จิตพร้อม? รับภัยพิบัติ

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย ภูภู, 6 เมษายน 2012.

  1. Kim_UoonSo

    Kim_UoonSo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    518
    ค่าพลัง:
    +5,937
    วันนี้ขอคั่นรายการด้วยละครนะคะ พอดีติดตามดูเรื่องนี้อยู่
    แม้ตัวละครจะมีกริยาน่ารำคาญอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่ามีข้อคิดสอนคนดูตลอด
    (ขึ้นอยู่กับคนดูจะใช้สติปัญญาพิจารณาในขณะที่ดูด้วยหรือไม่)

    วันนี้รีบทำธุระให้เสร็จจะได้ทันดูตอนจบ ป้าข้างบ้านถามว่าจะไปไหน
    เราก็บอกว่าจะไปดูทองเนื้อเก้า ป้าเลยตอบกลับมาว่า "มึงยังมีกิเลสอยู่นี่หว่า"
    เราเลยคิดในใจ "คนกิเลสหนามันไม่ได้วัดกันที่ว่าดูละครหรือไม่ นะป้า!!?"
    แต่ก็เงียบค่ะ ไม่ได้ตอบ ฮ่าๆ

    ที่เล่ามานี้จะบอกว่า ในความเข้าใจของคนทั่วไปนี้
    มักจะให้ความสำคัญกับการสวดมนต์ นั่งสมาธิ
    แล้วคิดว่านั่นล่ะคือการปฏิบัติธรรมที่แท้จริง
    ใครที่ทำได้บ่อย ทำได้นาน คนนั้นล่ะสุดยอด

    แต่จริงๆ คือ ไม่ใช่!!!
    เพราะทุกคนมองข้ามสิ่งสำคัญไปคือ "วิปัสสนา" ในทุกข์ ในธรรม
    ใช้สติดู รู้ เห็น แล้วพิจารณา เข้าใจแล้วก็ปล่อยวางกับทุกๆ เรื่อง

    คนที่ปฏิบัติธรรมหรือเข้าถึงธรรมที่แท้จริงจึงไม่ใช่คนที่ใส่ชุดขาวตลอดเวลา
    หรือสวดมนต์ นั่งสมาธิหลายชั่วโมง หรือสร้างศาสนาสถานใหญ่โตให้คนชื่นชม
    แต่เป็น "จิต" ที่ผ่านการเรียนรู้และเข้าใจทุกข์ทั้งหลายมาแล้วต่างหาก

    ขอย้อนไปยังพื้นฐานจิตใจของป้าที่เชื่อว่าองค์เทพที่ท่านนับถืออยู่นั้น
    บันดาลพรให้กิจการค้าขายของท่านรุ่งเรือง ขายแทบไม่ทัน
    แต่ในขณะที่คนในบ้านใจร้อนดั่งไฟ ทะเลาะกันแทบทุกวัน
    แต่ป้าก็ไม่วายที่จะกล่าวสรรเสริญองค์เทพในขณะที่นั่งทานข้าวอยู่บ้านเรา

    องค์เทพทั้งหลายมีจริง เราทราบกันดีอยู่ ซึ่งตรงนี้จะไม่ขอขยาย
    แต่การที่ป้าจะกล่าวว่าผู้อื่น เห็นเขาสวดมนต์น้อยกว่าป้า นั่งสมาธิน้อยกว่า
    หรือจัดโต๊ะเครื่องบูชาได้อลังการน้อยกว่าป้า ไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติธรรม
    หรือปฏิบัติได้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของที่ป้าทำอยู่เท่านั้น
    ซึ่งสิ่งที่ป้าทำอยู่มันเป็นแค่เปลือก

    เรามาเล่าเรื่องนี้ ตรงนี้ ไม่ได้มาขายป้านะคะ
    แต่เอามาเป็นตัวอย่างให้ชาวกระทู้ได้พิจารณาให้เห็น
    ว่าตัวเราทั้งหลายอยู่ตรงไหนของ "ทาน ศีล ภาวนา" ??
    แล้วพิจารณาให้ดีว่าตัวเราเองนั้นมุ่งไปที่แก่นอย่างเดียวหรืออยู่ยังติดอยู่ที่เปลือก?

    ทานทั้งหลายก็มีทั้งทานภายนอกและภายในใจ
    ศีลทั้งหลาย ยังมีศีลที่กาย (ศีล๕) และศีลใจ (อธิศีล)
    ภาวนาทั้งหลายก็ยังมีภาวนาทางกาย และภาวนาทางใจเลย
    มันมีทั้งขั้นต้น กลาง ละเอียด
    แล้วตัวเราล่ะอยู่ตรงไหน??

    ปฏิบัติธรรมไปทั้งชีวิตเพื่ออะไร?
    ถ้าแค่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองและความสุขสบาย
    พระพุทธศาสนาคงให้ไม่ได้หมด
    เพราะปลายทางของพุทธศาสนามันไม่มีทั้งสุขและทุกข์

    เอาสตินำจิตตนเองดูในตนเอง ดูกายตนเอง ดูรอบๆ ข้างตนเอง
    ดูทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา นี่คือบทเรียนชั้นเลิศสุดแล้ว
    เพราะโลกคือละคร ไม่ว่าการจะดูละครในทีวี
    หรือดูละครจากมนุษย์ตัวเป็นๆ มันก็เป็นแค่สมมุติทั้งนั้น
    แล้วสิ่งสมมุตินี่ล่ะ เราเคยดูแล้วนำมาเรียนรู้ เข้าใจมันบ้างหรือเปล่า?

