ถามเกี่ยวกับเรื่องมาร วิสัชนาโดยพระอาจารย์เล็ก วัดท่าขนุน

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 14 ตุลาคม 2018.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ถาม : อยากถามเรื่องเกี่ยวกับมาร มีตัวตนจริง ๆ หรือคะ ?

    ตอบ : มีจริง ๆ เพียงแต่ว่าเราจะรู้จักเขาไหม ? เราจะเห็นเขาได้ไหม ? คนรอบข้างของเรา เขาสามารถอาศัยเป็นเครื่องมือได้หมด ตอนแรก ๆ อาตมายังเข้าใจว่า มารเป็นกำลังใจที่ไม่ดีของเรา แต่ไม่ใช่ เขามีตัวตนจริง ๆ เขาพยายามจะชักนำให้เราคิดผิด ทำผิด พูดผิด อยู่เสมอ

    ขณะเดียวกัน คนรอบข้างของเรา เขาสามารถที่จะดลใจให้คน ๆ นั้น ไม่ว่าจะคิดจะพูดอะไรก็ตาม กลายเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราเกิดโทสะ ให้เราเกิดราคะ ให้เราเกิดโลภะอยู่ได้ตลอดเวลา

    สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ จะว่าไปแล้วก็คือ เขาทำหน้าที่ของเขา เราก็ทำหน้าที่ของเรา เรามีหน้าที่หนี เราก็หนีของเราไป เขามีหน้าที่ขวาง เขาก็ขวางของเขาไป ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัว ไม่มีใครเป็นศัตรูของใคร

    ฟังให้ดี ๆ นะ ตรงจุดนี้ เมื่อถึงวาระถึงเวลาโอกาสเปิดให้ เขาขวางเราก็เป็นเรื่องของเขา จริง ๆ #แล้วเขาเป็นครูที่ดีที่สุด #ถ้าหากว่าเราสามารถก้าวข้ามที่เขาทดสอบเราได้ #ตรงจุดนั้นเราจะไม่แพ้เขาอีก แต่ถ้าหากว่าเราก้าวข้ามไม่ได้ เราก็ไปติดไปสะดุดหรือไปหยุดอยู่ ไม่สามารถเข้าถึงความดีได้ #เขาถึงได้เรียกว่ามาร #คือผู้ขวาง #หรือผู้ฆ่า #เพียงแต่ว่าเขาเป็นครูที่ขยันไปหน่อย #ข้อสอบมาทุกวินาทีเลย เผลอเมื่อไรเป็นโดน

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕
    ที่มา : เว็บวัดท่าขนุนดอทคอม
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    การปฏิบัติทุกอย่างต้องมีตัวอุเบกขา เมตตาคือรัก กรุณาคือสงสาร ในเมื่อรักสงสารช่วยเขาเต็มที่แล้ว ผลจะเกิดอย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับได้ ตัวยอมรับได้ ตัวปล่อยวางได้นี่เป็นตัวอุเบกขาในอารมณ์ ถ้าเราไม่เบรคเราจะทุกข์อยู่คนเดียว คนอื่นเขาไม่ทุกข์กับเราด้วยหรอก
    .....................................
    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร. วัดท่าขนุน
    www.watthakhanun.com

    #พระพุทธศาสนาช่วยโลก #พระสงฆ์ช่วยสังคม #แบ่งปันธรรมะ


    ?temp_hash=afc0b3d81c609820e977f64ddf3c7d69.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ?temp_hash=c6eff48995c833c96dda988a4d6448d7.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ?temp_hash=e634192593b5b85f1a30058f63c383e0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    20190525_070812-jpg.jpg
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ลีลาของมาร
    ช่วงปีใหม่ ต้องบอกว่าเหมือนสงครามระหว่างพระกับมาร พระก็พยายามดึงคนมาทำบุญ มารก็ดึงคนไปเมา..ไปเที่ยว และก็มีพวกกลาง ๆ ประเภทเทพอสูร มาทำบุญแล้วค่อยไปเที่ยว กลัวกิเลสจะเศร้าหมอง ทำดีเสร็จแล้วต้องไปหาอาหารให้กิเลส..!

