเมืองโชร์ประชาชนการตั่งพรรคพากันหาเสียงแต่ไม่ยอมให้พรรคอื่นๆทำกิจการทางการเมืองแบบจริงจัง(ข้าพเจ้าเข้าใจว่าการหาเสียงของโจรกาขาวเป็นเพียงละครหลอก เพราะการหาเสียงนี้ไม่ได้ผลอะไรประชาชนไม่เอา ถ้าเลือกตั่งเหมือนเดิมถ้าข้าพเจ้าไม่ดังเสื้องแดงเพื่อไทยจะชนะการเมือง แต่ถ้าข้าพเจ้าดัง(ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วโลกยอมรับหลักฐานมากกว่าความเชื่อ)ดังนั้น กลุ่มสหชาติธรรมิกราชหรือบุคคลที่ข้าพเจ้าสนับสนุนจะได้ปกครองประเทศ และประเทศไทยจะเจริญเหนือทุกประเทศในโลกใบนี้ ด้วย พุทธศาสนาจะขยายไปกว้างใหญ่ไพศาล พุทธบริษัททุกประเทศจะสามัคคีกันและเดินทางมายังประเทศไทยทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการปกครองทางจิตวิญญานของโลก ไปโดยปริยาย-- ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้พวกโจรกาขาวกลัวผู้รู้ทันกลัวพระศาสดา พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ กลัวข้าพเจ้า กลัวคนที่รู้มากกว่า เหตุการวิกฤติในไทยเกิดจาก พุทธบริษัทอ่อนแอและไม่รู้จริงการปกครองสงฆ์หลายอย่างทีเปลี่ยนแปลงไปจากของเดิมทำให้พุทธศาสนาในอินเดีย บังลาเทศและไทย จะถึงจุดอวสาน ด้วยการปกครองสงฆ์แบบหากินใครกินมันตัวใครตัวมันไม่ได้สามัคคีกันเหมือนบริษัทใครบริษัทมันไม่ใช่ทางพระศาสดาไม่ใช่พุทธศาสนาที่แท้จริงและโจรกาขาวฉวยโอกาศยึดศาสนาได้โดยง่ายดายเหมือนสุนัขป่าล่าเนื้อฉันนั้น ดังนั้นพุทธบริษัทต้องแก้กฎการปกครองตามคำบอกข้าพเจ้าซึ่งบอกในนาม(พระศรีอาริย์ธรรมิกราช)ตัวจริงซึ่งมาตรงตามเวลากึ่งพุทธกาลพอดี และพระศาสดารับรองไว้แล้วตามหลักฐานต่างๆที่ชัดเจนที่สุด หากไม่มีคนสนใจหรือไม่แก้ใขภัยร้ายที่ห้าจะตามมาหลังจากนี้แน่นอนด้วยสงครามโลกและภัยธรรมชาติแต่ภัยธรรมชาติยากจะหลีกเลี่ยง

    รายละเอียดเพิ่มเติม ตามลิงค์ และFB. และGoogle+ (ธานนท์ คนขยัน )

    https://drive.google.com/drive/folders/1TWlk7Px_Z7gT9y5pdcBOlnhUccxQ5rLU?usp=sharing

    อำนาจการควบคุมสื่อ ของสมาชิกโจรกบฏกาขาวในปัจจุบันยังเหมือนเดิมสื่อถูกควบคุมโดยหน่วยงานรัฐบาล สื่อพวกนี้มุ่งหาเงินและเอาตัวรอดไม่ได้สนใจความจริง หรือผิดถูกชั่วดี เป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำตามคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจมากที่สุดในปัจจุบัน คือหน่วยงานรัฐ

    -----พี่น้องประชาชน ข้าราชการ กลุ่มการเมืองทุกสี ไทยทั้งประเทศ สังเกตได้ชัดเจนครับ ตั่งแต่ขบวนการขี่ม้าขาวออกมาหลายเดือนแล้ว มีใครติดต่อผมได้บ้าง ไม่มีเลย สาเหตุเดียวคือ โจรกบฏกาขาว สามารถควบคุมการสื่อสาร ปกติ ได้เกือบ100%และออกแต่ข่าวที่ตนได้ผลประโยชน์เท่านั้น ทุกช่องทาง มือถือดักฟังตัดสาย -FB Google ถ้าไม่ถูกปิดข่าวแค่ท่านส่งข้อความทางเมล ทางช่องFB ช่อง ยูทุบของผม -Google+ -LINE ผมก็จะเห็นข้อความและตอบกลับได้แต่ปรากฏว่า ไม่มีเลย ทุกช่องทางเงียบ สาเหตุคือ ผมไม่เห็นข้อความ ถูกตัดขาดการสื่อสาร เพราะถูกซ่อนข้อความได้( ทางช่องแชตหรือข้อความนั้นถูกบล็อกด้วยโปรแกรมบล็อกข้อความอัตโนมัติ ) โจรไม่ยอมให้พวกเราสื่อสารกัน (สำหรับท่านที่ต่อต้านผมและเคยเป็นพวกโจร ลองนำข้อมูลข่าวสารพระธรรมิกราชไปโพสในเพจ ออนไลน์ต่างๆ เช่น FB ยูทุบ ส่งข้อความไปทั่วตามโซเชี่ยล เช่นไลน์ หน้า เพจGoogle (การแสกนค้นหา Google สามารถปิดคำค้นหา ได้ทันที ทำให้ค้นหาไม่เจอข้อมูล แต่ปรากฏว่าในอดีต เจตปล่อยข้อมูลล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริยืเกลื่อน ระบบออนไลน์ )ท่านอาจจะด่าได้ เพราะบางครั้งโจรจะให้คนมาด่าได้ แต่ไม่ให้คนที่จะมาช่วยเห็นข้อความ นี่พวกมันทำแบบนี้มาตลอด ตั่งแต่ประเทศไทยเกิดวิกฤติ ข่าวทางหน้าหนังสือพ์จะถูกปิด เช่นข่าววัดธรรมกาย ข่าวพระ เงียบ สาเหตุคือโจรกาขาวคิดว่าผมดูข่าว เป็นข้อมูลแล้ว ทำงานตามข่าว จึงทำการคุมสื่อหนังสือ ทีวีเข้มหนัก(การที่ผมนำข้อมูลมาโพส เพื่อบอกพวกเราที่เห็นข้อความได้ว่าให้ทำอย่างไรและบอกพวกโจรด้วยว่า ไม่ทางชนะ และจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว หลังแพ้จะถูกตามล่า ทางรอดคือ ร่วมกันนิรโทษกรรมทางการเมืองอย่างเร็วอย่าช้า ถ้าช้าไม่มีโอกาส



    ขอให้คุณงานความดีที่ท่านสร้าง ให้ทุกท่านได้รับผลบุญในปัจจุบันทันทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคลุ้มครองทุกท่านให้ปลอดภัย ทุกประการ

    ธานนท์ คนขยัน

    ผู้ทำหน้าที่ในนามพระศรีอาริย์ธรรมิกราช ที่ได้รับการรับรองจากพระศาสดาและพระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์
     

แชร์หน้านี้

Loading...