เรื่องเด่น ตายายเลือกอาหารใส่บาตร ไร้มัน-หวาน..ช่วยสุขภาพดี

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย โพธิสัตว์ ชาวพุทธ, 27 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ

    โพธิสัตว์ ชาวพุทธ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,286
    กระทู้เรื่องเด่น:
    677
    ค่าพลัง:
    +2,033
    e0b8a5e0b8b7e0b8ade0b881e0b8ade0b8b2e0b8abe0b8b2e0b8a3e0b983e0b8aae0b988e0b89ae0b8b2e0b895e0b8a3.jpg

    ใกล้ถึงช่วง “วันมาฆบูชา” หรือวันที่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อรับโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของพระพุทธศาสนาจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งปีนี้ตรงกับช่วงต้นเดือนมีนาคม แน่นอนว่าคุณตาคุณยายหลายท่านกำลังสาละวนเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปทำบุญที่วัด เพราะถือเป็นประเพณีปฏิบัติจากรุ่นสู่รุ่น

    หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “อาหารถวายพระสงฆ์” เนื่องจากปัจจุบันอาหารใส่บาตรพระเป็นเมนูที่ไม่ถูกสุขภาพ ซึ่งทำให้เกิดโรคเรื้อรังอย่าง เบาหวาน โรคไต โรคอ้วน ฯลฯ ที่สำคัญนอกจากนำอาหารดังกล่าวไปทำบุญแล้ว ผู้สูงอายุหลายท่านก็จำเป็นต้องรับประทานเมนูดังกล่าวเช่นเดียวกัน เพื่อทำให้การทำบุญได้กุศลและรักษาสุขภาพของพระสงฆ์ อีกทั้งคนสูงวัย นพ.อุทัย จินดาพล ประธานสมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย มีข้อมูลมาแนะนำกัน

    b8a5e0b8b7e0b8ade0b881e0b8ade0b8b2e0b8abe0b8b2e0b8a3e0b983e0b8aae0b988e0b89ae0b8b2e0b895e0b8a3-1.jpg

    (นพ.อุทัย จินดาพล)

    นพ.อุทัยให้ข้อมูลว่า “หลักในการปรุงอาหารที่ดีสำหรับไปทำบุญที่วัดนั้น แนะนำว่าให้เน้นผักปลอดสารพิษ และเมนูจากปลาเป็นหลัก โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่นิยมปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษอย่าง มะเขือ มะเขือพวง ถั่วฟักยาว สามารถเก็บมาทำเป็น “เมนูน้ำพริกปลาสดกับผักลวก” นอกจากนี้ ในบางพื้นที่เลี้ยงปลาน้ำจืดไว้กินเอง หรือในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปลาสดในทะเล ก็สามารถนำมาทำ “เมนูต้มยำปลา” หรือ “ปลานึ่ง” ไปถวายพระ อีกทั้งหลีกเลี่ยงอาหารประเภททอด เช่น หมูทอด, ไก่ทอด แม้แต่ไข่ดาวที่ไม่ปริมาณไขมันสูงถึง 400 แคลอรี ขณะที่ไข่เจียวมีปริมาณไขมันอยู่ที่ 1,000 แคลอรี ซึ่งแนะนำว่าไข่ต้มจะดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์กว่า อีกทั้งเมนูอาหารทอดมักเสี่ยงต่อการใช้น้ำมันซ้ำ ตรงนี้จะเป็นการเพิ่มอัตราการป่วยโรคมะเร็งให้กับพระสงฆ์ได้เช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของ “แกงกะทิ” พระสงฆ์ยังสามารถบริโภคได้ เพราะกะทิมาจากมะพร้าว แต่ก็ควรบริโภคในสัดส่วนที่น้อย แต่ให้เน้นการผักปลอดสารพิษเป็นหลัก ดังนั้นการเตรียมอาหารใส่บาตรที่ใส่ใจสุขภาพเป็นเรื่องที่ผู้สูงวัยต้องให้ความใส่ใจ เพราะนอกจากทำบุญแล้ว ผู้สูงอายุยังได้รับประทานอาหารเหล่านี้ด้วย ก็เป็นการดูแลสุขภาพที่ได้สองทาง

    b8a5e0b8b7e0b8ade0b881e0b8ade0b8b2e0b8abe0b8b2e0b8a3e0b983e0b8aae0b988e0b89ae0b8b2e0b895e0b8a3-2.jpg

    (หมูทอด+ไข่เจียว เมนูไขมันสูงที่ไม่ควรนำไป ถวายพระ เพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง)

    นอกจากนี้ แนะนำว่าให้หุง “ข้าวกล้อง” ไปใส่บาตรก็สามารถช่วยลดโรคอ้วนให้กับพระสงฆ์ได้เช่นกัน เพราะข้าวกล้องมีกากใยอาหารสูง กินแล้วย่อยง่าย ส่วนของหวานนั้น แนะว่าให้เปลี่ยนมาเป็น “ผลไม้ไทย” แทนขนมหวานที่มีรสหวานจัด ไม่ว่าจะเป็น ทองหยิบ, ทองหยอด ฝอยทอง, ขนมชั้น, ขนมหม้อแกง, ปลากิมไข่เต่า, ขนมครองแครงน้ำกะทิ, เนื่องจากเป็นปัจจัยทั้งก่อและกระตุ้นโรคเบาหวานในคราวเดียวกัน ที่สำคัญผลไม้ไทยจะค่อนข้างมีราคาถูกกว่าผลไม้ต่างประเทศ และความหวานจากผลไม้จะไม่ทำร้ายสุขภาพได้เหมือนกับขนมหวาน เช่น ภาคใต้มีสับปะรด, มังคุด, มะม่วง แตงโม ก็สามารถนำมาเป็นอาหารใส่บาตรพระได้ ส่วนของการใส่ปัจจัยอย่าง “เงิน” ลงในบาตรพระ ผมมองว่าพระในต่างจังหวัดยังจำเป็นต้องใช้เงินในการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าเดินทางไปพบแพทย์ ดังนั้นการใส่ปัจจัยก็ยังทำได้ แต่ไม่ควรใส่มากเกินไป หรืออยู่ที่ประมาณ 50-100 บาท อีกทั้งต้องใส่ซองให้เรียบร้อย และถวายในย่ามของพระสงฆ์ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคจากธนบัตรปนเปื้อนในอาหารใส่บาตรอื่นๆ

    นอกจากการเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว การเตรียมตัวไปทำบุญในวันมาฆบูชาโดยการนุ่งขาวห่มขาวไปนั่งสมาธิหรือวิปัสสนาในวันสำคัญดังกล่าว ก็เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติ เพราะเป็นการทำให้จิตใจสงบ มีสติ และช่วยให้ระลึกถึงคุณงามความดี ที่เราสามารถทำในวันแสดงธรรมจากพระพุทธเจ้าได้เช่นเดียวกัน.

    ขอขอบคุณที่มา
    http://www.thaipost.net/main/detail/3931
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...