    คนเราไม่จำเป็นต้องไปทุกข์เสียทุกอย่าง
    ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ไปทุกเรื่อง เราก็มีตัวอย่างได้
    เอาตัวอย่างจากละคร เอาตัวอย่างจากคนรอบข้างมาสอนตัวเรา
    สิ่งใดไม่ดีก็ดูไว้เป็นตัวอย่างว่าเราจะไม่ทำเช่นนั้น
    สิ่งใดที่ดีก็เก็บไว้ไปปฏิบัติต่อไป

    มนุษย์ต่างจากสัตว์ทั้งหลายก็ตรงนี้
    ที่มีสติปัญญาในการพิจารณาเรื่องราวทั้งหลายได้
    กว่าจะเกิดมาเป็นคนได้นั้นแสนยากเย็น
    เพราะในสามโลกนี้มีสัตว์อยู่หลายชนิดนับไม่ถ้วน
    เกิดมาเป็นคนทั้งทีอย่าให้เสียเวลา อย่าให้เสียโอกาส

    หันมาดูจิต ดูใจตนเองเสียบ้างว่าเป็นยังไง
    ดูละครทั้งหลายแล้วย้อนดูใจตนเอง
    หยุดส่งใจไปกับเรื่องนอกใจของเราได้แล้ว
    ลองส่องลงไปให้ลึกถึงก้นบึ้งในจิต
    บางทีเราอาจจะพบความสุขที่แท้จริง
    แล้วอาจจะออกจากทุกข์ทั้งหลายที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้


    ก็คือ... นำจิตอยู่กับพระพุทธเจ้า ยังไงล่ะจ้ะ


    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2013
  2. Kim_UoonSo

    Kim_UoonSo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    518
    ค่าพลัง:
    +5,937
  3. Kim_UoonSo

    Kim_UoonSo เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    518
    ค่าพลัง:
    +5,937
    ขอส่งทุกท่านเข้านอนด้วยภาพพระแล้วกันนะคะ
    นอนหลับฝันดี มีจิตอยู่กับพระ
    ง่ายๆ สั้นๆ อย่าไปคิด ยึดติดคำอะไรมาก
    "จิตเกาะพระ"
    ราตรีสวัสดิ์ค่ะ



    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]
     
  4. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089
    โมทนาสาธุ เอ่อ ให้มันได้อย่างนี้สิ รอมานาน
    มีปัญญาทางธรรมแล้ว ให้นำมาประยุกต์ใช้กับทางโลกนี่หล่ะ ของจริง
    ผู้รู้ ผู้เข้าใจ หรือผู้เข้าถึงพระธรรม คือคำสอนของพระพุทธองค์
    ปัญญา ที่กล่าวมานี้ ทุกคนสามารถเข้าถึงกันได้หมดทุกคน
    ว่าแต่ว่า จะลงมือทำตอนไหน ทำเมื่อไหร่ ก็ได้เมื่อนั้น
    นี่เรากำลังพูดถึง ปัญญาทางธรรม ที่ได้จากการภาวนา
    หรือที่เราเรียกว่า ภาวนามยปัญญา

    ปัญญานี้ มิได้เกิดจากความนึกคิดแต่อย่างใด
    แต่จะเกิดขึ้นได้หลัง จิตใจเราสงบ นั่นเอง
    สาธุ

    ปล.พร่ำดีนะเรา เอ่อ สิ่งนี้สิ พี่ภูโปรด
    เดี๋ยวให้ของขวัญ สำหรับผู้ที่นำปัญญาทางธรรมมาใช้กับทางโลก
    ผู้ปฎิบัติถึงจริง ย่อมไม่ทุกข์ ดั่งตามคำสอนพระตถาคตเจ้านั้น
    คนที่ทุกข์เพราะหย่อนยานสติปัญญา
    เพราะถ้ามีปัญญาจริง ต้องหาทางออกจากทุกข์ตนเอง ได้
     
  5. มาลินี UK

    มาลินี UK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    807
    ค่าพลัง:
    +12,713
    ...พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทาน...

    -ที่โคนต้นจิก ปรารภถึงสุข ๔ ประการ...

    ๑. สุข เพราะความสงัด...

    ๒. สุข เพราะไม่เบียดเบียน...

    ๓. สุข เพราะปราศจากราคะ คือ...

    ปราศจาก ความอยาก ความใคร่ ความยินดีในกาม...

    ๔. สุข อย่างยอด คือ การไม่ถือตัว ถือตน...

    (หลุดพ้นจากความยึดถือร่างกายนี้เป็นตัวเป็นตน)

    ...น้อมกราบพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ด้วยเศียรเก้ลาเจ้าค่ะกราบ กราบ กราบ...

    ...คัดจากหนังสือสโรชา พ.ศ ๒๕๔๗ ขออนุโมทนากับผู้จัดทำหนังสือค่ะสาธุๆๆๆ
     
  6. มาลินี UK

    มาลินี UK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    807
    ค่าพลัง:
    +12,713


    สาธุกราบน้อมรับพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ น้อมกราบหลวงปู่หลวงตา และครูอาจารย์เจ้าค่ะ

    -ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ พืช สิ่งมีชีวิตทุกๆ ชนิด เมื่อถึงเวลา อายุขัยของแต่ละชีวิต

    ...มันก็เป็นไปตามธรรมดาธรรมชาติของมัน พระองค์ท่านถึงกล่างไว้ว่า

    ...เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงเกิด เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น...

