เรื่องเด่น คาถาป้องกันสารพิษ เชื้อโรค สารเคมี ปรมาณู โดยครูบาบุญชุ่ม เทศน์ก่อนเข้าถ้ำ

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์, 4 มีนาคม 2020.

  1. โพธิสัตว์

    โพธิสัตว์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    107
    กระทู้เรื่องเด่น:
    87
    ค่าพลัง:
    +638
    aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTU2OC83ODQzODIyL25ld3MxMC5qcGc=.jpg

    คาถากันสารพิษ เชื้อโรค
    ก่อนที่ ครูบาบุญชุ่ม จะเข้าถ้ำ 1 ปี มาแล้ว
    ท่านบอกว่า ให้สวดคาถานี้ เพื่อป้องกันเชื้อโรค
    ท่านมองเห็นล่วงหน้าแล้ว ตั้งแต่ ปลายปี 2562

    คาถาครูบาบุญชุ่ม

    คาถาป้องกันสารพิษ ป้องกันเชื้อโรค สารพิษ สารเคมี ปรมาณู ภัยอันตรายทุกอย่าง

    “ ทะสะขะ สะมังวิสาตุ

    ทะสะขะ สะมังวิสาตุ
    ทะสะขะ สมังวิสาตุ ”

    โดย พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร... อรัญวาสีภิกขุ

    (รับฟังคลิปเฉพาะ คาถาป้องกันสารพิษ ในนาทีที่ 5.25)

    ----------------------------------

    "คาถา 5 คาถาครูบาบุญชุ่ม"

    --มนต์คาถาเงินหมื่นล้าน แสนล้าน พันล้าน (ไม่จน)
    "โอมนะโมพุทธายะ นะ มะ พะ ธะ ยะ นะ มะ อะ อุ นะโมพุทธายะ เกสุสุวัง สะสะยายันตัง สังเก นะรันยายะเป"

    --คาถาลอดช่อง “เกสุสุวัง เกสุสุวัง เกสุสุวัง”

    --คาถาแคล้วคลาด “นะ มะ อะ อุ นะโมพุทธายะ นะ มะ พะ ธะ ยะ นะชาลิติ”

    --คาถาครอบจักรวาล “เกสุสุวัง สะสะยายันตัง สังเก นะรันยายะเป เกสุสุวัง สะสะยายันตัง สังเก นะรันยายะปิ”

    --คาถาป้องกันสารพิษ ป้องกันภัยอันตรายทุกอย่าง “ทะสะขะ สะมังวิสาตุ ทะสะขะ สะมังวิสาตุ ทะสะขะ สมังวิสาตุ”

    ธรรม...อันเป็นนิรันดร์ (พระครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสํวโร) อรัญวาสีภิกขุ

    ต่อไปนี้จะได้กล่าวข้อธรรมอันเป็นคติสอนใจเพื่อให้ผู้ปฏิบัติธรรมได้ทราบไว้เป็นแนวทางบำเพ็ญจิตเข้าสู่พระนิพพาน ดังนี้ ยิ่งคิดยิ่งไม่รู้ ยิ่งดูยิ่งไม่เห็น ยิ่งทำยิ่งไม่เป็น ธรรมะนี้เหมือนเส้นผมบังภูเขา

    เมื่อหยุดทำ หยุดคิด หยุดดู แล้วธรรมสภาวะจะเกิดขึ้นเอง สำคัญอยู่ที่จิตดวงเดียว อันว่าความทุกข์สุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ ถ้าใจยึดถือเป็นทุกข์ไม่สุกใส ถ้าใจไม่ยึดถือก็สุขไม่ทุกข์ใจ อะไรๆ สำคัญอยู่ที่ใจของเราเอย

