ทำสมาธิมีอันตรายรึป่าว

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Eark, 11 กรกฎาคม 2005.

  1. Eark

    Eark สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +9
    เคยได้ยินเขาพูดกันนะครับ ว่าสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำสมาธิอย่าปล่อยจิตให้มากเกินไป

    เพราะว่ายังควบคุมจิตได้ไม่ดีพอ อาจจะมีอันตราย จิตอาจจะ [​IMG] ไปได้นะครับ ไม่ทราบว่าจริงรึป่าวครับ
     
  2. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,777
    ค่าพลัง:
    +36,847
    ข้อควรปฏิบัติก่อนปฏิบัติฝึกสมาธิ<O:p</O:p

    ข้อความต่อไปนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ท่าน ต้องจำและปฏิบัติในระหว่างการปฏิบัติเดินสู่ทางสงบ และจะชนะกิเลสเบื้องต้นด้วยความเพียร และความอดทน<O:p</O:p

    1) ต้องนอนให้เพียงพอ คือร่างกายต้องได้รับการพักผ่อนพอสมควร แต่ไม่นอนมากเกินไป เมื่อตื่นแล้ว ไม่ควรนอนต่ออีกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ควรนอนกลางวัน เพราะการนอนมากจะทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้มง่วงเหงาหาวนอนอยู่ตลอด ไม่มีเรี่ยวแรง<O:p</O:p

    2) พยายามหาโอกาส อาบน้ำ หรือ เช็คตัวชำระร่างกาย เพื่อให้ร่างกายสะอาด จะช่วยเสริมให้จิตใจสดชื่น<O:p</O:p

    3) หาเครื่องแต่งตัวและสถานที่ที่เหมาะสม ถ้าเป็นไปได้ควรหาเครื่องแต่งกายสีขาวที่ไม่คับแคบไว้ใส่ในระหว่างปฏิบัติจิต เพื่อให้หายใจสะดวก เลือดลมเดินหมุนเวียนได้คล่องและหาสถานที่ที่เหมาะสมแก่การฝึกจิต คือเรียบง่าย เงียบ อากาศถ่ายเทสะดวก ร่มเย็นพอสมควร<O:p</O:p

    สองประการนี้ เป็นการช่วยสนับสนุน ให้จิตใจสะอาดสบายตา สงบได้สมาธิเร็ว<O:p</O:p

    4) ข้อควรระวังเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร<O:p</O:p

    4.1 หลังจากรับประทานอาหาร แล้วต้องรอให้ผ่านพ้นไปครึ่งชั่วโมง เป็นอย่างน้อยจึงจะนั่งสมาธิได้
    มิฉะนั้นแล้วจะทำให้ท่านเป็นโรคกระเพาะอาหาร เพราะหลังจากรับประทานอาหารแล้ว เลือดจะนำธาตุไฟมารวมกลุ่มที่กระเพาะอาหาร มากขึ้นเพื่อย่อยอาหาร ในเวลาเดียวกัน ถ้าเราเข้านั่งฝึกสมาธิ เลือดจะถูกดึงขึ้นเลี้ยงสมองมากขึ้นทันทีที่เราใช้ความคิด จึงทำให้ทั้งกระเพาะอาหารขาดธาตุไฟย่อยอาหาร จะทำให้อาหารไม่ย่อยหรือย่อยได้ไม่ดี จึงเป็นโรคกระเพาะได้ง่าย ขณะเดียวกัน สมองก็ขาดเลือดมาหล่อเลี้ยง จึงเกิดอาการง่วงเหงาหาวนอน นั่งไม่ได้สติ จิตไม่สงบ<O:p</O:p

    4.2 ควรที่จะมีเวลา รับประทาน อาหารที่แน่นอน และรับประทานอาหารพอสมควร
    บางท่านรับประทานอาหารเดี๋ยว 3 มื้อ เดี๋ยว 2 มื้อ เดี๋ยว 1 มื้อ จะเป็นโรคกระเพาะอาหารได้ง่าย ควรที่จะรับประทานเป็นที่แน่นอนว่า จะรับประทานวันละกี่มื้อและควรจะต้องรับประทานให้ตรงตามเวลาทุกวันด้วย โดยเฉพาะสมณเพศแล้วป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารมาก อาการหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิตได้<O:p</O:p