    ...เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี ...เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ (ด้วย)

    ...กราบน้อมรับธรรมะธรรมทาน ของทุกๆท่าน พร้อมกับ สีสันบันเทิงที่

    -ท่านนำมาลงในกระทู้ มีทั้งตรึงเครียด มีทั้งผ่อนคาย ท่านทั้งหลายได้

    ...จัดหานำมา ที่สำคัญได้รู้ใจตนเองว่าจะเอาแบบไหน? มาให้แต่ละได้เลือกกัน

    ...แต่อย่าลืมว่าสุดท้ายไม่มีใครหลีกพ้นได้ คือ ความตาย ให้ถามตนเองบ่อยๆว่า

    -ตายแล้วจะไปไหน? สาธุค่ะขออนุโมทนากับทุกๆท่านค่ะสาธุ สาธุ สาธุ...​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2013
  7. newwave1959

    newwave1959 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    200
    ค่าพลัง:
    +2,681
    [​IMG]



    "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต"



    ขอเจริญในธรรม กำหนดให้มีพระพุทธเจ้าในจิตให้ได้ตลอดเวลา

    ด้วยจิตคารวะ

    newwave1959

    ปาราเมศ จบ.14
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2013
  8. Natcha@uk

    Natcha@uk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    618
    ค่าพลัง:
    +9,444
    [​IMG]
     
  9. มาลินี UK

    มาลินี UK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    807
    ค่าพลัง:
    +12,713
    "จงพากันรักษาใจของเรา

    ...ด้วยธรรม...

    ...มองกันให้มองในแง่ให้อภัยเสมอ...

    ...อย่ามองแง่ร้าย"

    ...คำสั่งสอนของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน...

    ...กราบน้อมรับพระธรรมคำสั่งสอนขององค์หลวงตาเจ้าค่ะ...
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2013
  10. มาลินี UK

    มาลินี UK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    807
    ค่าพลัง:
    +12,713
    -ชีวิต..บางครั้งบางวัน

    ...เราก็ได้ในสิ่งที่ต้องการ...

    ...บางวันก็ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ตามที่ตั้งความหวังไว้...

    ...ชีวิต.. คือ สัจธรรม มันเป็นอย่างนั้นเอง...

    -สำหรับผู้ที่ดิ้นรนตามหาความสุข-

    ...จากที่ต่าง ๆ นั้น...

    ...จริงๆแล้ว ความสุขที่แท้จริง อยู่ที่ใจเรานั่นเอง ไม่ต้องดิ้นรนไปหาที่ไหน...

    ...ถ้าใจเรายอมรับความจริง แล้วก็มาดูที่ตัวเจ้าของ ค้นหาให้พบว่าสิ่งไหน

    ...ที่จะทำให้เราสุข ทำให้เราทุกข์ แล้วบอกตัวเองว่าไม่มีใครหลอกที่จะได้ทุกอย่าง

    -สิ่งที่ได้มานั้นบางวันก็สุข บางวันก็ทุกข์ ขอให้เรามีสติว่า สุขเราก็รู้ ทุกข์เราก็รู้

    ...แล้วก็ปล่อยวางให้มันผ่านไปด้วยปัญญา คิดเสียว่าไม่มีอะไรที่เราจะยึดถือได้...

    ...นอกจากคำ ๆเดียวเท่านั้น คือ คำว่า (ตาย) เท่านั้นแหละที่แน่นอน...

    ...แล้วก็ยิ่งกว่าแน่ ขอฝากไว้กับท่านผู้อ่านทุกๆท่านค่ะขอบพระคุณที่ติดตามอ่านค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2013
  11. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089
    วิ ปั ส ส น า
    ไม่ใช่ต้มข้าวต้ม จะได้สุกง่ายๆ

    ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

    จงอย่าลืมว่า
    ก่อนพิจารณาทุกครั้งต้องเข้าฌานก่อน
    แล้วถอยจากฌาน มาหยุดอยู่เพียงอุปจารฌาน
    แล้วพิจารณาวิปัสสนาญาณ จึงจะเห็นเหตุเห็นผลง่าย
    ถ้าท่านไม่อาศัยฌานแล้ว วิปัสสนาญาณก็มีผลเป็นวิปัสสนึกเท่านั้นเอง
    ไม่มีอะไรดีไปกว่านั่งนึกนอนนึก แล้วในที่สุดก็เลิกนึก
    และหาทางโฆษณาว่า ฉันทำมาแล้วหลายปี ไม่เห็นได้อะไรเลย
    จงจำระเบียบไว้ให้ดี และปฏิบัติตามระเบียบให้เคร่งครัด

    วิปัสสนาไม่ใช่ต้มข้าวต้ม จะได้สุกง่าย ๆ ตามใจนึก
     
  12. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089
    Positive Energy
    เสริมพลังงานบวกเพื่อชีวิตที่ดี

    พลังงานบวก หรือ positive energy คือพลังภายในที่สดชื่น คือลมปราณอารมณ์ดี คือฉีที่ร่าเริง คือฟอร์ซที่สร้างสรรค์ คือกระแสแห่งความสุขอิ่มเอิ่บและพอใจในตน คือความแข็งแกร่งของอารมณ์ คือการอภัยอย่างยินดี คือความเมตตาที่แผ่ออกทั้งนอกและใน คือความสงบสุขในใจ คืออิสรภาพภายใน

