ทหารพระองค์ดำรายงานตัวหน่อยครับ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย visut_p, 28 สิงหาคม 2008.

  1. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    ไอ้เรื่องปราสาทไหวนี่มีในตำนานคือพ่อพบลูกชาย ส่วนปราสาทไหวในตอนพระเจ้านันทบุเรงจะเป็นอย่างไรก็อยากที่จะคาดเดา

    ส่วนที่พระเจ้านันทบุเรงโกรธพระนางทางอยุธยาเนื่องจากการเสียลูกชายคงไม่มากพอที่จะฆ่าคนรักของพระองค์ได้

    เรื่องพี่น้องถูกหลอกให้ฆ่ากัน หรือบังเอิญมารักกันนี่มีมาแต่โบราณแล้วนะ ส่วนเรื่องราวในสมัยหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบได้
     
  2. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    ในวันที่ 18 มกราคมนี้ วันกองทัพไทยเป็นอีกวันหนึ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเป็นวันที่องค์พระนเรศวรมหาราชได้ทำการยุทธหัตถีและ มีชัยชนะต่อสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่า เมื่อวันจันทร์ เดือน 2 แรม 2 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 ด้วยประวัติศาสตร์อันนี้เอง ทำให้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 กำหนดให้วันที่ 18 มกราคมของทุกเป็น เป็นวันยุทธหัตถี หรือ วันกองทัพไทยนั้นเอง

    สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงเป็นพระมหากษตริย์ไทยลำดับที่ 18 แห่งราชอาณาจักรศรีอยุธยา เสด็จพระราชสมภพที่เมืองพิษณุโลก ปีเถาะ พ.ศ. 2098 ทรงมีพระสมเด็จพระมหาธรรมราชธิราชเจ้า ซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์สุโขทัยองค์แรกที่ครองกรุงศรีอยุธยาเป็นพระบิดา และมีพระวิสุทธิกษัตรี เป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิอีกด้วย

    ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่า องค์พระนเรศวรได้ถูกนำเป็นองค์ประกัน ณ เมืองหงสา และได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ ความสามารถต่างๆ เพื่อรอวันที่จะได้กลับมากู้ชาติกุ้แผ่นดินอีกครั้ง แต่ด้วยความกตัญญูของสมเด็จพระนเรศวร ที่มีต่อพระเจ้าบุเรงนอง ที่ชุบเลี้ยงดูแลจนเติบใหญ่ จึงไม่ทำการขัดขืนใดๆ เมื่อพระเจ้าบุเรงนองยังมีชีวิตอยู่
    แต่ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบุเรงนอง สมเด็จพระนเรศวรได้กลับมาปกครองยังพระนครกรุงศรีอยุธยา และด้วยวิชาความรู้และความสามารถของพระองค์ ได้ทำการรบข้าศึกต่างๆ และชนะเรื่อยมา จนเป็นที่เกรงกลัวของข้าศึกเป็นอย่างมาก
    จนกระทั้งวันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 สมเด็จพระนเรศวรได้ทำการยุทธหัตีกับสมเด็จพระมหาอุปราชาของพม่าและเอาชนะได้ในที่สุด โดยการยุทธหัตถีนั้น หมายถึงการต่อสู้ด้วยอาวุธบนหลังช้าง เป็นการต่อสู้ของกษัตริย์เพราะต่อสู้ตัวต่อตัว ตัดสิ้นแพ้ชนะกันที่ความคล่องแคล่ว แกร่งกล้า และผู้ใดที่ทำการยุทธหัตถีชนะ จะได้รับการยกย่องพระเกียรติยศสูงสุดอีกด้วย

