เรื่องเด่น ทำตัวให้สบาย...ทำใจให้สนุก

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย ธรรมวิวัฒน์, 2 กันยายน 2018.

  1. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    22,065
    กระทู้เรื่องเด่น:
    67
    ค่าพลัง:
    +99,812
    payslip_20160616145614.jpg

    ทำตัวให้สบาย...ทำใจให้สนุก

    มีหลายคนที่มาอยู่ถ้ำ สวดมนต์ แล้วแพ้ใจตัวเอง กลับไป สมัยก่อน เริ่มมีพระและคนมาอยู่ถ้ำมากขึ้น พออยู่ไป นานๆ จิตมันดิ้นและฟุ้งจนทนไม่ไหวก็ต้องกลับไป เย็นๆที่หน้าถ้ำ หลวงตาท่านชี้ให้เห็นว่า เอ็งเห็นพระ ที่เดินวนไปมาที่หน้าวัด กับคนเหล่านั้นไหม นั้นเค้ากำลังฟุ้ง จิตมันดิ้น เวลาพระอาทิตยจะตกดิน บรรยากาศพาไป ความคิดปรุงแต่งทำงาน เค้าจะฟุ้ง คิดสับสนวุ่นวายไปหมด เดินวนไปมา สับสน ใจมันสู้กันอยู่ ว่าจะอยู่ต่อหรือกลับดี ความคิดอารมณ์ ตีกันมั่ว เป็นแบบนี้หลายคน ถ้าจิตไม่มีกำลัง ใจไม่มีที่อยู่ ก็ต้องพ่าย จำไว้นะท่านย้ำ เวลา ใจ ฟุ้งหรือดิ้น อย่าเพิ่งทำอะไร เพราะอารมณ์กับความคิดมันเต็ม หาทางทำอย่างไรให้มันคลายออกให้ได้ก่อน บางคนไปสวดอัดเข้าไปไม่ได้ผลอะไร เพราะมันเต็มด้วยความคิดอยู่ ให้หาทางออก ทำอะไรก็ได้ให้จิตคลาย ทำให้อารมดี ง่ายสุด ไปอาบน้ำ หรือ กวาดลานวัด ให้ร่างกายกับจิตมันคลายจากอารมณ์และความคิด พอใจเริ่มคลาย อารมณ์ ดี ค่อยมาสวดภาวนา เชื่อหลวงตาสิ ตอนเราฟุ้ง ดิ้น เครียด มันจะคิดอะไรไม่ออก ต้องคลายมันออกก่อน อย่าอัดอะไรทับเข้าไป ถึงให้ทรงอารมณ์ให้ดี หัวเราะบ่อยๆ ให้ใจเบา มันจะปรับไปเอง อะไรที่มันโปร่ง มันจะโล่งจะเบา จะสวดจะอัดอะไรมันก็ได้หมด อะไรที่มัน ทึบ มันจะตื้อ มันจะตัน ใส่อะไรไปไม่ได้ จำไว้นี่คือเคล็ดลับ ในการสวดและบันทึกบุญ ทำใจให้โปร่ง โล่ง เบา มันบันทึกได้แบบไม่มีประมาณ ง่ายมากๆ ทรงอารมณ์ให้ดี ยิ้มบ่อยๆ หัวเราะบ่อยๆ คิดดี ทำดี เมตตาเยอะๆ แล้ว ชีวิตจะเปลี่ยนไป

    หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 กันยายน 2018
  2. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    22,065
    กระทู้เรื่องเด่น:
    67
    ค่าพลัง:
    +99,812
    31531676_1525976997530630_1387200928242728960_n.jpg

    พลังงาน คือ กรรมที่เราทำทุกวัน


    ที่กุฎิเก่าหลวงตา เต็มไปด้วยต้นไม้นานานาชนิด บ่ายๆหน้าร้อนปี 51 หลวงตา นั่งดูคนร้อยประคำ ลมแล้งพัดแรง เย็นสบาย กิ่งไม่ไหวเอนไปมา หลวงตาท่านชี้ไป ที่กิ่งไม้ แล้วถามว่า เอ็งว่ากิ่งไม้มันไหว เพราะลมทำให้ไหว หรือ เพราะใจเราไหวตามมัน ท่านยิ้ม หลวงตา ถามต่ออีก ท่าน ชี้ ไปบนก้อนเมฆบนฟ้า แล้วถามว่าเอ็งว่าก้อนเมฆเคลื่อนเพราะแรงลมหรือเพราะใจคนเคลื่อน หลวงตา ยิ้มแล้วพูดว่า เอ็งรู้ไหม ใจของคนเราไหวกว่าทุกสิ่ง เอ็งจะให้ใจกว้าง ไกลขนาดไหนแค่นึกก็ไปถึงล่ะ จะ ย้อนอดีตไปจนถึงอนาคตก็ได้ สังเกตดูในแต่ล่ะวัน ใจเราวิ่งไปรับรุู้ กี่เรื่องราว ทุกสิ่งรอบตัวเป็นปกติ แต่ อายตนะ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มันไปรับมาก่อให้ปฎิกริยา ต่อเนื่องเป็นเรื่องราว ปรุงแต่งด้วยความคิดและสัญญา เป็นแรงดึงก่อเกิดภพชาติ เกิดเป็นพฤติกรรมของเรา นี่แหล่ะเรียกว่ากรรมคือการกระทำ ที่มาที่ไปมันเป็นแบบนี้ เพราะเหตุที่ว่า ใจมันไหวตามสิ่งต่างๆ หลวงตาจึงสอนให้พวกเอ็งสวดมนต์ เพื่อจะให้มีหลักยึด ไม่ให้ใจไหวตามสิ่งๆต่างๆ ทางศาสนาเรียกว่า กรรมฐาน คือฐานที่ตั้งมั่นของจิตใจ เป็นฐานของงาน งานของใจ เอ็งเข้าใจหรือยังที่คนเค้ามาว่า ดูถูกว่า เราสวดมนต์ มันพื้นๆ เค้าไม่เข้าใจหรอกนี่คือ การฝึกฐานที่ตั้งของจิตและใจ มันก็คือกรรมฐานนั่นเอง แค่ของง่ายๆยังมองข้ามไปจะไปฝึกที่ยากๆ พอไม่ได้มันเลยท้อ เลิกไป ตามหาวิธีต่่างไปไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ คนส่วนมากไปติดกับคำพุดที่สวยหรู จนลืมความจริงของการปฎิบัติเชื่อหลวงตาสิ แค่สวดมนต์ ถ้าเอ็ง ทำได้ ใจเป็นอารมณ์เดียวกับบทสวด กับหลวงปู่ ใจและจิตเอ็ง ตั้งมั่นไม่ไหวตามกระแสอารมณ์ และความคิด ก่อเกิดความรู้สึกตัว มีสติ สัมปชัญญะ ปัญญาเกิด เอ็งจะไม่มาเกิดหรือ จะทำอะไรอะไรก็ได้ มันเป็นทั้งบุญฤทธิและอิทธิฤทธิ หนทางมันเกิด ง่ายๆแต่คนมองข้าม พวกเอ็งเข้าใจหรือยังทำไมหลวงตาถึงเน้นให้สวดมนต์ ท่านหันมายิ้มมองอย่างมีความสุข

    หลวงตาม้า วัดถ้ำเมืองนะ
     
  3. Norawon

    Norawon สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    101
    ค่าพลัง:
    +108
    พุทธบูชา มหาเตชะวันโต การบูชาพระพุทธเจ้านั้น มีอานิสงส์อย่างยิ่ง สาธุคับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...