    ยังไม่มีคำอธิบาย หรือนิยามที่เป็นทางการ แต่ผมรู้ว่าเรารู้ว่า มันหมายถึงอะไร เป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้เราทำสิ่งที่ดีๆ ทำงานที่ท้าทาย ผ่านปัญหาและอุปสรรคได้ ทำให้เราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ดี แล้วรู้สึกว่าตัวเองโชคดี มีความสุขกับตัวเราในแบบที่เราเป็น ยิ้มอยู่ในใจตลอดเวลา ทำให้เราสดชื่น จนคนรอบข้างทักว่าเรามีหน้าแห่งความสุขและกระจายความสุขออกไปรอบข้าง

    พลังงานบวก ไม่ได้วูบวาบเหมือนเสน่หาที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไปเดี๋ยวยิ้มแย้มเดี๋ยวน้อยใจเดี๋ยวกังวล คิดอะไรไม่ได้นอกจากคิดถึงเธอ อะไรที่ไม่มีเธอเกี่ยวข้องก็ดูหม่นหมองไปหมด ... อันนั้นเสน่หา ไม่ใช่พลังงานบวก

    แล้วพลังงานบวกก็ไม่ใช่สิ่งที่ขับเคลื่อนคนออกไปตะโกนด่าด้วยความโกรธแค้นกันด้วย
    ไม่ใช่ความรู้สึกที่คิดว่าเราดีกว่าใคร มีมากกว่าใคร เก่งกว่าใคร ดูดีกว่าใคร หรือเปรียบเทียบอะไรกับใคร ... พลังงานบวกสร้างความเคารพตนเอง บอกคุณค่าในตนเอง เคารพผู้คน และก็เห็นคุณค่าของผู้อื่น ...

    === เกร็ดในการสร้าง/เสริมพลังงานบวก ===
    1. เริ่มต้นวันด้วยการฝึกสมาธิ
    2. ปฏิบัติกับผู้อื่นดังที่เราชอบให้ผู้อื่นปฏิบัติกับเรา
    3. ปล่อยวางความอยากที่จะเข้าไปควบคุม บงการต่างๆ โดยเฉพาะการอยากเข้าไปยุ่ง เข้าไปบงการชีวิตของผู้อื่น
    4. มองหาแง่ดีของทุกๆสถานะการณ์
    5. จินตนาการชีวิตที่สงบสุข
    6. หยุดความกังวลกับอนาคต
    7. ละความเจ็บช้ำในอดีต
    8. อยู่กับปัจจุบัน (อย่าอยู่กับอีโก้ หรือ อัตตา ความหลงตัว)
    9. มองดูธรรมชาติ (ต้นไม้ ภูเขา ทะเล ... ธรรมชาติช่วยสงบจิตใจ)
    10. ลองรู้สึกถึงความพื้นที่อันกว้างใหญ่ในตัวเรา ใช้จิตรับรู้ความโล่งในตัวของเรา
    11. หากิจกรรมที่เรารู้สึกกระปี้กระเปร่ากระตือรือร้นที่จะทำ
    12. ทำงานที่เรารัก (ไปที่ที่ฉันทะของเราสถิตย์ ... go where your passion is.)
    13. ออกกำลังกายเป็นประจำ
    14. รู้จักบุคคลิกลักษณะและธรรมชาติของตัวเอง (เช่น ชอบสังคม หรือ ชอบเวลาส่วนตัว
    15. กินอาหารให้เหมาะสม (มีคุณค่าทางอาหาร ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อยไป)
    16. ให้มีภาพสุดท้ายของเป้าหมายใหญ่ไว้ในใจเสมอ (บางครั้งความยุ่งและรายละเอียดของกิจกรรมแต่ละวันอาจทำให้เราลืมเป้าหมายที่แท้จริง ที่ใหญ่กว่าได้)
    17. ดื่มน้ำ
    18. ให้รางวัลกับความสำเร็จของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก หรือเรื่องใหญ่ๆ ไม่ว่าจะแค่ช่วยคนแก่ยกกระเป๋าลงบรรได หรือ ช่วยบริษัทไม่ให้ล้มละลาย
    19. หลีกเลี่ยงผีดูดพลังงาน
    ผีดูดพลังงาน - คือ พวกคนที่เราสุงสิง คบหา สมาคมด้วย แล้วรู้สึกหมดแรง พลังงานหายไป เหนื่อย ท้อ เศร้า ด้อยค่า ต้อยต่ำหรือ แย่กว่า ... พยายามเลียกเลี่ยง หรือลดเวลาที่ต้องสมาคมกับเหล่าผีดูดพลังงาน
    20. พัก .. แค่บางครั้งเราลืมพัก ... ซึ่งก็มีทั้ง พักกาย พักตา พักใจ พักอารมณ์
    21. มีเมตตาแก่ตนเอง และ ผู้อื่น

    หลักการคือให้เราดูแลและรักษา กาย (Body) ใจ (Feeling), สมอง (Mind), และจิตวิญญาณ (Soul) ของเราให้ดีอยู่ทุกวัน

    กาย: ออกกำลังกาย ดื่มน้ำเพียงพอ พักผ่อนเพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ และในปริมาณที่เหมาะสม ... พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทำให้กระฉับกระเฉง กระปี้กระเปร่า