    และอีกเหตุการณ์หนึ่งของพระนเรศวรมหาราชคือการยิงปืนข้ามแม่น้ำสโตงถูกสุรกรรมาจนตาย ต่อมาเมื่อมีพระชนมายุ 35 พรรษา พระมหาธรรมราชา พระบิดาสวรรคต พระองค์จึง เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ และได้ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราชา แต่ให้มีพระเกียรติสูงเสมอพระเจ้าแผ่นดินอีกองค์หนึ่ง ครั้นพระชนมายุ 37 พรรษา ก็ ทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชา พระชนมายุ 40 พรรษาเสด็จ ยกทัพไป ตีเมืองเขมร และแม้แต่ในวาระสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ พระองค์ก็ยังอยู่ในระหว่างการยกทัพไปตีเมืองอังวะ แต่เกิดประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ที่พระพักตร์และเป็นพิษจนเสด็จสวรรคตเสียก่อนในปีพ.ศ. 2148 รวมสิริพระชนมายุได้ 50 พรรษา ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลา 15 ปี
     
  3. ผู้เฝ้าดู

    ผู้เฝ้าดู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2013
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +184
  4. ผู้เฝ้าดู

    ผู้เฝ้าดู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 ธันวาคม 2013
    โพสต์:
    116
    ค่าพลัง:
    +184
    ผมสงใสเรื่องนึง ในสงครามเข้ารบกันแบบตะลุมบอลเรือนหมื่นเรือนแสน จะมีพลาดฟันแทงฝ่ายเดียวกันบ้างไหมครับ




    https://www.youtube.com/watch?v=ZE0ELiy_S8g

    Chalermphon Chueron
    เลือดไทยNew
     
  5. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    ไม่มีครับ
     
  6. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    เรื่องการจับเด็กผู้ชายผู้หญิงเข้าวังคงมีมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์เพราะความขี้วิตกของพระองค์ อาจด้วยความกังวลเรื่องตัวขุนนาง การเอาลูกชาวบ้านเข้ามาเรียนรู้ในวังเพื่อแทนพวกขุนนางเก่าอาจเป็นวิธีที่ดีกว่าการสืบทอดโดยสายเลือดทั้งหมด กว่าเด็กพวกนี้จะโตและมีความรู้ก็คงไปเป็นสมัยพระเจ้าสุริเยนทราธิบดีพอดี อะไรที่เห็นว่าดีก็คงมีการทำต่อ
     
  7. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    ว่าด้วยเชื้อสายของพระพุทธยอดฟ้าฯ แล้ว ส่วนตัวมีความรู้สึกว่าท่านเป็นลูกหลานโดยตรงของสมเด็จพระนารายณ์

    เรื่องพันท้ายนรสิงห์กำลังฉายพอดี ก็ความรู้สึกส่วนตัวอีกแล้วที่บ่งบอกว่าพันท้ายนรสิงห์ เป็นโอรสลับของพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี และราชวงศ์ปัจจุบันนี่แหละที่สืบสายมาจากพันท้ายนรสิงห์ ขุนนางก็คงรู้เรื่องนี้บ้าง ในยามที่เจ้านายอยุธยาเก่าสูญไปเกือบหมดแล้ว ก็คงต้องหาลำดับที่สืบย้อนไปหาพระมหากษัตริย์องค์ก่อนเรื่อยๆ ขุนนางที่ภักดีทั้งหลายจึงต้องเลือกผู้ที่เหมาะสม ราชสมบัติจึงต้องตกอยู่กับเชื้อสายของเจ้านายที่เคยปกครองตนมาด้วยดี ต้นราชการท่านขนขุนนางเขมรซึ่งเป็นขุนนางที่มาใหม่เข้ามาเสียมาก เรื่องเก่าๆ ก็คงหายไปกับคนเก่าๆ ที่พ้นจากราชการไป
     
  8. กานโถม

    กานโถม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    71
    ค่าพลัง:
    +127
    ว่าถึงเรื่องพระนเรศวรมหาราช หากสืบย้อนขึ้นไปเรื่องเชื้อสายของพระองค์ ทำให้ทราบว่าทรงสืบเชื้อสายเกี่ยวข้องกับเจ้านายที่เป็นราชนิกุล เมืองเขลางค์นครด้วยเช่นกัน
     
  9. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    เมืองหางพระนเรศวรสิ้นพระชนม์ที่ว่าน่าจะเป็นหางสาวดี เรื่องราวที่เจ้าเมืองหางไม่อยากให้รู้คงจะปิดได้ในสมัยเจ้าเมืองลพบุรีพอดี ความลับที่ว่ามันก็น่าจะเป็นความลับต่อไป
     