    อย่างเมื่อครู่ที่บอก การปฏิบัติเราเน้นหนักไปอย่างเดียว ไม่รู้จักวิถีธรรมที่แท้จริง จิตใจจึงเหมือนกับค่อนข้างจะแห้งแล้ง อย่างการปฏิบัติสมาธิ ถ้าไม่รู้จักเอาพรหมวิหาร ๔ เข้าไปช่วย บางทีจิตใจค่อนข้างจะแห้ง เหมือนกับเป็นอุเบกขาแข็ง ๆ แบบตายด้านไปเลย แต่ถ้าหากเอาพรหมวิหาร ๔ เข้าไปช่วย ก็จะมีความชุ่มชื่น รู้สึกว่า เออ..อยากทำ..น่าทำ

    ในเรื่องการปฏิบัติของพวกเรา ต้องอยู่ในลักษณะผ่อนสั้นผ่อนยาว เราจะไปบีบกิเลสให้ตายเลยทีเดียวก็ไม่ตาย แล้วยังอาละวาดกลับด้วย ฉะนั้น..ต้องผ่อนสั้นผ่อนยาว ถึงเวลาอยากกินอยากเที่ยวก็หาให้กิเลสนิดหนึ่ง แต่ให้มีสติ และอย่าไปยาว ไม่อย่างนั้นกิเลสกำลังเหลือเฟือกว่า ก็จะพาเราไปไกล ถึงเวลาแล้วต้องรีบเลี้ยวกลับให้ทัน

    แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ถ้าเราตั้งหน้าตั้งตาทำต่อไป บางทีอีกนิดเดียวจะถึงจุดหมายแล้ว หรือไม่อีกนิดเดียวจะตัดได้แล้ว แต่เพราะว่าเราไปเปลี่ยนความสนใจ เปลี่ยนงานที่ทำ ก็เลยใช้กำลังที่จะใช้ในการตัดกิเลสไปในด้านอื่นแทน ทำให้ตัดกิเลสไม่ขาดสักที เหมือนกับว่าเราผ่อนสั้นผ่อนยาว พยายามจะหลอกมารเขาอยู่ ว่าตอนนี้ข้าผ่อนให้เอ็งนิดหนึ่ง แต่ปรากฏว่า จริง ๆ แล้ว ในขณะที่เราหลอกมาร มารก็วางหมากหลอกเราอีกชั้นหนึ่ง ให้เราไปจนหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีกำลังที่จะตัดกิเลส ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ กลายเป็นว่าหาได้เท่าไรก็ใช้หมด แล้วก็มาเริ่มต้นนับหนึ่งอีก

    ตรงนี้ต้องตรองให้ดี ๆ ถ้าสู้ไหวก็บี้กิเลสให้ตายคามือไปเลย ไม่อย่างนั้นแล้วมัวแต่ไปผ่อนอยู่ กิเลสก็โตขึ้นเรื่อย ๆ มัวแต่ไปกลัวกิเลสจะเฉาตาย ไปรดน้ำพรวนดินให้ กิเลสก็รื่นเริงบันเทิงใจ งอกงามขึ้นมาใหม่อีก

    ถ้าหากว่าตั้งใจแก้ไขจริง ๆ รู้จักพินิจพิจารณาจริง ๆ นานไปจะเห็นเองว่า กิเลสมารหลอกเราแบบไหน แล้วเราก็จะไม่พลาดตรงนั้น...ช่องนั้นอีก แล้วกิเลสมารก็จะไปหลอกเราช่องอื่นต่อ เผลอเมื่อไหร่ก็โดนเจาะยาง พอลมหมด รถก็วิ่งต่อไม่ได้

    https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=1528
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    มารหลอกพระอรหันต์
    ถาม :
    ในระหว่างภาวนาแบบที่ทรงญาณ หรือภาวนาแบบที่ทรงฌานทั้ง ๒ อย่างนี้ มารมาดลใจได้ไหมคะ ?
    ตอบ : หลอกได้ทั้ง ๆ ที่ทรงสมาบัติ ๘ นั่นแหละ

