จากข่าว"ภาพมงคล" ถึงหนังสือ"ภาพมงคล 1-2" ที่ระลึกงานฉลอง 60 ปี

ในห้อง 'ข่าวทั่วไป' ตั้งกระทู้โดย NoOTa, 26 มิถุนายน 2006.

  1. NoOTa

    NoOTa Super Moderator ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    20,112
    กระทู้เรื่องเด่น:
    335
    ค่าพลัง:
    +64,406
    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="100%"><TBODY><TR><TD>


    </TD><TD vAlign=top align=right>

    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    [​IMG]
    [​IMG]
    พระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้ผ่านพ้นไปอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    คลื่นแห่งความจงรักภักดีเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยเฉพาะในวันเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งถือว่า เป็นวันชุมนุมประชาชนคนไทยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

    พระราชอาคันตุกะ จาก 25 ประเทศ ที่ได้เข้าเฝ้าฯ ร่วมถวายชัยมงคลและร่วมแสดงความยินดี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับความสนใจและชื่นชมจากประชาชนคนไทย ด้วยฐานะหนึ่งคือ ทรงเป็นแขกของในหลวง ทำให้พสกนิกรทุกคน มีความรู้สึกที่ดี และร่วมให้การต้อนรับพระราชอาคันตุกะทุกพระองค์อย่างเต็มอกเต็มใจ

    ไม่เพียงเท่านั้น ภายหลังจากงานพระราชพิธี ยังปรากฏว่า ประชาชนได้ติดตามเก็บภาพถ่าย สิ่งของที่ระลึกจากงานครั้งนี้ ภาพถ่ายการเสด็จออก ณ สีหบัญชร ภาพถ่ายหมู่พระบรมวงศ์ไทยกับพระราชอาคันตุกะ ณ ท้องพระโรง พระที่อนันตสมาคม เป็นที่ต้องการและถามหาจากประชาชนมากที่สุด

    สำหรับกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ "ข่าวสด" ได้ร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสอันเป็นมงคลและยิ่งใหญ่นี้ นอกจากเสนอข่าวพระราชพิธี และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว

    ข่าวสดยังได้เสนอข่าวต่อเนื่องชุดพิเศษ ที่เรียกว่าข่าว "ภาพมงคล"ได้แก่ การตามหาบุคคลในภาพพระราชกรณียกิจ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ เยี่ยมเยียนประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ ตลอดเวลา 60 กว่าปีที่ผ่านมา

    ข่าวภาพมงคลนำเสนอระหว่างวันที่ 28 มีนาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคม รวมระยะเวลาประมาณ 2 เดือนด้วยกัน มีบุคคลต่างๆ แสดงตัวหรือถูกระบุตัวว่าอยู่ในภาพพระราชกรณียกิจจำนวนมาก

    และได้คัดเลือกมาลงเสนอเป็นข่าวประมาณ 100 ราย

    ข่าวภาพมงคล สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างในหลวงกับประชาชน ที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง อันมีที่มาจากการที่ทรงเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนประชาชนในทุกหัวระแหงของประเทศไทย

    ไม่ว่าจะเป็นท้องที่ทุรกันดารหรือเสี่ยงอันตรายขนาดไหน ไปทรงรับทราบ และซักถามปัญหา ทุกข์ร้อนต่างๆ จนได้คำตอบจากปากของประชาชน

    การเสด็จฯ เยี่ยมประชาชน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องแหล่งน้ำ การทำมาหากิน และการให้แนวคิดที่ถูกต้องในการประกอบอาชีพ ในการดำรงชีวิต <TABLE style="BORDER-RIGHT: #ffffff 1px dotted; BORDER-TOP: #ffffff 1px dotted; BORDER-LEFT: #ffffff 1px dotted; BORDER-BOTTOM: #ffffff 1px dotted" cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=1><TBODY><TR bgColor=#ffe9ff><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE>

    ก่อนจะสรุปมากลายเป็นแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่เน้นหนักไปที่การอยู่กับธรรมชาติ ทำมาหากินโดยไม่ทำร้ายธรรมชาติ ไม่ทำร้ายและเอารัดเอาเปรียบสังคมและชุมชน



    จากข่าวภาพมงคล กองบรรณาธิการข่าวสดและสำนักพิมพ์มติชน ได้นำมารวบรวมพิมพ์เป็นเล่ม ในชื่อ "ตามหาคนในรูป ภาพมงคล ในหลวงกับประชาชน"

    เล่มแรกออกวางจำหน่ายในช่วงก่อนงานพระราชพิธี ได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านเป็นอย่างดี ด้วยจำนวนพิมพ์สูง เนื่องจากมียอดสั่งจองจำนวนมาก ทำให้ "ภาพมงคล" เล่ม 1 หมดจากแผงหนังสือในเวลาอันรวดเร็ว ขณะนี้ ได้จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 ออกมาแล้ว