  10. กานโถม

    กานโถม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    71
    ค่าพลัง:
    +127
    สถานที่เสด็จสวรรคตชื่อว่า เมืองแหง มากกว่าเมืองหางในรัฐฉาน เพราะ "เมืองแหง" มีความสำคัญในฐานะเมืองหน้าด่านตามเส้นทางเดินทัพและการค้าระหว่างเมืองเชียงใหม่ ราชธานีของอาณาจักรล้านนา กับเมืองนาย (ปัจจุบันอยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า) เมืองแหงเป็นเมืองกึ่งกลางเส้นทางตามลำน้ำแม่แตง มีพื้นที่กว้างใหญ่ เหมาะแก่การสะสมเสบียงอาหารเลี้ยงกองทัพ มีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาทิ[1][2]

    เป็นเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าบุเรงนอง ที่ทรงกรีธาทัพทหาร 90,000 นาย มายึดเมืองเชียงใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2101
    เป็นเส้นทางเดินทัพของ 19 เจ้าฟ้าไทใหญ่ ทหาร 60,000 นาย ที่พระเจ้าบุเรงนองส่งมาช่วยเมืองพิษณุโลกตามคำขอของขุนพิเรนทรเทพ เนื่องจากทางล้านช้างยกทัพมาประชิดเมืองพิษณุโลกในปี พ.ศ. 2108
    เป็นเส้นทางเดินทัพสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงยกทัพทหาร 100,000 นาย มุ่งไปยึดเมืองนายกลับคืน และตรงไปทำลายพระเจ้ากรุงอังวะในปี พ.ศ. 2148
    เป็นเส้นทางหลบหนีของเนเมียวสีหบดี ขุนศึกพม่าผู้พิชิต 3 อาณาจักร คือ ล้านนา ล้านช้าง และอยุธยา หลังจากถูกกองทัพพระเจ้าตากขับไล่ออกจากเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2317
    เป็นเส้นทางรับเจ้าพม่ามายังเมืองเชียงใหม่ในสมัยพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ปี พ.ศ. 2408

    จากการคำนวณ หลังจากพระนเรศวรเดินทัพออกจากเชียงใหม่ พระองค์หยุดที่เมืองแหงพอดี ตรงกับในคืนที่ ๖ ฉะนั้น วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๑๔๘ ทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรก็น่าจะหยุดอยู่ที่ “เมืองแหง ตำบลทุ่งดอนแก้ว” และเพลานั้นเอง สมเด็จพระนเรศวรก็ทรงประชวรเป็นฝีระลอกขึ้นที่พระพักตร์ ก่อนที่พระอาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว
    สองวันต่อมา ม้าเร็วถูกส่งไปเมืองฝางแจ้งข่าวพระอาการประชวรให้สมเด็จพระอนุชาทรงทราบ
    ๒๐ เมษายน ๒๑๔๘ ม้าเร็วจากเมืองฝางกลับมาถึงทัพหลวง สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จขึ้นเฝ้าพระอาการพระเชษฐา ทัพหน้าที่เมืองฝางหยุดเคลื่อนทัพ
    ๒๕ เมษายน ๒๑๔๘ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเอกาทศรถทรงอัญเชิญพระบรมศพกลับสู่กรุงศรีอยุธยา ก่อนจะถวายพระเพลิง
     
  11. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    ความลับที่ต้องฆ่าเพื่อปิดปากและขู่คนที่เหลือ การเผาพวกมอญในวังที่รู้ความลับและทำตัวหยาบๆ อย่างโหดเหี้ยมก็เป็นการขู่พวกที่เหลือได้อย่างดี หัวที่ตัดไปให้เจ้าจากทางละแวกก็เป็นการขู่เช่นกัน
     
  12. กฮ

    กฮ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +419
    ผมว่าประวัติศาสตร์มันค่อนข้างจะแปลกๆ การหยาดน้ำเพื่อตัดสัมพันธ์น่าจะเป็นเจ้าเมืองหางพูดกับเมืองอยุธยา และคำพูดขอชนช้างนั้นน่าจะเป็นเจ้าเมืองหางพูดกับทางอยุธยาซึ่งถึงแม้จะชนะก็ขึ้นชื่อได้ว่าพ่ายแพ้เป็นการต่อสู้ที่หาเกียรติมิได้
     