    ถาม : ทรงสมาบัติ ๘ นั้นเกาะพระอยู่ไม่ใช่หรือคะ ?
    ตอบ : เกาะอยู่

    ถาม : แล้วยังหลอกได้อีกหรือ ?
    ตอบ : สบาย เขาเป็นพระมาให้เกาะด้วย ...(หัวเราะ)... ยังไม่รู้ฝีมือเขาอีกแล้ว

    ถาม : ปานนั้นเชียว ?
    ตอบ : ถ้าตราบใดที่ีคุณยังไม่เข้าพระนิพพาน ยังถูกหลอกสะบั้นหั่นแหลก เขาหลอกกระทั่งพระอรหันต์

    ถาม : พระอรหันต์ก็หลอกได้ ?
    ตอบ : ได้หลอก คือ ไม่เชื่อ เขาก็จะพยายามหลอก จึงได้หลอก


    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
     
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ปรามาสพระ

    ถาม :
    (ปรามาสพระ)
    ตอบ : การปรามาสพระมีเป็นปกติ บุคคลที่เริ่มปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา มารเขาจะรู้ว่าเราจะพ้นมือเขาแล้ว เขาใช้วิธีหลอกให้เราปรามาสพระ

    ถ้าหากว่าเราปรามาสพระ เราก็ไม่สามารถเข้าถึงมรรคผล ก็จะหลุดพ้นจากมือเขาไม่ได้ ฉะนั้นก็มีวิธีเดียวคือ อยากจะปรามาสก็ปรามาสไป เราก็กราบขอขมาพระไปเรื่อย ๆ

    สิ่งที่เขาหวังผลก็คือทำให้เราวุ่นวายใจ ไม่เป็นอันปฏิบัติอย่างหนึ่ง และทำให้เรารู้สึกว่าเป็นเพราะมาปฏิบัติก็เลยเกิดอารมณ์อย่างนี้ แล้วเลิกปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง

    ฉะนั้น...ไม่ต้องไปใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตาขอขมาไป มีปัญญาจะปรามาสอย่างไรก็ปรามาสไป พอเขาเห็นเราไม่หวั่นไหว ขอขมาเป็นปกติก็เลิกของเขาไปเอง

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙
    ที่มา : www.watthakhanun.com
     
  10. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    อยู่ในกรอบของศีล...ถูกมารชักจูงได้ยาก
    ถาม
    : แล้วอยากถามว่า มารอยู่ภพภูมิไหน ?
    ตอบ : มารอยู่ภพภูมิที่สูงกว่าเทวดาอีก พระพุทธเจ้าท่านจะจัดเอาไว้ว่า เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมมุนา วา เทวดาก็ดี มารก็ดี พรหมก็ดี ท่านจะเอ่ยชื่อมารในลักษณะสูงกว่าเทวดาอยู่ตลอด เพราะว่ามารจะอยู่ในสวรรค์ชั้นที่ ๖ เรียกว่า ปรนิมมิตวสวัสตี จะแบ่งเป็นสองเขต เขตหนึ่งเป็นเขตของเทวดา อีกเขตหนึ่งเป็นเขตของมารเขา

    ถาม : เขามีหน้าที่คอยขวาง ?
    ตอบ : นั่นเป็นงานเขา เหมือนกับงานของนักการเมือง แต่ไม่ใช่งานที่สร้างความเจริญ เป็นงานที่สร้างความล่มจม

    ถาม : แล้วเราจะทราบได้อย่างว่า อันไหนคือมาร ?
    ตอบ : สร้างสติ สมาธิ ให้มาก ๆ ถ้าสติ สมาธิ ทรงตัว ปฏิบัติอยู่ในกรอบของศีล ตราบใดที่ยังไม่หลุดจากกรอบของศีล ตราบนั้นเขาจะชักจูงเราได้ยาก แค่มีศีล ๕ ที่มั่นคงก็พอแล้ว