    ใจ: ไม่คิดร้ายใคร ลดการว่าร้าย (ปากร้าย สร้างใจร้าย) ลดนินทา ลดวิจารณ์ ลดสอดรู้ ลดเปรียบเทียบ ลดอิจฉา ลดบงการ ลดควบคุม ลดโกรธ ลดเกลียด ลดโลภ ... พยายามรักษาอารมณ์ให้ดี ให้สดชื่น ให้ร่าเริง ให้มองโลกในแง่ดี

    สมอง: อ่าน-เขียน-คิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่สร้างสรรค์ ฝึกตรรกะ ... พยายามฝึกฝนให้รู้จักคิด

    จิตวิญญาณ: ให้เวลาว่างทบทวน หาเป้าหมายของชีวิต (life purpose) ที่ฝังมากับตัวเราแต่คน หรือ ทำตามเป้าหมายนั้นๆ
    เป้าหมายของชีวิต เป็นสิ่งที่จำเพาะของแต่คน อาจเหมือน อาจต่าง บางคนอาจอย่างช่วยหมาจรจัด บางคนอย่างสร้างห้องสมุด บางคนอยากสำรวจถ้ำ บางคนอยากรักษาป่า ... เป็นเป้าหมายที่ฝั่งมากับแต่ละคน เพียงแต่รอการค้นพบ ความกล้า และโอกาสที่จะดำเนินการสู่เป้าหมายนั้น

    ขออิสรภาพและความสุขสงบทั้งภายในและนอก รวมถึงพลังงานบวก จงมีแก่ทุกท่านครับ
    ขอบคุณครับ

    แหล่งที่มา

    Bloggang.com : ����������� : Positive Energy: �������ѧ�ҹ�ǡ���ͪ��Ե����
     
  13. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089
    ต้นไม้ของพ่อ - YouTube

    ความหมายของ ผู้ให้ คืออะไร
    พวกเราเข้าใจความหหมายนี้ดีกันหรือยัง
    เข้าใจถูกต้อง จริงๆกันไหม๊

    ผู้ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง นอกจาก คุณพ่อ คุณแม่
    คือผู้ให้กำเนิดแก่เราแล้ว
    แต่ยังมี ยังมีพ่อหลวงของเรา ดูดีๆว่าท่านทำอะไรให้กับประเทศไทย คนไทย บ้าง?
    มิใช่ มีเฉพาะคนไทยกล่าวถึง ยกย่องท่าน แต่ยังมีคนต่างชาติ เขาก็ยังรับรู้
    คนไทย ซึ่งมีอายุตั้งแต่แรกเกิด จนถึงจะลงโลงกันแล้ว
    คงจะรู้ดีว่า เป็นอย่างไร จิตสำนึกที่ดี เชื่อว่า มีอยู่ด้วยกันทุกคน
    แต่ทำไมนิ่งเฉย ไม่ต้องไปนึกอะไรกันมากนักหรอก
    แค่นึกว่า อนาคตของลูกหลานของเรานั้น มันจะอยู่กันได้อย่างไร
    ตราบใด จิตสำนึกของคนไทย ไม่ดี
    เมื่อภายใน ไม่ดี แล้วภายนอกก็ไม่ต้องไปพูดถึง กล่าวถึงกันแล้ว
    ก็ต้องบอกว่า ต้องปล่อยไปตามยถากรรม หรือกฎแห่งกรรม
    เพราะกฎแห่งกรรม คือผู้ที่ทำหน้ายุิติธรรมที่สุด

    พ่อที่แท้จริง เปรียบเสมือนร่มไม้ใหญ่ ให้กับลูกๆได้พักพิง

    ปล. โดยเฉพาะ ผู้ที่ใช้ทุนหลวง ทุนในหลวง จงมีสำนึกที่ดี
    ท่านอย่าลืม สัจจะ สัญญเก่า ว่าอย่างไร
    ให้กลับมาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ มาช่วยพ่อ แบ่งเบาภารพ่อ พ่อแก่แล้ว
    มิใช่ มาทำลายชาติ ทำร้ายปชช. ทำร้ายพ่อ


    มิได้สอน เพียงแค่ สะกิด หรือพูดให้คิดกัน
    คิดกันเป็นไหม...คิดเพื่อส่วนรวม และ ทำเพื่อส่วนรวม

    จากคนไทยธรรมดาๆคนนึงที่..รักเมตตาประเทศไทย ปชช.คนไทย
    แต่มิได้ยึด มิได้บอกต้องเลือกข้าง ทำใจให้เป็นกลาง เดี๋ยวรู้เอง สาธุ
     
  14. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089
    ภาวนา ช่วยท่านได้แน่

    ผู้ที่ยังไม่ภาวนา หรืออาจภาวนา แต่ยังเข้าไม่ถึงความสงบแห่งจิตตน
    จงเข้าใจไว้เลยว่า เรายังดีไม่ถึงดี หรือยังหาดี ไม่ได้แน่
    คือเกือบจะดีๆอยู่นั่นแหล่ะ