  13. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา หลั่งทักษิโณทก ประกาศตัดสัมพันธไมตรีกับกรุงหงสาวดี ณ เมืองแครง แสดงถึงการประกาศเอกราชไม่ขึ้นกับกรุงหงสาวดีอีกต่อไป (ซึ่งก่อนหน้านั้นถือว่า กรุงศรีอยุธยาเป็นประเทศราชขึ้นกับกรุงหงสาวดี หลังแพ้สงครามช้างเผือก อยู่ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนอง ครองราชย์เป็นพระเจ้ากรุงหงสาวดี)

    การท้ากระทำยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งพระองค์ประเมินสถานการณ์แล้วว่า ฝั่งกองทัพอยุธยามีกำลังพลที่เป็นรอง และที่สำคัญพระองค์ได้ฝ่าตะลุยเข้าไปในวงล้อมกลางทัพหลวงหงสาวดี ที่มีพระมหาอุปราชามังสามเกียด เป็นแม่ทัพใหญ่ในสงครามครั้งนี้ จึงเป็นทั้งโชคและการเสี่ยงวัดดวงของพระองค์ ที่มีเดิมพันน้อยแลกกับผลตอบแทนที่มีมูลค่าสูงกว่า จึงเป็นทั้งการตั้งใจและจงใจ รวมถึงด้วยความพยายามของพระองค์เลยทีเดียว ที่ต้องการกระทำยุทธหัตถีกับแม่ทัพใหญ่กรุงหงสาวดีจริงๆ เพื่อเผด็จศึกในสถานการณ์อันตกเป็นรองเช่นนี้

    ซึ่งยุทธวิธีการรบเช่นนี้ สมัยพระเจ้าบุเรงนอง ยังเป็นแม่ทัพหนุ่ม พระองค์ก็เคยใช้ยุทธวิธีนี้เอาชนะต่อเมืองต่างๆ แบบรวดเร็วต่อกองทัพที่พระองค์ยกไปตีชิงรวบรวมแผ่นดินพม่าทั้งปวง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 มีนาคม 2016
  14. กิ่งสน

    กิ่งสน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2012
    โพสต์:
    1,002
    ค่าพลัง:
    +2,181
    ดันกระทู้นี้ "ปวงข้าเทิดบูชา มหาราชาแผ่นดิน
    ความดีไม่สูญสิ้น นามระบิล นเรศวร"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มีนาคม 2016
  15. กิ่งสน

    กิ่งสน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 เมษายน 2012
    โพสต์:
    1,002
    ค่าพลัง:
    +2,181
    เมื่อวานคิดจะดันกระทู้แล้ว แต่คิดไม่ออก ดีใจมีคนติดตาม:cool:
     
  16. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงศึกษาวิชาการทหารส่วนใหญ่มาจากราชสำนักหงสาวดี ในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งวิชาต่างๆจะรวมไปถึงวิทยาการต่างๆของทั้งชนชาติต่างๆในอาณาจักรหงสาวดี เช่น รามัญ พม่า ไทใหญ่ รวมถึงล้านนาซึ่งแต่เดิมนั้นทางฝั่งของเมืองพิษณุโลก เป็นแหล่งวิชาการของทางขอมที่สืบมาตั้งแต่รัชสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ที่ได้สืบแบบแผนโบราณราชประเพณีจากกรุงสุโขทัย และที่ได้รับเอาพราหมณ์จากราชสำนักพระนครธม (นครหลวงขอมโบราณ)มาใช้จนทำให้กรุงศรีอยุธยามีอำนาจมากขึ้นมาเป็นลำดับ