    ฉันมองดูแต่ไม่มีผู้เห็น ฉันฟังอยู่ไม่มีผู้ได้ยิน ฉันดมอยู่แต่ไม่มีผู้ใดกลิ่น ฉันกินอยู่แต่ไม่มีผู้ได้รส ฉันถูกต้องแต่ไม่มีผู้ได้สัมผัส ฉันคิดอยู่แต่ไม่มีผู้คิด ฉันทำงานทุกอย่างแต่ไม่มีผู้ทำ ฉันพูดอยู่แต่ไม่มีผู้พูด ฉันเดินอยู่แต่ไม่มีผู้เดิน ธรรมสภาวะนี้ใครได้สัมผัสรู้ไม่ต้องกลับมาเกิดอีกต่อไป ดังเส้นผมบังภูเขา

    ถ้าหมดความอยากก็หมดทุกข์ จิตที่ส่งออกนอกเป็นสมุทัย จิตที่สงบอยู่ภายในเป็นนิโรธ จิตที่รู้แจ้งอยู่เป็นมรรค นกบินไปในฟ้าไม่เห็นอากาศ ปลาว่ายแหวกอยู่ในน้ำไม่เห็นน้ำ ไส้เดือนกินดินไม่เห็นดิน คนอยู่กับทุกข์ไม่เห็นทุกข์

    เมื่อแบกก็หนักเมื่อวางก็เบา ไม่คิดถึงปรุงแต่งไปตามอารมณ์ทั้งห้า จิตก็สงบสบายไร้กังวล ไม่ห่วงข้างหลัง ไม่ห่วงข้างหน้า เฝ้าดูจิตปัจจุบัน มีสติทุกเมื่อเป็นทางนิพพาน ไม่คิดพยาบาทมาดร้ายใคร ไม่เป็นศัตรูกับใคร ไม่มีเวรต่อใคร ไม่โกรธใครให้อภัยทุกเมื่อ คนผู้นั้นย่อมอยู่ในโลกด้วยความสุขทุกเมื่อ ไม่คิดเบียดเบียนใคร ไม่ทำความลำบากให้แก่ใคร มีจิตรักทุกเมื่อ มีจิตรักเอ็นดูสัตว์ทั้งหลายทั่วหน้า บุคคลผู้นั้นย่อมอยู่ในโลกนี้ด้วยไม่มีภัย

    จงเฝ้าดูสังขารรูปนามนี้เกิดดับ ไม่มีหยุด ไหลไปเหมือนสายน้ำ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นอะไรสักอย่างในโลกนี้ จงเฝ้าดูจิตให้สงบอยู่ภายใน ไม่ปรุงแต่งทั้งบุญทั้งบาป ทำจิตเป็นกลางอยู่ ไม่ติดโลกนี้โลกหน้า เป็นทางเข้าสู่นิพพาน จงเฝ้าดูพิจารณาสังขารขันธ์ห้านี้เสื่อมไปหายไป ใกล้ความตายมาทุกวัน แล้วเราได้ที่พึ่งโลกหน้าหรือยัง อย่ามัวประมาทอยู่ จงตั้งจิต ทำความเพียรยินดีในภาวนาเถิด การเกิดมาเป็นทุกข์แท้หนอ

    พระพุทธเจ้าสอนเรื่องทุกข์ และความดับทุกข์อย่างเดียวตลอดพระชนมายุ คนไม่เห็นทุกข์สัจจะแม้ว่าจะมีอายุได้ตั้งร้อยปีก็เหมือนตายแล้ว ไม่มีประโยชน์ คนที่เห็นความจริงทุกข์สัจจะ แม้นว่ามีอายุวันเดียวก็ประเสริฐกว่า
    จงดับความโลภ โกรธ หลงให้ได้ในปัจจุบัน เพื่อความดับไปแห่งกองทุกข์ทั้งหลายดังนี้แล ไม่ดูแล้วเมื่อไรจะได้เห็น ไม่ฟังแล้วเมื่อใดจะรู้ ไม่ทำแล้วเมื่อไรจะเป็น ไม่เดินแล้วเมื่อใดจะถึง จงตั้งจิตปฏิบัติวิปัสสนาตั้งแต่ในวันนี้ จะได้ไม่ต้องเป็นทุกข์อยู่ร่ำไป ยารักษาความโลภหมั่นให้ทาน ยารักษาความโกรธให้รักษาศีล มีจิตเมตตา ยารักษาความหลงให้หมั่นภาวนาวิปัสสนา จงเอาสตินำหน้าเหมือนนายเรือจับหางเสือ จงเอาปัญญาเป็นประทีปนำทาง เอาความเพียรเป็นเสบียงอาหาร เอาธรรมสติปัฏฐานเป็นแพข้ามฟาก เอาความสงบกิเลสเป็นนิพพาน ดูกายให้เห็นกาย ดูเวทนาให้เห็นเวทนา ดูจิตให้เห็นจิต ดูธรรมให้เห็นธรรม ไม่มี ไม่เอา ไม่ได้ ไม่เป็น ปล่อยวางทุกอย่างแล้วก็สบายใจ