    ถ้าหากว่าเรามีศีล ๕ อยู่ ถึงเวลาเขาทำให้เราบันดาลโทสะ เรารู้ว่าเราเป็นผู้มีศีล เราก็ไม่ทำร้ายใคร ไม่ฆ่าใคร ถ้าหากว่าเขาทำให้เราเกิดความโลภ เราอยากได้ของสิ่งนั้นสิ่งนี้ เราก็หามาถูกต้องตามทำนองคลองธรรมโดยไม่ผิดศีล ถึงเวลาเขาตั้งใจให้เราไปแย่งคนรักคนอื่นเขา เราก็มีสติสัมปชัญญะอยู่ รู้อยู่ว่าสิ่งนั้นผิด ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่ทำ ถ้าเรามีศีลเป็นเกราะ มารจะชักนำเราได้น้อยมาก อย่างดีเขาก็แค่ทำให้เราคิดได้ บังคับให้เราพูดได้ แต่บังคับให้เราทำไม่ได้ แล้วถ้าหากว่าคำพูดที่เป็นตัวมุสาวาท คือ โกหก เรารู้ว่าเราเป็นผู้มีศีลอยู่ เราจะไม่พูดโกหก เขาก็จะบังคับเราไม่ได้ด้วย ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง

    พอไปถึงจุดหนึ่ง เราจะเห็นคุณค่าของเขาเองว่า เขามีคุณูปการอย่างมหาศาล คุณูปการนั้นคือ ถ้าไม่มีการทดสอบจากเขา กำลังใจของเราก็จะไม่มั่นคงเร็ว จะไม่แข็งแกร่งเร็ว ดังนั้น ถึงได้บอกว่า มารไม่ใช่ศัตรู แต่เขาเป็นครูที่ดีที่สุดของเรา

    เพียงแต่ว่าเราจะสามารถ ทำข้อสอบของครูคนนี้ไหวไหม ? พอก้าวข้ามตรงจุดนี้ไป ก็เหมือนกับว่าโลกตีลังกากลับ คือสิ่งที่เราไม่เคยเห็นความดี ก็จะเห็นความดีของเขา ทุกอย่างรอบข้างเป็นครูเราหมด คนทำให้เราโกรธก็เป็นครูที่ดีของเรา เพราะทำให้เรารู้ว่า จริง ๆ แล้วอารมณ์ใจของเรายังห่วยแตก ยังใช้ไม่ได้ คนที่ทำให้เราเกิดโลภ ก็ทำให้เรารู้ว่าเรายังใช้ไม่ได้ ยังต้องระมัดระวังมากกว่านี้

    สนทนากับพระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ เดือนตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕
     
  11. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    เล่ห์ลวงแห่งมาร

    บุคคลผู้ตั้งใจปฏิบัติความดี มักจะมีอุปสรรคมาขัดขวาง เรียกกันว่ามาร คำว่ามาร แปลว่าผู้ฆ่า คือฆ่าเราจากความดี หากไปหลงติดบ่วงของมัน มารมี ๕ อย่างคือ

    ๑. ขันธมาร หมายถึง ร่างกายของเราเป็นมาร พอจะทำความดี มันให้เจ็บโน่นปวดนี่เมื่อยนั่น จะเข้าวัดเข้าวามันพาลป่วยหนักซะเลย ถ้าจะเข้าเธคเข้าคลับเข้าบาร์ละก็ไม่เป็นไร ไปได้ปร๋อเชียว...

    ๒. กิเลสมาร คือ อารมณ์ชั่วของจิตเป็นมาร จะคิดดี พูดดี ทำดี มันเป็นขัดขวางสุดตัว ถ้าจะคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เชิญตามสบาย มันคอยชักนำให้ยึดความรัก โลภ โกรธ หลง แทนที่จะปล่อยวาง...

    ๓. มัจจุมาร คือ ความตายเป็นมาร พอเราจะทำความดี มันกลัวเราหนีพ้น ไม่รู้จะขัดคอเราอย่างไร พาลชักแหง็ก ๆ ตายเอาดื้อ ๆ ฆ่าเราตายจากความดีทั้งร่างกายและจิตใจเลย

    ๔. อภิสังขารมาร คือ ผลแห่งบุญบาปเป็นมาร คอยขวางเราไม่ให้ทำดีจนถึงที่สุด ฝ่ายบุญที่ถูกมารแฝง เช่น ยึดติดในรูปฌาน อรูปฌาน มานะถือตัวถือตน ว่าเราดีกว่าคนอื่นเพราะเราทำดี ฝ่ายบาป คือ ความชั่วทุกอย่างที่ทำมา ที่ดึงให้เราชั่วไปกับมันตลอดเวลานั่นเอง...