    แต่กระนั้น ก็ยังน้อยนักเพราะวิชาที่พระองค์ได้ทรงศึกษาก่อนที่พระองค์จะถูกนำไปเป็นองค์ประกัน เพราะทรงมีพระชนม์เพียง 9 ปี จึงเชื่อได้ว่าพระองค์ยังทรงพระเยาว์มาก ฉะนั้นสรรพวิชาที่สร้างชื่อเสียงทางการรบของพระองค์ จริงๆแล้ว ตามพงศาวดารและตำนานในเบื้องลึกของวิชาการต่างๆ ที่สืบมาในยุคหลังและได้อ้างกันว่าสืบมาแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวร หรือมีประวัติในสถานที่เกี่ยวข้องกับพระองค์ชัดเจน เช่น วิชาดาบสองมือ การอาบว่านยา การฟันไม้ข่มนาม การสร้างพระด้วยไม้โพธิ์ การหล่อพระพุทธรูปด้วยโลหะอาถรรพณ์ ล้วนเป็นสรรพวิชาที่มีแพร่หลายและมีกำเนิดวิชาในอาณาล้านนา ยุครุ่งเรืองทั้งสิ้น

    อาทิเช่น วิชาดาบสองมือ หรือรู้จักกันว่าดาบอาทมาต ในวงการคนเรียนดาบจะรู้ว่า "ทางดาบ" เป็นดาบเหนือที่วาดดาบวงกว้างคลุมตัว เน้นการปะทะดาบ แนววาดจะต่อเนื่องเป็นสายไม่ขาดช่วง การเดินเท้าจะเดินวนคลุมแปดทิศ ต่างจากทางใต้ที่เข้าออกตรงหรือหลบฉาก

    การอาบ7ขาง (อาบน้ำว่านยาเจ็ดกระทะใหญ่ ขางหมายถึงกระทะโลหะใบใหญ่ เป็นภาษาไทยภาคเหนือ) เป็นการอาบน้ำว่านของชาวล้านนา เพื่อความคงกระพันชาตรี ให้เนื้อหนังทนทานต่ออาวุธตามตำราวิทยาคมล้านนา ซึ่งต่างจากขอมหรือทางภาคใต้ที่มีวิธีการแช่น้ำว่าน ซึ่งขอม หรือพม่า ในสมัยโบราณจะนิยมสักว่านยาผสมแร่ธาตุ เป็นอักขระเลขยันต์ เพื่อให้ผลทางคงกระพันชาตรี

    การหล่อพระด้วยโลหะที่ทำเป็นพระองค์เล็ก จะหล่อตันที่เรียกว่าพระชัยหลังช้างหรือพระยอดธงชัย ซึ่งต่างจากทางใต้คืออยุธยายุคก่อนของพระองค์ ที่หล่อพระชัยด้วยกรรมวิธีที่ให้ผิวโลหะบางข้างในกลวง ผิวบางเหมือนเปลือกไข่หรือการสร้างพระที่แกะสลักจากไม้มงคลเช่นไม้โพธิ์ ซึ่งเป็นที่นิยมทำกันแพร่หลายเพื่อเสริมดวงชะตาของคนล้านนา (ในวัดทางเหนือจะมีพระไม้ลักษณะนี้มาก)

    การข่มนาม ซึ่งเป็นศาสตร์อาถรรพณ์ทางวิทยาคม ผู้ต้องการให้เกิดความอัปมงคลกับศัตรูหรือผู้อยู่ใต้บังคับให้เกรงกลัวหรือแพ้ภัย ไม่อาจต่อสู้กับตนได้ วิชาการเหล่านี้มีที่มาจากสมัยราชวงศ์ซ้อง ซึ่งเริ่มแรกเป็นการโบยตี100ทีกับนักโทษ ที่เข้าไปอยู่ในเรือนจำใหม่ เพื่อเป็นการข่มนาม ซึ่งล้านนาได้รับมาใช้ในสมัยที่ติดต่อกับราชวงศ์หมิง ซึ่งเป็นราชวงศ์จีนที่ปกครองสืบต่อจากราชวงศ์ซ้องหลังขับไล่ราชวงศ์หยวน ที่เป็นชาวมองโกล ได้สำเร็จ จนพัฒนามาใช้กับพวกเล่นคุณไสยที่เจริญมากในล้านนาสมัยนั้น เรียกว่าการ "ตู้" คือการกระทำย่ำยีทางไสยศาสตร์ และรายระเอียดพิธีกรรมฟันไม้ข่มนาม จะกระทำกับหุ่นสมมุติ ที่ตัดมาจากต้นไม้เป็นนามวันเกิดหรือปีเกิดของศัตรูนั่นเอง ซึ่งต่างจากในที่อื่นๆจะใช้ดินป่าช้ามาทำ แต่ล้านนาจะถือว่าดินป่าช้า เป็นอัปมงคลกับผู้กระทำพิธี จึงไม่นิยมของที่ได้มาจากป่าช้า
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 เมษายน 2016
  17. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    วันที่ 25 เมษายนของทุกปี คล้ายวันเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2148 สิริพระชนมพรรษา 49 พรรษาเศษ รวมสิริดำรงราชสมบัติ 14 ปีเศษ มีเวลาก็ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลถวายพระองค์กันด้วยครับ
     