    เพราะว่า " เมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร อวัยวะภายในก็จะทำการส่งน้ำย่อย น้ำดี และกรดในกระเพาะอาหารก็จะรวมตัวกันเพื่อย่อยอาหาร ถ้าไม่มีอาหาร น้ำย่อยน้ำกรดเหล่านั้น ก็จะย่อยเนื้อหนังของกระเพาะอาหารและลำไส้ถึงขั้นทะลุได้
    อนึ่ง ควรที่จะรับประทานอาหารพอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายโปร่งสบายเพราะถ้ามากไป ก็จะทำให้แนอึดอัด ง่วงนอน น้อยไปก็ทำให้หิวง่ายจิตใจฟุ้งซ่าน<O:p</O:p

    4.3 สำหรับท่านที่มุ่งหวังโลกุตระควรที่จะงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท<O:p</O:p

    ควรงดเว้นอาหารรสจัดทั้งหลาย ที่จะกระตุ้นกามตัณหา จำพวกพริก ผักกุยช่าน และดอก (ไม้กวาด) กระเทียม หัวหอม และรับประทานอาหารเนื้อสัตว์ให้น้อยลง แต่ก็ควรจะรับประทานอาหารโปรตีนพวกถั่ว ถั่วเหลืองเพิ่มเติม ถ้าเป็นไปได้ ควรรับประทานอาหารมังสวิรัติก็จะดี<O:p</O:p

    4.4 ควรงดเว้นสิ่งเสพติดและมึนเมา ตั้งแต่ยาเสพติดทั้งหลายจนเหล้า บุหรี่หมากพลู ยานัดถุ์ ตลอดจนชา กาแฟที่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่า ขาดเสียมิได้เมื่อนึกอยากขึ้นมา เพราะจะทำให้เกิดความหงุดหงิดอารมณ์เสีย<O:p</O:p

    5) ขอให้ท่านดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนเวลาปฏิบัติจิตและหลังออกจากสมาธิอีก 1 แก้ว เพื่อเสริมให้ร่างกายสดชื่น น้ำนั้นควรที่จะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำสะอาดที่ไม่มีความเย็นด้วย เช่น ไม่ควรแช่เย็น หรือ ใส่น้ำแข็ง<O:p</O:p

    6) รักษาความสนใจไว้ให้ดีด้วยการปฏิบัติจิตให้สม่ำเสมอทุกๆวัน และเป็นเวลาเดียวกันได้ยิ่งดี ต้องไม่มีการนัดกับใครทั้งก่อนและหลังเวลาที่จะฝึกปฏิบัติจิต เพราะจะทำให้เราเกิดความกังวล<O:p</O:p

    7) ถ้าจิตรีบเร่ง " อยาก " ได้แล้วท่านจะไม่ได้ เพราะตัว " อยาก " คือกิเลสที่ทำให้ประสาทตื่นเต้นเครียด เป็นการบีบรัดให้ประสาท มึนชา ไม่ทำงานอย่างที่เราหวังได้ <O:p</O:p

    ขอให้ท่านวางตัวเป็นกลางในการปฏิบัติ ด้วยการประคองความเพียรไม่ให้หย่อนเกินไป และไม่ตึงเกินไป เดินไปเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไปด้วยความอดทนไม่ท้อแท้<O:p</O:p

    ถ้านั่งแล้วรู้สึกเวียนหัว ด้วยสาเหตุใดก็ตาม มีอาการปวดเสียวหัวใจ หายใจเหนื่อย ปลายมือปลายเท้า เย็น ซีด มีเหงื่อเย็นๆ ซึมออกมานั้น คงจะมีเหตุจากการที่เลือดขึ้นไปหล่อเลี้ยงสมองน้อย อาจจะเป็นเหตุให้เป็นลมหมดสติได้<O:p</O:p<O:p</O:p

    ท่านไม่ต้องตกใจ ขอให้ค่อยๆถอนออกจากการฝึกสมาธิแล้วนอนราบกับพื้นทำใจให้สบาย ปล่อยให้เลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงสมองสักครู่ นอนนานประมาณ 5 นาที ร่างกายก็จะหายเป็นปรกติ<O:p</O:p

