จับยานรกใหม่โค้กต้มกับแก้ไอ-ใบกระท่อม

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย vacharaphol, 8 ธันวาคม 2006.

  1. vacharaphol

    vacharaphol เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    8,849
    ค่าพลัง:
    +27,137
    เชื่อกินปลุกเซ็กส์!หมอเตือนสมองฝ่อ



    ตร.เมืองคอนบุกจับแก๊งโจ๋ตั้งวงผลิตสารเสพติดตัวใหม่ ที่กำลังฮิตในหมู่วัยรุ่น โดยใช้ใบกระท่อมมาผสมกับน้ำอัดลมทั้งโค้กหรือเป๊ปซี่ และยาแก้ไออีก 6 ขวด จากนั้นตั้งไฟต้ม 1-2 ชั่วโมง นำมาดื่นแทนเหล้า อ้างมีอาการเมาเหมือนกันและยังเชื่อว่าสามารถปลุกอารมณ์ได้ด้วย ด้านแพทย์เตือนเป็นอันตรายต่อสมอง หากกินไปนานๆจะเกิดอาการสมองบกพร่อง และอาการประสาทหลอน ชี้ยังไม่มียารักษาได้ จี้ตร.เร่งกวาดล้างและให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานตัวเองด้วย

    เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 7 ธ.ค. พ.ต.ต.วินัย คงประพันธ์ สว.ธร.สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมดื่มสารมึนเมากันบริเวณข้างร้านดวงเด่นสนุ้กเกอร์ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบพบวัยรุ่นอายุ 15-18 ปี รวม 8 คน เป็นทั้งนักเรียนและไม่ใช่นักเรียน กำลังล้อมวงดื่มสุราใกล้กันมีใบกระท่อมสดใส่ถุงพลาสติกน้ำหนักกว่า 1 กิโลกรัม น้ำอัดลมยี่ห้อโค้ก ขนาด 1.25 ลิตร 2 ขวด ยาแก้ไอ 6 ขวด และขวดสุรา-เบียร์วางทิ้งอยู่จำนวนหนึ่ง โดยวัยรุ่นทั้ง 8 คนอยู่ในอาการเมามาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวและของกลางส่งร.ต.ท.กษิเดช มณีรัตน์ ร้อยเวร สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช

    สอบสวนทราบว่าวัยรุ่นทั้งหมดอาศัยอยู่ในละแวกสถานีขนส่งนครศรีธรรมราช ตั้งวงดื่มสุราและเตรียมผลิตเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่นโดยนำใบกระท่อมมา 1 ถุง น้ำอัดลมโค้ก 2 ขวดใหญ่ ยาแก้ไออีก 5 ขวด มาผสมรวมกันจากนั้นก็ตั้งไฟต้มใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ก็จะได้เครื่องดื่มสูตรพิเศษ เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้มึนเมา และมีอารมณ์ทางเพศสูง แต่ยังไม่ทันได้ลงมือต้มเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจับกุมเสียก่อน ในปัจจุบันวัยรุ่นนิยมนำใบกระท่อมมาต้มรวมกับน้ำโค้ก ยาแก้ไอ หรือสารเสพติดอย่างอื่นลงไปด้วย เมื่อต้มจนได้ที่จะนำน้ำที่ได้มาดื่มกินกัน ทำให้มึนเมาโดยไม่ต้องดื่มเหล้า

    ร.ต.ท.กษิเดช กล่าวว่ายาเสพติดชนิดใหม่นี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพแน่นอน โดยจะดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดในข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 5 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเสพยาเสพติดประเภทที่ 5 โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงอยากจะฝากเตือนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ช่วยเข้มงวดกวดขันดูแลบุตรหลานให้มากกว่านี้

    ด้านน.พ.นพพร ชื่นกลิ่น สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้คิดและทำอะไรแปลกๆ อยากลองของใหม่ และเกิดการเลียนแบบทำตามกันขยายวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ พืชกระท่อมมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอ่อนๆ ส่วนน้ำอัดลมมีสารคาเฟอีนกดสมองส่วนกลาง และส่วนผสมอื่นๆ เช่น ยาแก้ไอ หรือยาอื่นๆ ที่นิยมมาเป็นส่วนผสมก็มีฤทธิ์กดประสาท ทำให้ง่วงซึม มีประสาทหลอนนิดๆ ความจำเสื่อม เมื่อนำมาผสมเข้าด้วยกันจะออกฤทธิ์ที่เป็นอันตรายต่อสมองในระยะยาว ส่งผลให้เด็กเซื่องซึมสมองสั่งงานช้า และในขณะนี้พิษของยาเสพติดตัวใหม่ชนิดนี้ยังไม่มียาตัวใดที่แก้ได้

    "ยาเสพติดตัวใหม่นี้มีผลร้ายแรงในระยะยาว ทำให้สมองไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ หรือที่เรียกว่าสมองบกพร่อง เด็กจะเสียอนาคต เพราะไม่สามารถมีสมองที่ปกติเหมือนเด็กทั่วๆ ไป อยากให้ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแลในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ที่สำคัญอยากให้ตำรวจให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะในอนาคตจะส่งผลร้ายแรงต่อเด็ก และเยาวชน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อสังคมอย่างใหญ่หลวง จึงควรงัดเอาแนวปฏิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กมาปฏิบัติอย่างจริงจัง หากพ่อแม่ผู้ปกครองไม่ดูแลบุตรหลานปล่อยให้ออกมากระทำผิด ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กพ่อแม่ผู้ปกครองจะมีความผิดด้วย หากตำรวจเอาจริงเอาจังเอาผิดกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็จะทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแลบุตรหลานมากขึ้น

    น.พ.นพพรกล่าวว่า ส่วนเรื่องที่เชื่อว่ายาเสพติดที่ปรุงขึ้นมาจะช่วยปลุกเซ็กซ์ด้วยนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะเรื่องอารมณ์ทางเพศกับเด็กวัยรุ่น ไม่ต้องใช้ยาปลุกก็เกิดผลเต็มที่อยู่แล้ว เป็นผลทางด้านจิตใจมากกว่า เคยมีการทดลองศึกษามาแล้วพบว่า การให้เด็กกินยาปลุกเซ็กซ์ปลอมจะได้ผล ทำให้คึกคักทางเพศขึ้นมาทันที ทั้งที่เป็นยาปลอมไม่มีสารตัวไหนที่จะช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเลย ดังนั้นความรู้สึกที่ว่ามีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นนั้น เป็นเรื่องของจิตใจและอุปาทานมากกว่า

    http://www.matichon.co.th/khaosod/images/ks.gif
     

แชร์หน้านี้

Loading...