    และเนื่องจากมีเสียงเรียกร้องจากประชาชน อยากให้จัดพิมพ์ให้ครบถ้วน "ภาพมงคล เล่ม 2" จึงตามออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน และขณะนี้ มีวางจำหน่ายตามแผงหนังสือต่างๆ แล้ว

    สำหรับภาพมงคลเล่ม 1 หน้าปกเป็นภาพเด็กชายกำลังก้มกราบพระบาทในหลวง ด้วยท่วงท่าน่าเอ็นดู ซึ่งในเล่มได้เปิดเผยรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างละเอียด จากปากคำของเด็กชายดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันคือนายพยุงศักดิ์ กาฬมิค ขณะนี้อายุ 37 ปี นิติกร 6 สำนักงานจัดรูปที่ดิน จ.นครศรีธรรมราช

    ในเล่มยังมีเรื่องและภาพที่น่าสนใจอีกกว่า 70 ภาพและเรื่อง อาทิ ภาพในหลวงทรงป้อนยาเด็กชาวเขา ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อ 40 กว่าปีก่อน หลังจากตามหากันอยู่พักใหญ่ จึงได้ทราบว่า เด็กดังกล่าว ปัจจุบันนี้คือ นางนาเจ๊อะ รัตนาผาแดง อายุ 37 ปี ส่วนบิดาที่อุ้มเด็ก คือ นายบรรพต ไพรปรีเปรม ปัจจุบันอายุ 56 ปี

    สาระที่ซ่อนอยู่ในภาพนี้ก็คือ การที่ในหลวงได้เสด็จฯ เยี่ยมชาวเขาถึงหมู่บ้านบนดอย ซึ่งปกติแทบไม่มีใครเข้าไปถึง ภาพที่ทรงไปเข้าถึงชาวเขา นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในระดับรัฐบาล ทำให้เกิดการตื่นตัวศึกษาปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยที่ถูกทอดทิ้งกลุ่มนี้ให้ดีขึ้น

    เรื่องราวน่าสนใจในชุดนี้ยังมีอีกมากมาย อาทิ เรื่องของพสกนิกรที่อยากเห็นในหลวง ดั้นด้นไปเข้าเฝ้าฯ และหาสิ่งของที่ดีที่สุดของตนเองเพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย บางสิ่งอาจจะดูเหมือนไม่มีราคาค่างวด แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้ด้วยความเต็มพระทัยและสนพระทัยทุกชิ้น

    และยังทรงสอบถามที่มาที่ไป สอบถามการงานอาชีพ บางครั้งพระราชทานสิ่งของให้ผู้นั้น กลายเป็นวัตถุมงคล และความทรงจำที่บอกเล่าถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

    ประชาชนใน "ภาพมงคล" ส่วนมากเป็นสามัญชนคนธรรมดา ที่ไปรอเฝ้าชมพระบารมี ยามที่เสด็จฯ ยังที่ต่างๆ แต่ก็ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ใกล้ชิด เพราะในหลวงจะทรงเข้ามาทักทายประชาชนที่มารอรับ

    เกือบทุกคนจะเล่าตรงกันว่า ในหลวงทรงมีรับสั่งว่า ไม่ต้องพูดราชาศัพท์กับพระองค์ ทำให้การสนทนาระหว่างพระมหากษัตริย์ กับประชาชน ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

    บางคนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวโดยนุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียว ไม่ได้สวมเสื้อ อย่างเช่น นายสอน ดวงปากดี ชาวบ้านดงน้อย ต.ดงมะไฟ อ.เมือง ต.สกลนคร อยู่ๆ ในหลวงเสด็จเข้ามาในหมู่บ้าน และทรงลงจากรถมา กวักพระหัตถ์เรียกนายสอนมาซักถามถึงลำห้วยในแผนที่ และได้มีโอกาสกราบบังคมทูล

    กลายเป็นภาพที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องอมยิ้มด้วยความรู้สึกชื่นชม ที่ไม่ทรงถือตัว และที่ทรงมีความเมตตาต่อประชาชนในชนบทที่มีชีวิตเรียบง่าย แต่งเนื้อแต่งตัวอย่างเรียบง่ายตามสภาพในท้องถิ่น

    บรรยากาศเช่นนี้มีให้สัมผัสโดยตลอดในข่าวภาพมงคล และในหนังสือรวมภาพ-รวมรูป "ภาพมงคล"



    ใน "ภาพมงคล" เล่ม 2 ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายก็เช่นกัน

    บุคคลใน "ภาพมงคล" เล่ม 2 จะเป็นบุคคลจากอาชีพต่างๆ อย่างเช่น เจ้าของกิจการเสื้อเชิ้ต "นพรัตน์ บางลำพู" ที่โด่งในอดีต ได้มีโอกาสทูลเกล้าฯ ถวายเสื้อเชิ้ตยี่ห้อนี้

    แต่ในปัจจุบัน เสื้อเชิ้ตในตลาดกลายเป็นยี่ห้อที่ใช้ชื่อต่างประเทศเกือบจะร้อยทั้งร้อย