    สวดมนต์ เป็นยาทา
    วิปัสสนา เป็นยากิน


    ตามที่หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม เจ้าอาวาส วัดอัมพวัน น่าจะเป็นจริง
    เพราะขนาดตัวของเราเอง ใจของเราเอง ก็ยังเปลี่ยนไปทิศทางที่ดี มิได้
    นอกจาก กรรมฐาน เท่านั้น
    เมื่อไหร่ สติไปรวมกับจิตได้ เขาเรียกว่า สมาธิ สมถะ หรือฌาน
    ผู้ที่มีกำลังใจอันเข้มแข็งแล้ว พยายามทรงเอกัคคตารมณ์เข้าไว้
    เพราะเป็นสมาธิเข้ม ปัญญาจึงเข้มตาม กำลังใจก็จะเพิ่มมากขึ้นไป
    เมื่อกำลังใจของเรามมีมาก เรื่องการละปล่อยวางกับทุกสิ่งของจิตเรา ก็ง่าย
    แทบไม่ต้องเอาธรรมเข้าข่มจิต ไม่ต้องพยายามปล่อยวาง ไม่ต้องไปฝืนใจต้องยอมรับกฎธรรมดาเลย

    สาธุ ขอให้ประเทศไทย คนไทย พ้นวิกฤติอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้
    เพราะใกล้เวลาอันสมควรแล้ว ที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของ ธรรมชาติ

    ปล.พวกเราคงลืมที่พระอริยสงฆ์ เคยเตือนพวกเรากันไปแล้ว ว่า...
    สติพารู้ตัว ปัญญาจะพารอดพ้น พ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
    เรียกว่า มีบางสิ่ง บางอย่าง มาช่วยดลจิต ดลใจ พาให้เรารอด เป็นต้น
    แต่มิได้พ้นความตาย จงเข้าใจตามนี้ด้วย
    แต่สติและปัญญานั้น มักจะเกิดกับผู้ปฎิบัติธรรม ซะส่วนใหญ่
    นอกนั้น จะทำยังไงดี ก็ต้องปล่อยไปตามกฎแห่งกรรมของเขาไป
     
  15. Natcha@uk

    Natcha@uk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    618
    ค่าพลัง:
    +9,444
    [​IMG]

    ขอให้ประเทศชาติสงบสันติโดยเร็วค่ะ...
    ขออาราธนาบารมีพระสยามเทวาธิราชและศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก...
    คุ้มครองคนดีทุกท่านที่ชุมนุมให้ปลอดภัยค่ะ ...​
     
  16. ภูภู

    ภูภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    3,042
    ค่าพลัง:
    +56,089

    ความสงบภายนอกจิตตนนั้น ไม่มี
    เคยบอกไปแล้ว แต่ไม่มีคนเชื่อ
    อรหันต์ภายนอกมีมากแล้ว แต่อรหันต์ภายในของเรามีไหม
    นรก สวรรค์ พรหม นิพพาน มีที่ไหน
    ภายในใจของเราตอนนี้ สนใจจิตใจของเราตอนนี้
    ว่ามีสิ่งใด ที่กล่าวไปแล้ว นรกหรือนิพพาน มิได้อยู่ที่ไหน
    ก็อยู่ที่ในอกของเรานี้
    แล้วพวกเราพยายามไปตามหาสุข ไปตามหาความสงบจากที่ไหน
    อย่าหลงทาง อย่าหลงไปตามหาสุขภายนอกจิตเรา ไม่มีหรอก

    แต่ถ้าจิตใจของเรามันสงบดีแล้ว ที่ใดมันจะสงบเท่าในจิตเรา ไม่มี
    หรือที่ใด วุ่นวาย แต่เราไม่วุ่นวายตามเขา
    เขาทุกข์ เราทุกข์กับเขาไหม เขาสุข เราสุขกับเขาไหม
    ไม่เกี่ยวเลย จงดูจิตตนเองมากๆเข้าไว้
    พระอรหันต์นอกจิต ไม่ต้องไปตามหา
    พระนิพพานนอกจิต ไม่ต้องไปตามหา
    เพราะทั้งสองสิ่งนี้ มันก็อยู่ที่เรา คือภายในจิตเรา คือจิตเรานี่เอง
    มันอยู่ที่เรา สติเรา จะตามหาตัวปัญญาของตนเองพบเจอกันหรือไม่ เท่านั้นเอง
    ถึงว่า พระพตถาคต บอกให้พวกเราว่า เธอทั้งหลาย โดยเฉพาะผู้ปฎิบัติ
    จงตามหาตัวปัญญาของตนให้พบไวๆ เพราะปัญญานี้ จะเป็นผู้นำพาเรา
    จิตเราให้อดพ้น คนที่อยู่รอบเราก็พ้นตามไปด้วย

    ถึงสถานการณ์ตอนนี้ไม่อำนวยที่จะทำให้จิตใจคนเราสงบสุขได้
    ยกเว้น จิตที่หลุดพ้นไปแล้ว อันนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง
    อย่าลืม นำจิตของเราไปตั้งอยู่เฉพาะ บุญกุศล เท่านั้น
    พวกเราก็อย่าไปทำอะไรกับทางโลกกันเพลินมากนัก
    คราบมนุษย์ เพราะตัวสังขารของเราจะพาจน พาทุกข์ในที่สุด
    ส่วนอั่ยยะ คืออ้ายตัวดี คือวิญญาณของตน จิตยิ่งรู้มากก็ยิ่งน่ากลัว
    ระวังให้ดี เพราะเมื่อจิตมีปัญญามาก จะไม่มีผู้ใดจะไปสอนสั่งกันได้เลย
    นอกเสียจาก ครูบาอาจารย์มาสอนในจิต หรือธรรมในจิตของตนเท่านั้น
    นอกนั้น ไม่มีผู้ใดไปสอนได้ เป็นต้น
    เก่งมาก เท่ากับ คนโง่ ก็อย่าไปเก่งดีกว่าไหม เอาแค่บัวพ้นน้ำ เกือบพ้นจะดีไหม
    ขนาดพระพุทธเจ้า ยังสอนสั่งแค่เหล่าเวไนยสัตว์ ส่วนอเวไนยฯ วางอุเบกฯ
    ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไป ขอแผ่เพลังพุทธแก่มวลชนทั้งหลายฯ
    จงสงบสุข ทั้งยังมีลมและไม่มีลมหายใจ จงนำจิตตนไปสู่ทิศทางที่ดีด้วยเทอญ..สาธุ
     