    ๕. เทวปุตตมาร คือ เทวดาเป็นมาร เป็นเทวดาพวกมิจฉาทิฏฐิ นอกจากจะไม่ส่งเสริมเวลาคนทำความดีแล้ว ยังคอยขัดขวางไม่ให้เขาทำความดีอีก สารพัดวิธีที่พวกนี้จะนำมาหลอกล่อ หรือบางทีก็เทวดาสัมมาทิฏฐินั่นแหละ ทดสอบกำลังใจแล้วเราสอบตก ท่านเลยกลายเป็นมารไปซะฉิบ...

    พอเราเริ่มทำความดี มารทั้งหลายก็ยกพหลโยธามาคอยขัดขวางทันที ล่อหลอกให้เราติดบ่วงของมัน จะได้ดึงเราให้ห่างความดี คอยยั่วให้กำหนัด ล่อให้หงุดหงิด ลวงให้หลงผิดร่ำไป...

    อาตมาผจญกับมันมาจนนับไม่ถ้วน ทุกวันนี้ก็ยังรบกันอยู่ พอรู้ทันเท่ห์ลวงของมันปุ๊บ มันก็เปลี่ยนวิธีใหม่มาทันทีเลย กว่าจะจับได้ไล่ทันก็ปางตาย แล้วก็ต้องผจญกับวิธีการใหม่ ๆ ต่อไป...

    จะขอยกตัวอย่างให้ทราบเล่ห์ลวงแห่งมาร คือ ตอนอาตมาฝึกมโนมยิทธิใหม่ ๆ จัดอยู่ในจำพวกรุ่นใหม่มาแรง มันอยากอวดคนอื่นว่าเราทำได้ อยากพูด อยากสอน อยากไปหมด...

    ท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน การปฏิบัตินั้นถ้าอารมณ์เราถึงระดับไหน ก็มักจะตู่เอาว่าทุกคนต้องเป็นแบบนั้น (ซึ่งผิดร้อยเปอร์เซ็นต์) พออารมณ์ละเอียดขึ้นไปอีก อ้าว...ที่ผ่านมาผิดนี่หว่า...

    ในเมื่ออารมณ์เข้าไม่ถึงที่สุด มันก็พูดผิดสอนผิดร่ำไป กลายเป็นเอาทิฏฐิของตน ลัทธิของตน ซึ่งถูกมารชักนำหลอกลวง ไปสอนปนกับธรรมะของพระพุทธเจ้าไปโน่นเลย...

    พอสอนคนใหม่ต่อใหม่เข้าด้วยกัน กิเลสมันใกล้เคียงกันนี่ พูดอะไรก็จี้ใจดำเขาเป๊ะเลย คราวนี้คำสรรเสริญก็จะตามมา พาเข้ารกเข้าพงกู่ไม่กลับมานักแล้ว...

    เมื่อกู่ไม่กลับ ยึดมั่นถือมั่นในความรู้ความสามารถของตนก็พังซิครับ ถูกมารจูงจมูกตามมันต้อย ๆ ห่างความดีไปทุกที พญามารตบมือหัวเราะร่า เสร็จข้าอีกหนึ่งรายล่ะ...

    พอใช้มโนมยิทธิทำนายทายทักเข้า แรก ๆ ก็แม่นดี คำชมเชยก็มาทันที “แหม...รู้ได้แจ่มใสชัดเจนดีจริง...” “แม่นอย่าบอกใครเลย...” “เก่งอะไรอย่างนี้...”

    ขาดสติหลงคำชมก็พัง การที่เรารู้ได้เพราะพระท่านสงเคราะห์ หรือ พรหม เทวดา ครูบาอาจารย์ท่านช่วยเหลือ พอถูกยกยอเข้าหน่อย ชักเคลิ้มไปว่า “เอ๊ะ..เราก็เก่งไม่เบานี่หว่า...?” ถ้าอย่างนี้ละก็เตรียมพังได้...