    ภาพหายากที่ไม่ค่อยมีใครทราบ อย่างเช่น ภาพในหลวงประทับรอยพระบาทลงบนปูนปลาสเตอร์ ระหว่างเสด็จฯ ฐานปฏิบัติการดอยพญาพิภักดิ์ บนสันดอยยาว อ.เทิง จ.เชียงราย เมื่อปีพ.ศ.2525

    ทรงคุกเข่าพูดคุยกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ทำให้เห็นรอยสีขาวอันเกิดจากการคุกเข่าอย่างชัดเจนในภาพ นอกจากนี้ ผู้ที่ร่วมอยู่ในภาพยังเล่าว่า ฉลองพระบาทก็มีสภาพเก่า อันเกิดจากการทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนัก

    หรืออย่างอดีตจ่าตชด.ที่เคยทำหน้าที่ล่ามภาษาเขมร ระหว่างเสด็จฯเยี่ยมประชาชนที่อ.ตาพระยา จ.ปราจีนบุรี (ปัจจุบันคือจ.สระแก้ว) เมื่อปี 2513 ได้เล่าว่าขณะทำหน้าที่ ซึ่งไม่ได้มีการมอบหมายมาก่อน ได้มีผู้มากันให้ออกไป แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระกรุณา ทรงห้ามไว้ และทรงตรัสว่า ให้เขาไปเถอะ ให้เขาช่วยแปลให้ จนได้ทำหน้าที่โดยตลอด

    ในภาพมงคลเล่ม 2 ยังมีเรื่องเล่าจากบุคคลในภาพ ที่เป็นคุณครูที่ร.ร.ในจังหวัดนครราชสีมาได้ทูลเกล้าฯ ถวายเนคไทผ้าไหม รวมไปถึงภาพในหลวงทรงจอดรถลงมาพบกับชาวบ้านประจวบคีรีขันธ์ ที่ริมถนนเพชรเกษม ซึ่งรอถวายผลไม้ท้องถิ่น ได้แก่ สับปะรด ขนุนสามร้อยยอด

    สำหรับภาพมงคลเล่ม 2 มีเรื่องของบุคคลในภาพ 32 เรื่อง พร้อมทั้งภาพประกอบ สำนักพิมพ์มติชนได้จัดทำรูปเล่มสวยงามและจัดพิมพ์อย่างประณีต เพื่อเก็บสะสม เป็นหนึ่งในความทรงจำของโอกาสสำคัญ หรือมอบเป็นของขวัญได้อีกด้วย

    แต่ที่สำคัญที่สุด หนังสือ "ตามหาคนในรูป ภาพมงคล ในหลวงกับประชาชน" ทั้ง 2 เล่มนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพัน ความสัมพันธ์ระหว่างในหลวงกับประชาชน

    ด้วยข้อมูลและภาพถ่ายจากเหตุการณ์จริง



    นอกจากหนังสือ "ภาพมงคล" เล่ม 1 และเล่ม 2 ที่กองบรรณาธิการข่าวสดจัดทำออกมา และได้รับการต้อนรับจากผู้อ่านอย่างคึกคักแล้ว สำนักพิมพ์มติชน ยังจัดพิมพ์หนังสือเป็นพิเศษ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสอันเป็นมงคลออกมาอีก 3 เล่มด้วยกัน

    เล่มแรก ได้แก่ "รอยพระยุคลบาท" โดยพล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นเรื่องเชิงบันทึกการตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ มีรายละเอียดพระจริยาวัตรที่บุคคลทั่วไปไม่มีโอกาสได้ทราบ และเป็นเรื่องที่น่ารู้น่าศึกษาอย่างมาก

    เล่มต่อมา คือ "29 ราชันย์" เป็นหนังสือภาพ รวมพระบรมฉายาลักษณ์และพระราชประวัติพระมหากษัตริย์ 29 พระองค์ทั่วโลก ที่คนไทยได้มีโอกาสพบเห็นหลายพระองค์ ในฐานะพระราชอาคันตุกะ ในงานพระราชพิธี สำหรับเล่มนี้ถือว่าเป็นหนังสือขายดีที่หมดจากแผงอย่างรวดเร็ว

    และที่เปิดให้สั่งจองและมียอดสั่งจองสูงมากเช่นกัน ก็คือ "ประทับในใจราษฎร์" เป็นหนังสือประมวลภาพประวัติศาสตร์ พระราชพิธีเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี โดยคัดเลือกภาพสำคัญที่มีความคมชัด สวยงาม จำนวนกว่า 200 ภาพ เรียงลำดับตามหมายกำหนดการในพระราชพิธี โดยจะมีโปสเตอร์พระรูปหมู่พระประมุบ 26 ประเทศ ขนาด 26.3 คูณ 11 นิ้วมอบให้เป็นพิเศษด้วย

    ที่มา : [​IMG]
     

แชร์หน้านี้

Loading...