  17. Natcha@uk

    Natcha@uk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    618
    ค่าพลัง:
    +9,444
    ศรัทธา มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น “งมงาย”

    ปัญญา มีมากเกินไป ขาดศรัทธา กลายเป็น “ทิฏฐิมานะ”

    สมาธิ มีมากเกินไป ขาดปัญญา กลายเป็น “โมหะ”

    ปัญญา มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น “ฟุ้งซ่าน”

    วิริยะ มีมากเกินไป ขาดสมาธิ กลายเป็น “เหน็ดเหนื่อย”

    สมาธิ มีมากเกินไป ขาดวิริยะ กลายเป็น “เกียจคร้าน”

    สติ มีมากเท่าไหร่ยิ่งดี มีแต่คุณไม่มีโทษ

    คำสอน...หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
    วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
     
  18. Natcha@uk

    Natcha@uk เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2012
    โพสต์:
    618
    ค่าพลัง:
    +9,444
    สะสมสมถะภาวนาเพื่อเป็นฐานสู่ภาวนามยปัญญา

    "สำหรับพวกที่ฟังเทศน์ฟังธรรมะกันจนหูฉีก แต่ไม่สนใจที่จะเจริญสมถะภาวนากัน พวกนี้ก็มีป้ายคอยบอกตลอดทาง แต่มีป้ายก็ช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าไม่มีเบรคที่จะหยุดรถ หรือชะลอรถ พอมาถึงทางโค้งทีไรก็แหกโค้งไปทุกที เพราะเวลาเกิดกามตัณหา ภาวตัณหา วิภวตัณหาทีไรก็ทำตามทุกที อยากจะไป อยากจะกิน อยากจะอยู่ที่นั่นที่นี่ อยากจะดืมก็ทำทันที เวลาเจอสิ่งที่ไม่ชอบก็อยากให้มันหนีมันหายไปทันที เช่นเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยอยากให้มันหาย แต่ถ้ามันไม่หายทันทีก็ทรมานใจ ทุกข์ใจ เพราะไม่มีเบรคที่จะทำใจให้เป็นอุเบกขา ใจดีสู้เสือแล้ว เสือจะไม่กัด เช่นเวลาเจอหมาดุ ถ้าเราเฉยมันจะไม่กัด แต่ถ้าเราทำกิริยาอาการใส่มันจะกัดทันที

    นี่คือปัญญากับสมาธิต้องมีทั้ง 2 ส่วน ปัญญาถึงจะได้กลายเป็นภาวนามยปัญญา จากจินตมยปัญญา เป็นสุตมยปัญญา มาเป็นภาวนามยปัญญา เมื่อมีภาวนามยปัญญาแล้ว ความอยากกี่หมื่นเเสนชนิดโผล่มาก็จะตัดมันได้ทันที

    พระพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก ท่านบรรลุได้ เพราะจิตใจท่านพ้นจากความทุกข์ได้ เพราะท่านได้ภาวนามยปัญญานี่เอง เวลากามตัณหา ภาวตัณหา วิภวตัณหาเกิดขึ้น ท่านก็หยุดมันได้

    พวกเราก็ใกล้แล้ว ใกล้ที่จะได้เป็นแล้ว ขอให้เราทำสมถะภาวนาให้ได้ผลเถอะ แล้วปัญญาที่เราได้จากการได้ยิน ได้ฟังธรรม ได้จากการพิจารณาอยู่นี้ จะกลายเป็นภาวนามยปัญญาทันทีแล้ว จะสามารถตัดกิเลสตัณหาได้ทั้งหมดทันที

    ดังนั้น ถ้ายังไม่มีความสงบ สมถะภาวนา ไม่มีสมาธิก็ต้องพยายามเจริญสติ ให้มากๆ เพราะสติ จะเป็นเหตุให้จิตสงบนั่นเอง การที่จิตรวมเป็นหนึ่งเป็นเอกคตารมณ์ก็อยู่ที่การดึงใจให้อยู่กับอารมณ์เดียว เช่นอยู่กับการบริกรรมพุทโธๆ ไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตื่นจนหลับ หรือให้เฝ้าดูอยู่กับร่างกายที่เคลื่อนไหวในปัจจุบัน ไม่คิดถึงเรื่องที่ผ่านมาหรือที่ยังไม่เกิดขึ้น อยู่กับปัจจุบันเพียงอย่างเดียว อะไรเกิดขึ้นสักแต่ว่ารู้ ไม่ไปคิดปรุงแต่ง ก็จะได้ความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าความสุขทั้งหลาย พอมีความอยากเกิดขึ้นก็ใช้ไตรลักษณ์มาพิจารณา ให้คิดว่า ส่ิงที่เราอยากนี้ มันไม่เที่ยง มันจะทำให้เราต้องทุกข์ เมื่อมันหมดไป เช่นบุหรี่ สุรา กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ ถ้าเรายับยั้งไม่ทำตามตวามอยาก เวลาที่มันไม่มีเราจะไม่ทุกข์กับการไม่มี ไม่ได้ทำตามความอยาก