    จะมีอยู่ระยะหนึ่ง ที่เราพูดจริงพูดเล่นมันก็ถูกไปหมด คนก็จะทึกทักว่าเราเก่ง ยกตัวอย่างอาตมาเอง ยกของชิ้นหนึ่งให้คณะคุณพรพรรณ พลางบอกเขาว่า “อย่าทะเลาะกันนะ...”

    คือของมีชิ้นเดียว กลัวเขาจะแย่งกัน กลายเป็นว่า “โอ้โฮ...รู้ไปหมด หลวงพี่นี่...เราเพิ่งทะเลาะกันมาจริง ๆ...” เป็นซะอย่างนี้ ยืดแทบจีวรขาดไปเลย...

    ทักสุทธิพัฒน์ หลานหลวงปู่มหาอำพัน เพราะเห็นเขาหน้าตาสดใสว่า “โหงวเฮ้ง เงินล้านขึ้นแล้ว จะรวยใหญ่แล้วนะ...” เขาตอบว่า “จริงครับ...ผมเพิ่งเซ็นสัญญาส่งสินค้าราคาเป็นล้านมาจริง ๆ...”

    เป็นอย่างไรบ้าง...ถ้าท่านเจอเข้าแบบนี้ ตามด้วยคำเยินยออีกกระบุงโกย ยัง...ยังมีที่แสบกว่านี้ ที่จะให้ท่านหลงติดกับของมารอีกมากมายนัก ตัวอย่างคือ...

    ลุงถนอม รวงผึ้ง รายนี้เป็นฆราวาสทรงอภิญญา อธิษฐานขอพบครูบาอาจารย์ที่จะสอนตนให้เก่งไปยิ่งกว่านี้ แล้วพบกับอาตมาในนิมิต เขาอุตส่าห์ตามตัวจนเจอ...

    “ท่านนี่แหละ...ใช่แน่นอน ผมจำได้ รูปร่างหน้าตา ลักษณะท่าทาง ไม่มีผิดเพี้ยนจากนิมิตเลย...” น่าเคลิ้มไหมล่ะ...มีลูกศิษย์ทรงอภิญญาเชียวนี่...

    สุวรรณา ลูกสาวลุงถนอม ตอกย้ำความเชื่อของครอบครัวให้ศรัทธาหนักเข้าไปอีกว่า “หนูเห็นกับตาจริง ๆ ท่านเดินทะลุประตูเข้ามา ทั้ง ๆ ที่ประตูล็อกอยู่...” เอาเข้าไป...เอาให้หนัก...

    น้องแสงชัย น้องชายอาตมา มักจะพบอาตมาไปสอนในนิมิตเสมอ แล้วไปประกาศปาว ๆ ว่า อาตมาเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้ ไอ้ตัวเขาเก่งอยู่แล้ว มาว่าเราเก่งเข้าก็เละหนักเลยซิ...

    “หลวงพี่ไปหาผมที่ซาอุดิอาระเบียเวลาตีสองกว่า ตรงกับประมาณตีห้าของเมืองไทย ลืมตาก็เห็น หลับตาก็เห็น...” นั่น...เอาให้พอ ไอ้เรานอนกรนตูดโด่งอยู่แท้ ๆ ...!

    นี่เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ที่ละเอียดจนนึกไม่ถึงในเล่ห์กลของมาร ยังมีอีกมากนัก บอกได้เลยว่า มารนั้นแฝงอยู่ในทุกลมหายใจเข้าออก มันเดินบนทางแห่งความดีนี่แหละ พอถึงจุดสุดท้าย มันดึงท่านออกนอกทางก้าวเดียว ลงเหวไปกับมันทันที...!

    พอคำสรรเสริญเยินยอมา ชื่อเสียงลาภยศก็ไหลมาเทมา คราวนี้แหละ สารพัดบ่วงที่จะเค้นคอท่านให้ตาย เป็นทาสมันอย่างไม่รู้ผุดรู้เกิดเลย...

    อยากเด่นอยากดังรึ...? โอ๊ย...มีคนโฆษณาแทนท่านเป็นร้อยเป็นพัน สารพัดปาฏิหาริย์แปลกจนคิดไม่ถึง เดี๋ยวก็มีหนังสือมาสัมภาษณ์ เอาไปลงให้ดังหนักเข้าไปอีก...