    อันความสุขทางโลกมีอยู่ชั่วคราว ความสุขยืนยาวต้องเข้าหาพระธรรม ความสุขอยู่ไม่ไกลเมื่อใจเรามีสติทุกเมื่อ ธรรมะของจริงอยู่ในกาย กว้างศอก ยาววา หนาคืบ นี้ มีให้เราเห็นทุกๆ อย่างในกายนครนี้

    ใครหมั่นพิจารณาจะได้เข้าสู่นิพพานเอย กินน้อยตายยาก กินมากตายง่าย ไม่กินเลยก็ตาย ให้เดินทางสายกลางเป็นทางนิพพาน

    ในตัวคนเรามีแต่ขี้ทั้งนั้น นับตั้งแต่หัวถึงเท้าเป็นขี้หมด มีขี้รังแค ขี้ตา ขี้หู ขี้มูก ขี้ฟัน ขี้เล็บ ขี้ไคล ขี้ในท้องแล้วยังไม่พอยังมีขี้ในใจอีก ขี้เกียจ ขี้กลัว ขี้ลัก ขี้หึง ขี้เอา มีแต่ขี้ทั้งนั้นนับไม่ถ้วน ให้พิจารณาให้เกิดความเบื่อหน่าย หายความรักความชังเสียเถิด แล้วจะเกิดปัญญาก็เกิดขึ้นมาเอง

    ธรรมะทุกอย่างรวมกันเป็นความไม่ประมาท ถ้าประมาทเหมือนคนตายแล้ว เกิดเป็นคนให้มีดีสามอย่าง หนึ่งใจดี สองพูดจาดี สามทำแต่สิ่งดีๆ แล้วเราจะได้ของดี อย่ามัวเมามาขอแต่ของดีจากพระ จงทำดีเอาคนเดียว ธรรมมะ
    ทุกอย่างรวมอยู่ที่จิต เจตสิก รูป นิพพาน ให้หมั่นศึกษาปฏิบัติจะได้รู้แจ้งอันว่า สัจจะความจริงนี้มีในโลก ใครรู้แจ้งพ้นโศกโลกสงสาร ใครไม่รู้แจ้งแทงปัญญาพาให้เกิดเอากำเนิดไม่รู้จบ พบทุกข์ในสงสาร ไม่ถึงพระนิพพาน นานหนักเอย ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ใช้ให้ทำทุกอย่างตามตัณหาความอยากไม่มีที่สิ้นสุด ดับตัณหาความอยากได้เป็นสุขในโลก แม่น้ำเสมอดังตัณหาไม่มี พระพุทธเจ้ากล่าวว่า อุปมาคนเรานี้ มีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ท่านว่าตาเราเหมือนงู หูเราเหมือนจระเข้ จมูกเราเหมือนนก ปากลิ้นเราเหมือนหมาบ้าน ตัวเราเหมือนหมาป่า ใจเราเหมือนลิง มีความจริงตามพระพุทธเจ้ากล่าวทุกอย่าง ท่านอุปมา



    อนุโมทนาที่มา : unnamed.jpg kradanbogboon Channel



    (รับฟังคลิปเฉพาะ คาถาป้องกันสารพิษ ในนาที่ 5.25)
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. หนุ่มโชคชัย

    หนุ่มโชคชัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 สิงหาคม 2017
    โพสต์:
    547
    ค่าพลัง:
    +4,436
    สาธุครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...