  18. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    ในรัชสมัยก่อนหน้าที่สมเด็จพระนเรศวร จะทรงขึ้นครองราชย์ผ่านพิภพกรุงศรีอยุธยา ย้อนไปในรัชสมัยของสมเด็จพระไชยราชาธิราช ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่พม่าและอยุธยาได้รบกัน

    ผลการรบนั้นทหารฝ่ายอยุธยาสามารถยึดพื้นที่เมืองเชียงกรานคืนจากพม่าได้ ตามพงศาวดารบันทึกว่าส่วนหนึ่งมาจากการใช้ปืนไฟของทหารโปรตุเกส

    หลังรัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิ พม่ามีชัยเหนือกรุงศรีอยุธยา ทำให้ไม่แน่ใจแล้วว่าแท้ที่จริง ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจะช่วยให้การรบมีชัยเหนือกว่าไปได้ เพราะฝ่ายพม่าก็ได้ใช้ปืนไฟในการรบเช่นเดียวกัน

    จึงเป็นคำถามว่า ทหารอยุธยากับทหารพม่า ที่ชิงชัยกันตัวต่อตัวในสนามรบ ปัจจัยหนึ่งที่สร้างความได้เปรียบและช่วยให้มีชัยชนะ ที่เรียกว่า "ทานฝีมือมิได้" น่าจะมาจากเชิงดาบและเชิงมวยที่สูงว่ากัน (เชิงสูง)

    จวบจนถึงรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์จึงได้รวบรวมสรรพตำราจากอาณาจักรต่างๆที่เคยตกอยู่ใต้อำนาจของหงสาวดี และวิชาการต่างๆของพม่ารามัญ และพระองค์ได้ทรงผูกตำราดาบและตำรามวยขึ้นมา เพื่อใช้บรรจุในตำราพิชัยสงครามและถ่ายทอดให้กับ เหล่าทหารหาญ ซึ่งภายหลังปรากฏว่า ทหารฝ่ายอยุธยามีเชิงสูงกว่าทหารอาณาจักรอื่นๆ แม้แต่การประลองเชิงมวย ที่เรียกว่า "ตีมวยคาดเชือก" คนมวยชาวอยุธยายังสามารถ ตีชนะคนมวยจากแห่งอื่นๆได้รวดเร็วเป็นที่เลื่องลือ
     
  19. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    รัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์รวบรวมสรรพตำราจากอาณาจักรต่างๆที่เคยตกอยู่ใต้อำนาจของหงสาวดี รวมถึงวิชาการต่างของพม่ารามัญ ไปจนถึงชาวยุโรป จีน แขก จามหรือกระทั่งญี่ปุ่น
    พระองค์ได้ทรงผูกตำราดาบและตำรามวยขึ้นบรรจุไว้ในตำราพิชัยสงคราม จนต่อมาทหารฝ่ายอยุธยา สามารถรบชนะทหารอาณาจักรอื่นๆ ในทุกสมรภูมิ เป็นที่ครั่นคร้ามแก่อาณาจักรใกล้เคียงเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่า เมืองน้อยใหญ่ภายใต้อาณัติของกรุงหงสาวดี แอบมาสวามิภักษ์กรุงศรีอยุธยากันจนแทบสิ้น
    แม้กระทั่งเมืองลูกหลวงอย่างตองอู อังวะและเมืองแขกยะไข่ ที่ขึ้นชื่อเรื่องปล้นสดมภ์และการรบเข้มแข็งที่สุดของพม่าในเวลานั้น ยังต้องทำอุบายผ่อนปรน เมื่อทราบข่าวการยกทัพหมายถล่มกรุงหงสาวดี เพื่อล้างอายให้กับกรุงศรีอยุธยาและหมายเอาพม่าเป็นเมืองขึ้น
     