    โลภในลาภรึ...? สารพัดเงินทองข้าวของเครื่องใช้ จะเอาทันสมัยใหม่ล่าสุดเพียงไรได้ทั้งนั้น ตัวเลขในบัญชีธนาคารขึ้นพรวดพราด ยิ่งกว่าน้ำป่าบ่าไหลซะอีก...

    อยากมีบริวารมากรึ...? เอาไปเลย คนมาหมอบราบกราบกรานเป็นร้อยเป็นพัน จะเอานายพันนายพลมีทั้งนั้น พูดคำไหนบริวารเป็นกระตั้กรีบสนองความต้องการทันที...

    ตายครับ...ตายสนิทไม่ต้องกระดิกเลย ไม่มีแม้แต่เวลาจะหลับจะนอน เวลาปฏิบัติจะเอามาจากไหน ยิ่งทิ้งการปฏิบัติ มารยิ่งชอบใจ ฮ่า...เสร็จข้าล่ะ...!

    เท่านั้นเอง ปณิธานปรารถนาจะปฏิบัติเพื่อเข้าถึงอรหัตตผลพระนิพพาน ก็สลายเป็นอากาศธาตุ กลายเป็นบรรลุซึ่งคฤหัสถผลมาไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร ไอ้ที่จมจ่อมยอมเลวอยู่ทั้งผ้าเหลือง รอเวลาลงอเวจีหรือโลกันต์อีกนับไม่ถ้วน...

    นี่แหละ...ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมารที่มาลวงท่านให้หลงติดบ่วงของมัน ต้องใช้สติสัมปชัญญะมาก ๆ ประกอบด้วยปัญญารู้เท่าทันมันให้ได้ ถึงรู้ช้าหน่อยก็ขอให้รู้แล้วกัน พยายามมุ่งลัดตัดตรงไปตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังไม่ตายเข้านิพพานเพียงไร อย่าไว้วางใจอะไรทั้งนั้น มารยังรอท่านอยู่...!

    ๑ เมษายน ๒๕๓๓
    พระใบฎีกาเล็ก สุธมฺมปญฺโญ

    ที่มา www.watthakhanun.com
    ภาพประกอบโดย สำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี
    #๖๐ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม
     
  12. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    c_oc=AQkkFwqlIWayPPupua5RmfgpDBUXy66X9Z_earI2MCeaCzIvoDQApn6logp-bSJtZ4g&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    ชุมชนคุณธรรมฯวัดท่าขนุน

    "เรื่องของมาร อาตมายืนยันว่ามารมีตัวมีตนจริง ๆ สมัยเด็ก ๆ สวดมนต์ เขาว่า "รุมพลพหลพยุหะปาน พระสมุทรนองมา" ท่านว่า เขายกพหลพลโยธามาเหมือนกับน้ำในมหาสมุทรที่ไหลนองมา พร้อมที่จะท่วมทับทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าไม่ได้เจอด้วยตัวเองอาตมาก็คงจะไม่เชื่อ แต่พอเจอด้วยตัวเอง ต้องยอมรับว่าเขามีตัวตนจริง ๆ แรก ๆ ยังคิดว่าเขาเป็นแค่อารมณ์ความรู้สึกเท่านั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่ เขามีตัวมีตน มีหน้ามีตา มีอะไรทุกอย่าง มีกระทั่งขันธ์ ๕ เหมือนกับเรานี่แหละ แต่ของเขาเป็นขันธ์ทิพย์เท่านั้น

    คราวนี้การขวางของมาร เขาสามารถใช้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างในการสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เราออกห่างจากพระรัตนตรัย ยิ่งมากยิ่งดี จำไว้ให้แม่น ๆ เลยนะ ห่างพระรัตนตรัยเมื่อไรก็คือห่างความดี ห่างความดีโดยเฉพาะพระรัตนตรัย เราจะเข้าถึงความเป็นพระโสดาบันไม่ได้ เขาก็จะพยายามแหย่อยู่ในลักษณะนี้