    8) วิธีการถอนออกจากการปฏิบัติจิตทุกครั้ง<O:p</O:p

    ขอให้ค่อยๆ คลายออกจากสมาธิ ด้วยการหายใจตามปรกติช้าๆ 10 ครั้ง แล้วถอนหายใจลึกๆ ช้าๆ ตามแบบการฝึกลมปราณสัก 10 ครั้ง ให้โล่งอก และตื่นจากภวังค์แล้วค่อยๆขยับร่างกายให้เคลื่อนไหวเล็กน้อย ถอนฝ่ามือที่ซ้อนกันอยู่นั้นออกแล้วมาวางบนหัวเข่า ลืมตาขึ้นเล็กน้อย มองลาดต่ำใกล้ตัวใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างคลึง เบาๆ ช้าๆ ที่ตาสักครู่แล้วจึงลืมตาขึ้นเต็มที่ และถูฝ่ามืออีกครั้งจนร้อนแล้วนวดคลึงตั้งแต่ขมับ ท้ายทอยลงมาต้นคอ ไหล่ แขน หน้าอก หน้าท้อง เอว หลัง ต้นขา แล้วจึงค่อยๆยืดขาออกกระดิกปลายเท้าให้ยืดออกพักหนึ่งจนรู้สึกหายจากอาการชาแข็งกระด้าง<O:p</O:p

    ปรับเช่นนี้ จนจิตใจและร่างกายคืนสู่สภาพปรกติ รับรู้สิ่งแวดล้อมเต็มที่แล้วจึงลุกขึ้นจากที่นั่ง<O:p</O:p

    แม้จะมีคนรีบด่วนมาเรียก ก็ขอให้ท่านใจเย็นๆ ค่อยๆ ขานรับ ค่อยๆ คลายออกจากสมาธิเพื่อให้พ้นจากการสะดุ้งหวาดกลัว อันเป็นเหตุให้สะเทือนกายทิพย์<O:p</O:p

    เมื่อถอนออกจากการปฏิบัติสมาธิแล้ว ไม่ให้รีบถอดเสื้อผึ่งลมหรือรีบไปล้างหน้าอาบน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นหวัด เพราะขณะที่นั่งฝึกสมาธิจนจิตสงบธาตุทั้ง 4 เสมออยู่นั้น ต่อมเหงื่อและรูขุมขนทั่วร่างกายจะเปิดกว้างกว่าปรกติเพื่อขับเหงื่อ เมื่อออกจากสมาธิแล้ว เช็คเหงื่อให้แห้งและรอจนกว่า ร่างกาย ปรับอุณหภูมิให้เสมอกับอากาศแวดล้อมก่อน จึงควรจะไปล้างหน้าอาบน้ำได้<O:p</O:p

    9) เดินจงกรมหลังจากฝึกปฏิบัติสมาธิแล้วทุกครั้ง ขอให้ท่านเดินจงกรมอย่างน้อย 15 นาที เพื่อเป็นการบริหารร่างกายให้เลือดลมที่คั่ง ค้างตาม เอ็นตามข้อเดินสะดวกโดยเฉพาะอย่างยิ่งขาจะได้ไม่เสียสุขภาพด้วย

    10) บูชาและน้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย ตามบทสวดมนต์เพื่อส่งเสริมเกื้อกูลให้ผู้ปฏิบัติสมาธิเกิดความเลื่อมใสศรัทธาบารมีพระรัตนตรัยที่ภาวนาเป็นการสนับสนุนเสริมพื้นฐานของจิตไม่ให้หดหู่ เกิดความหนักแน่น กล้าหาญ เข้มแข็ง สงบ พร้อมที่จะเริ่มต้นฝึกปฏิบัติจิตต่อไป<O:p</O:p
     
  3. Eark

    Eark สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +9
    ขอบคุณครับ หายกลัวขึ้นแยะเลย
     
  4. chatsiri

    chatsiri เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    88
    ค่าพลัง:
    +193
    ไม่มี ๆ แต่บารมีธรรมเท่านั้น
     
  5. PalmPlamnaraks

    PalmPlamnaraks เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มกราคม 2005
    โพสต์:
    766
    ค่าพลัง:
    +5,787
    การทำสมาธิคือการทำให้จิตหยุดอยู่กับที่ เพราะว่าธรรมชาติของจิตมักดิ้นรน การที่คุณบอกว่าปล่อยจิตมากเกินไปหนะ คงไม่ใช่สมาธิแล้ว การปล่อยจิตหนะ มันเป็นความคิด เป็นความปรุงแต่งจิต ไม่ใช่สมาธิ การทำสมาธิคือการทำให้จิตจดจ่อรวมลงจุดเดียว อย่าเอาจิตออกนอก ให้พิจารณาดูจิตตัวเอง รู้เท่าทัน
     