  20. อีกาจอมภู

    อีกาจอมภู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +137
    ถึงแม้ว่าหลายอาณาจักรจะยอมสิโรราบต่อกรุงศรีอยุธยา ภายใต้พระบรมเดชานุภาพของสมเด็จพระนเรศวร แต่ยังมีอีกไม่น้อยที่ยังคงมั่นใจในความสามารถ ศักยภาพของเมืองตนว่ากรุงศรีอยุธยา ยังไม่อาจจะมีบารมีมากถึงขนาดรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนอง

    เหตุนี้เองที่สมเด็จพระนเรศวร จึงทรงปรึกษาเหล่าขุนศึกและบัณฑิตผู้ทรงความรู้ ซึ่งรวมถึงพระอาจารย์ของพระองค์เองด้วย การหาช่องทางในการสร้างบารมีให้อยุธยา มีผลเกี่ยวโยงกันทั้งทางโลกและทางอาถรรพณ์ กล่าวคือ ทางโลกทรงสร้างกองทัพฝึกปรือทหารด้วยตำราที่ทรงผูกขึ้น อันมีแบบฉบับที่มาจากทางเมืองเหนือ ซึ่งเหตุผลที่ใช้แบบฉบับจากทางเมืองเหนือนี้ พระองค์ศึกษาทางพงศาวดารเหนือว่า ชนชาติที่พม่าไม่เคยเอาชนะได้เลยคือ ชาติลาว ที่มีการรวมตัวเป็นปึกแผ่นภายใต้การรวบรวมอาณาจักรของราชวงศ์มังราย มีหลักฐานเป็นรูปธรรมคือ วิชาดาบสองมือ ที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าสืบมาแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวร วิชานี้แต่เดิมเป็นวิชาดาบที่สืบทอดมาแต่สมัยของพญามังราย ซึ่งสามารถชนะมอญเมืองหริภุญชัย พม่าเมืองพุกาม มอญเมืองพะโค มาจนถึงสมัยพระเจ้าติโลกราช ชนะไทใหญ่ เมืองเชียงตุง ทำให้เชื่อกันว่านครพิงค์เชียงใหม่มีวิทยาการของเชิงดาบที่เหนือกว่าชนชาติมอญ ซึ่งอยุธยาเคยเชื่อว่ามอญขึ้นชื่อเรื่องเพลงดาบสองมือที่ร้ายกาจที่สุด เคยขบเขี้ยวรบกับพม่ามานับร้อยปี ผลัดแพ้ชนะ แต่ทั้งสองชนชาติทั้งมอญ พม่าก็ยังคงไม่อาจสู้เชิงดาบของลาวเวียงพิงค์เชียงใหม่ได้ มีหลักฐานยืนยันได้หลายช่วง ได้แก่ สมัยพญามังราย บุกพุกาม พะโค เอาเป็นประเทศราช สมัยพระเจ้าติโลกราช สามารถครอบครองรัฐฉานดินแดนในเขตปกครองของพม่าและทำให้พม่าระส่ำระสาย บ้านเมืองอ่อนแอ และอีกสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช แม้พระเจ้าบุเรงนองที่มีสมญานามว่า พระเจ้าชนะสิบทิศ จะยกทัพมาด้วยตัวเอง ก็ไม่อาจรบชนะทัพของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้เลยสักครั้งเดียว จวบจนเมื่อสิ้นสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เรียกว่าสิ้นราชวงศ์มังรายไปแล้ว จนทำให้อาณาจักรลาว ล่มสลายแตกเป็นหลายก๊กเท่านั้น พม่าจึงมีอำนาจได้ครอบคลุมภูมิภาคนี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
     

แชร์หน้านี้

Loading...