    แล้วสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมานี่แนบเนียนมาก ยิ่งกว่าไปเล่นหมากรุกกับพวกเซียนหมากรุกที่เป็นแชมป์โลกอีก กินเรา ๒๐ ต่อ ไม่มีโอกาสกระดิกเลย ทุกเรื่องจะดูสมเหตุสมผล พอเหมาะพอดีพอควรไปหมด จนกระทั่งเราปักใจมั่นเลยว่า อันนี้ต้องเป็นอย่างนี้แน่ อันนั้นต้องเป็นอย่างนั้นแน่ แล้วเราจะเผลอก้าวออกไป กลายเป็นห่างความดี ห่างพระศาสนาไปเลย"

    คัดลอกข้อความเพียงบางส่วนมากจาก
    เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ : บรรยายธรรม ณ บ้านตลิ่งชัน วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ (๐๑)

    ถ่ายภาพจาก วัดท่าขนุน
     
  13. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    c_oc=AQl2lZMfk0Kd3K4A502sfLrDKDZRubNMm-IE1jBi21Q4f1yitNTNc7yFczgIOOM7GKg&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    +++ มารเป็นคนแนะนำให้ทำ +++

    พระอาจารย์กล่าวว่า "วันนี้ที่ลงมาช้าเพราะเมื่อเช้าทำบัญชี เสร็จแล้วก็คัดลอกไฟล์ใหม่เพื่อที่จะเอาไปสำรองไว้ พอลบไฟล์เก่า #ปรากฏว่าไม่ได้ลบไฟล์เฉย ๆ เล่นลบโฟลเดอร์งานไป ๓ ปี หน้ามืดสนิท..!

    #บทจะโดนแกล้งนี่เขาแกล้งสาหัสจริง ๆ ก็เลยคิดหาวิธี จะทำอย่างไรดี ? ให้เขาหาเศษกระดาษที่ลงบัญชีเมื่อวาน เพิ่งจะทิ้งถังขยะ #ปรากฏว่าทิ้งของมาเป็นตะกร้าเลย เขาหาคืนได้แค่ ๓-๔ ชิ้น #เหมือนกับทันทีที่ทิ้งก็มีใครเอาไปกินอย่างนั้นแหละ เป็นไปได้อย่างไร ? มีคนกินเศษกระดาษด้วย ?

    ขึ้นไปนั่งเซ็งอยู่ข้างบน จะถามพ่อแม่ปู่ย่าตายายก็คงโดนถีบมากกว่า #เลยใช้วิธีนึกย้อนหลังว่าเมื่อวานเราทำอะไรบ้าง แล้วก็ไล่พิมพ์ไปเรื่อย #อาจจะขี้โกงหน่อย#แต่ก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นบัญชีก็ไม่เสร็จ

    บางคนเขาว่าอาตมาความจำดี #แต่ถ้าความจำช่วยไม่ได้ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ นึกย้อนไปเมื่อวานเราทำอะไรบ้าง เมื่อคืนเราทำอะไรบ้าง เมื่อเช้าเราทำอะไรบ้าง #นึกได้ก็ลงไล่ไปเรื่อย ๆ ของเก่า ๒ ปีไม่ยากหรอก เพราะมีไฟล์สำรองอยู่ในฮาร์ดดิสก์ แค่ไปคัดลอกมาลงก็จบแล้ว #แต่ของที่ทำเมื่อคืนกับเมื่อเช้านี่ แหม...#ยังไม่ทันจะสำรองไว้ที่ไหนเลย #ดันลบไปซะก่อน

    ตอนแรกอาตมาก็สงสัยว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ นี่มารรู้ด้วยหรือ ? #ปรากฏว่าพ่อเจ้าประคุณหัวเราะก๊ากเลย #บอกว่าก็เขาเป็นคนสร้างเอง จะไม่รู้ได้อย่างไร ? สรุปแล้วเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทั้งหลายทั้งปวง #มารเป็นคนแนะนำให้ทำ เพื่อที่เราจะได้ยึดติดเยอะ ๆ จะได้อยู่กับเขาต่อไป"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๘
     

แชร์หน้านี้

Loading...