  6. สุวรรณา รัตนกิจเกษม

    สุวรรณา รัตนกิจเกษม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    311
    ค่าพลัง:
    +772
    เคยนั่งสมาธิ...นั่งไปเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่ เกิดอะไรเลย
    หรือว่าต้องทำ บารมี10 ให้เต็มก่อนค่ะ
     
  7. eoy

    eoy Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2005
    โพสต์:
    24
    ค่าพลัง:
    +28
    อนุโมทนาครับ....ว่าแต่ผมชอบนอนทำสมาธิก่อนนอนครับ...หลังจากนั้นก็หลับไปเลย ไม่ทราบว่าทำถูกหรือผิดครับ
     
  8. ชา ใคร่รู้

    ชา ใคร่รู้ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    186
    ค่าพลัง:
    +496
    เนื้อแท้ของการทำสมาธิไม่มีอันตรายหรอกครับ เพียงแต่ต้องมีสติประกอบด้วย และพยายามศึกษาจากผู้รู้ก็จะก้าวหน้าได้เร็วขึ้น บางรายทำเองเออเองไม่ควบคุมกำลังจิต และสติให้ดี ยังไม่ทันได้อะไรก็คิดว่าตัวบรรลุธรรมซะแล้ว ผมจึงมักแนะนำให้ปรึกษาผู้รู้(จริง)ประกอบไปด้วยครับ จะเป็นการดี ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ครับ ดีใจที่มีผู้ปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นอีกแล้ว....ครับ
     
  9. ดวงแก้ว

    ดวงแก้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    205
    ค่าพลัง:
    +259
    หากต้องการฝึกแบบต่อเนื่อง และหากท่านอยู่ที่กรุงเทพ สามารถเข้าไปหา
    ข้อมูล วัน เวลา และสถานที่ ตามเวปนี้ค่ะ

    http://www.vimokkhadhamma.com/index_th.php

    เป็นการฝึกตามแนวสติปัฏฐาน 4 โดยพระอาจารย์วิโมกข์ค่ะ
     
  10. พชร (พสภัธ)

    พชร (พสภัธ) ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤศจิกายน 2005
    โพสต์:
    5,748
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +49,863
    ต้องดูด้วยว่าทำแบบไหน ทีเห็นทำแล้วเพี้ยนไปก็มี คนบางคนยิ่งทำยิ่งเกิดปัญญาเป็นครูเป็นพู้สอนได้อย่างดีทีเดียว คนที่ทำแล้วเพี้ยนๆต๊องๆไปก็มีมากเหมือนกัน เพราะอาศัยที่คนเหล่านี้มีความสามารถพิเศษมากกว่าพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ พูดง่ายๆก็คือเก่งกว่าพระพุทธเจ้านั้นเอง แต่ก็อีกแหละ"กรรม"ทั้งนั้นที่ดนบันดานไห้คนผวกนี้ทำสมาธิยังอุส่ามีอันตราย เท่าที่ได้ยินได้ฝังมา"กรรมที่ให้ผลแบบนี้เพราะไปประมาดพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย พระอรหันและพระอริยสงฆ์อริยบุคคลเข้า.........โชคดีจ๊ะ
     
  11. Attawat_Rx

    Attawat_Rx เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2005
    โพสต์:
    2,183
    ค่าพลัง:
    +18,398
    ทำถูกครับ แต่ถ้าจะให้ดีนั่งบ้างนะครับ การนอนสมาธิ จะถึงฌาน 4 ยากกว่าครับ ได้ก็ประมาณ 1 , 2 เมื่ออารมณ์ถึงแล้วร่างกายจะตัดหลับไป ถ้าตื่นมาแล้วภาวนาต่อทันทีโดยมิต้องบังคับกำหนด แสดงว่าก่อนหลับได้ฌานระดับสูง ถ้าหลับ 6 ชั่วโมงบัญชีจะขึ้นว่า เข้าฌาน 6 ชั่วโมง กำไรครับ....ง่าย ๆด้วย ลองดูนะครับอารมณ์ฌาน 1, 2 อารมณ์จะคล้ายกำลังจะหลับมาก คือ ไม่คิดอะไร สุข และก็สงบ จับอารมณ์เป็นนำมาประยุกต์ใช้ได้ดีตอนนั่งมากครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...