    ถ้าเรามีสมถะภาวนา มีภาวนามยปัญญา พิจารณาว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอยากนี้เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา อนิจจังเพราะมันไม่เที่ยง เวลามันหมดไปนี้มันจะทุกข์ มันเป็นอนัตตาคือเราไปห้ามมันไม่ได้ สั่งให้มันไม่มีหมด มีอยู่ตลอดวลาไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีวันหยุด

    ถ้าเรามีทั้งสมาธิและปัญญาพิจารณาแล้ว วิมุตติ ก็จะตามมา มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1 ก็จะเป็นผลตามมา ไม่ต้องไปเรียกร้องมาเอง หรือไม่ต้องไปลากอออกมาได้ แต่จะเกิดจากสมถะและวิปัสสนาภาวนา คือมีภาวนามยปัญญานี่เอง แต่ก่อนที่จะมีได้ ก็ต้องมีสุตมยปัญญาก่อน ต้องรู้ก่อนว่า อะไรเป็นเหตุของความทุกข์ เหตุของความทุกข์คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา พอรู้แล้วก็ต้องหยุดมัน ถ้าหยุดไม่ได้แสดงว่าไม่มีกำลังสมาธิมากพอ ก็ต้องกลับไปเร่งทำสมาธิให้มากๆ ให้จิตสงบได้นาน ให้จิตสงบนิ่งเป็นอุเบกขา นั่งแบบเบาสบาย ไม่จำเป็นว่าต้องนั่งสมาธิได้นานๆแต่ทรมาน แค่นั่งได้5 นาที10 นาทีแล้วเข้าสมาธิได้ "

    พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
    วัดญานสังวราราม จ.ชลบุรี
    ธรรมะบนเขา วันที่ 24 พฤศจิกายน 2556
     
  19. นาย หวังดี

    นาย หวังดี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 เมษายน 2013
    โพสต์:
    395
    ค่าพลัง:
    +1,272
    ขอร่วมอนุโมทนากับทุกดวงจิตที่ เราจะถึงซึ่งพระนิพพานในชาตินี้หลวงพ่ออยู่ที่ไหนเราจะไปที่นั่นครับ
     
  20. มาลินี UK

    มาลินี UK เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    807
    ค่าพลัง:
    +12,713
    การดูหมิ่นในหลวง ก็คือ โค่นชาติบ้านเมือง

    เพราะนี่คือหัวใจของชาติ โลกอยู่ได้ด้วยของดี

    ...คนดี ในหลวงเป็นคนดีมากที่สุด...

    -พระองค์เสด็จนู้นเสด็จนี่ ไม่ได้หยุดเลย-

    ...เพราะความห่วงใย ห่วงชาติบ้านเมือง...

    ...ท่านรักประชาชน รักประชาราษฏร์ของท่าน...

    ...เราจะหาใครได้อย่างในหลวงของเรา...

    ...ทำไมตำหนิในหลวงท่านได้ลงคอ...

    ...ทำไมหนอไม่รู้จักตำหนิตนเอง ทำไมหน้ามืดตามัว...

    ...ผู้ที่ตำหนิ ผู้ที่ดูหมิ่นในหลวง เป็นคนประเภทใด...

    ...หากใครที่เป็นคนแบบนี้ หลวงตามหาบัว ขอให้พิจารณาดูเถิด.

    ...พระธรรมคำสั่งสอนขององค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด ...

    -ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้อยู่กับเราแล้ว ไม่ว่ายามไดที่ประเทศไทยวุ่นวาย-

    ...พระธรรมคำสอนขององค์ท่านนั้นก็ยังอยู่กับเรา ผู้ที่รักในหลวงและห่วงใย

    .ประเทศไทยและพี่น้องคนไทยของเรา อยากเห็นทุกท่านทำเพื่อท่านบ้างได้ไหม?

    ...เพราะท่านไม่เคยขอให้พวกเรารักท่าน...แต่ท่านขอให้ประชาชนของท่านรักกัน

    ...ผู้เขียนได้แต่หวังที่จะได้เห็นความสามัคคีของคนไทยด้วยกันรักกัน.พระองค์ท่าน

    -ก็อายุมากแล้ว ท่านเหนื่อยมามากแล้วค่ะ...

    ...ลูกขอน้อมกราบองค์หลวงตามหาบัวที่ให้คำสั่งสอนนี้ไว้ให้ลูกได้นำมาเขียนลงในกระทู้

    ...แทนองค์ท่าน หวังว่าคงทำให้ผู้ที่หลงผิดเปลี่ยนใจได้บ้าง สำนึกได้บ้าง เพราะมัน

    -ยังไม่สายเกินไปค่ะ....ที่เราจะทำความดีเพื่อท่าน...

    ...น้อมกราบแทบพระบาทในหลวง และขอให้พระองค์ทรงพระเจริญเจ้าค่ะกราบๆๆๆ.
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2013

แชร์หน้านี้

Loading...